สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์

สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์

แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการเกิดมะเร็ง วิทวัส จันทน์คราญ ภาควิชาพยาธิวิทยา ชั้น 6 อาคารเจ้าฟ้าเพชรรัตน วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า

สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์
สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์

อารีย์รัตน์ หนูนวล ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อธิบายความหมายและสาเหตุของการเกิด mutation ได้ อธิบายลักษณะของ mutation แต่ละชนิดได้

สารพันธุกรรม

สถานการณ์โควิดในอาเซียนเป็นอย่างไร ใครหนักสุด 30 กรกฎาคม 2021 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเกือบทุกคนในสัปดาห์เดียว 31 กรกฎาคม 2021 “ยังไม่ใช่เวลา” ถอดใจ นายกฯ ให้สัมภาษณ์ข้าราชการทำเนียบฯ

สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์
สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์

ข้อมูลสุขภาพที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้ เข้าสู่ระบบ

สรุป วัคซีนโควิด

โรคทางพันธุกรรม จากพ่อแม่สู่ลูกที่ต้องระวัง 06 พฤษภาคม 2564 [newline]หน้าฝนเฝ้าระวัง ไข้เลือดออกในเด็ก ไข้หวัดในเด็ก อย่าปล่อยให้เรื้อรัง วัยซนปลอดภัย ห่างไกลโรคหน้าฝน

สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์
สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์

ยีนที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้ ยีนที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมดีเอ็นเอ ตามปกติร่างกายจะมียีนที่เรียกว่า proto-oncogene ทําหน้าที่ในการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ แต่เมื่อใดก็ตามที่ยีนในกลุ่มนี้เกิดการกลายพันธุ์ จะทําให้กลายเป็นยีนที่สามารถก่อมะเร็ง โดยส่งผลให้เซลล์นั้นมีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่สามารถควบคุมได้และกลายเป็นมะเร็ง

ศบค ประกาศขยายล็อกดาวน์เพิ่มอีก 14 วัน ยกระดับ 16 จังหวัดใหม่เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม

ดร.ไรอัน จึงทดลองนำโปรตีนซิเกล็คหลากหลายชนิดมาลองจับกับ glycoRNAsดูบ้าง ปรากฏว่ามีโปรตีนซิเกล็คบางชนิดสามารถจับกับน้ำตาลบน glycoRNA ได้จริง ๆ ซึ่งโปรตีนซิเกล็คตัวนี้เคยถูกรายงานว่ามีความเกี่ยวข้องกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือโรคพุ่มพวงอย่างที่เราคุ้นหูกัน ซึ่งองค์ความรู้ในปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกหรือสาเหตุในระดับโมเลกุลที่แน่ชัดของการเกิดโรคต่าง ๆ อีกมากมาย รวมทั้งโรคแพ้ภูมิตัวเองด้วยที่ในวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังไม่เข้าใจ จึงยังหาวิธีรักษาหรือยาที่มีประสิทธิภาพไม่ได้ “ความรู้ใหม่นี้ อาจช่วยเติมเต็มภาพจิกซอว์เกี่ยวกับโรคนี้ได้ว่า glycoRNAs ที่นั่งอยู่บนพื้นผิวของเซลล์เพื่อจับกับโปรตีนซิเกล็คและส่งสัญญาณบอกเซลล์ภูมิคุ้มกันว่า นี่เป็นเป็นสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาโจมตีร่างกายหรือเป็นเซลล์ร่างกายตัวเอง ห้ามทำร้ายกันเอง” ดร.แคโรลินกล่าว สารชีวโมเลกุล 3 ประเภทที่พบบนพื้นผิวของเซลล์ คือ ไกลโคโปรตีน ไกลโคลิพิด และล่าสุดคือ ไกลโคอาร์เอ็นเอ ทำหน้าที่ช่วยในการสื่อสารระหว่างเซลล์ (ภาพ R. Flynn et al./Cell2021) ดร.ชณัท อ้นบางเขน

สืบค้นข้อมูลหนังสือ สืบค้นข้อมูล Ebooks สืบค้นข้อมูลงานวิจัยฯ สืบค้นข้อมูล Journal

ดีเอ็นเอเป็นสารพันธุกรรมที่สามารถพบได้ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ โดยมมีนิวเคลียสเป็นแหล่งดีเอ็นเอหลักของเซลล์ เรียกว่า ยีโนมิกดีเอ็นเอ นอกจากนี้ยังสามารถพบดีเอ็นเอได้ในออร์แกร์เนลล์ต่าง ๆ ที่อยู่ในไซโทพลาสซึมของเซลล์ โดยเซลล์พืชพบในคลอโรพลาสต์ และไมโทคอนเดรีย ส่วนเซลล์สัตว์จะพบในไมโทคอนเดรียเท่านั้น หน้าที่หลักของดีเอ็นเอ คือ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิต พัฒนาการและการทำงานของเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงการส่งผ่านข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับลักษณะของรุ่นพ่อแม่ไปสู่รุ่นลูก ซึ่งการเก็บข้อมูลของดีเอ็นเอเกิดขึ้นได้ โดยอาศัยการจัดเรียงลำดับของนิวคลีโอไทด์ที่มีไนโตรเจนเบสแตกต่างกันทำให้เกิดเป็นรหัสข้อมูลลักษณะสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกัน 64 แบบ กรดไรโบนิวคลีอิก หรืออาร์เอ็นเอ (ribonucleic acid ; RNA) อาร์เอ็นเอมีลักษณะเป็นกรดนิวคลีอิกกขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะเป็นสายพอลินิวคลีโอไทด์สายเดียวโดยในโมเลกุลของนิวคลีโอไทด์ จะประกอบด้วยส่วนประกอบ three ส่วน คือ ไนโตรเจนเบส น้ำตาลเพนโทส และหมู่ฟอสเฟต เหมือนกับดีเอ็นเอ แต่จะมีลักษณะที่แตกต่าจากดีเอ็นเอ คือ น้ำตาลเพนโทสในอาร์เอ็นเอจะเป็นน้ำตาลไรโบสในขณะที่ดีเอ็นเอจะเป็นน้ำตาลดีออกซีไรโบส ในอาร์เอ็นเอจะมีไนโตรเจนเบสเป็น ยูราซิล แทนไนโตรเจนเบส ไทมีน ในดีเอ็นเอ [newline]อาร์เอ็นเอเป็นสารพันธุกรรมที่สามารถพบได้ในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โดยอาจจะพบได้ในไซโทพลาซึมนิวเคลียส และในไมโทคอนเดรีย

สุขภาพดีกับรามาฯ อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่พัฒนากันขึ้นมานั้นมีหลากหลายชนิด บางชนิดเป็นองค์ความรู้เก่าที่เคยใช้ในการผลิตวัคซีนโรคอื่น ๆ และบางชนิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่เพิ่งนำมาใช้กันในครั้งนี้ วัคซีนแต่ละชนิดคืออะไร ต่างกันอย่างไร หมอจะอธิบายให้ฟังดังต่อไปนี้ 1.วัคซีนชนิดเชื้อเป็น แต่อ่อนฤทธิ์ (live-attenuated vaccine) เป็นการใช้เชื้อที่ปรับแต่งพันธุกรรมให้มีฤทธิ์อ่อนลงที่ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ แต่ไม่สามารถทำให้เกิดโควิด-19 ได้ เป็นวัคซีนที่มีการพัฒนาทั้งการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และให้วัคซีนผ่านทางจมูกเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเนื้อเยื่อบุต่าง ๆ 2.วัคซีนชนิดเชื้อตาย เป็นการผลิตโดยการเพาะเซลล์ไวรัสแล้วนำสารเคมีมาทำให้เชื้อตาย ภูมิคุ้มกันจะทำลายทั้งโปรตีนหนาม และส่วนอื่น ๆ ของไวรัส ส่วนมากมักฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ขณะนี้มีการพัฒนาในจีน อินเดีย และคาซัคสถาน 3.วัคซีนแบบใช้ไวรัสอื่นเป็นพาหะ เป็นการใช้ไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอื่น ๆ มาเป็นพาหะ โดยการนำสารพันธุกรรมที่ตัดต่อเอาเฉพาะส่วนที่จะถอดรหัสเป็นหนาม ของไวรัส SARS-CoV2 เข้าไปในเซลล์ของมนุษย์ เมื่อร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา ทำให้ร่างกายสามารถใช้ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายจดจำเอาไว้จากวัคซีนมาทำลายไวรัสที่เข้ามาสู่ร่างกายได้ ได้แก่ วัคซีนจากสหราชอาณาจักร ชื่อ AstraZeneca-Oxford และจากรัสเซีย ชื่อ Gamaleya

  • จำนวนคนเข้าใช้งาน
  • นิติพันธุศาสตร์และนิติเวชศาสตร์ เซลล์ของร่างกายมนุษย์ทั้งภายในนิวเคลียส การตรวจ Autosomal STR Typing
  • โรงพยาบาลในเครือ
  • การกระทำบริการพบแพทย์ผ่าน VDO call (Tele-Consultation)
  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์

สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์
สาร พันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ มี อยู่ ใน ส่วน ใด ของ เซลล์

ดีเอ็นเอของคนเรามีหน้าที่เก็บข้อมูลสำคัญที่มีหน้าที่ควบคุมกระบวนการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ให้อยู่ในระดับปกติ5,6อย่างไรก็ตาม DNA สามารถเกิดความผิดปกติได้หรือ เรียกว่า การกลายพันธุ์ 4,6,7การกลายพันธุ์นี้มีผลต่อการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของเซลล์ โดยอาจทำให้เซลล์แบ่งตัวมากขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้และสุดท้ายกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด6 การกลายพันธุ์ ในดีเอ็นเอสามารถเกิดได้หลากหลายรูปแบบ ดังนั้น คนไข้มะเร็งแต่ละคนนั้นจึงมีความแตกต่างเฉพาะตัว8,9 ถึงแม้ว่าคนไข้จะเป็นมะเร็งชนิดเดียวกันแต่ลักษณะการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเออาจต่างกันและนั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมคนไข้ที่เป็นมะเร็งชนิดเดียวกัน อาจจะได้รับยาที่แตกต่างกัน10-12 เพื่อตรวจหาลักษณะการกลายพันธุ์ของมะเร็งในคนไข้แต่ละรายแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างชื้นเนื้อมะเร็งหรือเลือด เพื่อส่งตรวจวินัจฉัยทางห้องปฏิบัติการ13 การที่เราทราบชนิดของการกลายพันธุ์ ของเซลล์มะเร็งแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันนี้ สามารถทำให้คนไข้และแพทย์ร่วมวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและจำเพาะกับคนไข้แต่ละราย8,9,15-17

close
Scroll to Top