บทความแนะนำตรวจสุขภาพประจำปีตรวจอะไรบ้าง เช็กสิทธิฟรีและรายการตามช่วงอายุ

ตรวจสุขภาพประจำปีตรวจอะไรบ้าง เช็กสิทธิฟรีและรายการตามช่วงอายุ

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: ตรวจสุขภาพประจำปีที่ดีไม่ได้แปลว่าตรวจให้ครบทุกรายการ แต่คือการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเจาะเลือดเฉพาะตัวที่ตรงกับอายุและความเสี่ยงของเรา ตามแนวทางกรมการแพทย์ วัยทำงานต้องการการตรวจแล็บน้อยกว่าที่แพ็กเกจส่วนใหญ่เสนอมาก และหลายรายการก็ใช้สิทธิได้ฟรีอยู่แล้ว

ตรวจสุขภาพประจำปีตามแนวทางของกรมการแพทย์มีสามชั้น คือการซักประวัติเพื่อประเมินความเสี่ยง การตรวจร่างกายพื้นฐานอย่างวัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย และวัดรอบเอว แล้วจึงเป็นการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพียงไม่กี่รายการที่เลือกตามช่วงอายุ เช่น ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดที่ตรวจครั้งเดียวในช่วงอายุ 19 ถึง 60 ปี ระดับน้ำตาลในเลือดทุก 3 ปีเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป และระดับไขมันคอเลสเตอรอลทุก 5 ปีเมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป

ประเด็นสำคัญ

  • แนวทางการตรวจสุขภาพที่จำเป็นและเหมาะสมสำหรับประชาชน ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 ของกรมการแพทย์ แบ่งเป็นวัยเด็กและวัยรุ่น 0 ถึง 18 ปี วัยทำงาน 19 ถึง 60 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • สำหรับวัยทำงาน แนวทางเดียวกันระบุว่า serum creatinine และการตรวจปัสสาวะอยู่ในช่อง “ไม่ตรวจ” คนอายุ 60 ปีขึ้นไปจึงเริ่มตรวจปีละครั้ง
  • ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2565 บัญชีหมายเลข 1 แบ่งบริการป้องกันโรคเป็น 5 กลุ่มวัย ผู้ใหญ่ 25 ถึง 59 ปีได้ 22 รายการ ผู้สูงอายุได้ 24 รายการ
  • ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี 14 รายการ ตามที่สำนักงานประกันสังคมยืนยันเมื่อ 8 พฤษภาคม 2569
  • ตรวจน้ำตาลในเลือดต้องงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ตรวจไขมันในเลือดงด 10 ถึง 12 ชั่วโมง ระหว่างนั้นดื่มน้ำเปล่าได้
  • ภาคผนวก ก ของแนวทางกรมการแพทย์ระบุ 5 รายการที่หลักฐานไม่สนับสนุน เช่น เอกซเรย์ปอดคัดกรองมะเร็งปอด การตรวจ PSA และการตรวจกรดยูริก
นิยาม: การตรวจคัดกรอง (screening) คือการตรวจหาความผิดปกติในคนที่ยังไม่มีอาการ เพื่อพบโรคในระยะที่รักษาได้ผลดีกว่า จึงต่างจากการตรวจวินิจฉัยที่ทำเมื่อมีอาการแล้ว ผลคัดกรองจึงไม่ใช่คำตัดสินว่าเป็นโรค แต่เป็นการแยกว่าใครควรเข้าสู่การตรวจยืนยันต่อ

ตรวจสุขภาพประจำปีตรวจอะไรบ้าง และจำเป็นต้องตรวจทุกรายการไหม?

คนส่วนใหญ่นึกถึงการตรวจสุขภาพประจำปีเป็นใบราคาที่มีรายการเรียงยาว แล้วเลือกใบที่ยาวที่สุดเท่าที่จ่ายไหว แต่แนวทางฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 ของสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ วางลำดับไว้ตรงข้ามกัน คือเริ่มจากการถามและการตรวจตัวคน แล้วค่อยเจาะเลือดเท่าที่มีหลักฐานว่าได้ประโยชน์

ชั้นที่หนึ่ง การซักประวัติ

ตารางที่ 2.1 ให้คนอายุ 19 ถึง 60 ปีได้รับการซักประวัติปีละครั้งทุกปี หัวข้อที่ต้องถามรวมถึงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือใช้สารเสพติดใน 3 เดือนที่ผ่านมา การสัมผัสวัณโรค การคุมกำเนิด การเสียชีวิตเฉียบพลันของคนในครอบครัวก่อนอายุ 40 ปี โรคมะเร็งในครอบครัว และวัคซีนที่ได้รับใน 1 ปีที่ผ่านมา ถ้าพบความเสี่ยงจึงประเมินต่อด้วยเครื่องมือเฉพาะ เช่น Fagerstrom Test สำหรับการติดนิโคติน และ AUDIT สำหรับปัญหาจากแอลกอฮอล์ ขั้นตอนนี้ไม่มีค่าแล็บ แต่เป็นส่วนที่แพ็กเกจราคาถูกมักข้ามไป

ชั้นที่สอง การตรวจร่างกาย

วัยทำงานควรได้คลำชีพจร วัดความดันโลหิต ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง คำนวณดัชนีมวลกาย วัดเส้นรอบเอว ตรวจร่างกายตามระบบ และตรวจช่องปากโดยทันตแพทย์ จากนั้นจึงมีรายการที่ผูกกับอายุ ได้แก่ ตรวจสายตาโดยจักษุแพทย์ในช่วง 40 ถึง 60 ปี ทุก 2 ปี ตรวจเต้านมโดยบุคลากรที่ผ่านการอบรม อายุ 30 ถึง 39 ปี ทุก 3 ปี และ 40 ถึง 60 ปี ทุกปี กับแบบคัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งช่องปากสำหรับผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป แนวทางยังกำหนดแบบประเมินสองตัวที่คนมักไม่รู้ว่ามีสิทธิได้ คือ Thai CV risk score สำหรับอายุ 35 ถึง 70 ปี และแบบประเมินความเสี่ยงเบาหวานสำหรับอายุ 35 ถึง 60 ปี

ชั้นที่สาม การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ตรงนี้คือจุดที่ความคาดหวังกับหลักฐานห่างกันมากที่สุด ตารางที่ 2.2 ให้วัยทำงานตรวจเลือดเพียงสามกลุ่ม คือ CBC ตรวจ 1 ครั้งในช่วงอายุ 19 ถึง 60 ปีเพื่อดูภาวะโลหิตจาง ระดับน้ำตาลในเลือดหรือ FPG ทุก 3 ปีเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป และไขมันคอเลสเตอรอลรวมกับ HDL ทุก 5 ปีเมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป โดยเพิ่มไตรกลีเซอไรด์เฉพาะรายที่สงสัยภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ความเห็นของเราคือ คำว่า “ตรวจ 1 ครั้ง” และ “ทุก 5 ปี” นี่เองที่ทำให้คนรู้สึกว่าโรงพยาบาลขายของเกิน ทั้งที่คนสองคนอายุเท่ากันอาจได้รายการไม่เท่ากันโดยชอบธรรม ความต่างนั้นมาจากการซักประวัติ ไม่ใช่จากราคาแพ็กเกจ

สิทธิบัตรทองและประกันสังคมให้ตรวจสุขภาพฟรีอะไรบ้าง?

