สาร เสพ ติด ใด มี ผล ก่อ ให้ เกิด ปัญหา การ มี เพศ สัมพันธ์ ใน วัยรุ่น

ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาจากการดื่มสุรา ได้แก่ ผู้ที่ดื่มในปริมาณที่มากกว่าปกติ หรือดื่มในภาวะที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ในสตรีมีครรภ์ หรือผู้กำลังจะขับขี่ยานพาหนะหรือใช้เครื่องจักร หรือผู้ที่มีประวัติส่วนตัวหรือประวัติครอบครัวของปัญหาจากการดื่มสุรา. ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ควรจะถามลักษณะพฤติกรรมการดื่ม เช่น ดื่มปริมาณนี้มานานเท่าไร ดื่มหนักสัปดาห์ละกี่ครั้ง เคยดื่มมากที่สุดประมาณเท่าไรในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และถามประวัติส่วนตัวและประวัติครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับการดื่ม. TIMING การทำ brief intervention จะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีความพร้อมและมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มของเขา ผู้ป่วยอาจจะไม่พร้อมที่จะลดหรือเลิกดื่มในตอนต้นเมื่อเริ่ม brief intervention แต่อาจจะพร้อมเมื่อเขาได้เจอกับปัญหาจากการดื่มของเขา. ดังนั้นก่อนเริ่มรักษาแบบ brief intervention ผู้รักษาจึงควรประเมินดูความพร้อมของผู้ป่วยก่อน และเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพของผู้ป่วย.

สาร เสพ ติด ใด มี ผล ก่อ ให้ เกิด ปัญหา การ มี เพศ สัมพันธ์ ใน วัยรุ่น

สังคมและวัฒนธรรม หมายถึง ค่านิยมในเรื่องเพศที่เหมาะสมสอดคล้องกับสังคมและวัฒนธรรมไทย และการปรับตัวต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม โดยเฉพาะจากสื่อที่ยั่วยุต่าง ๆ 7. บทบาททางเพศ หมายถึง การสร้างเอกลักษณ์ทางเพศที่เหมาะสม ความเสมอภาคทางเพศ และบทบาททางเพศที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคมอย่างสมดุล. การทดสอบคุณสมบัติของ AUDIT พบว่าที่จุดตัด 8 ขึ้นไป ค่าความไวและความจำเพาะในการวินิจฉัย hazardous drinking เท่ากับร้อยละ 96 และ 98 ส่วนค่าความไวและความจำเพาะในการวินิจฉัย harmful drinking เท่ากับร้อยละ 87 และ 81 ตามลำดับ. นอกจากนี้ยังมีการติดตามผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยโดย AUDIT ไป 3 ปี พบว่า hazardous drinkers มีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหาทางสังคมจากการดื่มสุรา ความ ผิดปกติทางจิต และการอยู่โรงพยาบาลมากกว่าผู้ที่เป็น non-hazardous drinkers ในช่วงระยะเวลา 3 ปี ที่ติดตาม.

ESTABLISHING A DRINKING GOALผู้ป่วยมักจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มของเขาได้สำเร็จถ้าเขามีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายของการลดหรือเลิกดื่มของเขาเอง. ผู้รักษาอาจจะให้ผู้ป่วยเขียนเป้าหมายในการเลิกหรือลดการดื่มของเขาไว้และใช้เป็นประหนึ่งสัญญาระหว่างผู้รักษาและผู้ป่วย. ลาดทองใบ ภูอภิรมณ์ แห่งสถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ได้ให้ข้อเสนอแนะในการสร้างภูมิต้านทางยาเสพติดให้แก่นักเรียน โดยการศึกษานักเรียน ม. ADVICE TO CHANGE แพทย์ควรจะให้คำแนะนำอย่างชัดเจนถึงวิธีลดหรือเลิกดื่ม หรือในขณะที่พูดแสดงความห่วงใยถึงการดื่มของผู้ป่วย แพทย์หรือพยาบาลอาจจะอธิบายถึงการดื่มแบบพอประมาณหรือความเสี่ยงต่ำไปด้วย. แนวทางการป้องกันการเสพอบายมุขหรือใช้สารเสพติดในโรง… ทั้งนี้ จากการสำรวจสถานการณ์ด้านยาเสพติดในประเทศไทยช่วงเดือน พ.ค.

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

ต้องไม่เข้ากับหลักเกณฑ์การวินิจฉัยสำหรับภาวะติดสุรา . อีกทั้ง การอยู่รอดในสังคม การเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้หากเด็กไม่มีทักษะ ไม่สั่งสมและเรียนรู้จะเอาตัวรอดได้ยากในสังคมโลก เพราะลำพังแค่ทักษะกดคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต ไม่สามารถทำอะไรหากตกอยู่ในสภาวะที่ไร้อุปกรณ์เหล่านี้”พ่อแม่ ผู้ปกครอง จะหันกลับมาใส่ใจและปรับกระบวนการวิธีในการดูแลลูกหลาน เพราะหากวางรากฐานที่สมบูรณ์แข็งแรงได้แต่เล็กๆ เด็กก็จะสามารถเติบโตและดำรงชีวิตท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนผันได้. ก) การถาม สำหรับผู้ป่วยทุกคนที่ มาพบแพทย์ ควรจะถามว่า เขาดื่มสุรา เบียร์ หรือ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือไม่. ในผู้ป่วยที่ดื่มสุราควรจะถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่มของเขา ได้แก่ ปริมาณและความถี่ในการดื่ม รวมทั้งผลที่เกิดขึ้นจากการดื่มของเขา เช่น การดื่มคนเดียว ดื่มเวลาใด การดื่มเคยมีผลต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ในครอบครัวและชีวิตประจำวันหรือไม่ เช่น ทำให้ไปทำงานสาย ขาดงาน ครอบครัวรู้สึกเป็นห่วง ลืมสิ่งที่ได้ทำลงไปหลังจากดื่มสุรา ไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ดื่มได้ หรือมีอาการไม่สบายต่างๆ หลังจากการดื่มสุรา.

สาร เสพ ติด ใด มี ผล ก่อ ให้ เกิด ปัญหา การ มี เพศ สัมพันธ์ ใน วัยรุ่น

ผู้ที่น่าจะติดสุราแล้ว เป็นผู้ที่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะติดสุรา. สำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์ควรซักถามเพื่อประเมินอาการของการติดสุราที่ผู้ป่วยมี เช่น ไม่สามารถจะหยุดดื่มได้เมื่อได้เริ่มต้นดื่มไปแล้ว ต้องดื่มเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้รู้สึกดีเท่าเดิม เคยมีความต้องการอย่างรุนแรงที่จะต้องดื่มสุราให้ได้ เคยต้องเปลี่ยนแปลงแผนการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ เพื่อจะได้ดื่มสุรา เคยต้องดื่มตอนเช้าเพื่อที่จะแก้อาการมือสั่น. FEEDBACK OF PERSONAL RISKเมื่อจะเริ่มต้นการบำบัด แพทย์ควรจะบอกให้ผู้ป่วยทราบถึงความเสี่ยงของปัญหาจากแอลกอฮอล์ที่ผู้ป่วยมี โดยประมวลจากลักษณะการดื่มในปัจจุบัน ผลการตรวจร่างกายและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตัวอย่างเช่น แพทย์อาจจะบอกผู้ป่วยว่าปัญหาการเจ็บป่วยในปัจจุบันของเขา เช่น ความดันเลือดสูงอาจจะเป็นผลจากการดื่มแอลกอฮอล์ของเขาด้วยก็ได้ หรือการดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคบางอย่างที่เขาเป็น. สำหรับผู้ที่ดื่มมากกว่าระดับดังกล่าว แต่ยัง ไม่เคยมีอันตรายต่อสุขภาพ จัดว่าเป็นผู้ที่ดื่มแบบเสี่ยงต่ออันตราย ซึ่งหมายถึงการดื่มมากกว่า 4 ดื่มมาตรฐาน แต่ไม่เกิน 6 ดื่มมาตรฐานต่อวันในผู้ชาย หรือการดื่มมากกว่า 2 ดื่มมาตรฐาน แต่ไม่เกิน 4 ดื่มมาตรฐานต่อวันในผู้หญิงหรือผู้สูงอายุ. นอกจากนี้การดื่มแบบ ” binge drinking ” หรือการดื่มปริมาณมากเป็น ครั้งคราวหรือการดื่มมากติดต่อกันในช่วงสั้นๆ แบบ ” เมาหัวราน้ำ ” ก็ถือว่าเป็นการดื่มแบบ hazardousเช่นกัน.

FOLLOW-UP ผู้รักษาจะติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยต่อไปโดยอาจจะเป็นการนัดให้ผู้ป่วยมาพบเป็นระยะๆหรือโทรศัพท์ถามอาการก็ ได้. รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. หมู่บ้านต้านยาเสพติด (หมู่บ้านบ่อมะกรูด ศูนย์เรียน… ผศ.น.พ.ศิริไชย หงษ์สงวนศรี อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวช คณะแพทยศาสตร์ ร.พ.

ส่วนในผู้ที่ดื่มในระดับ hazardous หรือ harmful drinking และยังไม่มีภาวะติดสุรา แพทย์อาจจะแนะนำให้ลดปริมาณการดื่มลงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย หรือ responsible drinking อาจจะไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มโดยเด็ดขาดก็ได้. สำหรับผู้ติดสุราที่ยังไม่พร้อมจะเลิกดื่ม อาจจะแนะนำให้ผู้ป่วยปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง แนะนำให้ผู้ป่วยคุยกับครอบครัวของเขาเกี่ยวกับคำแนะนำต่างๆ ที่แพทย์ให้ไป และนัดให้เขามาพบอีกพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวของเขา. สำหรับผู้ชายที่ดื่มมากกว่า 6 ดื่มมาตรฐานต่อ วัน และผู้หญิงที่ดื่มมากกว่า 4 ดื่มมาตรฐานต่อวัน และมีอันตรายจากการดื่มเกิดขึ้นแล้ว จะเรียกว่า เป็นผู้ดื่มแบบอันตราย หรือการดื่มแบบผิดๆ . ภาวะนี้กำหนดโดยองค์การอนามัยโลกและสามารถให้คำจำกัดความโดยอาศัยหลักเกณฑ์ของ ICD-10 หรือ DSM-IV ซึ่งประกอบด้วย 1. มีหลักฐานชัดเจนว่าแอลกอฮอล์ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ 2. ต้องดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันนานอย่างน้อย 1 เดือนหรือดื่มหลายครั้งในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และ 4.

ทางออกที่ดีที่สุด คือ ดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง รวดเร็วทั้งด้านร่างกายและจิตใจของผู้ใช้สารเสพติด ที่สำคัญ ควรเลิกสารเสพติดทุกชนิดอย่างเด็ดขาด เพราะสารเสพติดส่งผลทำให้ความยับยั้งชั่งใจลดลง ทำให้มีพฤติกรรมเสี่ยง อาทิ การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อแก่ทารกอย่างแน่นอนค่ะ. RESPONSIBILITY OF THE PATIENTวิธีการ brief intervention จะเน้นถึงความรับผิดชอบของผู้ดื่มในการเลือกวิธีการและลดการดื่มลง ทั้งนี้ อาศัยหลักที่ว่าการควบคุมตนเองได้เป็นแรงจูงใจที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เช่น แพทย์หรือพยาบาลอาจจะบอกผู้ดื่มว่า ” คงไม่มีใครสามารถเปลี่ยน แปลงคุณได้หรือทำให้คุณตัดสินใจเปลี่ยนแปลงได้การที่คุณจะลดหรือเลิกดื่มขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ” . ผู้ที่ดื่มแบบเสี่ยงและแบบอันตรายทั้ง 2 แบบ นี้ยังไม่ถูกจัดว่าเป็นผู้ติดสุรา ทั้งนี้การวินิจฉัยภาวะ ติดสุรา จะต้องประกอบ ด้วยลักษณะที่สำคัญอย่างน้อย 3 ใน 7 อย่างต่อไปนี้ 1. ต้องเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มมากขึ้นจึงจะได้ ฤทธิ์เท่าเดิม 2.

อาการ

และพาไพรัสอียิปต์โบราณ (ที่เรียกว่า Ebers Papyrus) อาจกล่าวถึงภาวะนี้เมื่อ 15 ศตวรรษก่อน ค.ศ. 1 ดื่มมาตรฐาน เท่ากับปริมาณแอลกอฮอล์ 10 กรัม ซึ่งประมาณเท่ากับเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ดังแสดงในบทความถัดไป. ที่ดื่มแบบไม่เสี่ยง (non-problem drinkers) ครึ่งหนึ่งดื่ม 25 กรัมต่อวันที่ดื่ม.

การศึกษาทางระบาดวิทยาและการทบทวนงานวิจัย พบว่า การดื่มแอลกอฮอล์เล็กน้อยอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากสามารถช่วยลดความเครียด และทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย และยังลดความเสี่ยงต่อการตายจากโรค หัวใจและหลอดเลือดได้. อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาที่แสดงถึงผลเสียของการดื่มพอประมาณเช่นกัน เช่น เพิ่มความเสี่ยงของการเกิด strokes เนื่องจากเส้นเลือดแตก ถึงแม้ว่าการดื่มเล็กน้อยจะลดความเสี่ยงของ strokes ที่เกิดจากเส้นเลือดอุดตันก็ตาม. นอกจากนี้ การดื่มสุรายังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะได้มาก โดยเฉพาะในผู้ขับขี่วัยรุ่น หรือผู้ที่ไม่ชำนาญ และเนื่องจากแอลกอฮอล์มีปฏิสัมพันธ์กับยาหลายชนิด เช่น ยาแก้ปวด ยากล่อมประสาท ยากันชัก และยาต้านเศร้า เป็นต้น การดื่มแอลกอฮอล์แม้เพียงเล็กน้อย ย่อมไม่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่กินยาเหล่านี้อยู่.

(1-2 ครั้งต่อสัปดาห์) มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในประชากรชาย และเด็กรุ่นใหม่มีแนวโน้มการดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเด็ก รุ่นก่อน. ในการประมาณการจำนวนผู้ดื่มแอลกอฮอล์โดยการสำรวจครัวเรือนทั่วประเทศในปี พ.ศ. อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับการสำรวจเช่นเดียวกันนี้ ในปี 2544 พบว่าอัตราการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดของประชากรในปี พ.ศ.

2546 ลดต่ำลงมาเล็กน้อย แต่เมื่อเปรียบเทียบเฉพาะอัตราการดื่มมากกว่า 20 วันใน 30 วันที่ผ่านมา กลับพบว่าประชากรในปี พ.ศ. 2546 มีอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทมากกว่า 20 วันใน 30 วันที่ผ่านมาสูงกว่าประชากรในปี พ.ศ. ผู้ป่วยที่มีภาวะติดสุรา มีประวัติว่าพยายามจะลดการดื่มลงหลายครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ ตั้งครรภ์หรือกำลังวางแผนจะมีบุตร และมีข้อห้ามทางสุขภาพหรือใช้ยาอื่นที่ทำให้ดื่มสุราไม่ได้ แพทย์ควรจะแนะนำให้หยุดหรือเลิกดื่มเลย.

สาร เสพ ติด ใด มี ผล ก่อ ให้ เกิด ปัญหา การ มี เพศ สัมพันธ์ ใน วัยรุ่น

อาจจะต้องนัดผู้ป่วยบางรายที่ต้องการการดูแลรักษาเพิ่มขึ้นหรือใช้เวลานานขึ้นเป็นกรณีพิเศษ และอาจจะพิจารณาส่งต่อผู้ป่วยบางรายไปรับการรักษาเฉพาะทาง หากจำเป็นต้องรับการดูแลรักษาที่มากเกินกว่าที่แพทย์จะทำได้ในคลินิกเวชปฏิบัติทั่วไป. แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปมักเป็นแพทย์คนแรก ที่จะดูแลรักษาความเจ็บป่วยของผู้ป่วยส่วนใหญ่ ดังนั้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นในระบบการแพทย์ในการป้องกันและรักษาโรค ประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ป่วยที่มารักษาในเวชปฏิบัติทั่วไปดื่มแอลกอฮอล์ในระดับที่จัดได้ว่า ” เสี่ยง ” หรือ ” อันตราย ” และมีโอกาสเกิดปัญหาจากแอลกอฮอล์ได้. การค้นหาผู้ที่เสี่ยงหรือมีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์ และให้คำแนะนำช่วยเหลือตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จะสามารถป้องกันมิให้ปัญหาเพิ่มมากขึ้น หรือพัฒนาไปจนถึงขั้นภาวะติดสุรา ซึ่งทำให้เกิดผลเสียตามมามากมายทั้งในด้านสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจ.

EMPATHETIC COUNSELING STYLEวิธีการให้ brief intervention ควรทำด้วยท่าทีที่อบอุ่น เข้าใจและใช้การสะท้อนกลับความคิดหรืออารมณ์ของผู้ป่วยจะได้ผลดีกว่าการใช้ท่าทีที่แข็งกร้าว หรือต้อนให้จนมุม. ในประเทศไทย การผลิตและการจำหน่ายสุราเริ่มขยายตัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 คู่ขนานไปกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในปัจจุบันการผลิตและการจำหน่ายสุราเพิ่มมากขึ้นจากนโยบายระดับชาติ 2 นโยบาย คือ นโยบายการเปิดเสรีการผลิตและจำหน่ายสุรา และนโยบายการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ประจำตำบล หรือหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมสุราพื้นบ้าน. ทำให้มีการผลิตสุราแช่และสุรากลั่นในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือตอนบนและภาคอีสานบางจังหวัดมีแหล่งผลิตมากกว่า 40 แหล่งต่อประชากร 1 แสนครัวเรือน. นอกจากการตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐานแล้ว ผู้สูงอายุทั้งเพศชายและหญิงควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม ซึ่งรายการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมจะประกอบไปด้วย… SELF-EFFICACY OR OPTIMISM OF THE PATIENT แพทย์ควรจะสนับสนุนให้ผู้ป่วยเห็นถึงความสามารถของตนเองในการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และให้มองตนเองในแง่ดีว่าตนเองมี ความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดื่มของตน.

โรคไบโพลาร์

แพทย์ควรจะตกลงร่วมกับผู้ป่วยถึงแผนการปฏิบัติตนของผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยกำหนดเป้าหมายการปฏิบัติตนของตัวเอง โดยเน้นว่าการดูแลสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็น หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ป่วยเอง ไม่ใช่ของแพทย์ ผู้รักษา. เสนอแนะมาตรการต่างๆ ให้ผู้ป่วยใช้ในการควบคุมการดื่ม รวมทั้งให้ผู้ป่วยเรียนรู้ที่จะจัดการกับปัญหาต่างๆ ในชีวิตประจำวันโดยวิธีการอื่นๆ ที่ไม่ใช่การดื่มสุรา. ปัญหาจากการดื่มสุรามีความชุกและผลกระทบต่อสุขภาพ ครอบครัวและสังคมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน แพทย์ทั่วไปจะมีโอกาสสูงที่จะพบผู้ป่วยดื่มสุราเป็นคนแรก. ดังนั้น การค้นหาผู้มีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์ และการให้การรักษาตั้งแต่ระยะแรกก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปจนถึงขั้นติดสุราควรเป็นงานที่แพทย์ทั่วไปและบุคลากรทางสาธารณสุข ให้ความสนใจและปฏิบัติ.

หมกมุ่นกับการดื่มหรือการหาแอลกอฮอล์มาสำหรับดื่ม (preoccupation with acquisition and/or use) 5. มีความต้องการอยู่เสมอที่จะเลิกดื่มหรือพยายามหลายครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ 6. มีความบกพร่องในหน้าที่ทางสังคม อาชีพ การงาน หรือการพักผ่อนหย่อนใจ 7. ALCOHOL USE DISORDERS IDENTIFICATION TEST เป็นเครื่องมือที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมาโดยกลุ่มนักวิจัยนานาชาติขององค์การอนามัยโลก เพื่อใช้ค้นหาปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ hazardous and harmful drinking ไปจนถึง alcohol dependence. ในเวชปฏิบัติทั่วไป AUDIT ประกอบด้วยคำถาม 10 ข้อ เกี่ยวกับปริมาณ ความถี่ของการดื่ม การมี binge drinking อาการของการติดสุรา และปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการดื่มสุราแต่ละคำถามจะมีคะแนนตั้งแต่ 0-4 ผู้ที่ได้คะแนนตั้งแต่ 8 ขึ้นไป ถือว่าให้ผลบวกจาก AUDIT.

ในการศึกษาแบบมหวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของแบบคัดกรองปัญหาแอลกอฮอล์ในสถานบริการระดับปฐมภูมิ พบว่า AUDIT เป็นแบบคัดกรองที่มีความถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ที่สุดในการวินิจฉัยการดื่มสุราแบบเสี่ยงและแบบอันตราย. อย่างไรก็ตาม ความไวของ AUDIT จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประชากรและจุดตัดที่ใช้. ในประเทศไทยก็ได้มีการนำ AUDIT มาใช้เพื่อศึกษาความชุกของผู้มีปัญหาจากแอลกอฮอล์ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล และในการสำรวจความชุกของการ ดื่มสุราแบบเสี่ยงและแบบอันตรายในชุมชนภาคใต้ซึ่งพบว่า AUDIT สามารถใช้ได้ง่าย มีความไวและความจำเพาะสูง และสามารถใช้ได้กับประชากรทั่วไป ทั้งในโรงพยาบาลและในชุมชน.

  • ผู้รักษาอาจจะให้ผู้ป่วยเขียนเป้าหมายในการเลิกหรือลดการดื่มของเขาไว้และใช้เป็นประหนึ่งสัญญาระหว่างผู้รักษาและผู้ป่วย.
  • สำหรับวัยรุ่น สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง การดื่มสุราแม้เพียงน้อยนิดก็จัดว่าไม่ปลอดภัยแล้ว.
  • FOLLOW-UP ผู้รักษาจะติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยต่อไปโดยอาจจะเป็นการนัดให้ผู้ป่วยมาพบเป็นระยะๆหรือโทรศัพท์ถามอาการก็ ได้.
  • 2546 มีอัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทมากกว่า 20 วันใน 30 วันที่ผ่านมาสูงกว่าประชากรในปี พ.ศ.
  • ปัญหาจากการดื่มสุรามีความชุกและผลกระทบต่อสุขภาพ ครอบครัวและสังคมเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน แพทย์ทั่วไปจะมีโอกาสสูงที่จะพบผู้ป่วยดื่มสุราเป็นคนแรก.

แนวคิดหลักในการพัฒนาการเรียนรู้เรื่อง “เพศศึกษา” ตามหลักสูตรใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข มี 7 ด้าน คือ 1. พัฒนาการทางเพศ หมายถึง ความรู้ความเข้าใจเรื่องเจริญเติบโตและพัฒนาการทางเพศตามวัย ทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม 2. สุขอนามัยทางเพศ หมายถึง ความรู้ความเข้าใจและสามารถดูแลสุขภาพอนามัยทางเพศได้ตามวัย เช่น การดูแลรักษาอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ อนามัยการเจริญพันธุ์ ความเข้าใจต่างๆ ในเรื่องเพศ 3. พฤติกรรมทางเพศ หมายถึง การแสดงออกถึงพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมกับเพศและวัย 4. สัมพันธภาพ หมายถึง การสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับบุคคลในสังคม การสร้างและรักษาสัมพันธภาพกับเพื่อนเพศเดียวกัน และต่างเพศ การเลือกคู่ การเตรียมตัวก่อนสมรส และการสร้างครอบครัว 5. ทักษะส่วนบุคคล หมายถึง ความสามารถในการจัดการสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ เช่น ทักษะการสื่อสาร ทักษะการปฏิเสธ ทักษะการขอความช่วยเหลือ ทักษะการจัดการกับอารมณ์ ทักษะการตัดสินใจและแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับเรื่องเพศ 6.

สาร เสพ ติด ใด มี ผล ก่อ ให้ เกิด ปัญหา การ มี เพศ สัมพันธ์ ใน วัยรุ่น

ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเครื่องมือหลายชนิดเพื่อใช้ในการค้นหาภาวะการดื่มสุราระดับต่างๆ เครื่องมือเหล่านี้ประกอบด้วย การใช้แบบสอบถามเพื่อคัดกรองหรือวินิจฉัย เช่น การใช้ AUDIT ซึ่งเป็นแบบคัดกรองภาวะดื่มสุราแบบเสี่ยง และแบบอันตราย ซึ่งมีความไวและความจำเพาะสูง และการตรวจทางห้องปฏิบัติการซึ่งยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง จึงอาจจะไม่มีความจำเป็นนักในเวชปฏิบัติทั่วไป. เมื่อสามารถค้นหาผู้ที่เริ่มดื่มแอลกอฮฮล์แบบเสี่ยงหรือแบบ อันตรายได้แล้ว แพทย์ควรจะรีบให้การดูแลหรือจัดการตั้งแต่ระยะแรก โดยใช้วิธีการบำบัดอย่างย่อ ซึ่งเป็นวิธีการจัดการกับผู้ที่มีปัญหา ระยะแรกที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผลดี และสามารถทำได้ง่ายโดยไม่เสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากนัก. การดื่มอย่างปลอดภัย (safe-limt drinking) การกำหนดว่าจะดื่มอย่างไรหรือในปริมาณเท่าไรจึง จะเหมาะสมหรือปลอดภัยทำได้ยาก เนื่องจากขนาด หรือลักษณะการดื่มที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลแตกต่างกัน. สำหรับวัยรุ่น สตรีมีครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง การดื่มสุราแม้เพียงน้อยนิดก็จัดว่าไม่ปลอดภัยแล้ว. นอกจากจะใช้คำว่าการดื่มอย่างปลอดภัยแล้ว ในต่างประเทศยังนิยมใช้คำว่าการดื่มพอประมาณ ซึ่งหมายถึงการดื่มในลักษณะที่ไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมา ทั้งต่อตัวผู้ดื่มเองและต่อสังคมรอบข้าง.

การดื่มสุราทำให้เกิดปัญหาสำคัญทั้งทางสาธารณสุขและสังคมในประเทศไทย ปัญหาจากสุรา อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากการดื่มเพียงครั้งเดียว หลายครั้ง หรือในผู้ที่ติดสุราเรื้อรังก็ได้. การดื่มสุรามีผลต่อสุขภาพของผู้ดื่มโดยตรง เช่น ทำให้เป็นโรคตับและทางเดินอาหาร โรคเกี่ยวกับประสาทสมอง และเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งของอวัยวะต่างๆ นอกจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น อุบัติเหตุจราจรบนท้องถนน อุบัติเหตุในการทำงาน ปัญหาครอบครัว ปัญหาการเงิน และปัญหาในการทำงาน เช่น ทำให้ ขาดงาน มาทำงานสาย หรือทำงานผิดพลาด ไม่มีประสิทธิภาพ เป็นต้น. อย่างไรก็ตาม ปัญหาจากการดื่มสุราไม่ได้มีผลเฉพาะกับตัวผู้ดื่มเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อผู้อื่นด้วย เช่น ครอบครัว เพื่อนฝูง หรือบุคคลใกล้เคียงต่างๆ. ผู้ที่มีปัญหาจากการดื่มสุราแล้ว คือผู้ที่เคยมีผลเสียของการดื่มข้อใดข้อหนึ่ง หรือมีลักษณะทางร่างกายหรือพฤติกรรมที่แสดงว่ามีปัญหาจากการดื่มสุราแล้ว เช่น มีรอยแผลจากอุบัติเหตุ หรือการทะเลาะวิวาทจากการดื่มสุรา. ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์ควรจะถามผู้ป่วยเกี่ยวกับปัญหาทางร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการดื่มสุรา เช่น blackouts (จำสิ่งที่เกิดขึ้นขณะดื่มสุราไม่ได้) ปวดท้องเรื้อรัง ซึมเศร้า ความดันเลือดสูง อุบัติเหตุ การทำงานของตับผิดปกติ สมรรถภาพทางเพศผิดปกติ หรือมีปัญหาการนอนหลับ.

close
Scroll to Top