เงินสงเคราะห์บุตรคือประโยชน์ทดแทนที่กองทุนประกันสังคมจ่ายให้ผู้ประกันตนเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน คราวละไม่เกิน 3 คน หรือสูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน อัตรานี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ตามที่สำนักงานประกันสังคมระบุไว้ในหน้าสิทธิกรณีสงเคราะห์บุตร โดยจ่ายตั้งแต่บุตรแรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปีบริบูรณ์ และโอนเข้าบัญชีออมทรัพย์หรือพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประจำตัวประชาชน
ประเด็นสำคัญ
- อัตราปัจจุบัน 1,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคนต่อเดือน ขึ้นจากเดิม 800 บาท ตามกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 83 ก วันที่ 27 ธันวาคม 2567 มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2568
- สิทธินี้เป็นของผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 และต้องจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิ
- บุตรต้องชอบด้วยกฎหมาย อายุแรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น
- ถ้าพ่อและแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ กฎหมายให้เบิกได้ฝ่ายเดียว เว้นแต่หย่าหรือแยกกันอยู่ ให้ฝ่ายที่อุปการะบุตรเป็นผู้มีสิทธิ
- ปฏิทินโอนปี 2569 ที่สื่อรายงานตามข้อมูลสำนักงานประกันสังคมกำหนดวันโอนไว้ช่วงสิ้นเดือน เช่น 30 มกราคม และ 31 ธันวาคม 2569
- ยื่นด้วยแบบ สปส. 2-01 ที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ จังหวัด หรือสาขาที่สะดวก หรือส่งทางไปรษณีย์ ยกเว้นสำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข
- มาตรา 56 กำหนดให้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายในสองปีนับแต่วันที่มีสิทธิ เกินกำหนดต้องชี้แจงเหตุผลต่อเลขาธิการ
- เมื่อสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง สิทธิสงเคราะห์บุตรจะหยุด เพราะมาตรา 38 คุ้มครองต่ออีก 6 เดือนเฉพาะกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย
เงินสงเคราะห์บุตรคืออะไร และใครมีสิทธิได้รับบ้าง?
เงินสงเคราะห์บุตรเป็นหนึ่งในประโยชน์ทดแทน 7 กรณีของกองทุนประกันสังคม ฐานกฎหมายอยู่ที่พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 หมวด 6 มาตรา 74 ถึงมาตรา 75 จัตวา ตัวพระราชบัญญัติวางหลักไว้กว้าง แล้วให้กฎกระทรวงกำหนดอัตราและอายุบุตรอีกชั้นหนึ่ง ตัวเลขจึงเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแก้พระราชบัญญัติ
ผู้มีสิทธิคือผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งเป็นลูกจ้างในสถานประกอบการ และผู้ประกันตนมาตรา 39 ซึ่งเคยเป็นลูกจ้างแล้วสมัครส่งเงินสมทบต่อเอง หน้าสิทธิกรณีสงเคราะห์บุตรของสำนักงานประกันสังคมระบุสองมาตรานี้ไว้ชัดเจน
บุตรแบบไหนที่นับได้และแบบไหนที่นับไม่ได้
บุตรต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน อายุแรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ ข้อที่คนพลาดบ่อยคือบุตรบุญธรรมและบุตรที่ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้อื่น ซึ่งกฎหมายตัดออก ส่วนบุตรแฝดนับเป็นคนละคน จึงต้องแนบสำเนาสูติบัตรของคู่แฝดไปด้วย
ผู้ประกันตนหญิงใช้สำเนาสูติบัตรบุตรก็พอ ส่วนผู้ประกันตนชายต้องแสดงหลักฐานความเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเพิ่ม เช่น สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาทะเบียนรับรองบุตร หรือสำเนาคำพิพากษาของศาล คู่ที่อยู่ด้วยกันโดยไม่จดทะเบียนจึงควรจัดการเรื่องการรับรองบุตรให้เรียบร้อยก่อนยื่น
ถ้าพ่อและแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่
มาตรา 75 ตรี กำหนดว่าเมื่อบิดาและมารดาเป็นผู้ประกันตนทั้งสองฝ่าย ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิเพียงฝ่ายเดียว ข้อยกเว้นคือเมื่อจดทะเบียนหย่าหรือแยกกันอยู่ กฎหมายให้ฝ่ายที่บุตรอยู่ในความอุปการะเป็นผู้มีสิทธิ ความเห็นของเราคือควรเลือกฝ่ายที่ประวัติส่งเงินสมทบต่อเนื่องกว่า เพราะสิทธิขาดทันทีที่ความเป็นผู้ประกันตนของฝ่ายนั้นสิ้นสุด
กรณีผู้ประกันตนทุพพลภาพหรือเสียชีวิต
มาตรา 75 ทวิ ระบุว่าหากผู้ประกันตนที่มีสิทธิตามมาตรา 74 กลายเป็นผู้ทุพพลภาพซึ่งมีสิทธิรับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ หรือถึงแก่ความตาย ผู้ทุพพลภาพนั้นหรือบุคคลตามมาตรา 75 จัตวา ยังมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตรต่อจนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ โดยมาตรา 75 จัตวา ให้คู่สมรสหรือผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรเป็นผู้รับเงินลำดับแรก และผู้อุปการะบุตรเป็นลำดับถัดมา
เงินสงเคราะห์บุตรได้เดือนละเท่าไหร่ และต้องส่งเงินสมทบกี่เดือน?
อัตราปัจจุบันคือเหมาจ่ายเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน คราวละไม่เกิน 3 คน มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ครอบครัวที่มีลูกเล็กสามคนพร้อมกันจึงได้สูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน ขึ้นจากอัตราเดิม 800 บาท ที่ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2564
ที่มาคือกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2567 ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 83 ก วันที่ 27 ธันวาคม 2567 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง และมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และยกเลิกกฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2561 กับฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564
เงื่อนไขเงินสมทบ 12 เดือนใน 36 เดือน
มาตรา 74 เขียนไว้ว่าภายในระยะเวลา 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิ ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ข้อดีคือ 12 เดือนนั้นไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน คนที่เคยว่างงานเป็นช่วง ๆ แล้วกลับเข้าทำงานจึงยังมีโอกาสเข้าเงื่อนไข
อีกมาตราที่ช่วยได้คือมาตรา 42 ซึ่งให้นับระยะเวลาการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 ทุกช่วงเข้าด้วยกัน ส่วนตัวเลข 6 ปีบริบูรณ์มาจากกฎกระทรวง ไม่ใช่จากพระราชบัญญัติ เพราะมาตรา 75 ตรี เปิดเพดานไว้ถึง 15 ปีบริบูรณ์
สิทธิสิ้นสุดเมื่อไหร่
สำนักงานประกันสังคมระบุเหตุหมดสิทธิไว้ 4 ข้อ ได้แก่ บุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ บุตรเสียชีวิต ยกบุตรให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ข้อสุดท้ายกระทบคนทำงานมากที่สุด เพราะเกิดทุกครั้งที่ออกจากงานโดยไม่ได้ต่อสิทธิ
เงินสงเคราะห์บุตรเข้าวันไหนบ้างในปี 2569?
