บทความแนะนำเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 เงินเข้าวันไหน ได้เดือนละเท่าไหร่

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 เงินเข้าวันไหน ได้เดือนละเท่าไหร่

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโอนเข้าบัญชีภายในวันที่ 10 ของทุกเดือนโดยกรมบัญชีกลาง ถ้าวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการจะเลื่อนขึ้นมาจ่ายในวันทำการก่อนหน้า อัตราจ่ายแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ 600 ถึง 1,000 บาทต่อเดือน ปีงบประมาณ 2569 มีสามเดือนที่ต้องเลื่อนวันโอน

เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้าบัญชีภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน ตามข้อ 13 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 และถ้าเดือนใดวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการ กรมบัญชีกลางจะจ่ายในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น ส่วนจำนวนเงินคิดแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ ตั้งแต่ 600 บาทสำหรับผู้ที่อายุ 60 ถึง 69 ปี ไปจนถึง 1,000 บาทสำหรับผู้ที่อายุ 90 ปีขึ้นไป

ประเด็นสำคัญ

  • ระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับปี 2566 ข้อ 13 ให้จ่ายเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน เว้นแต่กรณีจำเป็น
  • อัตราขั้นบันได 600 700 800 และ 1,000 บาท ยังเป็นอัตราที่ใช้อยู่จริงในเดือนกันยายน 2569 และไม่ได้ขยับมาตั้งแต่ปี 2554
  • ปีงบประมาณ 2569 คือ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 มีสามเดือนที่เลื่อนวันโอนให้เร็วขึ้น ได้แก่ 9 ธันวาคม 2568 9 มกราคม 2569 และ 8 พฤษภาคม 2569
  • ระเบียบปี 2566 เปลี่ยนคำว่าลงทะเบียนเป็นการยืนยันสิทธิ และเพิ่มเงื่อนไขเรื่องรายได้ไว้ในข้อ 6 (4)
  • บทเฉพาะกาลข้อ 18 ให้ใช้คุณสมบัติตามระเบียบปี 2552 ไปพลางก่อน ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด และบำนาญพิเศษ จึงยังไม่มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพ
  • ผู้ที่รับเบี้ยไปแล้วโดยสุจริตแต่ตรวจพบภายหลังว่าขาดคุณสมบัติ ข้อ 14 ให้ระงับการจ่ายโดยยกเว้นการเรียกเงินคืน
  • ข้อเสนอปรับเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้ายังรอเสนอคณะรัฐมนตรี ยังไม่ใช่อัตราที่จ่ายจริง

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้าวันไหน และได้เดือนละเท่าไหร่?

คำตอบอยู่ในตัวระเบียบเอง ข้อ 13 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 เขียนว่าให้จ่ายเป็นเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามผู้มีสิทธิ หรือในนามบุคคลที่รับมอบอำนาจเป็นหนังสือ เป็นรายเดือนภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน เว้นแต่กรณีจำเป็น

นิยาม: ระเบียบปี 2566 ข้อ 4 นิยามคำว่า ผู้สูงอายุ ว่าหมายถึงบุคคลซึ่งมีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป และคำว่า เบี้ยยังชีพ ว่าหมายถึงเงินที่รัฐมอบให้แก่ผู้สูงอายุตามกฎหมายเพื่อใช้ในการยังชีพ ระเบียบฉบับนี้ใช้กับเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา ส่วนคนที่มีชื่อในทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานครติดต่อผ่านสำนักงานเขต

คู่มือการปฏิบัติงานเบี้ยยังชีพ ประจำปีงบประมาณ 2569 ขององค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมืองพัฒนา จังหวัดนครราชสีมา ระบุวิธีปฏิบัติไว้ชัดเจนว่า กรมบัญชีกลางเป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิหรือผู้ได้รับมอบอำนาจทุกวันที่ 10 ของเดือน หากเดือนใดวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการ จะจ่ายในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น และแนะนำให้ตรวจสอบยอดเงินในวันที่ 11 ของทุกเดือน

อัตราขั้นบันไดตามช่วงอายุ

ข้อ 12 ของระเบียบปี 2566 เขียนสั้นมากว่า การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้จ่ายในอัตราตามมติคณะรัฐมนตรี ตัวเลขจริงจึงไม่ได้อยู่ในระเบียบ แต่ถูกนำมาพิมพ์ซ้ำในคู่มือของท้องถิ่นทุกแห่ง

ขั้นช่วงอายุจำนวนเงินต่อเดือนจำนวนเงินต่อปี
ขั้นที่ 160 ถึง 69 ปี600 บาท7,200 บาท
ขั้นที่ 270 ถึง 79 ปี700 บาท8,400 บาท
ขั้นที่ 380 ถึง 89 ปี800 บาท9,600 บาท
ขั้นที่ 490 ปีขึ้นไป1,000 บาท12,000 บาท

อัตราสี่ขั้นนี้ยังใช้อยู่ในเดือนกันยายน 2569 ตามข้อมูลของกรมประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 และรายงานของ Policy Watch ไทยพีบีเอส ระบุว่าอัตรานี้ไม่ได้ปรับขึ้นเลยนับตั้งแต่ปี 2554 ส่วนคอลัมน์สุดท้ายเป็นการคูณสิบสองเดือนให้เห็นภาพ ไม่ใช่ก้อนที่จ่ายทีเดียว

นับอายุอย่างไรว่าอยู่ขั้นไหน

ข้อ 9 ของระเบียบปี 2566 ระบุว่าการปรับอัตราขั้นบันไดจะทำ ณ เดือนที่ผู้สูงอายุมีอายุครบช่วงอายุในเดือนถัดไป และถ้าไม่มีวันเกิดและเดือนเกิด ให้พิจารณาตามมาตรา 16 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คู่มือของท้องถิ่นเสริมว่าการนับว่าอยู่ขั้นไหนให้นับ ณ วันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณ

ปฏิทินโอนเงินปีงบประมาณ 2569 แต่ละเดือนตรงกับวันไหน?

ปีงบประมาณ 2569 เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2568 และสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 ในรอบนี้มีสามเดือนที่วันที่ 10 ไปตรงกับวันหยุด จึงต้องเลื่อนวันโอนขึ้นมา ตารางด้านล่างรวบรวมจากปฏิทินการจ่ายเงินที่เว็บไซต์ข่าวและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเผยแพร่ตรงกัน

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  วัคซีน RSV ใครฉีดได้ ราคาเท่าไหร่ และต่างจากภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปอย่างไร
เดือนที่จ่ายวันที่โอนตรงกับวันสาเหตุที่เลื่อนหรือไม่เลื่อน
ตุลาคม 256810 ตุลาคม 2568ศุกร์เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด
พฤศจิกายน 256810 พฤศจิกายน 2568จันทร์เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด
ธันวาคม 25689 ธันวาคม 2568อังคารเลื่อนขึ้น เพราะ 10 ธันวาคม เป็นวันรัฐธรรมนูญ
มกราคม 25699 มกราคม 2569ศุกร์เลื่อนขึ้น เพราะ 10 มกราคม ตรงกับวันเสาร์
กุมภาพันธ์ 256910 กุมภาพันธ์ 2569อังคารเป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด
มีนาคม 256910 มีนาคม 2569อังคารเป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด
เมษายน 256910 เมษายน 2569ศุกร์เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด
พฤษภาคม 25698 พฤษภาคม 2569ศุกร์เลื่อนขึ้น เพราะ 10 พฤษภาคม ตรงกับวันอาทิตย์
มิถุนายน 256910 มิถุนายน 2569พุธเป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด
กรกฎาคม 256910 กรกฎาคม 2569ศุกร์เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด
สิงหาคม 256910 สิงหาคม 2569จันทร์เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด
กันยายน 256910 กันยายน 2569พฤหัสบดีเป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด

ประกาศของท้องถิ่นที่อ้างกรมบัญชีกลางยืนยันสองจุดในตารางนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมืองแจ้งว่ารอบเดือนมิถุนายน 2569 จ่ายในวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 และปฏิทินของสื่อหลายแห่งระบุตรงกันว่ารอบเดือนกันยายน 2569 จ่ายวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 พร้อมกับเบี้ยความพิการและเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ซึ่งกรมบัญชีกลางโอนในวันเดียวกัน

สำหรับปีงบประมาณ 2570 ที่เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หลักเกณฑ์ยังเป็นแบบเดิม คือยึดวันที่ 10 แล้วเลื่อนขึ้นเมื่อชนวันหยุด แต่ปฏิทินรายเดือนฉบับเต็มมักเผยแพร่ช่วงต้นปีงบประมาณ จึงควรรอประกาศของท้องถิ่นตนเองแทนการเดาวันล่วงหน้า

อินโฟกราฟิกสรุป เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 เงินเข้าวันไหน ได้เดือนละเท่าไหร่
สรุปเป็นภาพ: เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 เงินเข้าวันไหน ได้เดือนละเท่าไหร่

ใครมีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และใครไม่ได้?

ข้อ 6 ของระเบียบปี 2566 วางคุณสมบัติไว้สี่ข้อ ข้อแรกคือมีสัญชาติไทย ข้อสองคือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อสามคือมีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปและได้ยืนยันสิทธิต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว และข้อสี่คือเป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ข้อสี่คือข้อที่สร้างความสับสนมากที่สุด เพราะระเบียบโยงไปยังเกณฑ์ที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติต้องกำหนด แต่บทเฉพาะกาลข้อ 18 กำกับไว้ว่า ในระหว่างที่คณะกรรมการยังไม่ได้กำหนดคุณสมบัติตามข้อ 6 (4) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้คุณสมบัติตามระเบียบปี 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติมไปพลางก่อน

กลุ่มที่ยังไม่มีสิทธิตามเกณฑ์เดิม

เกณฑ์ปี 2552 ที่ยังใช้อยู่กำหนดว่าผู้มีสิทธิต้องไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมกิจการผู้สูงอายุและคู่มือของท้องถิ่นแจกแจงกลุ่มนี้ออกเป็นสามพวก

  • ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน
  • ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ผู้ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ

มีข้อยกเว้นสำคัญหนึ่งข้อ กรมกิจการผู้สูงอายุระบุว่าผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับเงินตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพ ไม่ถือว่าติดข้อห้ามนี้ จึงรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควบคู่กับเบี้ยความพิการได้

ส่วนสิทธิรักษาพยาบาลเป็นคนละเรื่องกับเบี้ยยังชีพ ผู้รับเบี้ยยังใช้สิทธิบัตรทองได้ตามปกติ และการไปรับวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุก็ไม่กระทบสิทธิรับเบี้ย

ระเบียบปี 2566 เปลี่ยนอะไรไปบ้าง และตอนนี้ยึดฉบับไหน?

ระเบียบฉบับปัจจุบันลงนามโดยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนพิเศษ 192 ง วันที่ 11 สิงหาคม 2566 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือวันที่ 12 สิงหาคม 2566 ข้อ 3 ยกเลิกกฎเดิมทั้งชุดสี่ฉบับรวด ได้แก่ ระเบียบปี 2552 ฉบับที่ 2 ปี 2560 ฉบับที่ 3 ปี 2561 และฉบับที่ 4 ปี 2562 เหลือเพียงเกณฑ์คุณสมบัติที่ถูกยืมกลับมาใช้ชั่วคราวผ่านข้อ 18 เท่านั้น

จากลงทะเบียนเป็นยืนยันสิทธิ

จุดที่เปลี่ยนชัดที่สุดอยู่ในข้อ 7 ซึ่งเขียนว่าบุคคลใดที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ให้ยืนยันสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยไม่ต้องลงทะเบียน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำนวยความสะดวกโดยการแจ้งไปยังผู้สูงอายุที่มีสิทธิ เอกสารที่ระเบียบระบุมีเพียงสองรายการ คือแบบยืนยันสิทธิ และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับผู้ที่ประสงค์รับเงินผ่านธนาคาร แต่ในทางปฏิบัติ สำนักงานท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังขอบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านพร้อมสำเนาด้วย

