วิธีเช็คเงินและรายงานตัวว่างงานทำได้ที่เดียวคือเว็บไซต์ e-service.doe.go.th ของกรมการจัดหางาน โดยเข้าเมนูขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน กดรายงานตัวตามวันนัดในแต่ละเดือน แล้วดูผลอนุมัติและสถานะการโอนเงินในเมนูตรวจสอบสถานะการรับสิทธิประโยชน์ ส่วนจำนวนเงินที่จะได้รับนั้น ปี 2569 คิดจากร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวันสำหรับคนถูกเลิกจ้าง และร้อยละ 30 สำหรับคนลาออกเอง บนฐานค่าจ้างสูงสุดเดือนละ 17,500 บาท
ประเด็นสำคัญ
- อัตรากรณีถูกเลิกจ้างเพิ่มจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวัน ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568
- กรณีลาออกเองหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนด ยังคงอัตราร้อยละ 30 ไม่เกิน 90 วันต่อปีปฏิทิน
- ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณอยู่ระหว่างเดือนละ 1,650 ถึง 17,500 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 ทำให้เพดานเงินว่างงานกรณีถูกเลิกจ้างขยับเป็น 10,500 บาทต่อ 30 วัน
- ต้องส่งเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงานกับนายจ้างรายสุดท้าย และว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป
- ขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันจะได้สิทธินับแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ถ้าเกิน 30 วันจะได้สิทธินับจากวันที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น
- เงินว่างงานเป็นสิทธิของผู้ประกันตนมาตรา 33 เท่านั้น มาตรา 39 และมาตรา 40 ไม่มีสิทธินี้
- เงินทดแทนจากประกันสังคมคนละก้อนกับค่าชดเชยที่นายจ้างต้องจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งสูงสุดถึง 400 วันของค่าจ้าง
เงินว่างงาน ประกันสังคม ปี 2569 ได้เดือนละเท่าไหร่?
คำตอบสั้นที่สุดคือขึ้นกับสาเหตุที่ออกจากงาน ถ้าถูกเลิกจ้างจะได้ร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวัน ปีละไม่เกิน 180 วัน ถ้าลาออกเองหรือสัญญาจ้างสิ้นสุดตามกำหนดจะได้ร้อยละ 30 ปีละไม่เกิน 90 วัน ตัวเลขร้อยละ 60 เป็นของใหม่ เดิมกรณีถูกเลิกจ้างได้เพียงร้อยละ 50
การเปลี่ยนแปลงนี้มาจากกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งแก้ไขข้อความใน (1) ของข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงฉบับ พ.ศ. 2564 กฎกระทรวงฉบับนี้ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 44 ก วันที่ 27 มิถุนายน 2568 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเปลี่ยนไปในปี 2569
อีกตัวเลขที่ขยับพร้อมกันคือฐานค่าจ้างสูงสุด กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนธันวาคม 2568 กำหนดให้ฐานค่าจ้างอยู่ระหว่างเดือนละ 1,650 บาทถึง 17,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 จากเดิมที่เพดานอยู่ที่ 15,000 บาท สื่อแต่ละสำนักรายงานวันที่ประกาศต่างกันเล็กน้อยระหว่างวันที่ 11 ถึง 13 ธันวาคม 2568 แต่ทุกแหล่งตรงกันว่าวันเริ่มใช้คือ 1 มกราคม 2569
เพดานนี้ยังขยับต่ออีกสองครั้ง คือเป็น 20,000 บาทตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 และเป็น 23,000 บาทตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 ฝั่งรายจ่ายคือเงินสมทบที่ลูกจ้างถูกหักในอัตราร้อยละ 5 เพิ่มจากเดือนละไม่เกิน 750 บาทเป็นไม่เกิน 875 บาทในปี 2569 เมื่อเอาอัตราร้อยละ 60 มาคูณกับเพดาน 17,500 บาท จะได้เพดานเงินว่างงานกรณีถูกเลิกจ้างที่ 10,500 บาทต่อ 30 วัน หรือ 63,000 บาทเมื่อรับครบ 180 วัน ส่วนกรณีลาออกได้เพดาน 5,250 บาทต่อ 30 วัน หรือ 15,750 บาทเมื่อรับครบ 90 วัน
ทำไมตัวเลขที่เห็นตามเว็บไซต์ยังไม่ตรงกัน
หน้าหลักเกณฑ์กรณีว่างงานบนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมระบุวันที่ปรับปรุงไว้ที่ 3 ตุลาคม 2567 และยังแสดงอัตราร้อยละ 50 กับฐานสูงสุด 15,000 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขก่อนแก้กฎกระทรวงเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 บทความแนะนำวิธีลงทะเบียนหลายเว็บไซต์ที่เขียนใหม่ในปี 2569 ก็ยังลอกชุดเดิมมาใช้ เวลาอ่านตัวเลขจากที่ไหนจึงควรดูวันที่ของหน้านั้นก่อนเสมอ
ใครมีสิทธิรับเงินว่างงาน และต้องส่งเงินสมทบมาแล้วกี่เดือน?
สำนักงานประกันสังคมกำหนดเงื่อนไขการเกิดสิทธิไว้สามข้อหลัก ข้อแรกคือต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงานกับนายจ้างรายสุดท้าย ข้อสองคือต้องมีระยะเวลาว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป และข้อสามคือต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานผ่านเว็บไซต์ e-service.doe.go.th ของกรมการจัดหางาน
ที่คนมักเข้าใจผิดคือ 6 เดือนนั้นไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน ขอเพียงนับย้อนหลังไป 15 เดือนแล้วมีเดือนที่นำส่งเงินสมทบครบ 6 เดือนก็ใช้ได้ คนที่เปลี่ยนงานบ่อยจึงยังมีสิทธิอยู่
เงื่อนไขที่ต้องทำต่อเนื่องหลังขึ้นทะเบียน
นอกจากเงื่อนไขการเกิดสิทธิแล้ว สำนักงานประกันสังคมยังกำหนดว่าผู้รับเงินต้องรายงานตัวตามกำหนดนัดผ่านอินเทอร์เน็ตไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง ต้องเป็นผู้มีความสามารถในการทำงานและพร้อมทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดให้ ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน และต้องไม่เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ ข้อสุดท้ายนี้สำคัญกับคนที่ออกจากงานตอนอายุใกล้เกษียณและยื่นขอรับบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพไปแล้ว
มาตรา 39 กับมาตรา 40 ไม่มีสิทธิข้อนี้
ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี และกรณีว่างงานเป็นหนึ่งในนั้น ส่วนมาตรา 39 ซึ่งสมัครใจส่งเงินสมทบต่อหลังลาออกจากงาน ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณีโดยยกเว้นกรณีว่างงาน และมาตรา 40 สำหรับแรงงานนอกระบบก็ไม่มีสิทธิเช่นกัน คนที่จะสมัครมาตรา 39 จึงควรขึ้นทะเบียนว่างงานให้เรียบร้อยก่อน
ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานภายในกี่วัน และทำออนไลน์อย่างไร?
กำหนดเวลาคือ 30 วันนับแต่วันที่ลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง สำนักงานประกันสังคมอธิบายผลของกำหนดนี้ไว้ชัดเจนว่า ถ้าขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน จะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนนับแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน แต่ถ้าขึ้นทะเบียนเกิน 30 วัน จะมีสิทธิตั้งแต่วันที่ขึ้นทะเบียนไปจนครบสิทธิเท่านั้น ช่วงที่ปล่อยผ่านไปจึงหายไปเลย ไม่ได้ย้อนกลับมา
ตัวอย่างให้เห็นภาพ คนที่ออกจากงานวันที่ 1 มีนาคม แล้วขึ้นทะเบียนวันที่ 10 มีนาคม จะเริ่มนับสิทธิตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน แต่ถ้าไปขึ้นทะเบียนวันที่ 20 เมษายน สิทธิจะเริ่มนับวันนั้น เท่ากับเสียไปราว 6 สัปดาห์
ขั้นตอนขึ้นทะเบียนบนเว็บไซต์กรมการจัดหางาน
ระบบที่ใช้อยู่คือ e-service.doe.go.th กรมการจัดหางานเปลี่ยนมาใช้ระบบนี้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 แทนระบบเดิมที่ empui.doe.go.th และตั้งแต่นั้นผู้ประกันตนแนบไฟล์สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากในระบบได้เลย โดยไม่ต้องนำเอกสารไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมด้วยตนเอง ขั้นตอนตามคู่มือการใช้งานมีดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ e-service.doe.go.th แล้วเข้าสู่ระบบด้วย Digital ID หรือสมัครบัญชีใหม่ถ้ายังไม่เคยใช้
- เลือกเมนูขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน แล้วกดขึ้นทะเบียนว่างงาน
- ตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชน กรอกวันที่ออกจากงานและสาเหตุการออกให้ตรงความจริง เพราะสาเหตุนี้กำหนดว่าจะได้ร้อยละ 60 หรือร้อยละ 30
- กรอกข้อมูลงานที่ต้องการสมัครและวุฒิการศึกษา ระบบจะใช้จัดหางานให้
- ยื่นแบบ สปส. 2-01/7 พร้อมแนบหน้าแรกสมุดบัญชีออมทรัพย์ที่มีชื่อและเลขที่บัญชีของตัวเอง
- จดวันนัดรายงานตัวครั้งถัดไป แล้วรอผลการวินิจฉัยสิทธิ
เอกสารและบัญชีที่ใช้รับเงิน
เอกสารที่สำนักงานประกันสังคมระบุไว้คือแบบ สปส. 2-01/7 หนังสือรับรองการออกจากงานหรือสำเนาแบบแจ้งการลาออก หรือแบบ สปส. 6-09 หนังสือหรือคำสั่งของนายจ้างให้ออกจากงานถ้ามี และสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หน้าแรก ถ้าไม่มีสำเนา สปส. 6-09 ก็ยังขึ้นทะเบียนกรณีว่างงานได้
เรื่องบัญชีรับเงิน สำนักงานประกันสังคมรับพร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชนของทุกธนาคาร หรือบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารที่ระบุไว้ 8 แห่ง ความเห็นของเราคือพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนสะดวกที่สุด เพราะไม่ต้องลุ้นว่าเลขบัญชีที่พิมพ์ไปจะตกหล่นหรือไม่
รายงานตัวว่างงานออนไลน์ทำอย่างไร และเงินเข้ากี่วัน?
หลังขึ้นทะเบียนแล้ว หน้าที่ที่เหลือคือรายงานตัวตามกำหนดนัดผ่านเว็บไซต์ e-service.doe.go.th ไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง สำนักงานประกันสังคมระบุไว้ว่ารายงานตัววันใดก็ได้ภายในเดือนที่นัด ส่วนคู่มือการใช้งานที่เผยแพร่ทั่วไปอธิบายละเอียดขึ้นว่ากดรายงานตัวได้ทั้งก่อนและหลังวันนัดภายใน 7 วัน ถ้าปล่อยเลยกรอบนี้ไปจะถือว่าขาดรายงานตัวและงวดนั้นจะไม่ได้รับเงิน
ประเด็นที่ทำให้หลายคนสับสนคือยอดเงินแต่ละงวดไม่เท่ากัน เหตุผลคือสำนักงานประกันสังคมคิดเป็นรายวัน ไม่ได้หารเป็นก้อนเท่ากันทุกเดือน สูตรคือเงินที่ได้รับเท่ากับเงินทดแทนต่อวันคูณด้วยจำนวนวันที่มีสิทธิในรอบนั้น คนที่ฐานค่าจ้าง 15,000 บาทและถูกเลิกจ้างจะได้วันละ 300 บาท จากการคำนวณ 15,000 คูณร้อยละ 60 แล้วหารด้วย 30 ถ้ารอบแรกมีสิทธิ 12 วันก็ได้ 3,600 บาท รอบสองมี 30 วันได้ 9,000 บาท รอบสามมี 18 วันได้ 5,400 บาท รวมสามรอบเท่ากับเงินของ 60 วันพอดี
เช็คสถานะและเช็คเงินได้จากที่ไหน
ช่องทางแรกคือเมนูตรวจสอบสถานะการรับสิทธิประโยชน์ในเว็บไซต์เดียวกัน ซึ่งแสดงว่าคำขอผ่านการวินิจฉัยแล้วหรือยัง และงวดไหนได้รับอนุมัติแล้วบ้าง ช่องทางที่สองคือระบบผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งดูประวัติการส่งเงินสมทบและการจ่ายประโยชน์ทดแทนได้ ช่องทางที่สามคือสายด่วน 1506 เปิดวันและเวลาราชการ 08.30 ถึง 16.30 น. ส่วนเรื่องการขึ้นทะเบียนและรายงานตัวเป็นงานของกรมการจัดหางาน สายด่วน 1694
เรื่องระยะเวลาโอนเงิน คู่มือของผู้ให้บริการซอฟต์แวร์บัญชีที่เขียนไว้เมื่อเดือนเมษายน 2569 ระบุว่าเงินจะเข้าบัญชีภายใน 5 ถึง 7 วันทำการหลังผ่านการอนุมัติ โดยไม่นับวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตัวเลขนี้ไม่ใช่ประกาศของหน่วยงานรัฐ จึงควรถือเป็นกรอบคร่าว ๆ ไม่ใช่คำมั่น ถ้าเกินกรอบนี้ไปมากให้โทรถาม 1506 พร้อมเลขบัตรประชาชนและวันที่รายงานตัว
คำนวณเงินว่างงานตามเงินเดือนของตัวเองได้เท่าไหร่?
วิธีคิดง่ายที่สุดคือ เอาค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนมาเทียบกับเพดาน 17,500 บาทก่อน ถ้าสูงกว่าเพดานให้ใช้ 17,500 บาทเป็นฐาน จากนั้นคูณด้วยร้อยละ 60 หรือร้อยละ 30 ตามสาเหตุการออกจากงาน ก็จะได้ยอดต่อ 30 วัน
| ค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือน | ฐานที่ใช้คำนวณ | ถูกเลิกจ้าง ร้อยละ 60 ต่อ 30 วัน | รวมสูงสุด 180 วัน | ลาออก ร้อยละ 30 ต่อ 30 วัน | รวมสูงสุด 90 วัน |
|---|---|---|---|---|---|
| 8,000 บาท | 8,000 บาท | 4,800 บาท | 28,800 บาท | 2,400 บาท | 7,200 บาท |
| 10,000 บาท | 10,000 บาท | 6,000 บาท | 36,000 บาท | 3,000 บาท | 9,000 บาท |
| 12,000 บาท | 12,000 บาท | 7,200 บาท | 43,200 บาท | 3,600 บาท | 10,800 บาท |
| 15,000 บาท | 15,000 บาท | 9,000 บาท | 54,000 บาท | 4,500 บาท | 13,500 บาท |
| 17,500 บาท | 17,500 บาท | 10,500 บาท | 63,000 บาท | 5,250 บาท | 15,750 บาท |
| 25,000 บาท | 17,500 บาท (ชนเพดาน) | 10,500 บาท | 63,000 บาท | 5,250 บาท | 15,750 บาท |
ยอดจริงที่โอนเข้าบัญชีแต่ละงวดอาจไม่ตรงกับช่องต่อ 30 วัน เพราะแต่ละรอบรายงานตัวมีจำนวนวันไม่เท่ากัน

ข้อควรระวังเรื่องฐานค่าจ้างที่ระบบใช้จริง
เพดาน 17,500 บาทเริ่มใช้กับค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 คนที่เงินเดือนสูงกว่า 15,000 บาทแต่เดือนที่ระบบหยิบมาคำนวณยังเป็นของปี 2568 ฐานที่ได้จึงอาจยังเป็น 15,000 บาท ทำให้ยอดออกมา 9,000 บาทต่อ 30 วันแทนที่จะเป็น 10,500 บาท ถ้ายอดไม่ตรงกับที่คำนวณเอง ให้ถามว่าใช้ค่าจ้างของเดือนใดเป็นฐาน ก่อนสรุปว่าระบบผิด
อีกจุดคือคนที่นายจ้างนำส่งเงินสมทบไม่ครบหรือส่งช้า จะเห็นเดือนที่หายไปในประวัติ ต้องแจ้งสำนักงานประกันสังคมให้ตรวจสอบ เพราะจำนวนเดือนที่นำส่งเป็นเงื่อนไขการเกิดสิทธิโดยตรง
ลาออกกับถูกเลิกจ้างต่างกันอย่างไร และกรณีไหนหมดสิทธิ?
ความต่างไม่ได้อยู่แค่ตัวเลขร้อยละ แต่อยู่ที่จำนวนวันด้วย คนถูกเลิกจ้างได้ทั้งอัตราสูงกว่าและจำนวนวันมากกว่าเท่าตัว
| สาเหตุการว่างงาน | อัตราของค่าจ้างรายวัน | จำนวนวันสูงสุด | เพดานต่อ 30 วัน ที่ฐาน 17,500 บาท |
|---|---|---|---|
| ถูกเลิกจ้าง | ร้อยละ 60 | 180 วันต่อปีปฏิทิน | 10,500 บาท |
| ลาออกเอง | ร้อยละ 30 | 90 วันต่อปีปฏิทิน | 5,250 บาท |
| สิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนด | ร้อยละ 30 | 90 วันต่อปีปฏิทิน | 5,250 บาท |
| ว่างงานจากเหตุสุดวิสัยตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 | ร้อยละ 50 | ไม่เกินคราวละ 90 วัน | 8,750 บาท |
| ผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 | ไม่มีสิทธิ | ไม่มีสิทธิ | ไม่มีสิทธิ |
คนที่ตกงานสองรอบในปีเดียวไม่ได้เริ่มนับใหม่ทุกครั้ง เหตุถูกเลิกจ้างรวมกันในปีปฏิทินเดียวกันต้องไม่เกิน 180 วัน ส่วนเหตุลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างรวมกันต้องไม่เกิน 90 วัน
หกเหตุที่ถูกเลิกจ้างแล้วไม่ได้เงินว่างงาน
ไม่ใช่การถูกเลิกจ้างทุกแบบจะได้เงิน สำนักงานประกันสังคมระบุเหตุที่ทำให้หมดสิทธิไว้ดังนี้ ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันควร ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา
ข้อที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือการละทิ้งหน้าที่ติดต่อกัน คนที่หายไปจากที่ทำงานหลายวันแล้วถูกแจ้งออกภายหลัง มักคิดว่าตัวเองถูกเลิกจ้างและควรได้ร้อยละ 60 แต่ถ้าเอกสารของนายจ้างระบุเหตุนี้ สิทธิจะหายไปทั้งก้อน ไม่ได้ลดเหลือร้อยละ 30
เงินว่างงานกับค่าชดเชยจากนายจ้างต่างกันอย่างไร?
สองก้อนนี้มาจากคนละแหล่งและคิดคนละวิธี เงินว่างงานมาจากกองทุนประกันสังคมและจ่ายเป็นงวดตามการรายงานตัว ส่วนค่าชดเชยเป็นหน้าที่ของนายจ้างตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และจ่ายเป็นก้อนเดียวในวันที่เลิกจ้าง ลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดจึงมีสิทธิได้ทั้งสองทาง
| อายุงานติดต่อกัน | ค่าชดเชยตามกฎหมาย | ตัวอย่างที่ค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท |
|---|---|---|
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน | 20,000 บาท |
| ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน | 60,000 บาท |
| ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน | 120,000 บาท |
| ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 240 วัน | 160,000 บาท |
| ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 300 วัน | 200,000 บาท |
| ครบ 20 ปีขึ้นไป | ค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วัน | ราว 266,667 บาท |
ข้อความในมาตรา 118 ฉบับปี 2541 กำหนดอัตราสูงสุดไว้ที่ 300 วันสำหรับคนทำงานครบ 10 ปีขึ้นไป ส่วนขั้น 400 วันสำหรับอายุงาน 20 ปีขึ้นไปเพิ่มเข้ามาภายหลัง ตัวเลขหกขั้นในตารางนี้เป็นอัตราที่ใช้อยู่ตามคำอธิบายของเว็บไซต์หางานขนาดใหญ่ ถ้ากำลังจะเจรจากับนายจ้างจริง ควรตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอีกครั้ง
กรณีลาออกเองไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชยตามมาตรา 118 ส่วนมาตรา 119 ระบุเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ซึ่งใกล้เคียงกับเหตุที่ทำให้หมดสิทธิเงินว่างงานแต่ไม่ตรงกันทุกข้อ เช่น การละทิ้งหน้าที่ที่ทำให้ไม่ได้ค่าชดเชยนับที่ 3 วันทำงานติดต่อกัน ขณะที่ฝั่งประกันสังคมนับที่ 7 วัน
ถ้ากำลังคำนวณรายได้ในช่วงเปลี่ยนงาน อ่านวิธีคิดฐานเงินเดือนและการหักต่าง ๆ เพิ่มได้ที่ วิธีคำนวณเงินเดือนและรายการหัก และถ้ามีลูกอายุไม่เกินเกณฑ์ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิอีกก้อนที่ เงินสงเคราะห์บุตรประกันสังคม
ตัวเลขและกำหนดเวลาทั้งหมดอ้างอิงจากแหล่งที่ระบุไว้ท้ายบทความ ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูล 11 กันยายน 2569 หลักเกณฑ์และฐานค่าจ้างแก้ไขได้ตลอด ก่อนยื่นเรื่องควรยืนยันกับสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 หรือกรมการจัดหางาน สายด่วน 1694 อีกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อย
เงินว่างงานประกันสังคมปี 2569 ถูกเลิกจ้างได้กี่เปอร์เซ็นต์?
ได้ร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวัน ปีปฏิทินละไม่เกิน 180 วัน อัตรานี้เพิ่มจากร้อยละ 50 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568
ลาออกเองได้เงินว่างงานไหม และได้เท่าไหร่?
ได้ แต่อัตราต่ำกว่าคือร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายวัน และรับได้ไม่เกิน 90 วันต่อปีปฏิทิน ที่ฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาทจะได้ราว 5,250 บาทต่อ 30 วัน
ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานภายในกี่วัน?
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ถ้าทำทันจะได้สิทธินับแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ถ้าเกิน 30 วันจะได้สิทธินับจากวันที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น
ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วกี่เดือนจึงจะมีสิทธิ?
ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงานกับนายจ้างรายสุดท้าย และต้องว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป
รายงานตัวว่างงานทำที่ไหน และช้าได้กี่วัน?
รายงานตัวที่เว็บไซต์ e-service.doe.go.th อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง สำนักงานประกันสังคมระบุว่ารายงานวันใดก็ได้ภายในเดือนที่นัด ส่วนคู่มือการใช้งานอธิบายว่ากดได้ก่อนหรือหลังวันนัด 7 วัน
รายงานตัวแล้วกี่วันเงินเข้า?
ราว 5 ถึง 7 วันทำการหลังผ่านการอนุมัติ ตามคู่มือของผู้ให้บริการซอฟต์แวร์บัญชีเมื่อเดือนเมษายน 2569 ตัวเลขนี้ไม่ใช่ประกาศของหน่วยงานรัฐ ถ้าเกินกรอบนี้มากให้โทร 1506
ทำไมเงินว่างงานแต่ละงวดได้ไม่เท่ากัน?
เพราะคิดเป็นรายวัน ไม่ใช่ก้อนคงที่รายเดือน เงินที่ได้เท่ากับเงินทดแทนต่อวันคูณจำนวนวันที่มีสิทธิในรอบนั้น รอบแรกและรอบสุดท้ายจึงมักมีจำนวนวันไม่ครบ 30 วัน
ฐานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณปี 2569 คือเท่าไหร่?
17,500 บาทต่อเดือน ใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 จากนั้นขยับเป็น 20,000 บาท และ 23,000 บาทในสองช่วงถัดไป
ผู้ประกันตนมาตรา 39 มีสิทธิรับเงินว่างงานหรือไม่?
ไม่มี มาตรา 39 ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณีโดยยกเว้นกรณีว่างงาน เช่นเดียวกับมาตรา 40 สิทธิเงินว่างงานมีเฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 33
ถูกเลิกจ้างแล้วได้ทั้งเงินว่างงานและค่าชดเชยพร้อมกันไหม?
ได้ทั้งสองก้อน ถ้าไม่ได้ถูกเลิกจ้างด้วยเหตุที่กฎหมายตัดสิทธิ เงินว่างงานมาจากกองทุนประกันสังคม ส่วนค่าชดเชยเป็นหน้าที่ของนายจ้างตามมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
ยื่นขอรับเงินย้อนหลังได้นานแค่ไหน?
สำนักงานประกันสังคมระบุว่าประโยชน์ทดแทนทุกกรณีต้องยื่นเรื่องรับเงินภายใน 2 ปีนับแต่วันที่มีสิทธิ แต่การขึ้นทะเบียนช้ายังทำให้เสียวันที่ควรได้รับไปอยู่ดี
ตกงานสองครั้งในปีเดียว นับสิทธิใหม่ไหม?
ไม่ได้นับใหม่ทั้งหมด เหตุถูกเลิกจ้างรวมกันภายในปีปฏิทินเดียวกันต้องไม่เกิน 180 วัน ส่วนเหตุลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้างรวมกันต้องไม่เกิน 90 วัน
สิ่งที่ควรทำภายในสัปดาห์แรกหลังออกจากงาน
ลำดับที่เสียหายน้อยที่สุดคือ เข้าเว็บไซต์ e-service.doe.go.th ขึ้นทะเบียนว่างงานทันทีในสัปดาห์แรก อย่ารอให้ครบ 30 วัน จากนั้นผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนหรือเตรียมสำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีออมทรัพย์ แล้วยื่นแบบ สปส. 2-01/7 ในระบบ
ขั้นต่อไปคือทำเครื่องหมายวันนัดรายงานตัวทุกงวดไว้ในปฏิทินและตั้งเตือนล่วงหน้าสองถึงสามวัน เพราะการขาดรายงานตัวหนึ่งงวดหมายถึงเงินงวดนั้นหายไป และถ้าถูกเลิกจ้าง ให้ขอหนังสือเลิกจ้างที่ระบุสาเหตุเป็นลายลักษณ์อักษร เอกสารใบนี้ชี้ขาดว่าจะได้ร้อยละ 60 หรือร้อยละ 30 และเป็นหลักฐานตั้งต้นในการเรียกค่าชดเชยด้วย
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานประกันสังคม: หลักเกณฑ์และเงื่อนไข กรณีว่างงาน (ปรับปรุง 3 ตุลาคม 2567)
- ราชกิจจานุเบกษา: กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
- Thai PBS: ราชกิจจาฯ ประกาศประกันสังคมเพิ่มเงินว่างงานกรณีเลิกจ้างเป็น 60%
- ไทยโพสต์: ราชกิจจาฯ ประกาศปรับฐานค่าจ้างคำนวณเงินสมทบประกันสังคม ม.33 เริ่ม 1 ม.ค. 2569
- กรุงเทพธุรกิจ: มีผลบังคับแล้ว จ่ายเพิ่มเงินสมทบประกันสังคม เดือนมกราคม 2569 เป็นเดือนแรก
- Sanook Money: ว่างงานประกันสังคม 2569 ลาออก เลิกจ้าง ได้เงินกี่บาท
- The Thaiger: วิธีคำนวณเงินว่างงานประกันสังคม ทำไมแต่ละเดือนได้ไม่เท่ากัน
- สำนักงานจัดหางานจังหวัดปทุมธานี กรมการจัดหางาน: ขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงานระบบใหม่
- กรมการจัดหางาน: ระบบบริการประชาชน DOE e-Services
- FlowAccount: สอนวิธีลงทะเบียนว่างงานประกันสังคมออนไลน์ มาตรา 33 ปี 2569
- ธนาคารกรุงศรีอยุธยา: ประกันสังคมมาตรา 33, 39, 40 ต่างกันอย่างไร
- JobsDB: ถูกเลิกจ้าง สิทธิประโยชน์และค่าชดเชยอะไรที่ควรได้บ้าง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หมวด 11 ค่าชดเชย มาตรา 118 ถึง 122