สำนักงานประกันสังคมระบุว่าจ่ายเป็นรายเดือนโดยโอนเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทน ส่วนวันโอนนั้น ปฏิทินปี 2569 ที่พีพีทีวีและสยามนิวส์รายงานตรงกันโดยอ้างข้อมูลสำนักงานประกันสังคม กำหนดไว้ที่วันทำการสุดท้ายของเดือน และหากตรงกับวันหยุดราชการหรือวันเสาร์อาทิตย์ จะโอนล่วงหน้าก่อนวันหยุด
ตารางด้านล่างรวมวันโอนทั้ง 12 เดือนตามรายงานดังกล่าว สังเกตว่ามีสี่เดือนที่วันสิ้นเดือนตรงกับวันเสาร์ คือมกราคม กุมภาพันธ์ พฤษภาคม และตุลาคม วันโอนจึงขยับมาเป็นวันศุกร์ก่อนหน้า
| เดือน | วันที่โอนเงิน ปี 2569 | วันในสัปดาห์ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| มกราคม | 30 มกราคม 2569 | ศุกร์ | เลื่อนจากวันเสาร์ |
| กุมภาพันธ์ | 27 กุมภาพันธ์ 2569 | ศุกร์ | เลื่อนจากวันเสาร์ |
| มีนาคม | 31 มีนาคม 2569 | อังคาร | ตามปกติ |
| เมษายน | 30 เมษายน 2569 | พฤหัสบดี | ตามปกติ |
| พฤษภาคม | 29 พฤษภาคม 2569 | ศุกร์ | เลื่อนจากวันเสาร์ |
| มิถุนายน | 30 มิถุนายน 2569 | อังคาร | ตามปกติ |
| กรกฎาคม | 31 กรกฎาคม 2569 | ศุกร์ | ตามปกติ |
| สิงหาคม | 31 สิงหาคม 2569 | จันทร์ | ตามปกติ |
| กันยายน | 30 กันยายน 2569 | พุธ | ตามปกติ |
| ตุลาคม | 30 ตุลาคม 2569 | ศุกร์ | เลื่อนจากวันเสาร์ |
| พฤศจิกายน | 30 พฤศจิกายน 2569 | จันทร์ | ตามปกติ |
| ธันวาคม | 31 ธันวาคม 2569 | พฤหัสบดี | ตามปกติ |
วันโอนไม่ใช่วันที่เงินเข้าบัญชีของทุกคนพร้อมกัน ธนาคารแต่ละแห่งประมวลผลไม่เท่ากัน ถ้าผ่านไปหนึ่งถึงสองวันทำการแล้วยังไม่มียอด จึงค่อยเริ่มตรวจสอบสถานะสิทธิ

ตัวเลขและวันที่ทั้งหมดอ้างอิงจากแหล่งที่ระบุไว้ท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบข้อมูล 11 กันยายน 2569 อัตราและเงื่อนไขเปลี่ยนได้ด้วยกฎกระทรวงฉบับใหม่ ก่อนยื่นเอกสารควรยืนยันกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือสายด่วน 1506 บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะราย
ยื่นขอรับสิทธิที่ไหน ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
ขั้นตอนหลักคือกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนกองทุนประกันสังคม หรือแบบ สปส. 2-01 พร้อมลงลายมือชื่อ แล้วยื่นที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขาที่สะดวก หรือส่งทางไปรษณีย์พร้อมหลักฐานครบ โดยยื่นที่สำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ กรณีมีบุตรสามคนและใช้สิทธิพร้อมกัน ใช้แบบคำขอชุดเดียวกันได้
รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารหลักคือแบบ สปส. 2-01 หนึ่งฉบับ สำเนาสูติบัตรบุตรหนึ่งชุด และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์หน้าแรกที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของผู้ยื่นหนึ่งฉบับ ผู้ประกันตนชายเพิ่มเอกสารแสดงความเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายอีกหนึ่งชุด และถ้าเคยเปลี่ยนชื่อหรือชื่อสกุลให้แนบสำเนาใบเปลี่ยนชื่อด้วย สำเนาทุกฉบับต้องรับรองความถูกต้องและแสดงต้นฉบับเมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ
ช่องทางรับเงินที่ใช้ได้
สำนักงานประกันสังคมระบุช่องทางรับเงินไว้ 9 ทาง ได้แก่ พร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน และบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารกรุงไทย กรุงศรีอยุธยา กรุงเทพ กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ ทหารไทยธนชาต อิสลามแห่งประเทศไทย และซีไอเอ็มบีไทย พร้อมเพย์สะดวกกว่าเพราะไม่ต้องส่งสำเนาหน้าบัญชีใหม่เมื่อเปลี่ยนธนาคาร
ยื่นย้อนหลังได้ถึงเมื่อไหร่
มาตรา 56 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2558 กำหนดให้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายในสองปีนับแต่วันที่มีสิทธิ ถ้ายื่นเกินกำหนด ผู้ยื่นต้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นต่อเลขาธิการ และเลขาธิการต้องเห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอจึงจะรับคำขอไว้พิจารณา ส่วนจะได้ย้อนหลังจริงกี่เดือนเป็นดุลพินิจรายกรณี ควรถามสายด่วน 1506 ก่อน
ตรวจสอบเงินสงเคราะห์บุตรด้วยตัวเองอย่างไร?
ช่องทางที่เร็วที่สุดคือแอปพลิเคชัน SSO Plus ไทยรัฐรายงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ว่าแอปนี้เปิดให้บริการแทนระบบ SSO Connect เดิม และมีผู้ลงทะเบียนราว 67,000 คนภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก ใช้ดูยอดเงินสมทบ สิทธิการรักษาพยาบาล ยอดเงินชราภาพสะสม และการใช้สิทธิกรณีสงเคราะห์บุตรได้ การสมัครใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนกับเบอร์โทรศัพท์ ยืนยันตัวตนแบบ e-KYC แล้วตั้งรหัส PIN 6 หลัก ถ้าไม่สะดวกใช้แอป ยังเข้าระบบผู้ประกันตนบนเว็บไซต์ sso.go.th ได้
ถ้าเงินไม่เข้าตามกำหนดควรไล่ตรวจอะไรก่อน
เริ่มจากสิ่งที่ตรวจเองได้ ข้อแรกคือดูว่าเดือนนั้นนายจ้างนำส่งเงินสมทบหรือยัง เพราะเงื่อนไข 12 เดือนใน 36 เดือนผูกกับประวัติการส่งเงินสมทบโดยตรง ข้อสองคือบัญชีที่แจ้งไว้ยังใช้งานอยู่หรือไม่ บัญชีที่ปิดไปแล้วหรือพร้อมเพย์ที่ยกเลิกการผูกเลขบัตรประชาชนเป็นสาเหตุที่พบบ่อย
ข้อสามคือตรวจอายุบุตร เพราะสิทธิหยุดเองในเดือนที่บุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์โดยไม่มีใครโทรมาแจ้ง ข้อสี่คือตรวจสถานะความเป็นผู้ประกันตนของตัวเอง เมื่อสี่ข้อนี้ผ่านหมดแล้วยังไม่ได้เงิน จึงติดต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือสายด่วน 1506 พร้อมเลขบัตรประชาชนและเดือนที่ขาดไป
ลาออกหรือเปลี่ยนงานแล้วยังได้รับเงินสงเคราะห์บุตรต่อไหม?
คำตอบตรง ๆ คือไม่ได้รับต่อโดยอัตโนมัติ มาตรา 38 ระบุว่าความเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 สิ้นสุดเมื่อตายหรือสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง และให้ผู้ที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างมีสิทธิตามหมวด 2 หมวด 3 หมวด 4 และหมวด 5 ต่อไปอีกหกเดือน สี่หมวดนั้นคือเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย ส่วนสงเคราะห์บุตรอยู่ในหมวด 6 จึงไม่อยู่ในรายการที่คุ้มครองต่อ
ทางออกคือสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งกำหนดว่าผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ต้องแสดงความจำนงต่อสำนักงานภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน แล้วนำส่งเงินสมทบเดือนละครั้งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
อย่าลืมยื่นขอใช้สิทธิบุตรคนเดิม
เมื่อกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานใหม่ตามมาตรา 33 หรือสมัครมาตรา 39 ต้องยื่นหนังสือขอใช้สิทธิบุตรคนเดิมกรณีกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน จำนวน 1 ฉบับ ตามรายการเอกสารของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเคยออกข่าวเตือนเรื่องนี้โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564
ระหว่างช่วงว่างงาน ผู้ที่ถูกเลิกจ้างหรือลาออกยังมีสิทธิอีกกรณีหนึ่งที่แยกต่างหาก คือประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน ซึ่งมีเงื่อนไขและกำหนดเวลาขึ้นทะเบียนของตัวเอง อ่านรายละเอียดได้ที่ วิธีเช็กเงินและรายงานตัวว่างงาน
เงินสงเคราะห์บุตรกับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดต่างกันอย่างไร?
สองรายการนี้ถูกเรียกสลับกันจนสับสนเป็นประจำ ทั้งที่คนละกองทุนและคนละเงื่อนไข เงินสงเคราะห์บุตรมาจากกองทุนประกันสังคมและผูกกับการเป็นผู้ประกันตน ส่วนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเป็นสวัสดิการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ผูกกับเกณฑ์รายได้ครัวเรือน
| หัวข้อ | เงินสงเคราะห์บุตร (ประกันสังคม) | เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด (พม.) |
|---|---|---|
| จำนวนเงิน | 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน | 600 บาทต่อคนต่อเดือน |
| ช่วงอายุบุตร | แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ | แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ |
| เงื่อนไขหลัก | เป็นผู้ประกันตน ม.33 หรือ ม.39 และส่งเงินสมทบ 12 เดือนใน 36 เดือน | ครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี |
| จำนวนบุตรที่รับได้ | คราวละไม่เกิน 3 คน | ตามเกณฑ์ที่หน่วยงานประกาศ |
| ช่วงวันโอน | วันทำการสุดท้ายของเดือน | ราววันที่ 10 ของเดือน |
| หน่วยงานรับผิดชอบ | สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน | กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง พม. |
คำถามที่ตามมาคือรับพร้อมกันได้หรือไม่ ทั้งสองโครงการมีเกณฑ์ของตัวเองและไม่ได้ตัดสิทธิกันไว้ในเงื่อนไขที่แต่ละหน่วยงานประกาศ ผู้ประกันตนที่ผ่านเกณฑ์รายได้ครัวเรือนจึงอาจเข้าเกณฑ์ทั้งคู่ รายละเอียดฝั่งเงินอุดหนุนอ่านต่อได้ที่ ตารางเงินอุดหนุนบุตรเข้าวันไหน
คำถามที่พบบ่อย
เงินสงเคราะห์บุตรได้เดือนละเท่าไหร่?
เหมาจ่ายเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน คราวละไม่เกิน 3 คน รวมสูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน อัตรานี้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568
เงินสงเคราะห์บุตรเข้าวันไหนของเดือน?
ปฏิทินปี 2569 ที่สื่อรายงานตามข้อมูลสำนักงานประกันสังคมกำหนดวันโอนไว้ที่วันทำการสุดท้ายของเดือน ถ้าตรงกับวันหยุดราชการหรือวันเสาร์อาทิตย์ จะโอนล่วงหน้าก่อนวันหยุด
ใครมีสิทธิรับเงินสงเคราะห์บุตร?
ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิ และมีบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายอายุแรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์
บุตรบุญธรรมใช้สิทธินี้ได้ไหม?
ไม่ได้ สำนักงานประกันสังคมยกเว้นทั้งบุตรบุญธรรมและบุตรซึ่งยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น สิทธิใช้ได้เฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนเอง
พ่อและแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ เบิกได้สองทางไหม?
ไม่ได้ มาตรา 75 ตรี ให้บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้มีสิทธิเพียงฝ่ายเดียว ยกเว้นกรณีจดทะเบียนหย่าหรือแยกกันอยู่ ให้ฝ่ายที่บุตรอยู่ในความอุปการะเป็นผู้มีสิทธิ
ต้องยื่นเอกสารอะไรบ้าง?
แบบ สปส. 2-01 หนึ่งฉบับ สำเนาสูติบัตรบุตรหนึ่งชุด และสำเนาหน้าสมุดบัญชีออมทรัพย์ของผู้ยื่นหนึ่งฉบับ ผู้ประกันตนชายต้องเพิ่มหลักฐานความเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย
ยื่นขอย้อนหลังได้นานแค่ไหน?
มาตรา 56 กำหนดให้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายในสองปีนับแต่วันที่มีสิทธิ ถ้ายื่นเกินกำหนดต้องชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นต่อเลขาธิการเพื่อขอให้รับคำขอไว้พิจารณา
ลาออกจากงานแล้วยังได้เงินสงเคราะห์บุตรไหม?
ไม่ได้รับต่อโดยอัตโนมัติ เพราะมาตรา 38 คุ้มครองต่ออีกหกเดือนเฉพาะกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย ทางออกคือสมัครมาตรา 39 ภายในหกเดือนแล้วยื่นขอใช้สิทธิบุตรคนเดิม
เปลี่ยนงานใหม่ต้องทำอะไรเพิ่ม?
ต้องยื่นหนังสือขอใช้สิทธิบุตรคนเดิมกรณีกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน จำนวน 1 ฉบับ เพื่อให้การจ่ายเงินต่อเนื่อง ไม่ใช่รอให้ระบบต่อให้เอง
รับเงินผ่านพร้อมเพย์ได้ไหม?
ได้ สำนักงานประกันสังคมระบุพร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนเป็นช่องทางแรกในรายการช่องทางรับเงิน ถัดมาคือบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารที่กำหนดไว้อีก 8 แห่ง
ตรวจสอบสถานะสิทธิได้ที่ไหน?
ตรวจได้ในแอปพลิเคชัน SSO Plus ซึ่งเปิดใช้แทน SSO Connect ตั้งแต่ต้นปี 2568 หรือเข้าระบบผู้ประกันตนบนเว็บไซต์ sso.go.th และสอบถามเพิ่มเติมที่สายด่วน 1506
รับพร้อมเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดได้ไหม?
สองโครงการอยู่คนละหน่วยงานและใช้เกณฑ์ต่างกัน คือการเป็นผู้ประกันตนกับเกณฑ์รายได้ครัวเรือนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งสองฝั่งจึงอาจยื่นได้ทั้งคู่ แต่ควรยืนยันกับแต่ละหน่วยงานก่อน
สรุปสิ่งที่ควรทำต่อจากนี้
ถ้ายังไม่เคยยื่น ให้เช็กสองอย่างในวันนี้ คือประวัติการส่งเงินสมทบว่าครบ 12 เดือนในช่วง 36 เดือนที่ผ่านมาหรือยัง และอายุบุตรว่ายังไม่ถึง 6 ปีบริบูรณ์ จากนั้นเตรียมแบบ สปส. 2-01 สำเนาสูติบัตรและหน้าสมุดบัญชี แล้วยื่นที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือสาขาที่สะดวก
ถ้ารับอยู่แล้ว ให้จดวันโอนของเดือนถัดไปไว้ในปฏิทินโทรศัพท์ และตรวจว่าพร้อมเพย์ยังผูกกับเลขบัตรประชาชนอยู่ทุกครั้งที่เปลี่ยนธนาคาร ส่วนคนที่กำลังจะเปลี่ยนงาน ให้ถือว่าการยื่นหนังสือขอใช้สิทธิบุตรคนเดิมเป็นงานของเดือนแรกในที่ทำงานใหม่
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานประกันสังคม: สิทธิกรณีสงเคราะห์บุตร หลักเกณฑ์ เอกสาร และช่องทางรับเงิน
- ราชกิจจานุเบกษา: กฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2567
- ไทยพีบีเอส: มีผล 1 ม.ค. 68 ผู้ประกันตนรับเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 บาท
- สถาบันนิติธรรมาลัย: พ.ร.บ.ประกันสังคม หมวด 6 สงเคราะห์บุตร มาตรา 74 ถึง 75 จัตวา
- สถาบันนิติธรรมาลัย: พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 54 ถึง 61/1 รวมมาตรา 56 เรื่องกำหนดเวลายื่นคำขอ
- สถาบันนิติธรรมาลัย: พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 33 ถึง 45 รวมมาตรา 38 มาตรา 39 และมาตรา 42
- พีพีทีวี: เงินสงเคราะห์บุตร 2569 ปฏิทินวันจ่ายเงิน สิทธิผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39
- สยามนิวส์ ทาง LINE TODAY: ปฏิทินจ่ายเงินสงเคราะห์บุตร 2569 สำหรับผู้ประกันตน
- ไทยรัฐ: แอปพลิเคชัน SSO Plus ประกันสังคม เช็กสิทธิอะไรได้บ้าง พร้อมวิธีดาวน์โหลด
- กรุงเทพธุรกิจ: เงินอุดหนุนบุตร 600 บาท เกณฑ์รายได้และกำหนดวันโอนปี 2569
- กรมประชาสัมพันธ์: การจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด 600 บาท และเกณฑ์รายได้ครัวเรือน


