สภาการพยาบาลคือองค์กรควบคุมวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ของประเทศไทย จัดตั้งตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ เล่ม 102 ตอนที่ 120 วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2528 หน้าที่หลักคือรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพ สั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต และรับรองหลักสูตรกับสถาบันการศึกษาพยาบาล
ประเด็นสำคัญ
- สภาการพยาบาลเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 6 ของ พ.ร.บ. วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528 มีวัตถุประสงค์ 7 ข้อและอำนาจหน้าที่ 9 ข้อ
- ผู้ขอใบอนุญาตทั้งการพยาบาลและการผดุงครรภ์สอบ 8 รายวิชา ส่วนผู้ขอเฉพาะการพยาบาลสอบ 7 รายวิชา และเฉพาะการผดุงครรภ์สอบ 3 รายวิชา
- ปี 2569 จัดสอบ 3 รอบ รอบแรกสอบวันที่ 21 ถึง 22 มีนาคม 2569 ประกาศผล 22 เมษายน 2569
- ค่าธรรมเนียมสอบครั้งละ 1,000 บาท บวกรายวิชาละ 200 บาท ผู้สอบ 8 วิชาจึงจ่าย 2,600 บาท และเกณฑ์ผ่านคือรายวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
- ยื่นต่ออายุใบอนุญาตได้ล่วงหน้า 180 วัน ถ้าปล่อยให้ขาดอายุต้องสอบประเมินความรู้ใหม่ 1 หรือ 8 รายวิชาแล้วแต่กรณี
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คืออะไร
คือเอกสารที่สภาการพยาบาลออกให้ผู้สำเร็จการศึกษาที่สอบความรู้ผ่านตามเกณฑ์ เพื่อให้มีสิทธิประกอบวิชาชีพได้ตามกฎหมาย ใบอนุญาตทุกประเภทมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ออก ตาม พ.ร.บ. วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมในปี 2540
สภาการพยาบาลคืออะไร และตั้งขึ้นมาได้อย่างไร
สภาการพยาบาลเป็นองค์กรวิชาชีพที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในประเทศไทย ก่อนหน้านั้นงานพยาบาลและงานผดุงครรภ์อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ โดยมีคณะกรรมการชุดเดียวดูแลทั้งทันตกรรม เภสัชกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ กายภาพบำบัด และเทคนิคการแพทย์รวมกัน
สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ยกร่างกฎหมายวิชาชีพฉบับแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 ต่อมาปี พ.ศ. 2518 ที่ประชุมพยาบาลแห่งชาติ ครั้งที่ 5 มีมติให้เสนอกระทรวงสาธารณสุขแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช 2479 ในส่วนที่เกี่ยวกับสองสาขานี้ พร้อมเสนอให้ตั้งสภาการพยาบาลขึ้นโดยเฉพาะ
วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2528 มีการตราพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 5 กันยายน และมีผลบังคับใช้วันที่ 6 กันยายน ปีเดียวกัน ในปี 2569 สภาการพยาบาลจึงมีอายุครบ 41 ปี ปัจจุบันสำนักงานตั้งอยู่ที่อาคารนครินทรศรี ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 ซึ่งเป็นชื่ออาคารที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมีพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2540
กฎหมายอีกฉบับที่เปลี่ยนหน้าตาของวิชาชีพนี้คือพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 114 ตอนที่ 75 ก วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ฉบับนี้กำหนดให้ผู้สำเร็จการศึกษาพยาบาลที่จะขอขึ้นทะเบียนต้องสอบความรู้ผ่านเกณฑ์ที่สภาการพยาบาลกำหนดเสียก่อน และกำหนดให้ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี ส่วนพยาบาลรุ่นเก่าที่ถือใบอนุญาตแบบไม่มีวันหมดอายุ กฎหมายให้นับอายุต่อไปอีก 5 ปีตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2545
สภาการพยาบาลมีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่อะไรบ้าง
มาตรา 7 กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ 7 ข้อ ได้แก่ ควบคุมความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ส่งเสริมการศึกษา การบริการ การวิจัย และความก้าวหน้าในวิชาชีพ ส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิก ช่วยเหลือแนะนำและให้การศึกษาแก่ประชาชน ให้คำปรึกษาต่อรัฐบาล เป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพในประเทศไทย และผดุงความเป็นธรรมกับส่งเสริมสวัสดิการให้แก่สมาชิก
ส่วนอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 8 มี 9 ข้อ เรียงตามที่สภาการพยาบาลเผยแพร่ไว้ดังนี้
- รับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้ผู้ขอเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล การผดุงครรภ์ หรือการพยาบาลและการผดุงครรภ์
- สั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต
- ให้ความเห็นชอบหลักสูตรระดับอุดมศึกษาของสถาบันที่จะเปิดสอน
- รับรองหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรของสถาบันที่จะเปิดสอน
- รับรองหลักสูตรการฝึกอบรมในวิชาชีพ
- รับรองวิทยฐานะของสถาบันที่สอนและฝึกอบรมตามข้อ 4 และข้อ 5
- รับรองปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพของสถาบันต่าง ๆ
- ออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรเกี่ยวกับความชำนาญเฉพาะทาง
- ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสภาการพยาบาล
อำนาจสองข้อแรกคือเหตุผลที่คนทั่วไปควรรู้จักสภาการพยาบาล เพราะเป็นทั้งด่านเข้าและด่านออกของวิชาชีพ คนที่จะเรียกตัวเองว่าพยาบาลได้ต้องขึ้นทะเบียนที่นี่ และคนที่ประพฤติผิดจริยธรรมวิชาชีพก็ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตจากที่นี่ ประชาชนตรวจสอบสถานภาพใบอนุญาตผ่านบริการตรวจสอบรายชื่อในเว็บไซต์สภาการพยาบาลได้
ด้านองค์ประกอบ มาตรา 14 กำหนดให้คณะกรรมการสภาการพยาบาลประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข 5 คน ผู้แทนกระทรวงกลาโหม 3 คน ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย 1 คน ผู้แทนทบวงมหาวิทยาลัย 4 คน ผู้แทนกรุงเทพมหานคร 1 คน ผู้แทนสภากาชาดไทย 1 คน นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ และสมาชิกสามัญที่เลือกตั้งกันเองอีก 16 คน คณะกรรมการชุดปัจจุบันอยู่ในวาระ พ.ศ. 2569 ถึง 2573
กฎหมายยังมีบทลงโทษกำกับไว้ มาตรา 46 ระบุว่าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 27 คือทำการพยาบาลหรือการผดุงครรภ์ หรือแสดงให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิประกอบวิชาชีพโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อยกเว้น เช่น การพยาบาลที่ทำต่อตนเอง และการช่วยเหลือผู้ป่วยตามธรรมจรรยาโดยไม่รับประโยชน์ตอบแทน
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแบ่งเป็นกี่ประเภทและกี่ชั้น
กฎหมายแบ่งผู้ประกอบวิชาชีพออกเป็น 3 ประเภท คือผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ และผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ แต่ละประเภทยังแบ่งเป็น 2 ชั้น คือชั้นหนึ่งและชั้นสอง การแบ่งชั้นผูกกับวุฒิการศึกษา ชั้นหนึ่งต้องได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาจากสถาบันที่คณะกรรมการรับรองและสอบความรู้ผ่านแล้ว ส่วนชั้นสองใช้ประกาศนียบัตรระดับต้นจากสถาบันที่คณะกรรมการรับรอง
ผู้ที่จบจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศก็ขอขึ้นทะเบียนได้ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบหลักฐานการศึกษาและสอบความรู้จากคณะกรรมการ โดยทั่วไปต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพในประเทศที่ตนจบมาด้วย ยกเว้นผู้มีสัญชาติไทยซึ่งกฎหมายผ่อนเงื่อนไขข้อนี้ให้ การแบ่งชั้นยังสะท้อนลงไปถึงรหัสวิชาในห้องสอบ ข้อสอบชั้นหนึ่งใช้รหัส 1101 ถึง 1108 ส่วนชั้นสองใช้รหัส 2101 ถึง 2108 โดยชื่อวิชาและช่วงเวลาสอบเหมือนกันทุกประการ
สอบใบประกอบวิชาชีพพยาบาลมีกี่รายวิชา และสอบวิชาอะไรบ้าง
ตามประกาศสภาการพยาบาลประจำปี พ.ศ. 2569 ผู้ขอใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ต้องสอบ 8 รายวิชา ซึ่งเป็นชุดที่นักศึกษาพยาบาลส่วนใหญ่สอบกัน ผู้ขอใบอนุญาตเฉพาะการพยาบาลสอบ 7 รายวิชา คือตัดวิชาการผดุงครรภ์ออก ส่วนผู้ขอเฉพาะการผดุงครรภ์สอบเพียง 3 รายวิชา ได้แก่ การผดุงครรภ์ การพยาบาลมารดาและทารก และวิชากฎหมายกับจรรยาบรรณวิชาชีพ
ตารางด้านล่างเรียงตามลำดับเวลาสอบจริงของการสอบครั้งที่ 1/2569 พร้อมรหัสวิชาชั้นหนึ่งและระยะเวลาที่ใช้สอบ ข้อสังเกตคือเวลาไม่เท่ากัน วิชาการพยาบาลผู้สูงอายุใช้เพียง 20 นาที ขณะที่วิชาหลักส่วนใหญ่ใช้ 40 นาที
| รหัสวิชา (ชั้นหนึ่ง) | รายวิชา | ช่วงเวลาสอบ | เวลาที่ใช้ | อยู่ในชุดสอบของใคร |
|---|---|---|---|---|
| 1101 | การผดุงครรภ์ | 09.00 ถึง 09.40 น. | 40 นาที | ชุด 8 วิชา และชุด 3 วิชา |
| 1102 | การพยาบาลมารดาและทารก | 09.55 ถึง 10.35 น. | 40 นาที | ทั้งสามชุด |
| 1103 | การพยาบาลเด็กและวัยรุ่น | 10.50 ถึง 11.30 น. | 40 นาที | ชุด 8 วิชา และชุด 7 วิชา |
| 1108 | กฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ จรรยาบรรณวิชาชีพ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง | 11.45 ถึง 12.15 น. | 30 นาที | ทั้งสามชุด |
| 1104 | การพยาบาลผู้ใหญ่ | 13.30 ถึง 14.10 น. | 40 นาที | ชุด 8 วิชา และชุด 7 วิชา |
| 1105 | การพยาบาลผู้สูงอายุ | 14.25 ถึง 14.45 น. | 20 นาที | ชุด 8 วิชา และชุด 7 วิชา |
| 1106 | การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชศาสตร์ | 15.00 ถึง 15.40 น. | 40 นาที | ชุด 8 วิชา และชุด 7 วิชา |
| 1107 | การพยาบาลอนามัยชุมชนและการรักษาพยาบาลขั้นต้น | 15.55 ถึง 16.35 น. | 40 นาที | ชุด 8 วิชา และชุด 7 วิชา |

สภาการพยาบาลเผยแพร่ขอบเขตเนื้อหาไว้เป็นไฟล์แยกทีละรหัสวิชา เช่นวิชา 1104 การพยาบาลผู้ใหญ่ แบ่งหัวเรื่องเป็นการพยาบาลผู้ป่วยนรีเวช ผู้ป่วยที่มีการผันแปรออกซิเจน ผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวและประสาทสัมผัส และผู้ป่วยที่มีปัญหาการย่อย การเผาผลาญ และการขับถ่าย ส่วนวิชา 1108 ไล่จากกฎหมายทั่วไปและลำดับศักดิ์ของกฎหมาย กฎหมายอาญาที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ เช่น การทอดทิ้งผู้ป่วยและการเปิดเผยความลับ กฎหมายแพ่งเรื่องความยินยอมและการละเมิด ตัวพระราชบัญญัติวิชาชีพ ข้อบังคับว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพ พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 และทฤษฎีจริยศาสตร์
ปี 2569 สภาการพยาบาลจัดสอบกี่รอบ และสอบวันไหน
ประกาศสภาการพยาบาลลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ลงนามโดยรองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ นายกสภาการพยาบาล กำหนดการสอบปี 2569 ไว้ 3 รอบ โดยอาศัยอำนาจตามข้อ 6 แห่งข้อบังคับสภาการพยาบาลว่าด้วยการสอบความรู้ฯ พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับฉบับที่ 4 พ.ศ. 2561 รายละเอียดแต่ละรอบเป็นดังนี้
| ครั้งที่ | ช่วงรับสมัคร | วันสอบ | วันประกาศผล |
|---|---|---|---|
| 1/2569 | 12 ถึง 31 มกราคม 2569 | 21 ถึง 22 มีนาคม 2569 | 22 เมษายน 2569 |
| 2/2569 | 24 เมษายน ถึง 11 พฤษภาคม 2569 | 27 ถึง 28 มิถุนายน 2569 | 22 กรกฎาคม 2569 |
| 3/2569 | 1 ถึง 21 กันยายน 2569 | 7 ถึง 8 พฤศจิกายน 2569 | 18 พฤศจิกายน 2569 |
ประกาศระบุชัดว่าวันประกาศผลอาจเปลี่ยนแปลงตามกำหนดวันประชุมของคณะกรรมการสภาการพยาบาล ผลสอบประกาศทางเว็บไซต์ www.tnmc.or.th ส่วนสถานที่สอบให้เป็นไปตามที่สภาการพยาบาลกำหนดในแต่ละครั้ง
คุณสมบัติของผู้สมัครสอบมี 2 ข้อหลัก คือต้องสำเร็จการศึกษาจากสถาบันที่สภาการพยาบาลให้การรับรอง และต้องเป็นสมาชิกสามัญของสภาการพยาบาล สองข้อนี้ทำให้ผู้ที่วางแผนเรียนพยาบาลต้องดูตั้งแต่ต้นทางว่าสถาบันที่จะเข้าเรียนได้รับการรับรองหรือไม่ เช่นเดียวกับผู้ที่เตรียมตัวสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ผ่านระบบ สอบ กสพท ซึ่งต้องตรวจสอบว่าคณะที่เลือกอยู่ในกลุ่มสถาบันที่เข้าร่วมหรือไม่เช่นกัน
สมัครสอบอย่างไร ค่าสมัครเท่าไหร่ และต้องใช้เอกสารอะไร
การสมัครสอบทำผ่านเว็บแอปพลิเคชันบริการสมาชิกที่ www.tnmc.or.th ประกาศย้ำว่าผู้สมัครทุกคนต้องใช้อีเมลส่วนตัวที่ใช้งานได้จริง และห้ามใช้อีเมลของสถาบันการศึกษา คู่มือการใช้งานระบบยังระบุให้เตรียมไฟล์รูปถ่ายหน้าตรงครึ่งตัว ไม่สวมแว่นตา ขนาด 1 นิ้ว พื้นหลังสีขาว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน นามสกุล .jpg ขนาดไม่เกิน 100 KB โดยเตือนว่าหากไฟล์รูปไม่เป็นไปตามที่กำหนดจะถูกตัดสิทธิ์สอบ
ค่าธรรมเนียมแบ่งเป็นสองส่วน คือค่าธรรมเนียมในการสอบครั้งละ 1,000 บาท และค่าธรรมเนียมรายวิชาอีกวิชาละ 200 บาท ผู้จบใหม่ที่สอบเต็มชุด 8 รายวิชาจึงจ่ายรวม 2,600 บาทต่อหนึ่งครั้ง ส่วนผู้ที่สอบแก้ตัวจ่ายน้อยกว่าตามจำนวนวิชาที่ลง หากผู้สมัครขาดคุณสมบัติ สภาการพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งสองส่วน
ผู้สมัครสอบครั้งแรกต้องชำระเงิน เลือกศูนย์สอบ และส่งหลักฐานตามใบแจ้งรายการเอกสารประกอบคำขอ RQ11 ไปยังสภาการพยาบาลภายใน 3 วันหลังเลือกศูนย์สอบ โดยจะจัดที่นั่งให้เฉพาะผู้ที่ส่งเอกสารครบถ้วน เอกสารมี 9 รายการ ได้แก่ แบบคำขอ สร.1 ทญ.1 และ สพ.1 ใบรับรองแพทย์ตามแบบที่กำหนด สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 รูป เอกสารรับรองคุณวุฒิฉบับจริง และหลักฐานอื่นถ้ามี
กรณีสอบแก้ตัวขั้นตอนสั้นกว่า เพราะสมัครและชำระเงินผ่านเว็บแอปพลิเคชันแล้วเลือกศูนย์สอบให้เสร็จภายในกำหนดวันรับสมัคร โดยไม่ต้องส่งเอกสารมายังสภาการพยาบาล ทั้งนี้สภาการพยาบาลแยกช่องทางสมัครสอบแก้ตัวเป็น 2 กรณี คือกรณีทั่วไป กับกรณีผู้ที่ผลสอบหมดอายุเกิน 3 ปี ซึ่งใช้ขั้นตอนคนละชุดกัน
เกณฑ์ตัดสินคืออะไร และต่ออายุใบอนุญาตอย่างไร
วิธีการสอบใช้ข้อเขียนแบบปรนัย และเกณฑ์การตัดสินตามประกาศคือผู้สอบต้องได้คะแนนรายวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 หรือตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการสภาการพยาบาลกำหนด จึงจะถือว่าสอบผ่าน จุดที่ควรอ่านให้ละเอียดคือคำว่ารายวิชา เพราะเกณฑ์นี้คิดแยกทีละวิชา ไม่ได้เฉลี่ยรวมทั้งชุด ผู้ที่ผ่าน 6 วิชาแต่ตกอีก 2 วิชาจึงกลับมาสอบแก้ตัวเฉพาะ 2 วิชาที่ยังไม่ผ่าน
เมื่อสอบผ่านครบและขึ้นทะเบียนเรียบร้อย ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ออก ข้อนี้เขียนไว้ในตัวพระราชบัญญัติ ไม่ใช่เพียงระเบียบภายใน สมาชิกยื่นคำขอต่ออายุได้ล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุ 180 วัน โดยยื่นผ่านระบบเว็บแอปพลิเคชันแล้วพิมพ์แบบคำขอส่งมาที่สภาการพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ช่องทางยื่นคำร้องแบบเดิมถูกยกเลิกไปแล้ว หลักฐานที่ใช้ได้แก่ แบบคำขอ ทญ.6 และ สพ.4 ที่พิมพ์จากระบบ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป สำเนาใบอนุญาต และสำเนาบัตรสมาชิก
เงื่อนไขที่พลาดกันบ่อยคือหน่วยคะแนนการศึกษาต่อเนื่องสาขาพยาบาลศาสตร์ หรือ CNEU สภาการพยาบาลกำหนดว่าคะแนนที่ใช้ต่ออายุต้องสะสมภายในช่วงอายุของใบอนุญาตฉบับนั้นเท่านั้น ตัวอย่างที่ยกไว้คือใบอนุญาตอนุมัติวันที่ 24 ธันวาคม 2560 หมดอายุวันที่ 23 ธันวาคม 2565 คะแนนทั้งหมดถูกตัดออกเมื่อดำเนินการต่ออายุ รอบถัดไปเริ่มเก็บใหม่ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2565 กิจกรรมที่เก็บคะแนนได้มีทั้งหมด 26 กิจกรรม ที่ใช้กันมากคือการเข้าประชุมหรืออบรมวิชาการที่สภาการพยาบาลรับรอง การอบรมหลักสูตรการพยาบาลเฉพาะทาง การศึกษาต่อระดับปริญญาโทหรือเอก และการตีพิมพ์บทความวิชาการ
ถ้าปล่อยให้ใบอนุญาตหมดอายุไปแล้ว กฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านการประเมินความรู้ก่อน โดยแยกเป็น 2 กรณี กรณีแรกคือผู้ที่มีหน่วยคะแนน CNEU ครบ 50 หน่วย และยื่นเอกสารขอรับใบอนุญาตใหม่ภายใน 1 ปีนับแต่วันหมดอายุ ต้องประเมินความรู้เพียง 1 รายวิชา คือวิชากฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ กรณีที่สองคือผู้ที่มีคะแนนไม่ครบ 50 หน่วย หรือปล่อยให้หมดอายุเกิน 1 ปี ต้องประเมินความรู้ทั้ง 8 รายวิชา ซึ่งเท่ากับกลับไปสอบชุดเดียวกับนักศึกษาจบใหม่
อีกจุดที่คนมักลืมคือบัตรสมาชิกสภาการพยาบาล หากบัตรหมดอายุไม่พร้อมกับใบอนุญาต ให้คำนวณจากวันที่บัตรหมดอายุถึงวันที่ยื่นเอกสารเป็นค่าบำรุงค้างชำระ คิดปีละ 100 บาท และหากหมดอายุเกิน 6 เดือนให้นับเป็น 1 ปีเต็ม ส่วนระยะเวลาดำเนินการ สภาการพยาบาลแจ้งว่าใบอนุญาตใช้เวลา 60 วันหลังชำระเงิน ระหว่างรอขอหนังสือรับรองได้ทางอีเมล
ตัวเลขค่าธรรมเนียม กำหนดการ และเงื่อนไขในบทความนี้อ้างอิงจากประกาศและหน้าเว็บไซต์ของสภาการพยาบาลตามที่ตรวจสอบ ณ วันที่ 11 กันยายน 2569 กำหนดการสอบและวันประกาศผลอาจเปลี่ยนแปลงตามมติคณะกรรมการสภาการพยาบาล ก่อนสมัครสอบหรือยื่นต่ออายุทุกครั้ง ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดกับสภาการพยาบาลโดยตรง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายรายกรณี
สรุป
สภาการพยาบาลคือองค์กรที่กฎหมายตั้งขึ้นเพื่อคุมทางเข้าและทางออกของวิชาชีพพยาบาล สำหรับผู้เรียนพยาบาล สิ่งที่ต้องจำคือชุดสอบ 8 รายวิชา เกณฑ์ผ่านรายวิชาร้อยละ 60 ค่าธรรมเนียม 1,000 บาทต่อครั้งบวก 200 บาทต่อวิชา และรอบสอบปีละ 3 ครั้ง สำหรับพยาบาลที่ทำงานแล้ว สิ่งที่ต้องจำคืออายุใบอนุญาต 5 ปี ยื่นต่อล่วงหน้าได้ 180 วัน และต้องมีหน่วยคะแนน CNEU 50 หน่วยที่สะสมภายในรอบใบอนุญาตนั้น
คำถามที่พบบ่อย
สภาการพยาบาลตั้งขึ้นเมื่อไหร่
ตั้งตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 5 กันยายน 2528 และมีผลบังคับใช้วันที่ 6 กันยายน 2528
สอบใบประกอบวิชาชีพพยาบาลสอบกี่วิชา
ผู้ขอใบอนุญาตทั้งการพยาบาลและการผดุงครรภ์สอบ 8 รายวิชา ผู้ขอเฉพาะการพยาบาลสอบ 7 รายวิชา ส่วนเฉพาะการผดุงครรภ์สอบ 3 รายวิชา
เกณฑ์สอบผ่านของสภาการพยาบาลคือเท่าไหร่
ต้องได้คะแนนรายวิชาไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 หรือตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด โดยคิดแยกเป็นรายวิชา ไม่ได้เฉลี่ยรวม
ค่าสมัครสอบใบประกอบวิชาชีพพยาบาลเท่าไหร่
ครั้งละ 1,000 บาท บวกค่าธรรมเนียมรายวิชาอีกวิชาละ 200 บาท ผู้ที่สอบเต็มชุด 8 วิชาจึงจ่ายรวม 2,600 บาทต่อครั้ง
ปี 2569 สอบกี่รอบ และรอบแรกสอบวันไหน
มี 3 รอบ รอบที่ 1 รับสมัคร 12 ถึง 31 มกราคม 2569 สอบวันที่ 21 ถึง 22 มีนาคม 2569 และประกาศผลวันที่ 22 เมษายน 2569
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาลมีอายุกี่ปี
มีอายุ 5 ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ที่แก้ไขเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2540
ยื่นต่ออายุใบอนุญาตได้ล่วงหน้ากี่วัน
ยื่นได้ล่วงหน้าก่อนวันหมดอายุ 180 วัน ผ่านระบบเว็บแอปพลิเคชันของสภาการพยาบาล แล้วส่งแบบคำขอที่พิมพ์ออกมาตามช่องทางที่กำหนด
ถ้าใบอนุญาตหมดอายุไปแล้วต้องทำอย่างไร
ถ้ามีหน่วยคะแนน CNEU ครบ 50 หน่วยและยื่นภายใน 1 ปีนับแต่วันหมดอายุ ต้องสอบประเมินความรู้ 1 รายวิชา คือวิชากฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชีพ แต่ถ้าคะแนนไม่ครบหรือเกิน 1 ปี ต้องสอบ 8 รายวิชา
หน่วยคะแนน CNEU สะสมข้ามรอบใบอนุญาตได้ไหม
ไม่ได้ คะแนนที่ใช้ต่ออายุต้องสะสมภายในช่วงอายุของใบอนุญาตฉบับนั้น และจะถูกตัดออกทั้งหมดเมื่อดำเนินการต่ออายุ รอบถัดไปต้องเริ่มเก็บใหม่
ทำงานพยาบาลโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษอย่างไร
มาตรา 46 กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนมาตรา 27 ไว้ที่จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีข้อยกเว้นตามที่กฎหมายระบุ
สำนักงานสภาการพยาบาลอยู่ที่ไหน
ตั้งอยู่ที่อาคารนครินทรศรี ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-596-7500
แหล่งอ้างอิง
- สภาการพยาบาล: กำหนดการสอบความรู้ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต ในปี 2569
- สภาการพยาบาล: ข้อปฏิบัติสำหรับศูนย์สอบและคำแนะนำสำหรับผู้เข้าสอบ ครั้งที่ 1/2569
- สภาการพยาบาล: ขอบเขตเนื้อหารายวิชาในการสอบความรู้เพื่อขึ้นทะเบียนฯ
- สภาการพยาบาล: การสมัครสอบความรู้ฯ ครั้งแรก
- สภาการพยาบาล: อำนาจหน้าที่ของสภาการพยาบาลตาม พ.ร.บ. วิชาชีพฯ พ.ศ. 2528
- สภาการพยาบาล: ประวัติความเป็นมาของสภาการพยาบาล
- สภาการพยาบาล: พระราชบัญญัติวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ พ.ศ. 2528
- สภาการพยาบาล: การต่ออายุใบอนุญาตฯ
- สภาการพยาบาล: การต่ออายุใบอนุญาตกรณียื่นหลังวันหมดอายุ
- สภาการพยาบาล: งานทะเบียนสมาชิกและต่อใบอนุญาตฯ
- สภาการพยาบาล: คำถามที่พบบ่อยเรื่องหน่วยคะแนนการศึกษาต่อเนื่อง
- สภาการพยาบาล: คณะกรรมการสภาการพยาบาล วาระ พ.ศ. 2569 ถึง 2573


