ล่าสุดคุณสมบัติ ที่ เด่น ชัด ควร แก่ การ สรรเสริญ ของ พระนาง มัลลิกา คือ...

คุณสมบัติ ที่ เด่น ชัด ควร แก่ การ สรรเสริญ ของ พระนาง มัลลิกา คือ ข้อ ใด

ต้องอ่าน

- Advertisement -

พระเถระทูลว่า ” ดีละ พระเจ้าข้า ” แล้วได้บอกตามรับสั่ง. พระศาสดาก็ทรงแสดงอภิธรรมโดยทำนองนั้นแล ตลอด ๓ เดือนนั้น. ที่เขานำมาแล้วเพื่อตน แก่พระอนิรุทธเถระผู้เข้าไปบิณฑบาตภายในบ้าน. นำพระมหาสัตว์นั้นไปสู่ภพนาค ทรงรับรองด้วยราชสมบัติกึ่งหนึ่ง. ก็ภิกษุเหล่านั้นเป็นพระขีณาสพหรือ ?

คุณสมบัติ ที่ เด่น ชัด ควร แก่ การ สรรเสริญ ของ พระนาง มัลลิกา คือ ข้อ ใด

“ดูก่อนน้องหญิง สมณพราหมณ์บางพวกสำเร็จความเป็นอยู่ด้วยมิจฉาชีพ ด้วยติรัจฉานวิชา คือวิชาดูดาวฤกษ์ สมณพราหมณ์เหล่านี้ เรียกว่าแหงนหน้าบริโภค.” “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นไปในฝ่ายแห่งการตรัสรู้มีอะไรบ้าง ? ธรรมที่เป็นใหญ่คือความเชื่อ (สัทธินทรีย์) เป็นธรรมที่เป็นไปในฝ่ายแห่งการตรัสรู้ ย่อมเป็นไปเพื่อความตรัสรู้ ธรรมที่เป็นใหญ่คือ ความเพียร (วิริยินทรีย์) ความระลึกได้ (สตินทรีย์) ความตั้งใจมั่น (สมาธินทรีย์) และปัญญา (ปัญญินทรีย์) เป็นธรรมที่เป็นไปในฝ่ายแห่งการตรัสรู้ ย่อมเป็นไปเป็นเพื่อความตรัสรู้๓.” “ถ้าไม่มีภิกษุสามเณร คนดูแลวัดหรืออุบาสก พึงวางเตียงไว้บนก้อนหิน ๔ ก้อน (เพื่อไม่ให้ปลวกขึ้น) แล้ววางเตียงซ้อนเตียง วางตั่งซ้อนตั่ง ทำเสนาสนะให้เป็นกองอยู่ข้างบน เก็บเครื่องใช้ที่ทำด้วยไม้ เครื่องใช้ที่ทำด้วยดิน ปิดประตูหน้าต่างแล้วจึงหลีกไป.” “ความบริสุทธิ์เพราะน้ำในแม่น้ำที่คนเป็นอันมากอาบนั้น ย่อมไม่มี ผู้ใดมีสัจจะ มีธรรมะ ผู้นั้นเป็นผู้สะอาด เป็นพราหมณ์.” อนุญาตให้ใช้เครื่องปูนอน สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายล้างเท้าแล้ว ก็ยังรังเกียจที่จะนอน. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเนื้อความนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.

นิทานชาดก 500 ชาติ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลตอบว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ใบประดู่ลายเล็กน้อยที่ทรงถือไว้ มีประมาณน้อย ที่แท้ใบที่อยู่บนต้นประดู่ลายมีมากกว่า.” “ผู้ใดจะเป็นอยู่ก็ไม่เดือดร้อน จะตายก็ไม่เศร้าโศก๒ ผู้นั้นเป็นผู้เห็นบท (แห่งธรรม) ย่อมไม่เศร้าโศก ในท่ามกลางแห่งความโศก. ภิกษุผู้ถอนความทะยานอยากในความมีความเป็นได้ มีจิตสงบ สิ้นการเวียนว่ายในชาติ (ความเกิด) ความเกิดอีกของเธอย่อมไม่มี.” ผู้ที่มัจจุราชมองไม่เห็น “บุคคลรู้กายนี้ว่า เป็นเสมือนฟองน้ำ๓ (คือแตกทำลายง่าย) รู้กายนี้ว่า มีธรรมดาเหมือนพยับแดด (คือมีลักษณะลวงตา) ตัดพวงดอกไม้ของพญามาร (คือความวนเวียนในภูมิทั้งสาม) พึงบรรลุสภาพที่พญามัจจุราชมองไม่เห็น.” หรือผู้นั้นเกิดความเห็นอย่างนี้ว่า “อัตตา (ตัวตน) ของเรา เป็นผู้พูด เป็นผู้รู้ ย่อมเสวยผลแห่งกรรมดี กรรมชั่ว ในที่นั้น ๆ อัตตา(ตัวตน)ของเรา นั้นแหละ เป็นของเที่ยง ยั่งยืน เป็นอย่างนั้น ไม่แปรผัน จักตั้งอยู่อย่างนั้น เสมอด้วยสิ่งซึ่งคงทนทั้งหลาย.” (๒) “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กำลังคือความเพียร เป็นไฉน? อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ ตั้งความเพียร เพื่อละอกุศลธรรม (ธรรมฝ่ายชั่ว) เพื่อทำให้กุศลธรรม (ธรรมฝ่ายดี) สมบูรณ์ เป็นผู้ลงแรงบากบั่นมั่น ไม่ทอดธุระในกุศลธรรม. นี้แล ภิกษุทั้งหลาย เรียกว่า กำลังคือความเพียร.” ดูก่อนอานนท์ ถ้าพระนางมหาปชาบดี โคตมี รับครุธรรม ๘ ประการเหล่านี้ได้ นั้นก็จงเป็นอุปสัมปทา (การบวช) ของพระนางเถิด.”

คุณสมบัติ ที่ เด่น ชัด ควร แก่ การ สรรเสริญ ของ พระนาง มัลลิกา คือ ข้อ ใด

และพระขีณาสพ ‘ บัณฑิตพึงทราบว่า ย่อมหวาดหวั่นฉันนั้นเหมือนกัน. ด้วยกำชับว่า ” เจ้าจงไป ฟังคำของพระสมณโคดมนั้นแล้วกลับมา.” พระเถระแล้ว รู้ว่า ” พวกตัวกัดกินเจ้าของเอง ” จึงหนีเข้าป่า.

เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี

อยู่ที่เขาคิชฌกูฏ ด้วยวิบาก [แห่งกรรม] ที่ยังเหลือ. พูดแล้ว ได้บอกว่า ” ผมเกิดความแค้นเคืองขึ้นเพราะเหตุนี้.” หม้อน้ำสำหรับดื่มและสำหรับใช้ ได้จุดไฟที่พระคันธกุฎีแล้ว. ท่านได้เหาะขึ้นไปในอากาศ จับสลากเป็นครั้งแรก๑ ดังนี้แล. เที่ยวไปข้างหลังอาตมภาพ.” ส่วนอาตมภาพไม่เห็น (สตรีนั้นเลย).

อาโห เป็นส่วนสูง ปริณาห เป็นส่วนกลม งามพร้อม ได้ส่วนสัด. จึงถือบาตรกลับวิหาร ปิดบาตรวางไว้ ณ ส่วนข้างหนึ่ง ปูจีวรนอนแล้ว. นางถวายบิณฑบาตด้วยการจับจ่ายทรัพย์ ๑๖ กหาปณะทุกวัน. เจกพุทธเจ้าทั้งหลายอยู่ ก็ได้พากันยังพันแห่งสาธุการให้เป็นไปเเล้ว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นานาสกา ตัดบทเป็น น อนาสกา.

คุณสมบัติ ที่ เด่น ชัด ควร แก่ การ สรรเสริญ ของ พระนาง มัลลิกา คือ ข้อ ใด

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์ของผู้ตั้งสติ มีสัมปชัญญะ ก้าวลงสู่ความหลับ ๕ ประการเหล่านี้แล.” “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โทษของภิกษุผู้กล่าวธรรมด้วยเสียงขับอันยาว ๕ ประการเหล่านี้แล.” “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเป็นใหญ่ (โดยคุณธรรม) ไม่มีใครครอบงำได้ (โดยคุณธรรม) รู้เห็นตามที่แท้จริง เป็นผู้มีอำนาจ (โดยคุณธรรม) ฉะนั้น จึงเรียกว่าตถาคต.” ภิกษุผู้มีกัลยาณศีล กัลยาณธรรม กัลยาณปัญญาดั่งนี้แล้ว ชื่อว่าเสร็จธุระ อยู่จบพรหมจรรย์ เราเรียกว่าอุดมบุรุษ.” “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มลทินภายใน อมิตรภายใน ศัตรูภายใน ผู้ฆ่าภายใน ข้าศึกภายใน ๓ ประการ ได้แก่ โลภะ ความโลภ โทสะ ความคิดประทุษร้าย โมหะ ความหลง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มลทินภายใน อมิตรภายใน ศัตรูภายใน ผู้ฆ่าภายใน ข้าศึกภายใน ๓ ประการเหล่านี้แล.”

กรมการศาสนา

พระอรหันต์เจริญอานาปานสติทำไม ? “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่าใด ที่เป็นพระอรหันต์ขีณาสพ๒.” อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว มีสิ่งควรทำอันได้ทำเสร็จแล้ว มีภาระอันวางแล้ว มีประโยชน์ส่วนตนอันได้บรรลุแล้ว สิ้นกิเลสเป็นเหตุมัดไว้ในภพแล้ว พ้นแล้วเพราะรู้โดยชอบ. อานาปานสติสมาธิ อันภิกษุเหล่านั้นเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน และเพื่อสติสัมปชัญญะ.” ผู้มีอายุ ธรรมทั้งปวง มีฉันทะ (ความพอใจ) เป็นมูล, มีการทำไว้ในใจเป็นแดนเกิด, มีผัสสะ(ความกระทบ) เป็นต้นเหตุให้เกิด, มีเวทนา(ความรู้สึกอารมณ์สุข ทุกข์ ไม่ทุกข์ไม่สุข) เป็นที่รวม, มีสมาธิเป็นประมุข, มีสติเป็นใหญ่, มีปัญญาเป็นยอดเยี่ยม, มีวิมุติ(ความหลุดพ้น) เป็นสาระ หยั่งลงสู่อมตะ มีนิพพานเป็นปริโยสาน” เมื่อถูกถามอย่างนี้ ท่านทั้งหลายพึงกล่าวตอบนักบวชผู้ถือลัทธิอื่นเหล่านั้น อย่างนี้แล.” ถ้าว่า พระอรหันต์มีอยู่ ขอเชิญให้ท่านผู้นั้นจงเหาะมาในอากาศ แล้วถือเอาบาตรไม้จันทร์แดงนี้ตามปรารถนา และข้าพเจ้าพร้อมด้วยบุตรภรรยาจะเคารพนบนอบยอมตนเป็นสาวก นับถือบูชาตลอดชีวิต หากภายใน ๗ วันนี้ ไม่มีผู้ใดที่ทรงคุณ เป็นพระอรหันต์ เหาะมาถือบาตรแล้ว เราจะถือว่า ในโลกนี้ ไม่มีพระอรหันต์ดังที่มหาชนกล่าวขวัญถึงเลย……

ฉัพพัคคีย์ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า ” สพฺเพ สนฺติ ” เป็นต้น. ฉัพพัคคีย์๑ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า “สพฺเพ ตสนฺติ” เป็นต้น. กรรมนั้น พวกเธอเป็นเด็กเลี้ยงโค ๗ คนทำไว้แล้วในกาลนั้น.”

คุณสมบัติ ที่ เด่น ชัด ควร แก่ การ สรรเสริญ ของ พระนาง มัลลิกา คือ ข้อ ใด

” ดังนี้แล้ว ก็ได้ให้กหาปณะ (แก่พวกโจร). จักบำรุง (ท่าน) ด้วยปัจจัย ๔, ” ทรงนิมนต์พระเถระแล้ว ก็เสด็จหลีกไป. มาก ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า ” สุขกามานิ ภูตานิ ” เป็นต้น.

  • ก็หม่อมฉันทำกรรมอะไรไว้ ?
  • แต่เมื่อทำบาปอยู่ จะชื่อว่า ไม่รู้ว่า ” เราทำบาป ” ย่อมไม่มี.
  • ห้ามเหยียบเสนาสนะทั้งที่เท้าเปียก สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายเหยียบเสนาสนะ (ที่อยู่อาศัย) ด้วยเท้าที่เปียก.
  • ในกาลจบเทศนา พราหมณ์ตั้งอยู่แล้วในโสดาปัตติผล ดังนี้แล.
  • พระองค์ตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใส่รองเท้า ไม่พึงเหยียบเสนาสนะ ผู้ใดเหยียบ ผู้นั้นต้องอาบัติทุกกฏ.”

ดวงตาเห็นธรรมอันปราศจากธุลีมลทินว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา” ดังนี้ ได้เกิดขึ้นแก่สุปพุทธะ ผู้เป็นโรคเรื้อน ณ ที่นั่งนั้นเอง เสมือนหนึ่งผ้าอันบริสุทธิ์ ปราศจากจุดด่างพร้อย ควรรับน้ำย้อมด้วยดีฉะนั้น. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงพิจารณาดูบริษัททั้งปวงโดยรอบคอบ ว่าใครในที่ประชุมนี้จะควรรู้แจ้งธรรมะ ก็ได้ทรงเห็นสุปพุทธะผู้เป็นโรคเรื้อน ผู้นั่งอยู่ในบริษัทนั้น ครั้นทรงเห็นแล้ว จึงทรงพระดำริว่า สุทปพุทธะผู้นี้ ควรรู้แจ้งธรรมได้ จึงทรงปรารภสุปพุทธะผู้เป็นโรคเรื้อน แสดงอนุบุพพิกถา (ถ้อยคำที่กล่าวตามลำดับ) คือทรงประกาศกล่าว ว่าด้วยทาน, ศีล, โทษ ความต่ำทราม ความเศร้าหมอง ของกาม และอานิสงส์ (ผลดี) ในการออกบวช. ไม่โศกในท่ามกลางแห่งความโศก สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ เวฬุวนาราม อันเป็นที่ให้เหยื่อแก่กระแต. เมื่อพระนางมหาปชาบดี โคตมี เห็นว่า พระผู้มีพระภาคไม่ทรงอนุญาตอนาคาริยบรรพชาในพระธรรมวินัย ซึ่งพระตถาคตเจ้าประกาศแล้วแก่มาตุคาม ก็ระทมทุกข์เสียพระทัย มีพระพักตร์นองด้วยน้ำพระเนตร ทรงกันแสง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณ (คือดำเนินเวียนขวา) แล้วเสด็จหลีกไป. ลักษณะแห่งที่สุดทุกข์ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนารามของอนาถปิฎฑิกคฤหบดี ใกล้กรุงสาวัตถี.

แม่ทั้งหลาย ใคร ๆ ก็ไม่อาจทำเขาไว้ในอำนาจได้. ผู้นั่งนิ่งเทียว ดื่มข้าวต้ม เคี้ยวของควรเคี้ยว บริโภคภัต. อยู่เทียว ด้วยคิดว่า ” จักเรียนต่อไป ” จึงตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล. นั้นแล้ว ในวันรุ่งขึ้น จึงตระเตรียม (ทาน) แล้ว ด้วยประการฉะนี้. เทศนาได้มีประโยชน์แม้เเก่ชนทั้งหลายผู้ประชุมกัน ดังนี้แล.

- Advertisement -
- โฆษณา -

บทความล่าสุด