40 ดอลลาร์ เป็นเงินไทยประมาณ 1,324.88 บาท เมื่อคิดที่อัตราอ้างอิงดอลลาร์สหรัฐของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วันที่ 11 กันยายน 2569 ที่ 33.1220 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ แต่ถ้าเดินเข้าไปซื้อดอลลาร์จริง เราจะถูกคิดที่อัตราขายถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์วันเดียวกันคือ 33.2891 บาท จ่ายราว 1,331.56 บาท และถ้าเอาดอลลาร์ไปขายคืนจะได้ตามอัตรารับซื้อซึ่งต่ำกว่านั้น
ประเด็นสำคัญ
- อัตราอ้างอิงดอลลาร์สหรัฐของ ธปท. วันที่ 11 กันยายน 2569 อยู่ที่ 33.1220 บาท ทำให้ 40 ดอลลาร์ เท่ากับราว 1,324.88 บาท
- หยวนเรนมินบิที่อัตรากลางวันเดียวกันอยู่ที่ 4.9366 บาท ทำให้ 100 หยวน เท่ากับราว 493.66 บาท
- เรตที่ใช้ตอนเราซื้อเงินต่างประเทศคืออัตราขาย 33.2891 บาท ส่วนเรตตอนเราขายคืนคืออัตรารับซื้อ 32.8600 บาท ห่างกัน 0.4291 บาทต่อ 1 ดอลลาร์
- ช่องว่างซื้อขายของหยวนกว้างกว่าดอลลาร์ คือ 0.1495 บาทต่อ 1 หยวน หรือราว 2.99 เปอร์เซ็นต์ของอัตราขาย เทียบกับดอลลาร์ที่ราว 1.29 เปอร์เซ็นต์
- ธปท. รวบรวมข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์และเผยแพร่ภายในวันเดียวกันเวลา 18.00 น. อัตรากลางคำนวณจากอัตราซื้อเงินโอนบวกอัตราขายแล้วหารสอง
- การซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศต้องทำกับผู้ได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเท่านั้น สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มีบุคคลรับอนุญาตทั่วประเทศ 2,105 ราย
- รูดบัตรเครดิตเป็นสกุลต่างประเทศมีค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินราว 2.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการเลือกจ่ายเป็นเงินบาทที่ร้านต่างประเทศมีค่าธรรมเนียมอีกต่างหาก
- พกธนบัตรรวมกันเกิน 450,000 บาท หรือ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องสำแดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามแบบที่กำหนด
40 ดอลลาร์ เป็นเงินไทยกี่บาท และคิดจากเรตไหน?
คำตอบขึ้นอยู่กับว่าเราถามหาตัวเลขไว้ทำอะไร ถ้าต้องการตัวเลขกลาง ๆ ไว้ประเมินราคาสินค้าหรืออ่านข่าว ให้ใช้อัตราอ้างอิงดอลลาร์สหรัฐที่ ธปท. เผยแพร่ ซึ่งวันที่ 11 กันยายน 2569 อยู่ที่ 33.1220 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ คูณ 40 ได้ 1,324.88 บาท
แต่ถ้าเรากำลังจะเดินไปที่เคาน์เตอร์เพื่อซื้อธนบัตรดอลลาร์ไปเที่ยว ตัวเลขที่ใกล้ความจริงกว่าคืออัตราขายถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ วันเดียวกันอยู่ที่ 33.2891 บาท คูณ 40 ได้ 1,331.56 บาท ส่วนกรณีกลับกัน คือเรามีแบงก์ดอลลาร์เหลือจากทริปแล้วอยากขายคืน ธนาคารจะรับซื้อที่อัตรารับซื้อตั๋วเงิน 32.8600 บาท คูณ 40 ได้ 1,314.40 บาท
ระยะห่างระหว่างสองฝั่งนี้คือสิ่งที่คนมักลืม เงินก้อนเดียวกัน 40 ดอลลาร์ ต่างกัน 17.16 บาทระหว่างราคาที่เราซื้อกับราคาที่เราขายคืนในวันเดียวกัน ยิ่งจำนวนมากขึ้นช่องว่างนี้ยิ่งขยายตามสัดส่วน ที่ 1,000 ดอลลาร์ ช่องว่างจะกลายเป็น 429.10 บาท
อีกเรื่องที่ต้องเผื่อใจคือเวลา ในรายงานชุดเดียวกันนี้ อัตราอ้างอิงของวันที่ 4 กันยายน 2569 อยู่ที่ 32.9320 บาท และของวันที่ 11 กันยายน 2569 อยู่ที่ 33.1220 บาท ขยับขึ้น 0.19 บาท หรือราว 0.58 เปอร์เซ็นต์ภายในห้าวันทำการ แปลว่าเงิน 40 ดอลลาร์ก้อนเดิมมีค่าต่างกัน 7.60 บาทระหว่างสองวันนั้น ตัวเลขทุกตัวในบทความนี้จึงเป็นภาพนิ่งของวันที่ 11 กันยายน 2569 ไม่ใช่ค่าคงที่
ธปท. ประกาศอัตราแลกเปลี่ยนกี่แบบ และแต่ละแบบใช้ตอนไหน?
ในรายงานอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานคร ธปท. แสดงตัวเลขของแต่ละสกุลไว้สี่บรรทัด คือ อัตรารับซื้อตั๋วเงิน อัตรารับซื้อเงินโอน อัตราขาย และอัตรากลาง ส่วนบรรทัดบนสุดของตารางเป็นอัตราอ้างอิงดอลลาร์สหรัฐซึ่งแยกต่างหากอีกหนึ่งบรรทัด
ชื่อหมวดเดิมของอัตรารับซื้อเงินโอนคืออัตราซื้อถัวเฉลี่ยทางโทรเลข ซึ่ง ธปท. เปลี่ยนถ้อยคำมาเป็นอัตราซื้อถัวเฉลี่ยเงินโอนตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2554 หลังบริการโทรเลขในไทยเลิกใช้ไปตั้งแต่ปี 2550 ถ้าเจอคำว่าโทรเลขในเอกสารเก่า ให้เข้าใจว่าหมายถึงอัตราเดียวกันนี้
ลองตรวจสูตรอัตรากลางกับตัวเลขจริงของวันที่ 11 กันยายน 2569 ดอลลาร์สหรัฐมีอัตราซื้อเงินโอน 32.9539 บาท และอัตราขาย 33.2891 บาท บวกกันแล้วหารสองได้ 33.1215 บาท ซึ่งตรงกับอัตรากลางที่ ธปท. แสดงไว้พอดี
| ชนิดอัตรา | ใช้ตอนไหน | ดอลลาร์สหรัฐ (บาท) | หยวนเรนมินบิ (บาท) |
|---|---|---|---|
| อัตราอ้างอิง | ตัวเลขกลางสำหรับอ้างอิงทั่วไป ในรายงานมีเฉพาะดอลลาร์สหรัฐ | 33.1220 | ไม่มีบรรทัดนี้ |
| รับซื้อตั๋วเงิน | ธนาคารรับซื้อจากลูกค้า เป็นฝั่งที่เราได้เงินบาทน้อยที่สุด | 32.8600 | 4.8456 |
| รับซื้อเงินโอน | ธนาคารรับซื้อเงินที่โอนเข้าบัญชี ดีกว่าฝั่งตั๋วเงินเล็กน้อย | 32.9539 | 4.8781 |
| ขาย | ธนาคารขายเงินต่างประเทศให้เรา เป็นฝั่งที่เราจ่ายแพงที่สุด | 33.2891 | 4.9951 |
| อัตรากลาง | ค่ากลางระหว่างอัตราซื้อเงินโอนกับอัตราขาย ใช้ประเมินคร่าว ๆ | 33.1215 | 4.9366 |
ข้อมูลชุดนี้ ธปท. รวบรวมจากรายงานของธนาคารพาณิชย์ในแต่ละวันทำการ แล้วประมวลผลเผยแพร่ภายในวันเดียวกันเวลา 18.00 น. หัวรายงานของวันที่เราตรวจสอบระบุเวลาปรับปรุงล่าสุดไว้ตรงกันคือ 11 กันยายน 2569 เวลา 18.00 น.
