สังคมไทยเงินวิทยฐานะครูได้เดือนละเท่าไหร่ 4 ระดับ เกณฑ์ ว 9 และคุณสมบัติที่ต้องมี

เงินวิทยฐานะครูได้เดือนละเท่าไหร่ 4 ระดับ เกณฑ์ ว 9 และคุณสมบัติที่ต้องมี

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: เงินวิทยฐานะคือเงินรายเดือนที่จ่ายเพิ่มจากเงินเดือน ให้เฉพาะผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะแล้ว อัตราตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คือ 3,500 บาท 5,600 บาท 9,900 บาท และ 13,000 บาทกับ 15,600 บาท การจะได้มาต้องผ่านการประเมินตามหลักเกณฑ์ ว 9/2564 บนระบบ DPA

เงินวิทยฐานะของครูอยู่ที่ 3,500 บาทต่อเดือนสำหรับวิทยฐานะชำนาญการ 5,600 บาทสำหรับชำนาญการพิเศษ 9,900 บาทสำหรับเชี่ยวชาญ และ 13,000 บาทกับ 15,600 บาทสำหรับเชี่ยวชาญพิเศษ ตามอินโฟกราฟิกเรื่องการรับเงินวิทยฐานะที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เผยแพร่ ซึ่งอ้างบัญชีท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยจ่ายตามระเบียบ ก.ค.ศ. ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2550

ประเด็นสำคัญ

  • อัตราเงินวิทยฐานะ 4 ระดับคือ 3,500 บาท 5,600 บาท 9,900 บาท และ 13,000 บาท โดยบัญชีเดียวกันมีอัตรา 15,600 บาทสำหรับเชี่ยวชาญพิเศษอีกอัตรา
  • ครูที่ยังไม่มีวิทยฐานะและครูผู้ช่วยไม่ได้รับเงินก้อนนี้ เพราะกฎหมายผูกเงินไว้กับวิทยฐานะ ไม่ใช่กับอายุราชการ
  • เมื่อได้รับแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะ จะได้เลื่อนอันดับเงินเดือนด้วย ไล่จาก คศ. 2 ถึง คศ. 5 ตามระดับวิทยฐานะ
  • หลักเกณฑ์ที่ใช้อยู่คือ ว 9/2564 สำหรับตำแหน่งครู และ ว 10 ถึง ว 12/2564 สำหรับสายงานอื่น ใช้บังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564
  • คุณสมบัติหลักคือ ดำรงตำแหน่งหรือวิทยฐานะเดิมไม่น้อยกว่า 4 ปีติดต่อกัน มีผล PA ย้อนหลัง 3 รอบ รอบละไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 และวินัยสะอาด 4 ปี
  • หนังสือที่ 679 ลงวันที่ 28 เมษายน 2566 ปรับเกณฑ์ตัดสินด้านที่ 1 และ 2 เป็นต้องได้คะแนนจากกรรมการไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 คน ไม่ใช่ครบทุกคน
  • ได้วิทยฐานะแล้วยังต้องทำข้อตกลงพัฒนางานและถูกประเมินทุกปีงบประมาณ เพื่อคงวิทยฐานะตามมาตรา 55

เงินวิทยฐานะคืออะไร และจ่ายด้วยกฎหมายฉบับไหน?

เงินวิทยฐานะคือเงินรายเดือนที่รัฐจ่ายเพิ่มให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะ ฐานอำนาจอยู่ที่พระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ส่วนวิธีเบิกจ่ายอยู่ที่ระเบียบ ก.ค.ศ. พ.ศ. 2550 ตามที่หน้าคลังความรู้เรื่องเงินวิทยฐานะของสำนักงาน ก.ค.ศ. ระบุไว้

จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดคือคิดว่าเงินก้อนนี้มาพร้อมอายุราชการ ความจริงคือกฎหมายผูกเงินไว้กับวิทยฐานะ ซึ่งเป็นสถานะที่ต้องยื่นขอและผ่านการประเมิน ครูที่สอนมา 15 ปีแต่ไม่เคยยื่น ก็ไม่ได้รับเงินก้อนนี้แม้แต่บาทเดียว

