ตารางวัคซีนเด็กที่ใช้อ้างอิงในไทยตอนนี้มีสองฉบับ ฉบับแรกคือกำหนดการให้วัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2568 ซึ่งกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค เผยแพร่เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 ไล่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ฉบับที่สองคือตารางการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กและวัยรุ่นไทย ของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เพิ่มวัคซีนทางเลือกซึ่งผู้ปกครองจ่ายเองอีกหลายรายการ
ประเด็นสำคัญ
- กำหนดการของกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่เผยแพร่ล่าสุดเป็นของปี 2568 ลงวันที่ 14 มกราคม 2568 ส่วนตารางของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กฯ เป็นฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
- เด็กอายุ 4 ปี ตามกำหนดการของกระทรวงต้องได้ DTP5 และ OPV5 แต่ถ้าเคยได้ DTP4 หรือ OPV4 ตอนอายุ 4 ปีขึ้นไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้ครั้งที่ 5 อีก
- วัคซีนในแผนงานฯ ไม่เสียค่าวัคซีน เหลือเพียงค่าบริการของสถานพยาบาล ซึ่งโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนแจ้งไว้ที่ 100 บาท บวกค่าฉีดอีก 20 บาท
- วัคซีน PCV เข้าสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศวันที่ 30 เมษายน 2569 ฉีดที่อายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 12 เดือน
- วัคซีนทางเลือกที่จ่ายเอง เช่น ไอพีดี ราคาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีอยู่ระหว่าง 1,381.25 ถึง 2,786.00 บาทต่อเข็ม ตามราคาวันที่ 1 มีนาคม 2569
- มาช้ากว่านัดไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ กรมควบคุมโรคให้ฉีดครั้งต่อไปต่อเนื่องได้ และให้ตามเด็กมาฉีดจนครบภายในระยะเวลา 1 ปี
- องค์การอนามัยโลกประกาศรับรองว่าไทยกำจัดโรคหัดเยอรมันสำเร็จ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569
ตารางวัคซีนเด็กฉบับไหนที่ควรยึดเป็นหลัก?
ยึดกำหนดการของกระทรวงสาธารณสุขเป็นพื้นฐาน แล้วค่อยดูตารางของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยเป็นส่วนเสริม เหตุผลคือสองฉบับนี้ตอบคนละคำถาม กำหนดการของกระทรวงตอบว่า รัฐจัดวัคซีนอะไรให้เด็กไทยทุกคนโดยไม่คิดค่าวัคซีน ส่วนตารางของสมาคมฯ ตอบว่า ถ้าครอบครัวพร้อมจ่าย มีวัคซีนอะไรให้เลือกเพิ่มได้อีกบ้าง
ความต่างที่ผู้ปกครองเจอบ่อยคือช่วงอายุที่เขียนไม่เหมือนกัน เช่น เข็มกระตุ้นของคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ที่กระทรวงเขียนว่าให้ที่อายุ 4 ปี แต่สมาคมฯ เขียนเป็นช่วง 4 ถึง 6 ปี สองฉบับไม่ได้ขัดกัน เพียงแต่ฉบับของรัฐกำหนดจุดนัดที่ชัดเจนเพื่อให้หน่วยบริการทั่วประเทศทำเหมือนกัน
สองฉบับนี้ต่างกันตรงไหน
ฉบับของกระทรวงอ้างอิงมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ครั้งที่ 1/2568 และบอกคำแนะนำเฉพาะรายไว้ด้วย เช่น ให้ HB1 เร็วที่สุดภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด และให้ BCG ก่อนเด็กออกจากโรงพยาบาล ส่วนตารางของสมาคมฯ แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนบนคือวัคซีนจำเป็นที่ต้องให้กับเด็กทุกคน ส่วนล่างคือวัคซีนอื่นหรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปที่อาจให้เสริมหรือทดแทน ซึ่งมีทั้ง PCV, อีสุกอีใส, ตับอักเสบเอ, อีวี 71, ไข้เลือดออก และไข้กาฬหลังแอ่นชนิดบี
ตารางวัคซีนเด็กแรกเกิดถึงประถมศึกษามีอะไรบ้าง?
ตารางด้านล่างเรียงตามอายุตามกำหนดการของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2568 และเติมแถว PCV ที่เพิ่มเข้ามาทีหลัง ตัวเลขหลังชื่อวัคซีนหมายถึงครั้งที่ให้ IPV คือโปลิโอชนิดฉีด ส่วน OPV คือชนิดรับประทาน
| อายุ | วัคซีนที่ให้ | ป้องกันโรค | ค่าวัคซีน |
|---|---|---|---|
| แรกเกิด | HB1, BCG | ตับอักเสบบี, วัณโรค | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 1 เดือน | HB2 เฉพาะรายที่คลอดจากมารดาที่เป็นพาหะ | ตับอักเสบบี | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 2 เดือน | DTP-HB-Hib1, IPV1, Rota1 | คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี ฮิบ โปลิโอ ท้องร่วงโรต้า | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 4 เดือน | DTP-HB-Hib2, IPV2, Rota2 | ชุดเดียวกับเข็มที่ 1 | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 6 เดือน | DTP-HB-Hib3, OPV3, Rota3 | ชุดเดียวกับเข็มที่ 1 | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 9 เดือน | MMR1 | หัด คางทูม หัดเยอรมัน | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 1 ปี | LAJE1 | ไข้สมองอักเสบเจอี | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 1 ปี 6 เดือน | DTP4, OPV4, MMR2 | คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน โปลิโอ หัด คางทูม หัดเยอรมัน | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 2 ปี 6 เดือน | LAJE2 | ไข้สมองอักเสบเจอี | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 4 ปี | DTP5, OPV5 | คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน โปลิโอ | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| ประถมศึกษาปีที่ 1 | ตรวจประวัติ แล้วให้เฉพาะรายที่ได้ไม่ครบ ได้แก่ MMR, HB, LAJE, IPV, dT, OPV, BCG | ตามรายการที่ขาด | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| ประถมศึกษาปีที่ 5 เฉพาะหญิง | HPV | มะเร็งปากมดลูกจากเชื้อเอชพีวี | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| ประถมศึกษาปีที่ 6 | dT | คอตีบ บาดทะยัก | ไม่เสียค่าวัคซีน |
| 2, 4 และ 12 เดือน เพิ่มในปี 2569 | PCV | ปอดอักเสบและการติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง | ไม่เสียค่าวัคซีน ตั้งแต่ 2 มีนาคม 2569 |
จุดที่คนมักอ่านข้ามคือคอลัมน์คำแนะนำในเอกสารต้นฉบับ กรมควบคุมโรคระบุว่าวัคซีนโรต้าครั้งแรกควรให้ก่อนทารกอายุครบ 15 สัปดาห์ และครั้งสุดท้ายควรเสร็จสิ้นก่อนอายุครบ 32 สัปดาห์ ถ้าใช้วัคซีน Rotarix ให้เพียง 2 ครั้ง ไม่ต้องให้ครั้งที่ 3 อีกข้อคือให้ IPV 2 ครั้งก่อน OPV เสมอ เพื่อป้องกันการเกิด VAPP และ VDPV Type 2

วัคซีนเด็ก 4 ขวบ ต้องฉีดอะไรบ้าง?
ที่อายุ 4 ปี กำหนดการของกระทรวงสาธารณสุขให้สองรายการ คือ DTP5 วัคซีนรวมป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน เข็มที่ 5 และ OPV5 วัคซีนโปลิโอชนิดรับประทาน ครั้งที่ 5 นี่คือชุดสุดท้ายของวัคซีนพื้นฐานก่อนเข้าโรงเรียน จุดนัดถัดไปคือประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นการตรวจประวัติมากกว่าการฉีดตามกำหนด
มีข้อยกเว้นที่สำคัญและหลายคนไม่รู้ เอกสารของกรมควบคุมโรคเขียนไว้ตรง ๆ ว่า หากเด็กได้รับวัคซีน DTP4 หรือ OPV4 เมื่ออายุ 4 ปีขึ้นไปแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับครั้งที่ 5 คือ DTP5 หรือ OPV5 อีก ข้อนี้ใช้กับเด็กที่เคยฉีดล่าช้า แล้วเข็มที่ 4 ไปตกอยู่หลังวันเกิดครบ 4 ปีพอดี
ถ้าอยากใช้วัคซีนชนิดไร้เซลล์แทน
ตารางของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กฯ ระบุว่าที่ช่วงอายุ 4 ปี เข็มกระตุ้นที่ 2 ใช้ DTaP-IPV หรือ Tdap-IPV หรือ TdaP ก็ได้ วัคซีนกลุ่มไร้เซลล์นี้ทำให้ไข้และอาการบวมแดงน้อยกว่าชนิดทั้งเซลล์ แต่ต้องจ่ายเอง ราคาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีประกาศไว้สำหรับ DTaP+IPV เข็มที่ 5 ยี่ห้อ Infanrix IPV คือ 1,049.25 บาทต่อเข็ม ตามราคาวันที่ 1 มีนาคม 2569
วัคซีนเสริมที่มักให้พร้อมกันช่วง 4 ถึง 6 ปี
วัคซีนเสริมที่พ่อแม่มักถามถึงช่วงนี้คืออีสุกอีใสเข็มที่ 2 ซึ่งรามาธิบดีคิดค่ายา Varivax ที่ 1,022.75 บาทต่อเข็ม และวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ให้ปีละครั้ง ชนิดฉีดยี่ห้อ Influvac Tetra ราคา 252.00 บาท ส่วนชนิดพ่นจมูก Flumist สำหรับอายุ 2 ถึง 49 ปี ราคา 1,197.00 บาท ทั้งหมดเป็นราคาค่ายาวันที่ 1 มีนาคม 2569 อ่านเรื่องไข้หวัดใหญ่ต่อได้ที่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่
วัคซีนไหนฟรี และวัคซีนเสริมราคาเท่าไหร่?
วัคซีนที่อยู่ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคไม่เสียค่าวัคซีน คลินิกวัคซีนเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ซึ่งอัปเดตข้อมูลเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ระบุรายการที่ไม่เสียค่าวัคซีนไว้ว่าได้แก่ คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ทั้งชนิด DTwP และ dT, ฮิบ, ไวรัสตับอักเสบบี, โรต้า, โปลิโอทั้ง IPV และ OPV, MMR และไข้สมองอักเสบเจอี
สิ่งที่ยังต้องจ่ายคือค่าบริการของสถานพยาบาล โรงพยาบาลเดียวกันนี้แจ้งไว้ว่าค่าบริการทางการแพทย์ 100 บาท ค่าฉีดวัคซีน 20 บาท และค่าทำบัตรใหม่ 20 บาท ตัวเลขนี้เป็นของโรงพยาบาลแห่งนั้น สถานพยาบาลอื่นคิดต่างกันได้
ส่วนวัคซีนเสริม ตารางด้านล่างเป็นราคาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีประกาศไว้ในเอกสารวัคซีนทางเลือกสำหรับเด็ก ระบุว่าเป็นราคาเฉพาะค่ายา ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 และปรับปรุงเอกสารเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ราคานี้ยังไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาล ค่าบริการพยาบาล และค่าธรรมเนียมแพทย์
| วัคซีนทางเลือก | ชื่อการค้าที่ระบุในเอกสาร | ราคาค่ายาต่อเข็ม (บาท) | ช่วงอายุที่ให้ |
|---|---|---|---|
| ไอพีดี หรือนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต | Weuphoria 13 สายพันธุ์ | 1,381.25 | 2, 4, 6 และ 15 เดือน |
| ไอพีดี หรือนิวโมคอคคัสชนิดคอนจูเกต | Prevnar 20 | 2,786.00 | 2, 4, 6 และ 15 เดือน |
| อีสุกอีใส | Varivax | 1,022.75 | 12 เดือน และ 4 ถึง 6 ปี |
| ตับอักเสบเอ | Havrix 720 u | 857.50 | 18 เดือน และ 24 เดือน |
| หัด คางทูม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส | Proquad | 2,226.75 | 2 ปี 6 เดือน |
| คอตีบ บาดทะยัก ไอกรนไร้เซลล์ โปลิโอฉีด เข็มที่ 5 | Infanrix IPV | 1,049.25 | 4 ถึง 6 ปี |
| มือ เท้า ปาก จากเชื้ออีวี 71 | Entrovac | 2,967.25 | ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป |
| ไข้เลือดออก | Qdenga | 1,803.50 | 4 ถึง 60 ปี |
| ไข้กาฬหลังแอ่นชนิดบี | Bexsero | 3,101.50 | 2, 4 และ 12 เดือน |
| เอชพีวี 9 สายพันธุ์ | Gardasil-9 | 5,872.75 | ตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป |
| ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปป้องกันอาร์เอสวี | Beyfortus ขนาด 50 และ 100 มก. | 15,512.25 | เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปีทุกราย |
ความเห็นของเราคือ อย่าเทียบราคาสองโรงพยาบาลแล้วสรุปว่าที่ถูกกว่าคุ้มกว่า เพราะเอกสารราคาแต่ละแห่งนับรวมคนละอย่าง บางแห่งเป็นค่ายาล้วน บางแห่งรวมค่าแพทย์แล้ว ให้ถามหน่วยบริการว่ายอดที่ต้องจ่ายจริงคือเท่าไหร่ วัคซีนสองตัวที่ราคาสูงที่สุดในตารางนี้อ่านต่อได้ที่ วัคซีน HPV และ วัคซีน RSV
ปี 2569 ตารางวัคซีนเด็กเปลี่ยนอะไรไปบ้าง?
ความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกับกระเป๋าเงินผู้ปกครองมากที่สุดคือวัคซีน PCV เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่องประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กรณีบริการวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ประกาศลงนามวันที่ 17 เมษายน 2569 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะประธานกรรมการ และมีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
ข้อ 4 ของประกาศเขียนไว้ว่า การให้บริการที่ทำไปแล้วตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 จนถึงวันก่อนประกาศมีผล ให้ถือเป็นการให้บริการตามประกาศนี้ด้วย เด็กที่ได้ PCV ไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมจึงอยู่ในสิทธิเช่นกัน
รายละเอียดการให้วัคซีนคือรูปแบบ 2+1 ที่อายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 12 เดือน ที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2569 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 กำหนดว่าวัคซีนที่จัดหาต้องป้องกันสายพันธุ์ก่อโรคหลักอย่างน้อย 10 สายพันธุ์ และอนุมัติงบประมาณปี 2569 ไว้ที่ 313.04 ล้านบาท สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 4.17 แสนคน
ความเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องเป็นผลของตารางนี้ที่สะสมมาหลายสิบปี องค์การอนามัยโลกประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ว่าไทยผ่านการตรวจรับรองการกำจัดโรคหัดเยอรมัน เป็นประเทศที่ 7 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกณฑ์การรับรองต้องมีหลักฐานว่าไม่มีการแพร่เชื้อประจำถิ่นต่อเนื่องเกิน 36 เดือน โดยไทยไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนมาตั้งแต่ปี 2564
ลืมพาลูกไปฉีดตามนัด ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ไหม?
ไม่ต้อง หมายเหตุข้อ 3 ของเอกสารกรมควบคุมโรคเขียนชัดว่า สำหรับวัคซีนที่ต้องให้มากกว่า 1 ครั้ง หากเด็กมารับวัคซีนครั้งต่อไปล่าช้า สามารถให้วัคซีนครั้งต่อไปได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ และหมายเหตุข้อ 2 ระบุว่าวัคซีนทุกชนิดถ้าไม่ได้รับตามกำหนด สามารถให้ทันทีเมื่อพบเด็ก
สิ่งที่ต้องระวังคือกรอบเวลา หมายเหตุข้อ 4 กำหนดว่าเมื่อพบเด็กที่ได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วนหรือล่าช้า ให้ตามเด็กมารับจนครบภายในระยะเวลา 1 ปี แล้วจึงให้ต่อเนื่องตามกำหนดปกติ โดยระยะห่างระหว่างโดสต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนด
ตารางตามฉีดสำหรับเด็กอายุ 1 ถึง 6 ปี ที่กรมควบคุมโรคจัดไว้มีดังนี้
| ครั้งที่ | เดือนที่ | วัคซีนที่ให้ | ข้อแนะนำ |
|---|---|---|---|
| 1 | 0 เมื่อพบเด็กครั้งแรก | DTP-HB-Hib1, IPV1, MMR1, BCG | ให้ IPV 2 ครั้งก่อน OPV เสมอ |
| 2 | 1 | DTP-HB-Hib2, IPV2, LAJE1 | ระยะห่างต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนด |
| 3 | 2 | MMR2 | ถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์อายุที่ได้ MMR2 ให้ตามเกณฑ์ปกติ |
| 4 | 4 | DTP-HB-Hib3, OPV3 | ช่วงนี้เปลี่ยนมาใช้ชนิดรับประทาน |
| 5 | 12 | DTP4, OPV4, LAJE2 | ปิดครบภายในกรอบ 1 ปี |
| 6 | เฉพาะเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไป | DTP5, OPV5 | ถ้าได้ DTP4 หรือ OPV4 เมื่ออายุ 4 ปีขึ้นไปแล้ว ไม่ต้องให้ครั้งที่ 5 |
สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ชุดตามฉีดเปลี่ยนไปใช้ dT แทน DTP เริ่มที่ dT1, IPV1, MMR1, BCG เมื่อพบเด็กครั้งแรก ตามด้วย HB1, IPV2, LAJE1 ในเดือนที่ 1 จากนั้น dT2, MMR2, HB2 ในเดือนที่ 2 แล้ว HB3 ในเดือนที่ 7 และปิดท้ายด้วย dT3, OPV3, LAJE2 ในเดือนที่ 12
มีข้อจำกัดสองเรื่อง เรื่องแรกคือวัคซีนโรต้า กรณีมารับล่าช้า กรมควบคุมโรคให้พิจารณาฉีดได้ในเด็กอายุไม่เกิน 2 ปี ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก เรื่องที่สองคือ BCG ที่ให้เฉพาะรายที่ไม่มีหลักฐานว่าเคยได้รับเมื่อแรกเกิดและไม่มีแผลเป็น และไม่ให้ในเด็กติดเชื้อเอชไอวีที่มีอาการของโรคเอดส์
ถ้าจำไม่ได้ว่าลูกได้อะไรไปแล้ว ให้ถือสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กไปด้วยทุกครั้ง วิธีตรวจสอบประวัติวัคซีนทางออนไลน์อ่านต่อได้ที่ เช็คประวัติฉีดวัคซีน
หลังฉีดวัคซีนลูกมีอาการอะไรได้บ้าง และดูแลอย่างไร?
คลินิกวัคซีนเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน แนะนำให้สังเกตอาการในสถานพยาบาลอย่างน้อย 30 นาทีหลังฉีดทุกครั้ง อาการเฉพาะที่ที่พบได้คือปวด บวม แดง ร้อนบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายภายใน 1 ถึง 2 วัน
ส่วนไข้ พบได้หลังฉีด 1 ถึง 2 วัน แต่วัคซีนเชื้อเป็นบางชนิดอาจทำให้มีไข้หรือผื่นหลังรับวัคซีนไปแล้ว 5 ถึง 7 วัน ช่วงที่ห่างเกือบสัปดาห์นี้เองที่ทำให้หลายคนไม่เชื่อมโยงกับวัคซีน ส่วนใหญ่ไข้จะลดลงและหายเอง ให้ยาลดไข้ได้เมื่อมีไข้
อาการที่ควรพากลับไปโรงพยาบาลคือมีอาการข้างเคียงรุนแรง ซึม หรือมีไข้ต่อเนื่อง อีกคำแนะนำที่ช่วยลดความกังวลคือ การฉีดวัคซีนหลายชนิดในวันเดียวกันไม่ได้เป็นอันตราย และรับพร้อมกันได้ ส่วนกรณีที่เด็กมีไข้อยู่ก่อน ทางคลินิกแนะนำให้เลื่อนการฉีดออกไปก่อน
ข้อมูล ตัวเลข และราคาทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงจากเอกสารที่หน่วยงานเจ้าของเผยแพร่ ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูล 11 กันยายน 2569 กำหนดการวัคซีนและอัตราค่าบริการเปลี่ยนแปลงได้ตลอด โปรดยืนยันกับหน่วยบริการที่ลูกของคุณจะไปรับวัคซีนก่อนทุกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย การตัดสินใจเรื่องวัคซีนของเด็กแต่ละคนควรผ่านการปรึกษาแพทย์หรือกุมารแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ตารางวัคซีนเด็กฉบับล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุขเป็นปีอะไร
ฉบับที่กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค เผยแพร่ล่าสุดคือกำหนดการปี 2568 ลงวันที่เผยแพร่ 14 มกราคม 2568 ส่วนตารางของสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยเป็นฉบับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569
เด็ก 4 ขวบต้องฉีดวัคซีนอะไร
ตามกำหนดการของกระทรวงสาธารณสุข เด็กอายุ 4 ปีได้รับ DTP เข็มที่ 5 ป้องกันคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน และ OPV ครั้งที่ 5 ซึ่งเป็นวัคซีนโปลิโอชนิดรับประทาน
ถ้าลูกได้ DTP4 ตอนอายุเกิน 4 ขวบแล้ว ยังต้องฉีดเข็มที่ 5 อีกไหม
ไม่ต้อง กรมควบคุมโรคระบุว่าหากได้รับ DTP4 หรือ OPV4 เมื่ออายุ 4 ปีขึ้นไป ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับครั้งที่ 5 อีก
วัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคต้องจ่ายเงินไหม
ไม่เสียค่าวัคซีน แต่อาจมีค่าบริการของสถานพยาบาล โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนแจ้งไว้ที่ 100 บาท บวกค่าฉีด 20 บาท และค่าทำบัตรใหม่ 20 บาท
วัคซีน PCV ฟรีแล้วจริงไหม
จริง ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ให้ PCV เป็นสิทธิบริการสาธารณสุข ฉีดที่อายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 12 เดือน
ลืมพาลูกไปฉีดตามนัด ต้องเริ่มฉีดใหม่ทั้งชุดไหม
ไม่ต้อง กรมควบคุมโรคระบุว่าหากมาล่าช้า ให้ฉีดครั้งต่อไปได้เลยโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ และให้ตามเด็กมารับจนครบภายใน 1 ปี
วัคซีนโรต้าให้ย้อนหลังได้ถึงอายุเท่าไหร่
กรณีมารับล่าช้า กรมควบคุมโรคให้พิจารณาฉีดได้ในเด็กอายุไม่เกิน 2 ปี ส่วนกำหนดปกติคือครั้งแรกก่อนอายุครบ 15 สัปดาห์ และครั้งสุดท้ายก่อนอายุครบ 32 สัปดาห์
ฉีดวัคซีนหลายชนิดในวันเดียวกันอันตรายไหม
คลินิกวัคซีนเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ระบุว่าการฉีดหลายชนิดในวันเดียวกันไม่ได้เป็นอันตราย และรับพร้อมกันได้
หลังฉีดวัคซีนมีไข้กี่วันถึงจะผิดปกติ
ไข้ที่พบบ่อยจะเกิดหลังฉีด 1 ถึง 2 วัน ส่วนวัคซีนเชื้อเป็นบางชนิดอาจมีไข้หรือผื่นที่ 5 ถึง 7 วัน หากมีไข้ต่อเนื่อง ซึม หรืออาการรุนแรง ควรพาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเพิ่มเติม
วัคซีนไอพีดีสำหรับเด็กราคาเท่าไหร่ถ้าจ่ายเอง
เอกสารวัคซีนทางเลือกของโรงพยาบาลรามาธิบดี ราคาค่ายา ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 ระบุ Weuphoria 13 สายพันธุ์ ที่ 1,381.25 บาท Vaxneuvance 15 สายพันธุ์ ที่ 2,197.00 บาท และ Prevnar 20 ที่ 2,786.00 บาทต่อเข็ม
เด็กหญิงได้วัคซีน HPV ตอนไหน
กำหนดการของกระทรวงสาธารณสุขให้ฉีดในเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และระบุว่ากรณีเด็กหญิงไทยที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ให้ฉีดที่อายุ 11 ถึง 12 ปี
สิ่งที่ควรทำต่อคือเปิดสมุดสีชมพูของลูกดูวันนี้
ตารางวัคซีนเด็กดูยากตรงที่ชื่อย่อเยอะและช่วงอายุถี่ แต่ใช้งานจริงง่ายกว่านั้น เปิดสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก ดูว่าบรรทัดสุดท้ายที่มีคนเซ็นชื่อคืออะไร แล้วเทียบกับตารางในบทความนี้ว่าขั้นถัดไปคืออะไร ถ้าขาดไปหลายรายการก็ไม่ต้องกังวลจนไม่กล้าไป เพราะระบบออกแบบมาให้ตามฉีดต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่
แหล่งอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข: กำหนดการให้วัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ของกระทรวงสาธารณสุข ปี 2568
- กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค: หน้าเผยแพร่กำหนดการให้วัคซีนตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2568
- สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย: ตารางการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในเด็กและวัยรุ่นไทย 2569
- Thai PBS: ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศบอร์ด สปสช. ฉีดวัคซีน PCV ให้เด็กไทยฟรี
- Hfocus: บอร์ด สปสช. ทุ่มงบ 313 ล้าน ไฟเขียววัคซีน PCV สำหรับเด็กไทย 3 ช่วงวัย
- โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล: วัคซีนทางเลือกสำหรับเด็ก หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกพิเศษเด็ก
- โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล: คลินิกวัคซีนเด็กและวัยรุ่น
- Hfocus: องค์การอนามัยโลกรับรองไทยกำจัดหัดเยอรมันสำเร็จ เป็นประเทศที่ 7 ของ WHO SEARO
- World Health Organization South-East Asia: WHO South-East Asia Region recognizes major public health achievements across Member States


