สังคมไทยกยศ ปรับโครงสร้างหนี้ 2569: ใครทำได้ ผ่อนกี่ปี ดอกเบี้ยเท่าไหร่

กยศ ปรับโครงสร้างหนี้ 2569: ใครทำได้ ผ่อนกี่ปี ดอกเบี้ยเท่าไหร่

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: การปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. คือการทำสัญญาฉบับใหม่เพื่อยืดการผ่อนออกไปเป็นรายเดือนเท่ากันทุกเดือนนานสูงสุด 15 ปี โดยผู้ค้ำประกันหลุดพ้นทันทีในวันทำสัญญา และเบี้ยปรับเดิมจะถูกพักแขวนไว้แล้วลดให้ 100% เมื่อผ่อนจนปิดบัญชี กฎหมายเปิดให้ทำได้แม้อยู่ระหว่างถูกฟ้อง มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว หรืออยู่ระหว่างการบังคับคดี ทำได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ www.studentloan.or.th

วิธีปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. คือเข้าเว็บไซต์ www.studentloan.or.th กดปุ่มทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ กรอกเลขประจำตัวประชาชนเพื่อตรวจสอบสิทธิ ยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชัน ThaID หรือเป๋าตัง แล้วยืนยันรายการผ่านลิงก์ที่ระบบส่งไปยังอีเมลภายใน 5 นาที เมื่อสัญญามีผล ผู้กู้ยืมจะผ่อนเป็นรายเดือนในจำนวนเท่ากันทุกเดือนภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี และในงวดสุดท้ายต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์

ประเด็นสำคัญ

  • ฐานอำนาจอยู่ในมาตรา 44 วรรคสี่ แห่ง พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนที่ 20 ก วันที่ 19 มีนาคม 2566
  • มาตรา 44 วรรคห้า เขียนไว้ชัดว่าการปรับโครงสร้างหนี้ทำได้แม้อยู่ระหว่างดำเนินคดี มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว หรืออยู่ระหว่างการบังคับคดี
  • เงื่อนไขของ กยศ. คือผ่อนรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน ภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ให้จบภายใน 15 ปี และงวดสุดท้ายอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์
  • ดอกเบี้ย 1% ต่อปี เบี้ยปรับ 0.5% ต่อปี เบี้ยปรับก้อนเดิมถูกพักแขวนไว้และลดให้ 100% เมื่อชำระปิดบัญชีตามสัญญา
  • ลำดับตัดชำระตามมาตรา 44/1 (3) เปลี่ยนเป็นเงินต้นเฉพาะส่วนที่ครบกำหนด แล้วจึงดอกเบี้ย แล้วจึงเงินเพิ่ม ต่างจากแบบเดิมที่ตัดเบี้ยปรับก่อน
  • ผิดนัดสะสมถึง 6 งวด หรือเหลืองวดผ่อนไม่ถึง 6 งวดแล้วผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง ถือว่าสัญญาสิ้นสุด และ กยศ. จะดึงเบี้ยปรับที่พักแขวนกลับมาเป็นทุนทรัพย์
  • ข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 มีผู้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 598,334 บัญชี แบ่งเป็นแบบกระดาษ 261,110 บัญชี และแบบออนไลน์ 337,224 บัญชี

ปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. คืออะไร และกฎหมายฉบับใดรองรับ

ปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. หมายถึงการที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตกลงกับผู้กู้ยืมเงินให้ชำระหนี้ด้วยจำนวน ระยะเวลา และวิธีการที่ต่างไปจากสัญญากู้ยืมเดิม โดยทำเป็นสัญญาฉบับใหม่ ไม่ใช่การยกหนี้ และไม่ใช่การพักชำระหนี้ชั่วคราว

ฐานอำนาจอยู่ในมาตรา 44 วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ตัวบทเขียนว่า เพื่อบรรเทาภาระของผู้กู้ยืมเงิน กองทุนอาจผ่อนผันให้ชำระแตกต่างไปจากเดิม หรือลดหย่อนหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ แปลงหนี้ใหม่ หรือระงับการชำระเงินคืนกองทุน ตามที่ผู้กู้ยืมเงินร้องขอเป็นรายบุคคลหรือเป็นการทั่วไปก็ได้

กฎหมายฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนที่ 20 ก หน้า 14 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 และมาตรา 2 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่าใช้กับคนที่กู้หลังปี 2566 เท่านั้น แต่มาตรา 27 ของฉบับที่ 2 เขียนไว้ตรงกันข้าม คือให้นำมาตรา 44 วรรคสองถึงวรรคแปดมาใช้กับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันซึ่งทำสัญญาไว้แล้วก่อนวันที่กฎหมายใช้บังคับด้วย

ควรแยกให้ชัดว่าการปรับโครงสร้างหนี้ไม่ใช่การผ่อนผันชำระหนี้ ซึ่งเป็นการเลื่อนหรือลดจำนวนที่ต้องชำระชั่วคราวโดยสัญญาเดิมยังอยู่ และไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ ซึ่งมาตรา 44 วรรคเจ็ดกำหนดว่าถ้าทำหลังมีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ถือว่าหนี้ตามคำพิพากษาระงับไป และหากมีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้ ให้ถอนการยึดหรืออายัดนั้น

ผู้กู้ยืมกลุ่มใดทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ได้บ้าง

กยศ. ระบุว่าการปรับโครงสร้างหนี้เปิดให้ผู้กู้ยืมเงินที่ค้างชำระหนี้ รวมถึงผู้กู้ยืมเงินที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีหลังศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด หรืออยู่ระหว่างการบังคับคดี ตามข่าวประชาสัมพันธ์ของกองทุนวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 กลุ่มเป้าหมายหลักจึงเป็นคนที่มียอดค้าง ไม่ใช่คนที่ผ่อนตรงเวลาอยู่แล้ว

ผลการคำนวณยอดหนี้ใหม่ ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 แบ่งบัญชีทั้งหมดราว 3.8 ล้านบัญชีออกเป็น 4 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้เงินคืน 286,362 บัญชี รวม 3,399.12 ล้านบาท กลุ่มที่ยอดหนี้ลดลง 3,548,016 บัญชี ลดลงรวม 46,225.6 ล้านบาท กลุ่มที่ยอดเท่าเดิม 755 บัญชี และกลุ่มที่หนี้หมดจนปิดบัญชี 80 บัญชี สองกลุ่มกลางคือกลุ่มที่กองทุนแนะนำให้เข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ผ่านเว็บไซต์และยืนยันตัวตนผ่าน ThaID

มีอีกกรณีหนึ่งที่ผลลัพธ์ต่างออกไป กยศ. อธิบายว่าถ้าคำนวณยอดหนี้ใหม่แล้วไม่มีเงินต้นและดอกเบี้ยคงเหลือ กองทุนจะปรับโครงสร้างหนี้ให้และให้ส่วนลดเบี้ยปรับ 100% โดยถือว่าผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว กรณีนี้ผู้กู้ไม่ต้องผ่อนต่ออีก

ผู้ที่ถูกหักเงินเดือนอยู่ก็เข้าข่ายได้ กยศ. เคยแจ้งนายจ้างให้หักเพิ่มอีกรายละ 3,000 บาทต่อบัญชีสำหรับผู้ที่มีสถานะค้างชำระ โดยมีผลตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 และระบุชัดว่าไม่รวมผู้ที่ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว เดือนนั้นมีผู้ถูกหักเงินเดือนเพื่อชำระยอดค้างเก่า 490,225 ราย คิดเป็น 510,716 บัญชี และเดือนพฤษภาคม 2568 อีก 251,083 ราย หากต้องการเข้าใจกลไกการหักเงินเดือนให้ละเอียดขึ้น อ่านต่อได้ที่บทความ การคำนวณเงินหักเงินเดือน กยศ.

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  การ วางแผน เป็นการ กำหนดการ ต่างๆ ไว้ ล่วงหน้า ใน เรื่อง ใด

ถูกฟ้องหรือถูกบังคับคดีแล้ว ยังปรับโครงสร้างหนี้ได้ไหม

ได้ และข้อนี้เขียนไว้ในตัวบทโดยตรง มาตรา 44 วรรคห้า ระบุว่าการดำเนินการตามวรรคสี่ ซึ่งรวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ ให้กระทำได้แม้จะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี หรือมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดแล้ว หรืออยู่ในระหว่างการบังคับคดี นี่คือจุดที่คำตอบสั้น ๆ แบบ “ค้างนานแล้วคงทำไม่ได้” ผิด

ผู้จัดการกองทุนในขณะนั้น ดร.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ให้ข้อมูลเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ว่าในปี 2569 หากผู้กู้ยืมเงินไม่ชำระหนี้ตามสัญญาหรือตามคำพิพากษา กยศ. จะต้องฟ้องคดีกว่า 100,000 ราย และบังคับคดีอีกกว่า 80,000 ราย และระบุว่าหากผู้กู้ยืมผ่อนชำระตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้โดยไม่ผิดนัด กองทุนจะงดการฟ้องคดีและบังคับคดีทันที

แต่การทำสัญญาหลังคำพิพากษามีเงื่อนไขพ่วงที่ต้องอ่านให้จบ มาตรา 44 วรรคหก กำหนดว่า ถ้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ภายหลังมีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือระหว่างการบังคับคดี แล้วผู้กู้ยืมผิดนัด หากระยะเวลาการบังคับคดีสิ้นสุดลงก่อนแล้วหรือเหลือไม่ถึงสามปี ให้บังคับคดีได้ภายในสามปีนับแต่วันที่ผิดนัด พูดอีกอย่างคือการเข้าสัญญาเปิดหน้าต่างใหม่ให้กองทุนบังคับคดีได้อีกสามปี

ในทางปฏิบัติ ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจระบุว่ายอดฟ้องของ กยศ. ลดลงตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา เพราะคณะกรรมการกองทุนมีมติให้ชะลอการฟ้อง และฟ้องเฉพาะคดีที่ใกล้หมดอายุความ 10 ปีเท่านั้น การที่ยังไม่ถูกฟ้องจึงไม่ได้แปลว่าหนี้หายไป

เงื่อนไขในสัญญามีอะไรบ้าง ผ่อนได้กี่ปี และอายุไม่เกินเท่าไหร่

เงื่อนไขที่ กยศ. ประกาศไว้มีสาระสำคัญ 3 ข้อแรกคือ หนึ่ง ผู้กู้ยืมต้องผ่อนชำระเงินคืนกองทุนเป็นรายเดือนในอัตราเท่ากันทุกเดือน สอง ต้องชำระภายในวันที่ 5 ของทุกเดือนให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี และสาม ในการชำระเงินงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์

เพดาน 15 ปีไม่ได้ลอยมา มาตรา 44/1 (1) กำหนดว่าระยะเวลาผ่อนชำระต้องคำนึงถึงรายได้และความสามารถในการชำระคืน แต่ต้องไม่เกินสิบห้าปีนับแต่วันที่มีหน้าที่ต้องชำระ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและสมควรจะขยายออกไปอีกก็ได้

เงื่อนไขข้อที่กระทบผู้ค้ำประกันโดยตรงคือ เมื่อทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากสัญญาค้ำประกันเงินกู้ทันที ไม่ต้องรอให้ผ่อนจนจบ ข้อนี้สอดคล้องกับบทเฉพาะกาลมาตรา 27 วรรคท้ายของพระราชบัญญัติฉบับที่ 2 ที่ว่าเมื่อมีการดำเนินการตามมาตรา 44 วรรคสี่ ภายหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากหนี้นั้น

หัวข้อก่อนกฎหมายฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566ตั้งแต่ 20 มีนาคม 2566 เป็นต้นไปที่มาของตัวเลข
ลำดับตัดชำระหนี้เงินเพิ่ม แล้วดอกเบี้ย แล้วเงินต้นเงินต้นเฉพาะส่วนที่ครบกำหนด แล้วดอกเบี้ย แล้วเงินเพิ่มมาตรา 44/1 (3)
เพดานดอกเบี้ยตามกฎหมายไม่เกิน 7.5% ต่อปีไม่เกิน 1% ต่อปี และห้ามคิดทบต้นมาตรา 44 วรรคสอง
เพดานเงินเพิ่มกรณีผิดนัดไม่เกิน 1.5% ต่อเดือน หรือราว 18% ต่อปีไม่เกิน 0.5% ต่อปีมาตรา 44 วรรคแปด
ระยะเวลาผ่อนสูงสุด15 ปีนับแต่วันที่ต้องเริ่มชำระหนี้15 ปีนับแต่วันที่มีหน้าที่ต้องชำระ ขยายได้เมื่อมีเหตุจำเป็นมาตรา 44/1 (1)
ผู้ค้ำประกันยังผูกพันตามสัญญาค้ำประกันหลุดพ้นทันทีเมื่อทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ประกาศเงื่อนไขของ กยศ.
อายุผู้กู้ยืมในงวดสุดท้ายไม่ได้กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเดิมต้องไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ประกาศเงื่อนไขของ กยศ.

ตารางนี้อธิบายว่าทำไมยอดหนี้ของหลายคนลดลงทันทีหลังการคำนวณใหม่ เพราะเงินที่เคยจ่ายไปในอดีตถูกนำกลับมาตัดเงินต้นก่อน แทนที่จะไปหักเบี้ยปรับก้อนโตก่อนเหมือนวิธีเดิม

อินโฟกราฟิกสรุป กยศ ปรับโครงสร้างหนี้ 2569: ใครทำได้ ผ่อนกี่ปี ดอกเบี้ยเท่าไหร่
สรุปเป็นภาพ: กยศ ปรับโครงสร้างหนี้ 2569: ใครทำได้ ผ่อนกี่ปี ดอกเบี้ยเท่าไหร่

ดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และเบี้ยปรับที่พักแขวนไว้คิดอย่างไร

ตามเงื่อนไขที่ กยศ. ประกาศ อัตราดอกเบี้ยของสัญญาปรับโครงสร้างหนี้คือ 1% ต่อปี และอัตราเบี้ยปรับคือ 0.5% ต่อปี ทั้งสองตัวเลขเป็นอัตราสูงสุดที่กฎหมายยอมให้คิด ไม่ใช่อัตราที่ตั้งขึ้นเฉพาะโครงการ

ส่วนเบี้ยปรับที่สะสมไว้ก่อนทำสัญญา กองทุนจะพักแขวนไว้ทั้งหมด ไม่นำมารวมในยอดที่ต้องผ่อน และเมื่อผู้กู้ยืมชำระหนี้ปิดบัญชีครบตามสัญญาจะได้รับส่วนลดเบี้ยปรับ 100% คำว่าพักแขวนจึงสำคัญ เพราะเงินก้อนนี้ยังไม่ถูกยกให้ในวันที่เซ็นสัญญา แต่จะถูกยกให้ในวันที่ผ่อนงวดสุดท้ายเสร็จ

ตัวอย่างที่กองทุนยกมาช่วยให้เห็นภาพ ผู้กู้ยืมรายหนึ่งที่ขอปรับโครงสร้างหนี้ในเดือนเมษายน 2568 มียอดหนี้เดิม 279,445 บาท ชำระเดือนละ 1,620 บาทและยังถูกหักเพิ่มอีก 3,000 บาท เมื่อปรับโครงสร้างหนี้แล้วยอดลดเหลือ 84,959 บาท ผ่อนเดือนละ 480 บาท ตัวเลขชุดนี้เป็นกรณีเฉพาะราย ไม่ใช่สูตรที่ใช้กับทุกคน

อีกเรื่องที่คนมักสับสนคือมาตรการลดหย่อนหนี้ ซึ่งให้ส่วนลดต้นเงิน 5 ถึง 10% พร้อมส่วนลดเบี้ยปรับ 100% เมื่อชำระปิดบัญชีในคราวเดียว มาตรการนั้นเปิดลงทะเบียนระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2568 จึงเป็นคนละเรื่องกับการปรับโครงสร้างหนี้ที่เป็นการผ่อนระยะยาว

ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์มีขั้นตอนอย่างไร

ระบบทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์เปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2568 ทำผ่านเว็บไซต์ www.studentloan.or.th ด้วยตนเอง ขั้นตอนตามคู่มือของกองทุนมีดังนี้

  1. กดปุ่มทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์บนหน้าเว็บไซต์
  2. กรอกเลขประจำตัวประชาชนเพื่อตรวจสอบสิทธิทำสัญญา
  3. กรอกวันเดือนปีเกิดเป็นพุทธศักราช หากข้อมูลไม่ตรงกับฐานข้อมูล ระบบจะให้แจ้งเจ้าหน้าที่แก้ไขก่อนจึงจะไปขั้นตอนถัดไปได้
  4. ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านแอปพลิเคชัน ThaID
  5. ระบุเบอร์โทรศัพท์มือถือและอีเมล แล้วเลือกเลขบัญชีเงินกู้ยืมที่จะทำสัญญา
  6. อ่านและทำเครื่องหมายยอมรับเงื่อนไขการเก็บรวบรวมข้อมูล แล้วกดบันทึกรายละเอียดสัญญา
  7. ตรวจสอบรายละเอียดผู้กู้ยืม เลขบัญชี และยอดที่ต้องผ่อนต่อเดือนที่ระบบคำนวณให้
  8. ทำเครื่องหมายรับรองความถูกต้อง แล้วกดยืนยัน
  9. สแกนคิวอาร์โค้ดผ่าน ThaID อีกครั้งเพื่อลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
  10. ระบบจะส่งลิงก์ยืนยันไปที่อีเมลที่ให้ไว้ ต้องกดยืนยันภายใน 5 นาที
  11. เมื่อเสร็จสิ้น หากมีบัญชีเงินกู้มากกว่า 1 บัญชี ระบบจะแจ้งให้ทำสัญญาบัญชีที่เหลือต่อ
  12. กดปุ่มตรวจสอบสัญญาเพื่อดูและดาวน์โหลดเอกสารสัญญาเก็บไว้
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ดู เรอัลมาดริด vs อาร์เซนอล สด ช่องถ่ายทอดสด

กองทุนระบุว่าการยืนยันตัวตนและลงนามอิเล็กทรอนิกส์ทำได้ทั้งผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังและ ThaID นอกจากช่องทางออนไลน์แล้วยังมีการทำสัญญาแบบกระดาษ ซึ่งเปิดมาก่อนตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้ที่ต้องการสอบถามเพิ่มเติมติดต่อ กยศ. Call Center หมายเลข 0 2016 4888

จุดที่คนพลาดบ่อยคืองวดแรก กยศ. อธิบายกรณีผู้ทำสัญญาในเดือนพฤษภาคม 2568 ว่าต้องชำระงวดแรกตามยอดใหม่ด้วยตนเอง และต้องแจ้งนายจ้างเพื่อไม่ให้ถูกหักเงินเดือนเพิ่มอีก 3,000 บาทในเดือนนั้น โดยนายจ้างจะเริ่มหักตามสัญญาใหม่ตั้งแต่งวดที่ 2

ผิดนัดกี่งวดสัญญาถึงสิ้นสุด และตอนนี้มีคนทำไปแล้วเท่าไหร่

ข่าวประชาสัมพันธ์ของ กยศ. วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ระบุเงื่อนไขการผิดนัดไว้ชัดเจนว่า หากผู้กู้ยืมผิดนัดชำระหนี้ ไม่ว่าจะผิดนัดติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม สะสมกันถึง 6 งวด หรือกรณีที่งวดผ่อนชำระตามสัญญาเหลือน้อยกว่า 6 งวดแล้วผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง จะถือว่าผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด สัญญาปรับโครงสร้างหนี้สิ้นสุดลงทันที และกองทุนจะนำเบี้ยปรับที่ตั้งพักแขวนไว้กลับคืนมาเป็นทุนทรัพย์เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

ด้านจำนวนผู้เข้าร่วม ข้อมูล ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2568 มีผู้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วรวม 598,334 บัญชี แยกเป็นแบบกระดาษ 261,110 บัญชี และแบบออนไลน์ 337,224 บัญชี เทียบกับจำนวนบัญชีทั้งระบบราว 3.8 ล้านบัญชี

ในฝั่งของการคำนวณยอดหนี้ใหม่ กยศ. แจ้งเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ว่าดำเนินการเสร็จแล้ว 4,157,175 บัญชี คิดเป็น 99.56% จากทั้งหมด 4,175,475 บัญชี เหลือกลุ่มที่ข้อมูลซับซ้อนอีกประมาณ 18,300 บัญชี พร้อมแนะนำให้ตรวจสอบยอดหนี้ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ช่องทางเดียว และชำระผ่าน Mobile Banking ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด โดยระบบจะปรับยอดหนี้หลังชำระภายใน 2 วัน

สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบหักเงินเดือน กองทุนอธิบายว่านายจ้างจะนำส่งเงินให้ กยศ. ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป กองทุนจึงจะนำมาลดหนี้ได้ ระหว่างนั้นตรวจสอบได้ที่เมนูรายการชำระเงินย้อนหลังในแอปพลิเคชัน ซึ่งจะแสดงข้อมูลภายใน 3 วันทำการและใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้ ส่วนผู้ที่ต้องการปิดบัญชี กยศ. เปิดระบบลงทะเบียนนัดหมายชำระหนี้ปิดบัญชีเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 โดยต้องยืนยันตัวตนผ่าน ThaID

คำถามที่พบบ่อย

ปรับโครงสร้างหนี้ กยศ. ทำที่ไหนได้บ้าง

ทำออนไลน์ได้ด้วยตนเองที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th โดยยืนยันตัวตนและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชัน ThaID หรือเป๋าตัง กองทุนยังมีการทำสัญญาแบบกระดาษที่เปิดมาตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ด้วย

ผ่อนได้นานกี่ปี

สูงสุด 15 ปี โดยผ่อนเป็นรายเดือนในจำนวนเท่ากันทุกเดือนภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน มาตรา 44/1 (1) เปิดช่องให้ขยายเกิน 15 ปีได้เฉพาะกรณีที่มีเหตุจำเป็นและสมควร

อายุมากแล้วยังผ่อน 15 ปีได้ไหม

ไม่เสมอไป เงื่อนไขของ กยศ. กำหนดว่าในการชำระงวดสุดท้าย ผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ ผู้ที่อายุมากแล้วจึงจะได้จำนวนงวดน้อยลงและยอดผ่อนต่อเดือนสูงขึ้น

ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วยังทำสัญญาได้หรือเปล่า

ได้ มาตรา 44 วรรคห้า ระบุว่าการปรับโครงสร้างหนี้ทำได้แม้อยู่ระหว่างดำเนินคดี มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว หรืออยู่ระหว่างการบังคับคดี

ทำสัญญาแล้วผู้ค้ำประกันหลุดเมื่อไร

หลุดพ้นจากสัญญาค้ำประกันทันทีเมื่อทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ต้องรอผ่อนจนจบ

ดอกเบี้ยและเบี้ยปรับหลังปรับโครงสร้างหนี้คิดเท่าไหร่

ดอกเบี้ย 1% ต่อปี และเบี้ยปรับ 0.5% ต่อปี ตามเงื่อนไขที่ กยศ. ประกาศ ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดตามมาตรา 44 วรรคสองและวรรคแปด

เบี้ยปรับก้อนเก่าหายไปเลยไหม

ไม่หายทันที กองทุนจะพักแขวนเบี้ยปรับทั้งหมดไว้ก่อน แล้วให้ส่วนลด 100% เมื่อผู้กู้ยืมชำระหนี้ปิดบัญชีครบตามเงื่อนไขในสัญญา

ผิดนัดกี่งวดสัญญาจึงสิ้นสุด

ผิดนัดสะสมถึง 6 งวด ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ หรือเมื่อเหลืองวดผ่อนไม่ถึง 6 งวดแล้วผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง ถือว่าผิดนัดทั้งหมดและสัญญาสิ้นสุดลงทันที

ผู้กู้รุ่นเก่าที่กู้ก่อนปี 2566 ใช้สิทธินี้ได้หรือไม่

ได้ มาตรา 27 ของพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 ให้นำมาตรา 44 วรรคสองถึงวรรคแปดมาใช้กับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันที่ทำสัญญาไว้ก่อนวันที่กฎหมายใช้บังคับด้วย

ปรับโครงสร้างหนี้แล้วยังถูกหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาทอีกไหม

กยศ. ระบุว่าการหักเพิ่มรายละ 3,000 บาทต่อบัญชีใช้กับผู้ที่มีสถานะค้างชำระ โดยไม่รวมผู้ที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ผู้ที่เพิ่งทำสัญญาต้องชำระงวดแรกด้วยตนเองและแจ้งนายจ้างให้ทราบ

คำนวณยอดหนี้ใหม่แล้วไม่เหลือเงินต้นและดอกเบี้ยจะเป็นอย่างไร

กองทุนจะปรับโครงสร้างหนี้ให้พร้อมส่วนลดเบี้ยปรับ 100% และถือว่าผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว

ตรวจสอบยอดหนี้ที่ถูกต้องได้จากช่องทางไหน

กยศ. แนะนำให้ตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect เพียงช่องทางเดียว โดยยอดจะปรับหลังชำระภายใน 2 วัน ส่วนรายการชำระเงินย้อนหลังจะแสดงภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่นายจ้างนำส่งเงิน

สรุปก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

ขั้นแรกคือเปิดแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ดูว่ายอดหนี้ของตัวเองผ่านการคำนวณใหม่แล้วหรือยัง เพราะ ณ วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ยังเหลือบัญชีที่ข้อมูลซับซ้อนอีกราว 18,300 บัญชีที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ถ้ายอดใหม่ขึ้นแล้วและยังมีสถานะค้างชำระ ให้เข้าเว็บไซต์กองทุนเพื่อตรวจสอบสิทธิทำสัญญาด้วยเลขประจำตัวประชาชน

ก่อนกดยืนยัน ให้เทียบยอดผ่อนต่อเดือนกับรายได้จริงของตัวเองก่อน เพราะเส้นแบ่งของสัญญานี้อยู่ที่ 6 งวด ถ้าผิดนัดสะสมถึงจุดนั้น เบี้ยปรับที่พักแขวนไว้จะกลับมาทั้งก้อน ส่วนผู้ที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วหรืออยู่ระหว่างบังคับคดี ควรอ่านมาตรา 44 วรรคหกเรื่องกรอบเวลาสามปีก่อนตัดสินใจ และหากมีข้อสงสัยเฉพาะราย ติดต่อ กยศ. Call Center 0 2016 4888

ตัวเลข อัตรา และเงื่อนไขทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงจากแหล่งที่ระบุไว้ด้านล่าง ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูล 14 กันยายน 2569 หลักเกณฑ์ของกองทุนและมาตรการชั่วคราวมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะ ก่อนตัดสินใจทำสัญญาหรือชำระเงิน โปรดยืนยันยอดหนี้และเงื่อนไขล่าสุดกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาโดยตรง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการทำความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือทางการเงินเฉพาะราย

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด: ผลการแข่งขันล่าสุด

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด