อาการอาหารเป็นพิษที่พบบ่อยคือ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน และอาจมีไข้กับปวดศีรษะร่วมด้วย โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี กรมควบคุมโรค ระบุว่าอาการส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายใน 8 ถึง 12 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร ส่วนกรมควบคุมโรคส่วนกลางอธิบายว่าโรคนี้เป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้เรียกอาการป่วยจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อน จึงมีได้หลายหน้าตาตามชนิดของเชื้อหรือสารพิษที่ได้รับ
ประเด็นสำคัญ
- สารพิษของเชื้อ Staphylococcus aureus ออกฤทธิ์เร็วที่สุดที่ 30 นาทีถึง 8 ชั่วโมง ส่วนเชื้อ Vibrio parahaemolyticus ใช้เวลาปกติ 12 ถึง 24 ชั่วโมง
- ไทยระบุเชื้อก่อโรคได้เพียงร้อยละ 0.1 ถึง 6 ของผู้ป่วย และในจำนวนนั้นเป็นเชื้อ Vibrio parahaemolyticus ร้อยละ 50 ถึง 60 ตามข้อมูลกลุ่มระบาดวิทยาโรคติดต่อ กรมควบคุมโรค
- วันที่ 1 มกราคมถึง 17 มีนาคม 2569 มีผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษสะสม 39,233 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 274,151 ราย เสียชีวิต 2 ราย
- กรมควบคุมโรคระบุว่าห้ามกินยาหยุดถ่าย เพราะถ้าเป็นการติดเชื้อ ร่างกายจะขับเชื้อออกไปกับอุจจาระไม่ได้ ส่วนยาปฏิชีวนะควรอยู่ในการดูแลของแพทย์
- ต้องรีบพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น กินอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด ถ้าซึมลงหรือไม่รู้สึกตัว ให้โทร 1669
อาหารเป็นพิษคืออะไร และต่างจากท้องเสียธรรมดาอย่างไร?
กรมควบคุมโรคนิยามไว้ว่า โรคอาหารเป็นพิษเป็นคำกว้าง ๆ ที่ใช้อธิบายอาการป่วยซึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่มีการปนเปื้อน ต้นเหตุมีหลายแบบ ทั้งสารพิษของแบคทีเรียที่เติบโตในอาหารก่อนเราจะกิน เช่น Vibrio parahaemolyticus, Clostridium botulinum, Staphylococcus aureus และ Bacillus cereus เชื้อที่สร้างสารพิษในลำไส้อย่าง Clostridium perfringens ไปจนถึงพิษปลาปักเป้า สารเคมีและโลหะหนัก
ในระบบเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สองโรคนี้แยกกันและมีเกณฑ์ต่างกัน เอกสารวิชาการเรื่องโรคติดต่อทางอาหารและน้ำของกรมระบุว่า อาการโรคอุจจาระร่วงคือถ่ายเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งต่อวันขึ้นไป หรือถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายมีมูกปนเลือดเพียง 1 ครั้ง ขณะที่อาการโรคอาหารเป็นพิษคือ มีไข้ ปวดท้อง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว คลื่นไส้ อาเจียน และอุจจาระร่วง
พูดให้ง่ายคือ ถ้าคลื่นไส้และอาเจียนเด่นกว่าถ่ายเหลว เกิดเร็วหลังมื้ออาหารที่ระบุได้ และคนที่กินด้วยกันป่วยพร้อมกันหลายคน ภาพแบบนั้นเข้ากับอาหารเป็นพิษมากกว่า กรมควบคุมโรคเขียนไว้ว่าการระบาดของโรคนี้มักพบจากการที่คนจำนวนมากกินอาหารร่วมกันแล้วมีอาการอย่างรวดเร็ว ส่วนผู้ป่วยรายเดียวมักหาสาเหตุได้ยาก และกำหนดว่าเหตุการณ์ระบาดหมายถึงผู้ป่วยในเหตุการณ์เดียวกันมากกว่า 30 ราย หรือพบตั้งแต่ 2 จังหวัดขึ้นไปที่เกี่ยวข้องกัน จึงไม่แปลกที่ข่าวการระบาดมักมาจากโรงเรียนหรืองานเลี้ยง หากสงสัยว่าอาการมาจากการติดเชื้อในลำไส้ อ่านเพิ่มได้ที่ อาการลำไส้ติดเชื้อ
ตัวเลขล่าสุดของประเทศไทย
ข้อมูลที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงโดยอ้างกรมควบคุมโรค ระบุว่าระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 17 มีนาคม 2569 ไทยมีผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษสะสม 39,233 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 274,151 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยกลุ่มที่ป่วยมากที่สุดคือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
อาการอาหารเป็นพิษเริ่มกี่ชั่วโมงหลังกินอาหาร และกี่วันหาย?
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี เขียนไว้ในข่าววันที่ 6 มีนาคม 2568 ว่าอาการส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน 8 ถึง 12 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร ขณะที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ช่วงแคบกว่าคือราว 2 ถึง 16 ชั่วโมง และระบุว่าอาการนำมักเป็นคลื่นไส้อาเจียนก่อน แล้วจึงตามด้วยปวดท้องและถ่ายเหลว สองตัวเลขนี้ไม่ขัดกัน แต่สะท้อนว่าแหล่งหนึ่งมองภาพรวมผู้ป่วยที่มารายงาน อีกแหล่งเน้นสามเชื้อที่พบบ่อยที่สุดซึ่งออกฤทธิ์เร็ว
ส่วนคำถามว่ากี่วันหาย กรมควบคุมโรคให้ระยะเวลาดำเนินโรครายเชื้อไว้ว่า เชื้อ Vibrio parahaemolyticus อยู่ที่ 1 ถึง 7 วัน สารพิษของ Staphylococcus aureus ทำให้มีอาการ 1 ถึง 2 วัน เชื้อ Bacillus cereus โดยทั่วไปไม่นานกว่า 24 ชั่วโมง และเชื้อ Clostridium perfringens สั้นเพียงวันเดียวหรือน้อยกว่า กรอบ 1 ถึง 7 วันจึงเป็นคำตอบที่ตรงกับข้อมูลราชการไทยที่สุด โดยคนส่วนใหญ่ดีขึ้นในสองสามวันแรก
ถ้าถ่ายเหลวยาวกว่านั้นมาก องค์การอนามัยโลกในเอกสารข้อเท็จจริงเรื่องโรคอุจจาระร่วง ฉบับวันที่ 7 มีนาคม 2567 จัดอาการที่นานตั้งแต่ 14 วันขึ้นไปเป็นถ่ายเหลวเรื้อรัง ซึ่งไม่ใช่ภาพของอาหารเป็นพิษแล้ว และควรตรวจหาสาเหตุอื่น เช่นที่อธิบายไว้ในบทความ อาการลำไส้แปรปรวน
เชื้อก่อโรคชนิดใดมีระยะฟักตัวเท่าไหร่?
ระยะฟักตัวเป็นเบาะแสที่นักระบาดวิทยาใช้เดาว่าน่าจะเป็นเชื้ออะไร กรมควบคุมโรคเขียนไว้ในมาตรการระยะระบาดว่า การซักถามอาการทางคลินิกร่วมกับการประมาณเวลาของระยะฟักตัวช่วยตั้งสมมติฐานของเชื้อสาเหตุได้ ตารางด้านล่างรวบรวมตัวเลขจากหน้าโรคอาหารเป็นพิษและเอกสารวิชาการโรคติดต่อทางอาหารและน้ำของกรมควบคุมโรค
| สาเหตุ | ระยะฟักตัว | อาการเด่น | ระยะเวลาที่มีอาการ | อาหารที่มักเป็นต้นเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| สารพิษของเชื้อ Staphylococcus aureus | 30 นาที ถึง 8 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ 2 ถึง 4 ชั่วโมง | คลื่นไส้อย่างมาก ปวดเกร็งลำไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย | 1 ถึง 2 วัน | อาหารที่มือผู้ปรุงสัมผัสแล้วตั้งทิ้งไว้ เช่น ขนมจีน เนื้อสัตว์ นม |
| เชื้อ Bacillus cereus ชนิดอาเจียนเด่น | 1 ถึง 6 ชั่วโมง | คลื่นไส้และอาเจียนเป็นอาการหลัก | ไม่นานกว่า 24 ชั่วโมง | ข้าวและข้าวผัดที่ตั้งทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง |
| เชื้อ Bacillus cereus ชนิดถ่ายเหลวเด่น | 6 ถึง 16 ชั่วโมง | ปวดท้องเกร็งและอุจจาระร่วง | ไม่นานกว่า 24 ชั่วโมง | ผักและอาหารประเภทเนื้อที่เก็บไม่ถูกต้องหลังปรุง |
| เชื้อ Clostridium perfringens | 6 ถึง 24 ชั่วโมง ส่วนมาก 10 ถึง 12 ชั่วโมง | ปวดท้องเกร็งแล้วถ่ายเหลว ไข้และอาเจียนพบไม่บ่อย | วันเดียวหรือน้อยกว่า | สตู พายเนื้อ เกรวี ไก่ ที่ปรุงร้อนไม่พอหรืออุ่นซ้ำไม่ทั่ว |
| เชื้อ Vibrio parahaemolyticus | ปกติ 12 ถึง 24 ชั่วโมง ช่วงกว้าง 4 ถึง 30 ชั่วโมง | ถ่ายเป็นน้ำ ปวดมวนท้องรุนแรง อาจมีไข้และมูกเลือดปน | 1 ถึง 7 วัน | อาหารทะเลดิบหรือสุกไม่พอ อาหารที่ล้างด้วยน้ำทะเลปนเปื้อน |
| เห็ดพิษ | เริ่มมีอาการราว 4 ชั่วโมงหลังรับประทาน | คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว บางรายเดินเซ สับสน ประสาทหลอน ชัก | ขึ้นกับชนิดเห็ด รายรุนแรงถึงตับวายและไตวาย | เห็ดป่าที่ไม่รู้จัก พบมากช่วงพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน |
ข้อสังเกตคือ ยิ่งอาการมาเร็วและนำด้วยอาเจียน ยิ่งมีโอกาสเป็นสารพิษที่แบคทีเรียสร้างไว้ในอาหารตั้งแต่ก่อนกิน ไม่ใช่การติดเชื้อที่ต้องรอแบ่งตัวในลำไส้ สารพิษของเชื้อ Staphylococcus aureus ยังทนความร้อนที่จุดเดือดได้

สำหรับสถานการณ์ในไทย กลุ่มระบาดวิทยาโรคติดต่อ กรมควบคุมโรค บันทึกว่าอัตราป่วยโรคอาหารเป็นพิษมีแนวโน้มสูงขึ้น แต่มีรายงานที่ระบุเชื้อก่อโรคได้เพียงร้อยละ 0.1 ถึง 6 และในจำนวนที่ระบุได้ พบเชื้อ Vibrio parahaemolyticus ร้อยละ 50 ถึง 60 ส่วนเชื้อ Clostridium perfringens พบร้อยละ 2 ตัวเลขนี้บอกว่าอาหารทะเลที่สุกไม่พอเป็นต้นเหตุอันดับต้นของไทย และผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ว่าติดเชื้ออะไร เพราะหายก่อนผลเพาะเชื้อจะออก
ไม่ใช่ทุกสาเหตุที่หยุดอยู่แค่จานอาหาร กรมควบคุมโรครายงานเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ว่าเกาหลีใต้พบผู้ป่วยอาหารเป็นพิษจากกิมจิที่ปนเปื้อนโนโรไวรัสรวม 1,024 ราย ในเมืองนัมวอน เชื้อนี้แพร่ได้ทั้งทางอาหาร น้ำ น้ำแข็ง พื้นผิวที่ปนเปื้อน และจากผู้ป่วยโดยตรง สำหรับเด็กเล็ก ไวรัสอีกตัวที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนคือโรตา ดูได้ที่ วัคซีนโรต้า
อาหารเป็นพิษกินอะไรได้ และใช้ ORS อย่างไรให้ถูกวิธี?
หลักการรักษาที่กรมควบคุมโรคระบุไว้คือรักษาตามอาการและทดแทนด้วยน้ำกับเกลือแร่ โดยเขียนว่าสารละลายเกลือแร่และน้ำตาลทางปากใช้ได้กับผู้ป่วยเกือบทุกราย ส่วนการให้สารน้ำทางเส้นเลือดจำเป็นในผู้ป่วยที่มีภาวะช็อก แปลว่าสำหรับคนที่ยังดื่มน้ำได้ ORS คือเครื่องมือหลัก
วิธีจิบที่กรมควบคุมโรคย้ำคือจิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ไม่ใช่ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ส่วนอาหารให้เลือกชนิดอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป เพื่อช่วยให้ลำไส้ฟื้นตัวเร็ว สำหรับเด็ก กรมแนะนำว่าเด็กที่ดื่มนมแม่ให้ดื่มต่อได้ ส่วนเด็กที่ดื่มนมผงให้ชงเจือจางลงจากเดิมและดื่มสลับกับน้ำเกลือแร่ ถ้าหาซอง ORS ไม่ได้จริง ๆ เอกสารของกรมมีสูตรผสมเองโดยใช้น้ำต้มสุก 1 ขวดขนาดเท่าขวดน้ำปลาใหญ่ ผสมน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือแกงครึ่งช้อนชา แต่ซองสำเร็จรูปยังแม่นยำกว่า
ทำไมสูตร ORS จึงเปลี่ยนไปจากเดิม
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 องค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟแนะนำสูตร ORS ใหม่แทนสูตรเดิม เอกสาร Oral Rehydration Salts ขององค์การอนามัยโลก ปี ค.ศ. 2006 อธิบายว่าสูตรเดิมมีโซเดียม 90 มิลลิอิควิวาเลนต์ต่อลิตร และออสโมลาริตีรวม 311 มิลลิออสโมลต่อลิตร ส่วนสูตรใหม่ลดเหลือโซเดียม 75 กลูโคส 75 มิลลิโมลต่อลิตร และออสโมลาริตีรวม 245 เพราะได้ผลดีกว่าในเด็กที่ถ่ายเหลวเฉียบพลันชนิดที่ไม่ใช่อหิวาตกโรค และลดความจำเป็นในการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดแบบไม่ได้วางแผนไว้ลงร้อยละ 33
องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้เสริมสังกะสีในเด็กที่ถ่ายเหลว โดยระบุว่าช่วยลดระยะเวลาของอาการลงร้อยละ 25 และลดปริมาณอุจจาระลงร้อยละ 30 เมื่อให้ต่อเนื่อง 10 ถึง 14 วัน ข้อนี้เป็นคำแนะนำระดับสากล ไม่ใช่ข้อความจากประกาศกรมควบคุมโรค และขนาดที่เหมาะกับเด็กแต่ละคนเป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกร
ทำไมไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะมากินเอง?
หน่วยงานไทยพูดตรงกันหลายครั้ง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี เขียนว่าห้ามกินยาหยุดถ่าย เพราะในกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อ การหยุดถ่ายจะทำให้ร่างกายไม่สามารถขับเชื้อออกไปกับอุจจาระได้ กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ระบุในข่าววันที่ 6 พฤษภาคม 2563 ว่าไม่ควรกินยาหยุดถ่ายเพราะเชื้อโรคจะยังอยู่ในร่างกาย และหากจะใช้ยาปฏิชีวนะควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ส่วนข่าววันที่ 12 กรกฎาคม 2567 เขียนชัดว่าไม่แนะนำให้กินยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะ
หน้าโรคอาหารเป็นพิษของกรมควบคุมโรคระบุสำหรับเชื้อ Vibrio parahaemolyticus ว่าให้รักษาตามอาการ โดยเฉพาะอาการปวดท้อง และไม่แนะนำการให้ยาปฏิชีวนะ กรณีที่ต้องใช้จริง เช่น รายที่มีลำไส้เน่า เป็นการรักษาในโรงพยาบาลที่แพทย์เลือกชนิดยาและขนาดให้ ส่วนสิ่งที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ระบุว่าหาซื้อจากร้านขายยาเพื่อดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ มี ORS ยาลดไข้พาราเซตามอล ยาผงถ่าน กลุ่มยาแก้คลื่นไส้อาเจียน และกลุ่มยาบรรเทาอาการปวดเกร็งในช่องท้อง โดยการเลือกตัวยาและขนาดควรถามเภสัชกรหรือแพทย์ โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
ขาดน้ำระดับไหน และเมื่อไหร่ต้องไปโรงพยาบาล?
สิ่งที่ทำให้อาหารเป็นพิษอันตรายในทางปฏิบัติไม่ใช่ตัวเชื้อ แต่เป็นการเสียน้ำและเกลือแร่เร็วกว่าที่ร่างกายจะทดแทนทัน องค์การอนามัยโลกแบ่งการขาดน้ำในผู้ที่ถ่ายเหลวเป็นสามระดับ ระดับรุนแรงคือซึมหรือไม่รู้สึกตัว ตาลึกโบ๋ ดื่มน้ำไม่ได้หรือดื่มได้น้อยมาก และเมื่อจับผิวหนังดึงขึ้นแล้วปล่อย ผิวหนังคืนตัวช้ามากตั้งแต่ 2 วินาทีขึ้นไป ระดับปานกลางคือกระสับกระส่ายหรือหงุดหงิด ตาลึกโบ๋ และกระหายน้ำจนดื่มอย่างตะกละ
เกณฑ์ที่หน่วยงานไทยให้ไว้สั้นกว่าและจำง่ายกว่า กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ระบุว่าให้รีบไปพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด ส่วนสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี ระบุว่ารายที่ถ่ายอุจจาระมาก อาเจียนรุนแรง จนขาดน้ำรุนแรงและความดันต่ำ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ตัวเลขและคำแนะนำทั้งหมดมาจากแหล่งที่ระบุไว้ท้ายเรื่อง ตามสถานะ ณ วันตรวจสอบข้อมูล 19 กันยายน 2569 แนวทางและสถิติด้านสาธารณสุขมีการปรับปรุงเป็นระยะ ผู้อ่านควรยืนยันกับกรมควบคุมโรค สถานพยาบาลของรัฐ หรือแพทย์และเภสัชกรก่อนนำไปใช้กับตนเอง บทความนี้ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย
อาการที่ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน
ถ้าผู้ป่วยซึมลงจนปลุกไม่ตื่น ไม่รู้สึกตัว ดื่มน้ำไม่ได้เลย ชัก หรือมีสัญญาณช็อกจากการเสียน้ำ ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ไม่ต้องรอดูอาการต่อ อีกสองกลุ่มที่ต้องถือว่าฉุกเฉินตั้งแต่ต้นคือ ผู้ที่กินเห็ดป่าแล้วมีอาการ เพราะเอกสารของกรมควบคุมโรคระบุว่าเห็ดพิษรุนแรงทำให้ตับวาย ไตวาย ชัก หมดสติและเสียชีวิตได้ และผู้ที่สงสัยโรคโบทูลิซึมจากอาหารหมักดองหรือหน่อไม้บรรจุปิดสนิท ซึ่งบทความของมูลนิธิหมอชาวบ้าน เดือนพฤษภาคม 2549 อธิบายว่าอาการมักเกิดหลังกินอาหาร 8 ถึง 36 ชั่วโมง และเด่นที่ระบบประสาท เช่น หนังตาตก ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน กลืนลำบาก และพูดไม่ชัด โดยบันทึกเหตุการณ์เดือนมีนาคม พ.ศ. 2548 ที่จังหวัดน่าน ซึ่งมีผู้ป่วยกว่า 200 คนจากหน่อไม้ปี๊บในงานบุญ
ใครที่ควรไปพบแพทย์เร็วกว่าคนอื่น
กรมควบคุมโรคระบุกลุ่มที่เสี่ยงต่ออาการรุนแรงว่าคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ข้อมูลผู้ป่วยช่วงต้นปี 2569 ก็สอดคล้องกัน เพราะกลุ่มที่ป่วยมากที่สุดคือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ขณะที่ในเขตสุขภาพที่ 6 ช่วงฤดูร้อนปี 2567 กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดคือ 60 ปีขึ้นไป คนสองกลุ่มนี้ทนการเสียน้ำได้น้อยกว่า จึงไม่ควรใช้เกณฑ์รอดูสักวันสองวันแบบเดียวกัน หากปวดท้องรุนแรงจนแยกไม่ออกว่าเป็นอาหารเป็นพิษหรือโรคของกระเพาะ อ่านเทียบอาการได้ที่ อาการโรคกระเพาะ
เมนูเสี่ยงและมาตรการป้องกันมีอะไรบ้าง?
เอกสารวิชาการของกรมควบคุมโรคสรุป 10 เมนูเสี่ยงไว้ ได้แก่ ข้าวมันไก่ จ่อมหรือก้อยหรือลาบดิบ ส้มตำ สลัด ขนมจีน อาหารประเภทยำ อาหารทะเล อาหารที่มีส่วนประกอบของกะทิ ข้าวผัดหรือข้าวผัดโรยเนื้อปู และน้ำแข็งที่ไม่สะอาด เกือบทุกรายการใช้มือสัมผัสตอนปรุง กินโดยไม่ผ่านความร้อนซ้ำ หรือตั้งทิ้งไว้ก่อนเสิร์ฟ
เมื่อสอบสวนหาปัจจัยเสี่ยงของเหตุการณ์ระบาด กรมควบคุมโรคจัดสัดส่วนไว้ว่า พืชพิษ สัตว์พิษและสารพิษร้อยละ 34 ไม่ทราบสาเหตุร้อยละ 29 อาหารเสี่ยงร้อยละ 11 อาหารค้างมื้อหรือปรุงไว้นานเกิน 2 ชั่วโมงร้อยละ 8 น้ำดื่มและน้ำแข็งไม่สะอาดร้อยละ 6 และบริโภคอาหารดิบร้อยละ 4
มาตรการที่กรมใช้สื่อสารคือ สุก ร้อน สะอาด โดยสุกหมายถึงกินอาหารปรุงสุกใหม่ ร้อนหมายถึงอาหารที่ปรุงสุกทิ้งไว้นานเกิน 2 ชั่วโมงต้องอุ่นร้อนก่อนกิน และสะอาดหมายถึงน้ำดื่มกับน้ำแข็งต้องมีเครื่องหมาย อย. อีกชุดคำที่ใช้คู่กันคือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ส่วนการเก็บรักษา เอกสารเดียวกันแนะนำให้เก็บเนื้อสัตว์ดิบที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส ผักและผลไม้ที่ 10 องศาเซลเซียส และแยกเขียงกับมีดระหว่างอาหารดิบกับอาหารสุก
คู่มือ Five Keys to Safer Food ขององค์การอนามัยโลกย่อเรื่องเดียวกันเหลือห้าข้อ คือรักษาความสะอาด แยกของดิบกับของสุก ปรุงให้สุกทั่วถึง เก็บอาหารที่อุณหภูมิปลอดภัย และใช้น้ำกับวัตถุดิบที่ปลอดภัย ส่วนเอกสารข้อเท็จจริงด้านความปลอดภัยอาหารขององค์การอนามัยโลก ฉบับวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ประเมินว่าทั่วโลกมีคนราว 866 ล้านคนป่วยจากอาหารที่ปนเปื้อนและเสียชีวิต 1.52 ล้านคนต่อปี
สรุปสิ่งที่ควรทำเมื่อสงสัยว่าอาหารเป็นพิษ
จับเวลาว่าอาการเริ่มกี่ชั่วโมงหลังมื้อไหน เพราะนั่นคือข้อมูลที่มีค่าที่สุดทั้งกับตัวเองและกับแพทย์ จิบ ORS ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง กินอาหารอ่อน อย่าซื้อยาหยุดถ่ายหรือยาปฏิชีวนะมากินเอง และเฝ้าดูสัญญาณขาดน้ำเป็นหลัก ถ้าอาการไม่ดีขึ้น กินไม่ได้ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด ให้ไปพบแพทย์ ถ้าซึมลงหรือมีอาการทางประสาทหลังกินเห็ดป่า ให้โทร 1669 ทันที สายด่วนกรมควบคุมโรคคือ 1422
คำถามที่พบบ่อย
อาการอาหารเป็นพิษเริ่มกี่ชั่วโมง?
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี ระบุว่าอาการส่วนใหญ่เกิดภายใน 8 ถึง 12 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร แต่ระยะฟักตัวจริงขึ้นกับเชื้อ ตั้งแต่ 30 นาทีสำหรับสารพิษของเชื้อ Staphylococcus aureus ไปจนถึง 30 ชั่วโมงสำหรับเชื้อ Vibrio parahaemolyticus
อาหารเป็นพิษกี่วันหาย?
กรมควบคุมโรคให้ระยะดำเนินโรคไว้ที่ 1 ถึง 7 วันสำหรับเชื้อ Vibrio parahaemolyticus, 1 ถึง 2 วันสำหรับสารพิษของเชื้อ Staphylococcus aureus และไม่เกิน 24 ชั่วโมงสำหรับเชื้อ Bacillus cereus ถ้าถ่ายเหลวเกิน 14 วันถือเป็นอาการเรื้อรังที่ต้องหาสาเหตุอื่น
อาหารเป็นพิษกินอะไรได้บ้าง?
กรมควบคุมโรคแนะนำอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม และซุป พร้อมจิบสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ ORS ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เด็กที่ดื่มนมแม่ให้ดื่มต่อได้ ส่วนเด็กที่ดื่มนมผงให้ชงเจือจางลงและดื่มสลับกับน้ำเกลือแร่
กินยาหยุดถ่ายตอนอาหารเป็นพิษได้ไหม?
ไม่ควร สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 ชลบุรี ระบุว่าห้ามกินยาหยุดถ่าย เพราะกรณีที่เกิดจากการติดเชื้อ ร่างกายจะไม่สามารถขับเชื้อออกไปกับอุจจาระได้ กรมควบคุมโรคก็ระบุตรงกันว่าเชื้อโรคจะยังค้างอยู่ในร่างกาย
ต้องกินยาปฏิชีวนะด้วยหรือไม่?
กรมควบคุมโรคระบุว่าการรักษาหลักคือรักษาตามอาการและทดแทนน้ำกับเกลือแร่ สำหรับเชื้อ Vibrio parahaemolyticus ระบุชัดว่าไม่แนะนำการให้ยาปฏิชีวนะ และหากจำเป็นต้องใช้ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น
อาหารเป็นพิษต่างจากท้องเสียธรรมดาอย่างไร?
ในเกณฑ์ของกรมควบคุมโรค โรคอุจจาระร่วงนับจากการถ่ายเหลวตั้งแต่ 3 ครั้งต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายมีมูกปนเลือด 1 ครั้ง ส่วนโรคอาหารเป็นพิษนับรวมไข้ ปวดท้อง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว คลื่นไส้ อาเจียนและอุจจาระร่วง โดยเน้นว่ามาจากอาหารหรือน้ำ
เมื่อไหร่ต้องไปโรงพยาบาล?
กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ระบุว่าให้รีบพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น รับประทานอาหารไม่ได้ กระหายน้ำมากกว่าปกติ หรืออุจจาระเป็นมูกปนเลือด และถ้าถ่ายมาก อาเจียนรุนแรงจนขาดน้ำและความดันต่ำ ให้รีบพบแพทย์ทันที
อาการแบบไหนที่ต้องโทร 1669?
ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เมื่อผู้ป่วยซึมลงจนปลุกไม่ตื่น ไม่รู้สึกตัว ชัก ดื่มน้ำไม่ได้เลย หรือมีสัญญาณช็อกจากการเสียน้ำ รวมถึงกรณีมีอาการหลังกินเห็ดป่าหรือสงสัยโรคโบทูลิซึมจากอาหารหมักดอง
ประเทศไทยมีผู้ป่วยอาหารเป็นพิษมากแค่ไหน?
ข้อมูลกรมควบคุมโรคที่รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคมถึง 17 มีนาคม 2569 มีผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษสะสม 39,233 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 274,151 ราย เสียชีวิต 2 ราย
ต้มเห็ดกับข้าวสารหรือแหวนเงินบอกได้ไหมว่ามีพิษ?
ไม่ได้ กรมควบคุมโรคทดสอบโดยต้มเห็ดระโงกหินซึ่งเป็นเห็ดพิษพร้อมข้าวสาร ข้าวเหนียวและแหวนเงิน แล้วพบว่าไม่มีการเปลี่ยนสี และให้ผลเหมือนการต้มกับเห็ดที่กินได้ วิธีที่ปลอดภัยคือไม่กินเห็ดป่าที่ไม่รู้จัก
แหล่งอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค: อาหารเป็นพิษ (Food Poisoning)
- สคร.6 ชลบุรี: เตือนอากาศร้อน ระวังโรคอาหารเป็นพิษ (6 มีนาคม 2568)
- กรมควบคุมโรค: สุก ร้อน สะอาด ป้องกันโรคทางอาหารและน้ำ (6 พฤษภาคม 2563)
- กรมควบคุมโรค: อาหารเป็นพิษจากโนโรไวรัส (12 กรกฎาคม 2567)
- กรมควบคุมโรค: เอกสารวิชาการโรคอุจจาระร่วงและโรคอาหารเป็นพิษ
- แนวหน้า: รัฐบาลเตือนหน้าร้อน ข้อมูลผู้ป่วยถึง 17 มีนาคม 2569
- รพ.เวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล: อาหารเป็นพิษ
- World Health Organization: Food safety fact sheet (4 มิถุนายน 2569)
- World Health Organization: Diarrhoeal disease fact sheet (7 มีนาคม 2567)
- World Health Organization: Five Keys to Safer Food Manual
- WHO: Oral Rehydration Salts, Production of the new ORS (2006)
- มูลนิธิหมอชาวบ้าน: โรคโบทูลิซึม (พฤษภาคม 2549)