ตารางแปลงเงินดอลลาร์เป็นบาท ณ วันที่ 11 กันยายน 2569
ตารางนี้คำนวณจากอัตราสามแบบของวันเดียวกัน คอลัมน์แรกคืออัตราอ้างอิงไว้ประเมินคร่าว ๆ คอลัมน์ถัดมาคืออัตราขายซึ่งเป็นจำนวนบาทที่เราต้องจ่ายถ้าจะซื้อดอลลาร์ และคอลัมน์สุดท้ายคืออัตรารับซื้อตั๋วเงินซึ่งเป็นจำนวนบาทที่เราจะได้ถ้าเอาดอลลาร์ไปขายคืน ตัวเลขปัดเป็นทศนิยมสองตำแหน่ง
| จำนวน (ดอลลาร์สหรัฐ) | ที่อัตราอ้างอิง 33.1220 (บาท) | ที่อัตราขาย 33.2891 (บาท) | ที่อัตรารับซื้อตั๋วเงิน 32.8600 (บาท) | ส่วนต่างซื้อขาย (บาท) |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 33.12 | 33.29 | 32.86 | 0.43 |
| 5 | 165.61 | 166.45 | 164.30 | 2.15 |
| 10 | 331.22 | 332.89 | 328.60 | 4.29 |
| 20 | 662.44 | 665.78 | 657.20 | 8.58 |
| 40 | 1,324.88 | 1,331.56 | 1,314.40 | 17.16 |
| 50 | 1,656.10 | 1,664.45 | 1,643.00 | 21.46 |
| 100 | 3,312.20 | 3,328.91 | 3,286.00 | 42.91 |
| 500 | 16,561.00 | 16,644.55 | 16,430.00 | 214.55 |
| 1,000 | 33,122.00 | 33,289.10 | 32,860.00 | 429.10 |
วิธีใช้ตารางนี้กับจำนวนอื่นไม่ยาก เพราะทุกช่องเป็นการคูณตรง ๆ เช่น 250 ดอลลาร์ ก็เอาแถว 100 คูณสองแล้วบวกแถว 50 หรือจะคูณ 33.1220 เองก็ได้ผลเท่ากัน คนที่ต้องแปลงตัวเลขเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่ประกาศเป็นดอลลาร์ เช่นตารางในเงินเดือนทหารอเมริกา ก็ใช้หลักเดียวกันนี้ แต่ควรใช้อัตราอ้างอิงมากกว่าอัตราขาย เพราะไม่ได้กำลังจะซื้อธนบัตรจริง

100 หยวนเป็นเงินไทยกี่บาท?
100 หยวนเรนมินบิ เท่ากับราว 493.66 บาท เมื่อคิดที่อัตรากลางของวันที่ 11 กันยายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 4.9366 บาทต่อ 1 หยวน แต่ถ้าไปซื้อหยวนที่เคาน์เตอร์จริงจะถูกคิดที่อัตราขาย 4.9951 บาท เป็นเงิน 499.51 บาท และถ้าเอาหยวนมาขายคืนจะได้ตามอัตรารับซื้อตั๋วเงิน 4.8456 บาท เป็นเงิน 484.56 บาท
หยวนไม่มีบรรทัดอัตราอ้างอิงแบบที่ดอลลาร์สหรัฐมี เพราะในรายงานชุดนี้ ธปท. แสดงบรรทัดอัตราอ้างอิงไว้เฉพาะดอลลาร์สหรัฐ เวลาต้องการตัวเลขกลางของหยวนจึงใช้อัตรากลางแทน ซึ่งเป็นค่ากลางระหว่างอัตราซื้อเงินโอนกับอัตราขายตามสูตรเดียวกัน
| จำนวน (หยวนเรนมินบิ) | ที่อัตรากลาง 4.9366 (บาท) | ที่อัตราขาย 4.9951 (บาท) | ที่อัตรารับซื้อตั๋วเงิน 4.8456 (บาท) |
|---|---|---|---|
| 1 | 4.94 | 5.00 | 4.85 |
| 10 | 49.37 | 49.95 | 48.46 |
| 50 | 246.83 | 249.75 | 242.28 |
| 100 | 493.66 | 499.51 | 484.56 |
| 200 | 987.32 | 999.02 | 969.12 |
| 500 | 2,468.30 | 2,497.55 | 2,422.80 |
| 1,000 | 4,936.60 | 4,995.10 | 4,845.60 |
สังเกตว่าช่องว่างซื้อขายของหยวนกว้างกว่าดอลลาร์ในเชิงสัดส่วน หยวนห่างกัน 0.1495 บาทต่อ 1 หยวน คิดเป็นราว 2.99 เปอร์เซ็นต์ของอัตราขาย ขณะที่ดอลลาร์ห่างกัน 0.4291 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ คิดเป็นราว 1.29 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าการแลกไปแลกกลับด้วยหยวนมีต้นทุนแฝงสูงกว่าเมื่อเทียบกันตามสัดส่วน
ความเห็นของเราคือ ถ้าไปจีนระยะสั้นและใช้จ่ายไม่มาก ไม่ควรแลกหยวนเผื่อไว้มากเกินความจำเป็น เพราะเงินที่เหลือกลับมาแล้วต้องขายคืน จะโดนช่องว่างสองรอบ คือตอนซื้อรอบหนึ่งและตอนขายคืนอีกรอบหนึ่ง
ทำไมเรตที่ร้านแลกเงินให้ไม่เท่ากับตัวเลขของ ธปท.?
เพราะตัวเลขของ ธปท. เป็นค่าถัวเฉลี่ยที่รวบรวมจากธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบแล้วเผยแพร่ย้อนหลังในตอนเย็น ไม่ใช่ราคาที่ผูกมัดให้ผู้ให้บริการรายใดต้องใช้ ธนาคารแต่ละแห่งและบุคคลรับอนุญาตแต่ละรายตั้งเรตของตัวเอง โดยดูจากต้นทุนการถือครองธนบัตร ปริมาณสกุลเงินที่มีในมือ และความถี่ของลูกค้าในทำเลนั้น
ธนบัตรเป็นสินค้าที่มีต้นทุนเก็บรักษาจริง ร้านต้องสำรองแบงก์ไว้ให้พอ ต้องขนส่ง ต้องมีระบบตรวจแบงก์ปลอม และต้องแบกรับความเสี่ยงที่ค่าเงินเปลี่ยนระหว่างที่ถือไว้ ต้นทุนเหล่านี้ถูกคิดรวมอยู่ในช่องว่างระหว่างเรตซื้อกับเรตขาย ไม่ได้เก็บเป็นค่าธรรมเนียมแยกบรรทัด
สกุลที่คนแลกน้อย ช่องว่างมักกว้างกว่า
หลักคร่าว ๆ คือสกุลที่หมุนเวียนเยอะอย่างดอลลาร์สหรัฐมักมีช่องว่างแคบกว่าสกุลที่หมุนเวียนน้อย ตัวเลขของวันที่ 11 กันยายน 2569 สอดคล้องกับหลักนี้ ดอลลาร์ห่างกัน 1.29 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหยวนห่างกัน 2.99 เปอร์เซ็นต์
ตรวจสอบอย่างไรว่าเรตที่ได้สมเหตุสมผล
วิธีที่ตรงที่สุดคือเปิดตารางของ ธปท. ดูอัตรากลางของสกุลนั้นก่อนออกจากบ้าน แล้วเทียบกับป้ายหน้าร้าน ถ้าร้านขายให้เราสูงกว่าอัตรากลางมากผิดปกติ หรือรับซื้อจากเราต่ำกว่าอัตรากลางมากผิดปกติ ก็ควรเดินไปเทียบอีกสักร้านก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ส่วนต่างไม่กี่สตางค์ต่อหน่วยจะกลายเป็นหลักร้อยหลักพันบาท
แลกเงินได้ที่ไหน และพกเงินสดข้ามประเทศได้เท่าไหร่?
ตามสรุปหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินของ ธปท. การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศทุกประเภทต้องทำกับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กลุ่มนี้มีสามแบบหลัก คือ นิติบุคคลรับอนุญาตซึ่งได้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบอนุญาต บุคคลรับอนุญาตหรือที่เรียกกันว่าร้านรับแลกเงิน และตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ
ร้านรับแลกเงินไม่ได้มีกระจายเท่ากันทุกจังหวัด รายงานจำนวนบุคคลรับอนุญาตของ ธปท. ประจำปี 2569 ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มีทั้งประเทศ 2,105 ราย โดยภาคใต้มากที่สุด 1,140 ราย รองลงมาคือภาคกลาง 790 ราย ภาคเหนือ 126 ราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 49 ราย
จังหวัดที่มีร้านรับแลกเงินหนาแน่นที่สุด
เมื่อดูรายจังหวัดในเดือนเดียวกัน ภูเก็ตมี 659 ราย กรุงเทพมหานคร 509 ราย ชลบุรี 200 ราย สุราษฎร์ธานี 163 ราย และเชียงใหม่ 93 ราย จะเห็นว่าเมืองท่องเที่ยวมีทางเลือกเยอะกว่าจังหวัดอื่นชัดเจน ส่วนจังหวัดที่มีเพียงรายเดียวก็มีอยู่หลายแห่ง เช่น ชัยนาท ราชบุรี นครสวรรค์ และพิษณุโลก
ธุรกรรมของกลุ่มนี้ไม่ใช่จำนวนเล็ก รายงานปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศของบุคคลรับอนุญาตปี 2569 ระบุว่าเดือนมิถุนายน 2569 มีการรับซื้อรวม 1,206,895,027 ดอลลาร์สหรัฐ และขายรวม 1,202,180,948 ดอลลาร์สหรัฐ
ตรวจสอบใบอนุญาตก่อนใช้บริการ
ธปท. มีหน้า BOT License Check ให้ตรวจข้อมูลใบอนุญาตหรือใบขึ้นทะเบียนของผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับ รวมถึงนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้ซื้อและขายธนบัตรต่างประเทศที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ ถ้าเจอร้านที่ไม่แน่ใจ ควรค้นชื่อบริษัทในระบบนี้ก่อน
กฎการพกธนบัตรเข้าและออกประเทศ
การนำธนบัตรเงินตราต่างประเทศหรือเงินบาทเข้ามาในประเทศทำได้ไม่จำกัดจำนวน ส่วนการนำออกไปต่างประเทศมีเงื่อนไขต่างกันสองกรณี ธนบัตรต่างประเทศนำออกได้ตามจำนวนที่ซื้อจากธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลรับอนุญาต ส่วนธนบัตรเงินบาทนำออกไปยังเวียดนาม จีนเฉพาะมณฑลยูนนาน และประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทย ได้ครั้งละไม่เกิน 2,000,000 บาท สำหรับประเทศอื่นนำออกได้ไม่เกินครั้งละ 50,000 บาท
เหนือกว่านั้นยังมีหน้าที่สำแดง การนำธนบัตรเงินบาท ธนบัตรเงินตราต่างประเทศ หรือตราสารเปลี่ยนมือ เข้ามาในประเทศหรือออกไปนอกประเทศ ที่มีมูลค่ารวมกันเกินกว่า 450,000 บาท หรือ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องสำแดงรายการต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามแบบที่กำหนด ที่อัตราอ้างอิงวันที่ 11 กันยายน 2569 เพดาน 15,000 ดอลลาร์ เท่ากับราว 496,830 บาท
ค่าธรรมเนียมอะไรบ้างที่ทำให้ได้เงินน้อยกว่าที่คำนวณไว้?
ถ้าแลกเป็นธนบัตรที่เคาน์เตอร์ ต้นทุนหลักคือช่องว่างซื้อขายที่อธิบายไปแล้ว แต่ถ้าเลือกใช้บัตรแทนการพกเงินสด จะมีค่าธรรมเนียมอีกชุดหนึ่งที่ไม่ปรากฏบนป้ายเรต และมักโผล่มาในใบแจ้งยอดทีหลัง
ค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงิน
เมื่อรูดบัตรเครดิตเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรจะคิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินเพิ่มจากยอดใช้จ่าย บทความของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ฉบับวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่าบัตรในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เรียกเก็บอยู่ที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ และระบุว่าผู้ประกอบการบัตรในต่างประเทศโดยทั่วไปเรียกเก็บประมาณ 2.0 ถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์
ลองคิดเป็นเงินจริง ถ้ารูดบัตรเป็นดอลลาร์ 40 ดอลลาร์ ที่อัตราอ้างอิง 33.1220 บาท ยอดฐานคือ 1,324.88 บาท บวกค่าความเสี่ยง 2.5 เปอร์เซ็นต์อีกราว 33.12 บาท รวมราว 1,358.00 บาท ตัวเลขจริงในใบแจ้งยอดจะไม่ตรงเป๊ะ เพราะอัตราที่เครือข่ายบัตรใช้แปลงไม่ใช่อัตราอ้างอิงของ ธปท. และเป็นอัตรา ณ วันที่ประมวลรายการ
ค่าธรรมเนียมเมื่อเลือกจ่ายเป็นเงินบาทที่ร้านต่างประเทศ
บางร้านค้าและเว็บไซต์ต่างประเทศจะถามว่าจะจ่ายเป็นเงินบาทหรือสกุลท้องถิ่น การเลือกจ่ายเป็นเงินบาทเรียกว่า Dynamic Currency Conversion หน้าข้อมูลของ KTC อธิบายว่าค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเป็นสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ รวมถึงร้านออนไลน์ที่จดทะเบียนต่างประเทศ อยู่ที่ร้อยละ 1 ของยอดใช้จ่ายหรือยอดกดเงินสด ขณะที่กรณีชำระเป็นสกุลเงินต่างประเทศจะคิดค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงินไม่เกินร้อยละ 2.5
หน้าเดียวกันยังยกตัวอย่างร้านค้าต่างประเทศที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้ไว้เป็นรายชื่อ ระบุว่าเป็นข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2567 และอาจเปลี่ยนแปลงได้ ก่อนกดยืนยันจึงควรอ่านหน้าจอให้ชัดว่าจะถูกตัดเป็นสกุลใด
ตัวเลขอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมทั้งหมดในบทความนี้มาจากแหล่งที่อ้างอิงไว้ท้ายบทความ ณ วันที่ตรวจสอบคือ 11 กันยายน 2569 อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนทุกวันทำการ และเงื่อนไขค่าธรรมเนียมของผู้ออกบัตรแต่ละรายต่างกัน ก่อนแลกเงินหรือใช้จ่ายจริง โปรดตรวจสอบอัตราล่าสุดกับธนาคารแห่งประเทศไทย และสอบถามเงื่อนไขกับธนาคาร ผู้ออกบัตร หรือบุคคลรับอนุญาตที่ท่านใช้บริการโดยตรง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน
คำนวณเองก่อนไปแลกได้ใน 3 ขั้นตอน
ขั้นแรก เปิดตารางอัตราแลกเปลี่ยนของ ธปท. แล้วจดอัตรากลางของสกุลที่จะแลกไว้หนึ่งตัว นั่นคือตัวเลขตั้งต้นที่ใช้ประเมิน ขั้นที่สอง คูณจำนวนเงินที่ต้องการด้วยอัตรานั้นเพื่อให้รู้ว่ายอดควรอยู่ราวเท่าไหร่ ขั้นที่สาม เดินไปดูป้ายหน้าร้านแล้วเทียบ ถ้าเราเป็นฝ่ายซื้อเงินต่างประเทศให้ดูช่องขาย ถ้าเราเป็นฝ่ายขายคืนให้ดูช่องรับซื้อ
ทำสามขั้นนี้ก่อนทุกครั้ง แล้วจะไม่ตกใจเวลาพนักงานบอกตัวเลขที่ไม่ตรงกับที่คำนวณไว้ เพราะเรารู้ล่วงหน้าแล้วว่าช่องว่างมาจากไหนและควรกว้างประมาณเท่าไหร่
คำถามที่พบบ่อย
40 ดอลลาร์ เป็นเงินไทยกี่บาท?
ราว 1,324.88 บาท ที่อัตราอ้างอิงดอลลาร์สหรัฐของธนาคารแห่งประเทศไทยวันที่ 11 กันยายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 33.1220 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ถ้าซื้อธนบัตรจริงที่อัตราขาย 33.2891 บาท จะจ่ายราว 1,331.56 บาท
100 หยวนเป็นเงินไทยกี่บาท?
ราว 493.66 บาท ที่อัตรากลางวันที่ 11 กันยายน 2569 ซึ่งอยู่ที่ 4.9366 บาทต่อ 1 หยวน ถ้าซื้อที่อัตราขาย 4.9951 บาท จะจ่ายราว 499.51 บาท
ทำไมเรตซื้อกับเรตขายถึงไม่เท่ากัน?
อัตราซื้อคืออัตราที่ธนาคารรับซื้อเงินตราต่างประเทศจากลูกค้า ส่วนอัตราขายคืออัตราที่ธนาคารขายให้ลูกค้า ช่องว่างระหว่างสองฝั่งเป็นส่วนที่ผู้ให้บริการใช้รองรับต้นทุนการถือครองธนบัตรและความเสี่ยงจากค่าเงินที่เปลี่ยนระหว่างทาง
อัตรากลางคำนวณอย่างไร?
ธปท. ระบุว่าอัตรากลางคือค่ากลางของแต่ละสกุล คำนวณจากอัตราซื้อถัวเฉลี่ยเงินโอนบวกอัตราขายถัวเฉลี่ยแล้วหารด้วย 2 ตรวจกับดอลลาร์สหรัฐวันที่ 11 กันยายน 2569 ได้ 32.9539 บวก 33.2891 หารสอง เท่ากับ 33.1215 บาท
ธปท. ประกาศอัตราแลกเปลี่ยนกี่โมง?
ธปท. รวบรวมข้อมูลการซื้อขายเงินตราต่างประเทศจากธนาคารพาณิชย์ในแต่ละวันทำการ แล้วประมวลผลเผยแพร่ภายในวันเดียวกันเวลา 18.00 น.
อัตราอ้างอิงกับอัตรากลางต่างกันไหม?
เป็นคนละบรรทัดในรายงานเดียวกัน วันที่ 11 กันยายน 2569 อัตราอ้างอิงดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 33.1220 บาท ส่วนอัตรากลางอยู่ที่ 33.1215 บาท ต่างกันเพียง 0.0005 บาท และในรายงานชุดนี้มีบรรทัดอัตราอ้างอิงเฉพาะสกุลดอลลาร์สหรัฐ
แลกเงินกับใครได้บ้างจึงจะถูกกฎหมาย?
ต้องทำกับผู้ที่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เช่น ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับใบอนุญาต บุคคลรับอนุญาตหรือร้านรับแลกเงิน และตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ สามารถตรวจชื่อได้ที่ระบบ BOT License Check
ประเทศไทยมีร้านรับแลกเงินที่ได้รับอนุญาตกี่ราย?
รายงานของ ธปท. ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 มีบุคคลรับอนุญาตทั้งประเทศ 2,105 ราย โดยภูเก็ตมากที่สุด 659 ราย รองลงมาคือกรุงเทพมหานคร 509 ราย
พกเงินสดออกนอกประเทศได้เท่าไหร่?
ธนบัตรต่างประเทศนำออกได้ตามจำนวนที่ซื้อจากธนาคารพาณิชย์หรือบุคคลรับอนุญาต ส่วนธนบัตรเงินบาทนำออกไปเวียดนาม จีนเฉพาะมณฑลยูนนาน และประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทย ได้ครั้งละไม่เกิน 2,000,000 บาท ประเทศอื่นไม่เกินครั้งละ 50,000 บาท
เมื่อไหร่ต้องสำแดงเงินต่อศุลกากร?
เมื่อนำธนบัตรเงินบาท ธนบัตรเงินตราต่างประเทศ หรือตราสารเปลี่ยนมือ เข้าหรือออกนอกประเทศ รวมกันเกินกว่า 450,000 บาท หรือ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ต้องสำแดงรายการต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามแบบที่กำหนด
รูดบัตรเครดิตต่างประเทศเสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ระบุว่าบัตรในกลุ่มเรียกเก็บค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ของยอดใช้จ่ายในสกุลต่างประเทศ และระบุว่าผู้ประกอบการบัตรในต่างประเทศโดยทั่วไปเก็บราว 2.0 ถึง 3.5 เปอร์เซ็นต์ เงื่อนไขของแต่ละผู้ออกบัตรต่างกัน ควรตรวจกับผู้ออกบัตรของตัวเอง
เลือกจ่ายเป็นเงินบาทที่ร้านต่างประเทศดีกว่าไหม?
ต้องดูค่าธรรมเนียมก่อน KTC ระบุว่าการใช้บัตรเป็นสกุลเงินบาทที่ร้านค้าซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศมีค่าธรรมเนียมร้อยละ 1 ของยอดใช้จ่าย ขณะที่การชำระเป็นสกุลเงินต่างประเทศคิดค่าความเสี่ยงการแปลงสกุลเงินไม่เกินร้อยละ 2.5 จึงควรอ่านหน้าจอให้ชัดก่อนกดยืนยัน
แหล่งอ้างอิง
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: FM_FX_001_S3 อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานคร ข้อมูลวันที่ 11 กันยายน 2569
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: คำถามพบบ่อยเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน นิยามอัตราซื้อ อัตราขาย และอัตรากลาง
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน และสรุปหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: บุคคลรับอนุญาต (Authorized Money Changer)
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: จำนวนบุคคลรับอนุญาต ประจำปี 2569 แยกตามภาคและจังหวัด
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: ปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศของบุคคลรับอนุญาต ปี 2569
- ธนาคารแห่งประเทศไทย: ระบบ BOT License Check ตรวจสอบใบอนุญาตผู้ประกอบธุรกิจ
- กรุงศรี คอนซูมเมอร์: เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับค่าความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน (13 กุมภาพันธ์ 2569)
- KTC: รู้จักค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตเป็นสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ


