สังคมไทยละห้อย ความหมายตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พร้อมตัวอย่างและคำใกล้เคียง

ละห้อย ความหมายตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พร้อมตัวอย่างและคำใกล้เคียง

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เก็บคำว่า ละห้อย ไว้ 2 ความหมาย ความหมายแรกคือน้ำเสียงเว้าวอนอ่อย ๆ ที่ทำให้คนฟังสงสาร ความหมายที่สองคือความโศกเศร้าที่เกิดจากความผิดหวังหรือความคิดถึง ทั้งสองความหมายจัดเป็นคำวิเศษณ์ จึงต้องไปเกาะกับคำอื่นเสมอ เช่น เสียงละห้อย หน้าละห้อย ละห้อยหา

ละห้อย ความหมายตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 คือคำวิเศษณ์ที่ใช้ได้ 2 ทาง ทางแรกหมายถึงอาการที่พูดเว้าวอนด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ จนก่อให้เกิดความสงสารเห็นอกเห็นใจ ตัวอย่างที่พจนานุกรมยกไว้คือ เสียงละห้อย ทางที่สองหมายถึงโศกเศร้าเพราะความผิดหวังหรือคิดถึง ตัวอย่างที่ยกไว้คือ หน้าละห้อย จุดร่วมของทั้งสองความหมายคือความเศร้าแบบอ่อนแรงที่ผูกอยู่กับการคิดถึงหรือการรอคอย ไม่ใช่ความโกรธ และไม่ใช่ความเสียใจที่รุนแรงถึงขั้นรันทด

ประเด็นสำคัญ

  • พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานกำกับชนิดของคำไว้ว่า ว. คือคำวิเศษณ์ ไม่ใช่คำกริยาและไม่ใช่คำนาม
  • ความหมายที่ 1 เน้นที่เสียง ความหมายที่ 2 เน้นที่สีหน้าและจิตใจ พจนานุกรมยกตัวอย่างไว้คนละคำ คือ เสียงละห้อย กับ หน้าละห้อย
  • ลูกคำที่พจนานุกรมเก็บไว้มีคำเดียวคือ ละห้อยละเหี่ย ซึ่งแปลว่าอาการอ่อนอกอ่อนใจเพราะผิดหวังหรือเหนื่อยมาก
  • คำว่า ละห้อยใจ ค้นไม่พบในพจนานุกรม ต่างจาก เศร้าใจ และ สลดใจ ที่มีเก็บไว้
  • คำใกล้เคียงแต่ละคำเน้นคนละจุด เศร้าสร้อย เน้นความสะเทือนใจ ว้าเหว่ เน้นความอ้างว้าง หงอยเหงา เน้นความไม่กระปรี้กระเปร่า ส่วน สลด เป็นคำกริยา
  • คำว่า เหว่ว้า ค้นไม่พบในพจนานุกรม รูปที่ถูกต้องคือ ว้าเหว่
  • ในคลังวรรณกรรมของวิกิซอร์ซภาษาไทย คำว่า ละห้อย ปรากฏใน 23 หน้า โดยรูปที่พบบ่อยที่สุดคือ ละห้อยหา ซึ่งพบ 9 หน้า
  • วรรณคดีที่ใช้คำนี้มีตั้งแต่ ลิลิตตะเลงพ่าย และ นิราศนรินทร์ ไปจนถึงนิราศของสุนทรภู่และกาพย์เห่เรือพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6

ละห้อย ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานคืออะไร?

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นพจนานุกรมที่ทางราชการใช้อ้างอิง เก็บคำว่า ละห้อย ไว้เป็นคำวิเศษณ์ และแยกความหมายออกเป็น 2 ข้อชัดเจน ข้อที่หนึ่งคือ อาการที่พูดเว้าวอนด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ก่อให้เกิดความสงสารเห็นอกเห็นใจ พร้อมยกตัวอย่างว่า เสียงละห้อย ข้อที่สองคือ โศกเศร้าเพราะความผิดหวังหรือคิดถึง พร้อมยกตัวอย่างว่า หน้าละห้อย

การแยกเป็นสองข้อแบบนี้บอกอะไรมากกว่าที่เห็น ความหมายแรกเป็นเรื่องของเสียงและการสื่อสารออกไปหาคนอื่น ส่วนความหมายที่สองเป็นเรื่องของอารมณ์ที่อยู่ข้างในและปรากฏออกมาที่สีหน้า คนคนหนึ่งจึงมีหน้าละห้อยได้โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย และพูดด้วยเสียงละห้อยได้แม้สีหน้าจะไม่ได้เศร้าตาม

