ข่าวบันเทิงและซุบซิบสอบท้องถิ่น สมัครอย่างไร สอบภาค ก ข ค อะไรบ้าง และรอบล่าสุดไปถึงไหน

สอบท้องถิ่น สมัครอย่างไร สอบภาค ก ข ค อะไรบ้าง และรอบล่าสุดไปถึงไหน

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: สอบท้องถิ่นคือการสอบแข่งขันที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จัดให้ทุกท้องถิ่นพร้อมกัน สมัครทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น เลือกได้ตำแหน่งเดียวและเขตเดียว รอบ พ.ศ. 2568 เก็บค่าธรรมเนียม 430 บาท และแบ่งการสอบเป็นภาค ก ภาค ข และภาค ค ถึงวันตรวจข้อมูลนี้ยังไม่มีประกาศรับสมัครรอบใหม่

การสมัครสอบท้องถิ่นทำได้ทางอินเทอร์เน็ตช่องทางเดียวในช่วงที่ กสถ. ประกาศเปิดรับ โดยรอบล่าสุดคือ พ.ศ. 2568 ซึ่งเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 7 ถึง 28 มีนาคม 2568 ทางเว็บไซต์ dla-local2568.thaijobjob.com ค่าธรรมเนียม 430 บาท และผู้สมัครทุกคนต้องสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) กับภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) ก่อน แล้วจึงเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)

ประเด็นสำคัญ

  • ผู้จัดสอบคือ กสถ. ไม่ใช่สำนักงาน ก.พ. ผู้สมัครจึงไม่ต้องมีหนังสือรับรองผลสอบภาค ก ของ ก.พ. มาก่อน
  • รอบ 2568 รับสมัคร 7 ถึง 28 มีนาคม 2568 ค่าธรรมเนียมรวม 430 บาท และเลือกได้ตำแหน่งเดียวในกลุ่มภาค/เขตเดียวจาก 10 เขต
  • ภาค ก เต็ม 100 คะแนน แยกเป็นวิเคราะห์สรุปเหตุผล 30 ความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ 30 ภาษาไทย 20 และภาษาอังกฤษ 20
  • ภาค ข และภาค ค ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ส่วนภาค ก มีเงื่อนไขว่าวิชาภาษาอังกฤษต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50
  • รอบ 2568 มีผู้มีสิทธิสอบ 438,277 คน สอบวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ยกเว้นภาคใต้สองเขตที่เลื่อนไป 15 กุมภาพันธ์ 2569 เพราะน้ำท่วม
  • รอบนี้พบการแก้ไขคะแนน 5,925 คน กสถ. จึงยกเลิกบัญชีเดิมและประกาศบัญชีใหม่เมื่อเดือนสิงหาคม 2569
  • ถึงวันตรวจข้อมูล ยังไม่มีประกาศรับสมัครรอบถัดไป ให้ติดตามเว็บไซต์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและเพจของ กสถ. เท่านั้น

สอบท้องถิ่นคืออะไร ใครเป็นผู้จัดสอบ และต่างจากสอบ ก.พ. อย่างไร?

สอบท้องถิ่นคือการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ผู้ที่สอบได้จะถูกบรรจุเข้าทำงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา ไม่ได้ทำงานในกระทรวงหรือกรมอย่างข้าราชการพลเรือน ผู้จัดสอบคือคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือที่เรียกย่อว่า กสถ. ซึ่งทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

จุดที่ผู้อ่านถามบ่อยที่สุดคือเรื่องความต่างจากการสอบของสำนักงาน ก.พ. คำตอบคือเป็นคนละสนามกัน ผู้สมัครสอบท้องถิ่นไม่ต้องมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของ ก.พ. ติดตัวมาก่อน เพราะ กสถ. จัดสอบภาค ก ของตัวเองในวันเดียวกับภาค ข

ในทางกลับกัน ไทยรัฐรายงานเนื้อหาประกาศไว้ว่า ผู้ที่สอบผ่านภาค ก ของท้องถิ่นจะได้หนังสือรับรองผลจากสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ซึ่งใช้กับการสอบของ กสถ. ได้ตลอดไป เว้นแต่คณะกรรมการกลางข้าราชการส่วนท้องถิ่นกำหนดเป็นอย่างอื่น

นิยาม: กสถ. ย่อมาจากคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น เป็นคณะกรรมการที่ทำหน้าที่จัดสอบแข่งขันแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศในคราวเดียว แล้วขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไว้ให้ท้องถิ่นแต่ละแห่งเรียกไปบรรจุตามลำดับ แทนที่จะให้แต่ละแห่งเปิดสอบกันเอง

ขั้นตอนการสมัครสอบท้องถิ่นมีอะไรบ้าง?

ลำดับด้านล่างอ้างอิงจากประกาศและข่าวของรอบ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นรอบล่าสุดที่จัดสอบไปแล้ว รอบถัดไปวันเวลาและเว็บไซต์จะเปลี่ยนตามประกาศใหม่เสมอ

  1. อ่านประกาศและบัญชีตำแหน่งแนบท้าย บัญชีแนบท้ายของแต่ละเขตจะบอกชื่อตำแหน่ง จำนวนอัตราว่าง คุณวุฒิที่ใช้สมัคร และเงินเดือนที่จะได้รับ
  2. ตรวจคุณวุฒิและใบอนุญาตวิชาชีพ คุณวุฒิต้องตรงตามที่ ก.จ. ก.ท. ก.อบต. หรือ ก.พ. รับรอง และต้องได้มาก่อนหรือภายในวันปิดรับสมัคร
  3. กรอกใบสมัครทางอินเทอร์เน็ต รอบ 2568 เปิดระบบวันที่ 7 ถึง 28 มีนาคม 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เว็บไซต์ dla-local2568.thaijobjob.com โดยเลือกได้เพียงตำแหน่งเดียวและกลุ่มภาค/เขตเดียว
  4. อัปโหลดรูปถ่าย รูปสีหน้าตรง ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตาดำ และพื้นหลังไม่มีลวดลาย
  5. ชำระค่าธรรมเนียม รอบ 2568 ชำระได้ถึงวันที่ 29 มีนาคม 2568 ก่อนเวลา 22.00 น. การสมัครสมบูรณ์ต่อเมื่อชำระเงินแล้ว
  6. ตรวจรายชื่อผู้มีสิทธิสอบและพิมพ์บัตรประจำตัว รอบ 2568 ประกาศรายชื่อลงวันที่ 24 เมษายน 2568 และเปิดพิมพ์บัตรวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568
  7. เข้าสอบภาค ก และภาค ข สอบวันเดียวกัน โดยรอบ 2568 กำหนดวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568
  8. ยื่นหลักฐานเพื่อเข้าสอบภาค ค เฉพาะผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งสองภาค รอบ 2568 สัมภาษณ์วันที่ 5 ถึง 7 มกราคม 2569
  9. รอประกาศขึ้นบัญชีและการเรียกรายงานตัว บัญชีแยกตามกลุ่มภาค/เขตที่สมัครไว้ แล้วเรียกรายงานตัวเป็นครั้ง ๆ ตามลำดับ

สิ่งที่ต้องเตรียมไปในวันสอบ

หลักฐานแสดงตนของรอบ 2568 ต้องนำไปคู่กันสองอย่าง คือบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบที่พิมพ์จากเว็บไซต์และลงลายมือชื่อแล้ว กับบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ หากเลข 13 หลักไม่ตรงกับฐานข้อมูลการรับสมัคร จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบ

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  สมเด็จ พระ นารายณ์ มหาราช ใช้ วิธี การ ใด แก้ วิกฤตการณ์ ที่ เกิด จาก ชาติ ตะวันตก

ระเบียบการแต่งกายรอบนั้นเข้มกว่าสนามสอบทั่วไป ประกาศกำหนดให้สวมเสื้อยืดไม่มีปก ไม่มีกระดุม ไม่มีกระเป๋า ไม่มีลวดลาย กับกางเกงวอร์มขายาวชนิดผ้ายืด ห้ามสวมนาฬิกาและเครื่องประดับ และห้ามสวมรองเท้า ถุงเท้า ถุงน่องเข้าห้องสอบ

คุณสมบัติผู้สมัครมีอะไรบ้าง และเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

คุณสมบัติทั่วไปตามที่ไทยพีบีเอสสรุปจากประกาศรอบ 2568 มีสามข้อหลัก คือมีสัญชาติไทย มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยอ้างอิงมาตรฐานทั่วไปของ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2564

ลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นมีหลายข้อ เช่น เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง เป็นบุคคลล้มละลาย เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดอาญา ยกเว้นความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และเคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ นอกจากนี้ประกาศยังระบุว่าทางราชการไม่รับสมัครสอบพระภิกษุหรือสามเณร

ส่วนคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งขึ้นกับบัญชีแนบท้าย บางตำแหน่งต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่ยังไม่หมดอายุในวันปิดรับสมัคร เช่น ครูผู้ช่วย กลุ่มวิศวกร สถาปนิก พยาบาลวิชาชีพ นายสัตวแพทย์ นักฉุกเฉินการแพทย์ นักกายภาพบำบัด และนักสาธารณสุข

ค่าธรรมเนียมของรอบ 2568

ค่าธรรมเนียมรวม 430 บาท แยกเป็นค่าสอบ 400 บาท และค่าธรรมเนียมธนาคารกับบริการอินเทอร์เน็ตอีก 30 บาท ไทยพีบีเอสระบุว่าชำระผ่านธนาคารกรุงไทยระหว่างวันที่ 7 ถึง 29 มีนาคม 2568 รอบถัดไปอาจเปลี่ยน จึงต้องดูประกาศของรอบนั้นเป็นหลัก

ตัวเลขค่าธรรมเนียม วันที่ และเงื่อนไขทั้งหมดในบทความนี้เป็นข้อมูลของรอบ พ.ศ. 2568 ตามแหล่งที่อ้างอิงไว้ ณ วันตรวจสอบข้อมูล ก่อนสมัครหรือยื่นเอกสารจริง ควรตรวจสอบกับประกาศฉบับล่าสุดของ กสถ. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอีกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือคำวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติรายบุคคล

ภาค ก ภาค ข ภาค ค สอบอะไร และต้องได้กี่คะแนนจึงผ่าน?

หลักสูตรการสอบแบ่งเป็นสามภาค แต่ละภาคคะแนนเต็ม 100 คะแนน ผู้สมัครทุกตำแหน่งต้องสอบภาค ก และภาค ข ก่อน แล้วผู้ที่ผ่านเกณฑ์จึงจะยื่นหลักฐานเข้าสอบภาค ค ได้

ภาค ก ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป เป็นข้อสอบปรนัย แบ่งเป็นสี่วิชา ได้แก่ วิชาความสามารถในการศึกษาวิเคราะห์และสรุปเหตุผล 30 คะแนน วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ 30 คะแนน วิชาภาษาไทย 20 คะแนน และวิชาภาษาอังกฤษ 20 คะแนน

ภาค ข ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง เป็นข้อสอบปรนัยเช่นกัน โดยสอบความรู้ที่ใช้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่สมัครโดยเฉพาะ ข้อสอบจึงต่างกันไปตามตำแหน่ง

ภาค ค ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง เป็นการประเมินบุคคลจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และการสัมภาษณ์ โดยดูทั้งความรู้ที่ใช้ได้จริง ประสบการณ์ ทัศนคติ คุณธรรม และบุคลิกภาพ

เกณฑ์ผ่านและวิธีจัดลำดับ

ผู้สอบแข่งขันได้ต้องผ่านภาค ก ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีเงื่อนไขว่าวิชาภาษาอังกฤษต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ส่วนภาค ข และภาค ค ต้องได้แต่ละภาคไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 การจัดลำดับในบัญชีใช้คะแนนภาค ข รวมกับภาค ค แล้วเรียงจากมากไปน้อย ถ้าคะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้ที่ได้ภาค ค สูงกว่าอยู่ลำดับสูงกว่า และถ้าภาค ค ยังเท่ากันอีก ให้ดูว่าใครชำระค่าธรรมเนียมการสมัครก่อน

วิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการออกเรื่องอะไร

ประกาศระบุขอบเขตวิชานี้ไว้ชัด คือกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งและอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา กฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ระเบียบงานสารบรรณ การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง รวมถึงเจตคติและจริยธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่น

ความเห็นของเราคือ ขอบเขตที่เขียนไว้นี้คือแผนอ่านหนังสือที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ เพราะมาจากประกาศเอง ส่วนวิชาภาษาอังกฤษต้องลงแรงแน่ เพราะเป็นวิชาเดียวที่มีเกณฑ์ขั้นต่ำเฉพาะของตัวเอง พลาดวิชานี้วิชาเดียวก็จบตั้งแต่ด่านแรก

กลุ่มภาค/เขตมีกี่เขต และแต่ละเขตมีจังหวัดใดบ้าง?

ประกาศแบ่งการรับสมัครเป็นกลุ่มภาค/เขต 10 เขต เพื่อประโยชน์ในการสมัครสอบ การขึ้นบัญชี และการบรรจุแต่งตั้ง ผู้สมัครเลือกได้เขตเดียวและต้องเข้าสอบที่สนามสอบของเขตนั้น ช่องจังหวัดในตารางมาจากตัวประกาศรอบ 2568 ส่วนช่องอัตราว่างมาจากบัญชีแนบท้ายที่เว็บไซต์ THE BEST CENTER รวบรวมไว้ ซึ่งรวมทั้งสิบเขตได้ 8,542 อัตรา

กลุ่มภาค/เขตจังหวัดในกลุ่มจำนวนจังหวัดอัตราว่างรอบ 2568
ภาคเหนือ เขต 1เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน8713
ภาคเหนือ เขต 2กำแพงเพชร ตาก นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ อุทัยธานี91,140
ภาคกลาง เขต 1ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง81,209
ภาคกลาง เขต 2จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง สมุทรปราการ สระแก้ว91,389
ภาคกลาง เขต 3กาญจนบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุพรรณบุรี8667
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ มหาสารคาม6438
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี7476
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 3นครพนม บึงกาฬ เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี7575
ภาคใต้ เขต 1กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง สุราษฎร์ธานี71,421
ภาคใต้ เขต 2ตรัง นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล7514
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ผลการแข่งขัน ซิดนีย์ เอฟซี พบ ไลอ้อน ซิตี้ เซเลอร์ส

สังเกตสองเรื่องจากตารางนี้ เรื่องแรกคือจังหวัดทั้งสิบกลุ่มรวมกันได้ 76 จังหวัด ไม่มีกรุงเทพมหานครอยู่ในรายการ เรื่องที่สองคือจำนวนอัตราไม่ได้แปรตามขนาดของภาค ภาคใต้ เขต 1 มี 7 จังหวัดแต่เปิดถึง 1,421 อัตรา ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 1 ซึ่งมีทั้งนครราชสีมาและขอนแก่นกลับเปิดเพียง 438 อัตรา ผู้ที่ย้ายถิ่นได้จึงควรเทียบอัตราของตำแหน่งเดียวกันข้ามเขตก่อนเลือก

อินโฟกราฟิกสรุป สอบท้องถิ่น สมัครอย่างไร สอบภาค ก ข ค อะไรบ้าง และรอบล่าสุดไปถึงไหน
สรุปเป็นภาพ: สอบท้องถิ่น สมัครอย่างไร สอบภาค ก ข ค อะไรบ้าง และรอบล่าสุดไปถึงไหน

รอบ พ.ศ. 2568 เดินมาถึงขั้นไหนแล้ว?

รอบนี้ยาวผิดปกติ นับจากวันรับสมัครถึงวันสอบข้อเขียนห่างกันราวเก้าเดือน และยังมีเหตุน้ำท่วมกับการตรวจพบการทุจริตซ้อนเข้ามา ไทม์ไลน์ด้านล่างรวบรวมจากข่าวที่รายงานประกาศของ กสถ. แต่ละช่วง

ช่วงเวลาขั้นตอนรายละเอียดที่ประกาศ
13 กุมภาพันธ์ 2568มติเปิดสอบที่ประชุม กสถ. มีมติให้เปิดสอบแข่งขันประจำปี 2568
7 ถึง 28 มีนาคม 2568รับสมัครออนไลน์สมัครทางเว็บไซต์เท่านั้น ชำระเงินได้ถึง 29 มีนาคม ก่อน 22.00 น.
24 เมษายน 2568ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบผู้มีสิทธิสอบภาค ก และ ข จำนวน 438,277 คน
20 ถึง 24 พฤศจิกายน 2568เคาะวันสอบและพิมพ์บัตรกสถ. ประชุมครั้งที่ 10/2568 เห็นชอบวันสอบ และเปิดพิมพ์บัตรวันที่ 24
7 ธันวาคม 2568สอบภาค ก และภาค ขภาค ก เวลา 09.00 ถึง 11.00 น. ภาค ข เวลา 13.00 ถึง 15.30 น.
23 ธันวาคม 2568ประกาศผลภาค ก และ ขแปดกลุ่มภาค/เขต ผ่านรวม 47,208 ราย จากผู้มาสอบ 213,030 คน
5 ถึง 7 มกราคม 2569สอบภาค คสัมภาษณ์แปดกลุ่มภาค/เขตแรก
15 กุมภาพันธ์ 2569สอบภาค ก และ ข ของภาคใต้เลื่อนจาก 7 ธันวาคม 2568 เพราะน้ำท่วม โดยมติ กสถ. วันที่ 23 ธันวาคม 2568
16 ถึง 18 มีนาคม 2569เรียกรายงานตัวครั้งที่ 1รายงานตัวที่ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต
7 ถึง 8 สิงหาคม 2569ยกเลิกและขึ้นบัญชีใหม่กสถ. ยกเลิกบัญชีเดิมบางส่วนและประกาศบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ชุดใหม่

ตัวเลขของแปดเขตแรกที่ครูวันดีรวบรวมไว้ทำให้เห็นความหนักของสนามนี้ ประเภททั่วไปมาสอบ 48,247 คน ผ่าน 4,669 ราย ประเภทวิชาการมาสอบ 144,120 คน ผ่าน 36,672 ราย ครูผู้ช่วยมาสอบ 20,663 คน ผ่าน 5,867 ราย รวมผู้ผ่านราวหนึ่งในห้าของคนที่เข้าห้องสอบจริง ส่วนภาคใต้สองเขตมีผู้ผ่านอีก 8,545 คน และสัมภาษณ์วันที่ 18 ถึง 19 มีนาคม 2569

การทุจริตแก้คะแนนและผลที่ตามมา

ปี 2569 มีการตรวจพบการแก้ไขคะแนนสอบให้ผ่านเกณฑ์ ไทยพีบีเอสรายงานวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ว่าพบผู้ถูกแก้คะแนน 5,925 คน และเตรียมเพิกถอนการบรรจุ 3,404 คน ส่วนรายงานของ Policy Watch ไทยพีบีเอสวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ระบุว่าบัญชีชุดใหม่เหลือผู้สอบได้ราว 12,000 คน จากเดิมเกือบ 15,000 คน และมี 561 คนที่คะแนนดิบผ่านเกณฑ์อยู่แล้วแต่ถูกเพิ่มคะแนน จึงต้องจัดลำดับใหม่ตามคะแนนจริง

ต่อมาวันที่ 3 กันยายน 2569 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแถลงว่าการถอดถอนผู้ที่บรรจุไปแล้วดำเนินการครบถ้วน พร้อมส่งข้อมูลผู้กระทำผิดให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายห้าแห่ง ได้แก่ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ บก.ปปป. และระบุว่าจะเรียกผู้สอบได้ตัวจริงจากบัญชีทดแทนมาบรรจุให้ครบภายในเดือนพฤศจิกายน 2569

ระหว่างทาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังตั้งศูนย์รับคำร้องขอดูคะแนนสำหรับผู้ที่ไม่ปรากฏชื่อในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ เปิดยื่นวันที่ 13 ถึง 31 สิงหาคม 2569 ที่อาคารสุวัทนา ชั้น 1 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดทุกจังหวัด

ตอนนี้เปิดรับสมัครรอบใหม่หรือยัง และติดตามข่าวได้ที่ไหน?

ถึงวันตรวจสอบข้อมูลของบทความนี้ ยังไม่พบประกาศรับสมัครสอบแข่งขันรอบใหม่ของ กสถ. สำหรับสายงานประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ และครูผู้ช่วย งานที่เดินอยู่ตอนนี้คือการสะสางบัญชีของรอบ 2568 และการเรียกบรรจุผู้สอบได้ตัวจริงให้ครบ ผู้ที่รอสอบรอบใหม่จึงยังไม่มีวันสมัครให้จดลงปฏิทิน

ข้อควรระวังคือการสอบสายงานผู้บริหารท้องถิ่นที่เป็นข่าวในปี 2569 เป็นคนละเรื่องกับการสอบบรรจุคนใหม่ เพราะเป็นการคัดเลือกและสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งบริหาร ซึ่งผู้เข้าสอบคือคนที่รับราชการท้องถิ่นอยู่แล้ว เห็นพาดหัวว่าสอบท้องถิ่นจึงต้องอ่านให้ชัดก่อนว่าเป็นสายไหน

ช่องทางที่ควรเชื่อมีไม่กี่ทาง คือเว็บไซต์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ dla.go.th เว็บไซต์รับสมัครของรอบนั้น และเพจเฟซบุ๊กของ กสถ. ประกาศทุกฉบับยังเตือนตรงกันว่า หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าช่วยให้สอบได้ อย่าหลงเชื่อ และให้แจ้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. บก.ปปป. หรือสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ธนาคารกรุงไทย: บริการทางการเงินครบวงจร

สิ่งที่ควรรู้หลังสอบได้

บัญชีผู้สอบแข่งขันได้มีอายุไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันประกาศขึ้นบัญชี ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วันเฉพาะกรณีที่เรียกรายงานตัวภายในอายุบัญชีแล้วแต่ยังรอความเห็นชอบการบรรจุ ผู้ที่ไม่มารายงานตัวตามกำหนดถือว่าสละสิทธิ และเมื่อบรรจุแล้วต้องอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งนั้นอย่างน้อย 2 ปีจึงจะโอนย้ายได้ ใครวางแผนเรื่องบ้านและครอบครัวอยู่ ต้องคิดเผื่อสองปีนี้ตั้งแต่ตอนเลือกเขต ส่วนรายได้หลังบรรจุ อ่านต่อได้ที่ บัญชีเงินเดือนพนักงานส่วนท้องถิ่น และสิทธิการรักษาพยาบาลที่ตามมากับการเป็นข้าราชการ อ่านได้ที่ สิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการ

คำถามที่พบบ่อย

สอบท้องถิ่นสมัครที่ไหน?

สมัครทางอินเทอร์เน็ตช่องทางเดียวตามเว็บไซต์ที่ระบุในประกาศของรอบนั้น รอบ พ.ศ. 2568 ใช้เว็บไซต์ dla-local2568.thaijobjob.com และไม่มีการรับสมัครด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์

ค่าสมัครสอบท้องถิ่นเท่าไหร่?

รอบ พ.ศ. 2568 เก็บรวม 430 บาท แยกเป็นค่าธรรมเนียมสอบ 400 บาท และค่าธรรมเนียมธนาคารกับบริการอินเทอร์เน็ต 30 บาท โดยต้องชำระภายในกำหนดจึงจะถือว่าสมัครสมบูรณ์

ต้องสอบผ่านภาค ก ของ ก.พ. มาก่อนไหม?

ไม่ต้อง เพราะ กสถ. จัดสอบภาค ก ของท้องถิ่นเอง และผู้ที่ผ่านจะได้หนังสือรับรองผลภาค ก ของท้องถิ่นไว้ใช้กับการสอบของ กสถ. ในครั้งต่อไป

ภาค ก ต้องได้กี่คะแนนจึงผ่าน?

ต้องได้ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด และมีเงื่อนไขเพิ่มว่าวิชาภาษาอังกฤษต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ส่วนภาค ข และภาค ค ต้องได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของแต่ละภาค

สมัครหลายตำแหน่งหรือหลายเขตพร้อมกันได้ไหม?

ไม่ได้ ประกาศรอบ 2568 ให้เลือกได้เพียงตำแหน่งเดียวและกลุ่มภาค/เขตเดียว และต้องเข้าสอบที่สนามสอบของเขตที่เลือกไว้

ผู้สมัครต้องอายุเท่าไหร่?

ต้องมีสัญชาติไทยและอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ส่วนคุณวุฒิขึ้นกับตำแหน่งที่สมัครตามบัญชีแนบท้ายประกาศ

ทำไมภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 สอบไม่พร้อมเขตอื่น?

เพราะที่ประชุม กสถ. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 มีมติเลื่อนการสอบของสองเขตนี้ออกไปจากวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เนื่องจากน้ำท่วมภาคใต้ แล้วกำหนดวันสอบใหม่เป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

บัญชีผู้สอบแข่งขันได้มีอายุกี่ปี และสอบได้แล้วย้ายกลับบ้านเลยได้ไหม?

บัญชีมีอายุไม่เกิน 2 ปีนับแต่วันประกาศขึ้นบัญชี ผู้ที่ไม่มารายงานตัวตามกำหนดถือว่าสละสิทธิ และเมื่อบรรจุแล้วต้องอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งนั้นอย่างน้อย 2 ปีจึงจะขอโอนย้ายได้

เรื่องแก้คะแนนกระทบผู้สอบสุจริตอย่างไร?

กสถ. ยกเลิกบัญชีเดิมบางส่วนและประกาศบัญชีใหม่ตามคะแนนจริงเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ผู้ที่คะแนนจริงถึงเกณฑ์จึงได้ลำดับคืนตามคะแนนของตนเอง และกระทรวงมหาดไทยแถลงว่าจะเรียกบรรจุจากบัญชีทดแทนให้ครบภายในเดือนพฤศจิกายน 2569

ตอนนี้เปิดรับสมัครรอบใหม่แล้วหรือยัง?

ถึงวันตรวจสอบข้อมูลของบทความนี้ยังไม่มีประกาศรับสมัครรอบใหม่ ให้ติดตามเว็บไซต์กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและเพจของ กสถ. เป็นหลัก และอย่าเชื่อผู้ที่อ้างว่าช่วยให้สอบได้

เตรียมตัวไว้ก่อน ประกาศรอบใหม่จะได้ไม่ต้องรีบ

สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้มีสามอย่าง อย่างแรกคือตรวจว่าคุณวุฒิของตัวเองตรงกับตำแหน่งใดบ้างในบัญชีแนบท้ายของรอบ 2568 อย่างที่สองคือเริ่มอ่านกฎหมายตามรายการในวิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ เพราะรายการนั้นไม่ค่อยเปลี่ยน อย่างที่สามคือวางแผนวิชาภาษาอังกฤษให้ถึงเกณฑ์ร้อยละ 50 ตั้งแต่เนิ่น

ส่วนคนที่อยู่ในบัญชีของรอบ 2568 ให้จำวันประกาศขึ้นบัญชีของตัวเองไว้ เพราะอายุบัญชี 2 ปีเดินจากวันนั้น

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด