ตรวจมะเร็งปากมดลูกตามสิทธิของรัฐเริ่มได้ที่อายุ 30 ปี โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นหญิงไทยอายุ 30 ถึง 59 ปีทุกคน และหญิงอายุ 15 ถึง 29 ปีที่มีความเสี่ยงสูง ใช้วิธี HPV DNA Test เป็นลำดับแรก ถ้าไม่พบเชื้อให้กลับมาตรวจอีกครั้งใน 5 ปี ขณะที่คำแนะนำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีไทย พ.ศ. 2567 ซึ่งราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยจัดทำร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปี
ประเด็นสำคัญ
- สิทธิ สปสช. ให้หญิงไทยอายุ 30 ถึง 59 ปีตรวจ HPV DNA Test ฟรี และหญิงอายุ 15 ถึง 29 ปีที่มีความเสี่ยงสูงก็ใช้สิทธิได้
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า สปสช. เพิ่มสิทธิประโยชน์นี้ตั้งแต่ปี 2563 ให้หญิงไทยอายุ 30 ถึง 60 ปีใช้ได้ฟรีทุกสิทธิการรักษาทั่วประเทศ
- ตารางคำแนะนำ พ.ศ. 2567 ให้เริ่มตรวจที่อายุ 25 ปี ตรวจหาเชื้อเอชพีวีทุก 5 ปี หรือตรวจเซลล์วิทยาทุก 2 ปี
- ผล HPV Negative ให้ตรวจซ้ำใน 5 ปี ผลบวกสายพันธุ์ 16 หรือ 18 ส่งส่องกล้องคอลโปสโคปทันที ส่วนสายพันธุ์เสี่ยงสูงอื่นต้องตรวจเซลล์วิทยาต่อ
- ปีงบประมาณ 2568 มีผู้เข้ารับการคัดกรอง 1,414,771 ราย คิดเป็นร้อยละ 64.34 ของเป้าหมาย และร้อยละ 85.35 ตรวจด้วย HPV DNA Test
- ก่อนตรวจต้องงดเพศสัมพันธ์ งดสวนล้างช่องคลอด และงดใช้ยาสอดหรือผ้าอนามัยแบบสอดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง และไม่ควรตรวจขณะมีประจำเดือน
ตรวจมะเร็งปากมดลูกควรเริ่มตอนอายุเท่าไหร่ และตรวจซ้ำบ่อยแค่ไหน?
คำตอบขึ้นกับว่าคุณถามถึงสิทธิที่รัฐจ่ายให้ หรือสิ่งที่แพทย์แนะนำ เพราะสองอย่างนี้ไม่ตรงกันพอดี
ฝั่งสิทธิ บทความของไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ที่อ้างคำแถลงของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าบริการคัดกรองด้วย HPV DNA Test เป็นวิธีลำดับแรกสำหรับหญิงไทยทุกคนที่อายุ 30 ถึง 59 ปี หรือหญิงไทยอายุ 15 ถึง 29 ปีที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย มีคู่นอนหลายคน หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ถ้าผลไม่พบเชื้อจะเข้าสู่รอบคัดกรองทุก 5 ปี
ฝั่งวิชาการ ตารางที่ 1 ในแนวทางเวชปฏิบัติเรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งทางนรีเวช เอกสารหมายเลข GY 68-038 ซึ่งราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยอนุมัติเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 ยกคำแนะนำ พ.ศ. 2567 ที่ทำร่วมกับสมาคมมะเร็งนรีเวชไทยและสถาบันมะเร็งแห่งชาติมาแสดงว่า ให้เริ่มตรวจที่อายุ 25 ปีทั้งสามวิธี เอกสารฉบับเดียวกันอธิบายว่ามะเร็งปากมดลูกในสตรีไทยอายุน้อยกว่า 25 ปีพบได้น้อย และรอยโรคที่เจอในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่มีความสำคัญทางคลินิก การเริ่มเร็วเกินไปจึงเสี่ยงต่อการตรวจเพิ่มและการรักษาที่ไม่จำเป็น
ความเห็นของเราคือ ถ้าคุณอายุ 25 ถึง 29 ปีและไม่เข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยงของ สปสช. ให้ถามแพทย์ตรง ๆ ว่าควรตรวจเลยหรือรอถึง 30 ปี เพราะเป็นช่วงที่คำแนะนำกับสิทธิเหลื่อมกันอยู่จริง
ตรวจถึงอายุเท่าไหร่จึงหยุดได้
ตารางคำแนะนำ พ.ศ. 2567 ให้หยุดตรวจได้หลังอายุ 65 ปี โดยถ้าตรวจหาเชื้อเอชพีวีอย่างเดียวหรือตรวจร่วมกับเซลล์วิทยา ต้องมีผลปกติติดต่อกัน 2 ครั้ง แต่ถ้าใช้เซลล์วิทยาอย่างเดียวต้องมีผลปกติติดต่อกัน 5 ครั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีข้อยกเว้นที่เขียนไว้ชัดว่า สตรีอายุมากกว่า 65 ปีที่ยังมีเพศสัมพันธ์หรือมีคู่นอนหลายคนควรตรวจต่อไป ส่วนผู้ที่ตัดมดลูกพร้อมปากมดลูกออกแล้วและไม่เคยมีประวัติรอยโรคก่อนมะเร็งระดับ CIN 2-3 หรือมะเร็งปากมดลูก ไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรอง
HPV DNA test กับ Pap smear ต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่สิ่งที่มองหา แปปสเมียร์มองหาเซลล์ที่เปลี่ยนรูปไปแล้ว ส่วน HPV DNA Test มองหาตัวเชื้อที่เป็นต้นเหตุ หนังสือแนวทางการตรวจคัดกรอง วินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า เชื้อเอชพีวีกลุ่มเสี่ยงสูงเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกในสตรีทั่วโลกมากกว่าร้อยละ 99
เชื้อกลุ่มเสี่ยงสูงที่ชุดตรวจในโครงการของไทยแยกได้มี 14 สายพันธุ์ ได้แก่ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 66 และ 68 โดยสายพันธุ์ 16 และ 18 มีศักยภาพก่อมะเร็งสูงที่สุด จึงถูกแยกออกมาจัดการต่างจากสายพันธุ์อื่น
เรื่องความแม่นยำ เอกสารของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่าการตรวจหาเชื้อเอชพีวีควบคู่เซลล์วิทยา หรือ co-testing มีความไวในการพบรอยโรคก่อนมะเร็งสูงถึงราวร้อยละ 99 และมีคุณค่าในการทำนายผลลบเกือบร้อยละ 100 ส่วนการตรวจหาเชื้อเอชพีวีอย่างเดียวทุก 3 ปี มีสมรรถนะใกล้เคียงกับการทำ co-testing ทุก 5 ปี
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าตรวจเจอเชื้อเท่ากับเป็นมะเร็ง ซึ่งไม่จริง ข้อมูลปีงบประมาณ 2568 ที่ สปสช. เผยแพร่แสดงว่า จากผู้ตรวจ HPV DNA Test จำนวน 1,207,640 ราย พบผลผิดปกติที่มีเชื้อเสี่ยงสูง 121,600 ราย แต่เมื่อตรวจยืนยันแล้วพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก 827 ราย การพบเชื้อจึงเป็นสัญญาณให้ติดตามต่อ ไม่ใช่คำวินิจฉัย
ฉีดวัคซีนเอชพีวีแล้วยังต้องตรวจคัดกรอง
ทั้งเอกสารของสถาบันมะเร็งแห่งชาติและแนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ เขียนตรงกันว่า สตรีที่ได้รับวัคซีนเอชพีวีควรได้รับการตรวจคัดกรองเช่นเดียวกับสตรีทั่วไป เหตุผลอยู่ในข้อมูลภาคสนาม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รายงานผลนำร่องในเขตสุขภาพที่ 3 ปี 2565 จากตัวอย่าง 13,309 ราย พบผู้ติดเชื้อเอชพีวีร้อยละ 8.5 ในจำนวนผู้ติดเชื้อนั้นเป็นสายพันธุ์ 16 และ 18 ร้อยละ 17.1 เป็นสายพันธุ์อื่นร้อยละ 62.2 และติดเชื้อร่วมหลายสายพันธุ์อีกร้อยละ 20.7 หน่วยงานระบุเองว่าบางสายพันธุ์ในกลุ่มนี้วัคซีนยังป้องกันไม่ถึง อ่านรายละเอียดเรื่องเข็มและอายุได้ที่ วัคซีน HPV ฉีดกี่เข็ม อายุเท่าไหร่
วิธีตรวจคัดกรองสามแบบต่างกันตรงไหน?
ประเทศไทยมีวิธีตรวจคัดกรองที่ให้บริการอยู่สามกลุ่มหลัก คือ การตรวจหาเชื้อเอชพีวีกลุ่มเสี่ยงสูง การตรวจทางเซลล์วิทยา และการตรวจด้วยน้ำส้มสายชูหรือ VIA ตารางด้านล่างสรุปตามตารางคำแนะนำ พ.ศ. 2567 ในแนวทางเวชปฏิบัติ GY 68-038 ส่วนแถวสุดท้ายเป็นเงื่อนไขของสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่คำแนะนำทางคลินิก
| วิธีตรวจ | อายุที่เริ่มตรวจ | ความถี่ | อายุที่หยุดตรวจ | ข้อสังเกต |
|---|---|---|---|---|
| ตรวจหาเชื้อเอชพีวีกลุ่มเสี่ยงสูงอย่างเดียว | 25 ปี | ทุก 5 ปี | มากกว่า 65 ปี ถ้าผลปกติติดต่อกัน 2 ครั้ง | ตารางคำแนะนำ พ.ศ. 2567 ระบุว่าแนะนำมากกว่าอีกสองวิธี |
| ตรวจเอชพีวีร่วมกับเซลล์วิทยา (co-testing) | 25 ปี | ทุก 5 ปี | มากกว่า 65 ปี ถ้าผลปกติติดต่อกัน 2 ครั้ง | ความไวราวร้อยละ 99 ทำนายผลลบได้เกือบร้อยละ 100 |
| ตรวจเซลล์วิทยา แปปสเมียร์หรือ liquid-based | 25 ปี | ทุก 2 ปี | มากกว่า 65 ปี ถ้าผลปกติติดต่อกัน 5 ครั้ง | แบบ liquid-based ลดตัวอย่างไม่พอและผลลบลวงได้ดีกว่า |
| VIA ตรวจด้วยน้ำส้มสายชูแล้วจี้เย็นทันที | 30 ปี | ทุก 5 ปี | อายุเกิน 45 ปีให้เปลี่ยนไปตรวจเซลล์วิทยา | ความไวร้อยละ 79 ถึง 82 ความจำเพาะร้อยละ 91 ถึง 92 |
| เก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง (HPV self-sampling) | ตามเกณฑ์ของวิธีตรวจเอชพีวี | ทุก 5 ปี ถ้าผลเป็นลบ | ตามแนวทางตรวจเอชพีวี | ใช้เมื่อไม่สะดวกมาตรวจกับบุคลากรสาธารณสุข |
| สิทธิ สปสช. ตรวจ HPV DNA Test ฟรี | 30 ปี | ทุก 5 ปี ถ้าไม่พบเชื้อ | สิ้นสุดที่อายุ 59 ปีตามกลุ่มเป้าหมาย | อายุ 15 ถึง 29 ปีที่เสี่ยงสูงใช้สิทธิได้เช่นกัน |
สองบรรทัดล่างสุดคือจุดที่คนสับสนที่สุด การเก็บตัวอย่างด้วยตนเองไม่ใช่วิธีตรวจใหม่ แต่เป็นวิธีเก็บสิ่งส่งตรวจแบบหนึ่งของ HPV DNA Test ส่วนช่วงอายุ 30 ถึง 59 ปีเป็นขอบเขตของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ได้แปลว่าอายุ 62 ปีแล้วห้ามตรวจ
เรื่อง VIA เอกสารของสถาบันมะเร็งแห่งชาติอธิบายว่าใช้กรดน้ำส้มเจือจางร้อยละ 3 ถึง 5 ชโลมปากมดลูกนาน 1 นาทีแล้วดูการเปลี่ยนสี รู้ผลทันทีและจี้เย็นรักษาต่อได้ในครั้งเดียว แต่ประเมินรอยโรคที่อยู่ลึกในช่องคอมดลูกไม่ได้ และไม่เหมาะกับสตรีวัยหมดระดู ความจำเพาะร้อยละ 91 ถึง 92 ยังแปลว่าอาจรักษาเกินจำเป็นจากผลบวกลวงได้ราวร้อยละ 8 ถึง 9

ตรวจมะเร็งปากมดลูกฟรีไหม ใช้สิทธิอะไรได้บ้าง?
ฟรี และไม่ได้จำกัดเฉพาะคนถือบัตรทอง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2563 สปสช. เห็นชอบให้เพิ่มสิทธิประโยชน์การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test ให้สตรีไทยอายุ 30 ถึง 60 ปี ใช้ได้ฟรีทั่วประเทศทุกสิทธิการรักษา จากเดิมที่เคยใช้แปปสเมียร์หรือ VIA
นี่คือบริการกลุ่มสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งคนไทยทุกคนใช้ได้ไม่ว่าจะอยู่ในระบบประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าถือสิทธิอะไร อ่านวิธีตรวจสอบได้ที่ วิธีเช็คสิทธิรักษาพยาบาลของตัวเอง
- หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ: แจ้งขอใช้สิทธิก่อนรับบริการพร้อมแสดงบัตรประชาชน
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ: เลือกสิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค แล้วเลือกตรวจคัดกรองมะเร็งสตรี เพื่อจองคิวล่วงหน้า
- ชุดเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง: ขอรับได้ที่หน่วยบริการที่เข้าร่วม เช่น ร้านยา และคลินิกการพยาบาล
- สายด่วน สปสช. 1330: สอบถามรายชื่อหน่วยบริการที่เข้าร่วมในพื้นที่
ทุกครั้งที่ตรวจ หน่วยบริการจะลงทะเบียนในโปรแกรม HPVCXS2020 และยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนแบบ smart card เป็นหลัก ระบบจึงเห็นประวัติเดิมของคุณและอาจแจ้งว่ายังไม่ถึงรอบ 5 ปี
ผลตรวจแต่ละแบบแปลว่าอะไร และต้องทำอะไรต่อ?
คู่มือแนวทางการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ฉบับอัปเดตข้อมูลเดือนมกราคม 2566 แบ่งผลออกเป็นสามแบบ และแต่ละแบบมีเส้นทางต่อไปไม่เหมือนกัน
| ผลที่ได้ | หมายความว่าอะไร | ขั้นตอนต่อไป | กรอบเวลา |
|---|---|---|---|
| HPV Negative | ไม่พบเชื้อเอชพีวีจากสิ่งส่งตรวจ | กลับมาคัดกรองตามรอบปกติ | อีก 5 ปี |
| HPV Positive สายพันธุ์ 16 หรือ 18 | พบสายพันธุ์ที่ก่อมะเร็งสูงที่สุด | นัดส่องกล้องคอลโปสโคป | ตามนัดของหน่วยบริการ |
| HPV Positive สายพันธุ์เสี่ยงสูงอื่น | พบเชื้อ เช่น 31, 33, 45, 52, 58 | นำตัวอย่างที่เหลือไปตรวจเซลล์วิทยาแบบ liquid-based ต่อ | ต่อเนื่องจากตัวอย่างเดิม |
| เซลล์วิทยาผิดปกติตั้งแต่ ASCUS ขึ้นไป | พบเซลล์ผิดปกติที่ต้องดูให้ชัด | ส่งตรวจคอลโปสโคป | ตามนัดของหน่วยบริการ |
| เซลล์วิทยาผิดปกติน้อยกว่า ASCUS | ยังไม่ถึงเกณฑ์ส่งส่องกล้อง | ตรวจแปปสเมียร์ซ้ำ | ภายใน 1 ปี |
| ผลเซลล์วิทยาอ่านไม่ได้ (unsatisfactory) | เซลล์ไม่พอหรือมีสิ่งรบกวนการอ่าน | เก็บตัวอย่างใหม่ | ใน 6 ถึง 12 สัปดาห์ |
| เซลล์วิทยาปกติแต่ไม่มีเซลล์จากคอมดลูก | เก็บตัวอย่างไม่ครบตำแหน่ง | ตรวจซ้ำตามคำแนะนำ | ภายใน 1 ปี |
คนที่เก็บตัวอย่างเองมีเงื่อนไขพิเศษ ถ้าผลเป็นบวก คู่มือระบุว่าต้องกลับมาให้เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างอีกครั้งเพื่อทำเซลล์วิทยา เพราะตัวอย่างจากช่องคลอดที่เก็บเองใช้อ่านเซลล์ปากมดลูกไม่ได้
กรณี co-testing หนังสือของสถาบันมะเร็งแห่งชาติวางกติกาไว้ว่า ผล ASC-US ที่ไม่พบเชื้อเสี่ยงสูงให้ตรวจเซลล์วิทยาซ้ำใน 12 เดือน ถ้า ASC-US และพบเชื้อเสี่ยงสูงให้ส่งคอลโปสโคป ส่วนผลรุนแรงกว่า ASC-US ให้ส่งคอลโปสโคปทันทีโดยไม่ต้องดูผลเอชพีวี
ตัวเลขที่น่ากังวลอยู่ตรงขั้นตอนติดตาม ข้อมูลปีงบประมาณ 2568 ที่ สปสช. เผยแพร่ระบุว่า ผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่ได้รับการส่องกล้องคอลโปสโคปมี 15,156 ราย หรือร้อยละ 38.99 ของผู้ที่มีข้อบ่งชี้ต้องตรวจยืนยัน แปลว่าคนจำนวนไม่น้อยที่ผลผิดปกติยังไม่ได้เดินต่อจนจบ ถ้าผลตรวจของคุณผิดปกติแล้วยังไม่มีใครติดต่อกลับ ให้โทรกลับไปถามหน่วยบริการเอง อย่ารอ
เตรียมตัวก่อนไปตรวจอย่างไร และเก็บตัวอย่างเองทำยังไง?
ข้อควรระวังก่อนตรวจที่คู่มือของสถาบันมะเร็งแห่งชาติเขียนไว้มี 5 ข้อ ทุกข้อกันไม่ให้มีอะไรไปรบกวนเซลล์หรือเชื้อในตัวอย่าง
- ไม่ตรวจภายในมาก่อนภายใน 24 ชั่วโมง: เพราะอาจมีสารหรือยาปนเปื้อนอยู่
- งดผ้าอนามัยชนิดสอด ครีมหรือยาที่ใช้ทางช่องคลอด อย่างน้อย 48 ชั่วโมง
- ห้ามล้างหรือสวนล้างช่องคลอดภายใน 48 ชั่วโมงก่อนตรวจ: เพราะอาจไม่เหลือเซลล์ให้ตรวจ
- งดเพศสัมพันธ์ก่อนมาตรวจ 48 ชั่วโมง
- ไม่ควรตรวจขณะกำลังมีประจำเดือน
ส่วนการเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง คู่มือระบุขั้นตอนไว้ 6 ข้อ เริ่มจากล้างมือให้สะอาด จับไม้เก็บตัวอย่างตรงส่วนขีดสีดำและอย่าแตะสำลีที่ปลายไม้ สอดไม้เข้าช่องคลอดลึกประมาณ 2 นิ้ว หรือ 5 เซนติเมตร หมุนไปในทิศทางเดียวกันราว 10 ถึง 30 วินาที แล้วจุ่มลงในหลอดน้ำยาให้ขีดสีดำตรงกับขอบหลอด หักส่วนเกินทิ้ง ปิดฝาให้สนิท และเขียนชื่อข้างหลอด
ตัวอย่างต้องเก็บที่อุณหภูมิห้อง 15 ถึง 30 องศาเซลเซียส พ้นแสง และไม่ควรเก็บเกิน 4 สัปดาห์ก่อนส่งตรวจ ไทยพีบีเอสรายงานคำแถลงของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ว่าการตรวจ HPV DNA มีความไวถึงร้อยละ 90 ถึง 95 และเก็บตัวอย่างเองได้คล้ายชุดตรวจ ATK
ตัวเลขการคัดกรองของไทยบอกอะไรบ้าง?
สปสช. เผยแพร่ผลการดำเนินงานเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ว่าผู้เข้ารับการคัดกรองเพิ่มจาก 869,831 รายในปีงบประมาณ 2565 เป็น 1,049,610 รายในปี 2566 และ 1,514,891 รายในปี 2567 ส่วนปี 2568 อยู่ที่ 1,414,771 ราย หรือร้อยละ 64.34 ของเป้าหมาย ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ของปีงบประมาณ 2569 มีผู้รับบริการแล้ว 699,085 ราย เป็น HPV DNA Test 608,179 ราย หรือกว่าร้อยละ 87
ในปีงบประมาณ 2568 ผลผิดปกติที่พบเชื้อเสี่ยงสูงรวม 121,600 ราย แยกเป็นสายพันธุ์ 16 และ 18 จำนวน 30,819 ราย หรือร้อยละ 2.55 และสายพันธุ์เสี่ยงสูงอื่นอีก 90,781 ราย หรือร้อยละ 7.52 ผลการตรวจยืนยันพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก 827 ราย พบเซลล์ผิดปกติ 1,457 ราย และพบเนื้องอก 140 ราย โดยผู้ป่วยสิทธิบัตรทองที่ตรวจพบมะเร็งเข้าสู่การรักษาแล้ว 697 ราย หรือร้อยละ 84.28
ช่องว่างที่เหลืออยู่ใหญ่กว่าที่ตัวเลขรายปีทำให้รู้สึก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เคยระบุว่าสตรีไทยที่ต้องคัดกรองในรอบ 5 ปี พ.ศ. 2564 ถึง 2568 มี 15,677,638 คน แต่ปี 2565 ซึ่งมีเป้าหมาย 3,135,528 คน ตรวจจริงเพียง 613,254 คน หรือร้อยละ 19.6
ส่วนขนาดของโรคเอง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 ว่ามะเร็งปากมดลูกมีอัตราการป่วยเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงรองจากมะเร็งเต้านม แต่มีอัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 มีผู้ป่วยรายใหม่ราว 10,000 รายต่อปี และเสียชีวิตราววันละ 14 ราย ขณะที่หนังสือแนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุอัตราอุบัติการณ์ปรับมาตรฐานตามอายุไว้ที่ประมาณ 14.4 รายต่อประชากรหญิง 100,000 คนต่อปี ตัวเลขสองชุดนี้มาจากฐานข้อมูลและช่วงเวลาต่างกัน จึงใช้เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้
ตัวเลข อายุ ความถี่ และเงื่อนไขสิทธิทั้งหมดในบทความนี้คัดมาจากเอกสารที่อ้างอิงไว้ท้ายบทความ ตามสถานะ ณ วันตรวจสอบข้อมูล 14 กันยายน 2569 สิทธิประโยชน์และแนวทางเวชปฏิบัติมีการปรับปรุงเป็นระยะ ก่อนตัดสินใจควรยืนยันกับสายด่วน สปสช. 1330 หรือหน่วยบริการที่จะไปใช้สิทธิ และปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวิธีตรวจที่เหมาะกับตัวเอง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อย
ตรวจมะเร็งปากมดลูกเริ่มได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
สิทธิของรัฐกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้ที่หญิงไทยอายุ 30 ถึง 59 ปี และหญิงอายุ 15 ถึง 29 ปีที่มีความเสี่ยงสูง ส่วนตารางคำแนะนำ พ.ศ. 2567 ของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปี
ตรวจมะเร็งปากมดลูกฟรีจริงไหม ต้องใช้บัตรทองเท่านั้นหรือเปล่า?
ฟรีจริง และไม่จำกัดเฉพาะบัตรทอง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ระบุว่าตั้งแต่ปี 2563 สปสช. ให้สตรีไทยอายุ 30 ถึง 60 ปีตรวจ HPV DNA Test ได้ฟรีทั่วประเทศทุกสิทธิการรักษา
ตรวจบ่อยแค่ไหน ถ้าผลปกติ?
ถ้าตรวจด้วย HPV DNA Test แล้วไม่พบเชื้อ คู่มือของสถาบันมะเร็งแห่งชาติแนะนำให้กลับมาตรวจอีกครั้งในอีก 5 ปี ส่วนการตรวจเซลล์วิทยาอย่างเดียว ตารางคำแนะนำ พ.ศ. 2567 ให้ตรวจทุก 2 ปี
HPV DNA test กับ Pap smear ต่างกันอย่างไร?
Pap smear มองหาเซลล์ที่เปลี่ยนรูปไปแล้ว ส่วน HPV DNA Test มองหาตัวเชื้อที่เป็นต้นเหตุ ซึ่งเอกสารของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่าเชื้อเอชพีวีกลุ่มเสี่ยงสูงเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกทั่วโลกมากกว่าร้อยละ 99
ตรวจพบเชื้อ HPV แปลว่าเป็นมะเร็งแล้วหรือเปล่า?
ไม่ใช่ ข้อมูลปีงบประมาณ 2568 ของ สปสช. แสดงว่าจากผู้ตรวจ 1,207,640 ราย พบผลผิดปกติที่มีเชื้อเสี่ยงสูง 121,600 ราย แต่ตรวจยืนยันแล้วพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก 827 ราย การพบเชื้อคือสัญญาณให้ติดตามต่อ
ผลเป็นบวกสายพันธุ์ 16 หรือ 18 ต้องทำอะไรต่อ?
ต้องนัดตรวจวินิจฉัยด้วยการส่องกล้องคอลโปสโคป เพราะสองสายพันธุ์นี้มีศักยภาพก่อมะเร็งสูงที่สุด ไม่ต้องรอตรวจเซลล์วิทยาก่อน
เก็บตัวอย่างด้วยตัวเองได้จริงไหม และไปรับชุดตรวจที่ไหน?
ได้ สปสช. สนับสนุนบริการ HPV Self-Sampling ตั้งแต่ปี 2566 โดยขอรับชุดตรวจได้ที่หน่วยบริการที่เข้าร่วม เช่น ร้านยาและคลินิกการพยาบาล หรือสอบถามรายชื่อที่สายด่วน 1330
ก่อนไปตรวจต้องงดอะไรบ้าง?
งดเพศสัมพันธ์ งดสวนล้างช่องคลอด และงดใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือยาสอดอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ไม่ควรตรวจภายในมาก่อนภายใน 24 ชั่วโมง และไม่ควรตรวจขณะมีประจำเดือน
ฉีดวัคซีน HPV แล้วยังต้องตรวจคัดกรองไหม?
ต้องตรวจตามปกติ เอกสารของสถาบันมะเร็งแห่งชาติและราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ ระบุตรงกันว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วควรคัดกรองเช่นเดียวกับคนทั่วไป เพราะวัคซีนไม่ได้ป้องกันเชื้อเสี่ยงสูงทุกสายพันธุ์
อายุเกิน 65 ปีแล้วหยุดตรวจได้เลยไหม?
หยุดได้เมื่อมีผลปกติต่อเนื่องตามเกณฑ์ คือผลตรวจเอชพีวีหรือ co-testing ปกติ 2 ครั้ง หรือผลเซลล์วิทยาปกติ 5 ครั้งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ถ้ายังมีเพศสัมพันธ์หรือมีคู่นอนหลายคน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตรวจต่อไป
เริ่มจากเช็กว่าตัวเองอยู่ในรอบ 5 ปีหรือยัง
ถ้าคุณอายุ 30 ปีขึ้นไปและจำไม่ได้ว่าตรวจครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ให้ถือว่าเกินรอบไว้ก่อน โทร 1330 ถามหน่วยบริการใกล้บ้านที่ให้บริการ HPV DNA Test หรือเปิดแอปเป๋าตังเลือกเมนูกระเป๋าสุขภาพเพื่อจองคิว ถ้ายังไม่สะดวกมาตรวจภายใน ให้ถามหาชุดเก็บตัวอย่างด้วยตนเองจากร้านยาที่เข้าร่วม
และถ้าเคยตรวจแล้วผลผิดปกติแต่ยังไม่ได้ไปส่องกล้องต่อ ให้ติดต่อกลับหน่วยบริการเดิมสัปดาห์นี้ เพราะตัวเลขร้อยละ 38.99 ของปี 2568 บอกว่าคนตกหล่นตรงขั้นนี้เยอะกว่าที่ควรจะเป็น ส่วนคนที่วางแผนตรวจสุขภาพรอบปี อ่านรายการตรวจตามช่วงอายุได้ที่ ตรวจสุขภาพประจำปีตรวจอะไรบ้าง
แหล่งอ้างอิง
- ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย: แนวทางเวชปฏิบัติ เรื่อง การตรวจคัดกรองมะเร็งทางนรีเวช เอกสารหมายเลข GY 68-038 อนุมัติ 15 สิงหาคม 2568
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์: แนวทางการตรวจคัดกรอง วินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ: คู่มือแนวทางการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA test อัปเดตมกราคม 2566
- TheCoverage: หนุนคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ปี 68 ตรวจ 1.4 ล้านราย 85% ตรวจด้วย HPV DNA Test (30 มิถุนายน 2569)
- Thai PBS: ฟรีหญิง 30-60 ปีตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบ HPV DNA TEST (5 มกราคม 2567)
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์: ร่วมเครือข่ายตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test ตั้งเป้าหญิงไทย 30-60 ปี 1 ล้านคน
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์: มอบรางวัลตำบลและอำเภอต้นแบบการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระดับจังหวัด (4 กันยายน 2566)
- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์: โครงการรณรงค์หยุดมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทย FINDING HPV STOP CERVICAL CANCER


