สังคมไทยอาณาจักรโยนกเชียงแสน: ตำนานสิงหนวัติ เวียงหนองล่ม และมรดกศิลปะเชียงแสน

อาณาจักรโยนกเชียงแสน: ตำนานสิงหนวัติ เวียงหนองล่ม และมรดกศิลปะเชียงแสน

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: อาณาจักรโยนกเชียงแสนเป็นแว่นแคว้นที่เรารู้จักส่วนใหญ่จากตำนาน โดยเฉพาะตำนานสิงหนวัติกุมาร ซึ่งเล่าว่าตั้งขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 12 ในลุ่มน้ำกกและน้ำโขง จังหวัดเชียงรายปัจจุบัน แล้วล่มลงเป็นหนองน้ำราวพุทธศตวรรษที่ 17 ส่วนหลักฐานที่จับต้องได้ในวันนี้ เช่น กำแพงเมืองเชียงแสน วัดป่าสัก และพระพุทธรูปแบบสิงห์หนึ่ง ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในสมัยล้านนา

อาณาจักรโยนกเชียงแสน หรือโยนกนาคพันธุ์ คือแว่นแคว้นโบราณในลุ่มแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงบริเวณอำเภอเชียงแสนและอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ซึ่งตำนานสิงหนวัติกุมารเล่าว่าตั้งขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 12 และล่มสลายราวพุทธศตวรรษที่ 17 ก่อนที่พื้นที่เดียวกันจะกลายเป็นฐานของหิรัญนครเงินยางและอาณาจักรล้านนาในเวลาต่อมา

ประเด็นสำคัญ

  • เรื่องการตั้งเมืองโดยสิงหนวัติกุมาร การช่วยของพญานาค และเมืองล่มเพราะกินปลาไหลเผือก เป็นตำนาน ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีหลักฐานยืนยันโดยตรง
  • สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ระบุว่านักวิชาการให้น้ำหนักว่าเมืองโยนกที่ล่มน่าจะอยู่บริเวณเวียงหนองหล่ม ซึ่งกินพื้นที่ 4 ตำบลใน 2 อำเภอ
  • การสำรวจเวียงหนองหล่มพบโบราณสถานและแหล่งเตาเผา 78 แหล่ง แต่โบราณวัตถุส่วนใหญ่กำหนดอายุได้เพียงสมัยล้านนา
  • พญาแสนภูสถาปนาเมืองเชียงแสนเมื่อ พ.ศ. 1871 บนร่องรอยเมืองเก่า และกำแพงเมืองได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานเมื่อ 8 มีนาคม 2478
  • พระพุทธรูปแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่งเคยถูกเชื่อว่าเก่าถึงพุทธศตวรรษที่ 16 แต่ปัจจุบันนักวิชาการจัดไว้ในศิลปะล้านนาราวพุทธศตวรรษที่ 19 ถึง 20

อาณาจักรโยนกเชียงแสนคืออะไร และอยู่ที่ไหน?

อาณาจักรโยนกเชียงแสนคือชื่อที่ตำราไทยใช้เรียกแว่นแคว้นยุคแรกของคนไทในแถบล้านนาตอนบน ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ริมแม่น้ำโขง ในตำนานมีหลายชื่อ เช่น นาคพันธุสิงหนวัตินคร โยนกนาคพันธุ์ และโยนกนครราชธานีศรีช้างแส่น ซึ่งภายหลังเรียกสั้น ๆ ว่าเชียงแสน

สิ่งที่ผู้อ่านควรรู้ตั้งแต่ต้นคือ ความรู้เรื่องโยนกเกือบทั้งหมดมาจากตำนานพื้นเมืองที่เขียนขึ้นภายหลัง ไม่ใช่จากจารึกร่วมสมัย ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ระบุว่าเมืองเชียงแสนเกี่ยวข้องกับตำนาน 3 เรื่อง ได้แก่ ตำนานเมืองสุวรรณโคมคำ ตำนานสิงหนวัติกุมาร และตำนานเมืองหิรัญนครเงินยาง

นิยาม: โยนก เป็นชื่อเรียกดินแดนและกลุ่มคนในลุ่มแม่น้ำกกและแม่น้ำโขงตอนบน ส่วนคำว่า “นาคพันธุ์” ในชื่อโยนกนาคพันธุ์ มาจากตำนานที่เล่าว่าพญานาคเป็นผู้ช่วยชี้ที่ตั้งเมือง ชื่อเมืองจึงรวมชื่อผู้สร้างเข้ากับชื่อนาค ในทางวิชาการ คำว่า อาณาจักรโยนกเชียงแสน จึงหมายถึงแว่นแคว้นตามตำนาน ไม่ใช่รัฐที่มีขอบเขตชัดเจน

ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์

แพลตฟอร์ม Culturio ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร อธิบายว่าเมืองโบราณเชียงแสนอยู่ในตำบลเวียง เขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงแสน อำเภอเชียงแสน สูงประมาณ 370 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลำน้ำคำไหลลงแม่น้ำโขงที่สบคำ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร ส่วนแม่น้ำรวกไปออกแม่น้ำโขงที่สบรวก หรือสามเหลี่ยมทองคำ เหนือเมืองขึ้นไปประมาณ 8 กิโลเมตร

ในตำนาน ขอบเขตของโยนกกว้างกว่านั้นมาก ฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมของ สผ. สรุปว่าตำนานบรรยายอาณาเขตไว้ถึงแคว้นตังเกี๋ย แม่น้ำสาละวิน และที่ราบลุ่มเจ้าพระยาตอนบน ซึ่งควรอ่านเป็นภาพในตำนาน ไม่ใช่แผนที่ที่พิสูจน์ได้

ตำนานสิงหนวัติกุมารเล่าว่าอย่างไร?

ตำนานสิงหนวัติเล่าว่าเจ้าชายสิงหนวัติพาผู้คนอพยพมาหาที่ตั้งเมืองใหม่ เมื่อมาถึงแม่น้ำโขงก็พบพญานาคจำแลงเป็นชายมาบอกสถานที่ จึงสร้างเมืองชื่อนาคพันธุสิงหนวัตินคร ตัวละคร ชื่อ และปีในส่วนนี้ทั้งหมดเป็นเนื้อหาของตำนาน ผู้เรียนควรจำในฐานะเรื่องเล่าที่คนล้านนาใช้อธิบายที่มาของบ้านเมือง

บทเรียนของทรูปลูกปัญญาสรุปตำนานไว้ว่า ท้าวเทวกาลครองกรุงราชคฤห์และมีโอรส 30 องค์ ซึ่งแยกย้ายกันไปสร้างบ้านเมือง องค์หนึ่งคือสิงหนวัติ ผู้สร้างเมืองนาคพันธุสิงหนวัตินคร ภายหลังปราบพวกกล๋อมหรือขอมดำแล้วยึดบ้านเมืองไว้ จึงเปลี่ยนชื่อเป็นโยนกนครราชธานีศรีช้างแส่น แล้วต่อมาเรียกว่าเชียงแสน

ตำนานช่วงต่อมาเล่าว่าในสมัยพระองค์พังคราช เมืองโยนกตกเป็นเมืองขึ้นของเมืองอุโมงคเสลา จนพรหมกุมารซึ่งเป็นบุตรคนรองยกทัพตีเมืองอุโมงคเสลาจนแตกและไล่ขอมดำออกไป แล้วคืนเมืองโยนกให้บิดาและพี่ชายปกครอง ส่วนตนไปสร้างเมืองใหม่ รายละเอียดชุดนี้มาจากการเล่าความตำนานใน The 101 World

นักประวัติศาสตร์มักอ่านเรื่องทำนองนี้เป็นความทรงจำร่วมของผู้คน มากกว่าเป็นบันทึกเหตุการณ์จริงทีละปี พริษฐ์ ชิวารักษ์ เขียนไว้ใน The 101 World เมื่อ 8 พฤศจิกายน 2565 ว่าตำนานช่วยฉายภาพความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเมืองที่พงศาวดารไม่ได้บันทึกไว้ แต่ก็ไม่ควรตีความองค์ประกอบเหนือธรรมชาติตามตัวอักษร ความเห็นของเราคือ ไม่ควรนำปีในตำนานไปใช้เหมือนปีที่ยืนยันแล้ว

เวียงหนองล่มเกี่ยวข้องกับตำนานเมืองล่มอย่างไร?

เวียงหนองล่ม หรือเวียงหนองหล่มในภาษาถิ่น คือพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่นักวิชาการสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของเมืองโยนกที่ล่มตามตำนาน บทความองค์ความรู้ของสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เรียบเรียงโดยนางสาวนงไฉน ทะรักษา นักโบราณคดีชำนาญการ ระบุว่ามีพื้นที่ที่ถูกเสนอไว้ 2 บริเวณ แต่จากหลักฐานโบราณสถานและโบราณวัตถุ ความเห็นที่ว่าเมืองโยนกอยู่ที่เวียงหนองหล่มมีน้ำหนักมากกว่า

ตำนานปลาไหลเผือก

ตามตำนาน ชาวเมืองจับปลาไหลเผือกมาแบ่งกันกิน จากนั้นเกิดแผ่นดินไหวและบ้านเมืองยุบจมกลายเป็นหนองน้ำ The 101 World สรุปว่าเวียงโยนกยุบจมลงไปกลายเป็นหนองน้ำ ส่วนบทเรียนของทรูปลูกปัญญาเล่าอีกฉบับว่าในสมัยพระมหาชัยชนะเกิดแผ่นดินไหว ผู้คนล้มตายเกือบหมด ผู้รอดชีวิตรวมตัวกันสร้างเมืองใหม่ริมแม่น้ำโขงชื่อเวียงปรึกษา มีขุนคลังเป็นเจ้าเมือง และลูกหลานปกครองต่อมาอีก 100 ปี เรื่องปลาไหลเผือกเป็นความเชื่อพื้นบ้าน เราเล่าไว้ในฐานะตำนาน ไม่ได้ยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง

ขอบเขตพื้นที่และสิ่งที่นักโบราณคดีพบ

สำนักศิลปากรที่ 7 ระบุว่าเวียงหนองหล่มกินพื้นที่ 4 ตำบลใน 2 อำเภอ ได้แก่ ตำบลจันจว้า ตำบลท่าข้าวเปลือก และตำบลจอมสวรรค์ ในอำเภอแม่จัน กับตำบลโยนก ในอำเภอเชียงแสน การสำรวจพบโบราณสถานทั้งวัดร้างและแหล่งเตาเผาโบราณ 78 แหล่ง แต่โบราณวัตถุและโบราณสถานส่วนใหญ่กำหนดอายุได้ในช่วงสมัยล้านนาเท่านั้น ข้อยกเว้นคือกลองมโหระทึกซึ่งมีอายุประมาณ 2,000 ถึง 2,500 ปีมาแล้ว ใครสนใจยุคกลองมโหระทึกและชุมชนก่อนมีตัวอักษร อ่านต่อได้ที่ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ไทย

คำอธิบายทางธรณีวิทยา

เวียงหนองหล่มตั้งอยู่ในแนวรอยเลื่อนแม่จันซึ่งเป็นรอยเลื่อนมีพลัง วิกิชุมชนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรและสำนักศิลปากรที่ 7 อ้างถึง ดร.นวลศิริ วงศ์ทางสวัสดิ์ ที่เสนอว่าการล่มสลายของเวียงโยนกอาจสัมพันธ์กับแผ่นดินไหวตามแนวรอยเลื่อนนี้ รายงานของผู้จัดการออนไลน์เมื่อ 24 มีนาคม 2562 บันทึกคำอธิบายของนายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ว่าพบหลักฐานแผ่นดินไหวขนาด 6.8 เมื่อราว 1,500 ปีที่แล้ว และช่วงเวลาเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงซ้ำในรอยเลื่อนนี้อยู่ที่ราว 1,500 ปี

ข้อมูลธรณีวิทยาช่วยบอกว่าแผ่นดินไหวในพื้นที่นี้เกิดขึ้นได้จริง แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าแผ่นดินไหวครั้งใดคือเหตุการณ์ในตำนาน เพราะช่วงเวลาในตำนาน คือราวพุทธศตวรรษที่ 17 กับอายุของหลักฐานแผ่นดินไหวที่รายงานไว้ไม่ได้ตรงกันพอดี

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  การ ย้าย เมืองหลวง จาก ธนบุรี มายัง ง กรุง รัตนโกสินทร์ มี สาเหตุ สำคัญ มา จาก อะไร

หลักฐานโบราณคดีบอกอะไรต่างจากตำนาน?

หลักฐานโบราณคดีบอกว่าเมืองเชียงแสนที่เราเห็นวันนี้เป็นเมืองสมัยล้านนาเป็นหลัก ส่วนการอยู่อาศัยก่อนหน้านั้นมีร่องรอยบางส่วน แต่ยังไม่มากพอจะยืนยันรายละเอียดในตำนาน ฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรเขียนว่า จากหลักฐานทางโบราณคดีและรูปแบบศิลปะ ยังไม่พบหลักฐานที่เก่าไปกว่า พ.ศ. 1871 อันเป็นปีที่พญาแสนภูสถาปนาเมืองเชียงแสน

ผลการขุดแต่งวัดพระธาตุเจดีย์หลวงที่บันทึกในฐานข้อมูลเดียวกันก็ชี้ไปทางเดียวกัน คือพบเครื่องถ้วยจากแหล่งเตาในภาคเหนือและจากจีน อายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 จึงกำหนดได้ว่าเมืองเชียงแสนมีหลักฐานการอยู่อาศัยอย่างเด่นชัดตั้งแต่ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา

อายุกำแพงเมืองจากการตรวจเรืองแสงความร้อน

ข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดมาจากการหาอายุอิฐและดินของกำแพงเมืองด้วยวิธีเรืองแสงความร้อน (Thermoluminescence หรือ TL) หน้าประวัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสน กรมศิลปากร ระบุว่าได้ค่าอายุของกำแพงเมืองเชียงแสนสมัยที่ 1 ที่ 1,400 ถึง 1,600 ปีมาแล้ว หรือราวพุทธศตวรรษที่ 10 ถึง 12 ขณะที่ข่าวของมติชนรายงานผลที่สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ เปิดเผย ว่าการศึกษาในปี พ.ศ. 2553 ถึง 2554 ใช้ตัวอย่างดินและอิฐ 13 ตัวอย่าง และแบ่งช่วงการใช้งานกำแพงเป็น 3 ช่วง คือราวพุทธศตวรรษที่ 9 ถึง 11 ราวพุทธศตวรรษที่ 16 และราวพุทธศตวรรษที่ 20 ถึง 21

ตัวเลขช่วงแรกของทั้งสองแหล่งต่างกันเล็กน้อย เราแนะนำให้ถือตามหน้าเว็บของพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นหน่วยงานของกรมศิลปากรโดยตรง แต่ประเด็นที่ตรงกันคือ พญาแสนภูน่าจะสร้างเมืองซ้อนทับบนร่องรอยเมืองที่มีคนใช้งานมาก่อน ซึ่งสอดคล้องกับที่เอกสารประวัติศาสตร์บอกว่าพญาแสนภู “ฟื้นฟูเมืองรอยเก่า” ไม่ได้สร้างบนพื้นที่ว่างเปล่า

สำนักศิลปากรที่ 7 เขียนว่านักประวัติศาสตร์หลายท่านเห็นว่าเมืองโยนกไม่น่าจะเป็นเพียงเมืองในตำนาน แต่การมีคนอยู่อาศัยในพุทธศตวรรษที่ 10 ถึง 12 ก็ยังไม่เท่ากับการพิสูจน์ว่ามีกษัตริย์ชื่อสิงหนวัติ หรือมีกษัตริย์ต่อเนื่องกันกว่า 45 พระองค์ตามที่ตำนานหลายฉบับเล่า

โยนกเชียงแสนเกี่ยวข้องกับหิรัญนครเงินยางและล้านนาอย่างไร?

ตามลำดับที่ตำราไทยใช้ โยนกเชียงแสนเป็นแว่นแคว้นในตำนานยุคแรก หิรัญนครเงินยางเป็นแว่นแคว้นที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำเดียวกันต่อมา และพญามังรายแห่งเงินยางคือผู้ตั้งอาณาจักรล้านนา เชียงแสนที่พญาแสนภูสร้างเมื่อ พ.ศ. 1871 จึงเป็นเมืองของล้านนาที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งตำนานผูกไว้กับโยนก

หิรัญนครเงินยาง

บทเรียนของทรูปลูกปัญญาสรุปจากตำนานเมืองเชียงใหม่ว่า ปู่เจ้าลาวจกเป็นหัวหน้าผู้คนบนดอยตุง นำบริวารลงมาสร้างเมืองหิรัญนครบริเวณลุ่มแม่น้ำกก ตั้งราชวงศ์ลวจังกราชหรือราชวงศ์ลาว และปกครองถึงกษัตริย์องค์ที่ 24 คือพระยาลาวเมง ผู้เป็นพระบิดาของพระยามังราย วิกิพีเดียภาษาไทยให้ช่วงอายุของเงินยางไว้ที่ พ.ศ. 1181 ถึง 1835 ระบุว่าย้ายศูนย์กลางจากหิรัญไปเงินยางราว พ.ศ. 1393 และระบุว่ามีการรวมกับเวียงปรึกษาเมื่อ พ.ศ. 1191 ซึ่งเชื่อมกับตำนานผู้รอดชีวิตจากเมืองล่มในหัวข้อก่อน ตัวเลขชุดนี้อิงตำนานและพงศาวดารเป็นหลัก จึงควรใช้อย่างระมัดระวัง

พญามังรายกับการตั้งล้านนา

วิกิพีเดียระบุว่าพญามังรายครองเงินยางระหว่าง พ.ศ. 1805 ถึง 1835 และย้ายศูนย์กลางไปเชียงรายตั้งแต่ พ.ศ. 1805 และลงปีสถาปนาอาณาจักรล้านนาไว้ที่ พ.ศ. 1835 ส่วนบทเรียนของทรูปลูกปัญญาให้ช่วงอาณาจักรล้านนาไว้ที่ พ.ศ. 1839 ถึง 2442 และระบุว่าพระยามังรายสร้างราชธานีใหม่ชื่อนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ สองแหล่งจึงนับปีเริ่มต้นต่างกัน

มรดกทางวัฒนธรรมของอาณาจักรโยนกเชียงแสนมีอะไรบ้าง?

ถ้าตอบแบบข้อสอบสังคมศึกษา มรดกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมกับโยนกเชียงแสนแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ ตำนานและความทรงจำเรื่องการตั้งบ้านเมือง โบราณสถานในเมืองเชียงแสนและเวียงหนองหล่ม และศิลปกรรมที่เรียกกันว่าศิลปะเชียงแสน โดยเฉพาะพระพุทธรูปแบบสิงห์หนึ่ง ข้อควรระวังคือโบราณสถานเกือบทั้งหมดที่เหลืออยู่สร้างในสมัยล้านนา ไม่ใช่สมัยโยนกตามตำนาน การเขียนตอบว่าเป็น “มรดกของโยนก” จึงควรบอกด้วยว่าเป็นมรดกบนแผ่นดินโยนกเดิม

เมืองเชียงแสนและกำแพงเมือง

หน้าประวัติของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าพญาแสนภูขุดคูเมือง 3 ด้าน เว้นด้านตะวันออกที่ใช้แม่น้ำโขงเป็นเขตแดน ก่อกำแพงทั้ง 4 ด้าน มีประตู 11 ประตู และพื้นที่ภายในกำแพงราว 2.5 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันเหลือหลักฐานประตูเมือง 5 ประตู ได้แก่ ประตูยางเทิง ประตูหนองมูด ประตูเชียงแสนหรือป่าสัก ประตูทัพม่าน และประตูดินขอ ฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรอธิบายว่าประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 กล่าวถึงประตูอีก 6 ประตูริมแม่น้ำโขง ซึ่งคาดว่าถูกน้ำเซาะพังไปหมดแล้ว รวมกันจึงได้ 11 ประตูพอดี กำแพงด้านเหนือเหลือยาวประมาณ 950 เมตร ด้านตะวันตกประมาณ 2.55 กิโลเมตร และด้านใต้ประมาณ 850 เมตร ในเขตเมืองมีวัด 139 วัด อยู่ในกำแพง 76 วัด และนอกกำแพง 63 วัด

ตารางมรดกสำคัญบนแผ่นดินโยนกเชียงแสน

ตารางนี้รวบรวมจากฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และหน้าเว็บของกรมศิลปากร ถ้าแหล่งข้อมูลให้ปีไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองค่า

มรดกที่ตั้งอายุหรือปีสำคัญลักษณะเด่นที่มา
กำแพงเมืองเชียงแสนตำบลเวียง อำเภอเชียงแสนสถาปนา พ.ศ. 1871 ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน 8 มีนาคม 2478คูเมือง 3 ด้าน เหลือประตู 5 ประตู กำแพงตะวันตกยาวประมาณ 2.55 กม.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, กรมศิลปากร
วัดป่าสักนอกประตูเชียงแสนด้านตะวันตกพ.ศ. 1838 หรือ 1871 ตามตำนาน, พ.ศ. 1875 ตามกรมศิลปากรเจดีย์ทรงปราสาทยอด ฐานกว้างด้านละ 14.6 เมตร สูง 21 เมตรศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, กรมศิลปากร
วัดพระธาตุเจดีย์หลวงในกำแพงเมือง ห่างประตูเชียงแสนประมาณ 150 เมตรบูรณะใหญ่ พ.ศ. 2058 สมัยพระเมืองแก้วเจดีย์แปดเหลี่ยม อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 21ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, กรมศิลปากร
พระพุทธรูปแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์และวัดหลายแห่งราวพุทธศตวรรษที่ 19 ถึง 20ขัดสมาธิเพชร พระพักตร์กลม รัศมีดอกบัวตูม ชายสังฆาฏิสั้นสารานุกรมไทยฯ, มจร
เวียงหนองหล่มอำเภอแม่จันและอำเภอเชียงแสนตำนานว่าราวพุทธศตวรรษที่ 12 ถึง 17พบโบราณสถานและแหล่งเตาเผา 78 แหล่ง ส่วนใหญ่สมัยล้านนาสำนักศิลปากรที่ 7
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงแสนอำเภอเชียงแสนก่อตั้ง พ.ศ. 2500พระพุทธรูป ศิลาจารึกอักษรล้านนา ปูนปั้นจากวัดป่าสักกรมศิลปากร
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  เข้าร่วม Telegram กลุ่ม ฟรี สำหรับคนไทย
อินโฟกราฟิกสรุป อาณาจักรโยนกเชียงแสน: ตำนานสิงหนวัติ เวียงหนองล่ม และมรดกศิลปะเชียงแสน
สรุปเป็นภาพ: อาณาจักรโยนกเชียงแสน: ตำนานสิงหนวัติ เวียงหนองล่ม และมรดกศิลปะเชียงแสน

วัดป่าสักและวัดพระธาตุเจดีย์หลวง

วัดป่าสักได้ชื่อจากตำนานที่เล่าว่าพระเจ้าแสนภูโปรดให้นำต้นสัก 300 ต้นมาปลูกล้อมรอบพระอาราม ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนกระดูกตาตุ่มขวาที่พระภิกษุนำมาจากเมืองปาฏลีบุตร ฐานข้อมูลของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรอ้างปีสร้างว่า พ.ศ. 1838 หรือ พ.ศ. 1871 ตามตำนานสิงหนวัติกุมารและประชุมพงศาวดารภาคที่ 61 ส่วนหน้าประวัติของพิพิธภัณฑ์สันนิษฐานว่าเป็น พ.ศ. 1875 คือ 4 ปีหลังสร้างกำแพงเมืองเสร็จ เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงปราสาทยอดที่นักวิชาการเห็นว่าได้รับอิทธิพลศิลปะพุกามผ่านทางสุโขทัย ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20 และปูนปั้นจากวัดนี้มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 19 ถึง 22 วัดป่าสักประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานหลายครั้ง รวมถึงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 74 ตอนที่ 96 วันที่ 12 พฤศจิกายน 2500

วัดพระธาตุเจดีย์หลวงอยู่ในกำแพงเมือง ตามประวัติกล่าวว่าพระเจ้าแสนภูเป็นผู้สร้าง แต่รูปแบบเจดีย์ที่เห็นอยู่จัดเป็นเจดีย์แปดเหลี่ยม อายุราวกลางพุทธศตวรรษที่ 21 ซึ่งตรงกับที่ชินกาลมาลีปกรณ์บันทึกว่ามีการบูรณะเจดีย์หลวงเมื่อ พ.ศ. 2058 ในรัชสมัยพระเมืองแก้ว โดยให้ขุดเจดีย์องค์เดิมแล้วก่อขึ้นใหม่

ศิลปะเชียงแสนและพระพุทธรูปสิงห์หนึ่งมีลักษณะอย่างไร?

ศิลปะเชียงแสนเป็นชื่อที่ใช้กันมานานเรียกศิลปกรรมภาคเหนือตอนบน ปัจจุบันนิยมเรียกว่าศิลปะล้านนา วิกิพีเดียภาษาไทยให้ความหมายไว้ว่า ศิลปะล้านนาหรือศิลปะเชียงแสน หมายถึงศิลปะในดินแดนล้านนา และอธิบายว่าศูนย์กลางเดิมอยู่ที่เชียงแสนก่อนพญามังรายย้ายไปสร้างเชียงใหม่ ชิ้นงานที่ขึ้นชื่อที่สุดคือพระพุทธรูป ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่มสิงห์หนึ่ง สิงห์สอง และสิงห์สาม

ลักษณะพระพุทธรูปแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง

สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ อธิบายว่าพระพุทธรูปแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่งแสดงอิทธิพลของศิลปะปาละที่ผ่านมาทางอาณาจักรพุกามของพม่า ลักษณะสำคัญคือ ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร พระพักตร์กลม พระโอษฐ์ยิ้ม ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นดอกบัวตูม และพระวรกายอวบอ้วน ชายสังฆาฏิสั้นอยู่เหนือพระถัน พระพุทธรูปที่พิพิธภัณฑ์หอพุทธศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา อธิบายไว้ อยู่ในปางมารวิชัย ประทับบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย ชายสังฆาฏิปลายเป็นแฉกคล้ายเขี้ยวตะขาบ

ส่วนกลุ่มสิงห์สองแสดงอิทธิพลศิลปะสุโขทัย ประทับนั่งขัดสมาธิราบ พระพักตร์รูปไข่ จุดสังเกตง่ายที่สุดจึงอยู่ที่ท่านั่งและรูปพระพักตร์

ทำไมอายุพระสิงห์หนึ่งจึงเคยถูกประเมินผิด

วิกิพีเดียเรื่องศิลปะล้านนาบันทึกว่า เดิมเชื่อกันว่าพระพุทธรูปสิงห์หนึ่งเก่ามาก อยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16 แต่ปัจจุบันสันนิษฐานว่าน่าจะเริ่มพร้อมการสถาปนาอาณาจักรล้านนาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 และสร้างคู่กับกลุ่มสิงห์สองไปจนหมดยุคล้านนา หอพุทธศิลป์ของ มจร ก็จัดกลุ่มเชียงแสนสิงห์หนึ่งเป็นศิลปะล้านนาระยะที่ 2 อายุราวพุทธศตวรรษที่ 19 ถึง 20

ประเด็นนี้สำคัญกับเรื่องโยนกโดยตรง ความเชื่อเดิมที่ว่าพระพุทธรูปเชียงแสนเก่าถึงพุทธศตวรรษที่ 16 เคยถูกใช้สนับสนุนภาพของแว่นแคว้นเชียงแสนก่อนสมัยล้านนา เมื่อการกำหนดอายุเปลี่ยน พระพุทธรูปแบบนี้จึงเป็นมรดกของล้านนาที่ใช้ชื่อเมืองเชียงแสน มากกว่าจะเป็นหลักฐานของโยนกในตำนาน

คำถามที่พบบ่อย

อาณาจักรโยนกเชียงแสนคืออะไร?

คือแว่นแคว้นยุคแรกของคนไทในลุ่มแม่น้ำกกและแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย ที่รู้จักส่วนใหญ่จากตำนานสิงหนวัติกุมาร ตำนานเล่าว่าตั้งขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 12 และล่มลงราวพุทธศตวรรษที่ 17

อาณาจักรโยนกอยู่ที่ไหน?

อยู่บริเวณที่ราบลุ่มเชียงแสน อำเภอเชียงแสนและอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย นักวิชาการให้น้ำหนักว่าเมืองโยนกที่ล่มตามตำนานน่าจะอยู่ที่เวียงหนองหล่ม

ตำนานเวียงหนองล่มเล่าว่าอย่างไร?

ตำนานเล่าว่าชาวเมืองจับปลาไหลเผือกมาแบ่งกันกิน แล้วเกิดแผ่นดินไหวจนเมืองยุบกลายเป็นหนองน้ำ นี่คือความเชื่อพื้นบ้านที่เล่าต่อกันมา

เมืองโยนกล่มเพราะแผ่นดินไหวจริงไหม?

ยังพิสูจน์ไม่ได้ เวียงหนองหล่มอยู่บนรอยเลื่อนแม่จันซึ่งเป็นรอยเลื่อนมีพลัง และกรมทรัพยากรธรณีรายงานหลักฐานแผ่นดินไหวขนาด 6.8 เมื่อราว 1,500 ปีก่อน แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าตรงกับเหตุการณ์ในตำนาน

เมืองเชียงแสนสร้างเมื่อไหร่?

พญาแสนภูสถาปนาเมืองเชียงแสนเมื่อ พ.ศ. 1871 โดยฟื้นฟูเมืองบนร่องรอยเมืองเก่าริมแม่น้ำโขง ส่วนการตรวจอายุกำแพงด้วยวิธีเรืองแสงความร้อนพบว่ามีช่วงใช้งานเก่ากว่านั้น

โยนกเชียงแสนเกี่ยวข้องกับล้านนาอย่างไร?

ตามลำดับที่ตำราไทยใช้ โยนกเป็นแว่นแคว้นในตำนานยุคแรก ต่อมาคือหิรัญนครเงินยาง และพญามังรายกษัตริย์องค์สุดท้ายของเงินยางเป็นผู้ตั้งอาณาจักรล้านนา

มรดกทางวัฒนธรรมของอาณาจักรโยนกเชียงแสนมีอะไรบ้าง?

ได้แก่ ตำนานการตั้งบ้านเมือง กำแพงเมืองและวัดโบราณในเชียงแสน เช่น วัดป่าสักและวัดพระธาตุเจดีย์หลวง พื้นที่เวียงหนองหล่ม และพระพุทธรูปแบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง โดยโบราณสถานส่วนใหญ่สร้างในสมัยล้านนา

พระพุทธรูปเชียงแสนสิงห์หนึ่งมีลักษณะอย่างไร?

ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร พระพักตร์กลม พระโอษฐ์ยิ้ม ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นดอกบัวตูม พระวรกายอวบอ้วน และชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน

พระสิงห์หนึ่งเก่าแก่แค่ไหน?

ความเชื่อเดิมให้อายุถึงพุทธศตวรรษที่ 16 แต่ปัจจุบันนักวิชาการจัดไว้ในศิลปะล้านนาราวพุทธศตวรรษที่ 19 ถึง 20

กำแพงเมืองเชียงแสนมีกี่ประตู?

หน้าประวัติของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเดิมมี 11 ประตู ปัจจุบันเหลือหลักฐาน 5 ประตู คือ ยางเทิง หนองมูด เชียงแสนหรือป่าสัก ทัพม่าน และดินขอ ส่วนประตูริมแม่น้ำโขงคาดว่าถูกน้ำเซาะพังไปแล้ว

จำอาณาจักรโยนกเชียงแสนอย่างไรให้ถูกต้อง

สรุปให้จำง่ายที่สุดคือ แยกเป็นสองชั้น ชั้นแรกคือตำนาน ได้แก่ สิงหนวัติกุมาร พญานาค โยนกนาคพันธุ์ และเมืองล่มเพราะปลาไหลเผือก ชั้นที่สองคือหลักฐาน ได้แก่ กำแพงเมืองที่พญาแสนภูสร้างเมื่อ พ.ศ. 1871 วัดป่าสัก วัดพระธาตุเจดีย์หลวง โบราณสถาน 78 แหล่งที่เวียงหนองหล่ม และพระพุทธรูปแบบสิงห์หนึ่งซึ่งเป็นศิลปะล้านนา ถ้าเขียนตอบข้อสอบหรือเล่าให้คนอื่นฟัง ให้บอกทุกครั้งว่าข้อมูลนั้นมาจากชั้นไหน

แหล่งอ้างอิง

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ภูผา ผี คุ้ม Ep1

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด