บทความแนะนำวัคซีนบาดทะยัก ฉีดกี่ปีครั้ง แผลแบบไหนต้องฉีด dT กับ Tdap ต่างกันอย่างไร

วัคซีนบาดทะยัก ฉีดกี่ปีครั้ง แผลแบบไหนต้องฉีด dT กับ Tdap ต่างกันอย่างไร

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: ผู้ใหญ่ที่ฉีดวัคซีนพื้นฐานครบตั้งแต่เด็ก ต้องฉีดเข็มกระตุ้นคอตีบ บาดทะยัก (dT) 1 เข็มทุก 10 ปี ตั้งแต่อายุครบ 20 ปี แต่เมื่อมีบาดแผล เส้นแบ่งจะเปลี่ยนเป็น 5 ปีสำหรับแผลสกปรก ส่วนคนที่ฉีดไม่ครบหรือจำประวัติไม่ได้ ต้องเริ่มชุดใหม่ 3 เข็มที่ 0, 1 และ 6 เดือน

วัคซีนบาดทะยักในผู้ใหญ่ที่ได้รับวัคซีนพื้นฐานครบแล้ว ต้องฉีดกระตุ้น 1 เข็มทุก 10 ปี โดยกรมควบคุมโรคกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ที่ประชากรอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และให้ฉีดเมื่ออายุครบรอบทศวรรษ คือ 20 ปี 30 ปี 40 ปี 50 ปี ไปจนสิ้นอายุขัย ตามแนวทางการให้บริการในคลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ ฉบับปรับปรุง 1 กุมภาพันธ์ 2562

ประเด็นสำคัญ

  • เข็มกระตุ้นตามปกติคือ dT 1 เข็มทุก 10 ปี เริ่มเมื่ออายุครบ 20 ปี ตามแนวทางกรมควบคุมโรค ฉบับ 1 กุมภาพันธ์ 2562
  • เมื่อมีบาดแผล เกณฑ์ไม่ใช่ 10 ปีเสมอไป ตำราวัคซีนของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยใช้เกณฑ์เกิน 5 ปีสำหรับแผลสกปรก และเกิน 10 ปีสำหรับแผลสะอาด
  • เซรุ่ม TIG ไม่ได้ให้ทุกคนที่มีแผลสกปรก แต่ให้เฉพาะคนที่ไม่เคยฉีด ฉีดไม่ครบ 3 เข็ม หรือไม่ทราบประวัติ
  • คนที่ไม่ทราบประวัติต้องฉีด dT ให้ครบ 3 เข็มที่ระยะห่าง 0, 1 และ 6 เดือน แล้วจึงเข้าสู่รอบกระตุ้นทุก 10 ปี
  • หญิงตั้งครรภ์ฉีดได้และควรฉีด สมาคมโรคติดเชื้อฯ ให้ใช้ Tdap แทน Td หนึ่งครั้งช่วงอายุครรภ์ 27 ถึง 36 สัปดาห์ และฉีดซ้ำทุกการตั้งครรภ์
  • ราคา ณ มิถุนายน 2568 ของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ คือ TT เข็มละ 128 บาท Td 248 บาท Tdap 600 ถึง 825 บาท ส่วน dT ตามสิทธิไม่เสียค่าวัคซีน
  • รายงานผู้ป่วยในของกระทรวงสาธารณสุขปี 2567 ระบุบาดทะยักอื่น ๆ 125 ราย โดย 77 รายอายุ 60 ปีขึ้นไป

วัคซีนบาดทะยักต้องฉีดกี่ปีครั้ง?

คำตอบมาตรฐานคือทุก 10 ปี แต่ตัวเลขนี้ใช้ได้กับคนที่ได้รับวัคซีนพื้นฐานครบแล้วเท่านั้น แนวทางของกรมควบคุมโรคฉบับปี 2562 กำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้สองกลุ่ม คือประชากรอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไปที่ให้เมื่ออายุครบ 20 ปี 30 ปี 40 ปี เรื่อยไป และหญิงตั้งครรภ์ทุกคนซึ่งรับบริการในงานอนามัยแม่และเด็ก แนวทางฯ ในผู้ใหญ่ ปี 2566 ยืนยันเกณฑ์เดียวกัน

ก่อนหน้านั้น ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 10 พ.ศ. 2559 ระบุไว้แล้วว่ากลุ่มเด็กโต ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ต้องได้รับวัคซีน dT 1 ครั้งทุก 10 ปี วัคซีนตัวนี้จึงเป็นสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่วัคซีนทางเลือกที่ต้องจ่ายเอง

นิยาม: วัคซีนบาดทะยักเป็นวัคซีนชนิดท็อกซอยด์ (toxoid) คือทำจากพิษของเชื้อที่ถูกทำให้หมดฤทธิ์ด้วยสารเคมี จึงกระตุ้นภูมิคุ้มกันต่อพิษได้โดยไม่มีเชื้อมีชีวิตเหลืออยู่ แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2562 ระบุว่า dT ปริมาตร 0.5 มิลลิลิตร ประกอบด้วย purified diphtheria toxoid 1 ถึง 2 Lf และ purified tetanus toxoid 5 ถึง 10 Lf ฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน

รอบ 10 ปี เริ่มนับจากตรงไหน

ตามกำหนดการให้วัคซีนของแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี 2564 เด็กไทยได้รับวัคซีนที่มีบาดทะยักรวม 6 ครั้งก่อนจบประถม คือ DTP-HB-Hib ที่อายุ 2, 4 และ 6 เดือน DTP ครั้งที่ 4 ที่ 1 ปี 6 เดือน DTP ครั้งที่ 5 ที่ 4 ปี และ dT อีก 1 เข็มตอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

เข็มที่ ป.6 จึงเป็นหมุดเริ่มนับ คนที่ฉีดตอนอายุ 12 ปีจะถึงกำหนดถัดไปเมื่ออายุ 20 ปี ซึ่งห่างกันไม่ถึง 10 ปี แนวทางปี 2562 เขียนกรณีนี้ไว้ว่าให้ฉีด dT ได้เลยตอนอายุ 20 ปี แล้วนัดกระตุ้นทุก 10 ปี

ถ้าเข็มสุดท้ายผ่านมา 5 ถึง 10 ปี

ช่วงนี้เป็นพื้นที่สีเทาที่หลายคนไม่ทราบ แนวทางปี 2562 ระบุว่าถ้าเคยได้วัคซีนที่มีคอตีบครบ 3 ครั้ง และเข็มสุดท้ายผ่านมามากกว่า 5 ปีแต่ไม่เกิน 10 ปี ให้เจ้าหน้าที่อธิบายเรื่องภูมิคุ้มกันคอตีบที่อาจลดลง แล้วให้ผู้รับบริการตัดสินใจเองโดยสมัครใจ ถ้าฉีดก็ให้ dT 1 ครั้ง แล้วนัดกระตุ้นทุก 10 ปีตามเดิม

ความเห็นของเราคือ คนที่ทำงานเสี่ยงต่อแผลบ่อย เช่น งานเกษตรหรืองานก่อสร้าง ควรฉีดในช่วง 5 ถึง 10 ปีนี้ เพราะวันที่เกิดแผลสกปรกจริง เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินคือ 5 ปี ไม่ใช่ 10 ปี

วัคซีนบาดทะยักมี TT dT และ Tdap ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่จำนวนโรคที่ป้องกันและกลุ่มอายุที่ใช้ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ อธิบายว่ามีวัคซีนเดี่ยวบาดทะยัก (TT) วัคซีนรวมสองโรค (Td) และวัคซีนรวมสามโรคที่เพิ่มไอกรน (Tdap) ในเอกสารไทย ตัวย่อ dT กับ Td มักหมายถึงตัวเดียวกัน ส่วน DTP คือสูตรสำหรับเด็กเล็กที่ยังมีคอตีบขนาดเต็ม

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ลิเวอร์พูล vs เวสต์แฮม ผลการแข่งขันล่าสุดและไฮไลท์น่าสนใจ

ตำราวัคซีนของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยอธิบายว่าการใช้ dT แทน TT ไม่ได้ทำให้ผลข้างเคียงเพิ่มขึ้นและไม่กระทบการสร้างภูมิคุ้มกันต่อบาดทะยัก แต่ได้ภูมิคุ้มกันคอตีบเพิ่ม คำแนะนำของสมาคมฯ ปี พ.ศ. 2561 จึงให้ฉีด Td แทน TT ทุกกรณี รวมถึงผู้ป่วยที่มีบาดแผลและหญิงตั้งครรภ์

ชื่อย่อป้องกันโรคอะไรบ้างใช้กับใครตำแหน่งในระบบไทย
DTP-HB-Hibคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี ฮิบทารกอายุ 2 ถึง 6 เดือนวัคซีนพื้นฐาน 3 ครั้งแรก
DTPคอตีบ บาดทะยัก ไอกรนเด็กต่ำกว่า 7 ปีกระตุ้นที่ 1 ปี 6 เดือน และ 4 ปี
dT หรือ Tdคอตีบและบาดทะยักอายุ 7 ปีขึ้นไปเข็ม ป.6 และกระตุ้นทุก 10 ปี
TTบาดทะยักอย่างเดียวอายุ 7 ปีขึ้นไปสูตรเดิม ปัจจุบันให้ใช้ dT แทน
Tdapคอตีบ บาดทะยัก ไอกรนไร้เซลล์วัยรุ่น ผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ทดแทน dT ได้ 1 ครั้งในช่วงชีวิต
TIGเซรุ่มแอนติบอดี ไม่ใช่วัคซีนแผลสกปรกที่ประวัติวัคซีนไม่ครบให้พร้อมวัคซีนเข็มแรกในวันแรก

หมายเหตุที่มักถูกมองข้ามคือ แนวทางฯ ในผู้ใหญ่ ปี 2566 เขียนไว้ท้ายตารางว่า Tdap ใช้ทดแทน dT ได้ 1 ครั้งเมื่ออายุเท่าไรก็ได้ แปลว่าถ้าถึงคิวฉีดเข็มกระตุ้นอยู่แล้ว การจ่ายเพิ่มเพื่อเปลี่ยนเป็น Tdap จะได้ภูมิคุ้มกันไอกรนโดยไม่ต้องฉีดเข็มพิเศษ วัคซีนตัวอื่นที่ผู้ใหญ่ควรได้ เราเขียนแยกไว้ใน ตารางวัคซีนผู้ใหญ่

แผลแบบไหนต้องฉีดวัคซีนบาดทะยัก และเมื่อไหร่ต้องได้ TIG?

ตัวแปรมีสองตัวเท่านั้น คือชนิดของแผล และประวัติวัคซีนของคุณ ตำราวัคซีนของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย บทวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ โดย นพ.ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร วางเกณฑ์ไว้ชัดเจน

ผู้ที่เคยได้รับ tetanus toxoid มาแล้วตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป แผลสะอาดให้ฉีดกระตุ้น 1 ครั้งเมื่อเข็มสุดท้ายนานเกิน 10 ปี ส่วนแผลสกปรกให้ฉีดเมื่อเข็มสุดท้ายนานเกิน 5 ปี นี่คือจุดที่คำตอบสั้น ๆ ว่าฉีดทุก 10 ปีใช้ไม่ได้ ส่วนผู้ที่ไม่เคยรับ รับไม่ครบ หรือไม่ทราบประวัติ ต้องได้วัคซีน 2 ครั้งห่างกัน 4 ถึง 8 สัปดาห์ แล้วกระตุ้นอีก 1 เข็มในอีก 6 ถึง 12 เดือน และถ้าแผลสกปรกต้องได้ TIG ร่วมด้วยในวันแรก

ประวัติวัคซีนที่มีบาดทะยักเข็มสุดท้ายห่างมาเท่าไหร่แผลสะอาดแผลสกปรกหรือแผลลึกต้องให้ TIG หรือไม่
ครบ 3 ครั้งขึ้นไปไม่เกิน 5 ปีไม่ต้องฉีดไม่ต้องฉีดไม่ต้อง
ครบ 3 ครั้งขึ้นไปเกิน 5 ปี ไม่เกิน 10 ปีไม่ต้องฉีดกระตุ้น 1 เข็มไม่ต้อง
ครบ 3 ครั้งขึ้นไปเกิน 10 ปีกระตุ้น 1 เข็มกระตุ้น 1 เข็มไม่ต้อง
เคยฉีดแต่ไม่ครบ 3 เข็มไม่ใช่ตัวตัดสินชุดเริ่มต้น 2 ครั้ง ห่าง 4 ถึง 8 สัปดาห์ แล้วกระตุ้นใน 6 ถึง 12 เดือนชุดเดียวกันต้องให้ในวันแรก
ไม่เคยฉีดเลยไม่ใช่ตัวตัดสินชุดเริ่มต้นเหมือนกรณีข้างบนชุดเดียวกันต้องให้ในวันแรก
ไม่ทราบหรือจำไม่ได้ไม่ใช่ตัวตัดสินชุดเริ่มต้นเหมือนกรณีข้างบนชุดเดียวกันต้องให้ในวันแรก

ตารางนี้เรียบเรียงจากตารางที่ 1 ของตำราวัคซีนบทดังกล่าว การตัดสินว่าแผลเป็นแผลสะอาดหรือแผลสกปรกเป็นดุลยพินิจของแพทย์ผู้ตรวจ ไม่ใช่สิ่งที่ประเมินเองจากบ้าน

อินโฟกราฟิกสรุป วัคซีนบาดทะยัก ฉีดกี่ปีครั้ง แผลแบบไหนต้องฉีด dT กับ Tdap ต่างกันอย่างไร
สรุปเป็นภาพ: วัคซีนบาดทะยัก ฉีดกี่ปีครั้ง แผลแบบไหนต้องฉีด dT กับ Tdap ต่างกันอย่างไร

เข้าใจผิดเรื่องสนิมและตะปู

หลายคนเชื่อว่าบาดทะยักมาจากสนิม แต่องค์การอนามัยโลกระบุว่าสปอร์ของเชื้อ Clostridium tetani พบในดิน มูลสัตว์ และพื้นผิวที่ปนเปื้อน แผ่นพับกรมควบคุมโรคเขียนตรงกันว่าเชื้อมีอยู่ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม ตะปูจึงไม่ได้อันตรายเพราะสนิม แต่เพราะมันมักตกอยู่กับดินและทำแผลลึกที่อากาศเข้าไม่ถึง

องค์การอนามัยโลกยังระบุว่าโรคนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่คน ระยะฟักตัว 3 ถึง 21 วัน ส่วนใหญ่เริ่มมีอาการภายใน 14 วัน และผู้ที่หายจากโรคนี้ไม่เกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ จึงยังเสี่ยงเป็นซ้ำ

โรคบาดทะยักในไทยยังพบปีละกี่ราย

สรุปรายงานการป่วย พ.ศ. 2567 ของกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตารางที่ 36 ระบุผู้ป่วยในกลุ่มโรคบาดทะยักอื่น ๆ รหัส A34 ถึง A35 ปี 2567 ไว้ที่ 125 ราย อัตรา 0.19 ต่อประชากรแสนคน ลดลงจาก 185 รายในปี 2566 แยกเป็นชาย 90 รายและหญิง 35 ราย

ตารางที่ 35 ของรายงานฉบับเดียวกันซึ่งแยกกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ระบุ 77 รายในปี 2567 หรือราว 6 ใน 10 ของผู้ป่วยทั้งหมด ส่วนบาดทะยักในเด็กแรกเกิดรหัส A33 พบ 2 รายในปี 2567 และ 1 รายในปี 2566

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  การเข้าถึง KTB Corporate Online ง่ายๆ

ไม่เคยฉีดหรือจำประวัติไม่ได้ ต้องฉีดกี่เข็ม?

ต้องฉีดให้ครบชุดแรก 3 เข็ม ไม่ใช่เข็มเดียว แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2562 กำหนดว่าผู้ที่ไม่มีประวัติ ไม่แน่ใจ หรือไม่ทราบ ให้ได้รับ dT 3 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 1 เดือน และเข็มที่ 3 ห่างจากเข็มที่ 2 อย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นจึงนัดกระตุ้น 1 เข็มทุก 10 ปี แผ่นพับของกรมควบคุมโรคเขียนย่อระยะห่างชุดนี้ว่า 0, 1, 6 เดือน

กรณีเคยฉีดมาบ้างแต่ไม่ครบ แนวทางฉบับเดียวกันแยกไว้สองแบบ ถ้าเคยได้วัคซีนที่มีคอตีบมาแล้ว 1 เข็ม ให้ dT อีก 2 เข็ม โดยเข็มแรกให้ทันทีที่พบแต่ต้องห่างจากเข็มสุดท้ายอย่างน้อย 1 เดือน แล้วนัดอีกเข็มห่างไปอย่างน้อย 6 เดือน ถ้าเคยได้มาแล้ว 2 เข็ม ให้ dT อีกเพียง 1 เข็ม ห่างจากเข็มสุดท้ายอย่างน้อย 6 เดือน

โรงพยาบาลพระรามเก้าอธิบายทางเลือกแบบเอกชนว่า เข็มแรกแนะนำให้เป็น Tdap ส่วนเข็มที่ 2 และ 3 จะเป็น Tdap หรือ Td ก็ได้ โดยเว้นระยะ 1 เดือนและ 6 เดือนเหมือนแนวทางของรัฐ ต่างกันแค่ชนิดวัคซีนที่เลือก

ฉีดเกินความจำเป็นแล้วเกิดอะไรขึ้น

แนวทางปี 2562 เตือนว่าคนที่จำประวัติไม่ได้อาจเคยได้วัคซีนบาดทะยักมาก่อนหลายครั้ง การให้ dT ครบ 3 เข็มจึงอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันมากจนเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ถ้าบวมแดงมากตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อศอก ซึ่งเรียกว่า Arthus reaction ให้งดวัคซีนที่มีบาดทะยักในครั้งต่อไป แต่ยังกระตุ้นทุก 10 ปีเพื่อป้องกันคอตีบ

ถ้าพอตามประวัติได้ ทางที่ดีกว่าคือหาสมุดวัคซีนเด็กหรือประวัติในระบบโรงพยาบาลที่เคยรักษา แล้วให้เจ้าหน้าที่ประเมินก่อน ใครต้องตรวจสอบสิทธิก่อนไปรับบริการ อ่านวิธีไว้ที่ การเช็คสิทธิรักษาพยาบาล

ฉีดวัคซีนบาดทะยักตอนตั้งครรภ์ได้ไหม?

ฉีดได้ และเป็นวัคซีนที่ระบบสาธารณสุขไทยตั้งใจให้หญิงตั้งครรภ์ได้รับมาตั้งแต่ต้น แนวทางฯ ในผู้ใหญ่ ปี 2566 เล่าไว้ว่า ปี 2520 คณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคกำหนดให้วัคซีนบาดทะยักในหญิงตั้งครรภ์เพื่อลดการเสียชีวิตของเด็กแรกเกิด ต่อมาปี 2548 จึงเปลี่ยนเป็นวัคซีนรวมคอตีบ บาดทะยัก 3 เข็ม

คำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2561 แบ่งตามประวัติดังนี้ ไม่เคยได้รับมาก่อน ให้ฉีด Td 3 ครั้งที่ระยะห่าง 0, 1 และ 6 เดือน ในไตรมาสที่ 2 และ 3 เคยได้รับ 1 ครั้ง ให้ฉีดอีก 2 ครั้งห่างกัน 6 เดือน เคยได้รับ 2 ครั้ง ให้ฉีดอีก 1 ครั้งระหว่างตั้งครรภ์ เคยได้ครบ 3 ครั้งและเข็มสุดท้ายเกิน 10 ปี ให้กระตุ้นอีก 1 เข็ม แต่ถ้าเข็มสุดท้ายอยู่ภายใน 10 ปี ไม่ต้องฉีด

จุดสำคัญที่สุดคือชนิดวัคซีน คำแนะนำฉบับปี 2561 ให้ฉีด Tdap แทน Td หนึ่งครั้งในช่วงอายุครรภ์ 27 ถึง 36 สัปดาห์ ซึ่งคือไตรมาสที่ 3 เพื่อป้องกันไอกรนในทารกแรกเกิด และให้ฉีดซ้ำในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไปโดยไม่ต้องคำนึงว่าได้รับ Td หรือ Tdap ครั้งสุดท้ายเมื่อใด

ข้อมูลเก่ากับข้อมูลใหม่ที่ขัดกัน

ตำราวัคซีนบทเดียวกันฉบับที่เผยแพร่ก่อนหน้านั้นเขียนว่า ขณะนั้นยังไม่มีการศึกษาการใช้ Tdap ระหว่างตั้งครรภ์เพียงพอ จึงยังไม่แนะนำให้ฉีดขณะตั้งครรภ์ แต่ให้ฉีดหลังคลอด คำแนะนำปี พ.ศ. 2561 ซึ่งใหม่กว่าได้เปลี่ยนจุดยืนนี้แล้ว ถ้าค้นเจอข้อมูลเก่า ให้ยึดฉบับที่ใหม่กว่าและปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์

คนที่พลาดช่วงตั้งครรภ์ไปแล้ว คำแนะนำปี 2561 ให้ฉีด Tdap ทันทีหลังคลอด และให้ผู้ใหญ่ทุกคนในบ้านที่มีทารกอายุน้อยกว่า 1 ปีฉีดด้วย เรียกว่ากลยุทธ์ cocooning ทั้งนี้ในระบบของรัฐ หญิงตั้งครรภ์ได้รับ dT ส่วน Tdap ต้องจ่ายเอง

วัคซีนบาดทะยักราคาเท่าไหร่ และฉีดฟรีได้ที่ไหน?

ถ้าเป็น dT ตามสิทธิ ไม่ต้องจ่ายค่าวัคซีน แนวทางปี 2566 ระบุว่าผู้จัดหาวัคซีน dT คือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยให้บริการกลุ่มอายุครบรอบทศวรรษในงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในผู้ใหญ่ และหญิงตั้งครรภ์ในงานอนามัยแม่และเด็ก จุดรับบริการคือคลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ ณ สถานพยาบาลใกล้บ้าน

ถ้าเลือกจ่ายเองหรืออยากได้สูตรที่มีไอกรน โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ แจ้งราคา ณ มิถุนายน 2568 ว่าวัคซีนบาดทะยักเดี่ยวเข็มละ 128 บาท วัคซีนรวมบาดทะยักและคอตีบเข็มละ 248 บาท และวัคซีนรวมบาดทะยัก คอตีบ ไอกรน เข็มละ 600 ถึง 825 บาท พร้อมระบุว่าราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้และยังไม่รวมค่าแพทย์กับค่าบริการโรงพยาบาล

โรงพยาบาลวิมุตเสนอเป็นแพ็กเกจเหมารวม คือ Tdap สำหรับผู้ใหญ่ 1 เข็ม ราคา 1,500 บาท จากราคาปกติ 1,950 บาท รวมค่าแพทย์ ค่าบริการทางการพยาบาล และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว สำหรับผู้มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 ข้อสังเกตของเราคือตัวเลขในโฆษณามักเทียบกันไม่ได้ตรง ๆ เวลาสอบถามให้ถามว่าราคานี้รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลหรือยัง และเป็น dT หรือ Tdap

ผลข้างเคียงของวัคซีนบาดทะยักมีอะไรบ้าง?

ส่วนใหญ่เป็นอาการเฉพาะที่และหายเอง แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2562 ระบุว่าหลังฉีด dT อาจพบอาการปวด บวม แดง ประมาณร้อยละ 10 และอาจมีไข้ประมาณร้อยละ 10 ซึ่งดูแลได้ด้วยการประคบเย็นและยาลดไข้ตามอาการ

อาการที่พบไม่บ่อยแต่ทำให้ตกใจคือ Arthus reaction ซึ่งเป็นอาการบวมมากของแขนข้างที่รับวัคซีน มักเกิดภายใน 2 ถึง 8 ชั่วโมงและไม่เกิน 48 ชั่วโมง แนวทางฉบับนี้ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลอัตราการเกิดในคนไทย รักษาตามอาการและมักหายภายใน 1 สัปดาห์โดยไม่มีผลระยะยาว แผ่นพับกรมควบคุมโรคอธิบายว่าเกิดจากร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อบาดทะยักในระดับสูงอยู่แล้ว

อาการรุนแรงพบได้น้อยมากและมีตัวเลขกำกับ แนวทางปี 2562 ระบุ brachial neuritis ที่อัตรา 5 ถึง 10 ต่อล้านโด๊ส มักเกิดใน 3 ถึง 10 วันหลังฉีด และผู้ป่วยราวร้อยละ 80 หายได้เอง ส่วนภาวะแพ้รุนแรงหรือ anaphylaxis อยู่ที่ 0.4 ถึง 10 ต่อล้านโด๊ส มักเกิดภายใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จึงเป็นเหตุผลที่แผ่นพับกรมควบคุมโรคให้นั่งพักสังเกตอาการ 30 นาทีก่อนกลับบ้าน

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  วัคซีนโรต้า หยอดกี่ครั้ง อายุเท่าไหร่ ฟรีไหม และถ้าเลยกำหนดทำอย่างไร

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ยังระบุข้อห้ามไว้สามข้อ คือไม่ควรให้วัคซีนที่มี pertussis toxin ในผู้ที่เคยมีอาการทางระบบประสาทแบบ encephalopathy ภายใน 7 วันหลังได้รับวัคซีนครั้งก่อน ห้ามฉีดในผู้ที่เคยแพ้วัคซีนนี้ และหากมีไข้สูงควรเลื่อนออกไปก่อน

คำถามที่พบบ่อย

วัคซีนบาดทะยักฉีดกี่ปีครั้ง?

ทุก 10 ปีสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนพื้นฐานครบแล้ว กรมควบคุมโรคให้ฉีด dT 1 เข็มเมื่ออายุครบ 20 ปี 30 ปี 40 ปี ไปเรื่อย ๆ จนสิ้นอายุขัย

มีบาดแผลแล้วต้องไปฉีดทุกครั้งไหม?

ไม่ต้องทุกครั้ง ถ้าเคยฉีดครบ 3 เข็มขึ้นไปและเข็มสุดท้ายยังไม่เกิน 5 ปี ก็ยังไม่ต้องฉีดแม้แผลจะสกปรก แต่ถ้าเกิน 5 ปีและแผลสกปรก หรือเกิน 10 ปีแม้แผลสะอาด ต้องฉีดกระตุ้น 1 เข็ม

TIG คืออะไร และทุกคนที่แผลสกปรกต้องได้หรือไม่?

TIG คือเซรุ่มแอนติบอดีต่อพิษบาดทะยัก ไม่ใช่วัคซีน และไม่ได้ให้ทุกคน ตำราวัคซีนให้ใช้ร่วมกับวัคซีนในวันแรกเฉพาะผู้ที่มีแผลสกปรกและไม่เคยฉีด ฉีดไม่ครบ หรือไม่ทราบประวัติ

dT กับ Tdap ต่างกันอย่างไร?

dT ป้องกันคอตีบและบาดทะยัก ส่วน Tdap เพิ่มไอกรนเข้ามาด้วย แนวทางกรมควบคุมโรคปี 2566 ระบุว่า Tdap ใช้ทดแทน dT ได้ 1 ครั้งเมื่ออายุเท่าไรก็ได้

ไม่เคยฉีดเลยตอนโต ต้องฉีดกี่เข็ม?

สามเข็ม ที่ระยะห่าง 0, 1 และ 6 เดือน ตามแนวทางกรมควบคุมโรคปี 2562 จากนั้นจึงเข้าสู่รอบกระตุ้น 1 เข็มทุก 10 ปี

ฉีดวัคซีนบาดทะยักตอนท้องได้ไหม?

ได้ และเป็นส่วนหนึ่งของงานอนามัยแม่และเด็ก คำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยปี พ.ศ. 2561 ให้ใช้ Tdap แทน Td หนึ่งครั้งในช่วงอายุครรภ์ 27 ถึง 36 สัปดาห์ และฉีดซ้ำทุกการตั้งครรภ์

วัคซีนบาดทะยักราคาเท่าไหร่?

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ แจ้งราคา ณ มิถุนายน 2568 ว่า TT เข็มละ 128 บาท Td 248 บาท และ Tdap 600 ถึง 825 บาท ไม่รวมค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล ส่วน dT ตามสิทธิไม่เสียค่าวัคซีน

ฉีดแล้วแขนบวมลามถึงข้อศอก อันตรายไหม?

แผ่นพับของกรมควบคุมโรคระบุว่าอาการนี้เกิดจากร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อบาดทะยักในระดับสูง พบได้น้อย ไม่เป็นอันตราย และไม่มีผลระยะยาว แต่ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพราะมีผลต่อการฉีดครั้งถัดไป

เคยเป็นบาดทะยักแล้วจะมีภูมิคุ้มกันไหม?

ไม่มี องค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้ที่หายจากบาดทะยักไม่เกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ จึงยังเสี่ยงติดเชื้อซ้ำและต้องได้รับวัคซีนตามกำหนด

ต้องฉีดกี่เข็มในชีวิตจึงจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอด?

องค์การอนามัยโลกระบุว่าชุดแรก 3 เข็มในวัยทารกตามด้วยเข็มกระตุ้นอีก 3 ครั้ง คือช่วงอายุ 12 ถึง 23 เดือน 4 ถึง 7 ปี และ 9 ถึง 15 ปี รวม 6 เข็ม ให้ภูมิคุ้มกันได้ตลอดชีวิต

สรุปก่อนไปฉีดวัคซีนบาดทะยักเข็มถัดไป

สิ่งที่ควรทำมีสองอย่าง อย่างแรกคือหาให้เจอว่าเข็มสุดท้ายของคุณคือเมื่อไร ถ้าจำไม่ได้เลย ให้ถือว่าเป็นกลุ่มไม่ทราบประวัติและวางแผนฉีดชุดแรก 3 เข็ม อย่างที่สองคือถ้าปีนี้อายุของคุณลงท้ายด้วยเลขศูนย์และครบ 20 ปีขึ้นไป คุณอยู่ในกลุ่มเป้าหมายของแผนงานอยู่แล้ว เดินเข้าคลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ใกล้บ้านได้เลย

และถ้าวันหนึ่งมีแผลลึกจากดินหรือตะปู อย่าเสียเวลาเถียงกับตัวเองว่าครบ 10 ปีหรือยัง ให้ไปพบแพทย์พร้อมข้อมูลว่าเคยฉีดกี่เข็มและเข็มสุดท้ายเมื่อไร เพราะสองข้อมูลนี้คือสิ่งที่แพทย์ใช้ตัดสินว่าต้องได้แค่วัคซีน หรือต้องได้เซรุ่ม TIG ร่วมด้วย

ตัวเลข ระยะเวลา และราคาทั้งหมดในบทความนี้มาจากเอกสารที่ระบุไว้ในแหล่งอ้างอิง ณ วันตรวจสอบข้อมูล 14 กันยายน 2569 คำแนะนำและราคามีการปรับปรุงเป็นระยะ กรุณาตรวจสอบกับกรมควบคุมโรค สถานพยาบาลที่ให้บริการ หรือแพทย์ผู้ดูแลก่อนตัดสินใจ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด