อุ ค ฆ ฏิ ตั ญ ญู มี ความ หมาย ตรง กับ ลักษณะ ของ บุคคล ประเภท ใด

ธรรมอันเป็นนีวรณ์ ( กิเลสเครื่องกั้นจิตรัดรึงจิต ), ธรรมอันไม่เป็น นีวรณ์ ; ๒. ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งนีวรณ์, ธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งนีวรณ์ เป็นต้น. ธรรมที่เป็นอาสวะ ( กิเลสที่ดองสันดาน ), ธรรมที่มิใช่อาสวะ ; ๒. ธรรมที่อาสวะ, ธรรมที่ไม่มีอาสวะ เป็นต้น. ธรรมที่เป็นเหตุ, ธรรมที่มิใช่เหตุ ; ๒. ธรรมที่มีเหตุ, ธรรมที่ไม่มีเหตุ เป็นต้น.

  • ( เมื่อเข้าไปหามนุษย์กินคนตามสัจจวาจา และได้พูดแนะนำจนมนุษย์กินคนยอมงดเว้นความประพฤตินั้นกลับตัวเป็นคนดี เพราะมนุษย์กินคนนั้น เดิมก็เป็นกษัตริย์มนุษย์ธรรมดา ภายหลังมีความคิดเห็นวิปริตไป จึงกลายเป็นประหนึ่งโจรหรือปีศาจ ) ( เรื่องนี้เป็นสัจจบารมี ).
  • คือธรรมคือความยึดถือ (อุปาทา ) คู่กับธรรมคือความไม่ยึดถือ ( อนุปาทา ).
  • ไมมีอะไรในภายในที่ชื่อวา อัตตา คูเขามาหรือเหยียดออกไปอยู.
  • เรามีเพศ ต่างจากคฤหัสถ์แล้ว ๒.
  • อาการ ๑๖ อยาง จึงตรัสคําวา กถฺจ ภิกฺขเว ดังนี้เปนตน.
  • แล้วตรัสแสดงโลกพันโลก มีพระจันทร์พระอาทิตย์ถึงพัน ซึ่งท้าวมหาพรหมเป็นเลิศ อริยสาวกผู้ได้สดับก็ยังเบื่อหน่ายคลาย กำหนัดในสิ่งที่เลิศนั้น.

ปัจจนียปัฏฐาน ปฏิเสธทั้งฝ่ายที่ถูกอาศัยและฝ่ายที่เกิดขึ้น๒. อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน ปฏิเสธเฉพาะธรรมที่ เกิด ๓. ปัจจนียาอนุโลมปัฏฐาน ปฏิเสธเฉพาะธรรมที่ถูกอาศัย ดังจะแสดงตัวอย่างให้เห็นดังต่อไปนี้ ). เล่มนี้ยังว่าด้วยปัจจัยแห่งธรรมะหมวด ๒ ตามลำดับ ( อนุโลมทุกปัฏฐาน ) ต่อมาจากเล่มที่ ๔๒ เป็นแต่ได้นำข้อธรรมในหมวด ๒ ตอนต่อไปมาตั้งเป็นบทยืน อธิบายให้ผสมกลมกลืนกับเรื่องปัจจัย ฉะนั้นในที่นี้จะแสดง หัวข้อต่อมาจากเล่มที่ ๔๒.

เกิดขึ้นบาง เพื่อความไพบูลยยิ่งขึ้นแหงวิจิกิจฉาที่เกิดขึ้นแลวบาง. ดวยวิจิกิจฉา ๑ ดวง อกุศลจิตที่สหรคตดวยอุทธัจจะ ๑ ดวง. อาการ ๑๖ อยาง จึงตรัสคําวา กถฺจ ภิกฺขเว ดังนี้เปนตน. ศพที่ไมมีเนื้อ แตยังเปอนเลือด ยังมีเสนเอ็นรอยรัด) ๑. กําหนดในผมเปนตน.

ผู้ใคร่ทราบเนื้อความว่า ธรรมหมวด ๓ ที่เหลืออีก ๑๗ หมวดที่กล่าวถึงในเล่มที่ ๔๑ นี้ มีอะไรบ้าง โปรดดูข้อความที่พระอภิธรรมเล่ม ๑ หน้า ๑ ). ก็ได้ ) โดยฐานะเป็นกัมมปัจจัย คือเป็นเครื่องสนับสนุนที่เป็นกรรมคือการกระทำ. กรรมที่เป็นกุศลและอกุศลนั้น ย่อมเป็นปัจจัยแห่งธรรมที่ประกอบด้วยเจตนา และแห่งรูปที่มีธรรมอันประกอบด้วยเจตนานั้นเป็นสมุฏฐาน โดยฐานะเป็นกัมมปัจจัย คือเป็นเครื่องสนับสนุนที่เป็นกรรมคือการกระทำ.

วรกายถูกลมและแดด๑ กระทบจึงไดสวรรคต. ก็เมื่อจักรแกวประดิษฐาน ที่พื้นดิน ปริณายกแกวก็ประทับฉลองพระบาทของพระเจามันธาตุ ลง ในพระสุพรรณบัฏ แลวมอบถวายราชสมบัติวา นี้เปนราชสมบัติของ พระเจามันธาตุ. มนุษยที่มาจากทวีปทั้ง ๓ แมเหลานั้น ไมอาจจะไป ไดอีก ไดพากันเขาไปหาปริณายกแกว แลวรองเรียนวา ใตเทาขอรับ เหลากระผมมาดวยพระบรมราชานุภาพ บัดนี้จึงไมอาจจะไปได ขอใตเทา ไดกรุณาใหที่อยูแกเหลากระผมเถิด. ปริณายกแกวไดมอบชนบทใหแกเขา เหลานั้น เพื่อประโยชนแกการอยูคนละแหง. ในสมัยเมื่อเราเป็นพญาปลาในสระใหญ่ ถึงฤดูร้อน น้ำในสระแห้งเพราะแสงแดด. กา, แร้ง, นกกระสา และเหยี่ยว ก็พากันมาหากินปลาทั้งกลางวันกลางคืน เราคิดหาทางเปลื้องญาติทั้งหลายจากความทุกข์ จึงระลึกธรรมของสัตบุรุษ ทำสัจจกิริยา ฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมา เพราะอาศัยกำลังเดชแห่งสัจจะ นี้เป็นสัจจบารมีของเรา.

เรา กลัว ให้ เรา เสียใจ ให้ เรา เป็น ทุกข์. แด่ ถ้า เรา ไม่ หวัง อะไร ๆ ใน โลก แล้ว มัน ก็ บีบ คั้น เรา ไม , ได้. คือ กิเลส เบียด เบียน อยู่ เสมอ; ทำ บุญ เพ้อ เกิด เป็น เทวดา นี้ก็ พอ กัน ที. คน เรา เวลา ใกล้ จะ ตาย มัก คิด กึง ความ ชั่ว ของ ตัว เอง เย่น คิด ว่า ได้ เคย ฆ่า สัตว์ ลัก ย โม ย. ทางออก ก็ เป็น ทุกข์ ฉัน นั้น ไม่ อยาก แก่ ก็ จำ เป็น จะตั อง แก่ ไม่ อยาก เจ็บ ก็ จำ เป็น จะตั อง เจ็บ ไม่ อ ยา .

ประเพณีสงกรานต์

นอกจากนั้นยังแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับพระเขี้ยวแก้ว พระทนต์ พระเกศ พระโลมา และพระพุทธบริขารต่าง ๆ . อยู่ในประเทศอันสมควร ๕. เคยทำบุญไว้ในกาลก่อน ๖. วาจาเป็นสุภาษิต ๑๑.

ดีแลว ดีแลว พุทธรักษา (การมนสิการอยางนั้น) จักเปน ปจจัยของความสิ้นไปแหงภพของเธอในอนาคต พระเถรีกลาว. จันทรและดวงอาทิตยเหลานี้ เปนรมณียสถานยิ่งกวามนุษยโลกนี้แน. สำหรับ สังสารวัฏ ฎ์.

คือธรรมที่ป็นกิเลส และที่เศร้าหมอง คู่กับธรรมที่เศร้าหมอง แต่มิใช่กิเลส. คือธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นที่ตั้งแห่งความเศร้าหมอง คู่กับธรรมที่เป็นที่ตั้งแห่งความเศร้าหมอง แต่มิใช่กิเลส. คือธรรมที่มิใช่เหตุ แต่มีเหตุ คู่กับธรรมที่มิใช่เหตุ และไม่มีเหตุ.

อุ ค ฆ ฏิ ตั ญ ญู มี ความ หมาย ตรง กับ ลักษณะ ของ บุคคล ประเภท ใด

จริงอยู ในจิตที่เปนคูกันนี้แหละ ทานจัดอกุศลจิต ๑๒ ดวง เขาไวแลวแล. นามรูปเทานั้นวา วัตถุเปนรูป เจตสิกธรรมมีผัสสะเปนที่๕ เปนนาม. บทวา จุณฺณกชาตานิ ไดแกแหลกละเอียดกระจัดกระจายไป. ไปตางทิศตางทางกัน.

แล้วได้ตรัสถึงธรรมอื่น ๆ อันพ้องกับที่เคยตรัสมาแล้ว เช่น กสิณายตนะ ๑๐ อภิภายตนะ ๘ เป็นต้น. ในที่สุดได้ตรัส แสดงนิพพานในปัจจุบันตามหลักพระพุทธศาสนา. แสดงว่าเมื่อพระผู้มีพระภาคปรินิพพานแล้วได้มีการแจกพระธาตุไปไว้ในที่ต่าง ๆ คือ ๑. ในนครของพระเจ้าอชาตศัตรุ ( ราชคฤห์ ) ๒.

ความเปนผูมีกัลยาณมิตร ๑ การสนทนาถึงเรื่องที่เปนสัปปายะ ๑. ในเมตตาเจโตวิมุตตินั้น มากครั้งเขา เธอก็ยอมละพยาบาทได. โภชนะ๑ ความเปนผูมีกัลยาณมิตร๑ สนทนาเรื่องที่เปนสัปปายะ๑. วิญญาณจึงเกิดเปนตน. คํานี้อกจากนี้ มีนัยดังกลาวแลวนั่นแล. อกุศลจิต ๑๐ ดวงที่เหลือไมจัดเขาในบทแรก ทั้งไมจัดเขาในบทหลัง.

ประเพณีแห่เทียนพรรษา

เพื่อละอุปกิเลส ๑๖ ( หน้าพระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ ) ๗. วัตถูปมสูตรมีราคะ เป็นต้น. คือราคะ, โทสะ, โมหะ, โกธะ ( โกรธ ), อุปนาหะ ( ผูกโกรธ ), มักขะ ( ลบหลู่บุญคุณท่าน ), ปลาสะ ( ตีเสมอ ), อิสสา ( ริษยา ), มัจฉริยะ ( ตระหนี่ ). คืออาศัยศรัทธา, อาศัยหิริ, อาศัย โอตตัปปะ, อาศัยปัญญา แล้วละอกุศล เจริญกุศล, แล้วควรอยู่อย่างมีอุปนิสสัย ๔ อย่าง คือพิจารณาแล้วเสพ, อดทน, เว้น, บันเทา. เปนเหตุนําออก (จากทุกข) แหงภิกษุผูกําหนดถืออายตนะเปนอารมณ. ปกติในพระวินัย ๑ การคบหาคนเจริญแลว ๑ ความเปนผูมีกัลยาณมิตร ๑ การกลาวถอยคําที่เปนสัปปายะ ๑.

อภพฺ โพ ทิฏฺฮิ ส มฺปนฺ โน ปุคฺค่ โ ล กณฺจิ สงฺข ารํ สุข โต อุป คนฺ ตุ๊. อภพฺ โพ ทิฏฺฮิ ส มฺปนฺ โน ปุคฺค โล กฌฺจิ สงฺข ารํ นิจฺจ โต อุป คนฺ ตุ๊. เม โส อตฺ ตา ติ สม นุปสฺ สติ, โส เอวํ สม นุปสฺ ส นุ’ โต อ สติ น ปริต สฺสติ ติ. วา อตฺต านํ, อตฺต นิ วา รูป, รูป สฺมึ วา อตฺ ตา นิ, เวท นิ .

บทวา วีตโมห ไดแกกุศลจิตฝายโลกิยะ และอัพยากตจิต. แมนั้น จึงเหมาะ (ที่จะจัดเขา) ในจิตตานุปสสนานี้ โดยแททีเดียว. บทวา วีตโทส ไดแกกุศลจิตฝายโลกิยะ และอัพยากตจิต. ๖ อยาง เจือดวยอามิสคือ เบญจกามคุณ ชื่อวา สามิสสุขเวทนา. วิญญาณของเรานี้อาศัยอยูในกรชกายนี้ ผูกพันอยูในกรชกายนี้.

เรื่องสุวรรณสาม ได้กล่าวไว้แล้วในหน้าพระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๐ ) หมายเลขที่ ๓.สุวัณณสามชาดก แต่ในคำกล่าวตอนนี้เล่าเพียงที่อยู่ในป่า โดยไม่หวาดระแวงภัยใด ๆ เพราะกำลังแห่งเมตตา. ( เรื่องนี้เป็นเมตตาบารมี ). บทตั้งเป็นพระสาริบุตร แสดงว่าการตรัสรู้ มีได้ด้วยจิตและด้วยญาณ เป็นต้น. บทตั้งเป็นพระพุทธภาษิต แสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แล้วแสดงความแตกฉาน ๔ อย่างโดยละเอียด. บทตั้งเป็นพระพุทธภาษิตแสดงความจริงคืออริยสัจจ์ ๔ ประการพร้อมด้วยคำอธิบายโดยละเอียด. แสดงการโต้ตอบระหว่างพระผู้มีพระภาคกับพระสาริบุตรเรื่องคุณธรรมของภิกษุ.

ถามว่า มีสัญญาอะไร จึงไม่รับรู้รูป เป็นต้นนั้น. ตอบเป็นใจความว่า มีสัญญาในอากาศ, ในวิญญาณ, ในความไม่มีอะไร ( เข้าอรูปฌานที่ ๑ ถึง ๓ ) ก็ไม่ต้องรับรู้รูป เสียง เป็นต้นได้. ( ข้อ ความในพระสูตรนี้ น่าพิจารณามาก พระอานนท์สรรเสริญพระพุทธเจ้าว่าในที่แออัดด้วยกามคุณ ๕ แต่พระพุทธเจ้าก็หาช่องว่างได้ โดยไม่ ต้องรับรู้กามคุณ ๕ คือมีให้รู้ให้เห็น แต่ก็ไม่รู้ไม่เห็น โดยวิธีเข้าอรูปฌานที่ ๑ ถึง ๓ ก็เป็นอันตัดความสนใจในอารมณ์ที่เป็นรูปทั้งหมดได้ ). คนไม่มีศรัทธา, ไม่กตัญญู, ตัดช่อง ( เข้าขโมย ), มีโอกาศอันถูกขจัด, หมดหวัง, ผู้นั้นเป็นบุรุษผู้สูงสุด.

อุ ค ฆ ฏิ ตั ญ ญู มี ความ หมาย ตรง กับ ลักษณะ ของ บุคคล ประเภท ใด

ภาวะ หนึ่ง เดียว . ภาวะ ต่าง หลาก หลาย . ฃยา โท สสฺส วีตโ ทสตุ ตา -.. ฃยา โม หสฺส วีตโ มหตุ ตา. ส งฺคณฺ หน ตุถํ “สงฺ ขา รนฺติ อวตุ วา “กฌฺ จิ ธมฺม นฺติ วุตุ ติ.

รักษาสิ่ง เดียว คือประกอบด้วยจิตมีสติเป็นเครื่องรักษา. มีอปัสเสนะ ( พนักพิง ) ๔ คือ พิจารณาแล้วเสพ, พิจารณาแล้วอดทน, พิจารณาแล้วเว้น, พิจารณาแล้วบรรเทา. มีการยึดถือความเจริญ เฉพาะอย่างอันนำออกแล้ว ( เช่น ไม่ยึดถือว่าโลกเที่ยง เป็นต้น ) ๖. มีการแสวงหาอันสละ แล้วด้วยดี ( เช่นละการแสวงหากาม ) ๗.

ขอ สมัคร ดับ ไม่ เห ลิอ แห่ง ตัว กู-ของ กู เป็น พระ นิพพาน. ในการดำเนินการก่อสร้าง โดย ประสงค์ ธาราไชย อดีตนายก วสท. องคของพระพุทธเจา คือพระอานนท เปนอารมณกรรมฐานมี ๓ คือ ๑. ( พึงสังเกตุว่า ธรรมอันเป็นเหตุ เป็นธรรมในหมวด ๒, ธรรมอันมีเหตุ ก็เป็นธรรมในหมวด ๒ ). คือธรรมที่เป็นนิยยานิกะ ( นำออกจากทุกข์ ) คู่กับธรรมที่เป็นอนิยยานิกะ ( ไม่นำออกจากทุกข์ ).

0 พุทฺธ คุณ าติ จ อตฺถ โต พุ ทุ โ! ธ เอว ตถาคต สฺส โส เอตํ วา สิฏฺฮ อธิ วจนํ ธมฺม กา โย อิติ’ ปีติ ว จน โต. “ธ มุ’ โม หิ วา เส ฏ ฮา เส ฏฺโฮ ซ เนต สฺมิ ทิฏฺ เฮ เจ ว อภิ สมุป ราย ณฺจ . นิพฺ พา นาย โท สสฺส นิพฺ พา นาย โม หสฺส นิพฺ พา นาย… อนตฺ ตฏฺ เฮ นา ติ การก เวท กสงฺ ขา เต น อตฺต นา ร หิตฏฺ เฮ น.

อุ ค ฆ ฏิ ตั ญ ญู มี ความ หมาย ตรง กับ ลักษณะ ของ บุคคล ประเภท ใด

อภพฺ โพ ทิฏฺฮิ ส มฺปนฺ โน ปุด คโล อนนฺ ตริ ยก มฺมํ กา ตุ๊. อภพฺ โพ ทิฏฺฮิ ส มฺปนฺ โน ปุด คโล กฌฺจิ ธมฺมํ อตฺต โต อุป คนฺ ตุ๊. ภิกฺฃ เว สติ, อตฺ ตา เม ติ อสุ สา ติ, เอวํ ภนฺเ ต. ป ณฺณเ ปติ; อยํ วุจฺจ ติ เส ปิย สตฺ ถา สมฺ มาส มฺพุทฺ โ ธ. กัน มาก ประเด็น ที่ ถก เถียง กัน ก็มีห ลาก หลาย เช่น .

คือความเกิด ความแก่ ความตาย ก็จะไม่เกิดพระตถาตคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลก และพระธรรมวินัยที่พระตถาคตประกาศดีแล้ว ก็จะไม่รุ่งเรืองใน โลก. ว่า ความตรึกซึ่งเกิดจากความดำริ มีนามรูปเป็น อารมณ์, ต่างกันในธาตุทั้งหลาย, มีผัสสะเป็นเหตุเกิด, มีเวทนาเป็นที่ประชุมลง, มีสมาธิเป็นประมุข, มีสติเป็นใหญ่ มีบุญเป็นส่วนยอดเยี่ยม, มีความหลุดพ้นเป็นแก่นสาร, มีอมตะเป็นที่หยั่งลง. ตรัส ขอให้รอก่อน เธอกราบ ทูลถึง ๓ ครั้ง ก็ตรัสอนุญาต แต่เมื่อไปบำเพ็ญเพียร ก็ถูกอกุศลวิตกครอบงำ พระผู้มีพระภาคจึงตรัสสอนเรื่องธรรมอันเป็นที่อาศัยของธรรม ที่เป็นฝ่ายให้ตรัสรู้. แมสัตวเดียรัจฉานในชนบทนั้น ก็ประกอบมนสิการในสติปฏฐาน ดังที่กลาวมาแลวนี้ เพราะฉะนั้น พระผูมีพระภาคเจา เมื่อจะทรงยัง ความเจริญในสติปฏฐานนั้นเองใหเกิดแกเขาเหลานั้น จึงไดตรัสพระสูตร นี้ไว. เพราะอาศัยกุศลธรรม อัพยากติธรรมย่อมเกิดขึ้น เพราะเครื่องสนับสนุนที่เป็นเหตุ คือเพราะอาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นกุศล รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐานย่อมเกิดขึ้น .

อุ ค ฆ ฏิ ตั ญ ญู มี ความ หมาย ตรง กับ ลักษณะ ของ บุคคล ประเภท ใด

ร่าเริงอะไรหรือหรือชื่นใจอะไรกัน ในเมื่อโลกลุกเป็นไฟอยู่เป็นนิตย์ ท่านทั้งหลายถูกความมืดห่อหุ้มแล้ว ไฉน จึงไม่แสวงหาดวงประทีป. ไม่พึงมองดูความผิดพลาดของคนอื่น หรือมองดูสิ่งที่เขาทำหรือมิได้ทำ พึงมองดูแต่สิ่งที่ตนทำแล้ว หรือยัง มิได้ทำเท่านั้น. อนึ่ง เพื่อช่วยความจำ ขอกล่าวถึงรายละเอียดของฝ่ายผิด ๑๐ ข้อไว้ในที่นี้อีกครั้งหนึ่ง คือเห็นผิด, ดำริผิด, เจรจาผิด, กระทำผิด, เลี้ยงชีวิตผิด, พยายามผิด, ระลึกผิด, ตั้งใจมั่นผิด, รู้ผิด, พ้นผิด.

close
Scroll to Top