บทความแนะนำสังคังอาการเป็นยังไง แยกจากเกลื้อนและผื่นอื่นที่ขาหนีบ

สังคังอาการเป็นยังไง แยกจากเกลื้อนและผื่นอื่นที่ขาหนีบ

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: สังคังคือโรคกลากที่ขาหนีบ ผื่นมักเป็นวงที่ขอบนูนแดงมีขุย ส่วนตรงกลางราบลงในขณะที่ขอบขยายออกเรื่อย ๆ และคันมากเวลาอับชื้น แนวทางของสถาบันโรคผิวหนังให้ทายาต้านเชื้อราที่ผิวหนังทั่วไปนาน 2 ถึง 4 สัปดาห์ ไม่ใช่หยุดเมื่อหายคัน ส่วนครีมที่มีสเตียรอยด์ผสมอยู่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผื่นเปลี่ยนหน้าตาและลุกลาม

สังคังมีอาการเป็นผื่นคันที่ขาหนีบ ต้นขาด้านในและก้น ลักษณะเด่นคือเป็นวงที่ขอบนูนแดงและมีขุย ส่วนตรงกลางวงมักราบลงหรือดูจางกว่าขอบ แนวทางการดูแลรักษาโรค Superficial Fungal Infection ของสถาบันโรคผิวหนังอธิบายผื่นกลากแบบนี้ว่าเป็นวงกลมหรือวงแหวนมีขุย อาจพบตุ่มน้ำใสที่ขอบ ตรงกลางวงราบลงได้ในขณะที่ขอบขยายออกเรื่อย ๆ ส่วนคู่มือบัญชียาหลักแห่งชาติสรุปสั้นกว่าว่าผื่นกลากคือผื่นคันที่มีขุยบริเวณขอบ และผิวหนังตรงกลางมักปกติ

ประเด็นสำคัญ

  • สังคังคือชื่อเรียกโรคกลากที่เกิดบริเวณขาหนีบ ชื่อทางการแพทย์คือ Tinea cruris อยู่ในกลุ่มเดียวกับกลากตามตัวและกลากที่เท้า
  • จุดสังเกตที่ตรงที่สุดคือขอบผื่น ขอบนูนแดงมีขุยและขยายออก ส่วนกลางวงราบหรือจางกว่า
  • เกลื้อนเกิดจากยีสต์กลุ่ม Malassezia ผื่นเป็นดวงราบ ขุยบาง มักไม่คัน และสถาบันโรคผิวหนังระบุว่าส่องด้วย Wood light แล้วเรืองแสงสีเหลืองทองได้ในบางราย
  • สถาบันโรคผิวหนังให้ทายากลากที่ผิวหนังทั่วไปนาน 2 ถึง 4 สัปดาห์ ส่วนฝ่ามือ ฝ่าเท้าและหนังศีรษะอย่างน้อย 6 ถึง 8 สัปดาห์
  • คู่มือบัญชียาหลักแห่งชาติกำหนดให้ทายาเลยขอบผื่นออกมาไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร เพราะเชื้ออยู่เลยรอยที่ตาเห็น
  • กรมการแพทย์แถลงเมื่อ 22 กันยายน 2568 ว่ากลากดื้อยามีสาเหตุหนึ่งจากการทายาที่ผสมสเตียรอยด์ร่วมกับยาต้านเชื้อรา และจากการหยุดยาเร็วเกินไป

สังคังคืออะไร และอาการเป็นยังไง?

สังคังคือโรคกลากที่เกิดบริเวณขาหนีบ แนวทางของสถาบันโรคผิวหนังจัดกลากที่ผิวหนังเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด แล้วแยกชื่อตามตำแหน่ง คือลำตัวเรียก Tinea corporis ขาหนีบเรียก Tinea cruris และเท้าเรียก Tinea pedis เชื้อต้นเหตุคือเชื้อรากลุ่ม dermatophyte ซึ่งก่อโรคเฉพาะส่วนของผิวหนังที่สร้างเคราติน จึงเกิดได้ที่ผิวหนังชั้นขี้ไคล เส้นผมและเล็บเท่านั้น

บทความเรื่องโรคผิวหนังจากเชื้อราที่พบบ่อย ของ ภก.ดร.วิรัตน์ ทองรอด คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่เผยแพร่โดยเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ระบุว่าโรคผิวหนังจากเชื้อราเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด ราวร้อยละ 20 ถึง 25 ของประชากรโลกเคยเป็น และพบชุกในเขตร้อนชื้นแบบบ้านเรา บทความเดียวกันอธิบายสังคังว่าเกิดจากเชื้อรากลุ่ม Trichophyton มักพบในเพศชายตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยทำงาน ผื่นมีขอบสีชมพูแดงชัดเจน มีตุ่มที่ขอบ และลามออกได้

DermNet แหล่งอ้างอิงโรคผิวหนังของนิวซีแลนด์ ฉบับปรับปรุงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2021 ระบุสัดส่วนผู้ป่วยชายต่อหญิงราว 3 ต่อ 1 เชื้อที่พบบ่อยคือ Trichophyton rubrum และ Epidermophyton floccosum และระบุว่าผื่นมักเริ่มข้างเดียวแล้วกลายเป็นสองข้างแบบไม่สมมาตร โดยมักเว้นบริเวณอวัยวะเพศไว้

ความเห็นของเราคือ ถ้าจะจำอะไรเพียงอย่างเดียว ให้จำที่ขอบ ขอบคือแนวที่เชื้อกำลังเดินหน้า ตรงกลางคือที่ที่เชื้อผ่านไปแล้ว ผื่นที่แดงเรียบเท่ากันทั้งแผ่น มักต้องคิดถึงโรคอื่นก่อน

นิยาม: กลาก (dermatophytosis) คือโรคติดเชื้อราในกลุ่ม dermatophyte ซึ่งย่อยเคราตินเป็นอาหาร จึงก่อโรคได้เฉพาะที่ผิวหนังชั้นขี้ไคล เส้นผมและเล็บ ส่วนสังคัง (Tinea cruris) คือชื่อเรียกโรคกลากเมื่อเกิดที่ขาหนีบและผิวหนังรอบข้าง ไม่ใช่คนละโรคกับกลากตามตัว แต่เป็นเชื้อกลุ่มเดียวกันที่มาลงคนละตำแหน่ง

สังคังกับเกลื้อนต่างกันยังไง?

ต่างกันตั้งแต่ตัวเชื้อ แนวทางของสถาบันโรคผิวหนังระบุว่าเกลื้อน หรือ Pityriasis versicolor เกิดจากยีสต์ Malassezia furfur ซึ่งอาศัยอยู่บนหนังกำพร้าเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนสังคังเกิดจากเชื้อ dermatophyte ที่เป็นเชื้อก่อโรคจากภายนอก เมื่อต้นเหตุต่างกัน ยาและระยะเวลารักษาจึงต่างกันด้วย

หน้าตาผื่นก็ต่างชัด เกลื้อนเป็นดวงสีขาว น้ำตาล ดำหรือแดง ขอบเขตชัดเจนและมีขุยบาง ๆ พบบ่อยที่ลำตัว ต้นแขนและต้นขา ส่องด้วย Wood light บางรายจะเรืองแสงสีเหลืองทอง บทความของเภสัชกรรมสมาคมฯ เพิ่มว่าเกลื้อนโดยทั่วไปไม่คัน ตรงข้ามกับสังคังที่อาการเด่นคือคันมาก และระบุตรง ๆ ว่าโรคเกลื้อนเป็นโรคที่ไม่ติดต่อกัน

ผลตรวจในห้องปฏิบัติการก็แยกได้ในวันเดียว แนวทางของสถาบันโรคผิวหนังระบุว่าการขูดขุยย้อมด้วยโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ความเข้มข้น 10 เปอร์เซ็นต์ ในผื่นเกลื้อนจะพบสายราสั้นขาดเป็นท่อนร่วมกับเซลล์ยีสต์ที่กำลังแตกหน่อ ส่วนผื่นกลากจะพบสายราแตกแขนงที่มีผนังกั้น อีกจุดที่เข้าใจผิดบ่อยคือหลังรักษาเกลื้อนหายแล้วรอยด่างยังอยู่ต่อ บทความเดียวกันระบุว่าต้องใช้เวลาอีกราว 1 ถึง 2 เดือนกว่าสีผิวจะกลับเป็นปกติ

ผื่นที่ขาหนีบแบบไหนไม่ใช่สังคัง?

ขาหนีบเป็นบริเวณอับชื้น จึงมีหลายโรคที่ขึ้นตรงนี้แล้วหน้าตาคล้ายกัน DermNet ระบุโรคที่ต้องแยกจากสังคังไว้สี่กลุ่มหลัก คือผื่นแคนดิดาในซอกพับ อีริทราสมา สะเก็ดเงินชนิดซอกพับ และผื่นผิวหนังอักเสบชนิดเซบเดิร์ม

ภาวะต้นเหตุลักษณะผื่นตำแหน่งที่พบบ่อยจุดแยกที่ใช้ได้จริง
สังคัง (Tinea cruris)เชื้อรา dermatophyteวงขอบนูนแดงมีขุย ตรงกลางราบหรือจางขาหนีบ ต้นขาด้านใน ก้นขูดขุยย้อม KOH พบสายราแตกแขนงมีผนังกั้น
เกลื้อน (Pityriasis versicolor)ยีสต์ Malassezia furfurดวงราบสีขาว น้ำตาล ดำหรือแดง ขุยบาง มักไม่คันลำตัว ต้นแขน ต้นขาWood light เรืองแสงสีเหลืองทองในบางราย
ผื่นแคนดิดาในซอกพับเชื้อรา Candida albicansผื่นแดงแฉะ ผิวเปื่อยลอก มีตุ่มแดงหรือตุ่มหนองรอบขอบผื่นขาหนีบ รักแร้ ใต้ราวนม โดยเฉพาะคนอ้วนมีตุ่มบริวารรอบผื่น และ KOH พบยีสต์แตกหน่อกับสายราเทียม
อีริทราสมา (Erythrasma)แบคทีเรีย Corynebacterium minutissimumปื้นสีชมพูหรือน้ำตาลขอบเขตชัด ขุยละเอียด คันเล็กน้อยขาหนีบ รักแร้ ซอกนิ้วเท้าWood light เรืองแสงสีแดงปะการัง และรักษาด้วยยาต้านแบคทีเรีย
สะเก็ดเงินชนิดซอกพับโรคอักเสบเรื้อรังของผิวหนังผื่นแดงขอบเขตชัด แต่มีขุยหรือสะเก็ดไม่มากเพราะบริเวณชุ่มชื้นขาหนีบ รักแร้ ใต้ราวนม อวัยวะเพศมักมีความผิดปกติของเล็บหรือรอยโรคสะเก็ดเงินที่อื่นร่วมด้วย
ผื่นผิวหนังอักเสบจากการระคายหรือแพ้สัมผัสสารเคมี ผงซักฟอก ยาง หรือความเสียดสีผื่นแดงคัน ขอบเขตตามรูปสิ่งที่สัมผัส ไม่มีขอบนูนที่ขยายออกแนวขอบกางเกงใน รอบเอว ขาหนีบดีขึ้นเมื่อเลิกสัมผัสต้นเหตุ และ KOH ไม่พบสายรา
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  กัปตันทีมเกษตรศาสตร์: ผู้นำทีมและบทบาทสำคัญ

ตารางนี้ใช้เป็นแผนที่ความคิดได้ แต่ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยด้วยตัวเอง เพราะ DermNet ระบุว่าอีริทราสมาอาจพบร่วมกับหรือถูกสับสนกับการติดเชื้อรา การขูดตรวจจึงเป็นทางเดียวที่ตัดข้อสงสัยได้จริง หากมีผื่นคันตามตัวร่วมด้วย อ่านเรื่อง อาการภูมิแพ้แบบต่าง ๆ ประกอบได้

อินโฟกราฟิกสรุป สังคังอาการเป็นยังไง แยกจากเกลื้อนและผื่นอื่นที่ขาหนีบ
สรุปเป็นภาพ: สังคังอาการเป็นยังไง แยกจากเกลื้อนและผื่นอื่นที่ขาหนีบ

สังคังติดต่อไหม และติดต่อทางใดได้บ้าง?

ติดต่อได้ ต่างจากเกลื้อนที่ไม่ติดต่อ DermNet ระบุเส้นทางหลักสองทาง ทางแรกคือการแพร่จากตำแหน่งอื่นของตัวเอง โดยเฉพาะเชื้อราที่เท้าซึ่งมีอยู่ก่อน แล้วถูกพาขึ้นมาที่ขาหนีบผ่านการเกาหรือการแต่งตัว ทางที่สองคือของใช้ที่ปนเปื้อน เช่น ผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอน

ข้อมูลนี้ตรงกับคำแนะนำของสถาบันโรคผิวหนังที่เผยแพร่ผ่านกระทรวงสาธารณสุขเมื่อ 22 กันยายน 2568 ซึ่งให้รักษาความสะอาดร่างกาย ไม่ใส่เสื้อผ้าอับชื้นซ้ำ และแยกของใช้ส่วนตัวอย่างผ้าเช็ดตัวและรองเท้า สองข้อหลังคือการตัดเส้นทางที่เชื้อใช้กลับมาหาเราและไปหาคนในบ้าน

คู่มือบัญชียาหลักแห่งชาติเพิ่มมุมที่คนมักลืม คือถ้าสืบพบแหล่งของเชื้อแล้วรักษาได้ จะลดอัตราการเป็นซ้ำ สำหรับสังคัง แหล่งที่ต้องสืบก่อนเสมอคือเท้าและเล็บเท้าของตัวเอง เพราะถ้ารักษาแต่ขาหนีบโดยปล่อยเท้าไว้ เชื้อก็ยังมีที่ตั้งหลักให้กลับมาใหม่ ส่วนปัจจัยเสี่ยงตามบทความของเภสัชกรรมสมาคมฯ ได้แก่ ความอับชื้น เหงื่อออกมาก เสื้อผ้าคับ ผู้ที่อ้วน เป็นเบาหวาน หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ

ทำไมยาทาที่ผสมสเตียรอยด์จึงทำให้สังคังแย่ลง?

เพราะสเตียรอยด์กดการอักเสบ ผื่นจึงดูดีขึ้นในไม่กี่วันทั้งที่เชื้อยังอยู่ เอกสารเรื่องการใช้ยาทาสเตียรอยด์อย่างปลอดภัย โดย ภก.ชวัลวิชญ์ เลิศตระการสกุล และ ภญ.นันทพร เล็กพิทยา งานเภสัชกรรมคลินิก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุหลักไว้สั้นที่สุดว่าไม่ใช้กับโรคผิวหนังที่มีการติดเชื้อ และให้ระวังยาความแรงสูงในบริเวณผิวบาง ซึ่งรวมถึงอวัยวะเพศและข้อพับ ขาหนีบจึงเข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อพร้อมกัน

ผลที่ตามมามีชื่อเฉพาะว่า tinea incognito DermNet อธิบายว่าเป็นการติดเชื้อราที่หน้าตาถูกเปลี่ยนไปด้วยการรักษาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่คือครีมสเตียรอยด์ ผื่นแบบนี้จะมีขอบไม่ชัด ขุยน้อยลง ตุ่มหนองมากขึ้น และกระจายกว้างขึ้น ที่สำคัญคือขุยที่น้อยลงทำให้ขูดตรวจได้ตัวอย่างไม่พอจนอ่านผลเป็นลบลวงได้

ฝั่งไทยพูดเรื่องนี้ชัดขึ้นในปี 2568 นายแพทย์สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่ากลากดื้อยามีลักษณะเป็นผื่นวงแดง ขอบนูน คัน มีขุยหรือมีขนาดใหญ่ สังเกตได้จากผื่นไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาทาหรือยารับประทานต่อเนื่องมากกว่า 2 ถึง 4 สัปดาห์ ลุกลามไปหลายตำแหน่ง เช่น ขาหนีบ ก้น ลำตัวและใบหน้า และมักเป็นผู้ที่เคยได้รับยาทาสเตียรอยด์มาก่อนโดยไม่ได้รับการวินิจฉัยเชื้อราที่แน่ชัด สาเหตุที่ระบุไว้คือการใช้ยาผิดวิธี เช่น ทายาที่ผสมสเตียรอยด์ร่วมกับยาต้านเชื้อรา การซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ และการหยุดยาเร็วเกินไป

นายแพทย์วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง อธิบายเพิ่มว่ากลากดื้อยาคือการติดเชื้อรากลากที่ไม่ตอบสนองต่อยาที่เคยได้ผลดีในอดีต และยกตัวอย่างเชื้อสายพันธุ์ Trichophyton indotineae ที่สารพันธุกรรมเปลี่ยนไปจนดื้อยา

สังคังต้องทายานานเท่าไหร่จึงจะหาย?

แนวทางของสถาบันโรคผิวหนังระบุระยะเวลาตามตำแหน่ง คือกลากที่ผิวหนังทั่วไปซึ่งรวมถึงขาหนีบ ให้ทายานาน 2 ถึง 4 สัปดาห์ ส่วนกลากที่หนังศีรษะ ฝ่ามือและฝ่าเท้า ต้องอย่างน้อย 6 ถึง 8 สัปดาห์ ยาทาที่ระบุไว้มีทั้งกลุ่มยาลอกขุยอย่างขี้ผึ้งวิตฟิลด์ กลุ่ม tolnaftate กลุ่มอิมิดาโซล เช่น clotrimazole, econazole, ketoconazole และ miconazole รวมถึงกลุ่มอัลลิลามีน

คู่มือการใช้ยาอย่างสมเหตุผลตามบัญชียาหลักแห่งชาติ ยาที่ใช้ทางโรคผิวหนัง ฉบับ Thai National Formulary 2015 ระบุว่ากลากผิวหนังเฉพาะที่ ยาที่ควรใช้เป็นอันดับแรกคือยาทากลุ่มเอโซล ให้ทาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หรือทาจนผื่นหายหมดแล้วทาต่ออีก 1 สัปดาห์ พร้อมกำหนดว่าการทาต้องเลยขอบผื่นออกมาไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร ส่วนบทความของเภสัชกรรมสมาคมฯ แนะนำให้ทากว้างกว่ารอยโรคราว 3 ถึง 4 เซนติเมตร เพราะบริเวณนั้นมีเชื้อแล้วแต่ยังไม่ปรากฏรอยโรค และให้ทาต่อหลังอาการดีขึ้นอีกราว 15 ถึง 30 วัน

เมื่อไหร่ที่ยาทาอย่างเดียวไม่พอ

แนวทางของสถาบันโรคผิวหนังระบุข้อบ่งชี้ของยารับประทานไว้สี่กลุ่ม คือกลากที่หนังศีรษะ เส้นผมและเล็บ กลากที่ผิวหนังบริเวณกว้าง ไม่ตอบสนองต่อยาทา เป็นเรื้อรังหรือกลับเป็นซ้ำบ่อย และรายที่มีโรคประจำตัวหรือได้รับยากดภูมิต้านทาน ยากลุ่มนี้มีข้อควรระวังเรื่องตับและปฏิกิริยาระหว่างยา การเลือกตัวยา ขนาดยาและระยะเวลาจึงเป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ใช่สิ่งที่ควรลอกจากบทความไปซื้อใช้เอง

ข่าวดีคือเมื่อรักษาถูกทาง โอกาสหายสูง DermNet ระบุว่าสังคังหายด้วยการรักษาที่เหมาะสมราวร้อยละ 80 ถึง 90 แต่ก็เตือนว่าการกลับเป็นซ้ำพบบ่อยหากไม่จัดการปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคตั้งแต่แรก

สังคังหายช้าหรือเป็นซ้ำเพราะอะไร และควรพบแพทย์เมื่อใด?

จากเอกสารที่เราเปิดอ่าน สาเหตุที่ทำให้สังคังหายช้าวนอยู่ห้าเรื่อง คือหยุดยาเร็วเกินไป เคยทาครีมที่มีสเตียรอยด์จนผื่นเปลี่ยนหน้าตา มีแหล่งเชื้ออื่นที่ยังไม่ถูกรักษาโดยเฉพาะเท้าและเล็บเท้า ปัจจัยความอับชื้นที่ยังเหมือนเดิม และเชื้อดื้อยาจริง สำหรับกรณีสุดท้าย นายแพทย์สุตศรัญย์ พรึงลำภู นายแพทย์เชี่ยวชาญ สถาบันโรคผิวหนัง ระบุว่าการรักษากลากดื้อยาขึ้นกับการวินิจฉัยที่ถูกต้องโดยแพทย์ผิวหนัง ซึ่งอาจต้องขูดตรวจเชื้อรา เพาะเชื้อ หรือส่งตรวจ PCR และส่วนมากต้องให้ยาต่อเนื่องนาน 4 ถึง 12 สัปดาห์หรือมากกว่า

สัญญาณที่ควรหยุดดูแลเองแล้วไปพบแพทย์

  • ใช้ยาต่อเนื่องเกิน 2 ถึง 4 สัปดาห์แล้วผื่นไม่ดีขึ้น: เป็นเกณฑ์ที่กรมการแพทย์ใช้สงสัยกลากดื้อยาโดยตรง
  • ผื่นลุกลามไปหลายตำแหน่ง: เช่น จากขาหนีบไปก้น ลำตัวและใบหน้า
  • เคยทาครีมที่มีสเตียรอยด์โดยไม่เคยขูดตรวจ: กลุ่มนี้ผื่นมักไม่ตรงตำรา และผลตรวจอาจเป็นลบลวง
  • เป็นเบาหวาน อ้วนมาก หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน: สถาบันโรคผิวหนังจัดกลุ่มนี้เป็นข้อบ่งชี้ให้พิจารณายารับประทานตั้งแต่ต้น
  • ผื่นแฉะ มีตุ่มหนอง หรือมีกลิ่น: ต้องแยกการติดเชื้อแคนดิดาและการติดเชื้อแบคทีเรียซ้อน
  • สงสัยว่าเป็นที่เล็บหรือหนังศีรษะร่วมด้วย: สองตำแหน่งนี้ยาทาอย่างเดียวไม่พอตามแนวทางข้างต้น

มีอีกกลุ่มที่รอไม่ได้ หากผิวหนังบริเวณนั้นบวมแดงร้อน ปวดมาก ลามเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงร่วมกับมีไข้ นั่นเข้าข่ายการติดเชื้อแบคทีเรียในชั้นผิวหนัง ซึ่งไม่ใช่สังคังแล้ว ข้อมูลของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลระบุให้ผู้ป่วยติดต่อแพทย์เพื่อรับการรักษาแบบเร่งด่วน โดยผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ถ้าอาการรุนแรงจนเดินทางเองไม่ไหว ให้โทร 1669 ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์รายงานเมื่อ 26 ธันวาคม 2566 ว่าเป็นสายด่วนของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตินอกสถานพยาบาล ก่อนไปโรงพยาบาล ควรเช็กก่อนว่าตัวเองใช้สิทธิใดได้ที่ไหน ดูวิธีได้ที่ วิธีเช็คสิทธิรักษาพยาบาลของตัวเอง

ตัวเลข ระยะเวลาและชื่อยาในบทความนี้คัดมาจากเอกสารในแหล่งอ้างอิง ตามที่ปรากฏ ณ วันตรวจสอบข้อมูล 19 กันยายน 2569 แนวทางการรักษาและรายการยามีการปรับปรุงเป็นระยะ ผู้อ่านควรยืนยันกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

สังคังอาการเป็นยังไง?

เป็นผื่นคันที่ขาหนีบ ต้นขาด้านในหรือก้น ลักษณะเป็นวงที่ขอบนูนแดงมีขุย ตรงกลางวงราบลงหรือจางกว่าขอบ และขอบจะค่อย ๆ ขยายออก ตามแนวทางของสถาบันโรคผิวหนัง

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  การ์ด วัน แม่ ภาษา อังกฤษ: คำอวยพรและข้อความน่ารัก ๆ สำหรับแม่

สังคังกับเกลื้อนต่างกันยังไง?

สังคังเกิดจากเชื้อรากลาก ผื่นขอบนูนมีขุยและคันมาก ส่วนเกลื้อนเกิดจากยีสต์ Malassezia furfur ผื่นเป็นดวงราบหลายสี ขุยบาง โดยทั่วไปไม่คัน และบางรายเรืองแสงสีเหลืองทองเมื่อส่องด้วย Wood light

สังคังติดต่อไหม?

ติดต่อได้ DermNet ระบุว่าเชื้อแพร่จากเชื้อราที่เท้าของตัวเองขึ้นมาที่ขาหนีบผ่านการเกาหรือการแต่งตัว และแพร่ผ่านของใช้ที่ปนเปื้อนอย่างผ้าเช็ดตัวและผ้าปูที่นอน ต่างจากเกลื้อนซึ่งไม่ติดต่อ

สังคังต้องทายานานแค่ไหน?

แนวทางของสถาบันโรคผิวหนังให้ทายากลากที่ผิวหนังทั่วไปนาน 2 ถึง 4 สัปดาห์ ส่วนคู่มือบัญชียาหลักแห่งชาติให้ทา 2 สัปดาห์ หรือทาจนผื่นหายหมดแล้วทาต่ออีก 1 สัปดาห์

ทายาเฉพาะตรงที่เห็นผื่นพอไหม?

ไม่พอ คู่มือบัญชียาหลักแห่งชาติกำหนดให้ทาเลยขอบผื่นออกมาไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร เพราะรอบขอบมีเชื้อราอยู่แล้วแต่ยังไม่แสดงรอยโรค

ใช้ครีมที่ผสมสเตียรอยด์กับสังคังได้ไหม?

ไม่ควร กรมการแพทย์ระบุเมื่อ 22 กันยายน 2568 ว่าการทายาที่ผสมสเตียรอยด์ร่วมกับยาต้านเชื้อราเป็นสาเหตุหนึ่งของกลากดื้อยา และเอกสารของโรงพยาบาลรามาธิบดีระบุว่าไม่ใช้ยาทาสเตียรอยด์กับโรคผิวหนังที่มีการติดเชื้อ

ทำไมทายาแล้วหายคันแต่ผื่นกลับมา?

เพราะอาการดีขึ้นก่อนที่เชื้อจะตายหมด บทความของเภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทยฯ แนะนำให้ทายาต่ออีกราว 15 ถึง 30 วันหลังอาการดีขึ้น รวมเวลารักษาประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างน้อย

สังคังหายเองได้ไหมถ้าไม่ทายา?

ไม่ควรรอ เพราะขอบผื่นขยายออกเรื่อย ๆ และลุกลามไปตำแหน่งอื่นได้ DermNet ระบุว่าเมื่อรักษาอย่างเหมาะสมผู้ป่วยหายได้ราวร้อยละ 80 ถึง 90 แต่กลับเป็นซ้ำได้บ่อยหากไม่แก้เรื่องความอับชื้น

กลากดื้อยาสังเกตอย่างไร?

กรมการแพทย์ให้สังเกตว่าผื่นไม่ดีขึ้นหลังใช้ยาทาหรือยารับประทานต่อเนื่องมากกว่า 2 ถึง 4 สัปดาห์ ลุกลามไปหลายตำแหน่ง และมักเกิดในผู้ที่เคยใช้ยาทาสเตียรอยด์มาก่อนโดยไม่ได้รับการวินิจฉัยเชื้อราที่ชัดเจน

ผู้หญิงเป็นสังคังได้ไหม?

ได้ แม้พบในผู้ชายมากกว่า DermNet ระบุสัดส่วนชายต่อหญิงราว 3 ต่อ 1 และบทความของเภสัชกรรมสมาคมฯ ระบุว่าพบบ่อยในเพศชายตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยทำงาน

กรณีไหนถือเป็นเรื่องฉุกเฉิน?

ถ้าผิวหนังบวมแดงร้อน ปวดมาก ลามเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงร่วมกับมีไข้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที เพราะเข้าข่ายการติดเชื้อแบคทีเรียในชั้นผิวหนัง หากเดินทางเองไม่ไหวให้โทรสายด่วน 1669

เริ่มจากทำให้ขาหนีบแห้งและทายาให้ครบกำหนด

สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้มีสองอย่าง อย่างแรกคือเช็ดขาหนีบให้แห้งสนิทก่อนสวมเสื้อผ้าทุกครั้ง เปลี่ยนชุดชั้นในเมื่อเหงื่อออก และเลิกใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับคนอื่น อย่างที่สองคือถ้าได้ยาทามาแล้ว ให้นับวันตามที่แพทย์หรือเภสัชกรสั่ง อย่าหยุดตอนหายคัน และทาเลยขอบผื่นออกมาตามที่คู่มือบัญชียาหลักแห่งชาติกำหนด

ถ้าครบกำหนดแล้วผื่นยังอยู่หรือขอบเริ่มขยาย ให้ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อขูดตรวจ แทนการเปลี่ยนยาทาหลอดใหม่ไปเรื่อย ๆ และถ้าเคยทาครีมที่ไม่แน่ใจส่วนผสม ให้เอาหลอดยาติดไปด้วย

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด