วัคซีนโรต้าตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้หยอดเมื่ออายุ 2, 4 และ 6 เดือน โดยเอกสารมาตรฐานการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2568 ของกรมควบคุมโรคระบุว่าให้ 3 ครั้ง ยกเว้นวัคซีนยี่ห้อ Rotarix ที่ให้เพียง 2 ครั้งเมื่ออายุ 2 และ 4 เดือน ควรให้ครั้งแรกก่อนเด็กอายุ 15 สัปดาห์ และครั้งสุดท้ายควรเสร็จสิ้นก่อนทารกอายุครบ 32 สัปดาห์ วัคซีนนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ
ประเด็นสำคัญ
- โปสเตอร์กำหนดการให้วัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 ระบุ Rota1 ที่อายุ 2 เดือน Rota2 ที่ 4 เดือน และ Rota3 ที่ 6 เดือน พร้อมข้อห้ามเรื่องอายุกำกับไว้ทั้งสองจุด
- ข้อความที่อยู่ในโปสเตอร์คือ ห้ามให้วัคซีนโรต้าครั้งที่ 1 ในเด็กที่อายุมากกว่า 15 สัปดาห์ และห้ามให้วัคซีนโรต้าครั้งสุดท้ายในเด็กที่อายุมากกว่า 32 สัปดาห์
- ไทยบรรจุวัคซีนโรต้าเข้าแผนงานระดับประเทศเมื่อกุมภาพันธ์ 2563 โดยใช้วัคซีนชนิดเชื้อเดี่ยว Rotarix สูตร 2 ครั้ง ตามที่รายงานในวารสาร Lancet Regional Health Southeast Asia ฉบับปี 2026
- งานวิเคราะห์ฐานข้อมูลระดับประเทศชุดเดียวกันพบว่าอุบัติการณ์อุจจาระร่วงทุกสาเหตุในเด็กอายุ 0 ถึง 59 เดือน ลดลงร้อยละ 50.0 เมื่อเทียบช่วงก่อนมีวัคซีน พ.ศ. 2557 ถึง 2562 กับช่วงหลัง พ.ศ. 2564 ถึง 2567
- องค์การอนามัยโลกฉบับปี 2021 แนะนำให้เว้นระยะระหว่างครั้งอย่างน้อย 4 สัปดาห์ และไม่แนะนำให้วัคซีนโรต้าในเด็กอายุเกิน 24 เดือน
- วัคซีนไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ทุกราย เด็กที่หยอดครบแล้วยังท้องเสียจากไวรัสโรต้าได้ แต่อาการมักไม่รุนแรงเท่า
ไวรัสโรต้าทำอะไรกับทารก และอันตรายแค่ไหน?
ไวรัสโรต้าเป็นสาเหตุสำคัญของอุจจาระร่วงรุนแรงในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าประมาณครึ่งหนึ่งของเด็กที่ต้องนอนโรงพยาบาลด้วยโรคอุจจาระร่วงมีสาเหตุมาจากไวรัสชนิดนี้ ที่อันตรายไม่ใช่ตัวเชื้อโดยตรง แต่เป็นภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ที่ตามมาอย่างรวดเร็วในเด็กตัวเล็ก
หลังรับเชื้อเข้าไป อาการจะเริ่มภายใน 2 วัน ส่วนใหญ่อาเจียนนำมาก่อน แล้วจึงถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาการอยู่ได้นาน 3 ถึง 7 วัน ประมาณหนึ่งในสามของผู้ป่วยมีไข้สูงและอาจชักได้ ในเด็กเล็กและผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง การสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากพอจะทำให้ความดันโลหิตลดลง เกิดภาวะช็อก และเสียชีวิตได้
ทำไมสุขอนามัยอย่างเดียวเอาไม่อยู่
คำแนะนำเรื่องล้างมือและกินร้อนช้อนกลางยังจำเป็น แต่กับไวรัสตัวนี้มันไม่พอ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยอธิบายว่าไวรัสเพียง 10 ตัวก็ก่อโรคได้ ในขณะที่อุจจาระของผู้ป่วย 1 กรัมมีไวรัสหลายล้านตัว ผู้ป่วยยังแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 2 วันก่อนมีอาการไปจนถึง 10 วันหลังหายแล้ว บางรายแพร่ได้เป็นเดือน และเชื้ออยู่บนมือกับสิ่งแวดล้อมได้นาน
ตัวเลขหลังไทยบรรจุวัคซีนเข้าแผนงาน
ไทยเริ่มให้วัคซีนโรต้าทั่วประเทศเมื่อกุมภาพันธ์ 2563 บทความในวารสาร Lancet Regional Health Southeast Asia ปี 2026 ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจาก Health Data Centre ของกระทรวงสาธารณสุข 6,571 หน่วยบริการ รายงานว่าอัตราการได้รับวัคซีนโรต้าครบชุดของเด็กไทยเพิ่มจากร้อยละ 59.3 ในปี 2564 เป็นร้อยละ 76.5 ในปี 2567
ในช่วงเดียวกัน ค่ามัธยฐานอุบัติการณ์อุจจาระร่วงเฉียบพลันทุกสาเหตุในเด็กอายุ 0 ถึง 59 เดือน ลดจาก 357.06 เหลือ 216.23 ต่อเด็ก 1,000 คน คิดเป็นการลดลงร้อยละ 50.0 ส่วนอุจจาระร่วงที่เกี่ยวข้องกับไวรัสโรต้าลดลงร้อยละ 52.0 การนอนโรงพยาบาลด้วยอุจจาระร่วงทุกสาเหตุลดลงร้อยละ 58.2 และที่เกี่ยวข้องกับโรต้าลดลงร้อยละ 49.0 ในช่วง 1 ถึง 4 ปีหลังเริ่มให้วัคซีน
วัคซีนโรต้าหยอดตอนอายุเท่าไหร่บ้าง?
ตามโปสเตอร์กำหนดการให้วัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 วัคซีนโรต้าอยู่ในนัดเดียวกับวัคซีนอื่นที่อายุ 2, 4 และ 6 เดือน พ่อแม่ไม่ต้องพาลูกมาเพิ่มรอบพิเศษ เพราะเจ้าหน้าที่จะหยอดให้ในนัดที่มาฉีดวัคซีนรวมอยู่แล้ว
สิ่งที่เอกสารเขียนกำกับไว้และมักถูกข้ามไปคือกรอบอายุสองเส้น เส้นแรกคือห้ามให้วัคซีนโรต้าครั้งที่ 1 ในเด็กที่อายุมากกว่า 15 สัปดาห์ ซึ่งเท่ากับราว 3 เดือนครึ่ง เส้นที่สองคือห้ามให้วัคซีนโรต้าครั้งสุดท้ายในเด็กที่อายุมากกว่า 32 สัปดาห์ หรือราว 7 เดือนครึ่ง ถ้านัด 2 เดือนเลื่อนไปเรื่อย ๆ เพราะลูกไม่สบายหรือครอบครัวติดธุระ โอกาสหยอดครั้งแรกก็หายไปเงียบ ๆ โดยไม่มีใครทักเตือน
| อายุตามนัด | วัคซีนโรต้า | วัคซีนอื่นในนัดเดียวกัน | ข้อกำหนดที่เอกสารระบุ |
|---|---|---|---|
| แรกเกิด | ยังไม่ให้ | HB1 และ BCG | HB1 ควรให้เร็วที่สุดภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด |
| 1 เดือน | ยังไม่ให้ | HB2 | ให้ HB2 เฉพาะรายที่คลอดจากมารดาที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี |
| 2 เดือน | Rota1 | DTP-HB-Hib1 และ OPV1 | ห้ามให้วัคซีนโรต้าครั้งที่ 1 ในเด็กที่อายุมากกว่า 15 สัปดาห์ |
| 4 เดือน | Rota2 | DTP-HB-Hib2, OPV2 และ IPV | ห้ามให้วัคซีนโรต้าครั้งสุดท้ายในเด็กที่อายุมากกว่า 32 สัปดาห์ |
| 6 เดือน | Rota3 | DTP-HB-Hib3 และ OPV3 | ยกเว้นครั้งที่ 3 ในเด็กที่ได้รับวัคซีน Rotarix มาแล้ว 2 ครั้ง |
| 9 เดือน | หมดกำหนดแล้ว | MMR1 | อายุนี้เลยเส้น 32 สัปดาห์ไปแล้วทุกกรณี จึงไม่มีนัดโรต้า |

วัคซีนโรต้ามีกี่ยี่ห้อ และต่างกันอย่างไร?
องค์การอนามัยโลกให้การรับรองคุณภาพวัคซีนโรต้าไว้ 4 ชนิด ได้แก่ RotaTeq เมื่อปี 2008, Rotarix เมื่อปี 2009 แล้วเพิ่ม Rotavac กับ ROTASIIL อีก 2 ชนิดในปี 2018 ทั้งหมดเป็นวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ชนิดหยอดปาก ไม่ใช่วัคซีนฉีด
เอกสารมาตรฐานการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกรมควบคุมโรค ปี 2568 ระบุปริมาณต่อครั้งของทั้ง 4 ยี่ห้อไว้ และกำหนดว่าเมื่อเปิดใช้แล้วต้องใช้ภายในไม่เกิน 8 ชั่วโมง ส่วนวัคซีนที่ไทยใช้จริงในแผนงานระดับประเทศตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2563 คือ Rotarix ชนิดเชื้อเดี่ยว สูตร 2 ครั้งที่อายุ 2 และ 4 เดือน ตามที่ระบุในรายงานของ Lancet Regional Health Southeast Asia
| ชื่อการค้า | จำนวนครั้งตามสูตร | ปริมาณต่อครั้ง | ปีที่องค์การอนามัยโลกรับรอง |
|---|---|---|---|
| Rotarix | 2 ครั้ง ที่อายุ 2 และ 4 เดือน | 1.5 มิลลิลิตร | 2009 |
| RotaTeq | 3 ครั้ง ที่อายุ 2, 4 และ 6 เดือน | 2 มิลลิลิตร | 2008 |
| Rotavac | 3 ครั้ง ตามคำแนะนำองค์การอนามัยโลก | 0.5 มิลลิลิตร | 2018 |
| ROTASIIL | 3 ครั้ง ตามคำแนะนำองค์การอนามัยโลก | 2 มิลลิลิตร | 2018 |
สิ่งที่พ่อแม่ไม่ต้องกังวลคือเรื่องเลือกยี่ห้อ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าวัคซีนชนิดหลักทั้งสองมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยไม่ต่างกัน ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโรต้าที่รุนแรงได้ใกล้เคียงกันประมาณร้อยละ 85 ถึง 98 ส่วนองค์การอนามัยโลกระบุว่าไม่ควรใช้ข้อมูลสายพันธุ์ที่ระบาดในพื้นที่มาเป็นเกณฑ์เลือกยี่ห้อ เพราะวัคซีนที่ผ่านการรับรองป้องกันสายพันธุ์ข้ามกลุ่มได้
วัคซีนโรต้าฟรีไหม และรับได้ที่ไหน?
ฟรี เอกสารกำหนดการให้วัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 ระบุว่ากระทรวงจัดบริการวัคซีนขั้นพื้นฐานตามช่วงอายุที่เหมาะสมให้แก่เด็กกลุ่มเป้าหมายที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคน ตามสิทธิประโยชน์พื้นฐานในบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ข้อความนี้หมายความว่าเงื่อนไขคือการอาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ใช่การถือสิทธิรักษาพยาบาลแบบใดแบบหนึ่ง
ตามเอกสารฉบับปี 2566 ชุดวัคซีนพื้นฐานประกอบด้วยวัคซีน 11 ชนิด ป้องกันโรครวม 13 โรค และวัคซีนโรต้าเป็นหนึ่งในนั้นภายใต้ชื่อโรคว่าโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า จุดรับบริการคือสถานบริการสาธารณสุขของรัฐที่ให้บริการวัคซีนตามแผนงานนี้ ซึ่งเป็นหน่วยเดียวกับที่ลูกไปรับวัคซีนรวมในนัดปกติ
ถ้าไม่แน่ใจว่าลูกได้รับอะไรไปแล้วบ้าง ให้เปิดสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กเล่มสีชมพูดูหน้าบันทึกวัคซีนก่อน หรือตรวจประวัติผ่านช่องทางออนไลน์ที่เราเคยเขียนถึงในวิธีเช็คประวัติการฉีดวัคซีนผ่านหมอพร้อม ส่วนใครที่ยังไม่ชัดว่าตัวเองหรือลูกอยู่ในระบบสิทธิใด อ่านวิธีเช็คสิทธิรักษาพยาบาลประกอบได้
บางครอบครัวเห็นราคาวัคซีนโรต้าในแพ็กเกจของสถานพยาบาลเอกชนแล้วเข้าใจว่านี่คือวัคซีนเสริมที่ต้องจ่ายเอง ข้อเท็จจริงคือวัคซีนตัวนี้ย้ายจากกลุ่มวัคซีนทางเลือกมาเป็นวัคซีนพื้นฐานของประเทศตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2563 การจ่ายเงินเองจึงเป็นทางเลือกเรื่องสถานที่และความสะดวก ไม่ใช่เงื่อนไขในการเข้าถึงวัคซีน
ลืมพาลูกไปหยอดวัคซีนโรต้า ต้องทำอย่างไร?
คำตอบสั้น ๆ ที่พบบ่อยคือ ไปให้เร็วที่สุด ไม่ต้องเริ่มใหม่ ซึ่งถูกสำหรับวัคซีนส่วนใหญ่ หมายเหตุท้ายโปสเตอร์ของกระทรวงสาธารณสุขเขียนไว้ชัดว่าวัคซีนทุกชนิดถ้าไม่ได้รับตามกำหนด สามารถให้ได้ทันทีเมื่อพบเด็ก และวัคซีนที่ต้องให้มากกว่า 1 ครั้ง หากมาช้าก็ให้ครั้งต่อไปได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
แต่สำหรับวัคซีนโรต้า คำตอบนั้นถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะหลักการให้ตามหลังชนกับกรอบอายุที่เขียนไว้ในเอกสารฉบับเดียวกัน ถ้าลูกอายุเกิน 15 สัปดาห์แล้วยังไม่ได้ครั้งแรก เอกสารระบุว่าห้ามเริ่ม และถ้าอายุเกิน 32 สัปดาห์ เอกสารระบุว่าห้ามให้ครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่จึงอาจฉีดวัคซีนตัวอื่นให้ตามปกติแต่ข้ามโรต้าไป
สิ่งที่ทำได้ในแต่ละกรณี
กรณีที่ยังไม่ถึงเส้น ให้รีบพาไปทันทีโดยไม่ต้องรอนัดถัดไป องค์การอนามัยโลกระบุว่าควรเว้นระยะระหว่างครั้งอย่างน้อย 4 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่จะช่วยจัดวันให้ครบชุดภายในกรอบ 32 สัปดาห์ให้ได้
กรณีที่เลยเส้นไปแล้ว สิ่งที่ควรทำคือแจ้งเจ้าหน้าที่ตามตรงว่าลูกยังไม่ได้รับ แล้วให้ทีมสุขภาพเป็นผู้ตัดสินใจ องค์การอนามัยโลกมีคำแนะนำว่าหากเด็กอายุน้อยกว่า 24 เดือนพลาดวัคซีนโรต้าไปด้วยเหตุใดก็ตาม ยังแนะนำให้ได้รับวัคซีน โดยระบุไว้ตรง ๆ ว่าขอบเขตอายุนี้สูงกว่าที่กำกับในเอกสารกำกับยาของ Rotarix, RotaTeq และ Rotavac จึงถือเป็นการใช้นอกฉลาก ส่วนเด็กที่อายุเกิน 24 เดือนแล้ว องค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้วัคซีนโรต้า
ความเห็นของเราคือ ข้อความสองชั้นนี้คือเหตุผลที่ไม่ควรตอบคำถามนี้ด้วยประโยคเดียว แนวปฏิบัติในหน่วยบริการของไทยยึดกรอบ 15 และ 32 สัปดาห์ ส่วนคำแนะนำที่ยืดหยุ่นกว่านั้นขององค์การอนามัยโลกเป็นการใช้นอกฉลากที่ต้องให้แพทย์พิจารณา พ่อแม่ไม่ควรไปขอเองโดยอ้างเอกสารสากล แต่ก็ควรรู้ว่าทางเลือกนี้มีอยู่และคุยกับแพทย์ได้
วัคซีนโรต้าปลอดภัยแค่ไหน และใครไม่ควรหยอด?
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยเป็นอาการเบา เช่น ถ่ายเหลวหรืออาเจียน ซึ่งไม่รุนแรง ส่วนผลข้างเคียงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือภาวะลำไส้กลืนกัน สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่ามีรายงานเกิดขึ้นหลังหยอดวัคซีนในอัตราประมาณ 1 ถึง 5 คนใน 100,000 ราย และเป็นภาวะที่รักษาได้
ข้อมูลฝั่งไทยหลังใช้จริงก็สอดคล้องกัน งานวิเคราะห์ฐานข้อมูลระดับประเทศที่ตีพิมพ์ปี 2026 ติดตามอัตราการเกิดลำไส้กลืนกันในเด็กอายุ 0 ถึง 11 เดือน แล้วพบว่าคงที่ในช่วงหลังเริ่มให้วัคซีน โดยรายงานค่า IRR ที่ 1.03 ซึ่งหมายความว่าไม่พบสัญญาณว่าเพิ่มขึ้นหลังบรรจุวัคซีนเข้าแผนงาน
องค์การอนามัยโลกระบุกลุ่มที่ไม่ควรได้รับวัคซีนโรต้าไว้ 3 กลุ่ม คือ เด็กที่เคยมีประวัติลำไส้กลืนกัน เด็กที่เคยแพ้รุนแรงเช่นภาวะแอนาฟิแล็กซิสหลังได้รับวัคซีนครั้งก่อน และเด็กที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรงรวมถึงภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องร่วมชนิดรุนแรง
กลุ่มที่ยังหยอดได้ตามปกติ
สองกลุ่มที่พ่อแม่มักกังวลเกินจริงคือเด็กที่น้ำหนักน้อยหรือขาดสารอาหาร กับเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี องค์การอนามัยโลกระบุว่าทั้งสองกลุ่มรับวัคซีนโรต้าได้ตามสูตรมาตรฐาน ส่วนทารกคลอดก่อนกำหนดรวมถึงรายที่ยังนอนโรงพยาบาลอยู่ ให้ยึดตามอายุจริงนับจากวันเกิด ไม่ใช่อายุที่ปรับตามกำหนดคลอด
ลูกท้องเสียแบบไหนต้องรีบพาไปโรงพยาบาล?
ปัจจุบันไม่มียาฆ่าเชื้อที่รักษาไวรัสโรต้าโดยตรง การรักษาจึงเป็นการประคับประคอง องค์การอนามัยโลกระบุว่าหลักสำคัญของการรักษาอุจจาระร่วงรุนแรงจากไวรัสโรต้าคือการทดแทนสารน้ำและการให้สังกะสีเสริม ส่วนสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะฆ่าไวรัสไม่ได้และอาจทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาตามมา
อาการที่สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าให้รีบพามาพบแพทย์ ได้แก่ ไข้สูง อาเจียนมาก รับประทานไม่ได้ อ่อนเพลีย และซึมลง รายที่สูญเสียน้ำรุนแรงจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้สารน้ำทดแทนทางเส้นเลือด
เมื่อลูกเริ่มกินอาหารอื่นนอกจากนมแล้ว ช่วงฟื้นตัวหลังท้องเสียเป็นจังหวะที่ต้องระวังเรื่องอาหารเป็นพิเศษ อ่านแนวทางอาหารตามวัยของทารกประกอบเพื่อเลือกเนื้อสัมผัสและปริมาณให้เหมาะกับวัย
ตัวเลขและกรอบอายุทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงจากเอกสารที่ระบุในแหล่งอ้างอิง ณ วันตรวจสอบข้อมูล 14 กันยายน 2569 กำหนดการวัคซีนและชนิดวัคซีนที่หน่วยบริการได้รับอาจเปลี่ยนได้ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขและปริมาณวัคซีนที่จัดหาได้ในแต่ละช่วงเวลา ก่อนตัดสินใจใด ๆ กับลูก ควรยืนยันกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่หรือกุมารแพทย์ที่ดูแล บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย และไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัย
คำถามที่พบบ่อย
วัคซีนโรต้าฟรีไหม?
ฟรีที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐ เพราะเป็นวัคซีนพื้นฐานในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เอกสารของกระทรวงสาธารณสุขปี 2566 ระบุว่าจัดให้แก่เด็กกลุ่มเป้าหมายที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคน
วัคซีนโรต้าหยอดตอนอายุเท่าไหร่?
ตามกำหนดการของกระทรวงสาธารณสุขคืออายุ 2, 4 และ 6 เดือน โดยครั้งที่ 6 เดือนจะยกเว้นสำหรับเด็กที่ได้รับวัคซีน Rotarix มาแล้ว 2 ครั้ง
วัคซีนโรต้าเป็นวัคซีนฉีดหรือวัคซีนกิน?
เป็นวัคซีนชนิดรับประทาน หยอดเข้าปาก ไม่ใช่วัคซีนฉีด ผลิตจากเชื้อไวรัสโรต้าที่ทำให้อ่อนฤทธิ์จนก่อโรคไม่ได้
ลูกอายุเกิน 15 สัปดาห์แล้วยังเริ่มหยอดโรต้าได้ไหม?
เอกสารกำหนดการของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าห้ามให้วัคซีนโรต้าครั้งที่ 1 ในเด็กที่อายุมากกว่า 15 สัปดาห์ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตามจริงแล้วให้ทีมสุขภาพเป็นผู้พิจารณา
ครั้งสุดท้ายต้องเสร็จก่อนอายุเท่าไหร่?
ก่อนอายุ 32 สัปดาห์ หรือประมาณ 7 เดือนครึ่ง เอกสารมาตรฐานการดำเนินงานปี 2568 ของกรมควบคุมโรคใช้ถ้อยคำว่าการให้วัคซีนครั้งสุดท้ายควรเสร็จสิ้นก่อนทารกอายุครบ 32 สัปดาห์
วัคซีนโรต้ามีกี่ยี่ห้อ?
องค์การอนามัยโลกรับรองไว้ 4 ชนิด คือ RotaTeq ปี 2008, Rotarix ปี 2009, Rotavac และ ROTASIIL ในปี 2018 ส่วนที่ไทยใช้ในแผนงานระดับประเทศตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2563 คือ Rotarix
เปลี่ยนยี่ห้อกลางคันได้ไหม?
องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้ยี่ห้อเดิมจนครบชุดเท่าที่ทำได้ แต่หากไม่มีหรือไม่ทราบยี่ห้อเดิม ให้ใช้วัคซีนที่มีอยู่ให้ครบ และไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
หยอดวัคซีนโรต้าแล้วยังท้องเสียจากโรต้าได้ไหม?
ได้ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าเด็กที่รับวัคซีนครบแล้วยังเกิดโรคอุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้าได้ แต่อาการมักไม่ค่อยรุนแรง
วัคซีนโรต้าทำให้ลำไส้กลืนกันหรือเปล่า?
มีรายงานพบได้ประมาณ 1 ถึง 5 คนใน 100,000 ราย และเป็นภาวะที่รักษาได้ ข้อมูลระดับประเทศของไทยที่ตีพิมพ์ปี 2026 พบว่าอัตราการเกิดภาวะนี้คงที่หลังเริ่มให้วัคซีน
เด็กคลอดก่อนกำหนดหยอดวัคซีนโรต้าได้ไหม?
ได้ องค์การอนามัยโลกระบุว่าทารกคลอดก่อนกำหนดรวมถึงรายที่ยังนอนโรงพยาบาล ให้ยึดกำหนดการตามอายุจริงนับจากวันเกิด
วัคซีนโรต้าหยอดพร้อมวัคซีนอื่นได้ไหม?
ได้ และองค์การอนามัยโลกระบุว่าควรหยอดวัคซีนโรต้าก่อนวัคซีนชนิดฉีด เพราะน้ำตาลซูโครสในวัคซีนช่วยลดความเจ็บจากการฉีดที่ตามมา
ลูกท้องเสียอยู่ ควรเลื่อนนัดวัคซีนโรต้าไหม?
ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนหยอดทุกครั้งแล้วให้ทีมสุขภาพประเมิน เพราะการเลื่อนอาจทำให้พลาดกรอบ 15 หรือ 32 สัปดาห์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ย้อนกลับมาแก้ไม่ได้
สรุปกำหนดหยอดโรต้าที่พ่อแม่ควรจดไว้
เปิดสมุดสีชมพูดูหน้าบันทึกวัคซีนแล้วตอบสองคำถาม คือลูกได้ Rota ไปแล้วกี่ครั้ง และตอนนี้อายุกี่สัปดาห์ ถ้ายังไม่ถึง 32 สัปดาห์และยังไม่ครบชุด ให้โทรนัดหน่วยบริการทันทีโดยไม่ต้องรอนัดเดิม
ถ้าลูกยังไม่ถึง 2 เดือน ให้เขียนวันที่ครบ 15 สัปดาห์ลงปฏิทินไว้ตั้งแต่ตอนนี้ แล้ววางนัดแรกให้ห่างจากเส้นนั้นอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เผื่อวันที่ลูกมีไข้จนต้องเลื่อน วิธีนี้ราคาศูนย์บาทและป้องกันการพลาดที่แก้ไม่ได้ในภายหลัง หากมีข้อสงสัยเรื่องวัคซีนตัวอื่นในช่วงวัยถัดไป อ่านต่อได้ที่คำแนะนำวัคซีนเด็ก 4 ขวบ
แหล่งอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค: โปสเตอร์กำหนดการให้วัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566
- กรมควบคุมโรค: กำหนดการให้วัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2566 (ฉบับเต็ม)
- กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค: มาตรฐานการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2568
- สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย: อุจจาระร่วงจากไวรัสโรต้า (Rotavirus)
- WHO: Summary of the WHO position paper on Rotavirus vaccines, 16 July 2021
- WHO: Rotavirus vaccines position paper (หน้ารวมเอกสารฉบับปี 2021)
- Lancet Regional Health Southeast Asia (2026): Incidence of acute diarrhoea among children (0 to 59 months old) in Thailand after introduction of rotavirus vaccine


