ปวดเอวด้านหลังส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อหลังหดเกร็งและข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนล่างที่เสื่อมตามวัยหรือตามลักษณะงาน เอกสารความรู้เรื่องอาการปวดหลังส่วนล่างและท่าบริหารของหน่วยตรวจและติดตามผลการรักษาออร์โธปิดิคส์ โรงพยาบาลศิริราช ระบุสาเหตุที่พบบ่อยไว้ว่าได้แก่ การนั่งทำงานเป็นเวลานาน การยืนนาน การยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง การใส่ส้นสูงมากเกินไป และการนอนที่นอนนุ่มเกินไป ส่วนองค์การอนามัยโลกระบุว่าอาการปวดหลังส่วนล่างราว 90% เป็นชนิดที่ตรวจไม่พบพยาธิสภาพจำเพาะ
ประเด็นสำคัญ
- องค์การอนามัยโลกระบุว่าปี 2020 มีผู้มีอาการปวดหลังส่วนล่างทั่วโลก 619 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 843 ล้านคนในปี 2050
- ราว 90% ของผู้ที่ปวดหลังส่วนล่างเป็นชนิดไม่จำเพาะ คือตรวจแล้วไม่พบรอยโรคที่อธิบายอาการได้ชัดเจน
- ปวดที่ร้าวลงก้นและด้านหลังของขาข้างเดียวจนถึงเท้าและนิ้วเท้า คือรูปแบบของอาการปวดตามแนวเส้นประสาทไซแอติก
- ปวดเอวข้างเดียวร่วมกับไข้สูง หนาวสั่น ปัสสาวะแสบขัดหรือปัสสาวะขุ่น เข้าได้กับกรวยไตอักเสบ ไม่ใช่ปวดกล้ามเนื้อ
- ชาหรืออ่อนแรงสองขา ชารอบก้นและอวัยวะเพศ หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ คือภาวะฉุกเฉินที่ NHS ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที
- แนวทาง NG59 ของ NICE ระบุว่าไม่ควรส่งตรวจภาพรังสีเป็นกิจวัตรในสถานพยาบาลทั่วไป
- คู่มือศิริราชแนะนำให้เปลี่ยนท่าทุก ๆ 30 นาที ควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายสม่ำเสมอแม้ยังไม่มีอาการปวดหลัง
ปวดเอวด้านหลังเกิดจากอะไรได้บ้าง?
คำตอบที่ตรงที่สุดคือกล้ามเนื้อและข้อต่อของกระดูกสันหลังส่วนล่าง เอกสารของโรงพยาบาลศิริราชอธิบายว่าปัญหาสำคัญคือการตึงรั้งที่กระดูกสันหลังส่วนล่าง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้ปวดขึ้นมาทันที ตำแหน่งที่ตึงมักกินบริเวณตั้งแต่ใต้ชายโครงลงไปถึงส่วนล่างของแก้มก้น
พฤติกรรมที่กระตุ้นให้ปวด
จุดร่วมของสาเหตุที่ศิริราชระบุไว้คือการค้างอยู่ในท่าเดียวนาน หรือใช้แรงในจังหวะที่กล้ามเนื้อไม่ได้เตรียมพร้อม
กรมการแพทย์เผยแพร่ข่าวเรื่องกายภาพบำบัดพิชิตออฟฟิศซินโดรมเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 โดยนายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุปัจจัยกระตุ้นไว้ว่าคือการนั่งหลังค่อม โต๊ะเก้าอี้ที่ไม่ถูกหลักการยศาสตร์ ความเครียด และการขาดการออกกำลังกาย
ตัวเลขที่ช่วยให้เห็นภาพ
เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องปวดหลังส่วนล่างขององค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2020 มีผู้มีอาการนี้ทั่วโลก 619 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 843 ล้านคนภายในปี 2050 อาการนี้เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของความพิการทั่วโลก พบมากที่สุดในช่วงอายุ 50 ถึง 55 ปี พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และสร้างความพิการสูงสุดในกลุ่มอายุ 80 ถึง 85 ปี ส่วนปัจจัยเสี่ยงของชนิดไม่จำเพาะที่ระบุไว้มีสี่ข้อ คือการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วน และงานที่ใช้แรงกายหนัก
ฝั่งไทย ไทยพีบีเอสรายงานเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ว่ากรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกพบผู้เข้ารับบริการด้วยกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมและอาการปวดกล้ามเนื้อ 483,850 คนในปี 2567 โดยหนึ่งในสามสัญญาณเตือนที่ระบุไว้คืออาการปวดหลังเรื้อรังจากการนั่งทำงานในท่าที่ไม่เหมาะสม
ปวดกล้ามเนื้อกับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่ทิศทางของอาการปวดและการมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย ปวดกล้ามเนื้อมักอยู่กับที่บริเวณบั้นเอวและก้น ส่วนปวดจากหมอนรองกระดูกที่กดทับรากประสาทจะร้าวลงขาเป็นแนวยาว และมักมาพร้อมอาการชาหรืออ่อนแรง
รูปแบบของปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ
ศิริราชอธิบายว่าอาการปวดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อมักเกิดทันที ปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง และจะปวดมากขึ้นเมื่อไอ จาม หรือบิดตัวเอี้ยวตัว ลักษณะสำคัญคือปวดอยู่ในบริเวณหลังและก้น ไม่ได้ไล่ลงไปตามแนวขาถึงน่องหรือเท้า
รูปแบบของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
NHS อธิบายว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนคือการที่หมอนรองซึ่งเป็นเบาะรองระหว่างกระดูกสันหลังปลิ้นออกมาด้านนอก และจะทำให้ปวดเมื่อไปกดเบียดเส้นประสาท อาการที่ระบุไว้คือปวดหลังส่วนล่าง ชาหรือเสียวซ่าที่หลัง แขน มือ ขา หรือเท้า ก้มหรือแอ่นหลังลำบาก และกล้ามเนื้ออ่อนแรง NHS ยังย้ำว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนไม่ได้ทำให้มีอาการทุกคน
บทความของรามาแชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งให้ข้อมูลโดย รศ. นพ.สรวุฒิ ธรรมยงค์กิจ ระบุกลุ่มเสี่ยงไว้ว่าคือคนที่นั่งนาน ยกของหนัก น้ำหนักเกิน กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอ่อนแรง และนักกีฬา
อาการปวดตามแนวเส้นประสาทไซแอติก
NHS อธิบายว่าอาการนี้เกิดเมื่อเส้นประสาทไซแอติกซึ่งทอดจากหลังส่วนล่างลงไปถึงเท้าถูกระคายเคืองหรือถูกกดทับ ตำแหน่งปวดคือก้นและด้านหลังของขาข้างหนึ่ง มักรวมถึงเท้าและนิ้วเท้า ความรู้สึกอาจเป็นปวดแสบร้อน เสียวซ่า ชา หรืออ่อนแรง และปวดมากขึ้นเวลาขยับตัว จาม หรือไอ อาการมักดีขึ้นในเวลาไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน แต่บางรายอาจนานกว่านั้นและกลับมาเป็นซ้ำได้
ปวดเอวด้านหลังซ้ายหรือขวาข้างเดียวเกี่ยวกับไตไหม?
ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยว การปวดข้างเดียวพบได้ตามปกติในอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ เพราะคนเราถนัดใช้แรงข้างเดียวและมักนั่งเอียงข้างเดียว แต่มีรูปแบบหนึ่งที่ควรคิดถึงไต คือปวดข้างเดียวที่มาพร้อมอาการของทางเดินปัสสาวะและอาการทั่วร่างกาย
NHS ระบุอาการของกรวยไตอักเสบไว้ว่า มีไข้สูง คลื่นไส้หรืออาเจียน ปวดหลังส่วนล่างหรือปวดสีข้าง ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ปัสสาวะแสบขัดหรือแสบร้อน ปัสสาวะบ่อยและกลั้นยากกว่าปกติ และปัสสาวะสีเข้มหรือขุ่น NHS ให้ไปพบแพทย์โดยเร็วหากมีไข้สูงมาก อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่า 36 องศาเซลเซียส ปวดหลังใต้ชายโครง หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ การรักษาหลักคือยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานซึ่งมักให้นาน 7 ถึง 14 วัน
อีกกลุ่มคือนิ่วในไต NHS ระบุว่านิ่วก้อนใหญ่ทำให้ปวดที่สีข้างของช่องท้อง ปวดรุนแรงเป็นพัก ๆ แล้วหายไปแล้วกลับมาใหม่ และรู้สึกคลื่นไส้หรืออาเจียน ให้ติดต่อแพทย์หรือสายด่วนสุขภาพทันทีหากปวดรุนแรง มีไข้ หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ ส่วนนิ่วก้อนเล็กมักหลุดออกมาเอง
ข้อสังเกตที่ใช้แยกได้ในทางปฏิบัติคือ อาการปวดจากกล้ามเนื้อมักเปลี่ยนตามท่าทางและกดแล้วเจอจุดเจ็บชัดเจน ส่วนอาการปวดที่มาจากไตมักไม่ขึ้นกับท่า และมักมีไข้หรือความผิดปกติของปัสสาวะร่วมด้วย
ปวดเอวด้านหลังแบบไหนต้องไปพบแพทย์ทันที?
มีชุดอาการที่เรียกว่าสัญญาณธงแดง ซึ่ง NHS แยกออกเป็นสองระดับ ระดับแรกคือควรติดต่อแพทย์โดยเร็ว ระดับที่สองคือต้องไปห้องฉุกเฉินทันที ตารางด้านล่างรวบรวมอาการทั้งสองระดับจากหน้าเรื่องปวดหลัง หมอนรองกระดูกเคลื่อน และกรวยไตอักเสบของ NHS
| สัญญาณเตือน | สิ่งที่อาจบ่งบอก | ความเร่งด่วน | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|
| ชา อ่อนแรง หรือเสียวซ่าที่ขาทั้งสองข้าง | รากประสาทถูกกดทับหลายระดับ | ไปห้องฉุกเฉินทันที | NHS เรื่องปวดหลัง |
| ชารอบก้น อวัยวะเพศ หรือทวารหนัก | กลุ่มอาการหางม้า | ไปห้องฉุกเฉินทันที | NHS และ Somerset NHS |
| กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ หรือปัสสาวะไม่ออก | เส้นประสาทที่ควบคุมการขับถ่ายถูกกดทับ | ไปห้องฉุกเฉินทันที | NHS เรื่องหมอนรองกระดูกเคลื่อน |
| ปวดหลังหลังอุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชนหรือตกจากที่สูง | กระดูกสันหลังบาดเจ็บ | ไปห้องฉุกเฉินทันที | NHS เรื่องปวดหลัง |
| ปวดหลังร่วมกับเจ็บหน้าอก | ภาวะอื่นที่ไม่ใช่โรคของหลัง | ไปห้องฉุกเฉินทันที | NHS เรื่องปวดหลัง |
| รู้สึกร้อน หนาวสั่น หรือไม่สบายทั้งตัว | การติดเชื้อ เช่น กรวยไตอักเสบ | ติดต่อแพทย์โดยเร็ว | NHS เรื่องปวดหลังและกรวยไตอักเสบ |
| น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือคลำได้ก้อนที่หลัง | ภาวะที่ต้องตรวจหาสาเหตุจำเพาะ | ติดต่อแพทย์ | NHS เรื่องปวดหลัง |
| ปวดรุนแรงที่เริ่มขึ้นทันทีหรือแย่ลงเร็ว และปวดมากตอนกลางคืน | สาเหตุที่ไม่ใช่กล้ามเนื้อ | ติดต่อแพทย์โดยเร็ว | NHS เรื่องปวดหลัง |
Somerset NHS Foundation Trust อธิบายว่ากลุ่มอาการหางม้าเป็นภาวะฉุกเฉินของกระดูกสันหลังที่ต้องรักษาด่วนแต่พบได้น้อยมาก อาการที่ให้สังเกตควบคู่กับอาการปวดหลังหรือปวดขาที่เพิ่งเกิดหรือแย่ลง ได้แก่ ไม่รู้สึกว่าปวดปัสสาวะ เริ่มปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่สุด ไม่รู้สึกว่ากำลังอุจจาระหรืออุจจาระราด ความรู้สึกรอบก้นหรือระหว่างขาเปลี่ยนไป และปวดรุนแรงที่ขาทั้งสองข้าง เอกสารระบุให้ไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ไม่ต้องเดินทางไปศูนย์เฉพาะทาง
ข้อมูลอาการ ตัวเลข และคำแนะนำทั้งหมดในหน้านี้มาจากแหล่งอ้างอิงที่ระบุไว้ท้ายบทความ ณ วันที่ตรวจสอบ 11 กันยายน 2569 บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ไม่มีการระบุขนาดยาเพราะการเลือกยาต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล หากมีอาการตามตารางสัญญาณเตือน ให้ไปพบแพทย์หรือห้องฉุกเฉินตามระดับความเร่งด่วนที่ระบุ

เดินหรือยืนนานแล้วปวดร้าวลงขา แต่นั่งพักแล้วดีขึ้น เกิดจากอะไร?
รูปแบบนี้เข้าได้กับภาวะโพรงกระดูกสันหลังส่วนเอวตีบแคบ เอกสารความรู้ของ South Tees Hospitals NHS Foundation Trust อธิบายว่าอาการที่พบบ่อยคือปวดตื้อหรือปวดเกร็งที่หลังส่วนล่าง ก้น ต้นขา และน่อง โดยอาการจะแย่ลงเมื่อยืนและเดิน และดีขึ้นเมื่อนั่งหรือก้มตัวไปข้างหน้า เหตุผลคือท่างอตัวทำให้โพรงกระดูกสันหลังกว้างขึ้น เส้นประสาทจึงมีที่ว่างมากขึ้น
ภาวะนี้พบราว 11% ของประชากรทั่วไป พบน้อยมากในคนอายุต่ำกว่า 50 ปี ช่วงอายุเฉลี่ยของผู้ที่มีอาการคือ 62 ถึง 69 ปี และมีการประเมินว่าราวสามในสี่ของคนอายุเกิน 40 ปีมีโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบระดับปานกลางอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องมีอาการ ตัวเลขสุดท้ายนี้อธิบายได้ว่าทำไมผลสแกนที่เขียนว่าตีบแคบจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป
ประเด็นที่เอกสารย้ำและมักขัดกับความคาดหวังของผู้ป่วยคือ การวินิจฉัยภาวะนี้ตามปกติไม่จำเป็นต้องตรวจภาพรังสี แนวทางปัจจุบันให้เริ่มด้วยการออกกำลังกายบำบัดแบบเพิ่มระดับความหนักไปเรื่อย ๆ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ก่อน ส่วนการผ่าตัดแบบ laminectomy นั้น เอกสารระบุว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำให้อาการดีขึ้น
ดูแลตัวเองอย่างไร และมีท่าบริหารแก้ปวดเอวอะไรบ้าง?
หลักการที่ทั้ง NHS และ NICE ให้ตรงกันคือขยับต่อ ไม่ใช่นอนนิ่ง NHS แนะนำให้ทำกิจวัตรประจำวันต่อไปเท่าที่ทำได้ ใช้ถุงประคบเย็นหรือร้อนที่หุ้มด้วยผ้าขนหนู ยืดเหยียดและออกกำลังกาย และเลี่ยงการนอนพักบนเตียงนาน ส่วนยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ NHS ให้ปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนใช้
แนวทาง NG59 ของ NICE ข้อ 1.2.1 ระบุให้แนะนำและให้ข้อมูลเพื่อการดูแลตนเองในทุกขั้นของการรักษา ข้อ 1.2.3 ถึง 1.2.5 ระบุว่าไม่ควรใช้เข็มขัดพยุงหลัง แผ่นรองในรองเท้า และรองเท้าพื้นโค้งเพื่อรักษาอาการนี้ ส่วนข้อ 1.2.6 ถึง 1.2.12 ระบุว่าไม่ควรใช้การดึงหลัง การฝังเข็ม อัลตราซาวด์ และเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าผ่านผิวหนัง องค์การอนามัยโลกก็ระบุว่ายาแก้ปวดไม่ควรเป็นการรักษาลำดับแรก
ห้าท่าบริหารจากคู่มือศิริราช
เอกสารเรื่องอาการปวดหลังส่วนล่างและท่าบริหารของโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งตรวจสอบเนื้อหาครั้งล่าสุดปี พ.ศ. 2565 ระบุจุดประสงค์ของการบริหารไว้สามข้อ คือช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวและแข็งแรง ลดอาการเจ็บปวดและเมื่อยตึงพร้อมเพิ่มความยืดหยุ่น และชะลอความเสื่อมของกระดูกและข้อ ท่าบริหารที่แนะนำมีดังนี้
- ท่ายืดกล้ามเนื้อสะโพก: นอนหงาย ใช้มือกอดเข่าข้างหนึ่งเข้ามาชิดอก ขาอีกข้างเหยียดตรง ค้างไว้นับ 1 ถึง 10 แล้วสลับข้าง ทำ 10 ครั้ง วันละ 3 ถึง 4 รอบ
- ท่าเกร็งหน้าท้อง: นอนหงายตั้งเข่าสองข้าง วางเท้าราบกับพื้น หายใจเข้าออกช้า ๆ พร้อมแขม่วหน้าท้องกดหลังให้แนบพื้น ค้างไว้นับ 1 ถึง 5 ทำ 10 ครั้งต่อรอบ วันละ 3 ถึง 4 รอบ
- ท่าสะพานโค้ง: นอนหงายชันเข่าสองข้าง วางมือข้างลำตัว ยกก้นให้ลอยพ้นพื้น เกร็งค้างไว้นับ 1 ถึง 10 ทำซ้ำ 10 ครั้งต่อรอบ วันละ 3 ถึง 4 รอบ
- ท่าซูเปอร์แมน: นอนคว่ำ เหยียดแขนไปด้านหน้าและเหยียดขาไปด้านหลัง ยกแขน ขา และหน้าขึ้นเหนือพื้นเล็กน้อย ค้างไว้นับ 1 ถึง 10 ทำซ้ำ 10 ครั้ง วันละ 3 ถึง 4 รอบ
- ท่าก้มยืดส่วนหลัง: นั่งตัวตรง ยกขาข้างหนึ่งพาดบนเข่าอีกข้าง ใช้ศอกกดขาที่ไขว้ห้าง ค่อย ๆ ก้มลงจนรู้สึกตึงที่ต้นขาแล้วหยุด ค้างไว้นับ 1 ถึง 20 สลับข้าง ทำซ้ำ 10 ครั้ง วันละ 2 ถึง 3 รอบ
ศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล เสริมว่าภาวะหลังแอ่นซึ่งเป็นอีกสาเหตุของอาการปวดหลังเกิดจากกล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้อก้นมัดใหญ่อ่อนแรง ขณะที่กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างและกล้ามเนื้อสะโพกด้านหน้าตึงตัว ท่าที่แนะนำคือ dead bug 10 ครั้งต่อเซต วันละ 5 เซต
ป้องกันไม่ให้กลับมาปวดซ้ำ
คู่มือศิริราชให้หลักป้องกันไว้หกข้อ คือปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในท่าทางที่ถูกต้อง เลี่ยงการยกของหนัก เลี่ยงการอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานโดยควรเปลี่ยนท่าทุก ๆ 30 นาที ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน ออกกำลังกายสม่ำเสมอแม้ยังไม่มีอาการปวดหลัง และปรึกษาแพทย์เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติที่ต่างจากเดิมหรือปวดมากกว่าเดิม
ความเห็นของเราคือการตั้งนาฬิกาเตือนให้ลุกทุกครึ่งชั่วโมงได้ผลมากกว่าการเปลี่ยนไปใช้เก้าอี้ราคาแพง อ่านเรื่องการตั้งระดับโต๊ะได้ที่ ความสูงโต๊ะทำงานที่เหมาะกับสรีระ ส่วนการควบคุมน้ำหนักเริ่มได้จากการรู้ค่าปัจจุบันของตัวเองที่ วิธีคำนวณค่า BMI
ไปพบแพทย์แล้วต้องเอกซเรย์หรือ MRI ไหม?
ไม่จำเป็นในกรณีทั่วไป แนวทาง NG59 ของ NICE เรื่องอาการปวดหลังส่วนล่างและอาการปวดตามเส้นประสาทไซแอติกในผู้ที่อายุมากกว่า 16 ปี เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 และปรับปรุงล่าสุดวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ข้อ 1.1.4 ระบุว่าไม่ควรส่งตรวจภาพรังสีเป็นกิจวัตรในสถานพยาบาลที่ไม่ใช่หน่วยเฉพาะทาง ข้อ 1.1.6 ระบุว่าให้พิจารณาส่งตรวจภาพในหน่วยเฉพาะทางเฉพาะเมื่อผลตรวจน่าจะเปลี่ยนแนวทางการรักษาเท่านั้น
สิ่งที่แพทย์ทำก่อนคือซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อคัดแยกสาเหตุจำเพาะออกไป NICE ข้อ 1.1.1 ระบุให้คิดถึงการวินิจฉัยอื่นเสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการใหม่หรืออาการเปลี่ยนไป และให้ตัดสาเหตุอย่างมะเร็ง การติดเชื้อ การบาดเจ็บ และโรคข้ออักเสบชนิดที่เกี่ยวกับกระดูกสันหลังออกไปก่อน ข้อ 1.1.2 ระบุให้พิจารณาใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยงเช่น STarT Back ตั้งแต่การพบบุคลากรทางการแพทย์ครั้งแรกของแต่ละรอบอาการ
ระยะของอาการที่แพทย์ใช้แบ่ง
NICE นิยามอาการเฉียบพลันว่าเป็นมาน้อยกว่า 3 เดือน และเรื้อรังคือ 3 เดือนขึ้นไป บทความของศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า โดยนายแพทย์ศุภกิจ พิมลธเรศ ใช้การแบ่งที่ละเอียดกว่า คือเฉียบพลันน้อยกว่า 6 สัปดาห์ กึ่งเฉียบพลัน 6 ถึง 12 สัปดาห์ และเรื้อรังมากกว่า 12 สัปดาห์ ทั้งสองแบบสื่อความหมายเดียวกันว่าอาการที่ลากยาวเกินสามเดือนคือสัญญาณให้ทบทวนแนวทางการรักษา
เรื่องยาที่ควรรู้ล่วงหน้า
NICE ข้อ 1.2.22 ระบุให้พิจารณายาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์แบบรับประทาน โดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่อทางเดินอาหาร ตับ หัวใจและไต และอายุของผู้ป่วย ข้อ 1.2.24 ระบุให้ใช้ขนาดต่ำที่สุดที่ได้ผลในระยะเวลาสั้นที่สุด ข้อ 1.2.26 ระบุว่าไม่ควรให้ยาพาราเซตามอลเดี่ยว ๆ และข้อ 1.2.28 ระบุว่าไม่ควรให้ยากลุ่มโอปิออยด์สำหรับอาการปวดหลังเรื้อรัง รายละเอียดการเลือกยาเป็นเรื่องที่ต้องคุยกับแพทย์หรือเภสัชกรของตัวเอง
คำถามที่พบบ่อย
ปวดเอวด้านหลังส่วนใหญ่เกิดจากอะไร?
ส่วนใหญ่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลังและความเสื่อมของข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนล่าง โดยมีตัวกระตุ้นคือนั่งนาน ยืนนาน ยกของผิดท่า ใส่ส้นสูงเกินไป และที่นอนนุ่มเกินไป ตามเอกสารของโรงพยาบาลศิริราช
ปวดเอวด้านหลังซ้ายข้างเดียวอันตรายไหม?
การปวดข้างเดียวเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าอันตราย เพราะกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานไม่เท่ากันก็ทำให้ปวดข้างเดียวได้ แต่ถ้ามีไข้สูง หนาวสั่น หรือปัสสาวะผิดปกติร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพราะเข้าได้กับกรวยไตอักเสบ
ปวดเอวแบบไหนต้องไปห้องฉุกเฉินทันที?
NHS ระบุว่าให้ไปห้องฉุกเฉินเมื่อมีอาการปวด ชา เสียวซ่า หรืออ่อนแรงที่ขาทั้งสองข้าง สูญเสียความรู้สึกรอบอวัยวะเพศหรือทวารหนัก การขับถ่ายเปลี่ยนไป เจ็บหน้าอก หรือปวดหลังหลังอุบัติเหตุรุนแรง
อาการปวดร้าวลงขากี่สัปดาห์ถึงจะหาย?
NHS ระบุว่าอาการปวดตามแนวเส้นประสาทไซแอติกมักดีขึ้นในเวลาไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน แต่บางรายอาจใช้เวลานานกว่านั้นและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
ปวดเอวต้องนอนพักบนเตียงไหม?
ไม่ควร NHS แนะนำให้ทำกิจวัตรตามปกติต่อไปและเลี่ยงการนอนพักบนเตียงเป็นเวลานาน ส่วน NICE ข้อ 1.2.1 ก็ระบุให้สนับสนุนผู้ป่วยให้ทำกิจกรรมตามปกติต่อไป
เข็มขัดพยุงหลังช่วยได้ไหม?
แนวทาง NG59 ของ NICE ข้อ 1.2.3 ระบุว่าไม่ควรใช้เข็มขัดพยุงหลังหรือเสื้อรัดลำตัวในการจัดการอาการปวดหลังส่วนล่าง ทั้งแบบที่มีและไม่มีอาการปวดร้าวลงขา
ต้องขอเอกซเรย์หรือ MRI ตั้งแต่ครั้งแรกไหม?
ตามแนวทาง NG59 ข้อ 1.1.4 ไม่ควรส่งตรวจภาพรังสีเป็นกิจวัตรในสถานพยาบาลที่ไม่ใช่หน่วยเฉพาะทาง และข้อ 1.1.6 ให้พิจารณาตรวจในหน่วยเฉพาะทางเฉพาะเมื่อผลน่าจะเปลี่ยนแนวทางการรักษา
ท่าบริหารแก้ปวดเอวควรทำวันละกี่รอบ?
คู่มือของโรงพยาบาลศิริราชแนะนำท่ายืดกล้ามเนื้อสะโพก ท่าเกร็งหน้าท้อง ท่าสะพานโค้ง และท่าซูเปอร์แมน ท่าละ 10 ครั้งต่อรอบ วันละ 3 ถึง 4 รอบ ส่วนท่าก้มยืดส่วนหลังทำ 10 ครั้ง วันละ 2 ถึง 3 รอบ
ทำไมเดินแล้วปวดขาแต่นั่งพักแล้วดีขึ้น?
รูปแบบนี้เข้าได้กับภาวะโพรงกระดูกสันหลังส่วนเอวตีบแคบ เพราะการนั่งหรือก้มตัวไปข้างหน้าทำให้โพรงกระดูกสันหลังกว้างขึ้น เส้นประสาทจึงถูกเบียดน้อยลง ตามคำอธิบายของ South Tees Hospitals NHS Foundation Trust
โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบพบในคนอายุเท่าไหร่?
เอกสารของ South Tees Hospitals NHS Foundation Trust ระบุว่าพบราว 11% ของประชากรทั่วไป พบน้อยมากในคนอายุต่ำกว่า 50 ปี และช่วงอายุเฉลี่ยของผู้มีอาการคือ 62 ถึง 69 ปี
สรุปสิ่งที่ควรทำต่อจากนี้
ถ้าอาการปวดอยู่เฉพาะบั้นเอวและเปลี่ยนไปตามท่าทาง ให้เริ่มจากการขยับตัวต่อ ประคบร้อนหรือเย็น เปลี่ยนท่าทุก 30 นาที และทำท่าบริหารห้าท่าของศิริราชให้ครบรอบต่อวัน โดยให้เวลาตัวเองสักสองถึงสามสัปดาห์ก่อนประเมินผล แต่ถ้าอาการร้าวลงขาพร้อมชาหรืออ่อนแรง มีไข้ ปัสสาวะผิดปกติ หรือมีปัญหาการกลั้นปัสสาวะอุจจาระ ให้หยุดรักษาเองแล้วไปพบแพทย์ตามระดับความเร่งด่วนในตาราง ความล่าช้าในกลุ่มอาการหางม้าเป็นความล่าช้าที่แก้คืนได้ยาก
แหล่งอ้างอิง
- โรงพยาบาลศิริราช: อาการปวดหลังส่วนล่างและท่าบริหาร (Low Back Pain) ตรวจสอบเนื้อหาปี 2565
- World Health Organization: Low back pain fact sheet
- NHS: Back pain สาเหตุ การดูแลตนเอง และสัญญาณที่ต้องพบแพทย์
- NHS: Slipped disc อาการและภาวะฉุกเฉิน
- NHS: Sciatica ตำแหน่งปวดและระยะเวลาที่อาการดีขึ้น
- NHS: Kidney infection อาการและการรักษา
- NHS: Kidney stones อาการและเมื่อไหร่ต้องขอความช่วยเหลือ
- NICE guideline NG59: Low back pain and sciatica in over 16s ฉบับปรับปรุง 29 กรกฎาคม 2026
- Somerset NHS Foundation Trust: Cauda Equina Syndrome
- South Tees Hospitals NHS Foundation Trust: Ten Lumbar Spinal Stenosis Facts
- รามาแชนแนล: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคใกล้ตัวที่หลายคนไม่รู้ว่ากำลังเป็นอยู่
- ศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล: การออกกำลังกายเพื่อรักษาอาการปวดหลังเนื่องจากภาวะหลังแอ่น
- กรมการแพทย์: พิชิตออฟฟิศซินโดรม ทางออกสำหรับคนวัยทำงาน (16 มิถุนายน 2568)
- ไทยพีบีเอส: โรคออฟฟิศซินโดรม ปีเดียว 4.8 แสนคน เช็กสัญญาณเตือน (23 มกราคม 2568)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า: ปวดหลังแบบไหน ต้องรีบไปพบแพทย์