เรื่องเรียกเงินคืนและการถอนรายชื่อ

ข้อ 14 วรรคท้ายเขียนไว้ตรง ๆ ว่า หากผู้สูงอายุที่ไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพแต่ได้รับไปแล้วด้วยความสุจริต ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนรายงานผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อระงับการจ่ายต่อไป โดยยกเว้นการเรียกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน ข้อนี้ตอบข่าวเก่าเรื่องการเรียกเบี้ยคืนย้อนหลังที่เคยสร้างความตกใจไว้หลายปี

ข้อ 16 เพิ่มขั้นตอนคุ้มครองอีกชั้น ก่อนถอนรายชื่อผู้ขาดคุณสมบัติ ท้องถิ่นต้องปิดประกาศโดยเปิดเผยหรือเผยแพร่ทางเว็บไซต์ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ถ้าไม่มีผู้คัดค้านจึงเสนอผู้บริหารท้องถิ่นสั่งถอนรายชื่อ ส่วนคนที่รับเบี้ยอยู่แล้วก่อนระเบียบใหม่ ข้อ 17 ระบุว่ายังมีสิทธิรับเงินจากท้องถิ่นเดิมต่อไป ไม่ต้องยื่นใหม่

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  แนวทางปลูกดอกคาร์เนชั่นสวยงาม

ยืนยันสิทธิเมื่อไหร่ ที่ไหน และใช้เอกสารอะไร?

คนที่ต้องไปยืนยันสิทธิมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่จะมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณถัดไป กลุ่มที่สองคือผู้ที่อายุเกินหกสิบปีแล้วแต่ยังไม่เคยยืนยันสิทธิมาก่อน คู่มือปีงบประมาณ 2569 กำหนดช่วงรับยืนยันสิทธิไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงธันวาคม 2568 และเดือนมกราคม 2569 ถึงกันยายน 2569 สำหรับผู้ที่จะมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2569 และ 2570 ซึ่งหมายถึงผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2510

สถานที่ยื่นคือเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเมืองพัทยา ตามที่ชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน ในวันและเวลาราชการ ส่วนผู้ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่สำนักงานเขต หรือยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ bmaoss.bangkok.go.th และแอปพลิเคชัน BMA OSS โดยยืนยันตัวตนด้วยเลขบัตรประชาชนสิบสามหลัก

เอกสารที่ต้องเตรียมมีสามชิ้นหลัก คือบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย ทะเบียนบ้าน และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารเฉพาะหน้าที่แสดงชื่อและเลขที่บัญชี ทั้งหมดพร้อมสำเนา ถ้าผู้สูงอายุไปเองไม่ไหว ระเบียบข้อ 7 เปิดทางให้มอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นไปแจ้งความประสงค์แทนได้ โดยผู้รับมอบอำนาจต้องนำสำเนาบัตรประชาชนของตนไปด้วย เมื่อท้องถิ่นตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว จะได้รับเงินในเดือนถัดไป ยกเว้นผู้ที่เกิดวันที่ 1 ของเดือน ซึ่งคู่มือระบุว่าได้รับในเดือนนั้นเลย

เงินไม่เข้า ย้ายบ้าน หรือผู้สูงอายุเสียชีวิต ต้องทำอย่างไร?

กรณีเงินไม่เข้าตามกำหนด ให้รอถึงวันที่ 11 ของเดือนก่อน แล้วจึงติดต่องานพัฒนาชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยืนยันสิทธิไว้ สาเหตุที่พบบ่อยคือบัญชีธนาคารถูกปิด ชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อผู้มีสิทธิ หรือเพิ่งย้ายทะเบียนบ้านแล้วยังไม่ได้ยืนยันสิทธิกับท้องถิ่นแห่งใหม่

เรื่องย้ายภูมิลำเนามีกติกาเฉพาะอยู่ในข้อ 8 ผู้สูงอายุที่ย้ายไปอยู่ท้องถิ่นอื่นต้องยืนยันสิทธิกับแห่งใหม่ และจะยังได้รับเงินจากแห่งเดิมไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณที่แจ้งย้าย เมื่อยืนยันเรียบร้อย แห่งใหม่จะจ่ายในเดือนถัดไปหลังได้รับการยืนยันจากแห่งเดิม คู่มือของท้องถิ่นแนะนำให้ไปยื่นนับตั้งแต่วันที่ย้ายแต่ไม่เกินเดือนพฤศจิกายนของปีนั้น

กรณีผู้สูงอายุเสียชีวิต ระเบียบข้อ 14 ระบุว่าสิทธิสิ้นสุดลงในสามกรณี คือตาย ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6 และแจ้งสละสิทธิเป็นหนังสือ ข้อ 15 ให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบสถานะการมีชีวิตกับระบบของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง แล้วยกเลิกการจ่ายเมื่อพบว่าผู้รับเงินเสียชีวิต ส่วนคู่มือของท้องถิ่นขอให้ผู้ดูแลหรือญาติแจ้งการตายพร้อมสำเนามรณบัตรภายในเจ็ดวัน

มีรายละเอียดหนึ่งที่ญาติมักพลาด ถ้าผู้สูงอายุยังมีชีวิตอยู่ ณ วันที่ 1 ของเดือนที่จ่าย จะได้รับเบี้ยเต็มเดือนนั้น คู่มือจึงเตือนว่าอย่าเพิ่งปิดบัญชีธนาคารภายในเดือนที่ผู้สูงอายุเสียชีวิต เพราะถ้าปิดไปก่อน กรมบัญชีกลางจะโอนเงินเดือนสุดท้ายไม่ได้

เบี้ยยังชีพจะขึ้นเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้าหรือยัง?

ยังไม่ขึ้น ณ วันตรวจสอบข้อมูลในเดือนกันยายน 2569 อัตราที่จ่ายจริงยังเป็นขั้นบันได 600 ถึง 1,000 บาท และตัวเลข 1,000 บาทเป็นของผู้ที่อายุ 90 ปีขึ้นไปเท่านั้น ไม่ใช่อัตราเดียวกันทุกคน

รายงานของ Policy Watch ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 ระบุว่าคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐมีมติเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เห็นชอบให้ปรับเบี้ยยังชีพเป็นเดือนละ 1,000 บาทสำหรับผู้สูงอายุทุกคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป แทนการจ่ายแบบขั้นบันได แต่มตินั้นยังต้องเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่และคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อ จึงยังไม่มีผลบังคับ

อย่าสับสนกับเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย

เงินอีกก้อนที่คนมักนับรวมกันคือเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งจ่ายให้เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคน ในปี 2569 กรมบัญชีกลางโอนย้อนหลังในอัตราเดือนละ 100 บาท สำหรับรอบเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2569 รวมสูงสุด 400 บาทต่อราย โดยแบ่งโอนสามรอบในวันที่ 13 14 และ 15 กรกฎาคม 2569 เงินก้อนนี้จ่ายคนละครั้งคนละเงื่อนไขกับเบี้ยยังชีพรายเดือน และจำนวนเงินก็ต่างกันมาก

ตัวเลข วันที่ และหลักเกณฑ์ทั้งหมดในบทความนี้มาจากแหล่งที่ระบุไว้ท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบข้อมูล 11 กันยายน 2569 อัตราเบี้ยยังชีพและปฏิทินการโอนอาจเปลี่ยนตามมติคณะรัฐมนตรีและประกาศของหน่วยงาน โปรดยืนยันกับเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเขต หรือกรมบัญชีกลางในพื้นที่ก่อนดำเนินการ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะราย

คำถามที่พบบ่อย

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้าบัญชีวันไหนของเดือน?

ภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน ตามข้อ 13 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับปี 2566 ถ้าวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการ กรมบัญชีกลางจะจ่ายในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น

ปีงบประมาณ 2569 มีเดือนไหนบ้างที่เลื่อนวันโอน?

มีสามเดือน คือ ธันวาคม 2568 เลื่อนเป็นวันที่ 9 เพราะ 10 ธันวาคม เป็นวันรัฐธรรมนูญ มกราคม 2569 เลื่อนเป็นวันที่ 9 เพราะวันที่ 10 ตรงกับวันเสาร์ และพฤษภาคม 2569 เลื่อนเป็นวันที่ 8 เพราะวันที่ 10 ตรงกับวันอาทิตย์

อายุ 65 ปีได้เดือนละเท่าไหร่?

ได้เดือนละ 600 บาท เพราะอยู่ในขั้นที่ 1 ซึ่งกำหนดช่วงอายุไว้ที่ 60 ถึง 69 ปี และจะขยับเป็น 700 บาทในเดือนถัดจากเดือนที่อายุครบ 70 ปี

ข้าราชการบำนาญรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ไหม?

ยังไม่ได้ เพราะเกณฑ์ที่ใช้อยู่ตามบทเฉพาะกาลข้อ 18 ห้ามผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกันจากหน่วยงานของรัฐ รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซ้ำ

ผู้รับบำนาญชราภาพจากประกันสังคมล่ะ?

รายการข้อห้ามที่กรมกิจการผู้สูงอายุเผยแพร่ระบุถึงเงินบำนาญ เบี้ยหวัด และบำนาญพิเศษจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยไม่ได้เอ่ยถึงบำนาญชราภาพประกันสังคมไว้โดยตรง กรณีนี้จึงควรสอบถามท้องถิ่นตามทะเบียนบ้านให้ชัดก่อนยื่น

คนพิการรับเบี้ยความพิการกับเบี้ยผู้สูงอายุพร้อมกันได้ไหม?

ได้ กรมกิจการผู้สูงอายุระบุข้อยกเว้นไว้ว่าผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ที่รับเงินตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพ ไม่ถือว่าขัดกับข้อห้ามเรื่องสวัสดิการซ้ำซ้อน

ย้ายทะเบียนบ้านข้ามจังหวัดแล้วเบี้ยจะขาดไหม?

ไม่ขาดถ้าไปยืนยันสิทธิกับท้องถิ่นแห่งใหม่ ระเบียบข้อ 8 ให้รับจากแห่งเดิมไปจนสิ้นปีงบประมาณที่แจ้งย้าย และแห่งใหม่จะจ่ายในเดือนถัดไปหลังได้รับการยืนยันจากแห่งเดิม

เคยรับเบี้ยแล้วถูกตรวจพบว่าขาดคุณสมบัติ ต้องคืนเงินไหม?

ถ้ารับไปโดยสุจริต ข้อ 14 วรรคท้ายของระเบียบปี 2566 ให้ระงับการจ่ายต่อไปโดยยกเว้นการเรียกเงินคืน และก่อนถอนรายชื่อ ท้องถิ่นต้องปิดประกาศไม่น้อยกว่าสิบห้าวันตามข้อ 16

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  วิวกุลวุฒิชิงแชมป์เอเชีย: ผลการแข่งขันล่าสุด

ต้องไปยืนยันสิทธิใหม่ทุกปีหรือไม่?

ไม่ต้อง ข้อ 17 ระบุว่าผู้ที่ขึ้นทะเบียนและรับเบี้ยอยู่ก่อนวันที่ระเบียบปี 2566 ใช้บังคับ ยังมีสิทธิรับต่อไปจากท้องถิ่นเดิม การยืนยันสิทธิเป็นขั้นตอนของผู้ที่ยังไม่เคยรับเท่านั้น

เบี้ยยังชีพต่างจากเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุรายได้น้อยอย่างไร?

เบี้ยยังชีพจ่ายรายเดือนตามช่วงอายุให้ผู้มีสิทธิตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ส่วนเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยจ่ายเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จ่ายในอัตราเดือนละ 100 บาท และโอนย้อนหลังเป็นก้อนในเดือนกรกฎาคม 2569

สิ่งที่ควรทำก่อนถึงรอบโอนเดือนหน้า

ถ้ารับเบี้ยอยู่แล้ว ให้จดวันที่ 10 ของทุกเดือนไว้ในปฏิทิน เผื่อไว้ว่าเดือนที่ชนวันหยุดเงินจะเข้าก่อนหนึ่งถึงสองวัน ตรวจสมุดบัญชีอีกครั้งในวันที่ 11 และถ้าเปลี่ยนบัญชีธนาคารหรือย้ายทะเบียนบ้าน ให้แจ้งท้องถิ่นทันทีโดยไม่ต้องรอรอบถัดไป

ถ้ายังไม่เคยยืนยันสิทธิและกำลังจะอายุครบหกสิบปี ให้เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และสมุดบัญชีธนาคาร แล้วเดินไปที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือสำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านในวันและเวลาราชการ

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด