โรคงูสวัดคือโรคที่เกิดจากไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ ตัวเดียวกับที่ทำให้เป็นอีสุกอีใสตอนเด็ก กลับมาแบ่งตัวอีกครั้งหลังหลบอยู่ในปมประสาทมานาน โดย CDC ระบุว่าประมาณ 1 ใน 3 ของคนอเมริกันจะเป็นงูสวัดสักครั้งในชีวิต ผื่นจะขึ้นเป็นแถบตามแนวเส้นประสาทเพียงซีกเดียวของร่างกาย ตุ่มน้ำตกสะเก็ดใน 7 ถึง 10 วัน และผื่นทั้งหมดหายภายใน 2 ถึง 4 สัปดาห์ หน้านี้เดิมสัญญาว่าจะมีรูปภาพ เราจึงอธิบายลักษณะผื่นทีละระยะแทน เพื่อให้เทียบกับผิวตัวเองได้
ประเด็นสำคัญ
- งูสวัดไม่ใช่โรคใหม่ที่ติดมาจากใคร แต่คือไวรัสอีสุกอีใสเดิมที่หลบในปมประสาทแล้วกำเริบเมื่อภูมิคุ้มกันลดลง
- CDC ระบุว่าตุ่มน้ำตกสะเก็ดใน 7 ถึง 10 วัน และผื่นหายใน 2 ถึง 4 สัปดาห์
- ยาต้านไวรัสสามชนิดที่ CDC ระบุคือ acyclovir, valacyclovir และ famciclovir ได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังมีอาการ
- ผู้ป่วยร้อยละ 10 ถึง 18 มีอาการปวดปลายประสาทหลังผื่นหาย ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุ
- งูสวัดไม่ติดต่อเป็นงูสวัด แต่คนที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสและไม่เคยฉีดวัคซีนสามารถติดเชื้อจากน้ำในตุ่มแล้วเป็นอีสุกอีใสได้
- ความเชื่อเรื่องผื่นพันรอบตัวแล้วตายไม่เป็นความจริง เพราะผื่นเดินตามเส้นประสาทซีกเดียวและสิ้นสุดที่กึ่งกลางลำตัว
โรคงูสวัดคืออะไร และเกิดจากอะไร?
งูสวัดไม่ได้เริ่มจากการรับเชื้อใหม่จากใคร แต่เริ่มจากตัวเราเองตอนที่เป็นอีสุกอีใส เชื้อไวรัสไม่ได้หายไปพร้อมผื่น มันถอยไปหลบในปมประสาทใกล้ไขสันหลัง แล้วรอจังหวะที่ภูมิคุ้มกันอ่อนลงจึงเดินออกมาตามเส้นประสาทสู่ผิวหนัง ผลคือผื่นเป็นแถบแคบ ๆ ซีกเดียว
CDC ระบุว่าประมาณ 1 ใน 3 ของคนในสหรัฐจะเป็นงูสวัดสักครั้งในชีวิต มีผู้ป่วยราว 1 ล้านรายต่อปี คิดเป็นประมาณ 2 ถึง 9 รายต่อประชากร 1,000 คนต่อปี ขณะที่ StatPearls ของ NCBI แยกตามอายุไว้ชัดกว่า คือ 1.2 ถึง 3.4 รายต่อ 1,000 คนต่อปีในคนอายุน้อยที่แข็งแรงดี และเพิ่มเป็น 3.9 ถึง 11.8 รายในคนอายุเกิน 65 ปี ตัวเลขคู่นี้อธิบายว่าทำไมแพทย์จึงพูดถึงงูสวัดกับผู้สูงอายุมากกว่ากลุ่มอื่น
ผื่นมักขึ้นตรงไหน และใครเสี่ยงกว่าคนอื่น
StatPearls รวบรวมตำแหน่งของผื่นไว้ว่า เส้นประสาทช่วงอกพบมากที่สุดร้อยละ 53 รองลงมาคือช่วงคอร้อยละ 20 เส้นประสาทที่เลี้ยงใบหน้าร้อยละ 15 และช่วงเอวกับก้นกบร้อยละ 11 ตำแหน่งที่คนไทยคุ้นว่างูสวัดขึ้นที่เอวหรือชายโครงจึงตรงกับสถิติจริง
โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และรามาแชนแนลของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุกลุ่มเสี่ยงตรงกัน คือผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเช่นผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน และผู้มีโรคเรื้อรังเช่นเบาหวานและโรคไต
อาการงูสวัดเริ่มอย่างไร และผื่นเปลี่ยนไปแบบไหน?
สิ่งที่ทำให้งูสวัดวินิจฉัยยากในวันแรก ๆ คือความเจ็บมาก่อนผื่น ผู้ป่วยไม่น้อยจึงได้ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อไปก่อน แล้วผื่นจึงโผล่ทีหลังในบริเวณเดียวกัน
StatPearls ระบุว่าอาการนำเกิดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนเห็นตุ่ม ส่วนโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และโรงพยาบาลเพชรเวชใช้ว่าปวดนำมาก่อน 2 ถึง 3 วัน ความปวดเป็นแบบแสบร้อนหรือเสียวแปลบตามแนวยาว ไม่ใช่ปวดตื้อเป็นก้อน บางคนมีไข้ ปวดศีรษะหรือคลื่นไส้ร่วมด้วยตามที่ CDC ระบุ
ผื่นงูสวัดหน้าตาเป็นอย่างไร
ผื่นเริ่มจากรอยแดงเป็นหย่อม แล้วภายในหนึ่งถึงสองวันจึงกลายเป็นตุ่มน้ำใสเล็ก ๆ เกาะกันเป็นกลุ่ม เรียงเป็นแถบยาวตามแนวเส้นประสาท รามาแชนแนลอธิบายว่าเป็นผื่นแดงลักษณะตุ่มน้ำใสเรียงตัวเป็นกลุ่มตามแนวเส้นประสาท จุดสังเกตที่ใช้แยกจากผื่นแพ้ทั่วไปมีสามข้อ คือผื่นอยู่ซีกเดียวและไม่ข้ามแนวกึ่งกลางลำตัว ผื่นเรียงเป็นแถบไม่ใช่กระจายทั่ว และผื่นเจ็บมากจนเสื้อผ้าถูเบา ๆ ก็ทรมาน
ทำไมเราแนะนำให้ดูอาการมากกว่าดูรูป
ความเห็นของกองบรรณาธิการคือการเทียบรูปผื่นจากอินเทอร์เน็ตมักพาคนออกนอกทาง NHS เตือนว่ารอยแดงสังเกตได้ยากกว่าบนผิวสีเข้ม และรูปที่คนแชร์กันมักเป็นเคสรุนแรงซึ่งไม่ใช่ภาพของวันแรก ใช้คำถามสามข้อข้างต้นตัดสินใจดีกว่า
ผื่นงูสวัดขึ้นกี่วันหาย และแต่ละระยะกินเวลาเท่าไหร่?
ตารางด้านล่างเรียงจากวันที่เริ่มปวดจนถึงวันที่ผื่นหายสนิท ตัวเลขระยะเวลามาจาก CDC และ NHS ส่วนคอลัมน์การแพร่เชื้อยึดหลักของ CDC ที่ว่าผู้ป่วยแพร่เชื้อไม่ได้ก่อนตุ่มขึ้นและไม่แพร่อีกเมื่อผื่นตกสะเก็ดหมด ใช้เป็นกรอบคร่าว ๆ เพราะแต่ละรายเดินเร็วช้าไม่เท่ากัน
| ระยะ | ช่วงเวลาโดยประมาณ | สิ่งที่เห็นหรือรู้สึก | แพร่เชื้อได้หรือไม่ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|---|---|
| ระยะนำก่อนมีผื่น | อย่างน้อย 48 ชั่วโมง ถึง 2 หรือ 3 วันก่อนผื่นขึ้น | ปวดแสบร้อน เสียวแปลบ คันหรือชาเป็นแถบข้างเดียว บางรายมีไข้ | ยังไม่แพร่เชื้อ | จดวันเวลาที่เริ่มปวด เพราะเป็นตัวตั้งของกรอบ 72 ชั่วโมง |
| ผื่นแดงเริ่มขึ้น | วันที่ 1 ถึง 2 ของผื่น | รอยแดงเป็นหย่อมตามแนวเส้นประสาท ยังไม่เห็นตุ่มชัด | เริ่มแพร่เชื้อได้ | พบแพทย์ทันทีเพื่อรับยาต้านไวรัสให้ทัน |
| ตุ่มน้ำใส | วันที่ 2 ถึง 5 ของผื่น | ตุ่มน้ำใสเกาะกลุ่มเรียงเป็นแถบ มักปวดมากที่สุด | แพร่เชื้อได้ | ปิดผื่น ไม่แกะไม่เกา ล้างมืออย่างน้อย 20 วินาที |
| ตุ่มขุ่นและแตก | วันที่ 5 ถึง 7 ของผื่น | น้ำในตุ่มขุ่นลง ตุ่มแตกเป็นแผลตื้น | แพร่เชื้อได้ | ดูแลแผลให้สะอาดและแห้ง สังเกตหนองหรือบวมแดงลาม |
| ตกสะเก็ด | 7 ถึง 10 วันหลังผื่นขึ้น | สะเก็ดแห้งคลุมแผลทั้งแถบ ปวดเริ่มลดลงในหลายราย | หมดระยะแพร่เชื้อเมื่อตกสะเก็ดครบ | ปล่อยสะเก็ดหลุดเอง การแกะเพิ่มโอกาสเป็นแผลเป็น |
| ผื่นหายสนิท | 2 ถึง 4 สัปดาห์นับจากผื่นขึ้น | รอยแดงจางลง อาจเหลือรอยดำหรือแผลเป็นตื้น | ไม่แพร่เชื้อ | ถ้ายังปวดตรงรอยเดิมหลัง 4 สัปดาห์ ให้กลับไปพบแพทย์ |
แหล่งข้อมูลไทยหลายแห่ง เช่นโรงพยาบาลศิครินทร์และโรงพยาบาลเพชรเวช ใช้ว่าผื่นหายเองใน 2 สัปดาห์ ซึ่งตรงกับปลายล่างของช่วงที่ CDC ให้ไว้ ส่วน NHS เขียนว่าอาจใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์ สองชุดนี้ไม่ขัดกัน ฝั่งอังกฤษเพียงเผื่อกรณีหายช้าไว้

งูสวัดติดต่อได้ไหม และติดต่อทางใด?
คำตอบสั้นที่สุดคือ งูสวัดไม่ติดต่อเป็นงูสวัด แต่เชื้อในตุ่มน้ำติดต่อได้ CDC อธิบายว่าคนที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสและไม่เคยฉีดวัคซีนอีสุกอีใส รับเชื้อจากผู้ป่วยงูสวัดแล้วป่วยเป็นอีสุกอีใส ไม่ใช่เป็นงูสวัดทันที และอาจกลายเป็นผู้ที่เป็นงูสวัดในอีกหลายสิบปีต่อมา
เส้นทางการรับเชื้อมีสองทางตามที่ CDC ระบุ คือสัมผัสน้ำจากตุ่มโดยตรง และหายใจเอาอนุภาคไวรัสจากตุ่มเข้าไป ช่วงที่แพร่ได้คือช่วงที่ยังมีตุ่มน้ำเท่านั้น NHS เขียนตรงกันว่าเชื้อแพร่ได้ขณะผื่นยังมีน้ำเยิ้ม
ควรระวังใครเป็นพิเศษ
CDC แนะนำให้ปิดผื่นไว้จนกว่าจะตกสะเก็ด ไม่แกะไม่เกา ล้างมืออย่างน้อยครั้งละ 20 วินาที และเว้นระยะจากคนสามกลุ่ม ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภูมิต่ออีสุกอีใส ทารกคลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักแรกเกิดน้อย และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ในทางปฏิบัติคือผู้ป่วยที่อยู่บ้านเดียวกับหลานแรกเกิดหรือคนที่กำลังให้คีโม ควรแยกของใช้และปิดผื่นอย่างจริงจังใน 7 ถึง 10 วันแรก
ทำไมยาต้านไวรัสต้องเริ่มภายใน 72 ชั่วโมง?
เพราะยาต้านไวรัสยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส ไม่ได้ซ่อมเส้นประสาทที่ถูกทำลายไปแล้ว เมื่อไวรัสผ่านช่วงแบ่งตัวสูงสุดไป การเริ่มยาทีหลังจึงช่วยได้น้อยลง CDC ระบุยาสามชนิดคือ acyclovir, valacyclovir และ famciclovir และให้เริ่มภายใน 72 ชั่วโมงนับจากมีอาการ ฝั่ง NHS ใช้ว่าภายใน 3 วันหลังผื่นขึ้น
โรงพยาบาลไทยใช้กรอบเดียวกัน โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เขียนว่าการได้ยาภายใน 72 ชั่วโมงหลังเกิดอาการช่วยให้รอยโรคหายเร็วขึ้นและลดความรุนแรง รามาแชนแนลระบุกรอบเดียวกันพร้อมการดูแลแผลและการพักผ่อน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือรอดูอาการสองสามวันเพราะคิดว่าเป็นผื่นแพ้ แล้วจึงมาโรงพยาบาลในวันที่สี่ ทางแก้คือจดเวลาที่เริ่มปวดหรือเริ่มเห็นผื่นไว้ในโทรศัพท์ทันที แล้วบอกตัวเลขนั้นกับแพทย์
ภาวะแทรกซ้อนของงูสวัดมีอะไรบ้าง?
ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุดคืออาการปวดที่ยังอยู่ต่อแม้ผื่นหายแล้ว เรียกว่าปวดปลายประสาทหลังงูสวัด หรือ postherpetic neuralgia (PHN) CDC ระบุว่าเกิดกับผู้ป่วยร้อยละ 10 ถึง 18 เสี่ยงเพิ่มตามอายุ และคนอายุน้อยกว่า 40 ปีพบได้น้อยมาก
เกณฑ์เวลาที่ใช้เรียกอาการนี้ต่างกันตามแหล่ง StatPearls ใช้ว่าปวดต่อเนื่องเกิน 4 สัปดาห์นับจากผื่นขึ้น ส่วนโรงพยาบาลเพชรเวชใช้เกณฑ์เกิน 3 เดือน หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือถ้าผื่นหายแล้วแต่ยังปวดตรงรอยเดิมเกินหนึ่งเดือน ให้กลับไปพบแพทย์
| ภาวะแทรกซ้อน | พบบ่อยแค่ไหน | อาการเด่น | แหล่งของตัวเลข |
|---|---|---|---|
| ปวดปลายประสาทหลังงูสวัด (PHN) | ร้อยละ 10 ถึง 18 ของผู้ป่วยงูสวัด | ปวดแสบหรือเสียวแปลบตรงที่เคยมีผื่น อยู่ได้เป็นเดือนถึงเป็นปี | CDC |
| งูสวัดขึ้นตา (herpes zoster ophthalmicus) | ประมาณร้อยละ 10 ถึง 25 ของผู้ป่วยทั้งหมด | ผื่นรอบตาหรือปลายจมูก ตาแดง ปวดตา ตามัว เสี่ยงเสียการมองเห็น | StatPearls ของ NCBI |
| งูสวัดแพร่กระจาย (disseminated zoster) | พบในผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องเป็นหลัก | มีตุ่มมากกว่า 20 ตุ่มนอกแนวผื่นเดิม | StatPearls ของ NCBI |
| ต้องนอนโรงพยาบาล | ร้อยละ 30 ของผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง | ปวดควบคุมไม่ได้ ผื่นลุกลาม หรือติดเชื้อร่วม | CDC |
| เสียชีวิต | ประมาณ 96 รายต่อปีในสหรัฐ | ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง | CDC |
| ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนที่แผล | ไม่มีตัวเลขระบุในแหล่งที่เราเปิด | แผลบวมแดงลาม มีหนอง เสี่ยงเกิดแผลเป็น | โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ |
โรงพยาบาลเพชรเวชยังระบุว่างูสวัดสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้น ผู้มีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้วควรอ่านเรื่อง สัญญาณเตือนเส้นเลือดสมองตีบ
สัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ทันที
NHS ระบุสถานการณ์ที่ต้องรีบพบแพทย์โดยไม่รอ ได้แก่ ผื่นขึ้นที่ตาหรือจมูก การมองเห็นเปลี่ยนไป ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ให้นมบุตรที่มีผื่นที่เต้านม ผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอมาก และผู้ที่อายุ 17 ปีหรือน้อยกว่า ตุ่มขึ้นกระจายทั่วตัวหรือมีไข้สูงก็ถือเป็นเรื่องด่วน
ตัวเลขและคำแนะนำในหน้านี้มาจากแหล่งที่อ้างอิงไว้ ณ วันตรวจสอบ 11 กันยายน 2569 บทความนี้ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย เราไม่ระบุขนาดยาโดยเจตนา ผู้ที่สงสัยว่าเป็นงูสวัดควรพบแพทย์เพื่อประเมินเป็นรายบุคคล และตรวจสอบเงื่อนไขวัคซีนกับสถานพยาบาลก่อนตัดสินใจ
ใครควรฉีดวัคซีนงูสวัด และต้องฉีดกี่เข็ม?
วัคซีนงูสวัดมีสองชนิด คือชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (zoster vaccine live, ZVL) ซึ่งเป็นรุ่นเก่า และชนิดรีคอมบิแนนท์ (recombinant zoster vaccine, RZV) ซึ่งไม่ใช่เชื้อเป็นและเป็นชนิดที่แนะนำในปัจจุบัน ตามที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ อธิบายไว้ ตัวเลขในตารางเป็นของชนิดรีคอมบิแนนท์ตามที่ CDC รายงาน
| กลุ่มผู้รับวัคซีน | จำนวนเข็ม | ระยะห่างระหว่างเข็ม | ประสิทธิภาพที่รายงาน |
|---|---|---|---|
| ผู้ใหญ่อายุ 50 ถึง 69 ปี ภูมิคุ้มกันปกติ | 2 เข็ม | 2 ถึง 6 เดือน | ป้องกันงูสวัดได้ร้อยละ 97 |
| ผู้ใหญ่อายุ 70 ปีขึ้นไป ภูมิคุ้มกันปกติ | 2 เข็ม | 2 ถึง 6 เดือน | ป้องกันงูสวัดได้ร้อยละ 91 |
| ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อายุ 19 ปีขึ้นไปตาม CDC | 2 เข็ม | 1 ถึง 2 เดือนได้ถ้าจำเป็น | ร้อยละ 68 ถึง 91 ตามโรคประจำตัว |
| ผู้ที่เคยเป็นงูสวัดมาแล้ว | 2 เข็ม | โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ แนะให้เว้นหลังหายแล้ว 3 ถึง 6 เดือน | ยังแนะนำให้ฉีด เพราะเป็นซ้ำได้ |
ในแง่การกันอาการปวดปลายประสาท CDC รายงานว่าวัคซีนชนิดนี้ป้องกันได้ร้อยละ 91 ในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป และร้อยละ 89 ในผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไป ส่วนความทนของภูมิ CDC ระบุว่าในผู้ที่อายุ 70 ปีขึ้นไปและภูมิคุ้มกันปกติ ภูมิจากวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ยังอยู่ในระดับสูงนานอย่างน้อย 7 ปีหลังฉีด ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือปวดแขนบริเวณที่ฉีด อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อและไข้ ซึ่งมักหายใน 2 ถึง 3 วัน โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ระบุเพิ่มว่ากลุ่มอาการกิลแลง บาร์เร พบประมาณ 1 รายต่อผู้รับวัคซีน 1 ล้านราย และวัคซีนชนิดนี้ไม่ให้ในหญิงตั้งครรภ์
ฝั่งไทย คำแนะนำการให้วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พ.ศ. 2568 ของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย มีวัคซีนงูสวัดอยู่ในตารางด้วย โดยกำหนดชนิดรีคอมบิแนนท์ไว้ที่ 2 เข็ม ห่างกัน 2 ถึง 6 เดือน เริ่มที่อายุ 50 ปี และย่นเหลือ 1 ถึง 2 เดือนสำหรับผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องตั้งแต่อายุ 18 ปี ตรงกับที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เผยแพร่ไว้ ส่วนผู้ที่เคยฉีดชนิดเชื้อเป็นมาก่อนฉีดชนิดรีคอมบิแนนท์ได้โดยเว้นอย่างน้อย 2 เดือน ดูภาพรวมว่าวัยผู้ใหญ่ควรฉีดอะไรบ้างได้ที่ วัคซีนผู้ใหญ่ที่ควรฉีด
เรื่องค่าใช้จ่าย ราคาที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เผยแพร่ไว้คือ 6,153 บาทต่อเข็ม ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2568 เท่ากับคอร์ส 2 เข็มราวหนึ่งหมื่นสองพันบาท ราคานี้เป็นของโรงพยาบาลแห่งเดียวและเปลี่ยนได้
งูสวัดพันรอบตัวแล้วเสียชีวิตจริงไหม?
ไม่จริง และคำอธิบายทางกายวิภาคก็ตรงไปตรงมา ผื่นงูสวัดเดินตามเส้นประสาทที่ออกจากไขสันหลังไปเลี้ยงผิวหนังซีกใดซีกหนึ่ง ปลายของเส้นประสาทเส้นนั้นสิ้นสุดที่แนวกึ่งกลางลำตัว ผื่นจากเส้นประสาทเส้นเดียวจึงไปไม่ถึงอีกซีกหนึ่งและพันรอบตัวไม่ได้ โรงพยาบาลเพชรเวชสรุปไว้ตรงกันว่าเส้นประสาทไปสุดที่แนวกลางลำตัว การพันรอบตัวจึงเป็นไปไม่ได้ในทางกายวิภาค ส่วนโรงพยาบาลศิครินทร์ระบุตรง ๆ ว่าความเชื่อที่ว่างูสวัดขึ้นรอบตัวแล้วจะเสียชีวิตนั้นไม่เป็นความจริง
แล้วความเชื่อนี้มาจากไหน คำอธิบายที่พบซ้ำกันคือมาจากยุคก่อนที่ยังไม่มียาต้านไวรัส ผู้ป่วยที่ผื่นขึ้นกว้างจนดูเหมือนพันรอบตัวมักเป็นผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมากอยู่แล้ว เช่นผู้สูงอายุที่ป่วยหนัก ผู้ป่วยมะเร็ง หรือผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผื่นที่กว้างจึงเป็นสัญญาณว่าภูมิคุ้มกันแย่ ไม่ใช่สาเหตุของการเสียชีวิต นายแพทย์บารมี พงษ์ลิขิตมงคล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลวิมุต ให้ความเห็นทางเดียวกันว่าความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริง และผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากภาวะแทรกซ้อน
สิ่งที่ควรใส่ใจจึงไม่ใช่ว่าผื่นบรรจบกันหรือยัง แต่เป็นว่าผื่นขึ้นหลายแนวพร้อมกันหรือไม่ StatPearls ใช้เกณฑ์ว่าถ้ามีตุ่มมากกว่า 20 ตุ่มนอกแนวผื่นเดิม ถือว่าเป็นงูสวัดแพร่กระจาย ส่วนการเป็นซ้ำเกิดได้แต่ไม่บ่อย จดหมายวิชาการใน Mayo Clinic Proceedings ปี ค.ศ. 2011 ระบุว่าโอกาสเป็นครั้งที่สองตลอดชีวิตในผู้ที่ภูมิคุ้มกันปกติอยู่ระหว่างร้อยละ 1 ถึง 5
สรุปสิ่งที่ควรทำถ้าสงสัยว่าเป็นงูสวัดวันนี้
เริ่มจากสามข้อที่ทำได้ทันที ข้อแรกคือจดเวลาที่เริ่มปวดหรือเริ่มเห็นผื่นลงในโทรศัพท์ เพราะนั่นคือจุดตั้งต้นของกรอบ 72 ชั่วโมง ข้อที่สองคือไปพบแพทย์ในวันนั้น โดยเฉพาะถ้าผื่นอยู่บนใบหน้าหรือใกล้ดวงตา ข้อที่สามคือปิดผื่นไว้ ไม่แกะไม่เกา ล้างมือให้บ่อย และอยู่ห่างจากหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภูมิ ทารกแรกเกิดและผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง จนผื่นตกสะเก็ดครบ
หลังผื่นหายแล้ว ถ้ายังปวดตรงรอยเดิมเกินหนึ่งเดือน ให้กลับไปพบแพทย์ และถ้าอายุ 50 ปีขึ้นไป ให้สอบถามเรื่องวัคซีนกับสถานพยาบาล
คำถามที่พบบ่อย
โรคงูสวัดเกิดจากอะไร
เกิดจากไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ ตัวเดียวกับที่ทำให้เป็นอีสุกอีใส ไวรัสหลบในปมประสาทแล้วกลับมาแบ่งตัวอีกครั้งเมื่อภูมิคุ้มกันลดลง
งูสวัดขึ้นกี่วันหาย
CDC ระบุว่าตุ่มน้ำตกสะเก็ดใน 7 ถึง 10 วัน และผื่นหายภายใน 2 ถึง 4 สัปดาห์ โรงพยาบาลไทยหลายแห่งใช้ราว 2 สัปดาห์
ยาต้านไวรัสต้องกินภายในกี่ชั่วโมง
CDC ระบุว่าได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงนับจากเริ่มมีอาการ ส่วน NHS ใช้ว่าภายใน 3 วันหลังผื่นขึ้น มาช้ากว่านั้นยังควรพบแพทย์
งูสวัดติดต่อได้ไหม
ไม่ติดต่อเป็นงูสวัด แต่คนที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสและไม่เคยฉีดวัคซีนอาจรับเชื้อจากน้ำในตุ่มแล้วป่วยเป็นอีสุกอีใส ช่วงที่แพร่คือช่วงที่ยังมีตุ่มน้ำเท่านั้น
งูสวัดพันรอบตัวแล้วตายจริงไหม
ไม่จริง ผื่นเดินตามเส้นประสาทซีกเดียวและสิ้นสุดที่แนวกึ่งกลางลำตัว จึงพันรอบตัวไม่ได้ ผู้ที่ผื่นขึ้นกว้างผิดปกติมักมีภูมิคุ้มกันต่ำมาก ซึ่งต้องรีบรักษาด้วยเหตุผลอื่น
อาการปวดปลายประสาทหลังงูสวัดพบบ่อยแค่ไหน
CDC ระบุว่าพบในผู้ป่วยงูสวัดร้อยละ 10 ถึง 18 ความเสี่ยงเพิ่มตามอายุ และคนอายุน้อยกว่า 40 ปีพบได้น้อยมาก
ผื่นงูสวัดขึ้นตรงไหนบ่อยที่สุด
StatPearls ของ NCBI รายงานว่าพบที่เส้นประสาทช่วงอกมากที่สุดร้อยละ 53 รองลงมาคือช่วงคอร้อยละ 20 ใบหน้าร้อยละ 15 และช่วงเอวกับก้นกบร้อยละ 11
งูสวัดขึ้นตาอันตรายแค่ไหน
ถือเป็นเรื่องด่วน StatPearls ระบุว่างูสวัดที่เกี่ยวข้องกับดวงตาพบประมาณร้อยละ 10 ถึง 25 ของผู้ป่วย และ NHS ให้รีบพบแพทย์ทันทีเมื่อผื่นขึ้นที่ตาหรือจมูก
วัคซีนงูสวัดต้องฉีดกี่เข็ม
ชนิดรีคอมบิแนนท์ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2 ถึง 6 เดือนสำหรับผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องย่นเหลือ 1 ถึง 2 เดือนได้
เคยเป็นงูสวัดแล้วยังต้องฉีดวัคซีนไหม
ยังควรฉีด เพราะเป็นซ้ำได้ CDC ระบุว่าไม่มีกำหนดว่าต้องรอนานเท่าไหร่ ส่วนโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ แนะให้เว้น 3 ถึง 6 เดือนหลังหาย
เป็นงูสวัดซ้ำได้หรือไม่
ได้แต่ไม่บ่อย จดหมายวิชาการใน Mayo Clinic Proceedings ปี ค.ศ. 2011 ระบุว่าโอกาสเป็นครั้งที่สองตลอดชีวิตในผู้ที่ภูมิคุ้มกันปกติอยู่ระหว่างร้อยละ 1 ถึง 5
แหล่งอ้างอิง
- CDC: About Shingles (Herpes Zoster) สาเหตุ ความเสี่ยงตลอดชีวิต 1 ใน 3 และการรักษา
- CDC: Signs and Symptoms of Shingles ตุ่มตกสะเก็ด 7 ถึง 10 วัน และ PHN ร้อยละ 10 ถึง 18
- CDC: How Shingles Spreads การแพร่เชื้อและข้อควรระวังสำหรับกลุ่มเปราะบาง
- CDC: Clinical Overview of Shingles อุบัติการณ์ ยาต้านไวรัสสามชนิด และกรอบ 72 ชั่วโมง
- CDC: Shingles Vaccination ตารางฉีด 2 เข็มและประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์
- NHS: Shingles อาการ ระยะเวลาหาย และกรณีที่ต้องพบแพทย์ทันที
- StatPearls (NCBI Bookshelf): Herpes Zoster อุบัติการณ์ตามอายุ ตำแหน่งผื่น และงูสวัดแพร่กระจาย
- โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์: งูสวัด ฝันร้ายของผู้สูงวัย 50+
- โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์: วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด ชนิด ZVL และ RZV
- รามาแชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี: โรคงูสวัด ร่างกายอ่อนแอต้องระวัง
- โรงพยาบาลศิครินทร์: โรคงูสวัด และคำตอบเรื่องความเชื่อผื่นขึ้นรอบตัว
- โรงพยาบาลเพชรเวช: โรคงูสวัดเป็นอย่างไร ระยะของโรคและภาวะแทรกซ้อน
- ฐานเศรษฐกิจ: อาการโรคงูสวัดพันรอบตัวไม่ตาย แต่อันตรายร้ายแรง ความเห็นจากแพทย์โรงพยาบาลวิมุต
- Mayo Clinic Proceedings (2011): Frequency of Herpes Zoster Recurrence โอกาสเป็นซ้ำร้อยละ 1 ถึง 5
- สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย: คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พ.ศ. 2568


