ไทยช่วยไทยพลัสต้องเติมเงินของตัวเองเข้า G-Wallet วันละ 133.33 บาทถ้าต้องการรับเงินสนับสนุนจากรัฐเต็ม 200 บาทต่อวัน หรือเดือนละ 666.67 บาทถ้าต้องการใช้วงเงินรัฐเต็ม 1,000 บาทต่อเดือน เพราะรัฐจ่ายร้อยละ 60 และผู้ได้สิทธิจ่ายเองร้อยละ 40 ของยอดซื้อ ตลอด 4 เดือนตั้งแต่ 1 มิถุนายนถึง 30 กันยายน 2569 รัฐช่วยสูงสุดคนละ 4,000 บาท โดยเราต้องใส่เงินเองรวม 2,666.67 บาท
ประเด็นสำคัญ
- คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการเมื่อ 19 พฤษภาคม 2569 กรมประชาสัมพันธ์รายงานกรอบงบประมาณ 175,718.66 ล้านบาท สำหรับผู้ได้สิทธิราว 43 ล้านคน
- รัฐจ่ายร้อยละ 60 ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน วงเงินที่เหลือในเดือนใดจะไม่ยกไปเดือนถัดไป
- จุดคุ้มที่สุดต่อวันคือยอดซื้อ 333.33 บาท รัฐจ่าย 200 บาท เราจ่าย 133.33 บาท
- เติมเงินเข้า G-Wallet ได้ 4 ทาง คือ Mobile Banking ด้วยเลข G-Wallet ID 15 หลัก, QR Code, ตู้ ATM และบัญชีกรุงไทยที่ผูกกับเป๋าตัง
- ใช้สิทธิที่ร้านได้ 1 มิถุนายนถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 ถึง 23.00 น. ส่วนฟู้ดเดลิเวอรีเริ่ม 15 มิถุนายน เวลา 06.00 ถึง 21.00 น.
- เงินที่เราเติมเองโอนออกได้ ส่วนเงินรัฐโอนออกหรือถอนเป็นเงินสดไม่ได้ ใช้ไม่ทันก็หายไป
ไทยช่วยไทยพลัสคืออะไร และใครเป็นผู้ดูแลโครงการ?
ไทยช่วยไทยพลัส หรือชื่อเต็มว่า “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เป็นมาตรการของรัฐบาลที่ช่วยออกค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะให้ประชาชนบางส่วน เพื่อลดภาระค่าครองชีพและให้เงินหมุนไปถึงร้านค้ารายย่อย กรมประชาสัมพันธ์รายงานเมื่อ 20 พฤษภาคม 2569 ว่าคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการในการประชุมวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยกระทรวงการคลังเป็นเจ้าของเรื่อง
ตามข่าวเดียวกัน กลุ่มเป้าหมายรวมราว 43 ล้านคน แบ่งเป็นประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนร่วมจ่ายแบบ 60/40 จำนวน 30 ล้านสิทธิ และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกราว 13.18 ล้านคน ใช้กรอบงบประมาณ 175,718.66 ล้านบาท
ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้จะเจอระบบของธนาคารกรุงไทยสองแอป ฝั่งประชาชนใช้แอป “เป๋าตัง” ซึ่งมีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ชื่อ G-Wallet ส่วนฝั่งร้านค้าใช้แอป “ถุงเงิน” สร้าง QR Code รับเงิน หลายคนพิมพ์ค้นหาว่า “เติมเงินเป๋าตุง” ซึ่งหมายถึงแอปเดียวกัน ชื่อที่ถูกต้องคือ เป๋าตัง
ไทยช่วยไทยพลัสต้องเติมเงินเท่าไหร่ ถึงจะได้สิทธิเต็ม?
คำตอบขึ้นกับว่าอยากใช้เต็มวันหรือเต็มเดือน ถ้าอยากได้เงินรัฐเต็ม 200 บาทในวันนั้น ต้องซื้อของรวม 333.33 บาท รัฐจ่าย 200 บาท เราจ่าย 133.33 บาท ถ้าอยากใช้วงเงินรัฐเต็ม 1,000 บาทในเดือนนั้น ต้องซื้อรวม 1,666.67 บาท โดยเราจ่ายเอง 666.67 บาท ตัวเลขชุดนี้ไทยรัฐคำนวณไว้เมื่อ 1 มิถุนายน 2569 และไทยพีบีเอสให้ผลตรงกันตั้งแต่ 20 พฤษภาคม 2569 (ปัดเป็น 667 บาท)
สูตรคิดง่าย ๆ คือ ส่วนของรัฐเท่ากับยอดซื้อคูณ 0.6 ส่วนของเราเท่ากับยอดซื้อคูณ 0.4 จนกว่าส่วนของรัฐจะชนเพดาน 200 บาทในวันนั้น พอชนเพดานแล้ว ทุกบาทที่ซื้อเพิ่มเราจ่ายเองทั้งหมด ตารางด้านล่างใช้ตัวอย่างที่เดลินิวส์คำนวณไว้เมื่อ 27 พฤษภาคม 2569
| ยอดซื้อในวันนั้น (บาท) | รัฐจ่าย (บาท) | เราจ่ายจาก G-Wallet (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 50 | 30 | 20 | คิด 60/40 ตามปกติ |
| 100 | 60 | 40 | คิด 60/40 ตามปกติ |
| 250 | 150 | 100 | ยังไม่ชนเพดานรายวัน |
| 333.33 | 200 | 133.33 | จุดที่ได้เงินรัฐเต็มเพดานพอดี |
| 400 | 200 | 200 | ส่วนเกินเพดานเราจ่ายเองทั้งหมด |
| 500 | 200 | 300 | ส่วนเกินเพดานเราจ่ายเองทั้งหมด |
จากตาราง ยอดซื้อ 400 บาทกับ 500 บาทได้เงินรัฐเท่ากันคือ 200 บาท ถ้าเป้าหมายคือให้เงินรัฐทำงานเต็มที่ ควรกระจายการซื้อเป็นหลายวัน วันละไม่เกินราว 333 บาท ดีกว่าไปซื้อก้อนใหญ่ครั้งเดียว
เติมเงินรายวัน รายเดือน หรือทั้งโครงการ ต่างกันอย่างไร
บทความของไทยรัฐเมื่อ 1 มิถุนายน 2569 แยกตัวเลขไว้ 3 แบบ แบบรายวันคือเติม 133.33 บาทเพื่อรับเงินรัฐ 200 บาท แบบรายเดือนคือเติม 666.67 บาทเพื่อรับเงินรัฐ 1,000 บาท และแบบทั้งโครงการ 4 เดือนคือเติมรวม 2,666.67 บาทเพื่อรับเงินรัฐสูงสุด 4,000 บาท
เพราะเพดานรายวันคือ 200 บาท และเพดานรายเดือนคือ 1,000 บาท ใช้เต็มวันทุกวันจะหมดวงเงินรัฐของเดือนนั้นภายใน 5 วัน ใครใช้ถึงเพดานในวันที่ห้าของเดือนแล้ว วันที่เหลือของเดือนนั้นจะจ่ายเต็มราคาด้วยเงินตัวเอง ไม่ได้ส่วนลดอีก
ความเห็นของเราคือ เติมพอดีกับที่ตั้งใจจะซื้อในสัปดาห์นั้นก็พอ เพราะเงินที่เกินมาใน G-Wallet ไม่ได้เพิ่มสิทธิให้

เติมเงินเข้า G-Wallet ในแอปเป๋าตังทำได้กี่ช่องทาง?
ทำได้ 4 ช่องทาง ข่าวช่อง 7HD เมื่อ 27 พฤษภาคม 2569 และสนุกดอทคอมเมื่อ 31 พฤษภาคม 2569 อธิบายไว้ตรงกัน คือ โอนผ่าน Mobile Banking ด้วยเลข G-Wallet ID, สแกน QR Code, เติมที่ตู้ ATM และตัดเงินจากบัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกไว้กับเป๋าตัง ทุกช่องทางปลายทางคือ G-Wallet ใบเดียวกัน
| ช่องทาง | ต้องมีอะไร | ขั้นตอนโดยย่อ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|
| Mobile Banking ด้วย G-Wallet ID | แอปธนาคารใดก็ได้ และเลข G-Wallet ID 15 หลัก | คัดลอกเลขจากเป๋าตัง แล้วโอนผ่านเมนูเติมเงิน e-Wallet ในแอปธนาคาร | คนที่ไม่มีบัญชีกรุงไทย |
| QR Code | แอปธนาคารที่สแกน QR ได้ | บันทึกรูป QR จากเมนู G-Wallet แล้วเปิดแอปธนาคารสแกนรูปนั้น | คนที่ไม่อยากพิมพ์เลข 15 หลัก |
| ตู้ ATM | บัตร ATM และเลข G-Wallet ID | เลือกเมนูเติมเงินหรือโอนเงิน เลือก e-Wallet ใส่เลข 15 หลัก ตรวจชื่อ ใส่จำนวนเงิน | คนที่ไม่ใช้ Mobile Banking |
| Krungthai NEXT | บัญชีกรุงไทยที่ผูกกับเป๋าตัง | กดแบนเนอร์ในเป๋าตัง ใส่จำนวนเงิน ยืนยันด้วยรหัส PIN | ลูกค้ากรุงไทย |
| Paotang Pay | บัญชีกรุงไทยที่เชื่อมไว้ในเป๋าตัง | กดแบนเนอร์ Paotang Pay ใส่จำนวนเงิน ตรวจข้อมูล กด PIN | คนที่เปิดใช้ Paotang Pay แล้ว |
สองแถวสุดท้ายคือช่องทางผ่านบัญชีกรุงไทยช่องทางเดียวกัน แยกให้เห็นเพราะในแอปเป็นแบนเนอร์คนละปุ่ม ทั้งสองแหล่งไม่ได้ระบุยอดเติมขั้นต่ำหรือค่าธรรมเนียม ควรดูเงื่อนไขของธนาคารที่ใช้เติม
เลข G-Wallet ID หาได้ที่ไหน
ข่าวช่อง 7HD อธิบายว่าให้เข้าแอปเป๋าตัง แล้วกดเลือกธนาคารเพื่อดู G-Wallet ID เลขนี้มี 15 หลัก และใช้แทนเลขบัญชีเวลาโอนเข้า ก่อนกดยืนยันทุกครั้ง ให้ดูว่าชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอเป็นชื่อเราเอง ถ้าเป็นชื่อคนอื่นแปลว่าพิมพ์เลขผิด
ใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสจ่ายเงินที่ร้านค้าอย่างไร?
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลลิดา เพริศวิวัฒนา แจ้งขั้นตอนไว้เมื่อ 31 พฤษภาคม 2569 ตามที่ไทยรัฐรายงาน มีอยู่ 4 ขั้น ใช้เวลาจริงที่หน้าร้านไม่ถึงนาทีถ้าเตรียมเงินไว้แล้ว
- เติมเงินเข้า G-Wallet ก่อน: เงินส่วน 40% ของเราต้องอยู่ในกระเป๋านี้ ถ้าเงินไม่พอ ระบบจะจ่ายไม่ผ่าน
- ร้านค้าเปิดแอปถุงเงิน: ร้านใส่ยอดขายแล้วสร้าง QR Code ขึ้นมาให้ลูกค้าสแกน
- เราสแกนด้วยแอปเป๋าตัง: ระบบคิดส่วนของรัฐร้อยละ 60 ภายใต้เพดานวันนั้น และหักส่วนที่เหลือจาก G-Wallet ของเรา
- ยืนยันด้วยรหัส PIN 6 หลัก: เป็นขั้นสุดท้ายก่อนรายการจะสำเร็จ อย่าบอกรหัสนี้ให้คนอื่นรู้
เวลาใช้สิทธิที่ร้านคือ 06.00 ถึง 23.00 น. ทุกวันจนถึง 30 กันยายน 2569 ตามหน้าเงื่อนไขของเว็บไซต์ทางการ ไทยช่วยไทยพลัส.th นอกช่วงเวลานี้จะสแกนใช้สิทธิไม่ได้
สั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรีได้ไหม
ได้ กรมประชาสัมพันธ์รายงานเมื่อ 9 มิถุนายน 2569 ว่าเริ่มใช้สิทธิผ่านฟู้ดเดลิเวอรีตั้งแต่ 15 มิถุนายนถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 ถึง 21.00 น. ผ่าน 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่ ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood และ Robinhood การสั่งทำผ่านแอปเป๋าตัง ส่วนร้านอาหารที่ได้รับอนุมัติเข้าโครงการแล้ว เปิดให้ผูกบัญชีกับแพลตฟอร์มตั้งแต่ 10 มิถุนายน 2569 และเลือกได้เพียง 1 แพลตฟอร์มเท่านั้น
ข้อสังเกตคือ เวลาปิดของเดลิเวอรีเร็วกว่าการสแกนที่ร้าน 2 ชั่วโมง ใครชินกับการสั่งมื้อดึก ต้องสั่งก่อน 21.00 น. จึงจะได้สิทธิ
ใครมีสิทธิไทยช่วยไทยพลัส และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อะไร?
หน้าเงื่อนไขสำหรับประชาชนบนเว็บไซต์ทางการกำหนดคุณสมบัติไว้ว่า ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนคนที่ไม่มีสิทธิสมัครในกลุ่ม 60/40 มีสองกลุ่มหลัก
- คนที่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืน จากโครงการคนละครึ่ง (ทุกระยะ) และคนละครึ่ง พลัส
- ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เพราะกลุ่มนี้ได้รับความช่วยเหลืออีกแบบหนึ่ง
การลงทะเบียนของประชาชนทั่วไปเปิดผ่านแอปเป๋าตังระหว่าง 25 ถึง 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 ถึง 22.00 น. จนกว่าจะครบ 30 ล้านสิทธิ กรมประชาสัมพันธ์รายงานเมื่อ 26 พฤษภาคม 2569 ว่า ณ 23.00 น. ของวันแรก มีประชาชนลงทะเบียนแล้ว 24,439,670 ราย ช่วงลงทะเบียนนี้ปิดไปแล้ว คนที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้จึงสมัครเพิ่มในรอบนี้ไม่ได้
ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เท่าไหร่
Thai PBS Verify ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 21 พฤษภาคม 2569 ว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้วงเงินเพิ่มเดือนละ 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็นเดือนละ 1,000 บาท ไทยพีบีเอสรายงานไว้ก่อนหน้านั้นเมื่อ 8 พฤษภาคม 2569 ว่ากลุ่มนี้ไม่มีเงื่อนไขต้องสมทบเงิน และได้ต่อเนื่อง 4 เดือนตั้งแต่มิถุนายนถึงกันยายน 2569
จำนวนผู้ถือบัตรต่างกันเล็กน้อยระหว่างแหล่ง ไทยพีบีเอสเมื่อ 8 พฤษภาคมใช้ราว 13.25 ล้านคน ส่วนกรมประชาสัมพันธ์หลังมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 20 พฤษภาคมใช้ราว 13.18 ล้านคน เรายึดตัวเลขหลังซึ่งใหม่กว่า ผู้ถือบัตรที่ไม่แน่ใจสถานะของตัวเองควรตรวจกับกระทรวงการคลังโดยตรง
ร้านค้าประเภทใดใช้สิทธิได้ และห้ามซื้ออะไรบ้าง?
กรมประชาสัมพันธ์รายงานเมื่อ 26 พฤษภาคม 2569 ว่าร้านค้าที่เข้าร่วมได้มี 7 กลุ่ม เงื่อนไขหลักคือเป็นร้านรายย่อยหรือกิจการชุมชน ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์
- ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่ผู้ประกอบการไม่ใช่นิติบุคคล
- ร้านค้าธงฟ้า ทั้งที่เป็นสหกรณ์และผู้ประกอบการ
- กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง
- วิสาหกิจชุมชน
- ขนส่งสาธารณะ เช่น แท็กซี่มิเตอร์ รถตู้ รถสามล้อ รถสองแถว และรถจักรยานยนต์รับจ้าง
- ขนส่งมวลชนสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถไฟ รถโดยสารประจำทาง และเรือ
- นิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทในปี 2567
ข่าวเดียวกันระบุว่าร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม เข้าร่วมไม่ได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าร้านไหนรับสิทธิ ให้ดูว่าร้านมี QR Code จากแอปถุงเงินหรือไม่ หรือถามร้านก่อนสั่ง
สินค้าและการกระทำที่ห้าม
ไทยรัฐเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569 และเดลินิวส์เมื่อ 1 มิถุนายน 2569 สรุปรายการห้ามซื้อไว้ตรงกัน ได้แก่ สลากกินแบ่งทุกประเภท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัลและบัตรเงินสด และการจ่ายค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า นอกจากนี้ห้ามแลกสิทธิเป็นเงินสด ห้ามรับเงินทอนเป็นเงินสดจากร้าน และห้ามทำรายการโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง
เดลินิวส์ระบุว่าการสแกนต้องทำต่อหน้าที่ร้าน ห้ามส่งรูป QR ไปให้กันทางออนไลน์ และคนที่ทำผิดเงื่อนไขจะถูกตัดสิทธิและถูกเรียกเงินคืน ข้อนี้มีผลย้อนหลังด้วย เพราะคนที่เคยถูกเรียกเงินคืนจากคนละครึ่งถูกกันออกจากการสมัครรอบนี้ตั้งแต่ต้น
ไทยช่วยไทยพลัสใช้ได้ถึงเดือนไหน และเงินที่เหลือจะเป็นอย่างไร?
ใช้ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เวลา 23.00 น. เดือนกันยายนจึงเป็นเดือนสุดท้าย เดลินิวส์รายงานเมื่อ 1 กันยายน 2569 ว่ารัฐเติมวงเงินเดือนสุดท้าย 1,000 บาทให้ผู้ได้สิทธิแล้ว ครบ 4 เดือน รวม 4,000 บาท นับจากวันที่ตรวจสอบข้อมูลคือ 11 กันยายน 2569 เหลือเวลาอีก 19 วัน
เงินใน G-Wallet หลังจบโครงการแยกได้เป็น 2 ก้อน และได้ผลต่างกันมาก
- เงินที่เราเติมเอง: เดลินิวส์ระบุว่าโอนออกกลับเข้าบัญชีธนาคารได้ตลอดเวลาและไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่ต้องรีบใช้ให้หมด
- วงเงินส่วนของรัฐ: โอนออกไม่ได้และถอนเป็นเงินสดไม่ได้ ถ้าใช้ไม่หมดภายในเดือน วงเงินส่วนที่เหลือจะถูกตัดทิ้ง ไม่ยกไปเดือนถัดไป
หน้าเงื่อนไขของเว็บไซต์ทางการเขียนไว้ชัดว่า “กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป” แปลว่าวงเงินรัฐของเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคมที่ใช้ไม่หมด ได้หายไปแล้ว ไม่ได้รวมมาอยู่ในเดือนกันยายน สิ่งที่ยังใช้ได้ตอนนี้คือวงเงินของเดือนกันยายนเท่านั้น
ในแหล่งข่าวที่เราเปิดอ่านจนถึงวันตรวจสอบ ยังไม่พบประกาศทางการเรื่องขยายเวลาหรือเปิดเฟสใหม่ รายงานของ The Standard เมื่อ 5 กันยายน 2569 ก็ไม่กล่าวถึงเรื่องนี้ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงหลังจากนี้ ช่องทางที่ควรเช็กคือเว็บไซต์ ไทยช่วยไทยพลัส.th และข่าวของรัฐบาล
ผลการใช้สิทธิจนถึงช่วงท้ายโครงการ
กระทรวงการคลังเผยตัวเลขผ่านไทยพีบีเอสเมื่อ 13 สิงหาคม 2569 (ข้อมูลถึง 12 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น.) ว่ามีประชาชนเข้าร่วมแล้ว 26,040,623 ราย ร้านค้าลงทะเบียน 1,099,805 ร้าน เงินหมุนเวียน 111,880 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนรัฐ 64,350 ล้านบาทและส่วนประชาชน 47,530 ล้านบาท และมีคนใช้สิทธิครบ 1,000 บาทแล้ว 1,946,298 คน
ต่อมา The Standard รายงานเมื่อ 5 กันยายน 2569 ว่าเงินหมุนเวียนสะสมเพิ่มเป็น 138,379.3 ล้านบาท เป็นส่วนรัฐ 79,505.2 ล้านบาทและส่วนประชาชน 58,874.1 ล้านบาท ร้านค้าเพิ่มเป็น 1,192,565 ร้าน และยอดผ่านฟู้ดเดลิเวอรีเกิน 5,156.6 ล้านบาท
ตัวเลขทั้งสองชุดยืนยันสัดส่วน 60/40 ได้ในตัว เพราะส่วนรัฐ 79,505.2 ล้านบาทคิดเป็นราวร้อยละ 57 ของเงินหมุนเวียนทั้งหมด ต่ำกว่าร้อยละ 60 เล็กน้อย ส่วนต่างนี้น่าจะมาจากยอดซื้อที่เกินเพดาน 200 บาทต่อวัน ซึ่งผู้ใช้ต้องจ่ายเองทั้งหมด (แหล่งข่าวไม่ได้อธิบายส่วนต่างนี้ไว้) สำหรับคนที่ยังมีวงเงินเดือนกันยายนเหลือ ข้อสรุปในทางปฏิบัติคือไม่ควรรอถึงสัปดาห์สุดท้าย เพราะเพดานรายวันทำให้ต้องใช้อย่างน้อย 5 วันจึงจะครบ 1,000 บาท
คำถามที่พบบ่อย
ไทยช่วยไทยพลัสต้องเติมเงินกี่บาท?
เติมวันละ 133.33 บาทถ้าต้องการรับเงินรัฐเต็ม 200 บาทต่อวัน หรือเดือนละ 666.67 บาทถ้าต้องการใช้วงเงินรัฐเต็ม 1,000 บาทต่อเดือน
ไทยช่วยไทยพลัสรัฐจ่ายกี่เปอร์เซ็นต์?
รัฐจ่ายร้อยละ 60 และผู้ได้สิทธิจ่ายเองร้อยละ 40 ของยอดซื้อ โดยส่วนของรัฐไม่เกิน 200 บาทต่อวันและ 1,000 บาทต่อเดือน
ไทยช่วยไทยถึงเดือนไหน?
ใช้สิทธิได้ถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 23.00 น. เดือนกันยายน 2569 จึงเป็นเดือนสุดท้ายของโครงการ
ซื้อของเกิน 333.33 บาทในวันเดียวได้ไหม?
ได้ แต่รัฐจ่ายให้สูงสุด 200 บาทต่อวัน ส่วนที่เกินจากนั้นเราต้องจ่ายเองทั้งหมดจาก G-Wallet
เติมเงินเข้า G-Wallet ได้ทางไหนบ้าง?
ได้ 4 ทาง คือ Mobile Banking ด้วยเลข G-Wallet ID 15 หลัก, สแกน QR Code ผ่านแอปธนาคาร, ตู้ ATM และบัญชีกรุงไทยผ่าน Krungthai NEXT หรือ Paotang Pay
เป๋าตุงกับเป๋าตังคือแอปเดียวกันไหม?
ใช่ ชื่อที่ถูกต้องคือ เป๋าตัง เป็นแอปของธนาคารกรุงไทย ส่วนคำว่าเป๋าตุงเป็นคำที่คนพิมพ์ค้นหากันบ่อย
วงเงินที่ใช้ไม่หมดยกไปเดือนถัดไปได้ไหม?
ไม่ได้ เว็บไซต์ทางการระบุว่าวงเงินสิทธิที่เหลือในเดือนใดจะไม่ทบไปเดือนถัดไป ต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนั้น
เงินที่เติมไว้ใน G-Wallet ใช้ไม่หมด ถอนคืนได้ไหม?
ได้ เงินที่เราเติมเองโอนกลับเข้าบัญชีธนาคารได้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าธรรมเนียม แต่วงเงินส่วนของรัฐถอนหรือโอนออกไม่ได้
ไทยช่วยไทยพลัสใช้กับร้านสะดวกซื้อได้ไหม?
ร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์เข้าร่วมไม่ได้ตามเงื่อนไขที่กรมประชาสัมพันธ์รายงาน ร้านที่รับได้คือร้านรายย่อย ร้านธงฟ้า กิจการชุมชน และขนส่งสาธารณะ
สั่งฟู้ดเดลิเวอรีด้วยสิทธินี้ได้กี่โมง?
สั่งได้เวลา 06.00 ถึง 21.00 น. ผ่าน ShopeeFood, LINE MAN, GrabFood หรือ Robinhood โดยเริ่มตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2569
ไทยช่วยไทยพลัสซื้ออะไรไม่ได้บ้าง?
ห้ามซื้อสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัลและบัตรเงินสด และห้ามจ่ายค่าสินค้าหรือบริการล่วงหน้า
ตอนนี้ยังลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสได้อยู่ไหม?
ไม่ได้ การลงทะเบียนของประชาชนเปิดเฉพาะ 25 ถึง 29 พฤษภาคม 2569 และจำกัดที่ 30 ล้านสิทธิ
ใช้วงเงินเดือนกันยายนให้คุ้มก่อนหมดเขต
ถ้ามีสิทธิอยู่แล้ว สิ่งที่ควรทำคือเปิดเป๋าตังดูว่าวงเงินรัฐของเดือนกันยายนเหลือเท่าไหร่ แล้วเติมเงินเข้า G-Wallet แค่ 40% ของยอดที่ตั้งใจจะซื้อ เช่น ถ้าเหลือวงเงินรัฐเต็ม 1,000 บาท ก็เติม 666.67 บาท แล้วแบ่งซื้ออย่างน้อย 5 วัน วันละราว 333 บาท จะใช้วงเงินได้ครบพอดี
หลังวันที่ 30 กันยายน 2569 ให้เช็กยอดเงินใน G-Wallet ถ้ายังมีเงินที่เราเติมเองค้างอยู่ โอนกลับเข้าบัญชีธนาคารได้ ส่วนคำถามเรื่องสิทธิหรือผลการลงทะเบียน โทรศูนย์ช่วยเหลือ 0 2111 1122 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ตัวเลข วันที่ และเงื่อนไขในบทความนี้มาจากแหล่งอ้างอิงด้านล่าง ณ วันที่ตรวจสอบ 11 กันยายน 2569 เงื่อนไขของโครงการภาครัฐอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับกระทรวงการคลัง ธนาคารกรุงไทย หรือเว็บไซต์ ไทยช่วยไทยพลัส.th ก่อนตัดสินใจ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือกฎหมาย
แหล่งอ้างอิง
- กรมประชาสัมพันธ์: ครม. อนุมัติ “ไทยช่วยไทยพลัส” บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชนกว่า 43 ล้านคน (20 พฤษภาคม 2569)
- กรมประชาสัมพันธ์: โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เปิดลงทะเบียนรับสิทธิ 25 ถึง 29 พฤษภาคม 2569 (26 พฤษภาคม 2569)
- เว็บไซต์ทางการ ไทยช่วยไทยพลัส.th: เงื่อนไขและสิทธิสำหรับประชาชน
- กรมประชาสัมพันธ์: รัฐบาลชวนใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่าน 4 แพลตฟอร์มเดลิเวอรี (9 มิถุนายน 2569)
- กรมประชาสัมพันธ์: รัฐบาลเปิดสมัคร “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ฟู้ดเดลิเวอรี” ร้านค้าเลือกได้ 1 แพลตฟอร์ม (9 มิถุนายน 2569)
- ไทยรัฐ: “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เริ่ม 1 มิ.ย. รัฐบาลย้ำขั้นตอนใช้ผ่านเป๋าตัง (31 พฤษภาคม 2569)
- ไทยรัฐ: วิธีเติมเงินเป๋าตัง “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ต้องควักกระเป๋าตัวเองกี่บาท (1 มิถุนายน 2569)
- เดลินิวส์: คำนวณยังไง ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ซื้อของเท่านี้ ต้องจ่ายกี่บาท (27 พฤษภาคม 2569)
- ไทยพีบีเอส: เปิดสูตร “ไทยช่วยไทยพลัส” รัฐให้ 1,000 ประชาชนต้องควักเองเท่าไหร่ (20 พฤษภาคม 2569)
- ข่าวช่อง 7HD: วิธีเติมเงินเข้า G-Wallet ใช้สิทธิ ไทยช่วยไทย พลัส (27 พฤษภาคม 2569)
- สนุกดอทคอม: ไทยช่วยไทยพลัส วิธีเติมเงินเข้า G Wallet ในแอปเป๋าตัง (31 พฤษภาคม 2569)
- ไทยพีบีเอส: อัปเดต “ไทยช่วยไทยพลัส” ใช้สิทธิ 1 มิ.ย. เงื่อนไขอะไร ใครได้สิทธิบ้าง (8 พฤษภาคม 2569)
- Thai PBS Verify: ข่าวจริง “ไทยช่วยไทยพลัส” เปิดลงทะเบียน 25 พ.ค. 69 ใช้สิทธิวันละ 200 บาท (21 พฤษภาคม 2569)
- ไทยรัฐ: “ไทยช่วยไทยพลัส” ซื้ออะไรได้ ไม่ได้บ้าง เช็กข้อห้ามเด็ดขาดก่อนใช้สิทธิ (27 พฤษภาคม 2569)
- เดลินิวส์: อ่านก่อนใช้ “ไทยช่วยไทย พลัส” ส่องกฎเหล็ก ลิสต์สินค้าต้องห้าม (1 มิถุนายน 2569)
- เดลินิวส์: เดือนสุดท้าย รัฐเติมเงินไทยช่วยไทย พลัส ถ้าใช้ไม่ทัน 30 ก.ย. 69 โอนเงินออกได้ไหม (1 กันยายน 2569)
- ไทยพีบีเอส: ไทยช่วยไทย พลัส 2 เดือน เงินสะพัดกว่า 1.1 แสนล้าน (13 สิงหาคม 2569)
- The Standard: โค้งสุดท้าย “ไทยช่วยไทย พลัส” รัฐบาลเร่ง 26 ล้านสิทธิใช้จ่ายก่อนหมดเขต (5 กันยายน 2569)