สองระบบนี้ให้คนละชุดและใช้ได้พร้อมกัน ชุดของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นบริการป้องกันโรคสำหรับคนไทยทุกสิทธิการรักษา ส่วนชุดของสำนักงานประกันสังคมเป็นการตรวจสุขภาพประจำปีเฉพาะผู้ประกันตน

ชุดของ สปสช. แบ่งตาม 5 กลุ่มวัย

ประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข พ.ศ. 2565 บัญชีหมายเลข 1 แบ่งบริการเป็น หญิงตั้งครรภ์ 12 รายการ เด็กเล็ก 0 ถึง 5 ปี 26 รายการ เด็กโตและวัยรุ่น 6 ถึง 24 ปี 27 รายการ ผู้ใหญ่ 25 ถึง 59 ปี 22 รายการ และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 24 รายการ ฐานกฎหมายคือมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่มีประกันสังคมหรือสิทธิข้าราชการก็ยังใช้ชุดนี้ได้

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  คำตอบ 80 เซนติเมตร เท่ากับ กี่ นิ้ว

กิจกรรมของกลุ่มผู้ใหญ่ 25 ถึง 59 ปี ได้แก่ วัคซีนคอตีบบาดทะยัก การคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูง การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การสอนตรวจเต้านมด้วยตนเอง การคัดกรองความเสี่ยงจากบุหรี่ สุรา และสารเสพติด การประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด การคัดกรองยีนมะเร็งเต้านม การตรวจเอชไอวี และการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ กลุ่มผู้สูงอายุเพิ่มการประเมินโภชนาการและความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ FIT Test ซึ่ง สปสช. ระบุเมื่อกรกฎาคม 2569 ว่าเป็นสิทธิของคนไทยอายุ 50 ถึง 70 ปีทุกสิทธิ รับบริการได้ 1 ครั้ง ทุก 2 ปี ไม่ใช่เฉพาะผู้ถือบัตรทอง ถ้ายังสับสนว่าบัตรทองกับ 30 บาทรักษาทุกที่ต่างกันอย่างไร อ่านได้ที่ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคคืออะไร และหากต้องเปลี่ยนหน่วยบริการก่อนใช้สิทธิ ดูขั้นตอนที่ วิธีย้ายสิทธิบัตรทอง

ชุดของประกันสังคม 14 รายการ

สำนักงานประกันสังคมแถลงเมื่อ 8 พฤษภาคม 2569 ว่าผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี 14 รายการ อัตราที่รัฐจ่ายให้หน่วยบริการกำหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2567 เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด 40 บาท ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด 65 บาท ไขมันในเลือด 160 บาท การตรวจปัสสาวะและการทำงานของไตรายการละ 50 บาท ทั้งหมดนี้ให้ปีละครั้งสำหรับผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ส่วนการถ่ายภาพรังสีทรวงอก 170 บาท ให้ทุก 3 ปีตั้งแต่อายุ 15 ปี และ FIT Test 60 บาท ปีละครั้งตั้งแต่อายุ 50 ปี ฝั่งมะเร็งปากมดลูกมีสามวิธี คือ HPV DNA Test ทุก 5 ปี อัตรา 330 ถึง 420 บาทตามจำนวนสายพันธุ์ Pap Smear ทุก 3 ปี อัตรา 250 บาท และวิธี VIA สำหรับอายุ 30 ถึง 55 ปี อ่านต่อที่ ตรวจมะเร็งปากมดลูกมีกี่วิธี

จุดที่ควรสังเกตคือสองระบบนี้ไม่ตรงกับแนวทางวิชาการเสมอไป ตัวอย่างชัดที่สุดคือการถ่ายภาพรังสีทรวงอก ซึ่งประกันสังคมให้ทุก 3 ปี แต่แนวทางกรมการแพทย์จัดให้ทำเฉพาะกลุ่มเสี่ยงวัณโรค และระบุในภาคผนวกว่าไม่ได้ประโยชน์สำหรับคัดกรองมะเร็งปอด การมีสิทธิจึงไม่เท่ากับมีข้อบ่งชี้

ตรวจสุขภาพตามอายุ แต่ละช่วงวัยควรตรวจอะไรบ้าง?

ตารางด้านล่างสรุปจากตารางที่ 2.2 และตารางที่ 3.3 ของแนวทางกรมการแพทย์ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2565 ตัวเลขทั้งหมดเป็นคำแนะนำสำหรับคนที่ยังไม่มีอาการและไม่มีโรคประจำตัว ส่วนคนที่มีโรคอยู่แล้วให้ใช้แผนติดตามของแพทย์เจ้าของไข้แทน

ช่วงอายุตรวจร่างกายและประเมินความเสี่ยงตรวจเลือดและปัสสาวะคัดกรองมะเร็ง
19 ถึง 29 ปีซักประวัติ วัดความดัน ดัชนีมวลกาย รอบเอว ตรวจช่องปาก ปีละครั้งCBC ครั้งเดียวในช่วง 19 ถึง 60 ปี ไขมันทุก 5 ปีตั้งแต่อายุ 20 ปียังไม่แนะนำ ยกเว้นตามความเสี่ยงเฉพาะราย
30 ถึง 34 ปีเพิ่มตรวจเต้านมโดยบุคลากรทุก 3 ปี เฉพาะผู้หญิงเหมือนช่วง 19 ถึง 29 ปีเริ่มมะเร็งปากมดลูก HPV test ทุก 5 ปี หรือ Pap smear ทุก 3 ปี
35 ถึง 39 ปีเพิ่ม Thai CV risk score และแบบประเมินความเสี่ยงเบาหวานเพิ่มน้ำตาลในเลือด FPG ทุก 3 ปีเหมือนช่วง 30 ถึง 34 ปี
40 ถึง 49 ปีเพิ่มตรวจสายตาทุก 2 ปี ตรวจเต้านมทุกปี คัดกรองรอยโรคช่องปากAnti HCV 1 ครั้งในช่วง 40 ถึง 60 ปี เฉพาะกลุ่มเสี่ยงเหมือนช่วง 35 ถึง 39 ปี
50 ถึง 59 ปีเหมือนช่วง 40 ถึง 49 ปีเหมือนช่วง 40 ถึง 49 ปีเพิ่มตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง แนะนำ FIT test
60 ถึง 74 ปีเพิ่มประเมินโภชนาการ กระดูกพรุน สมรรถภาพสมอง การหกล้ม การได้ยิน ตรวจตาทุก 2 ถึง 4 ปีCBC น้ำตาล creatinine และปัสสาวะ ปีละครั้ง ไขมันทุก 5 ปีPap smear หยุดได้หลัง 65 ปีถ้าผลปกติ 3 ครั้งติดกัน FIT test ทำต่อ
75 ปีขึ้นไปตรวจตาทุก 1 ถึง 2 ปี ประเมินกิจวัตรด้วย Barthel ADL indexไขมันไม่จำเป็นต้องตรวจ ถ้าไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือดตรวจเต้านมตามความเสี่ยงรายบุคคล
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  การเล่นฝืนคอร์ดง่ายๆ สำหรับมือใหม่
อินโฟกราฟิกสรุป ตรวจสุขภาพประจำปีตรวจอะไรบ้าง เช็กสิทธิฟรีและรายการตามช่วงอายุ
สรุปเป็นภาพ: ตรวจสุขภาพประจำปีตรวจอะไรบ้าง เช็กสิทธิฟรีและรายการตามช่วงอายุ

สิ่งที่ตารางนี้บอกและแพ็กเกจมักไม่บอกคือ รายการจะเพิ่มตามอายุอย่างช้า ๆ ไม่ได้กระโดดเป็นชุดใหญ่ทันทีที่อายุขึ้นเลขสี่ อีกจุดหนึ่งคือ สำหรับคนอายุ 18 ถึง 60 ปี ช่อง serum creatinine และช่องการตรวจปัสสาวะระบุว่า “ไม่ตรวจ” ตรงนี้แหล่งข้อมูลไม่ตรงกัน เพราะภาควิชาเวชศาสตร์ชันสูตร คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สรุปไว้เมื่อ 2 สิงหาคม 2566 ว่า serum creatinine ควรตรวจปีละครั้งตั้งแต่อายุ 35 ปี ซึ่งตรงกับที่ประกันสังคมจ่ายให้ เมื่อสองฝ่ายต่างกัน ให้ถือแนวทางกรมการแพทย์เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ส่วนสิทธิที่จ่ายให้เกินคือของแถมที่ใช้ได้ ไม่ใช่ของที่ขาดไม่ได้

ผลเลือดแต่ละค่าบอกอะไรเกี่ยวกับร่างกายเรา

  • CBC คัดกรองภาวะโลหิตจางและความผิดปกติของเม็ดเลือด เป็นค่าที่อธิบายอาการเหนื่อยง่ายและซีดได้บ่อยที่สุด
  • FPG คือระดับน้ำตาลหลังงดอาหาร ใช้คัดกรองเบาหวาน ถ้าผิดปกติ แพทย์จึงพิจารณาส่งตรวจ HbA1c ต่อ ซึ่งเป็นเครื่องมือวินิจฉัย ไม่ใช่การคัดกรองประจำ
  • ไขมันในเลือด แนวทางระบุ Total cholesterol และ HDL เป็นค่าหลักในการประเมินปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • serum creatinine และ eGFR ประเมินการทำงานของไต โดย eGFR คำนวณจากค่า creatinine ได้โดยตรง
  • การตรวจปัสสาวะ ดูความผิดปกติโดยรวมของระบบทางเดินปัสสาวะ แนวทางให้เริ่มตรวจประจำเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป
  • HBsAg ดูการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับ แนวทางให้ตรวจครั้งเดียวเฉพาะคนที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535

ตัวเลขจริงช่วยให้เห็นว่าการคัดกรองทำงานอย่างไร ปีงบประมาณ 2568 มีผู้รับบริการ FIT Test 1,387,573 ราย พบผลผิดปกติ 102,450 ราย คิดเป็นร้อยละ 7.38 และในกลุ่มผู้ใช้สิทธิบัตรทองที่ผลผิดปกติ มีผู้ได้รับการส่องกล้องยืนยัน 37,314 ราย หรือร้อยละ 46.03 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 30.27 ในปี 2566 และร้อยละ 38.51 ในปี 2567 ตัวเลขชุดนี้สะท้อนว่าคนที่ตรวจแล้วผิดปกติยังหลุดจากขั้นตอนยืนยันไปกว่าครึ่ง การตรวจอย่างเดียวจึงไม่พอ ต้องตามผลด้วย

ต้องงดน้ำงดอาหารกี่ชั่วโมงก่อนตรวจสุขภาพ?

คำตอบขึ้นกับว่าจะตรวจอะไร ไม่ใช่ทุกการเจาะเลือดที่ต้องอด ตามคำแนะนำของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 19 มกราคม 2569 การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดต้องงดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ส่วนการตรวจไขมันในเลือดให้งด 10 ถึง 12 ชั่วโมง โดยงดชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และลูกอมด้วย ดื่มได้เฉพาะน้ำเปล่า ส่วนการตรวจเลือดรายการอื่นไม่ต้องงดอาหาร

  • นอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนวันตรวจ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • ก่อนเก็บปัสสาวะ ให้งดอาหารและเครื่องดื่มรสหวาน 24 ชั่วโมง และผู้หญิงควรเลี่ยงการตรวจระหว่างมีประจำเดือน
  • การถ่ายภาพรังสีทรวงอก ให้เลี่ยงถ้าสงสัยว่าตั้งครรภ์หรือไม่แน่ใจ
  • การตรวจแมมโมแกรม ให้เลี่ยงช่วง 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน ช่วงที่เหมาะคือหลังประจำเดือนหมด
  • ยาลดความดันโลหิตรับประทานตามที่แพทย์สั่งได้ในเช้าวันตรวจ

แหล่งข้อมูลต่างกันเล็กน้อยตรงเรื่องแอลกอฮอล์ บทความของ PPTV HD36 เมื่อ 23 พฤษภาคม 2567 ซึ่งอ้างข้อมูลจากโรงพยาบาลพญาไท นวมินทร์ ระบุการงดอาหารก่อนตรวจไขมันที่ 10 ถึง 12 ชั่วโมงเช่นกัน แต่แนะนำให้งดแอลกอฮอล์ถึง 3 วันถ้าต้องการค่าไตรกลีเซอไรด์และ LDL ที่แม่นยำ กรณีแบบนี้ให้ยึดใบเตรียมตัวที่โรงพยาบาลผู้ตรวจส่งให้ เพราะเป็นฝ่ายที่จะอ่านผลให้เรา

รายการไหนที่หลักฐานไม่สนับสนุน และแพ็กเกจแบบไหนที่ควรระวัง

ภาคผนวก ก ของแนวทางกรมการแพทย์มีชื่อตรงไปตรงมาว่า “รายการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีหลักฐานไม่สนับสนุนในการตรวจสุขภาพประชาชน” และระบุไว้ 5 รายการ

  • เอกซเรย์ปอดในการตรวจสุขภาพทั่วไป การทบทวนอย่างเป็นระบบใน The Cochrane Library พบว่าการเอกซเรย์ปอดทุกปีเพื่อคัดกรองมะเร็งปอดไม่ลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดหลังติดตาม 13 ปี ค่าความเสี่ยงสัมพัทธ์เป็น 0.99 ช่วงความเชื่อมั่นร้อยละ 95 อยู่ที่ 0.91 ถึง 1.07
  • การคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก การทบทวนของ The Cochrane Systematic Review ปี ค.ศ. 2013 เรื่องการตรวจทางทวารหนักด้วยนิ้วร่วมกับการตรวจ PSA พบว่าไม่ลดอัตราการเสียชีวิต ไม่ว่าจะเริ่มที่อายุ 45 ปี 50 ปี หรือ 55 ปีขึ้นไป
  • การตรวจกรดยูริกในเลือด ผู้ที่มีกรดยูริกสูงแต่ไม่มีอาการ ประมาณ 2 ใน 3 หรือมากกว่านั้นไม่กลายเป็นโรคเก๊าท์หรือนิ่ว การให้ยาลดกรดยูริกโดยไม่จำเป็นยังเสี่ยงต่อการแพ้ยาถึงขั้นเสียชีวิต
  • การตรวจ BUN สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยแนะนำให้คัดกรองโรคไตเรื้อรังในผู้ที่มีความเสี่ยงสูงด้วยการประเมิน eGFR ซึ่งคำนวณจาก creatinine โดยไม่ต้องใช้ค่า BUN
  • การตรวจเอนไซม์ตับ ข้อมูลปัจจุบันยังไม่พบประโยชน์ของการใช้ค่า SGOT SGPT และ ALP ในการคัดกรองความผิดปกติของตับในคนปกติ

ห้ารายการข้างต้นมีอยู่ในแพ็กเกจที่ขายกันทั่วไปแทบทุกใบ ไม่ได้แปลว่าโรงพยาบาลทำผิด เพราะแนวทางฉบับนี้ระบุชัดว่ามิใช่ข้อบังคับของการปฏิบัติ แต่แปลว่าผู้รับบริการมีสิทธิถามว่ารายการนี้จะเปลี่ยนการดูแลของเราอย่างไรถ้าผลผิดปกติ ถ้าคำตอบคือ “ตรวจซ้ำอีกที” อย่างเดียว นั่นคือสัญญาณว่ากำลังซื้อความกังวล ไม่ใช่ซื้อข้อมูล อีกอย่างที่ควรระวังคือแพ็กเกจที่รวมสารบ่งชี้มะเร็งหลายตัวในราคาเดียว เวชศาสตร์ชันสูตร จุฬาฯ จัด tumor marker ไว้เป็นการตรวจเฉพาะตามความเสี่ยง ไม่ใช่รายการพื้นฐาน

ค่าตรวจสุขภาพเบิกได้ไหม และต้องจ่ายเองเมื่อไหร่?

ถ้าเป็นรายการที่อยู่ในชุดสิทธิ คำตอบคือไม่ต้องจ่ายและไม่ต้องเบิก เพราะหน่วยบริการเรียกเก็บจากกองทุนโดยตรง ชุด 14 รายการของประกันสังคมใช้ได้ที่สถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ เพียงนัดหมายล่วงหน้าและนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแสดง กรณีที่ต้องจ่ายเองมีสามแบบ คือรายการที่ไม่อยู่ในชุดสิทธิเลย รายการที่อยู่ในสิทธิแต่เราตรวจถี่กว่าที่กำหนด เช่น ขอตรวจไขมันทุกปีทั้งที่สิทธิให้ทุก 5 ปี และการไปตรวจนอกหน่วยบริการที่ระบุไว้

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  โรง พยาบาล ศัลยกรรม ตกแต่ง ดับเบิ้ล ยู: บริการศัลยกรรมตกแต่ง

สำหรับผู้มีสิทธิสวัสดิการข้าราชการ ข้อมูลที่เราตรวจสอบได้จากการแถลงความร่วมมือระหว่างประกันสังคมกับ สปสช. เมื่อ 1 เมษายน 2567 ระบุเพียงว่า สปสช. อยู่ระหว่างประสานกับกรมบัญชีกลางและหน่วยงานอื่นเพื่อบูรณาการสิทธิประโยชน์ในแนวทางเดียวกัน เราไม่พบประกาศที่ยืนยันผลของการประสานงานนั้น ผู้มีสิทธิข้าราชการจึงควรสอบถามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายกับต้นสังกัดหรือกรมบัญชีกลางก่อนเข้ารับบริการ อีกเรื่องที่คนมักลืมคือวัคซีนผู้ใหญ่ ซึ่งอยู่ในชุดบริการป้องกันโรคเช่นกัน ถ้าจะไปตรวจสุขภาพอยู่แล้วควรถามในคราวเดียว อ่านต่อที่ วัคซีนที่ผู้ใหญ่ควรฉีด

ตัวเลข อัตราค่าบริการ ช่วงอายุ และความถี่ทั้งหมดในบทความนี้ อ้างจากแหล่งที่ระบุไว้ท้ายบทความ ตามข้อมูลที่ตรวจสอบเมื่อ 14 กันยายน 2569 หลักเกณฑ์ของ สปสช. และสำนักงานประกันสังคมมีการปรับทุกปี โปรดยืนยันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนใช้สิทธิ และปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกรายการตรวจที่เหมาะกับตัวเอง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

คำถามที่พบบ่อย

ตรวจสุขภาพประจำปีต้องตรวจทุกปีจริงหรือไม่?

การซักประวัติและตรวจร่างกายพื้นฐานให้ทำปีละครั้งทุกปีตั้งแต่อายุ 19 ปี แต่การตรวจเลือดส่วนใหญ่ไม่ใช่ทุกปี เช่น ไขมันคอเลสเตอรอลทุก 5 ปี และน้ำตาลในเลือดทุก 3 ปีสำหรับผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป

ต้องงดอาหารกี่ชั่วโมงก่อนเจาะเลือด?

งดอย่างน้อย 8 ชั่วโมงสำหรับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และ 10 ถึง 12 ชั่วโมงสำหรับการตรวจไขมันในเลือด ตามคำแนะนำของโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ การตรวจเลือดรายการอื่นไม่ต้องงดอาหาร

ระหว่างงดอาหารดื่มน้ำเปล่าได้ไหม?

ดื่มได้ตามปกติ สิ่งที่ต้องงดคืออาหาร ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และลูกอม การดื่มน้ำเปล่าพอเหมาะยังช่วยให้เจาะเลือดได้ง่ายขึ้น

ผู้ประกันตนตรวจสุขภาพฟรีได้กี่รายการ?

สำนักงานประกันสังคมระบุเมื่อ 8 พฤษภาคม 2569 ว่าผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 มีสิทธิตรวจสุขภาพประจำปีฟรี 14 รายการ ที่สถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ

คนที่ไม่มีบัตรทองใช้สิทธิตรวจฟรีของ สปสช. ได้หรือเปล่า?

ได้ บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช. เป็นสิทธิของคนไทยทุกสิทธิการรักษาตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

FIT Test ตรวจได้บ่อยแค่ไหน และผลบวกแปลว่าเป็นมะเร็งหรือยัง?

สปสช. ระบุเมื่อกรกฎาคม 2569 ว่าคนไทยอายุ 50 ถึง 70 ปีทุกสิทธิ รับบริการได้ 1 ครั้ง ทุก 2 ปี และย้ำว่าผลบวกยังไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง แต่ต้องตรวจยืนยันด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่

เอกซเรย์ปอดทุกปีช่วยจับมะเร็งปอดได้เร็วขึ้นไหม?

ไม่ได้ ภาคผนวก ก ของแนวทางกรมการแพทย์อ้างการทบทวนใน The Cochrane Library ว่าการเอกซเรย์ปอดทุกปีไม่ลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดหลังติดตาม 13 ปี ค่าความเสี่ยงสัมพัทธ์เท่ากับ 0.99

ผู้ชายควรตรวจ PSA คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากไหม?

แนวทางกรมการแพทย์จัดไว้ในกลุ่มที่หลักฐานไม่สนับสนุน โดยอ้างการทบทวนของ Cochrane ปี ค.ศ. 2013 ที่พบว่าไม่ลดอัตราการเสียชีวิต ผู้ที่มีอาการหรือมีประวัติครอบครัวควรปรึกษาแพทย์เป็นรายบุคคล

ผู้หญิงควรเริ่มตรวจมะเร็งปากมดลูกเมื่ออายุเท่าไหร่?

แนวทางกรมการแพทย์ให้เริ่มที่อายุ 30 ปี โดย HPV test ทุก 5 ปี หรือ Pap smear ทุก 3 ปี ในช่วงอายุ 30 ถึง 65 ปี และหยุดตรวจได้หลังอายุ 65 ปีถ้าผลปกติ 3 ครั้งติดต่อกัน

ผู้สูงอายุต้องตรวจอะไรเพิ่มจากวัยทำงานบ้าง?

เพิ่ม serum creatinine และการตรวจปัสสาวะปีละครั้ง พร้อมประเมินโภชนาการด้วย Thai Mini Nutrition Assessment ความเสี่ยงกระดูกพรุนด้วย OSTA index หรือ Thai FRAX Score และการทรงตัวด้วย Time Up and Go Test

เริ่มจากการดูว่าเรามีสิทธิอะไรอยู่แล้ว

ก่อนเปิดใบราคาแพ็กเกจ ลองทำสามอย่างตามลำดับ หนึ่งคือนับอายุตัวเองแล้วดูว่าในตารางข้างต้นช่วงอายุของเราแนะนำอะไร สองคือถามสายด่วน สปสช. 1330 หรือสายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506 ว่าสิทธิที่มีจ่ายให้รายการไหนแล้ว และสามคือเขียนรายการที่เหลือจริง ๆ ลงกระดาษหนึ่งแผ่นก่อนไปโรงพยาบาล ถ้าปีนี้ทำได้อย่างเดียว ให้เลือกการวัดความดันโลหิตและการซักประวัติกับแพทย์ เพราะเป็นสองอย่างที่แนวทางให้ทำทุกปีตั้งแต่อายุ 19 ปี และเป็นสองอย่างที่แพ็กเกจราคาแพงมักใช้เวลาน้อยที่สุด

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด