คำราชาศัพท์มีความสำคัญต่อภาษาไทยสามข้อ คือ เป็นระเบียบแบบแผนที่ทำให้คนไทยใช้ถ้อยคำได้ตรงกับฐานะของบุคคลที่กล่าวถึง เป็นวัฒนธรรมของชาติที่สืบต่อกันมาเป็นเวลานาน และเป็นคลังคำที่รักษาคำภาษาบาลี สันสกฤต และเขมรไว้ในภาษาไทย ตามที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาอธิบายไว้ในบทความ ราชาศัพท์ คำแบบแผนที่สะท้อนวัฒนธรรมประจำชาติ ซึ่งเผยแพร่ในจดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ 9 ฉบับที่ 93 เดือนกุมภาพันธ์ 2542
ประเด็นสำคัญ
- ราชาศัพท์เป็นคำที่ใช้แก่พระมหากษัตริย์และเจ้านาย มีแบบแผนสืบต่อกันมาจนเป็นวัฒนธรรมของชาติ ตามคำอธิบายของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา
- พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 นิยามคำว่า ราชาศัพท์ ไว้สั้นมากว่า คำที่ใช้กราบบังคมทูล ส่วนตำราเรียนใช้ความหมายกว้างกว่านั้น
- คำราชาศัพท์ใช้ต่างกันตามลำดับชั้น เช่น คำว่า เดินทาง ใช้ว่า เสด็จพระราชดำเนิน กับชั้นสูง และใช้ว่า เสด็จ กับชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าลงมาจนถึงหม่อมเจ้า
- เอว ใช้ราชาศัพท์ว่า พระกฤษฎี บั้นพระองค์ หรือ พระกฏิ โดยคำว่า บั้นพระองค์ มีเก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานด้วย
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภาเผยแพร่ตารางคำกริยา 21 คู่ ที่ใช้คำราชาศัพท์คำเดียวกันกับเจ้านายทุกลำดับชั้น เช่น กิน ใช้ว่า เสวย และ ดู ใช้ว่า ทอดพระเนตร
- ข้อผิดที่พบบ่อยคือใช้ ทรง นำหน้าคำที่เป็นราชาศัพท์อยู่แล้ว เช่น ทรงเสวย ทรงประทับ ทรงประชวร ซึ่งหนังสือราชาศัพท์ของทางราชการระบุว่าใช้ไม่ได้
- หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดตัวชี้วัด ใช้คำราชาศัพท์ ไว้ในสาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
คำราชาศัพท์มีความสำคัญอย่างไรต่อภาษาไทย?
ถ้าเป็นคำถามในข้อสอบ คำตอบที่ตรงที่สุดคือ คำราชาศัพท์สำคัญเพราะเป็นแบบแผนการใช้ภาษาที่ทำให้ผู้พูดและผู้เขียนเลือกถ้อยคำได้เหมาะกับฐานะของบุคคลที่กล่าวถึง เป็นวัฒนธรรมประจำชาติอย่างหนึ่งที่สืบทอดกันมานาน และเป็นแหล่งรักษาคำภาษาบาลี สันสกฤต และเขมรไว้ในภาษาไทย
บทความของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาอธิบายว่า ราชาศัพท์หมายถึงคำที่ใช้กับพระราชาหรือกษัตริย์รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งมีระเบียบแบบแผนและธรรมเนียมประเพณีสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานจนกลายเป็นวัฒนธรรมของชาติอย่างหนึ่ง บทความเดียวกันยังระบุว่าปัญหาที่พบคือการใช้คำคลาดเคลื่อนไปจากระเบียบแบบแผน ทั้งจากการสร้างคำขึ้นเอง และการใช้ไม่ถูกตามชั้นอิสริยยศ
ความสำคัญข้อที่หนึ่ง รักษาระบบระดับภาษา
ภาษาไทยมีระดับภาษาตั้งแต่ภาษาปากไปจนถึงภาษาแบบแผน ราชาศัพท์เป็นชุดคำที่อยู่บนสุดของระบบนี้ การเรียนราชาศัพท์จึงเป็นการฝึกสังเกตว่าภาษาไทยเลือกคำตามความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังอย่างไร
ความสำคัญข้อที่สอง เก็บรักษาคำเก่า
หนังสือราชาศัพท์ที่สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดพิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นการพิมพ์ครั้งที่ 4 หนา 416 หน้า ระบุว่าคำที่ใช้เป็นราชาศัพท์ของไทยส่วนใหญ่มาจากภาษาบาลี สันสกฤต และเขมร
คำอย่าง พระเนตร พระกรรณ พระหัตถ์ และ พระบาท จึงเป็นหลักฐานของคำยืมชุดเก่าที่ยังมีที่ใช้อยู่ ถ้าไม่มีระบบราชาศัพท์ คำเหล่านี้จำนวนหนึ่งอาจเลิกใช้ไปแล้ว
ความสำคัญข้อที่สาม เป็นมารยาททางภาษา
การใช้คำผิดชั้นทำให้ข้อความเสียความหมายและเสียความเหมาะสมไปพร้อมกัน หนังสือราชาศัพท์ของทางราชการจึงจัดคำแยกเป็นหมวดและระบุกำกับไว้ทุกคำว่าใช้แก่ผู้ใด
คำราชาศัพท์คืออะไร และเกิดขึ้นในสมัยใด?
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้บทนิยามคำว่า ราชาศัพท์ ไว้สั้นที่สุดว่าเป็นคำนาม หมายถึง คำที่ใช้กราบบังคมทูล ส่วนหนังสือราชาศัพท์ของสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติอธิบายว่าตามที่เข้าใจกันทั่วไป ราชาศัพท์หมายถึงถ้อยคำจำพวกหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษ เป็นคำที่ใช้แก่พระมหากษัตริย์และเจ้านาย แต่ความหมายจริงกว้างกว่านั้น โดยอ้างตำราของพระยาศรีสุนทรโวหาร น้อย อาจารยางกูร ที่อธิบายว่าราชภาษาเป็นถ้อยคำที่ผู้ทำราชการพึงศึกษาจดจำไว้ใช้ให้ถูกในการกราบบังคมทูลพระกรุณาและในการเขียนหนังสือ
เรื่องจุดเริ่มต้น หนังสือเล่มเดียวกันอ้างพระนิพนธ์ สาส์นสมเด็จ เล่มที่ 23 ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าระเบียบราชาศัพท์เริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา และอ้างคำกล่าวของพลตรี หม่อมทวีวงศ์ถวัลยศักดิ์ ว่าราชาศัพท์ที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรฉบับแรกน่าจะเป็นกฎมณเฑียรบาลในรัชสมัยเดียวกัน
ที่น่าสนใจคือคำที่ภายหลังกลายเป็นราชาศัพท์ เช่น ทรง เสด็จ และ บังคม เคยใช้กับคนสามัญมาก่อน หนังสือราชาศัพท์ยกคำว่า ทรง จากศิลาจารึกหลักที่ 1 และคำว่า เสด็จ กับ บังคม จากจารึกวัดศรีชุม ซึ่งกำหนดอายุไว้ราวพุทธศักราช 1884 ถึง 1910
ลำดับชั้นการใช้ราชาศัพท์แบ่งอย่างไร?
หัวใจของเรื่องนี้คือคำสามัญคำเดียวอาจมีราชาศัพท์หลายคำ และต้องเลือกตามชั้นอิสริยยศ สำนักงานราชบัณฑิตยสภายกตัวอย่างคำว่า เดินทาง ว่าถ้าใช้แก่พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระยุพราช และพระราชวงศ์ชั้นสูงที่ระบุไว้ ต้องใช้ว่า เสด็จพระราชดำเนิน แต่ถ้าเป็นชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า จนถึงหม่อมเจ้า ซึ่งเป็นชั้นสุดท้ายที่ต้องใช้ราชาศัพท์ ให้ใช้ว่า เสด็จ
บทความเดียวกันยังอธิบายว่าที่เขียนว่า เสด็จพระราชดำเนินไป ได้ ทั้งที่คำแรกแปลว่า เดินทาง อยู่แล้ว เพราะคำกริยาที่ตามหลัง เช่น ไป มา กลับ ทำหน้าที่เป็นกริยาหลัก จึงใช้รูปคำสามัญ
| ลำดับชั้น | สรรพนามที่ผู้น้อยใช้เรียก | คำว่า เดินทาง | คำว่า ตาย | ที่มาที่เราตรวจ |
|---|---|---|---|---|
| พระมหากษัตริย์ | ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท | เสด็จพระราชดำเนิน | เสด็จสวรรคต, สวรรคต | หนังสือราชาศัพท์ 2555 และพจนานุกรม 2554 |
| สมเด็จพระบรมราชินี และพระบรมราชชนก พระบรมราชชนนี | ใต้ฝ่าละอองพระบาท | เสด็จพระราชดำเนิน | สวรรคต | หนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| สมเด็จพระยุพราช | ใต้ฝ่าละอองพระบาท | เสด็จพระราชดำเนิน | สวรรคต ตามหนังสือ 2555 ส่วนพจนานุกรม 2554 ระบุว่า ทิวงคต | หนังสือราชาศัพท์ 2555 และพจนานุกรม 2554 |
| สมเด็จเจ้าฟ้า และพระองค์เจ้า | ใต้ฝ่าพระบาท | เสด็จ | สิ้นพระชนม์ | หนังสือราชาศัพท์ 2555 และพจนานุกรม 2554 |
| หม่อมเจ้า | ฝ่าพระบาท | เสด็จ | ถึงชีพิตักษัย, สิ้นชีพิตักษัย | หนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| สมเด็จพระสังฆราช และพระภิกษุทั่วไป | ผู้น้อยแทนตัวว่า ข้าพระพุทธเจ้า หรือ เกล้ากระหม่อม | ตำราจัดคำสำหรับพระสงฆ์ไว้เป็นชุดต่างหาก | สิ้นพระชนม์ สำหรับสมเด็จพระสังฆราช และ มรณภาพ สำหรับพระภิกษุทั่วไป | หนังสือราชาศัพท์ 2555 และพจนานุกรม 2554 |
ช่องคำว่า ตาย ของสมเด็จพระยุพราชมีสองแหล่งที่ไม่ตรงกัน หนังสือราชาศัพท์ พ.ศ. 2555 ซึ่งใหม่กว่า จัดสมเด็จพระยุพราชไว้ในกลุ่มที่ใช้ว่า สวรรคต ส่วนพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 อธิบายคำว่า ทิวงคต ว่าใช้แก่สมเด็จพระยุพราช หรือเจ้าฟ้าซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเฉลิมพระยศเป็นพิเศษ เมื่อต้องใช้จริงจึงควรยึดประกาศของทางราชการในกรณีนั้น
คำสรรพนามบุรุษที่หนึ่งก็แยกตามชั้นเช่นกัน ผู้น้อยใช้ว่า ข้าพระพุทธเจ้า และใช้ว่า เกล้ากระหม่อม สำหรับผู้ชาย กับ เกล้ากระหม่อมฉัน สำหรับผู้หญิง ตามกรณีที่หนังสือราชาศัพท์ระบุไว้
คำสำหรับพระสงฆ์เป็นอีกชุดหนึ่งที่หนังสือเล่มเดียวกันเก็บไว้ เช่น ฉัน คือ กิน หรือ ดื่ม จำวัด คือ นอนหลับ อาพาธ คือ เจ็บป่วย อาราธนา คือ ขอให้พระสงฆ์ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง อุปสมบท คือ บวชเป็นพระภิกษุ และ บรรพชา คือ บวชเป็นสามเณร
ราชาศัพท์หมวดร่างกายมีคำใดบ้าง และเอวใช้ว่าอะไร?
คำถามที่ค้นกันมากที่สุดในหมวดนี้คือ เอว ใช้ราชาศัพท์ว่าอะไร คำตอบคือ พระกฤษฎี บั้นพระองค์ หรือ พระกฏิ ตามหนังสือราชาศัพท์ พ.ศ. 2555 ซึ่งให้ความหมายไว้ว่า สะเอว เอว และคำว่า บั้นพระองค์ นี้มีเก็บไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ด้วย โดยระบุวงเล็บว่า ราชา และให้ความหมายว่า บั้นเอว ใครที่กำลังสับสนเรื่องคำเกี่ยวกับเอวในภาษาสามัญ อ่านเพิ่มได้ที่ เท้าเอวหรือท้าวเอว เขียนอย่างไรถูก
หนังสือราชาศัพท์เรียงคำหมวดร่างกายจากเบื้องบนลงไปเบื้องล่าง เริ่มจากศีรษะ แขน มือ แล้วจึงลงไปถึงเท้า ตารางด้านล่างเลือกคำที่ออกสอบบ่อยมาเทียบ โดยระบุว่าคำนั้นเราตรวจจากเอกสารเล่มใด
| คำสามัญ | คำราชาศัพท์ | หมายเหตุการใช้ | ที่มาที่เราตรวจ |
|---|---|---|---|
| หัว, ศีรษะ | พระเศียร | คำว่า พระเจ้า ใช้หมายถึงศีรษะของพระมหากษัตริย์ | พจนานุกรม 2554 และหนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| ผม | พระเกศา, พระเกศ, พระศก | เส้นผมของพระมหากษัตริย์ใช้ว่า เส้นพระเจ้า | หนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| ดวงตา | พระเนตร, พระนัยนะ, พระจักษุ | น้ำตาใช้ว่า น้ำพระเนตร หรือ พระอัสสุชล | หนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| จมูก | พระนาสิก, พระนาสา | สันจมูกใช้ว่า สันพระนาสิก | พจนานุกรม 2554 และหนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| แก้ม | พระปราง | กระพุ้งแก้มใช้ว่า พระกำโบล | พจนานุกรม 2554 และหนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| ปาก | พระโอษฐ์ | ริมฝีปากใช้ว่า ริมพระโอษฐ์ | พจนานุกรม 2554 ที่คำว่า โอษฐ์ |
| ฟัน | พระทนต์ | เขี้ยวใช้ว่า พระทาฐะ เหงือกใช้ว่า พระทันตมังสะ | พจนานุกรม 2554 และหนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| หู, ใบหู | พระกรรณ | ช่องหูใช้ว่า ช่องพระโสต | พจนานุกรม 2554 และหนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| ดวงหน้า | พระพักตร์ | ผิวหน้าใช้ว่า ผิวพระพักตร์ หรือ พระราศี | พจนานุกรม 2554 และหนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| คอ | พระศอ | ลำคอใช้ว่า ลำพระศอ ลูกกระเดือกใช้ว่า พระกัณฐมณี | พจนานุกรม 2554 และหนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| มือ | พระหัตถ์ | ฝ่ามือใช้ว่า ฝ่าพระหัตถ์ นิ้วมือใช้ว่า พระองคุลี | หนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| ท้อง | พระอุทร | สะดือใช้ว่า พระนาภี และใช้เมื่อกล่าวถึงอาการเกี่ยวกับท้อง | หนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| เอว, สะเอว | พระกฤษฎี, บั้นพระองค์, พระกฏิ | บั้นพระองค์ มีวงเล็บกำกับว่า ราชา ในพจนานุกรม | หนังสือราชาศัพท์ 2555 และพจนานุกรม 2554 |
| เข่า | พระชานุ | แข้งใช้ว่า พระชงฆ์ น่องใช้ว่า หลังพระชงฆ์ | พจนานุกรม 2554 และหนังสือราชาศัพท์ 2555 |
| เท้า | พระบาท | ฝ่าเท้าใช้ว่า ฝ่าพระบาท ส้นเท้าใช้ว่า ส้นพระบาท | พจนานุกรม 2554 และหนังสือราชาศัพท์ 2555 |
นิ้วมือแต่ละนิ้วมีชื่อเฉพาะที่พจนานุกรมเก็บไว้ที่คำว่า นิ้ว คือ พระอังคุฐ พระดัชนี พระมัชฌิมา พระอนามิกา และ พระกนิษฐา เรียงจากนิ้วหัวแม่มือไปถึงนิ้วก้อย

ราชาศัพท์หมวดกริยาที่ใช้บ่อยมีคำว่าอะไรบ้าง?
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาเผยแพร่ตารางคำกริยาไว้ชุดหนึ่งบนเว็บไซต์ โดยระบุว่าเป็นคำที่ใช้ราชาศัพท์คำเดียวกันกับทุกลำดับชั้น ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ลงมาจนถึงหม่อมเจ้า จึงเหมาะกับการท่องเป็นชุดแรก ตารางนี้มี 21 คู่คำ
| คำสามัญ | คำราชาศัพท์ | คำสามัญ | คำราชาศัพท์ |
|---|---|---|---|
| กิน | เสวย | ดู | ทอดพระเนตร |
| นั่ง | ประทับ | อาบน้ำ | สรงน้ำ, สรง |
| กราบ | ทรงกราบ | คุกเข่า | คุกพระชงฆ์ |
| เจิม | ทรงเจิม | ชอบ, รัก, เอ็นดู | โปรด |
| แปรงฟัน | ชำระพระทนต์, แปรงพระทนต์ | ยืน | ทรงยืน |
| ระลึกถึง | ทรงระลึกถึง | รับศีล, ถือศีล | ทรงศีล |
| เรียน, เขียน, อ่าน | ทรงพระอักษร | เล่าเรียน | ทรงเล่าเรียน |
| ล้างหน้า | สรงพระพักตร์ | ล้างมือ | ชำระพระหัตถ์ |
| ล้างเท้า | ชำระพระบาท | ศึกษา | ทรงศึกษา |
| แล่นเรือใบ | ทรงเรือใบ | สบาย | ทรงพระสำราญ |
| สุขสบาย | ทรงพระเกษมสำราญ |
คำกริยาอีกกลุ่มหนึ่งแยกตามชั้นบุคคล หนังสือราชาศัพท์ยกตัวอย่างคำว่า สั่ง ซึ่งใช้ว่า มีพระบรมราชโองการ สำหรับพระมหากษัตริย์ ใช้ว่า มีพระราชเสาวนีย์ สำหรับสมเด็จพระบรมราชินี ใช้ว่า มีพระราชบัณฑูร สำหรับสมเด็จพระยุพราช และใช้ว่า มีพระดำรัสสั่ง สำหรับชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าและพระองค์เจ้า
สิ่งที่ควรจำคู่กันคือคำว่า ทรง ซึ่งพจนานุกรมอธิบายไว้ว่าในราชาศัพท์มีความหมายว่า ขี่ หรือ ถือ เป็นต้น ตามเนื้อความของคำที่ตามหลัง เช่น ทรงม้า แปลว่า ขี่ม้า
คำราชาศัพท์หมวดเครือญาติและสิ่งของใช้อย่างไร?
หมวดเครือญาติเป็นหมวดที่ตำราเรียกว่า ขัตติยตระกูล ซึ่งหนังสือราชาศัพท์อธิบายว่าหมายถึงพระมหากษัตริย์ เจ้านายทุกชั้น หม่อมราชวงศ์ หม่อมหลวง ตลอดจนผู้ที่ใช้ราชสกุลโดยกำเนิด
| คำราชาศัพท์ | ความหมาย | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| พระราชชนนี, พระราชมารดา | แม่ของพระมหากษัตริย์ และเจ้านายชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า | ถ้าได้รับสถาปนาพระอิสริยยศสูงใช้ว่า สมเด็จพระบรมราชชนนี |
| พระเชษฐา, พระเชษฐภาดา | พี่ชายของเจ้านาย | พี่ชายของพระมหากษัตริย์ที่เป็นพระองค์เจ้าใช้ว่า พระเจ้าพี่ยาเธอ |
| พระราชโอรส | ลูกชายของพระมหากษัตริย์ | ลูกสาวใช้ว่า พระราชธิดา หรือ พระราชบุตรี |
| พระสสุระ, พระสัสสุระ | พ่อสามี พ่อตา | แม่สามีและแม่ยายใช้ว่า พระสัสสุ |
| พระชามาดา | ลูกเขยของพระมหากษัตริย์ถึงพระองค์เจ้า | ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นชายใช้ว่า พระภาดา |
หมวดสิ่งของใช้หลักคล้ายกัน เครื่องแต่งกายใช้ว่า ฉลองพระองค์ สำหรับพระมหากษัตริย์ถึงพระองค์เจ้า และใช้ว่า ฉลององค์ สำหรับหม่อมเจ้า ผ้านุ่งใช้ว่า พระภูษา ในชั้นสูง และใช้ว่า ผ้าทรง สำหรับหม่อมเจ้า ส่วนแว่นตาใช้ว่า ฉลองพระเนตร พัดใช้ว่า พระพัชนี และหวีใช้ว่า พระสาง
คำกลุ่มนี้มีกติกาหนึ่งที่นักเรียนมักพลาด คือถ้านามใดเป็นคำประสมที่มีคำ พระ ประกอบอยู่แล้ว ห้ามใช้คำ พระ นำหน้าซ้อนอีก หนังสือราชาศัพท์ยกตัวอย่างไว้ เช่น ธารพระกร ฉลองพระเนตร รองพระบาท พานพระศรี ตุ้มพระกรรณ และ บั้นพระองค์
นักเรียนใช้คำราชาศัพท์ผิดตรงไหนบ่อยที่สุด?
ข้อผิดที่พบมากที่สุดเกี่ยวกับคำว่า ทรง หนังสือราชาศัพท์วางกฎไว้เป็นข้อ ๆ และมีตัวอย่างกำกับชัดเจน สรุปได้ดังนี้
ห้ามใช้ ทรง นำหน้าคำที่เป็นราชาศัพท์อยู่แล้ว
คำว่า ประชวร เสวย และ ประทับ เป็นกริยาราชาศัพท์ในตัวเอง หนังสือระบุว่าจะใช้ ทรง นำหน้าให้เป็น ทรงประชวร ทรงเสวย ทรงประทับ ไม่ได้เป็นอันขาด
ห้ามใช้ ทรง นำหน้ากริยาที่มีนามราชาศัพท์ต่อท้าย
ตัวอย่างที่หนังสือยกไว้คือ ห้ามใช้ว่า ทรงมีพระมหากรุณา ทรงมีพระราชดำริ ทรงมีพระบรมราชโองการ ทรงเป็นพระราชโอรส และ ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท รูปที่ถูกคือ ทรงพระมหากรุณา หรือ มีพระมหากรุณา ทรงพระราชดำริ หรือ มีพระราชดำริ มีพระบรมราชโองการ เป็นพระราชโอรส และ ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท
ใช้ ทรง นำหน้ากริยาสามัญได้
เมื่อกริยานั้นเป็นคำสามัญ การเติม ทรง ทำให้เป็นราชาศัพท์ เช่น ทรงฟัง ทรงยินดี ทรงรับ และเมื่อนำหน้านามราชาศัพท์ก็ได้กริยาวลีราชาศัพท์ เช่น ทรงพระกรุณา
อย่าลืมดูบริบทของประโยค
สำนักงานราชบัณฑิตยสภาเตือนไว้ว่า แม้จะทราบแล้วว่าคำสามัญคำใดใช้ราชาศัพท์คำใด และใช้กับเจ้านายลำดับชั้นใด ยังต้องพิจารณาบริบทหรือข้อความแวดล้อมในประโยคด้วย เพื่อให้สื่อความหมายได้ถูกต้องและชัดเจน
หลักสูตรกำหนดให้เรียนชั้นไหน
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 ตัวชี้วัดข้อที่ 4 ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 คือ ใช้คำราชาศัพท์ โดยมีสาระการเรียนรู้แกนกลางระบุตรงตัวว่า คำราชาศัพท์ และในคำอธิบายคุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระบุว่าผู้เรียนต้องเข้าใจและใช้คำราชาศัพท์ คำบาลีสันสกฤต คำภาษาต่างประเทศอื่น ๆ คำทับศัพท์ และศัพท์บัญญัติในภาษาไทยได้ ส่วนช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ถึง 6 ระบุให้ใช้คำราชาศัพท์และคำสุภาพได้อย่างถูกต้อง
คำและกฎการใช้ในบทความนี้อ้างตามเอกสารที่ระบุไว้ท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบข้อมูล คำบางคำผูกกับพระอิสริยยศซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละรัชกาล ก่อนนำไปใช้ในหนังสือราชการหรืองานพิธี ควรตรวจสอบกับสำนักงานราชบัณฑิตยสภาอีกครั้ง
ถ้ากำลังทบทวนหลักภาษาไทยหมวดอื่นควบคู่กันไป ลองอ่านเรื่อง คำอุทานเสริมบทคืออะไร และวรรณคดีคำสอนอย่าง สุภาษิตพระร่วงสอนเรื่องอะไรบ้าง ต่อได้
คำถามที่พบบ่อย
คำราชาศัพท์มีความสำคัญอย่างไรต่อภาษาไทย?
สำคัญในฐานะแบบแผนที่ทำให้ใช้ถ้อยคำได้ตรงกับฐานะของบุคคลที่กล่าวถึง เป็นวัฒนธรรมของชาติที่สืบต่อกันมานาน และเป็นคลังที่รักษาคำบาลี สันสกฤต และเขมรไว้
คำราชาศัพท์หมายถึงอะไร?
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายว่า คำที่ใช้กราบบังคมทูล ส่วนตำราเรียนอธิบายกว้างกว่านั้นว่าเป็นถ้อยคำแบบแผนที่ใช้แก่พระมหากษัตริย์ เจ้านาย และพระสงฆ์
เอว ใช้ราชาศัพท์ว่าอะไร?
ใช้ว่า พระกฤษฎี บั้นพระองค์ หรือ พระกฏิ ตามหนังสือราชาศัพท์ พ.ศ. 2555 โดยคำว่า บั้นพระองค์ มีเก็บไว้ในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 พร้อมวงเล็บกำกับว่า ราชา
ตา หู จมูก ปาก ใช้ราชาศัพท์ว่าอะไร?
ดวงตาใช้ว่า พระเนตร พระนัยนะ หรือ พระจักษุ หูใช้ว่า พระกรรณ จมูกใช้ว่า พระนาสิก หรือ พระนาสา และปากใช้ว่า พระโอษฐ์
คำว่า ทรง ใช้อย่างไรจึงถูก?
ใช้นำหน้ากริยาสามัญให้เป็นราชาศัพท์ เช่น ทรงฟัง ทรงยินดี และใช้นำหน้านามราชาศัพท์ให้เป็นกริยาวลี เช่น ทรงพระกรุณา แต่ใช้นำหน้าคำที่เป็นกริยาราชาศัพท์อยู่แล้วไม่ได้
ทรงเสวย ทรงประทับ ทรงประชวร ใช้ได้หรือไม่?
ใช้ไม่ได้ หนังสือราชาศัพท์ของสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติระบุว่าจะใช้ ทรง นำหน้าคำเหล่านี้ไม่ได้เป็นอันขาด ให้ใช้ว่า เสวย ประทับ และ ประชวร ตามเดิม
ทรงมีพระราชดำริ ผิดตรงไหน?
ผิดเพราะใช้ ทรง นำหน้ากริยาที่มีนามราชาศัพท์ต่อท้าย รูปที่ถูกคือ ทรงพระราชดำริ หรือ มีพระราชดำริ เช่นเดียวกับ มีพระบรมราชโองการ
เสด็จ กับ เสด็จพระราชดำเนิน ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองคำแปลว่า เดินทาง แต่ เสด็จพระราชดำเนิน ใช้กับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ชั้นสูงที่ระบุไว้ ส่วน เสด็จ ใช้กับชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าลงมาจนถึงหม่อมเจ้า
ทำไมจึงเขียนว่า เสด็จพระราชดำเนินไป ทั้งที่แปลว่าเดินทางอยู่แล้ว?
เพราะเมื่อมีคำกริยาตามหลัง เช่น ไป มา หรือ กลับ คำที่ตามมานั้นทำหน้าที่เป็นกริยาหลัก จึงให้ใช้รูปคำสามัญ ส่วนคำข้างหน้าเป็นราชาศัพท์อยู่แล้ว
คำว่า ตาย ใช้ราชาศัพท์ว่าอะไรบ้าง?
ใช้ว่า สวรรคต สำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ชั้นสูงที่ระบุไว้ ใช้ว่า สิ้นพระชนม์ สำหรับชั้นเจ้าฟ้าและพระองค์เจ้า และใช้ว่า ถึงชีพิตักษัย สำหรับหม่อมเจ้า ส่วนคำว่า ทิวงคต พจนานุกรม พ.ศ. 2554 ระบุว่าใช้แก่สมเด็จพระยุพราชหรือเจ้าฟ้าที่ได้รับเฉลิมพระยศเป็นพิเศษ
คำที่ใช้กับพระสงฆ์นับเป็นราชาศัพท์ด้วยไหม?
ตำราไทยจัดคำสำหรับพระสงฆ์ไว้ในเรื่องเดียวกัน เช่น ฉัน คือ กิน จำวัด คือ นอน อาพาธ คือ เจ็บป่วย และ มรณภาพ คือ ตาย
หลักสูตรไทยสอนคำราชาศัพท์ในชั้นไหน?
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดตัวชี้วัด ใช้คำราชาศัพท์ ไว้ในสาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และระบุไว้ในคุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
วิธีทบทวนคำราชาศัพท์ให้จำได้จริง
วิธีที่ได้ผลกว่าการท่องเรียงคำคือจำเป็นหมวดและจำคู่กับคำสามัญเสมอ เริ่มจากหมวดร่างกายเรียงจากศีรษะลงมาถึงเท้า แล้วต่อด้วยตารางกริยา 21 คู่ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เพราะชุดนี้ใช้เหมือนกันทุกลำดับชั้น
จากนั้นจึงฝึกเรื่องลำดับชั้น โดยยึดคำว่า เดินทาง และคำว่า ตาย เป็นตัวตั้ง เพราะสองคำนี้แยกชั้นชัดที่สุด และถ้าต้องเขียนข้อความจริง ให้ตรวจคำกับพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ก่อนเสมอ
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภา: ราชาศัพท์ ตารางคำสามัญและราชาศัพท์ที่ใช้เหมือนกันทุกลำดับชั้น
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภา: ราชาศัพท์ คำแบบแผนที่สะท้อนวัฒนธรรมประจำชาติ จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ 9 ฉบับที่ 93 กุมภาพันธ์ 2542
- พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ฉบับออนไลน์ คำว่า ราชาศัพท์ บั้นพระองค์ เศียร กรรณ โอษฐ์ ทนต์ พักตร์ ชงฆ์ ปฤษฎางค์ บาท หทัย ขนง สวรรคต ทิวงคต สิ้นพระชนม์
- สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี: หนังสือราชาศัพท์ พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2555 ไฟล์ดิจิทัลจากคลังหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา
- หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 โรงเรียนเจียงทองพิทยาคม


