ความดันต่ำ คือภาวะที่ค่าความดันโลหิตอยู่ต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ตามที่รามาแชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ MedUMore คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใช้เป็นเกณฑ์ตรงกัน โดยทั้งสองแห่งย้ำว่านี่เป็นภาวะ ไม่ใช่โรค และถ้าผู้ที่วัดได้ค่าต่ำไม่มีอาการหน้ามืด วูบ ใจสั่น หรืออ่อนเพลียร่วมด้วย ก็มักไม่อันตรายและไม่ต้องรักษา ส่วนอาการลุกแล้วหน้ามืดมีเกณฑ์ของตัวเอง คือความดันลดลงตั้งแต่ 20/10 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไปหลังลุกยืน ตามแนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567
ประเด็นสำคัญ
- เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปคือต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ตรงกันทั้งรามาแชนแนล (5 มิถุนายน 2567) MedUMore ของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ NHS สหราชอาณาจักร (ทบทวน 11 กรกฎาคม 2566)
- ตารางจำแนกระดับความดันของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 เริ่มที่ Optimal คือน้อยกว่า 120 และน้อยกว่า 80 ไม่มีช่องสำหรับความดันต่ำเลย
- ความดันตกในท่ายืนวินิจฉัยเมื่อความดันลดจากท่านอนตั้งแต่ 20/10 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป โดยวัดหลังยืน 1 นาทีและ 3 นาที ส่วนแนวทาง ESC ค.ศ. 2018 เพิ่มเกณฑ์ตัวบนต่ำกว่า 90 เข้ามาด้วย
- ปี 2567 กรมควบคุมโรครายงานผู้สูงอายุนอนโรงพยาบาลจากพลัดตกหกล้มเกือบ 80,000 คน อัตราเสียชีวิตกว่า 11 คนต่อประชากรผู้สูงอายุแสนคน
- คำแนะนำให้เพิ่มเกลือใช้เฉพาะผู้ป่วยที่วินิจฉัยแล้วและไม่มีความดันสูง ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับคนทั่วไปที่รู้สึกเพลีย
ความดันต่ำคืออะไร และความดันเท่าไหร่เรียกว่าต่ำ?
คำตอบที่ใช้กันแพร่หลายคือค่าที่ต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ตัวเลขนี้ตรงกันทั้งในบทความของรามาแชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เมื่อ 5 มิถุนายน 2567 อินโฟกราฟิกของ MedUMore คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหน้าข้อมูลของ NHS สหราชอาณาจักร ที่ทบทวนเมื่อ 11 กรกฎาคม 2566
หลายคนเข้าใจผิดว่ามีตารางมาตรฐานของสมาคมวิชาชีพระบุว่าค่าเท่าไหร่คือความดันต่ำ ความจริงไม่มี ตารางที่ 5 ของแนวทางรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567 ซึ่งจำแนกระดับความดันในผู้ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เริ่มต้นที่ Optimal คือน้อยกว่า 120 และน้อยกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท ไล่ขึ้นไปจนถึงความดันโลหิตสูงระดับ 3 ที่ตั้งแต่ 180 ขึ้นไป โดยไม่มีแถวชื่อความดันต่ำเลย เพราะเอกสารฉบับนี้เขียนเพื่อวินิจฉัยความดันสูง ส่วนความดันต่ำถูกมองเป็นภาวะที่ต้องตามหาสาเหตุ
ประเด็นที่ควรจำคือ ตัวเลขไม่ใช่ตัวตัดสิน อาการต่างหากที่เป็นตัวตัดสิน และค่าที่วัดครั้งเดียวไม่ควรใช้สรุปอะไร เพราะความดันขึ้นลงได้ตลอดวันตามท่าทาง อุณหภูมิ ความเครียด และเวลาหลังมื้ออาหาร
อาการความดันต่ำเป็นยังไง และต่างจากเวียนหัวแบบอื่นอย่างไร?
บทความของรามาแชนแนลซึ่งเรียบเรียงจากคำอธิบายของ อ. พญ.ณัฏฐากร พงศ์เศรษฐ์กุล ระบุอาการไว้เป็นชุด ได้แก่ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด วูบ เห็นภาพเบลอหรือภาพซ้อน ใจสั่น อ่อนเพลียเหนื่อยง่าย คลื่นไส้ ร่างกายขาดน้ำ รวมถึงอาการทางสมองอย่างซึม สับสน และกระสับกระส่าย ฝั่ง NHS ระบุชุดใกล้เคียงกันคือมึนศีรษะ คลื่นไส้ ตาพร่า อ่อนแรง สับสน และเป็นลม
ลักษณะเด่นที่ช่วยแยกออกจากอาการเวียนหัวสาเหตุอื่นคือความสัมพันธ์กับท่าทางและเวลา อาการจากความดันต่ำมักเกิดตอนเปลี่ยนท่า เช่น ลุกจากที่นอนหรือยืนนานในที่ร้อน และมักดีขึ้นเร็วเมื่อนั่งหรือนอนลง ขณะที่อาการบ้านหมุนซึ่งเกิดตอนพลิกตัวบนเตียงและมีคลื่นไส้อาเจียนเด่น มักมาจากระบบการทรงตัวในหูชั้นใน ผู้ที่สงสัยกลุ่มหลังอ่านเพิ่มได้ที่ อาการน้ำในหูไม่เท่ากัน
อีกกลุ่มที่มักสับสนกันคืออาการใจสั่น มือสั่น หายใจไม่อิ่มเป็นช่วงสั้น ๆ พร้อมความรู้สึกกลัวรุนแรง ซึ่งเข้ากับ อาการแพนิค มากกว่า ส่วนอาการเหนื่อยง่ายและเจ็บหน้าอกที่สัมพันธ์กับการออกแรง ต้องแยกกับ อาการโรคหัวใจ เสมอ และไม่ควรเอาความอ่อนเพลียเรื้อรังมาสรุปว่าเป็นความดันต่ำโดยไม่ได้วัดค่าจริง เพราะอาการนั้นพบร่วมได้ในภาวะโลหิตจางและโรคของต่อมไร้ท่อ
ลุกแล้วหน้ามืดเกิดจากอะไร และวัดอย่างไรจึงเรียกว่าความดันตกในท่ายืน?
เวลาเราลุกยืน แรงโน้มถ่วงจะดึงเลือดไปค้างที่ขาและช่องท้อง ร่างกายปกติจะตอบสนองในไม่กี่วินาทีด้วยการบีบหลอดเลือดและเร่งอัตราการเต้นของหัวใจ ถ้าการตอบสนองนี้ช้าหรือไม่พอ ความดันจะตกลงชั่วครู่และเกิดอาการหน้ามืด ตาลาย หูอื้อ จนถึงวูบล้ม
แนวทางรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567 เขียนวิธีวัดไว้ชัดในขั้นตอนที่ 5 คือให้วัดความดันในท่านอนก่อน จากนั้นให้ยืนขึ้นแล้ววัดซ้ำหลังยืน 1 นาที และ 3 นาที ตามลำดับ ถ้าความดันลดลงจากท่านอนตั้งแต่ 20/10 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป ให้วินิจฉัยว่ามีภาวะ orthostatic hypotension แนวทางฉบับนี้จัดการประเมินภาวะนี้ในผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีอาการจากการเปลี่ยนท่าทาง เป็นคำแนะนำระดับ IIa คุณภาพหลักฐานระดับ C
แนวทางสากลใช้ตัวเลขชุดเดียวกันแต่เพิ่มเงื่อนไขหนึ่งข้อ แนวทางเรื่องภาวะหมดสติของสมาคมโรคหัวใจยุโรป (ESC) ปี ค.ศ. 2018 นิยามว่าความดันตกผิดปกติคือตัวบนลดตั้งแต่ 20 มิลลิเมตรปรอท ตัวล่างลดตั้งแต่ 10 มิลลิเมตรปรอท หรือตัวบนลดลงมาต่ำกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท โดยระบุเองว่าเกณฑ์ 90 คือจุดที่ต่างจากฉบับฉันทามติปี ค.ศ. 2011 และมีประโยชน์ในผู้ที่ความดันท่านอนต่ำกว่า 110 อยู่แล้ว ส่วน Cleveland Clinic อธิบายสั้น ๆ ว่าคือความดันที่ลดเกิน 20 หรือ 10 ภายใน 3 นาทีหลังลุกยืน
ภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องหายาก งานวิเคราะห์อภิมานในวารสาร The Journals of Gerontology: Series A ปี ค.ศ. 2020 รวม 20 การศึกษา ผู้เข้าร่วม 24,967 คน พบความชุกร้อยละ 22.2 ในผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน และร้อยละ 23.9 ในผู้ที่อยู่ในสถานดูแลระยะยาว
ความดันต่ำเกิดจากอะไรได้บ้าง?
สาเหตุแบ่งได้เป็นกลุ่มที่รอดูอาการได้ กับกลุ่มที่ต้องรีบ ตารางด้านล่างรวบรวมจากรามาแชนแนล 5 มิถุนายน 2567 อินโฟกราฟิกของ MedUMore หน้าข้อมูลของ NHS และรายการยาในแนวทาง ESC ค.ศ. 2018
| กลุ่มสาเหตุ | ตัวอย่างที่พบบ่อย | สัญญาณที่มักพบร่วม | ระดับความเร่งด่วน |
|---|---|---|---|
| เสียน้ำ | ท้องเสีย อาเจียน เหงื่อออกมากในอากาศร้อน ดื่มน้ำน้อย | ปากแห้ง ปัสสาวะน้อยและสีเข้ม ชีพจรเร็ว | ดื่มน้ำและเกลือแร่ก่อน ถ้าดื่มไม่ได้หรือไม่ดีขึ้นให้ไปโรงพยาบาล |
| เสียเลือด | อุบัติเหตุ เลือดออกในทางเดินอาหาร ประจำเดือนออกมากผิดปกติ | อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระสีดำ ซีด ตัวเย็น | ฉุกเฉิน โทร 1669 ทันที |
| ติดเชื้อรุนแรง | ติดเชื้อในกระแสเลือด ไข้เลือดออกที่เข้าระยะวิกฤต | ไข้ลดแต่อาการแย่ลง ซึม มือเท้าเย็น ปัสสาวะออกน้อย | ฉุกเฉิน ไปโรงพยาบาลทันที |
| ยาที่ใช้อยู่ | ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ ยาไนเตรต ยาทางจิตเวชบางกลุ่ม ยาโรคพาร์กินสัน | อาการเริ่มหลังเริ่มยาใหม่หรือหลังปรับขนาดยา | ห้ามหยุดยาเอง ให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวนรายการยา |
| ระบบประสาทอัตโนมัติบกพร่อง | เบาหวานที่เป็นมานาน โรคพาร์กินสัน | ความดันตกทุกครั้งที่ลุก แต่ชีพจรแทบไม่เร็วขึ้นตาม | นัดพบแพทย์เพื่อวัดความดันท่านอนและท่ายืน |
| โรคหัวใจ | หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจล้มเหลว | ใจสั่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยผิดปกติ วูบโดยไม่มีอาการเตือน | ฉุกเฉินถ้าเจ็บหน้าอกหรือวูบขณะออกแรง |
| โรคเรื้อรังและภาวะเฉพาะตัว | ภาวะโลหิตจาง โรคของต่อมไร้ท่อ การตั้งครรภ์ ร่างกายผอมมาก พันธุกรรม | อ่อนเพลียเรื้อรัง ซีด หน้ามืดเวลาลุกเป็นประจำ | นัดตรวจตามปกติ แจ้งแพทย์ว่ามีอาการอะไรและเกิดตอนไหน |
สาเหตุจากยาเป็นกลุ่มที่มองข้ามบ่อยที่สุด แนวทาง ESC ค.ศ. 2018 ระบุยาที่สัมพันธ์กับความดันตกในท่ายืนและการหกล้มไว้ว่าได้แก่ ยาลดความดันโลหิตทุกชนิด ยาไนเตรต ยาขับปัสสาวะ ยาทางจิตเวชและยาต้านซึมเศร้า รวมถึงยากลุ่มโดปามีน และระบุว่าการรักษาความดันสูงอย่างเข้มข้นเพิ่มความเสี่ยงได้ ให้แพทย์เป็นผู้ทบทวนและปรับ ไม่ใช่ผู้ป่วยหยุดยาเอง
สำหรับคนไทย สาเหตุที่ควรนึกถึงเป็นพิเศษในฤดูฝนคือไข้เลือดออก กรมควบคุมโรคระบุสัญญาณเข้าสู่ระยะวิกฤตไว้ว่า ไข้ลดลงแต่อาการไม่ดีขึ้น ปวดท้องมาก อาเจียนมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน เวียนศีรษะหรือวูบ มือเท้าเย็น ปัสสาวะลดลงหรือไม่ปัสสาวะในช่วง 4 ถึง 6 ชั่วโมง และมีเลือดออกผิดปกติ รายละเอียดอยู่ใน อาการไข้เลือดออก ส่วนความดันตกจากท้องเสียและอาเจียนรุนแรงอ่านได้ที่ อาการอาหารเป็นพิษ

ความดันต่ำอันตรายไหม และเมื่อไรต้องโทร 1669?
คำตอบแยกเป็นสองกรณี กรณีแรกคือความดันต่ำเรื้อรังที่ไม่มีอาการ รามาแชนแนลระบุว่ากลุ่มนี้มักไม่อันตราย กรณีที่สองคือความดันที่ตกลงเฉียบพลัน ซึ่ง MedUMore ชี้สามสาเหตุที่ต้องรีบ ได้แก่ การเสียน้ำหรือเสียเลือดอย่างรวดเร็ว การติดเชื้อรุนแรง และโรคหัวใจที่รุนแรง สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉินของไทยคือ 1669 ซึ่งรามาแชนแนลระบุไว้เมื่อ 18 เมษายน 2568 ว่าให้โทรเมื่อผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจ พร้อมกดหน้าอกช่วยชีวิต สัญญาณที่ถือเป็นเหตุฉุกเฉินมีดังนี้
- หมดสติแล้วปลุกไม่ตื่น หรือไม่หายใจ
- วูบล้มขณะออกแรง หรือวูบโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า
- เจ็บหน้าอกรุนแรง หรือเจ็บร้าวไปกราม แขน หรือหลัง
- อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระสีดำ หรือเลือดออกที่ห้ามไม่หยุด
- ตัวเย็น เหงื่อแตก ผิวซีดหรือเขียวคล้ำ หายใจเร็ว ชีพจรเบาเร็ว ซึ่ง Cleveland Clinic จัดเป็นสัญญาณของภาวะช็อก
- แขนขาอ่อนแรงซีกเดียว ปากเบี้ยว หรือพูดไม่ชัดเกิดขึ้นทันที ซึ่งต้องแยกกับ เส้นเลือดสมองตีบ
- หน้ามืดหรือวูบซ้ำหลายครั้ง หรือวูบแล้วบาดเจ็บจากการล้ม
สำหรับคนที่จะเป็นลมแต่ยังรู้สึกตัว รามาแชนแนลเผยแพร่ขั้นตอนปฐมพยาบาลไว้เมื่อ 12 มกราคม 2567 คือ อย่ามุงล้อมผู้ป่วย พัดให้อากาศถ่ายเท ปลดเสื้อและเข็มขัดให้หลวม จัดให้นอนราบและยกขาสูง และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้า คอ และลำตัว ถ้าไม่ดีขึ้นในไม่กี่นาทีหรือไม่รู้สึกตัว ให้โทร 1669
ตัวเลขและคำแนะนำในหน้านี้อ้างอิงจากเอกสารที่ระบุในส่วนแหล่งอ้างอิง ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูล 19 กันยายน 2569 แนวทางเวชปฏิบัติมีการปรับปรุงเป็นระยะ ผู้อ่านควรยืนยันกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลตนเอง หรือกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องโดยตรงก่อนตัดสินใจใด ๆ เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำวินิจฉัย ไม่ใช่การสั่งยา และไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย
ความดันต่ำกินอะไรดี การกินเค็มขึ้นช่วยได้จริงไหม?
คำแนะนำที่ได้ยินบ่อยคือให้กินเค็มขึ้นและดื่มน้ำเยอะ ๆ ต้นทางมีอยู่จริง แนวทาง ESC ค.ศ. 2018 เขียนไว้ว่า ในผู้ที่ไม่มีความดันโลหิตสูง ควรแนะนำให้ได้รับเกลือและน้ำเพียงพอ โดยตั้งเป้าที่ของเหลว 2 ถึง 3 ลิตรต่อวัน และโซเดียมคลอไรด์ 10 กรัม เป็นคำแนะนำระดับ I คุณภาพหลักฐานระดับ C
แต่ต้องอ่านเงื่อนไขให้ครบ คำแนะนำนั้นเขียนสำหรับผู้ป่วยที่วินิจฉัยแล้วและอยู่ในความดูแลของแพทย์ และกำกับชัดว่าใช้กับผู้ที่ไม่มีความดันโลหิตสูง ตัวเลขเกลือ 10 กรัมสวนทางกับคำแนะนำสำหรับประชากรทั่วไปขององค์การอนามัยโลก ซึ่งในเอกสารข้อเท็จจริงเรื่องการลดโซเดียม ฉบับวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 แนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รับโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เทียบเท่าเกลือน้อยกว่า 5 กรัม และรายงานค่าเฉลี่ยของผู้ใหญ่ทั่วโลกปี ค.ศ. 2021 ที่ 4,278 มิลลิกรัมต่อวัน
ในทางปฏิบัติคือ คนที่แค่รู้สึกเพลียแล้วไปเพิ่มน้ำปลาหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อแก้ความดันต่ำ กำลังเดินเข้าหาความเสี่ยงความดันสูงโดยไม่ได้แก้สาเหตุจริง การเพิ่มเกลือเป็นมาตรการเฉพาะกลุ่มที่แพทย์สั่ง ไม่ใช่เมนูสุขภาพ ผู้ที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน ควรเริ่มจาก การตรวจสุขภาพประจำปี แล้วถามแพทย์ตรง ๆ
ส่วนสิ่งที่ NHS ระบุว่าทำได้เองคือ ลุกจากท่านั่งหรือท่านอนอย่างช้า ๆ กินอาหารมื้อเล็กแต่บ่อยขึ้น ดื่มน้ำให้มากขึ้น และเลี่ยงการนั่งหรือยืนท่าเดิมนาน ๆ กับการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ด้าน ESC เพิ่มวิธีเกร็งกล้ามเนื้อต้านความดัน เช่น กำมือแน่นหรือไขว้ขาแล้วเกร็งเมื่อเริ่มรู้สึกว่าจะวูบ ในการทดลอง PC-Trial ผู้เข้าร่วม 223 คน อายุเฉลี่ย 38 ปี กลุ่มที่ฝึกวิธีนี้มีความเสี่ยงการเกิดซ้ำลดลงสัมพัทธ์ร้อยละ 39 ส่วนยานั้น Cleveland Clinic ระบุว่ามีหลายชนิดที่แพทย์อาจพิจารณาใช้เมื่อปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ดีขึ้น เช่น ฟลูโดรคอร์ติโซนและมิโดดรีน โดยการเลือกตัวยาและขนาดยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์เท่านั้น
ผู้สูงอายุกับความดันต่ำ ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
ในผู้สูงอายุ ความดันต่ำไม่ได้น่ากลัวที่ตัวเลข แต่น่ากลัวที่ผลลัพธ์ของการล้ม ข้อมูลของกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ระบุว่าปี 2567 มีผู้สูงอายุนอนโรงพยาบาลจากการพลัดตกหกล้มเกือบ 80,000 คน อัตราเสียชีวิตกว่า 11 คนต่อประชากรผู้สูงอายุแสนคน เป็นอันดับสามในกลุ่มการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ และมีกระดูกสะโพกหักกว่า 29,000 รายต่อปี โดยราวร้อยละ 20 เสียชีวิตภายในหนึ่งปี เอกสารเดียวกันระบุว่ายาที่มีผลต่อการทรงตัวและความดันโลหิตเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่ง
แนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 จึงระบุว่าการรักษาความดันโลหิตสูงในผู้สูงอายุต้องตรวจหาภาวะ orthostatic hypotension อย่างสม่ำเสมอ เป็นคำแนะนำระดับ I คุณภาพหลักฐานระดับ C เพราะเกิดได้บ่อยจากการให้ยาลดความดันในกลุ่มนี้ และแนะนำหลักการให้ยาแบบเริ่มแต่น้อยและค่อยเป็นค่อยไป พร้อมระบุว่าการวัดความดันที่บ้านและแบบติดตัว 24 ชั่วโมงช่วยตรวจหาความดันต่ำจากยาและภาวะความดันตกหลังอาหารได้
ภาวะความดันตกหลังอาหาร (postprandial hypotension) เป็นอีกเรื่องที่คนมักไม่รู้จัก งานทบทวนวรรณกรรมในวารสาร Age and Ageing ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2024 นิยามว่าความดันตัวบนหลังอาหารลดลงตั้งแต่ 20 มิลลิเมตรปรอทเมื่อเทียบกับก่อนอาหาร หรือลดเหลือไม่เกิน 90 ในผู้ที่ก่อนอาหารมีค่าตั้งแต่ 100 ขึ้นไป ภายใน 120 นาทีนับจากเริ่มมื้ออาหาร ความชุกที่รายงานคือร้อยละ 9.0 ในช่วงอายุ 60 ถึง 69 ปี ร้อยละ 37.2 ในช่วงอายุ 70 ถึง 79 ปี และร้อยละ 41.6 ในช่วงอายุ 80 ถึง 89 ปี
ข้อควรทำในบ้านที่มีผู้สูงอายุมีไม่กี่ข้อแต่ได้ผล คือจดค่าความดันพร้อมเวลาและท่าที่วัด นำรายการยาและอาหารเสริมไปให้แพทย์ดูทุกครั้ง ฝึกให้ลุกเป็นขั้นตอนแทนการลุกพรวด เปิดไฟทางเดินไปห้องน้ำตอนกลางคืน และเก็บสิ่งที่สะดุดได้ออกจากทางเดิน ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวควรอ่านเพิ่มเกี่ยวกับ อาการไทรอยด์ ซึ่งเป็นโรคของต่อมไร้ท่อที่ส่งผลต่อชีพจรและความดันได้เช่นกัน
คำถามที่พบบ่อย
ความดันเท่าไหร่เรียกว่าต่ำ?
เกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไปคือต่ำกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ตรงกันทั้งรามาแชนแนล MedUMore และ NHS แต่ตัวเลขอย่างเดียวไม่พอ ต้องดูว่ามีอาการร่วมหรือไม่
ความดันต่ำอันตรายไหมถ้าไม่มีอาการอะไรเลย?
รามาแชนแนลระบุว่าภาวะความดันโลหิตต่ำที่ไม่มีอาการมักไม่อันตราย สิ่งที่ต้องรีบคือความดันที่ตกลงเฉียบพลันจากเสียเลือด เสียน้ำ ติดเชื้อรุนแรง หรือโรคหัวใจ
ความดันต่ำอาการเป็นยังไง?
อาการที่รามาแชนแนลระบุได้แก่ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด วูบ ตาพร่าหรือเห็นภาพซ้อน ใจสั่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ซึม สับสน และกระสับกระส่าย โดยมักสัมพันธ์กับการเปลี่ยนท่าทาง
ลุกแล้วหน้ามืดเกิดจากอะไร?
เกิดจากเลือดไปค้างที่ขาและช่องท้องตอนลุกยืน แล้วร่างกายปรับตัวไม่ทัน ถ้าความดันลดตั้งแต่ 20/10 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป แนวทางไทย พ.ศ. 2567 เรียกว่าภาวะ orthostatic hypotension
ต้องวัดความดันท่ายืนตอนไหนจึงจะถูกวิธี?
แนวทางของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567 ให้วัดในท่านอนก่อน แล้วให้ยืนขึ้นและวัดซ้ำหลังยืน 1 นาที และ 3 นาที ตามลำดับ
ความดันต่ำกินอะไรดี ต้องกินเค็มขึ้นไหม?
การเพิ่มเกลือเป็นคำแนะนำเฉพาะผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยแล้วและไม่มีความดันสูง ไม่ใช่คำแนะนำทั่วไป องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รับโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน เทียบเท่าเกลือน้อยกว่า 5 กรัม
รู้สึกจะเป็นลม ทำอะไรได้ทันทีบ้าง?
นั่งหรือนอนลงทันทีแล้วยกขาสูง แนวทาง ESC ระบุถึงการเกร็งกล้ามเนื้อต้านความดัน เช่น กำมือแน่นหรือไขว้ขาแล้วเกร็ง ซึ่งในการทดลอง PC-Trial ลดความเสี่ยงการเกิดซ้ำลงสัมพัทธ์ร้อยละ 39
ยาที่กินอยู่ทำให้ความดันต่ำได้ไหม?
ได้ แนวทาง ESC ค.ศ. 2018 ระบุยาลดความดันโลหิต ยาไนเตรต ยาขับปัสสาวะ ยาทางจิตเวชและยาต้านซึมเศร้า และยากลุ่มโดปามีน ว่าสัมพันธ์กับภาวะนี้ ห้ามหยุดยาเอง ให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้ทบทวน
หน้ามืดหลังกินข้าวอิ่มถือว่าผิดปกติไหม?
อาจเป็นภาวะความดันตกหลังอาหาร ซึ่งวารสาร Age and Ageing ค.ศ. 2024 รายงานความชุกร้อยละ 37.2 ในผู้ที่อายุ 70 ถึง 79 ปี ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมิน
วัดความดันที่บ้านใช้เกณฑ์เดียวกับที่โรงพยาบาลไหม?
ไม่เหมือนกัน แนวทางไทย พ.ศ. 2567 ใช้ค่าตั้งแต่ 140/90 ขึ้นไปสำหรับการวัดที่สถานพยาบาล แต่ใช้ 135/85 ขึ้นไปสำหรับการวัดที่บ้าน จึงควรบอกแพทย์เสมอว่าค่าที่จดมาวัดจากที่ไหน
สรุปสิ่งที่ควรทำเมื่อวัดความดันได้ต่ำ
ถ้าวัดได้ต่ำกว่า 90/60 แต่ใช้ชีวิตได้ตามปกติ ให้จดค่าไว้พร้อมเวลาและท่าที่วัด แล้วเอาไปคุยกับแพทย์ในนัดถัดไป ไม่ต้องเร่งแก้ตัวเลข ถ้าหน้ามืดตอนลุก ให้วัดแบบนอนแล้วยืนตามขั้นตอนของสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย และนำรายการยาไปให้แพทย์หรือเภสัชกรทบทวน ส่วนกรณีที่มีอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ ตัวเย็น เหงื่อแตก ซึมลง เจ็บหน้าอก หรือวูบหมดสติ อย่ารอดูอาการ ให้โทร 1669 ทันที
แหล่งอ้างอิง
- สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย: แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2567
- รามาแชนแนล: ความดันโลหิตต่ำ อันตรายหรือไม่ (5 มิถุนายน 2567)
- MedUMore คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: ลุกแล้ววูบ หน้ามืดฉับพลัน รู้ทันภาวะความดันต่ำ
- รามาแชนแนล: ปฐมพยาบาลเมื่อเจอผู้ประสบอุบัติเหตุ (12 มกราคม 2567)
- รามาแชนแนล: ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โรคลมแดด และการโทร 1669 (18 เมษายน 2568)
- กองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค: Fall Facts การพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ ปี 2567
- กรมควบคุมโรค: ไข้เด็งกี่ สัญญาณเตือนของการเข้าสู่ระยะวิกฤต (ปรับปรุง 10 สิงหาคม 2565)
- NHS: Low blood pressure (hypotension) (ทบทวน 11 กรกฎาคม 2566)
- European Society of Cardiology: 2018 ESC Guidelines for the diagnosis and management of syncope
- Cleveland Clinic: Orthostatic Hypotension อาการฉุกเฉินและยาที่ใช้รักษา
- The Journals of Gerontology Series A (ค.ศ. 2020): Prevalence of Orthostatic Hypotension
- Age and Ageing (ค.ศ. 2024): Prevalence of postprandial hypotension in older adults
- World Health Organization: Sodium reduction fact sheet (11 พฤษภาคม 2569)


