พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล

พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล

“อย่าเลย อานนท์ เธออย่าวิงวอนตถาคตเลย บัดนี้ มิใช่เวลาอันควรที่เธอจะวิงวอนตถาคตเสียแล้ว” แม้พระบรมศาสดาจะตรัสห้ามเช่นนั้นแล้ว พระอานนท์ก็ยังได้ทูลวิงวอนอยู่อีกถึง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง พระองค์จึงตรัสว่า “อานนท์ เธอยังเชื่อปัญญา ความตรัสรู้ของตถาคตอยู่หรือ ?” “เชื่อพระเจ้าข้า ข้าพระองค์เชื่อมั่นในความตรัสรู้ของพระองค์” “ก็เมื่อเธอเชื่อมั่นเช่นนั้น ไฉนเธอจึงมาแค่น จึงได้วิงวอนตถาคต ซึ่งห้ามเธออยู่ถึง ๓ ครั้งเล่า ?” “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยข้าพระองค์ได้สดับรับรู้มาจากพระองค์ว่า อานนท์ ในวาระทั้ง ๑๖ ครั้งนั้น เป็นกาลที่ควรจะอารธนา วิงวอนตถาคต อานนท์ก็ไม่รู้ ไม่อารธนา ไม่วิงวอน หากใน ๑๖ ครั้งนั้น อานนท์จะพึงอาราธนาวิงวอนตถาคต ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ตถาคตก็พึงห้ามเสีย ๒ ครั้ง แล้วในครั้งที่ ๓ ตถาคตก็จะรับอารธนาของอานนท์ เพราะอานนท์ไม่รู้ ไม่อาราธนา ไม่วิงวอนปล่อยให้ล่วงเลยเวลาอันควรมา นั่นเป็นความผิดพลาดของอานนท์ผู้เดียว

พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล
พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล

เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย” พระองค์ตรัสห้ามว่า “อย่าเลยอานนท์ ท่านอย่าได้อ้อนวอนตถาคตเลย บัดนี้ มิใช่จะเป็นกาลที่วิงวอนเสียแล้ว เพราะเราได้รับการอาราธนาเพื่อปลงสังขารเสียแล้ว

ภรรยาของปิปผลิมาณพมีนามว่าอย่างไร ? ยโสธรา ข. กีสาโคตมี ง.

นิมิตโอภาส ในเมืองราชคฤห์ มี ๑๐ ตำบล ในเมืองเวสาลี มี ๖ ตำบล อภิญญาเทสิตธรรม พระพุทธองค์ทรงแสดงที่ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน อภิญญาเทสิตธรรม ประกอบด้วยหลักธรรม ๓๗ประการ ได้แก่ สติปัฏฐาน ๔ สัมมัปปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรค ๘๙ พระพุทธองค์ทรงทอดพระเนตรเมืองเวสาลีเป็นครั้งสุดท้าย ที่เรียกว่านาคาวโลก นั้น หมายความว่า ทรงทอดพระเนตรแบบ มองอย่างช้างเหลียวหลัง

พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล
พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล

แทน ปัจจุบันชาวพุทธนิยมเรียก พระโคตมพุทธเจ้า ว่า พระพุทธเจ้า เหตุที่ทำให้ต้องเรียกพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันโดยออกชื่อนามโคตร (ชื่อสกุล) นั้น เพราะว่าในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาถือว่าพระพุทธเจ้า หรือผู้รู้แจ้งโลกทั้งปวงเองนั้น เคยมีมาแล้วในอดีตนับประมาณไม่ได้ การเรียกโดยระบุนามโคตรของพระองค์ จึงเป็นการเจาะจงว่า หมายเฉพาะพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ (พระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบันซึ่งกำเนิดในโคตมโคตร) เท่านั้น โดยตามคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาทและฝ่ายมหายาน นับถือตรงกันว่า พระโคตมพุทธเจ้า ทรงดำรงพระชนมชีพอยู่ระหว่าง ๘๐ ปีก่อนพุทธศักราช จนถึงเริ่มพุทธศักราชซึ่งเป็นวันปรินิพพาน ตรงกับ ๕๔๓ ปีก่อนคริสตกาลตามตำราไทยซึ่งอ้างอิงปฏิทินสุริยคติไทยและปฏิทินจันทรคติไทย และตรงกับ ๔๘๓ ปีก่อนคริสตกาลตามปฏิทินสากล

พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล
พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล

งานฉลองในโอกาสพิเศษ พุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ การเวียนเทียน วันหยุดราชการของประเทศไทย กำหนดวันที่แน่นอน วันสิ้นปี (31 ธันวาคม)

ธรรมโอสถ

เล่มเพิ่งผ่านข้ามไป ครั้นพระอานนท์ไปตักน้ำที่ขุ่นข้นได้กลับกลายเป็นน้ำใสสะอาดปราศจากมลทิน ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่พระบรมศาสดาทรงขอน้ำเสวยในขณะเดินทางยังไม่ถึงที่พัก ระพุทธเจ้าทรงเสด็จพระพุทธดำเนินผ่านข้ามแม่น้ำกกุธานทุนีพระอานนท์ทูลเชิญให้เสวยและสรงชำระพระกายที่ตรากตรำมาในระยะทาง แล้วเสด็จขึ้นมาประทับยังร่มไม้และเสด็จบรรทม ลำดับต่อมาพระบรมศาสดาทรงเสด็จพระพุทธดำเนินต่อพร้มด้วยพระภิกษุสงฆ์ทรงเสด็จดำเนินข้ามแม่น้ำหิรัญวดี

พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล
พระพุทธเจ้า ทรง ทำ นิมิต โอภาส ทั้งหมด กี่ ตำบล

ปฐมยาม ทรงบรรลุ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ คือ การระลึกชาติในอดีต ทั้งของตนเองและผู้อื่นได้ มัชฌิมยาม ทรงบรรลุ จุตูปปาตญาณ คือ การรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย รุ่งปัจฉิมยาม ทรงบรรลุ อาสวักขยญาณ คือ รู้วิธีกำจัดกิเลส (มาร) ด้วยอริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์จึงพบกับความสุขสว่างอย่างแท้จริง ซึ่งเรียกกันว่าทรงตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นศาสดาเอกในโลก ตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ณ พุทธคยา กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ ขณะมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา เสวยวิมุตติสุข

  • อุปติสสมาณพ
  • ภาพนี้เป็นตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะโคตมะมีพระชนมายุ ๗ ปี พระราชบิดาตรัสให้ขุดสระโบกขรณี ๓ สระ ภายในพระราชนิเวศน์ ให้เป็นที่สำราญพระทัยพระโอรส สระโบกขรณี คือ สระที่ปลูกดอกบัวไว้ในสระ แล้วพระราชทานเครื่องทรง คือ จันทน์สำหรับทาผ้าโพกพระเศียร ฉลองพระองค์ผ้าทรงสะพัก พระภูษาทั้งหมดเป็นของมีชื่อมาจากเมืองกาสีทั้งนั้น
  • ลุมพินีวัน เป็นสวนที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ภายใต้ต้นสาละใหญ่
  • ภิกษุผู้ได้รับยกย่องว่า เป็นนวกัมมัฏฐายี คือ พระโมคคัลลานะ
  • จริต สติ ปัญญา การสั่งสม ตลอดจนแนวการปฏิบัติ ฯ.

สัปดาห์ที่ 6 เสด็จจากต้นอชปาลนิโครธมาประทับนั่งสมาธิภายใต้ต้นมุจลินท์ ซึ่งขณะนั้นมีเมฆฝน ดำใหญ่ก่อตัว พระยามุจลินทนาคราชได้ขดตัวล้อมรอบแผ่พังพานใหญ่เหนือพระเศียรของพระพุทธเจ้าด้วย หวังในใจว่า ความร้อน ฝน แดด ลมอย่าได้เบียดเบียนพระพุทธเจ้า พอเวลาผ่านไป 7 วัน มุจลินทนาคราช ได้แปลงกายเป็นมาณพหนุ่มกราบนมัสการเบื้องพระพักตร์พระพุทธเจ้า สัปดาห์ที่ 7 เสด็จจากต้นมุจลินท์เข้าไปยังต้นราชายตนะ ประทับนั่งบัลลังก์เดียว เสวยวิมุตติสุข อีก 7 วัน พอครบ 49 วัน ท้าวสักกะเทวราชได้นำผลสมอ อันเป็นสมุนไพรมาถวาย ในที่นี้ท้าวมหาราชทั้ง 4 ได้นำบาตรศิลามาถวาย และได้มีอุบาสกเกิดขึ้นคู่แรกของโลก คือ ตปุสสะ และภัลลิกะ เนื่องจากทั้งสองพี่น้องเป็นพ่อค้า ได้มาถวายข้าวสัตตุก้อนสัตตุผงแก่พระพุทธเจ้า และได้ปวารณาตนเองเป็นอุบาสกขอถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นสรณะ (สมัยนั้นยังไม่มีพระสงฆ์) ประวัติพระพุทธเจ้า ตอน ปฐมเทศนา ครั้นเมื่อผ่านไป 7 วัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าออกจากสมาธินั้นแล้ว เสด็จจากควงไม้ราชายตนะเข้าไปยังต้นอชปาลนิโครธนั้นอีก ทรงปริวิตกว่า

ในคืนนั้น ท่านได้เดินจงกรม กำหนดกายคตาสติ จนจวบปัจจุสมัยใกล้รุ่ง จึงลงจากที่จงกรม หมายใจจะหยุดนอนพักผ่อนในวิหารสักครู่ก่อน แต่พอเอนกายลงนอน ศีรษะยังไม่ทันถึงหมอนและเท้าทั้งสองยังไม่พ้นจากพื้น ก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ ในอรรถกถาคาถากล่าวไว้อีกนัยหนึ่งว่า พรหมสุทธาวาส องค์หนึ่งได้ไปประกาศในที่ประชุมสงฆ์สังคีติกาจารย์ว่า ท่านพระอานนท์ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้ยินว่า พระอานนท์เถระไม่เคยเหยียดหลังบนเตียงตลอด ๑๕ ปีจนปรินิพพาน. เมื่อท่านไปปรากฏตัวในสังฆสันนิบาตนั้นแล้ว ท่านพระมหากัสสปก็ปรึกษากับสงฆ์ทั้งปวงว่าจะสังคายนาอะไรก่อน ?

ในขณะเดินทางยังไม่ถึงที่พัก พระพุทธเจ้าทรงเสด็จพระพุทธดำเนินผ่านข้ามแม่น้ำกกุธานที พระอานนท์ทูลเชิญให้เสวย และสรงชำระพระกายที่ตรากตรำมาในระยะทาง แล้วเสด็จขึ้นมาประทับยังร่มไม้และเสด็จบรรทม ลำดับต่อมาพระบรมศาสดาทรงเสด็จพระพุทธดำเนินต่อพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์

Scroll to Top