นิยาม: ละห้อย เป็นคำวิเศษณ์ในภาษาไทย พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายไว้ 2 ข้อ คือ (1) อาการที่พูดเว้าวอนด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ก่อให้เกิดความสงสารเห็นอกเห็นใจ เช่น เสียงละห้อย และ (2) โศกเศร้าเพราะความผิดหวังหรือคิดถึง เช่น หน้าละห้อย

คำว่า อ่อย ๆ ที่พจนานุกรมใช้อธิบายก็เป็นคำที่มีเก็บไว้เช่นกัน โดยให้ความหมายว่า ค่อย ๆ เบา ๆ พร้อมตัวอย่างว่า เสียงอ่อย และ พูดอ่อย ๆ นั่นแปลว่าน้ำเสียงละห้อยไม่ใช่เสียงร้องไห้โฮ ไม่ใช่เสียงตะโกน แต่เป็นเสียงที่เบาลงจนคนฟังต้องเงี่ยหูฟัง แล้วเกิดความสงสารขึ้นมาเอง

ละห้อย เป็นคำชนิดใด และวางไว้ตรงไหนของประโยค?

พจนานุกรมกำกับไว้ว่า ว. ซึ่งย่อมาจากคำวิเศษณ์ หมายความว่า ละห้อย ทำหน้าที่ขยายคำอื่น ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาหลักหรือประธานของประโยค ในทางปฏิบัติจึงเห็นคำนี้ตามหลังคำนามหรือคำกริยาเสมอ เช่น หน้าละห้อย แววตาละห้อย เสียงละห้อย นั่งละห้อย มองละห้อย

ใช้ตามหลังคำนามที่แสดงอารมณ์

แบบที่คนไทยใช้บ่อยที่สุดคือเอาไปต่อท้าย หน้า ตา แวว เสียง หรือ ท่าทาง เพราะสิ่งเหล่านี้คือช่องทางที่อารมณ์ภายในเล็ดลอดออกมา ประโยคอย่าง เธอทำหน้าละห้อยตั้งแต่รู้ว่าเพื่อนสนิทจะย้ายโรงเรียน จึงตรงกับตัวอย่างที่พจนานุกรมรับรอง

ใช้ขยายคำกริยาเพื่อบอกลักษณะการกระทำ

อีกแบบคือวางไว้หลังคำกริยาเพื่อบอกว่าทำสิ่งนั้นด้วยอารมณ์แบบใด เช่น เขาพูดละห้อยจนคนฟังใจอ่อน หรือ เด็กคนนั้นมองตามละห้อย ในโครงสร้างแบบนี้คำว่า ละห้อย ทำหน้าที่เหมือนคำวิเศษณ์บอกอาการ ซึ่งเป็นบทบาทปกติของคำชนิดนี้ในภาษาไทย

รูปคำที่ไม่มีเก็บไว้ในพจนานุกรม

เมื่อค้นคำว่า ละห้อยใจ ในพจนานุกรมฉบับเดียวกัน ระบบตอบว่าไม่พบคำศัพท์ที่ต้องการค้นหา ขณะที่ เศร้าใจ สลดใจ และ น้อยใจ ล้วนมีเก็บไว้ ข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้แปลว่าใครเขียน ละห้อยใจ แล้วผิดมหันต์ แต่แปลว่าถ้าต้องเขียนงานที่อ้างอิงพจนานุกรมโดยตรง เช่น ข้อสอบ งานวิชาการ หรือเอกสารราชการ การเลือกรูปที่พจนานุกรมรับรองอย่าง หน้าละห้อย หรือ เสียงละห้อย จะปลอดภัยกว่า

หน้าละห้อย กับ เสียงละห้อย ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่ช่องทางการแสดงออกและต่างกันที่เจตนา หน้าละห้อย ตรงกับความหมายข้อ 2 ของพจนานุกรม คือความโศกเศร้าจากความผิดหวังหรือความคิดถึงที่ปรากฏออกมาทางสีหน้า ส่วน เสียงละห้อย ตรงกับความหมายข้อ 1 คือการพูดเว้าวอนด้วยน้ำเสียงเบาจนคนฟังเกิดความสงสาร

ความต่างที่ละเอียดกว่านั้นคือเรื่องผู้รับสาร หน้าละห้อยเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีใครอยู่ด้วย คนที่นั่งอยู่คนเดียวในห้องก็ทำหน้าละห้อยได้ แต่เสียงละห้อยตามคำอธิบายของพจนานุกรมมีคำว่า เว้าวอน อยู่ด้วย ซึ่งแปลว่ามีคนฟังอยู่ และมีความต้องการบางอย่างส่งไปถึงคนฟัง เช่น ขอให้ใจอ่อน ขอให้อยู่ต่อ หรือขอให้ยกโทษ

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  คำแนะนำตั้ง ชื่อ ลูกสาว เกิด วัน จันทร์ ไม่มี สระ

ละห้อย ต่างจาก เศร้าสร้อย หงอยเหงา ว้าเหว่ และ สลด ตรงไหน?

คำกลุ่มความเศร้าในภาษาไทยมีหลายคำ และแต่ละคำเน้นคนละจุด ตารางด้านล่างเรียบเรียงจากคำนิยามในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ทั้งหมด โดยคงชนิดของคำและตัวอย่างที่พจนานุกรมยกไว้เอาไว้ตามเดิม

คำชนิดของคำความหมายตามพจนานุกรมตัวอย่างที่พจนานุกรมยกไว้จุดเน้นที่ต่างจาก ละห้อย
ละห้อยว.พูดเว้าวอนด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ให้เกิดความสงสาร และโศกเศร้าเพราะผิดหวังหรือคิดถึงเสียงละห้อย, หน้าละห้อยเป็นคำตั้งต้นของการเทียบ มีทั้งมิติเสียงและมิติสีหน้า
เศร้าสร้อยว.มีความรู้สึกสะเทือนใจชวนให้โศกเศร้าเพราะคิดถึงหรือผิดหวังเขาสอบไม่ผ่านเลยเดินกลับบ้านอย่างเศร้าสร้อยเน้นความสะเทือนใจ ไม่มีนัยของการเว้าวอนคนอื่น ใช้ว่า สร้อยเศร้า ก็ได้
หงอยเหงาว.เปลี่ยวใจ ไม่กระปรี้กระเปร่าใช้ว่า เหงาหงอย ก็ได้เน้นความไม่มีชีวิตชีวา ไม่ผูกกับการคิดถึงใครเป็นการเฉพาะ
ว้าเหว่ว.รู้สึกอ้างว้าง เปลี่ยวใจไปต่างถิ่น พอเย็นลงก็รู้สึกว้าเหว่ คิดถึงบ้านเกิดจากการอยู่ลำพังหรืออยู่ที่แปลกถิ่น ไม่ได้บรรยายสีหน้าหรือน้ำเสียง
สลดก.สังเวชใจ รู้สึกรันทดใจ, เผือด ถอดสี, และเฉาเหี่ยวเมื่อใช้กับใบไม้ดอกไม้หน้าสลด, ต้นไม้ถูกความร้อนมาก ๆ ใบสลดเป็นคำกริยา ใช้กับพืชได้ และมีนัยของความสังเวชที่ ละห้อย ไม่มี
ละเหี่ยก.อ่อนใจ อิดโรยกินยาลมแก้ใจละเหี่ยเน้นความอ่อนแรงทางกาย ใช้ว่า ละเหี่ยใจ ก็ได้
รันทดก.สลดใจมาก มีจิตใจหวั่นไหวมากเพราะความโศกสลดรันทดสลดใจ, รันทดท้อเสียใจไห้สะอื้นระดับความรุนแรงสูงกว่ามาก และมักใช้เข้าคู่กับคำอื่น

ถ้าจะจำแบบสั้นที่สุด ให้จำว่า ละห้อย คือเศร้าแบบอ่อย ๆ ที่มีคนหรือสิ่งที่คิดถึงอยู่ปลายทาง ว้าเหว่ คือเศร้าเพราะไม่มีใครอยู่ด้วย หงอยเหงา คือเศร้าจนหมดความคึกคัก สลด คือสะเทือนใจจนหน้าถอดสี และ รันทด คือหนักที่สุดในกลุ่มนี้

ข้อสังเกตเพิ่มเติมคือเรื่องคำอ่าน พจนานุกรมวงเล็บคำอ่านกำกับไว้ให้เฉพาะคำที่อ่านไม่ตรงรูป เช่น หงอยเหงา อ่านว่า หฺงอยเหฺงา และ สลด อ่านว่า สะหฺลด ส่วน ละห้อย ไม่มีวงเล็บคำอ่านกำกับ เพราะอ่านตรงตามรูปว่า ละ ห้อย ตามปกติ

อินโฟกราฟิกสรุป ละห้อย ความหมายตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พร้อมตัวอย่างและคำใกล้เคียง
สรุปเป็นภาพ: ละห้อย ความหมายตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พร้อมตัวอย่างและคำใกล้เคียง

ละห้อยละเหี่ย แปลว่าอะไร และต่างจาก ละห้อย อย่างไร?

พจนานุกรมระบุว่าลูกคำของ ละห้อย มีคำเดียวคือ ละห้อยละเหี่ย ให้ความหมายว่า อาการที่อ่อนอกอ่อนใจเพราะผิดหวังหรือเหนื่อยมากเป็นต้น พร้อมตัวอย่างว่า เดินละห้อยละเหี่ย

ความต่างอยู่ที่คำว่า เหนื่อยมาก ในคำนิยาม เพราะ ละห้อย เพียงคำเดียวไม่ได้พูดถึงความเหนื่อยเลย แต่เมื่อซ้อนกับ ละเหี่ย ซึ่งพจนานุกรมให้ความหมายว่า อ่อนใจ อิดโรย ความหมายรวมจึงกลายเป็นอาการหมดแรงทั้งกายและใจ ใครที่ทำงานหนักมาทั้งวันแล้วยังต้องเจอเรื่องผิดหวังซ้ำ คำที่ตรงที่สุดคือ ละห้อยละเหี่ย ไม่ใช่ ละห้อย เฉย ๆ

คำซ้อนแบบนี้เป็นลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของภาษาไทย คือเอาคำสองคำที่ความหมายใกล้กันมาวางคู่เพื่อเพิ่มน้ำหนักและเพิ่มจังหวะให้ประโยค ผู้ที่สนใจกลไกการเพิ่มจังหวะแบบนี้ในภาษาพูดอ่านต่อได้ที่เรื่อง คำอุทานเสริมบทคืออะไร

คำว่า ละห้อย ปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่องใดบ้าง?

เมื่อค้นคำว่า ละห้อย ในคลังวรรณกรรมของวิกิซอร์ซภาษาไทยเมื่อเดือนกันยายน 2569 ระบบแจ้งว่าพบใน 23 หน้า ตั้งแต่ลิลิตสมัยต้นรัตนโกสินทร์ นิราศของสุนทรภู่ เสภาขุนช้างขุนแผน ไปจนถึงกาพย์เห่เรือพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6

วรรณคดีผู้แต่งตามที่หน้าต้นฉบับระบุข้อความที่ปรากฏรูปคำที่ใช้
ลิลิตตะเลงพ่ายสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสจำใจจรจากสร้อย อยู่แม่อย่าละห้อย ห่อนช้าคืนสม แม่แลละห้อย เดี่ยว ในความหมายปลอบไม่ให้เศร้า
นิราศนรินทร์นายนรินทรธิเบศร์หลับฤตื่นตรอมละห้อย อยู่ห้องหนหลังตรอมละห้อย
นิราศเมืองแกลงสุนทรภู่เป็นห่วงหนึ่งถึงชนกที่ปกเกล้า จะแสนเศร้าครวญคอยละห้อยหาละห้อยหา
นิราศพระประธมสุนทรภู่ตำบลบางกอกน้อยละห้อยหวน แลแต่ล้วนเรือตลาดไม่ขาดคราวละห้อยหวน
เพลงยาวถวายโอวาทสุนทรภู่ทั้งอาลัยองค์น้อยละห้อยหา จะใส่บ่าแบกวางข้างละองค์ละห้อยหา
ขุนช้างขุนแผน ตอนที่ 35 ขุนช้างถวายฎีกาเสภาฉบับหอพระสมุดวชิรญาณจำกูจะไปสู่สวาทน้อง เจ้าวันทองจะคอยละห้อยหาละห้อยหา
ประชุมกาพย์เห่เรือ พ.ศ. 2460 บทเห่ 4พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวผ่านทางบางปลาสร้อย จิตละห้อยละเหี่ยหมองละห้อยละเหี่ย
นิราศลอนดอนหม่อมราโชทัย (หม่อมราชวงศ์กระต่าย อิศรางกูร)คลื่นระดมลมกล้าประดาเสีย นอนละเหี่ยละห้อยไห้ใจตึกตึกละห้อยไห้

สิ่งที่น่าสนใจคือรูปคำที่กวีเลือกใช้ ในคลังเดียวกันนั้น ละห้อยหา พบ 9 หน้า ละห้อยไห้ พบ 5 หน้า ละห้อยหวน พบ 4 หน้า และ ละห้อยละเหี่ย พบ 2 หน้า ส่วน หน้าละห้อย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่พจนานุกรมยกไว้ กลับค้นไม่พบเลยแม้แต่หน้าเดียว และ เสียงละห้อย พบเพียงหน้าเดียว คือในการเทศมหาชาติ กัณฑ์ที่ 11 มหาราช ซึ่งใช้ในบริบทของเสียงดนตรีที่บรรเลงคลอไป

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  การหมั้นคืออะไร หมั้นได้อายุเท่าไหร่ ของหมั้นกับสินสอดต่างกันอย่างไร

ข้อมูลชุดนี้ชี้ว่าในวรรณคดีร้อยกรอง คำว่า ละห้อย มักถูกใช้ประกบกับคำกริยาที่แสดงการคิดถึงและการร้องไห้ คือ หา ไห้ และ หวน ส่วนการเอาไปขยายคำนามอย่าง หน้า หรือ เสียง เป็นการใช้ที่เด่นชัดกว่าในภาษาร้อยแก้วสมัยหลัง ซึ่งเป็นภาพเดียวกับที่พจนานุกรมเลือกยกเป็นตัวอย่าง

อีกข้อสังเกตคือ ละห้อย มักปรากฏในวรรณคดีประเภทนิราศเป็นพิเศษ ซึ่งสมเหตุสมผล เพราะนิราศคือบทประพันธ์ที่กวีเดินทางจากคนรักแล้วพรรณนาความคิดถึงตลอดทาง ตรงกับความหมายข้อ 2 ของพจนานุกรมที่ว่าโศกเศร้าเพราะความผิดหวังหรือคิดถึงพอดี

คำนิยามทั้งหมดในบทความนี้คัดมาจากพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ฉบับออนไลน์ ตามที่ปรากฏ ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูล ส่วนตัวเลขจำนวนหน้าที่พบคำมาจากการค้นในคลังวิกิซอร์ซภาษาไทยเมื่อเดือนกันยายน 2569 ซึ่งเป็นคลังที่มีการเพิ่มเอกสารอยู่เรื่อย ๆ ตัวเลขจึงเปลี่ยนได้ในภายหลัง ผู้ที่ต้องอ้างอิงในงานวิชาการควรตรวจสอบซ้ำจากต้นฉบับตีพิมพ์โดยตรง

ตัวอย่างประโยคที่ใช้คำว่า ละห้อย ได้ถูกต้องมีอะไรบ้าง?

ตัวอย่างชุดนี้เรียบเรียงขึ้นเพื่อการอธิบาย โดยยึดโครงสร้างตามตัวอย่างที่พจนานุกรมรับรองไว้ คือ เสียงละห้อย และ หน้าละห้อย

  • แม่ทำหน้าละห้อยตั้งแต่ลูกชายขึ้นรถไฟกลับไปทำงานต่างจังหวัด
  • เด็กชายพูดเสียงละห้อยขอให้พ่อพาไปส่งที่โรงเรียนอีกสักวัน
  • หมาตัวนั้นนั่งมองประตูอย่างละห้อยทุกเย็นที่เจ้าของยังไม่กลับ
  • เสียงเพลงเก่าลอยมาจากร้านกาแฟ ทำให้เขาเดินละห้อยละเหี่ยไปตลอดทาง
  • แววตาละห้อยของเธอทำให้ทุกคนในห้องเงียบไปพักหนึ่ง

สังเกตว่าทุกประโยคมีคำนามหรือคำกริยานำหน้าเสมอ ไม่มีประโยคไหนที่ใช้ ละห้อย ลอย ๆ เป็นกริยาหลักแบบ เขาละห้อย เพราะรูปแบบนั้นฟังขัดหูและไม่ตรงกับชนิดของคำที่พจนานุกรมกำหนดไว้

ใช้คำว่า ละห้อย ผิดแบบไหนบ้าง?

ความผิดพลาดที่พบบ่อยแบ่งได้เป็นสี่กลุ่ม คือใช้ผิดชนิดของคำ สับสนกับคำที่หน้าตาคล้ายกัน เขียนคำเทียบเคียงผิดรูป และใช้ผิดอารมณ์

ใช้ ละห้อย เป็นคำกริยา

ประโยคอย่าง เขาละห้อยมากเลย ฟังแล้วสะดุด เพราะพจนานุกรมกำกับคำนี้ไว้เป็นคำวิเศษณ์ ทางแก้ง่ายที่สุดคือเติมคำนามหรือคำกริยาให้มันเกาะ เช่น เขาทำหน้าละห้อยมากเลย หรือ เขาพูดเสียงละห้อยมากเลย

สับสนระหว่าง ละห้อย กับ ละเหี่ย

สองคำนี้เขียนคล้ายกันและมักมาคู่กัน แต่พจนานุกรมแยกไว้คนละที่ ละเหี่ย เป็นคำกริยา แปลว่า อ่อนใจ อิดโรย ซึ่งเป็นอาการเชิงกำลังวังชา ส่วน ละห้อย เป็นคำวิเศษณ์ที่ว่าด้วยอารมณ์เศร้าและน้ำเสียง คนที่ทำงานหนักจนหมดแรงจึงควรใช้ว่า ละเหี่ย ไม่ใช่ ละห้อย

เขียนคำเทียบเคียงผิดรูป

เวลาเทียบคำในกลุ่มความเศร้า หลายคนเขียนว่า เหว่ว้า ซึ่งค้นในพจนานุกรมแล้วขึ้นว่าไม่พบคำศัพท์ที่ต้องการค้นหา รูปที่พจนานุกรมเก็บไว้คือ ว้าเหว่ ต่างจาก เศร้าสร้อย ที่ใช้ว่า สร้อยเศร้า ก็ได้ และ หงอยเหงา ที่ใช้ว่า เหงาหงอย ก็ได้ เพราะสองคู่หลังพจนานุกรมระบุรูปสลับที่ไว้ให้ชัดเจน ปัญหารูปคำสลับที่แล้วยังถูกหรือไม่นี้เป็นโจทย์คลาสสิกของภาษาไทย คล้ายกับกรณี เท้าเอวหรือท้าวเอวเขียนอย่างไรจึงถูก

ใช้กับอารมณ์โกรธหรืองอน

ละห้อย ไม่ใช่ความโกรธและไม่ใช่การงอน พจนานุกรมให้ความหมายของ งอน ว่าแสดงอาการโกรธเคืองหรือไม่พอใจเพื่อให้เขาง้อ ส่วน น้อยใจ คือรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นต้น ทั้งสองคำมีคู่กรณีที่ทำให้เกิดอารมณ์ ขณะที่ ละห้อย มีแต่ความเศร้าและความคิดถึง โดยไม่มีการเรียกร้องอะไรจากใครในเชิงต่อว่า

คำถามที่พบบ่อย

ละห้อย แปลว่าอะไร?

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายไว้ 2 ข้อ คือ อาการที่พูดเว้าวอนด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ก่อให้เกิดความสงสารเห็นอกเห็นใจ เช่น เสียงละห้อย และ โศกเศร้าเพราะความผิดหวังหรือคิดถึง เช่น หน้าละห้อย

ละห้อย เป็นคำชนิดใด?

เป็นคำวิเศษณ์ พจนานุกรมกำกับไว้ด้วยอักษรย่อ ว. ทั้งสองความหมาย จึงต้องใช้ขยายคำนามหรือคำกริยา ไม่ใช้เป็นกริยาหลักของประโยค

หน้าละห้อย กับ เสียงละห้อย ต่างกันอย่างไร?

หน้าละห้อยตรงกับความหมายข้อที่ 2 คือความเศร้าจากความผิดหวังหรือคิดถึงที่ปรากฏทางสีหน้า ส่วนเสียงละห้อยตรงกับความหมายข้อที่ 1 คือการพูดเว้าวอนด้วยน้ำเสียงเบาจนคนฟังสงสาร

ละห้อย กับ เศร้าสร้อย ต่างกันตรงไหน?

พจนานุกรมอธิบาย เศร้าสร้อย ว่ามีความรู้สึกสะเทือนใจชวนให้โศกเศร้าเพราะคิดถึงหรือผิดหวัง ซึ่งไม่มีนัยของการเว้าวอนให้คนอื่นสงสารแบบที่ ละห้อย มีอยู่ในความหมายข้อแรก

ละห้อยละเหี่ย แปลว่าอะไร?

แปลว่าอาการที่อ่อนอกอ่อนใจเพราะผิดหวังหรือเหนื่อยมากเป็นต้น ตัวอย่างที่พจนานุกรมยกไว้คือ เดินละห้อยละเหี่ย และเป็นลูกคำเพียงคำเดียวของ ละห้อย ที่พจนานุกรมเก็บไว้

เขียนว่า ละห้อยใจ ได้ไหม?

ค้นในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 แล้วไม่พบคำนี้ ต่างจาก เศร้าใจ และ สลดใจ ที่มีเก็บไว้ ถ้าเขียนงานที่ต้องอ้างอิงพจนานุกรม ควรใช้รูปที่พจนานุกรมรับรอง เช่น หน้าละห้อย หรือ เสียงละห้อย

เหว่ว้า กับ ว้าเหว่ เขียนแบบไหนถูก?

พจนานุกรมเก็บไว้เฉพาะรูป ว้าเหว่ ให้ความหมายว่ารู้สึกอ้างว้าง เปลี่ยวใจ ส่วนคำว่า เหว่ว้า ค้นแล้วขึ้นว่าไม่พบคำศัพท์ที่ต้องการค้นหา

ละห้อย ใช้กับสัตว์เลี้ยงได้ไหม?

ใช้ได้ในภาษาเขียนทั่วไป เพราะเป็นคำวิเศษณ์ที่ขยายสีหน้าหรือท่าทาง เช่น หมานั่งมองประตูอย่างละห้อย พจนานุกรมไม่ได้จำกัดว่าต้องใช้กับคนเท่านั้น

คำว่า ละห้อย พบในวรรณคดีเรื่องใดบ้าง?

ตัวอย่างที่ตรวจสอบได้มี ลิลิตตะเลงพ่าย นิราศนรินทร์ นิราศเมืองแกลง นิราศพระประธม เพลงยาวถวายโอวาท เสภาขุนช้างขุนแผนตอนขุนช้างถวายฎีกา ประชุมกาพย์เห่เรือ พ.ศ. 2460 และนิราศลอนดอน

วรรคที่ว่า อยู่แม่อย่าละห้อย มาจากเรื่องอะไร?

มาจากลิลิตตะเลงพ่าย พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ในโคลงที่ว่า จำใจจรจากสร้อย อยู่แม่อย่าละห้อย ห่อนช้าคืนสม แม่แล

รูปคำใดที่กวีไทยใช้คู่กับ ละห้อย บ่อยที่สุด?

จากการค้นในคลังวิกิซอร์ซภาษาไทย รูป ละห้อยหา พบมากที่สุดคือ 9 หน้า รองลงมาคือ ละห้อยไห้ 5 หน้า และ ละห้อยหวน 4 หน้า

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ถ้า ทุก ประเทศ ปฏิบัติ ตาม ความ ตกลง ปารีส จะ ส่ง ผล ต่อ สิ่งแวดล้อม อย่างไร

สรุปวิธีเลือกใช้คำว่า ละห้อย ให้ถูกที่

ตั้งต้นจากคำถามว่าอารมณ์นั้นออกมาทางไหน ถ้าออกทางสีหน้าและแววตาเพราะคิดถึงหรือผิดหวัง ให้ใช้ หน้าละห้อย หรือ แววตาละห้อย ถ้าออกทางน้ำเสียงและมีการขอร้องคนอื่นอยู่ด้วย ให้ใช้ เสียงละห้อย และถ้าเหนื่อยจนหมดแรงพ่วงมากับความผิดหวัง คำที่ตรงกว่าคือ ละห้อยละเหี่ย

ถ้ายังลังเลว่าจะเลือกคำไหน ให้เปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานออนไลน์แล้วอ่านตัวอย่างที่ยกไว้ท้ายคำนิยาม เพราะตัวอย่างเหล่านั้นคือรูปประโยคที่พจนานุกรมรับรองโดยตรง และเป็นหลักฐานที่ใช้อ้างอิงได้เวลาต้องตกลงกันเรื่องการใช้คำในห้องเรียนหรือในที่ทำงาน

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด