เงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้าบัญชีภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน ตามข้อ 13 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 และถ้าเดือนใดวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการ กรมบัญชีกลางจะจ่ายในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น ส่วนจำนวนเงินคิดแบบขั้นบันไดตามช่วงอายุ ตั้งแต่ 600 บาทสำหรับผู้ที่อายุ 60 ถึง 69 ปี ไปจนถึง 1,000 บาทสำหรับผู้ที่อายุ 90 ปีขึ้นไป
ประเด็นสำคัญ
- ระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับปี 2566 ข้อ 13 ให้จ่ายเบี้ยยังชีพเป็นรายเดือนภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน เว้นแต่กรณีจำเป็น
- อัตราขั้นบันได 600 700 800 และ 1,000 บาท ยังเป็นอัตราที่ใช้อยู่จริงในเดือนกันยายน 2569 และไม่ได้ขยับมาตั้งแต่ปี 2554
- ปีงบประมาณ 2569 คือ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 มีสามเดือนที่เลื่อนวันโอนให้เร็วขึ้น ได้แก่ 9 ธันวาคม 2568 9 มกราคม 2569 และ 8 พฤษภาคม 2569
- ระเบียบปี 2566 เปลี่ยนคำว่าลงทะเบียนเป็นการยืนยันสิทธิ และเพิ่มเงื่อนไขเรื่องรายได้ไว้ในข้อ 6 (4)
- บทเฉพาะกาลข้อ 18 ให้ใช้คุณสมบัติตามระเบียบปี 2552 ไปพลางก่อน ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด และบำนาญพิเศษ จึงยังไม่มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพ
- ผู้ที่รับเบี้ยไปแล้วโดยสุจริตแต่ตรวจพบภายหลังว่าขาดคุณสมบัติ ข้อ 14 ให้ระงับการจ่ายโดยยกเว้นการเรียกเงินคืน
- ข้อเสนอปรับเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้ายังรอเสนอคณะรัฐมนตรี ยังไม่ใช่อัตราที่จ่ายจริง
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้าวันไหน และได้เดือนละเท่าไหร่?
คำตอบอยู่ในตัวระเบียบเอง ข้อ 13 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 เขียนว่าให้จ่ายเป็นเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามผู้มีสิทธิ หรือในนามบุคคลที่รับมอบอำนาจเป็นหนังสือ เป็นรายเดือนภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน เว้นแต่กรณีจำเป็น
คู่มือการปฏิบัติงานเบี้ยยังชีพ ประจำปีงบประมาณ 2569 ขององค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมืองพัฒนา จังหวัดนครราชสีมา ระบุวิธีปฏิบัติไว้ชัดเจนว่า กรมบัญชีกลางเป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีของผู้มีสิทธิหรือผู้ได้รับมอบอำนาจทุกวันที่ 10 ของเดือน หากเดือนใดวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการ จะจ่ายในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น และแนะนำให้ตรวจสอบยอดเงินในวันที่ 11 ของทุกเดือน
อัตราขั้นบันไดตามช่วงอายุ
ข้อ 12 ของระเบียบปี 2566 เขียนสั้นมากว่า การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้จ่ายในอัตราตามมติคณะรัฐมนตรี ตัวเลขจริงจึงไม่ได้อยู่ในระเบียบ แต่ถูกนำมาพิมพ์ซ้ำในคู่มือของท้องถิ่นทุกแห่ง
| ขั้น | ช่วงอายุ | จำนวนเงินต่อเดือน | จำนวนเงินต่อปี |
|---|---|---|---|
| ขั้นที่ 1 | 60 ถึง 69 ปี | 600 บาท | 7,200 บาท |
| ขั้นที่ 2 | 70 ถึง 79 ปี | 700 บาท | 8,400 บาท |
| ขั้นที่ 3 | 80 ถึง 89 ปี | 800 บาท | 9,600 บาท |
| ขั้นที่ 4 | 90 ปีขึ้นไป | 1,000 บาท | 12,000 บาท |
อัตราสี่ขั้นนี้ยังใช้อยู่ในเดือนกันยายน 2569 ตามข้อมูลของกรมประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 และรายงานของ Policy Watch ไทยพีบีเอส ระบุว่าอัตรานี้ไม่ได้ปรับขึ้นเลยนับตั้งแต่ปี 2554 ส่วนคอลัมน์สุดท้ายเป็นการคูณสิบสองเดือนให้เห็นภาพ ไม่ใช่ก้อนที่จ่ายทีเดียว
นับอายุอย่างไรว่าอยู่ขั้นไหน
ข้อ 9 ของระเบียบปี 2566 ระบุว่าการปรับอัตราขั้นบันไดจะทำ ณ เดือนที่ผู้สูงอายุมีอายุครบช่วงอายุในเดือนถัดไป และถ้าไม่มีวันเกิดและเดือนเกิด ให้พิจารณาตามมาตรา 16 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คู่มือของท้องถิ่นเสริมว่าการนับว่าอยู่ขั้นไหนให้นับ ณ วันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณ
ปฏิทินโอนเงินปีงบประมาณ 2569 แต่ละเดือนตรงกับวันไหน?
ปีงบประมาณ 2569 เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2568 และสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 ในรอบนี้มีสามเดือนที่วันที่ 10 ไปตรงกับวันหยุด จึงต้องเลื่อนวันโอนขึ้นมา ตารางด้านล่างรวบรวมจากปฏิทินการจ่ายเงินที่เว็บไซต์ข่าวและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเผยแพร่ตรงกัน
| เดือนที่จ่าย | วันที่โอน | ตรงกับวัน | สาเหตุที่เลื่อนหรือไม่เลื่อน |
|---|---|---|---|
| ตุลาคม 2568 | 10 ตุลาคม 2568 | ศุกร์ | เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด |
| พฤศจิกายน 2568 | 10 พฤศจิกายน 2568 | จันทร์ | เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด |
| ธันวาคม 2568 | 9 ธันวาคม 2568 | อังคาร | เลื่อนขึ้น เพราะ 10 ธันวาคม เป็นวันรัฐธรรมนูญ |
| มกราคม 2569 | 9 มกราคม 2569 | ศุกร์ | เลื่อนขึ้น เพราะ 10 มกราคม ตรงกับวันเสาร์ |
| กุมภาพันธ์ 2569 | 10 กุมภาพันธ์ 2569 | อังคาร | เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด |
| มีนาคม 2569 | 10 มีนาคม 2569 | อังคาร | เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด |
| เมษายน 2569 | 10 เมษายน 2569 | ศุกร์ | เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด |
| พฤษภาคม 2569 | 8 พฤษภาคม 2569 | ศุกร์ | เลื่อนขึ้น เพราะ 10 พฤษภาคม ตรงกับวันอาทิตย์ |
| มิถุนายน 2569 | 10 มิถุนายน 2569 | พุธ | เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด |
| กรกฎาคม 2569 | 10 กรกฎาคม 2569 | ศุกร์ | เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด |
| สิงหาคม 2569 | 10 สิงหาคม 2569 | จันทร์ | เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด |
| กันยายน 2569 | 10 กันยายน 2569 | พฤหัสบดี | เป็นวันทำการ จ่ายตามกำหนด |
ประกาศของท้องถิ่นที่อ้างกรมบัญชีกลางยืนยันสองจุดในตารางนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมืองแจ้งว่ารอบเดือนมิถุนายน 2569 จ่ายในวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 และปฏิทินของสื่อหลายแห่งระบุตรงกันว่ารอบเดือนกันยายน 2569 จ่ายวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 พร้อมกับเบี้ยความพิการและเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด ซึ่งกรมบัญชีกลางโอนในวันเดียวกัน
สำหรับปีงบประมาณ 2570 ที่เริ่มวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หลักเกณฑ์ยังเป็นแบบเดิม คือยึดวันที่ 10 แล้วเลื่อนขึ้นเมื่อชนวันหยุด แต่ปฏิทินรายเดือนฉบับเต็มมักเผยแพร่ช่วงต้นปีงบประมาณ จึงควรรอประกาศของท้องถิ่นตนเองแทนการเดาวันล่วงหน้า

ใครมีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และใครไม่ได้?
ข้อ 6 ของระเบียบปี 2566 วางคุณสมบัติไว้สี่ข้อ ข้อแรกคือมีสัญชาติไทย ข้อสองคือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อสามคือมีอายุหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปและได้ยืนยันสิทธิต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว และข้อสี่คือเป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด
ข้อสี่คือข้อที่สร้างความสับสนมากที่สุด เพราะระเบียบโยงไปยังเกณฑ์ที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติต้องกำหนด แต่บทเฉพาะกาลข้อ 18 กำกับไว้ว่า ในระหว่างที่คณะกรรมการยังไม่ได้กำหนดคุณสมบัติตามข้อ 6 (4) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้คุณสมบัติตามระเบียบปี 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติมไปพลางก่อน
กลุ่มที่ยังไม่มีสิทธิตามเกณฑ์เดิม
เกณฑ์ปี 2552 ที่ยังใช้อยู่กำหนดว่าผู้มีสิทธิต้องไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรมกิจการผู้สูงอายุและคู่มือของท้องถิ่นแจกแจงกลุ่มนี้ออกเป็นสามพวก
- ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน
- ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ผู้ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ
มีข้อยกเว้นสำคัญหนึ่งข้อ กรมกิจการผู้สูงอายุระบุว่าผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับเงินตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพ ไม่ถือว่าติดข้อห้ามนี้ จึงรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุควบคู่กับเบี้ยความพิการได้
ส่วนสิทธิรักษาพยาบาลเป็นคนละเรื่องกับเบี้ยยังชีพ ผู้รับเบี้ยยังใช้สิทธิบัตรทองได้ตามปกติ และการไปรับวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุก็ไม่กระทบสิทธิรับเบี้ย
ระเบียบปี 2566 เปลี่ยนอะไรไปบ้าง และตอนนี้ยึดฉบับไหน?
ระเบียบฉบับปัจจุบันลงนามโดยพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนพิเศษ 192 ง วันที่ 11 สิงหาคม 2566 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ คือวันที่ 12 สิงหาคม 2566 ข้อ 3 ยกเลิกกฎเดิมทั้งชุดสี่ฉบับรวด ได้แก่ ระเบียบปี 2552 ฉบับที่ 2 ปี 2560 ฉบับที่ 3 ปี 2561 และฉบับที่ 4 ปี 2562 เหลือเพียงเกณฑ์คุณสมบัติที่ถูกยืมกลับมาใช้ชั่วคราวผ่านข้อ 18 เท่านั้น
จากลงทะเบียนเป็นยืนยันสิทธิ
จุดที่เปลี่ยนชัดที่สุดอยู่ในข้อ 7 ซึ่งเขียนว่าบุคคลใดที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ให้ยืนยันสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุโดยไม่ต้องลงทะเบียน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอำนวยความสะดวกโดยการแจ้งไปยังผู้สูงอายุที่มีสิทธิ เอกสารที่ระเบียบระบุมีเพียงสองรายการ คือแบบยืนยันสิทธิ และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับผู้ที่ประสงค์รับเงินผ่านธนาคาร แต่ในทางปฏิบัติ สำนักงานท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังขอบัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านพร้อมสำเนาด้วย
เรื่องเรียกเงินคืนและการถอนรายชื่อ
ข้อ 14 วรรคท้ายเขียนไว้ตรง ๆ ว่า หากผู้สูงอายุที่ไม่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพแต่ได้รับไปแล้วด้วยความสุจริต ให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนรายงานผู้บริหารท้องถิ่นเพื่อระงับการจ่ายต่อไป โดยยกเว้นการเรียกเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน ข้อนี้ตอบข่าวเก่าเรื่องการเรียกเบี้ยคืนย้อนหลังที่เคยสร้างความตกใจไว้หลายปี
ข้อ 16 เพิ่มขั้นตอนคุ้มครองอีกชั้น ก่อนถอนรายชื่อผู้ขาดคุณสมบัติ ท้องถิ่นต้องปิดประกาศโดยเปิดเผยหรือเผยแพร่ทางเว็บไซต์ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ถ้าไม่มีผู้คัดค้านจึงเสนอผู้บริหารท้องถิ่นสั่งถอนรายชื่อ ส่วนคนที่รับเบี้ยอยู่แล้วก่อนระเบียบใหม่ ข้อ 17 ระบุว่ายังมีสิทธิรับเงินจากท้องถิ่นเดิมต่อไป ไม่ต้องยื่นใหม่
ยืนยันสิทธิเมื่อไหร่ ที่ไหน และใช้เอกสารอะไร?
คนที่ต้องไปยืนยันสิทธิมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่จะมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณถัดไป กลุ่มที่สองคือผู้ที่อายุเกินหกสิบปีแล้วแต่ยังไม่เคยยืนยันสิทธิมาก่อน คู่มือปีงบประมาณ 2569 กำหนดช่วงรับยืนยันสิทธิไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงธันวาคม 2568 และเดือนมกราคม 2569 ถึงกันยายน 2569 สำหรับผู้ที่จะมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ในปีงบประมาณ 2569 และ 2570 ซึ่งหมายถึงผู้ที่เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2510
สถานที่ยื่นคือเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเมืองพัทยา ตามที่ชื่อปรากฏในทะเบียนบ้าน ในวันและเวลาราชการ ส่วนผู้ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่สำนักงานเขต หรือยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ bmaoss.bangkok.go.th และแอปพลิเคชัน BMA OSS โดยยืนยันตัวตนด้วยเลขบัตรประชาชนสิบสามหลัก
เอกสารที่ต้องเตรียมมีสามชิ้นหลัก คือบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย ทะเบียนบ้าน และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารเฉพาะหน้าที่แสดงชื่อและเลขที่บัญชี ทั้งหมดพร้อมสำเนา ถ้าผู้สูงอายุไปเองไม่ไหว ระเบียบข้อ 7 เปิดทางให้มอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นไปแจ้งความประสงค์แทนได้ โดยผู้รับมอบอำนาจต้องนำสำเนาบัตรประชาชนของตนไปด้วย เมื่อท้องถิ่นตรวจสอบคุณสมบัติครบถ้วนแล้ว จะได้รับเงินในเดือนถัดไป ยกเว้นผู้ที่เกิดวันที่ 1 ของเดือน ซึ่งคู่มือระบุว่าได้รับในเดือนนั้นเลย
เงินไม่เข้า ย้ายบ้าน หรือผู้สูงอายุเสียชีวิต ต้องทำอย่างไร?
กรณีเงินไม่เข้าตามกำหนด ให้รอถึงวันที่ 11 ของเดือนก่อน แล้วจึงติดต่องานพัฒนาชุมชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยืนยันสิทธิไว้ สาเหตุที่พบบ่อยคือบัญชีธนาคารถูกปิด ชื่อบัญชีไม่ตรงกับชื่อผู้มีสิทธิ หรือเพิ่งย้ายทะเบียนบ้านแล้วยังไม่ได้ยืนยันสิทธิกับท้องถิ่นแห่งใหม่
เรื่องย้ายภูมิลำเนามีกติกาเฉพาะอยู่ในข้อ 8 ผู้สูงอายุที่ย้ายไปอยู่ท้องถิ่นอื่นต้องยืนยันสิทธิกับแห่งใหม่ และจะยังได้รับเงินจากแห่งเดิมไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณที่แจ้งย้าย เมื่อยืนยันเรียบร้อย แห่งใหม่จะจ่ายในเดือนถัดไปหลังได้รับการยืนยันจากแห่งเดิม คู่มือของท้องถิ่นแนะนำให้ไปยื่นนับตั้งแต่วันที่ย้ายแต่ไม่เกินเดือนพฤศจิกายนของปีนั้น
กรณีผู้สูงอายุเสียชีวิต ระเบียบข้อ 14 ระบุว่าสิทธิสิ้นสุดลงในสามกรณี คือตาย ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6 และแจ้งสละสิทธิเป็นหนังสือ ข้อ 15 ให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบสถานะการมีชีวิตกับระบบของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง แล้วยกเลิกการจ่ายเมื่อพบว่าผู้รับเงินเสียชีวิต ส่วนคู่มือของท้องถิ่นขอให้ผู้ดูแลหรือญาติแจ้งการตายพร้อมสำเนามรณบัตรภายในเจ็ดวัน
มีรายละเอียดหนึ่งที่ญาติมักพลาด ถ้าผู้สูงอายุยังมีชีวิตอยู่ ณ วันที่ 1 ของเดือนที่จ่าย จะได้รับเบี้ยเต็มเดือนนั้น คู่มือจึงเตือนว่าอย่าเพิ่งปิดบัญชีธนาคารภายในเดือนที่ผู้สูงอายุเสียชีวิต เพราะถ้าปิดไปก่อน กรมบัญชีกลางจะโอนเงินเดือนสุดท้ายไม่ได้
เบี้ยยังชีพจะขึ้นเป็น 1,000 บาทถ้วนหน้าหรือยัง?
ยังไม่ขึ้น ณ วันตรวจสอบข้อมูลในเดือนกันยายน 2569 อัตราที่จ่ายจริงยังเป็นขั้นบันได 600 ถึง 1,000 บาท และตัวเลข 1,000 บาทเป็นของผู้ที่อายุ 90 ปีขึ้นไปเท่านั้น ไม่ใช่อัตราเดียวกันทุกคน
รายงานของ Policy Watch ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 ระบุว่าคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนสวัสดิการโดยรัฐมีมติเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เห็นชอบให้ปรับเบี้ยยังชีพเป็นเดือนละ 1,000 บาทสำหรับผู้สูงอายุทุกคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไป แทนการจ่ายแบบขั้นบันได แต่มตินั้นยังต้องเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่และคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อ จึงยังไม่มีผลบังคับ
อย่าสับสนกับเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย
เงินอีกก้อนที่คนมักนับรวมกันคือเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งจ่ายให้เฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคน ในปี 2569 กรมบัญชีกลางโอนย้อนหลังในอัตราเดือนละ 100 บาท สำหรับรอบเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน 2569 รวมสูงสุด 400 บาทต่อราย โดยแบ่งโอนสามรอบในวันที่ 13 14 และ 15 กรกฎาคม 2569 เงินก้อนนี้จ่ายคนละครั้งคนละเงื่อนไขกับเบี้ยยังชีพรายเดือน และจำนวนเงินก็ต่างกันมาก
ตัวเลข วันที่ และหลักเกณฑ์ทั้งหมดในบทความนี้มาจากแหล่งที่ระบุไว้ท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบข้อมูล 11 กันยายน 2569 อัตราเบี้ยยังชีพและปฏิทินการโอนอาจเปลี่ยนตามมติคณะรัฐมนตรีและประกาศของหน่วยงาน โปรดยืนยันกับเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเขต หรือกรมบัญชีกลางในพื้นที่ก่อนดำเนินการ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อย
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้าบัญชีวันไหนของเดือน?
ภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน ตามข้อ 13 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยฉบับปี 2566 ถ้าวันที่ 10 ตรงกับวันหยุดราชการ กรมบัญชีกลางจะจ่ายในวันทำการก่อนวันหยุดนั้น
ปีงบประมาณ 2569 มีเดือนไหนบ้างที่เลื่อนวันโอน?
มีสามเดือน คือ ธันวาคม 2568 เลื่อนเป็นวันที่ 9 เพราะ 10 ธันวาคม เป็นวันรัฐธรรมนูญ มกราคม 2569 เลื่อนเป็นวันที่ 9 เพราะวันที่ 10 ตรงกับวันเสาร์ และพฤษภาคม 2569 เลื่อนเป็นวันที่ 8 เพราะวันที่ 10 ตรงกับวันอาทิตย์
อายุ 65 ปีได้เดือนละเท่าไหร่?
ได้เดือนละ 600 บาท เพราะอยู่ในขั้นที่ 1 ซึ่งกำหนดช่วงอายุไว้ที่ 60 ถึง 69 ปี และจะขยับเป็น 700 บาทในเดือนถัดจากเดือนที่อายุครบ 70 ปี
ข้าราชการบำนาญรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ไหม?
ยังไม่ได้ เพราะเกณฑ์ที่ใช้อยู่ตามบทเฉพาะกาลข้อ 18 ห้ามผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นในลักษณะเดียวกันจากหน่วยงานของรัฐ รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซ้ำ
ผู้รับบำนาญชราภาพจากประกันสังคมล่ะ?
รายการข้อห้ามที่กรมกิจการผู้สูงอายุเผยแพร่ระบุถึงเงินบำนาญ เบี้ยหวัด และบำนาญพิเศษจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยไม่ได้เอ่ยถึงบำนาญชราภาพประกันสังคมไว้โดยตรง กรณีนี้จึงควรสอบถามท้องถิ่นตามทะเบียนบ้านให้ชัดก่อนยื่น
คนพิการรับเบี้ยความพิการกับเบี้ยผู้สูงอายุพร้อมกันได้ไหม?
ได้ กรมกิจการผู้สูงอายุระบุข้อยกเว้นไว้ว่าผู้พิการและผู้ป่วยเอดส์ที่รับเงินตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพ ไม่ถือว่าขัดกับข้อห้ามเรื่องสวัสดิการซ้ำซ้อน
ย้ายทะเบียนบ้านข้ามจังหวัดแล้วเบี้ยจะขาดไหม?
ไม่ขาดถ้าไปยืนยันสิทธิกับท้องถิ่นแห่งใหม่ ระเบียบข้อ 8 ให้รับจากแห่งเดิมไปจนสิ้นปีงบประมาณที่แจ้งย้าย และแห่งใหม่จะจ่ายในเดือนถัดไปหลังได้รับการยืนยันจากแห่งเดิม
เคยรับเบี้ยแล้วถูกตรวจพบว่าขาดคุณสมบัติ ต้องคืนเงินไหม?
ถ้ารับไปโดยสุจริต ข้อ 14 วรรคท้ายของระเบียบปี 2566 ให้ระงับการจ่ายต่อไปโดยยกเว้นการเรียกเงินคืน และก่อนถอนรายชื่อ ท้องถิ่นต้องปิดประกาศไม่น้อยกว่าสิบห้าวันตามข้อ 16
ต้องไปยืนยันสิทธิใหม่ทุกปีหรือไม่?
ไม่ต้อง ข้อ 17 ระบุว่าผู้ที่ขึ้นทะเบียนและรับเบี้ยอยู่ก่อนวันที่ระเบียบปี 2566 ใช้บังคับ ยังมีสิทธิรับต่อไปจากท้องถิ่นเดิม การยืนยันสิทธิเป็นขั้นตอนของผู้ที่ยังไม่เคยรับเท่านั้น
เบี้ยยังชีพต่างจากเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุรายได้น้อยอย่างไร?
เบี้ยยังชีพจ่ายรายเดือนตามช่วงอายุให้ผู้มีสิทธิตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ส่วนเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยจ่ายเฉพาะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 จ่ายในอัตราเดือนละ 100 บาท และโอนย้อนหลังเป็นก้อนในเดือนกรกฎาคม 2569
สิ่งที่ควรทำก่อนถึงรอบโอนเดือนหน้า
ถ้ารับเบี้ยอยู่แล้ว ให้จดวันที่ 10 ของทุกเดือนไว้ในปฏิทิน เผื่อไว้ว่าเดือนที่ชนวันหยุดเงินจะเข้าก่อนหนึ่งถึงสองวัน ตรวจสมุดบัญชีอีกครั้งในวันที่ 11 และถ้าเปลี่ยนบัญชีธนาคารหรือย้ายทะเบียนบ้าน ให้แจ้งท้องถิ่นทันทีโดยไม่ต้องรอรอบถัดไป
ถ้ายังไม่เคยยืนยันสิทธิและกำลังจะอายุครบหกสิบปี ให้เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และสมุดบัญชีธนาคาร แล้วเดินไปที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือสำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านในวันและเวลาราชการ
แหล่งอ้างอิง
- ราชกิจจานุเบกษา: ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 เล่ม 140 ตอนพิเศษ 192 ง
- กรมกิจการผู้สูงอายุ: มีสิทธิรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือไม่
- กรมประชาสัมพันธ์: สิทธิสวัสดิการเบี้ยผู้สูงอายุ สิ่งที่ประชาชนควรรู้ (13 มีนาคม 2569)
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3: หลักเกณฑ์จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ พ.ศ. 2566 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2566
- องค์การบริหารส่วนตำบลโนนเมืองพัฒนา: คู่มือการปฏิบัติงานเบี้ยยังชีพ ประจำปีงบประมาณ 2569
- องค์การบริหารส่วนตำบลหัวเมือง: กรมบัญชีกลางจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประจำเดือนมิถุนายน 2569
- กะปุกดอทคอม: เบี้ยผู้สูงอายุ 2569 เงินเข้าวันไหน ลงทะเบียนอย่างไร
- ไทยพีบีเอส: เบี้ยผู้สูงอายุ เงินเข้าวันไหนบ้าง เช็กเงื่อนไขและการลงทะเบียน
- กรุงเทพธุรกิจ: ลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ งบปี 2570 ขั้นตอนการยืนยันสิทธิ
- ฐานเศรษฐกิจ: ลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2570 ออนไลน์ผ่าน BMA OSS
- Policy Watch ไทยพีบีเอส: เคาะขึ้นเบี้ยผู้สูงอายุ จ่ายทุกคน 1,000 บาทต่อเดือน (1 เมษายน 2567)
- ฐานเศรษฐกิจ: เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุ 2569 ใครได้เงิน 400 บาท เงินเข้าวันไหน