นิยาม: วิทยฐานะ คือระดับความชำนาญหรือความเชี่ยวชาญในวิชาชีพที่ ก.ค.ศ. แต่งตั้งให้ตามผลการประเมิน ไม่ใช่ตำแหน่ง สายงานการสอนมี 4 วิทยฐานะเรียงจากล่างขึ้นบน คือ ครูชำนาญการ ครูชำนาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ และครูเชี่ยวชาญพิเศษ ย่อกันในวงราชการว่า ชก. ชพ. ชช. และ ชชพ. ตามลำดับ

อีกคำถามคือเงินวิทยฐานะถูกนับรวมเป็นเงินเดือนหรือไม่ คำตอบคือไม่ กฎหมายแยกสามก้อนไว้ตั้งแต่ชื่อพระราชบัญญัติ เงินเดือนเดินตามอันดับ คศ. และรอบเลื่อนเงินเดือนประจำปี ส่วนเงินวิทยฐานะเป็นอัตราคงที่ตามบัญชี ใครอยากเห็นภาพฝั่งเงินเดือน อ่านต่อได้ที่บทความขั้นเงินเดือนครูของเรา

วิทยฐานะมีกี่ระดับ และแต่ละระดับได้เดือนละเท่าไหร่?

สายงานการสอนมีวิทยฐานะ 4 ระดับ อัตราเงินในตารางมาจากอินโฟกราฟิกการรับเงินวิทยฐานะที่สำนักงาน ก.ค.ศ. เผยแพร่บน otepc.go.th ซึ่งอ้างบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ส่วนอันดับเงินเดือนและระยะเวลาขั้นต่ำ มาจากหลักเกณฑ์ฯ ตำแหน่งครู ฉบับรวมตามหนังสือที่ 1932 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567

วิทยฐานะอักษรย่อเงินวิทยฐานะต่อเดือนอันดับเงินเดือนเมื่อแต่งตั้งระยะเวลาขั้นต่ำก่อนยื่นคำขอคะแนนขั้นต่ำด้านที่ 1 และ 2
ครู (ยังไม่มีวิทยฐานะ)ครูไม่ได้รับไม่มีการแต่งตั้งตามวิทยฐานะต้องดำรงตำแหน่งครูให้ครบ 4 ปีก่อนยังไม่เข้าสู่การประเมิน
ครูชำนาญการชก.3,500 บาทคศ. 2ดำรงตำแหน่งครู 4 ปีติดต่อกันร้อยละ 65
ครูชำนาญการพิเศษชพ.5,600 บาทคศ. 3ดำรงวิทยฐานะชำนาญการ 4 ปีติดต่อกันร้อยละ 70
ครูเชี่ยวชาญชช.9,900 บาทคศ. 4ดำรงวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 4 ปีติดต่อกันร้อยละ 75
ครูเชี่ยวชาญพิเศษชชพ.13,000 บาท และ 15,600 บาทคศ. 5ดำรงวิทยฐานะเชี่ยวชาญ 4 ปีติดต่อกันร้อยละ 80
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ชมช่อง7 ออนไลน์ ดูสด ละคร ซีรีส์ ข่าวบันเทิง และรายการ

วิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษมีสองอัตราในบัญชีเดียวกัน คือ 13,000 บาทและ 15,600 บาท โดยอินโฟกราฟิกของสำนักงาน ก.ค.ศ. ใส่ดอกจันกำกับอัตรา 15,600 บาทว่ามีเงื่อนไขเพิ่มเติม ผู้ที่กำลังเข้าสู่วิทยฐานะนี้จึงควรถามกลุ่มบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่ก่อน

สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือผลทางการเงินของวิทยฐานะมีสองชั้น ชั้นแรกคือเงินวิทยฐานะที่เห็นเป็นตัวเลขตรง ๆ ชั้นที่สองคือการเลื่อนอันดับเงินเดือน เพราะหลักเกณฑ์กำหนดว่าเมื่อมีมติอนุมัติให้มีวิทยฐานะครูชำนาญการ ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 จะสั่งแต่งตั้งและให้ได้รับเงินเดือนอันดับ คศ. 2 และหากเงินเดือนถึงขั้นสูงของอันดับแล้ว ยังรับสูงกว่าขั้นสูงได้ตามกฎ ก.ค.ศ. ที่เกี่ยวข้อง

อินโฟกราฟิกสรุป เงินวิทยฐานะครูได้เดือนละเท่าไหร่ 4 ระดับ เกณฑ์ ว 9 และคุณสมบัติที่ต้องมี
สรุปเป็นภาพ: เงินวิทยฐานะครูได้เดือนละเท่าไหร่ 4 ระดับ เกณฑ์ ว 9 และคุณสมบัติที่ต้องมี

เงินวิทยฐานะกับเงินประจำตำแหน่งต่างกันอย่างไร?

ชื่อสองก้อนนี้ปรากฏคู่กันในชื่อพระราชบัญญัติ คนจึงมักคิดว่าเป็นก้อนเดียวกัน ความจริงคือฐานที่ใช้จ่ายต่างกัน เงินวิทยฐานะจ่ายเพราะผู้รับมีวิทยฐานะ ส่วนเงินประจำตำแหน่งจ่ายเพราะผู้รับดำรงตำแหน่งนั้น ครูผู้สอนที่ได้ชำนาญการพิเศษจึงได้เงินวิทยฐานะ แต่ไม่ได้เงินประจำตำแหน่งในฐานะผู้สอน ขณะที่ผู้บริหารสถานศึกษาอาจได้ทั้งสองทาง

ทั้งสองก้อนใช้ระเบียบเบิกจ่ายฉบับเดียวกันคือระเบียบ ก.ค.ศ. พ.ศ. 2550 เอกสารราชการจึงมักกล่าวถึงคู่กัน แต่อัตราเงินประจำตำแหน่งอยู่คนละบัญชี และผูกกับตำแหน่งบริหาร ไม่ใช่กับระดับความเชี่ยวชาญในการสอน

ความเห็นของเราคือ เวลาอ่านสลิปเงินเดือนควรแยกให้ออกว่ารายการไหนเป็นเงินเดือนตามอันดับ คศ. รายการไหนเป็นเงินวิทยฐานะ และรายการไหนเป็นเงินประจำตำแหน่ง เพราะเงินที่ผูกกับตำแหน่งจะหายไปพร้อมตำแหน่งเมื่อย้าย

ตำแหน่งไหนบ้างที่มีวิทยฐานะได้

อินโฟกราฟิกของสำนักงาน ก.ค.ศ. ระบุตำแหน่งที่มีวิทยฐานะตามมาตรา 39 ไว้ 4 กลุ่ม คือ ครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา แต่ช่วงวิทยฐานะของแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ครูและศึกษานิเทศก์มีได้ตั้งแต่ชำนาญการถึงเชี่ยวชาญพิเศษ ฝั่งผู้บริหารสถานศึกษา ผู้อำนวยการมีได้ตั้งแต่ชำนาญการพิเศษถึงเชี่ยวชาญพิเศษ และรองผู้อำนวยการตั้งแต่ชำนาญการถึงเชี่ยวชาญ

ผลในทางปฏิบัติคือเส้นทางเงินวิทยฐานะของแต่ละสายงานเริ่มไม่เท่ากัน ครูสายการสอนเริ่มที่ 3,500 บาท ขณะที่ผู้อำนวยการสถานศึกษาซึ่งเริ่มนับที่ชำนาญการพิเศษ จะเริ่มที่ 5,600 บาท

ส่วนบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) เช่น เจ้าหน้าที่ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ได้อยู่ในกลุ่มตำแหน่งที่มีวิทยฐานะตามมาตรา 39 และใช้ระบบเงินเดือนคนละชุด

ว 9 ว 10 ว 11 และ ว 12 คืออะไร ใครต้องใช้ฉบับไหน?

ตัวเลขหลัง ว คือเลขหนังสือเวียนของสำนักงาน ก.ค.ศ. ไม่ใช่ชื่อวิทยฐานะ หน้าบริการสารสนเทศเรื่องวิทยฐานะตามเกณฑ์ PA ของสำนักงาน ก.ค.ศ. แบ่งไว้ชัดเจนตามสายงาน ว 9/2564 ใช้กับสายงานการสอนตำแหน่งครู ว 10/2564 ใช้กับสายงานบริหารสถานศึกษา ว 11/2564 ใช้กับสายงานนิเทศการศึกษาตำแหน่งศึกษานิเทศก์ และ ว 12/2564 ใช้กับสายงานบริหารการศึกษา ทั้งสี่ฉบับลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564

หัวใจของหลักเกณฑ์ชุดนี้คือย้ายการประเมินจากแฟ้มเอกสารไปสู่ห้องเรียนจริง ผ่านข้อตกลงในการพัฒนางานหรือ PA ที่ครูทุกคนต้องทำกับผู้อำนวยการสถานศึกษาทุกปีงบประมาณ และย้ายการยื่นคำขอไปอยู่บนระบบประเมินวิทยฐานะดิจิทัลหรือ DPA

สิ่งที่คำตอบสั้น ๆ ตามเว็บทั่วไปมักตกหล่นคือ ว 9/2564 ถูกแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วหลายรอบ หน้าสรุปเส้นทางการแก้ไขหลักเกณฑ์ ว PA ของสำนักงาน ก.ค.ศ. ไล่ลำดับไว้ตั้งแต่หนังสือที่ 679/2566 ที่แก้เกณฑ์การตัดสิน ว 17/2567 ที่เพิ่มโปรแกรมตรวจความซ้ำซ้อนของผลงานทางวิชาการ ว 18/2567 ที่เพิ่มหมวด 7 และหมวด 8 เปิดทางให้ครูผู้มีผลงานนวัตกรรม ไปจนถึงหนังสือที่ 1222/2568 ที่กำหนดประเภทผลงานทางวิชาการให้เหลือสองประเภท คือรายงานการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมเชิงประจักษ์ และรายงานการวิจัย ใครอ่านแต่ฉบับปี 2564 จะเตรียมเอกสารตามเกณฑ์ที่ถูกแก้ไปแล้ว

ขอวิทยฐานะต้องใช้คุณสมบัติอะไรบ้าง?

หลักเกณฑ์ฉบับรวมสำหรับตำแหน่งครูกำหนดคุณสมบัตินับถึงวันยื่นคำขอไว้สามข้อหลัก ข้อแรกคือระยะเวลา ผู้ขอมีวิทยฐานะครูชำนาญการต้องดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปีติดต่อกัน หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า และการเลื่อนทุกขั้นถัดไปใช้ตัวเลขเดียวกัน

ข้อสองคือต้องมีการพัฒนางานตามข้อตกลงย้อนหลัง 3 รอบการประเมิน แต่ละรอบต้องมีภาระงานตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด และมีผลการประเมินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ข้อสามคือวินัย ในช่วงย้อนหลัง 4 ปีต้องไม่เคยถูกลงโทษทางวินัย ไม่เคยถูกวินิจฉัยชี้ขาดทางจรรยาบรรณวิชาชีพตั้งแต่ภาคทัณฑ์ขึ้นไป และไม่เคยถูกลงโทษทางจริยธรรม ถ้าปีใดถูกลงโทษ ปีนั้นจะถูกตัดออกจากการนับ

มีทางลดเวลาอยู่จริง หากผู้ขอเข้าเงื่อนไขการลดระยะเวลาตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.4/ว 4 ลงวันที่ 28 มกราคม 2564 ระยะเวลา 4 ปีจะเหลือ 3 ปีติดต่อกัน จำนวนรอบ PA เหลือ 2 รอบ และช่วงตรวจวินัยเหลือ 3 ปี คู่มือการดำเนินการตาม ว 9/2564 ระบุว่าผู้ใช้สิทธินี้ต้องมีผลการปฏิบัติงานระดับดีเด่น 4 รอบการเลื่อนเงินเดือนล่าสุดติดต่อกัน และเข้าข้อใดข้อหนึ่งใน 4 ข้อ คือ ผลทดสอบภาษาต่างประเทศสูงกว่าระดับ B1 ตามกรอบ CEFR หรือสูงกว่า B2 สำหรับครูภาษาต่างประเทศ การอยู่ในพื้นที่พิเศษไม่น้อยกว่า 3 ปี วุฒิปริญญาโทหรือเอกที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ และการผ่านประเมินสมรรถนะตามกรอบคุณวุฒิวิชาชีพชั้น 8

เงื่อนไขที่ต้องมีกรณีทั่วไปกรณีใช้เงื่อนไขลดระยะเวลากรณีพื้นที่พิเศษชายแดนใต้
ระยะเวลาดำรงวิทยฐานะเดิมไม่น้อยกว่า 4 ปีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกันใช้สิทธินับระยะเวลาทวีคูณ
จำนวนรอบ PA ย้อนหลัง3 รอบการประเมิน2 รอบการประเมิน1 รอบการประเมิน
ผล PA ขั้นต่ำต่อรอบไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
ช่วงตรวจวินัยย้อนหลัง4 ปี3 ปี2 ปี
เงื่อนไขเพิ่มเติมไม่มีผลงานระดับดีเด่น 4 รอบล่าสุด และเข้าข้อใดข้อหนึ่งตาม ว 4/2564อยู่ในพื้นที่มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปีติดต่อกัน
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ใน การ ขว้างจักร ใช้ นิ้ว ใด แบ่ง จักร ออก เป็น สอง ส่วน

ข้อควรระวังคือหลักเกณฑ์ให้ผู้ขอและผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นผู้รับรองข้อมูลและคุณสมบัติเอง หากตรวจภายหลังพบว่าไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ จะถือว่าขาดคุณสมบัติ และการดำเนินการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อถือเป็นความผิดทางวินัยได้

กรรมการตัดสินอย่างไร และต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน?

การประเมินใช้กรรมการ 3 คนต่อผู้ขอ 1 ราย ผ่านระบบ DPA ชำนาญการและชำนาญการพิเศษประเมิน 2 ด้าน คือด้านทักษะการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน กับด้านผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ส่วนเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษเพิ่มด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ

เกณฑ์ที่ใช้อยู่มาจากหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/679 ลงวันที่ 28 เมษายน 2566 ซึ่งปรับเกณฑ์การตัดสินด้านที่ 1 และด้านที่ 2 ของตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา และศึกษานิเทศก์ ทุกวิทยฐานะ โดยกำหนดว่าแต่ละด้านต้องได้คะแนนจากกรรมการไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 คน และคะแนนนั้นต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65 สำหรับชำนาญการ ร้อยละ 70 สำหรับชำนาญการพิเศษ ร้อยละ 75 สำหรับเชี่ยวชาญ และร้อยละ 80 สำหรับเชี่ยวชาญพิเศษ

ความต่างจากเกณฑ์เดิมสำคัญมาก คู่มือฉบับปี 2564 เขียนว่าต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคน แปลว่ากรรมการคนเดียวให้ต่ำเกณฑ์ก็ตกทั้งคำขอ หลังหนังสือปี 2566 กติกาเปลี่ยนเป็นนับ 2 ใน 3 คน และยังให้นำผลที่ไม่ผ่านตามเกณฑ์เดิมกลับมาทบทวนใหม่ได้ ส่วนด้านที่ 3 ยังเข้มกว่า คือต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 75 สำหรับเชี่ยวชาญ และร้อยละ 80 สำหรับเชี่ยวชาญพิเศษ

ผลงานทางวิชาการมีข้อกำหนดอีกชั้น เชี่ยวชาญเสนอ 1 รายการ ส่วนเชี่ยวชาญพิเศษต้องเสนอทั้งงานวิจัยและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้อย่างละ 1 รายการ และงานวิจัยต้องตีพิมพ์บทความในวารสารที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่ม 1 หรือกลุ่ม 2 ผลงานต้องอยู่ในช่วงที่ดำรงวิทยฐานะปัจจุบันย้อนหลัง 4 ปีหรือ 3 ปีแล้วแต่กรณี ไม่เคยใช้เพื่อรับปริญญา และไม่ซ้ำซ้อนกับผลงานของผู้อื่น

ได้วิทยฐานะแล้วเงินวิทยฐานะหลุดได้ไหม?

ได้ และนี่คือส่วนที่คำตอบสั้น ๆ ตามเว็บทั่วไปแทบไม่พูดถึง หมวด 6 ของหลักเกณฑ์กำหนดว่าเมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงวิทยฐานะแล้ว ยังต้องจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานเสนอผู้อำนวยการสถานศึกษาทุกปีงบประมาณ และถูกประเมินทุกรอบ ผู้ที่ผ่านต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70

การประเมินชุดนี้ถือเป็นการประเมินเพื่อดำรงไว้ซึ่งความรู้และความเชี่ยวชาญตามนัยมาตรา 55 ไปในตัว ถ้ารอบใดไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องแจ้งให้ทราบ และดำเนินการต่อตามมาตรา 55 วรรคสอง พูดง่าย ๆ คือวิทยฐานะไม่ใช่ใบรับรองตลอดชีพ

อีกเรื่องที่ควรรู้คือจังหวะยื่น ชำนาญการและชำนาญการพิเศษยื่นต่อสถานศึกษาได้ตลอดปี ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ส่วนเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษยื่นได้รอบปีละ 1 ครั้ง และถ้าเคยยื่นแล้วไม่ผ่าน ครั้งต่อไปต้องใช้ไฟล์ดิจิทัล หลักฐาน และผลงานที่จัดทำขึ้นภายหลังการยื่นครั้งล่าสุด ไม่ใช่ของเดิม ด้านผู้อนุมัติ สองวิทยฐานะแรกอนุมัติโดย อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาหรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ส่วนสองวิทยฐานะบนอนุมัติโดย ก.ค.ศ.

สำหรับครูที่มีผลงานนวัตกรรม ว 18/2567 เพิ่มหมวด 7 และหมวด 8 เป็นทางเลือกใหม่ ผู้ขอเลื่อนเป็นชำนาญการพิเศษทางนี้ต้องเป็นผู้ทรงสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาในนวัตกรรมที่เสนอ หรือนวัตกรรมนั้นได้รับรางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภทรางวัลการประดิษฐ์คิดค้น ในช่วงย้อนหลังไม่เกิน 5 ปี และต้องมีส่วนร่วมในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 40

คำถามที่พบบ่อย

เงินวิทยฐานะครูชำนาญการได้เดือนละเท่าไหร่?

3,500 บาทต่อเดือน ตามบัญชีอัตราเงินวิทยฐานะท้ายพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูฯ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ครูผู้ช่วยได้เงินวิทยฐานะไหม?

ไม่ได้ เพราะเงินวิทยฐานะจ่ายให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะแล้วเท่านั้น ครูผู้ช่วยและครูที่ยังไม่มีวิทยฐานะจึงได้เฉพาะเงินเดือนตามอันดับที่ตนได้รับ

เงินวิทยฐานะรวมอยู่ในเงินเดือนหรือเปล่า?

ไม่รวม เงินเดือนเดินตามอันดับ คศ. และรอบเลื่อนเงินเดือน ส่วนเงินวิทยฐานะเป็นอัตราคงที่ตามบัญชีที่ผูกกับวิทยฐานะ

เงินวิทยฐานะกับเงินประจำตำแหน่งต่างกันอย่างไร?

เงินวิทยฐานะจ่ายเพราะผู้รับมีวิทยฐานะ ส่วนเงินประจำตำแหน่งจ่ายเพราะผู้รับดำรงตำแหน่งนั้น ครูผู้สอนที่มีวิทยฐานะจึงได้ก้อนแรก แต่ไม่ได้ก้อนหลังในฐานะผู้สอน

ว 9 กับ ว 10 ต่างกันอย่างไร?

ว 9/2564 ใช้กับตำแหน่งครู ส่วน ว 10/2564 ใช้กับสายงานบริหารสถานศึกษา ทั้งสองฉบับลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 และใช้บังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564

ขอวิทยฐานะชำนาญการต้องรอกี่ปี?

ต้องดำรงตำแหน่งครูมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปีติดต่อกัน หรือดำรงตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ. เทียบเท่า นับถึงวันยื่นคำขอ

ลดระยะเวลาจาก 4 ปีเหลือ 3 ปีได้ในกรณีใด?

ได้เมื่อเข้าเงื่อนไขตาม ว 4/2564 เช่น ผลทดสอบภาษาต่างประเทศสูงกว่าระดับ B1 หรือมีวุฒิปริญญาโทหรือเอกที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ และต้องมีผลปฏิบัติงานระดับดีเด่น 4 รอบล่าสุดติดต่อกัน

ผล PA ต้องได้กี่เปอร์เซ็นต์จึงใช้ยื่นขอวิทยฐานะได้?

ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ในทุกรอบที่นำมาใช้ และต้องมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดในแต่ละรอบด้วย

ยื่นคำขอวิทยฐานะได้ปีละกี่ครั้ง?

ชำนาญการและชำนาญการพิเศษยื่นได้ตลอดปี ภาคเรียนละ 1 ครั้ง ส่วนเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษยื่นได้รอบปีละ 1 ครั้ง

ได้วิทยฐานะแล้วยังต้องถูกประเมินอีกไหม?

ต้อง ผู้มีวิทยฐานะทุกระดับยังต้องทำข้อตกลงพัฒนางานทุกปีงบประมาณ และต้องได้คะแนนจากกรรมการแต่ละคนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 เพื่อคงวิทยฐานะตามมาตรา 55

ครูเชี่ยวชาญต้องส่งผลงานทางวิชาการกี่รายการ?

เชี่ยวชาญส่ง 1 รายการ ส่วนเชี่ยวชาญพิเศษส่งงานวิจัยและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้อย่างละ 1 รายการ โดยงานวิจัยต้องตีพิมพ์ในวารสารที่อยู่ในฐาน TCI กลุ่ม 1 หรือกลุ่ม 2

วางแผนเงินวิทยฐานะจากปฏิทินจริงของตัวเอง

สิ่งที่ควรทำต่อคือเปิดปฏิทินราชการของตัวเอง นับวันเริ่มดำรงตำแหน่งหรือวิทยฐานะปัจจุบันให้ครบ 4 ปีติดต่อกัน แล้วย้อนดูผล PA สามรอบล่าสุดว่าถึงร้อยละ 70 ทุกรอบหรือไม่ ถ้าครบและวินัยสะอาดตลอด 4 ปี ก็ยื่นได้ในภาคเรียนถัดไป ถ้ายังไม่ครบ ให้ดูว่าเข้าเงื่อนไขลดระยะเวลาตาม ว 4/2564 ได้หรือไม่

และก่อนเตรียมเอกสาร ควรเปิดหลักเกณฑ์ฉบับรวมล่าสุดจากเว็บไซต์สำนักงาน ก.ค.ศ. อ่านทับฉบับปี 2564 เสมอ เพราะเกณฑ์การตัดสินและประเภทผลงานทางวิชาการถูกแก้มาแล้วหลายรอบระหว่างปี 2566 ถึง 2568

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  เข้าใจง่ายๆเกี่ยวกับค่าดัชนีมวลกายและประโยชน์

ตัวเลขและเงื่อนไขทั้งหมดในบทความนี้อ้างจากเอกสารของสำนักงาน ก.ค.ศ. ตามที่ระบุในแหล่งอ้างอิง ณ วันตรวจสอบข้อมูล 14 กันยายน 2569 อัตราเงินและหลักเกณฑ์แก้ไขได้ทุกปี ก่อนยื่นคำขอหรือวางแผนการเงิน โปรดตรวจสอบกับกลุ่มบริหารงานบุคคลของหน่วยงานต้นสังกัดอีกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายหรือคำแนะนำเฉพาะราย

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด