สารทเดือนสิบคือประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษและญาติที่ล่วงลับของชาวภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตามความเชื่อว่าในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ผู้ล่วงลับที่ตกอยู่ในภพของเปรตจะได้รับการปล่อยให้กลับมาเยี่ยมลูกหลาน และต้องกลับไปในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งปี 2569 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราชแจ้งว่าวันส่งตายายหรือวันทำบุญใหญ่ตรงกับวันที่ 11 ตุลาคม 2569
ประเด็นสำคัญ
- ช่วงเวลาของประเพณีคือวันแรม 1 ค่ำ ถึงแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ตามปฏิทินจันทรคติ วันตามปฏิทินสากลจึงเลื่อนทุกปี
- งานประเพณีบุญสารทเดือนสิบและงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2569 กำหนดไว้ 28 กันยายน ถึง 12 ตุลาคม 2569 รวม 15 วัน 15 คืน
- ปี 2569 แห่หฺมฺรับและประกวดหฺมฺรับวันที่ 10 ตุลาคม และวันส่งตายายวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ตามที่จังหวัดประกาศเมื่อ 2 กรกฎาคม 2569
- ขนมหลัก 5 อย่างในหฺมฺรับ คือ ขนมพอง ขนมลา ขนมกงหรือขนมไข่ปลา ขนมดีซำ และขนมบ้า แต่ละอย่างแทนของใช้ที่ส่งไปให้ผู้ล่วงลับ
- ชิงเปรตคือการแย่งอาหารและขนมที่ตั้งไว้ให้เปรตหลังพระสงฆ์บังสุกุลเสร็จ ชาวใต้เชื่อว่ากินแล้วเป็นสิริมงคล
- บุญข้าวสากของอีสานทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ส่วนสารทเดือนสิบของภาคใต้ทำในข้างแรมของเดือนเดียวกัน
สารทเดือนสิบคืออะไร และทำไมชาวใต้ต้องกลับบ้านในเดือนนี้?
สารทเดือนสิบคือช่วงทำบุญใหญ่ประจำปีของคนภาคใต้ที่อุทิศให้พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และญาติที่เสียชีวิตไปแล้ว บทความของกรมประชาสัมพันธ์ที่เผยแพร่เมื่อ 20 มิถุนายน 2569 เรียกประเพณีนี้ว่าเป็นงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของชาวภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และระบุว่าเป็นช่วงที่เครือญาติไม่ว่าจะไปทำงานอยู่ที่ไหน ต้องเดินทางกลับมารวมตัวกันที่บ้านเกิดเพื่อทำบุญพร้อมหน้ากัน
ในเอกสารของจังหวัดนครศรีธรรมราชมักเรียกช่วงนี้ว่า งานเดือนสิบ หรือเทศกาลเดือนสิบ ความหมายในทางปฏิบัติจึงมีสองชั้น ชั้นแรกคือการทำบุญที่วัดใกล้บ้านหรือวัดที่บรรพบุรุษเคยไป ชั้นที่สองคือเทศกาลระดับจังหวัดที่มีขบวนแห่ การประกวด และการแสดงพื้นบ้าน
ความเชื่อเรื่องตายายและเปรต
หัวใจของประเพณีคือความเชื่อว่าในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 พญายมราชจะเปิดประตูนรก ปล่อยให้บรรพบุรุษและญาติที่อยู่ในภพของเปรตขึ้นมาเยี่ยมลูกหลานและรับส่วนบุญเป็นเวลา 15 วัน เมื่อถึงวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ทั้งหมดต้องกลับไปชดใช้กรรมตามเดิม กรมประชาสัมพันธ์อธิบายว่าลูกหลานจึงเตรียมอาหารคาวหวานและของใช้ไปทำบุญครั้งใหญ่ที่วัด เพื่อไม่ให้ท่านต้องกลับไปอย่างหิวโหย
ในชื่อวันรับตายายและวันส่งตายาย คำว่าตายายใช้หมายถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ บทความวิชาการที่อ้างถึงด้านล่างอธิบายวันรับตายายว่าเป็นวันที่นรกปล่อยตัวเปรตบรรพบุรุษมาเยี่ยมลูกหลาน ส่วนคำว่า เปรต ในพจนานุกรมหมายถึงสัตว์พวกหนึ่งที่เกิดในอบายภูมิ คือแดนทุกข์ ในบริบทของสารทเดือนสิบ เปรตจึงเป็นภาพของญาติที่ยังลำบากและรอส่วนบุญจากลูกหลาน
รากจากอินเดียที่กลายเป็นงานบุญของชาวพุทธ
บทความวิชาการของคณะผู้เขียนจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีธรรมโศกราช ในวารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 (มกราคม ถึง เมษายน 2568) สรุปว่าสารทเดือนสิบพัฒนามาจากประเพณีสารทของอินเดียซึ่งเดิมเป็นพิธีของศาสนาพราหมณ์ ผู้เขียนสันนิษฐานว่าเข้ามาทางการค้ากับพ่อค้าชาวอินเดีย ก่อนจะกลายเป็นประเพณีของชาวพุทธที่มีพระสงฆ์เป็นผู้ประกอบพิธีแทนพราหมณ์
เรื่องที่ใช้อธิบายในทางพระพุทธศาสนาคือติโรกุฑฑสูตร บทความดังกล่าวสรุปว่าพระญาติของพระเจ้าพิมพิสารที่เกิดเป็นเปรตมาส่งเสียงรอบพระราชนิเวศน์ เพราะไม่ได้รับส่วนกุศลจากมหาทาน พระเจ้าพิมพิสารจึงถวายทานอีกครั้งและหลั่งน้ำทักษิโณทกอุทิศให้ ผู้เขียนยังชี้ว่าตามคัมภีร์ เปรตที่รับส่วนบุญได้ทันทีมีเพียงชนิดเดียว คือ ปรทัตตุปชีวิเปรต แต่ในทางปฏิบัติ ชาวบ้านทำบุญให้บรรพบุรุษทุกคนในสายตระกูลโดยไม่เจาะจงว่าท่านไปเกิดในภพใด
สารทเดือนสิบ 2569 ตรงกับวันไหน และมีวันสำคัญกี่วัน?
ปี 2569 วันส่งตายายหรือวันทำบุญใหญ่ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 ตามที่ประชุมเตรียมงานของจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีนายเอกชัย สุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ที่ประชุมกำหนดให้แห่หฺมฺรับและประกวดหฺมฺรับในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 และจัดงานรวมทั้งหมดระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 12 ตุลาคม 2569
ส่วนวันรับตายาย (แรม 1 ค่ำ เดือน 10) ของปี 2569 เราไม่พบประกาศของหน่วยงานรัฐที่ระบุวันที่ตามปฏิทินสากลไว้ตรง ๆ จึงไม่ขอระบุวันที่เอง ผู้ที่ต้องการทำบุญวันรับตายายควรเทียบกับปฏิทินจันทรคติที่ใช้อ้างอิง หรือสอบถามวัดใกล้บ้าน ซึ่งมักประกาศกำหนดการล่วงหน้าอยู่แล้ว
บทความของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยแบ่งช่วง 15 วันออกเป็น 4 วันสำคัญ ตารางด้านล่างสรุปตามบทความนั้น และใส่วันที่ปี 2569 เฉพาะรายการที่จังหวัดประกาศไว้
| วันตามจันทรคติ | ชื่อเรียก | สิ่งที่ลูกหลานทำ | วันที่ปี 2569 ที่ทางการประกาศ |
|---|---|---|---|
| แรม 1 ค่ำ เดือน 10 | วันรับตายาย (บางแหล่งเรียกวันรับเปรต) | จัดสำรับใส่ปิ่นโตไปตักบาตรหรือถวายเพลที่วัด เลือกอาหารที่บรรพบุรุษเคยชอบ | ไม่พบประกาศวันที่ ควรตรวจกับปฏิทินจันทรคติหรือวัด |
| แรม 13 ค่ำ เดือน 10 | วันจ่าย | ไปตลาดซื้อของแห้ง พืชผักที่เก็บได้นาน ของใช้ และขนม 5 อย่าง | ไม่ได้ระบุไว้ในประกาศของจังหวัด |
| แรม 14 ค่ำ เดือน 10 | วันจัดหฺมฺรับ | ลูกหลานรวมตัวที่บ้านบรรพบุรุษหรือบ้านพ่อแม่ ช่วยกันจัดหฺมฺรับและเตรียมอาหาร | งานจังหวัดกำหนดแห่หฺมฺรับ 10 ตุลาคม 2569 |
| แรม 15 ค่ำ เดือน 10 | วันส่งตายาย หรือวันทำบุญใหญ่ | ยกหฺมฺรับไปวัด ถวายภัตตาหาร บังสุกุล ตั้งเปรต และชิงเปรต | 11 ตุลาคม 2569 |
| ช่วงงานเทศกาลจังหวัด | งานประเพณีบุญสารทเดือนสิบและงานกาชาด | พิธีเปิดงาน ลานวัฒนธรรม การประกวด และการออกร้าน | 28 กันยายน ถึง 12 ตุลาคม 2569 |
ข้อควรรู้คือบทความของกรมประชาสัมพันธ์เขียนว่าประเพณีนี้อยู่ในช่วงราวเดือนกันยายนของทุกปี แต่ปี 2569 วันสำคัญเลื่อนไปอยู่ต้นเดือนตุลาคม เพราะวันตามจันทรคติไม่ตรงกับวันเดิมของปฏิทินสากลในแต่ละปี ตัวอย่างจากประกาศของจังหวัดเองคือ ปี 2567 จัดงาน 24 กันยายน ถึง 8 ตุลาคม 2567 ส่วนปี 2568 จัดงาน 12 ถึง 26 กันยายน 2568 ทั้งสองปีใช้เวลา 15 วัน 15 คืนเท่ากับปี 2569
ขนมเดือนสิบ 5 อย่างมีอะไรบ้าง และแต่ละอย่างหมายถึงอะไร?
ขนมเดือนสิบหลักมี 5 อย่าง คือ ขนมพอง ขนมลา ขนมกงหรือขนมไข่ปลา ขนมดีซำ และขนมบ้า กรมประชาสัมพันธ์อธิบายว่าขนมทั้งห้าเป็นกุศโลบายและสัญลักษณ์แทนสิ่งของที่ลูกหลานส่งไปให้ผู้ล่วงลับใช้ในภพหน้า ส่วนบทความของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยอ้างงานของสุดาวรรณ์ มีบัว (พ.ศ. 2560) ที่อธิบายต่อว่าทำไมขนมแต่ละชนิดจึงแทนของสิ่งนั้น โดยดูจากรูปทรงของขนมเอง
| ขนม | สัญลักษณ์แทน | เหตุผลจากรูปทรง | ใช้ทำอะไรในภพหน้า |
|---|---|---|---|
| ขนมพอง | เรือ แพ หรือยานพาหนะ | แผ่นแบนคล้ายแพ น้ำหนักเบา ลอยน้ำได้ | ล่องข้ามห้วงมหรรณพหรือแม่น้ำในปรโลก |
| ขนมลา | แพรพรรณ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม | เส้นขนมสานขัดกันคล้ายผ้าถักทอ พับหรือแผ่เป็นผืนได้ | ใช้นุ่งห่ม |
| ขนมกง หรือขนมไข่ปลา | เครื่องประดับ | รูปทรงคล้ายกำไลและแหวน | ใช้ตกแต่งร่างกาย |
| ขนมดีซำ | เงินเบี้ย | ทรงกลมเจาะรูตรงกลางคล้ายเหรียญโบราณ หรือคล้ายเบี้ยหอย | ใช้จับจ่ายใช้สอย |
| ขนมบ้า | ลูกสะบ้า | รูปทรงคล้ายลูกสะบ้า การละเล่นที่นิยมในสมัยก่อน | ใช้เล่นรื่นเริงในช่วงสงกรานต์ |
รายชื่อขนมในแต่ละแหล่งไม่ตรงกันทุกตัว หน้าประเพณีของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช (13 พฤศจิกายน 2563) ระบุขนมบนหฺมฺรับว่า ขนมพอง ขนมลา ขนมบ้า ขนมเมซำ และขนมเทียน ซึ่งต่างจากชุดในตาราง ถ้าจะจัดตามแบบของครอบครัว การถามผู้ใหญ่ในบ้านจึงแม่นกว่า
ในวันจ่าย บทความของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเล่าว่าลูกหลานมักนำขนมทั้งห้าไปมอบให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ และผู้ใหญ่จะมอบขนมที่อีกฝ่ายยังไม่มีคืนกลับมา เป็นการแลกเปลี่ยนกันระหว่างบ้าน บทความเดียวกันบรรยายว่าในวันจ่าย ตลาดต่าง ๆ คึกคักและเต็มไปด้วยชาวบ้านที่มาหาซื้อของ

หฺมฺรับสารทเดือนสิบจัดอย่างไร ต้องใส่อะไรบ้าง?
หฺมฺรับคือสำรับที่บรรจุอาหารแห้ง ข้าวของเครื่องใช้ และขนมเดือนสิบ จัดเรียงซ้อนกันเป็นชั้นจนเป็นทรงพุ่ม ทั้งหน้าประเพณีของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดและบทความวิชาการที่อ้างงานของจุฑาทิพย์ ไกรนรา (พ.ศ. 2564) อธิบายลำดับชั้นไว้ตรงกันเป็น 4 ชั้น
- ชั้นล่างสุด: อาหารแห้งและเครื่องปรุง เช่น ข้าวสาร พริก เกลือ หอม กระเทียม กะปิ น้ำปลา และน้ำตาล
- ชั้นที่สอง: พืชผักที่เก็บไว้ได้นาน เช่น มันชนิดต่าง ๆ กล้วยแก่ และตะไคร้
- ชั้นที่สาม: ของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เข็ม ด้าย และยาสามัญประจำบ้าน
- ชั้นบนสุด: ขนมเดือนสิบที่เป็นสัญลักษณ์ของประเพณี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของหฺมฺรับ
ภาชนะที่ใช้แต่เดิมคือกระบุงหรือเข่งสานจากตอกไม้ไผ่ ปัจจุบันนิยมกะละมังพลาสติกหรืออะลูมิเนียมเพราะหาง่ายและใช้ต่อได้หลายอย่าง การจัดหฺมฺรับมักทำกันในครอบครัวหรือรวมกันในหมู่ญาติ แล้วยกไปวัดใกล้บ้านหรือวัดที่บรรพบุรุษเคยไปทำบุญ จากนั้นจึงฉลองหฺมฺรับ ถวายภัตตาหาร และบังสุกุลเพื่ออุทิศส่วนกุศล
ทำไมหฺมฺรับจึงมีข้าวสาร เข็ม และยา
บทความวิชาการฉบับเดียวกันมองว่าหฺมฺรับมีหน้าที่ทางสังคมแฝงอยู่ ปลายเดือนสิบเป็นช่วงฝนของนครศรีธรรมราชซึ่งน้ำท่วมแทบทุกปี ชาวบ้านจึงถวายของที่เก็บได้นานและของจำเป็นยามน้ำท่วมให้พระสงฆ์ใช้ในช่วงพรรษาที่ออกบิณฑบาตลำบาก ขนมที่แทนของใช้ในภพหน้าจึงอยู่คู่กับเสบียงที่ใช้ได้จริงในโลกนี้
ตั้งเปรตและชิงเปรตในสารทเดือนสิบทำอย่างไร?
ตั้งเปรตคือการแบ่งอาหาร ขนมเดือนสิบ และบางครั้งเงินจำนวนหนึ่ง ไปวางไว้ตามลานวัด ทางเข้าวัด ริมกำแพงวัด หรือบนร้านเปรต เพื่ออุทิศให้ผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติ หรือญาติไม่ได้มาทำบุญให้ ส่วนชิงเปรตคือการแย่งอาหารและขนมเหล่านั้นหลังพิธีจบ ซึ่งหน้าประเพณีของจังหวัดระบุว่าทำหลังตั้งเปรตเสร็จ เพราะเชื่อว่าใครได้กินของที่เหลือจากการเซ่นไหว้บรรพบุรุษจะได้รับกุศลและเป็นสิริมงคล
ลำดับตามบทความของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยมีดังนี้
- ชาวบ้านนำอาหารและขนมไปวางบนร้านเปรตหรือแท่นที่สร้างให้สูงพอประมาณ ไม่สูงจนวางของลำบาก
- ผูกสายสิญจน์จากแท่นไปยังศาลาหรืออุโบสถที่ประกอบพิธี
- พระสงฆ์สวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลให้ญาติของชาวบ้านที่นำมาร่วมทำบุญ
- เมื่อบังสุกุลเสร็จ มัคนายกเก็บสายสิญจน์ แล้วทุกคนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ เข้าไปแย่งชิงขนม อาหาร และเงินบนแท่น
กรมประชาสัมพันธ์เรียกขั้นตอนนี้ว่าพิธีตั้งเปรตหรือเปรตพลี และอธิบายว่าร้านเปรตมักตั้งไว้นอกกำแพงวัด เพื่อให้วิญญาณที่เข้ามารับของในวัดไม่ได้เพราะกรรมหนักได้มากินอาหาร สัญญาณให้เริ่มชิงจะให้หลังพระสงฆ์แผ่เมตตาและกรวดน้ำเสร็จ
บางวัดสร้างร้านเปรตไว้บนเสาสูงต้นเดียวแล้วทาน้ำมันให้ลื่น ผู้ชนะคือคนที่ปีนขึ้นไปถึงร้านเปรตได้ ผู้ปกครองควรดูแลเด็กเล็กในช่วงที่คนกรูเข้าไปพร้อมกัน
สารทเดือนสิบต่างจากบุญข้าวสากของอีสานและสารทไทยของภาคกลางอย่างไร?
ต่างกันที่วันและรูปแบบพิธีเป็นหลัก แม้จุดหมายเดียวกันคืออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ สารทเดือนสิบของภาคใต้ทำสองครั้งในข้างแรม คือแรม 1 ค่ำ และแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ส่วนบุญข้าวสากของอีสานทำในวันเพ็ญ คือขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ศูนย์สารนิเทศอีสานสิรินธร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระบุว่าบุญข้าวสากเป็นฮีตที่ 10 ในฮีตสิบสอง ทำก่อนออกพรรษา 1 เดือน และชาวภาคกลางเรียกงานบุญช่วงนี้ว่าบุญสารท ซึ่งทำในวันสิ้นเดือนสิบ คือวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10
| ประเพณี | ภาค | วันตามจันทรคติ | จุดเด่นของพิธี |
|---|---|---|---|
| สารทเดือนสิบ | ใต้ | แรม 1 ค่ำ และแรม 15 ค่ำ เดือน 10 | ยกหฺมฺรับที่มีขนม 5 อย่าง ตั้งเปรตและชิงเปรต |
| บุญข้าวสาก | อีสาน | ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 | เขียนชื่อใส่สลากให้พระเณรจับ ถวายพาข้าวตามสลาก วางห่อข้าวสากรอบวัด |
| บุญสารท | กลาง | แรม 15 ค่ำ เดือน 10 (วันสิ้นเดือนสิบ) | ใช้ข้าวกระยาสารทซึ่งอีสานเรียกข้าวสาก |
พิธีของบุญข้าวสากที่ศูนย์ฯ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามบรรยายไว้คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวบ้านจัดพาข้าวพร้อมเครื่องไทยทาน เขียนชื่อตัวเองลงกระดาษม้วนใส่บาตร แล้วให้พระเณรจับสลาก ใครถูกจับได้ก็นำพาข้าวไปประเคนพระเณรรูปนั้น บทความของสำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 อุบลราชธานี ที่เผยแพร่เมื่อ 19 กันยายน 2564 เพิ่มว่าหลังถวายแล้ว ชาวบ้านนำห่อข้าวสากไปวางรอบวัดพร้อมจุดเทียนบอกกล่าวผู้ล่วงลับ และนำอาหารไปเลี้ยงตาแฮกที่นาของตน
ศูนย์ฯ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามอธิบายว่าข้าวสากคือข้าวเม่า ข้าวพอง หรือข้าวตอกแตก คลุกกับน้ำตาล กะทิ ถั่ว และงา ซึ่งภาคกลางเรียกข้าวกระยาสารท ส่วนสิ่งที่ภาคใต้มีชัดกว่าคือเทศกาลระดับจังหวัดและธรรมเนียมชิงเปรต
งานเดือนสิบนครศรีธรรมราชเริ่มจัดเมื่อไหร่ และปี 2569 มีกิจกรรมอะไร?
งานระดับจังหวัดเริ่มมีรูปแบบชัดเจนในปี พ.ศ. 2466 บทความในวารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรมอ้างงานของดิเรก พรตตะเสน (พ.ศ. 2519) ว่าปีนั้นงานเทศกาลสารทเดือนสิบย้ายมาจัดที่สนามหน้าเมือง ถนนราชดำเนิน โดยมีส่วนราชการเป็นเจ้าภาพหลัก วัตถุประสงค์คือหาเงินซ่อมสร้างสโมสรข้าราชการที่ชำรุด ผู้จัดคือพระภัทรนาวิก จำรูญ (เอื้อน ภัทรนาวิก) นายกศรีธรรมราชสโมสร ร่วมกับพระยารัษฎานุประดิษฐ์ (สิน เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ผู้ว่าราชการจังหวัด ครั้งนั้นจัด 3 วัน 3 คืน มีการออกร้านและมหรสพ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 จังหวัดย้ายสถานที่จัดงานหลักไปที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 (ทุ่งท่าลาด) ซึ่งมีพื้นที่กว้างกว่า และเมื่อปี 2567 จังหวัดใช้แนวคิดการจัดงานว่า นครา ศรัทธา อารยธรรม 101 ปี บุญสารทเดือนสิบนครศรีธรรมราช ซึ่งนับต่อเนื่องได้กับปีเริ่มต้น 2466
กำหนดการหลักของงานปี 2569
ประกาศของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อ 2 กรกฎาคม 2569 แบ่งงานปีนี้เป็น 5 กลุ่ม และใช้ 3 พื้นที่หลัก สรุปได้ดังนี้
- กิจกรรมศาสนาศรัทธา: บวงสรวงก่อนเริ่มงานรวม 7 จุด พิธีถวายหฺมฺรับแบบประเพณีโบราณ และพิธีสมโภชหฺมฺรับ วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ ศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
- กิจกรรมสนับสนุนการจัดงาน: แถลงข่าว พิธีเปิดงานวันที่ 28 กันยายน 2569 การแข่งขันสามล้อพ่วงท้าย และเซปักตะกร้อ ตะกร้อลอดห่วง ตะกร้อลีลา
- ลานวัฒนธรรม ณ สนามหน้าเมือง: ประชันหนังตะลุงชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประกวดหนังตะลุงเยาวชน สาธิตการทำขนมเดือนสิบ ขบวนแห่หฺมฺรับชิงหฺมฺรับทองคำพระราชทาน ประกวดกลอนสด ยุวโนราห์ และนิทรรศการหุ่นเปรต
- กาชาดสร้างสรรค์ ณ ทุ่งท่าลาด: ประกวดเทพบุตรเมืองนคร ประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช การแสดงมโนราห์ เพลงบอก และประกวดเดินแบบผ้าไทย
- กิจกรรมอื่น: ออกร้านกาชาด บูธของส่วนราชการ การสาธิตอาชีพ และจำหน่ายสินค้า OTOP
ข้อมูลข้างต้นเป็นกำหนดการ ณ การประชุมวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 รายละเอียดรายวันอาจปรับได้
วันที่ กำหนดการ และข้อมูลความเชื่อในบทความนี้มาจากแหล่งที่ระบุไว้ท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบ 30 กันยายน 2569 วันตามปฏิทินสากลของสารทเดือนสิบเปลี่ยนทุกปีตามปฏิทินจันทรคติ และกำหนดการงานเทศกาลอาจปรับเปลี่ยนได้ โปรดยืนยันกับจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด หรือวัดที่ท่านจะไปทำบุญก่อนเดินทาง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางวิชาชีพ
คำถามที่พบบ่อย
สารทเดือนสิบคืออะไร?
สารทเดือนสิบคือประเพณีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษและญาติที่ล่วงลับของชาวภาคใต้ ทำในช่วงแรม 1 ค่ำ ถึงแรม 15 ค่ำ เดือน 10 และจัดใหญ่ที่สุดที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
สารทเดือนสิบ 2569 ตรงกับวันไหน?
จังหวัดนครศรีธรรมราชกำหนดวันส่งตายายหรือวันทำบุญใหญ่เป็นวันที่ 11 ตุลาคม 2569 แห่หฺมฺรับวันที่ 10 ตุลาคม 2569 และจัดงานทั้งหมด 28 กันยายน ถึง 12 ตุลาคม 2569
วันรับตายายกับวันส่งตายายต่างกันอย่างไร?
วันรับตายายคือแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ที่เชื่อว่าบรรพบุรุษได้กลับมาเยี่ยมลูกหลาน ส่วนวันส่งตายายคือแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ที่ท่านต้องกลับไป จึงเป็นวันทำบุญครั้งใหญ่ที่ยกหฺมฺรับไปวัด
ชิงเปรตคืออะไร?
ชิงเปรตคือการแย่งอาหาร ขนม และเงินที่ตั้งไว้ให้เปรตบนร้านเปรต หลังพระสงฆ์บังสุกุลหรือแผ่เมตตาและกรวดน้ำเสร็จ ชาวใต้เชื่อว่าการได้กินของเหล่านี้เป็นสิริมงคล
ตั้งเปรตทำอย่างไร?
แบ่งอาหารและขนมเดือนสิบไปวางบนร้านเปรต ลานวัด หรือริมกำแพงวัด แล้วผูกสายสิญจน์จากแท่นไปยังศาลาที่ประกอบพิธี เพื่ออุทิศให้ผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติมาทำบุญให้
ขนมเดือนสิบมีอะไรบ้าง?
ขนมหลัก 5 อย่างคือ ขนมพอง ขนมลา ขนมกงหรือขนมไข่ปลา ขนมดีซำ และขนมบ้า บางแหล่งของจังหวัดระบุขนมเมซำและขนมเทียนไว้ในหฺมฺรับด้วย
ขนมพองกับขนมลาหมายถึงอะไร?
ขนมพองแทนแพหรือยานพาหนะสำหรับข้ามห้วงน้ำในปรโลก ส่วนขนมลาแทนเสื้อผ้าและแพรพรรณ เพราะเส้นขนมสานขัดกันคล้ายผ้าทอ
หฺมฺรับคืออะไร?
หฺมฺรับคือสำรับที่จัดของแห้ง พืชผัก ของใช้ และขนมเดือนสิบเรียงเป็นชั้นจนเป็นทรงพุ่ม แล้วยกไปถวายที่วัดในช่วงสารทเดือนสิบ
วันจ่ายในสารทเดือนสิบคือวันไหน?
วันจ่ายคือวันแรม 13 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันที่ลูกหลานไปตลาดซื้อของแห้ง ของใช้ และขนม 5 อย่างสำหรับจัดหฺมฺรับ
สารทเดือนสิบต่างจากบุญข้าวสากอย่างไร?
บุญข้าวสากของอีสานทำในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 และใช้วิธีให้พระเณรจับสลากชื่อผู้ถวาย ส่วนสารทเดือนสิบของภาคใต้ทำในข้างแรมและมีการยกหฺมฺรับกับการชิงเปรต
งานเดือนสิบนครศรีธรรมราชเริ่มจัดเมื่อไหร่?
บทความวิชาการปี 2568 อ้างเอกสารปี 2519 ว่างานระดับจังหวัดจัดที่สนามหน้าเมืองโดยมีส่วนราชการเป็นเจ้าภาพตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 และย้ายไปทุ่งท่าลาดในปี พ.ศ. 2535
วางแผนร่วมสารทเดือนสิบ 2569 ที่นครศรีธรรมราชให้ทันวันส่งตายาย
ถ้าตั้งใจกลับบ้านไปทำบุญ ให้ปักหมุดวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันส่งตายาย และเผื่อเวลามาถึงก่อนหนึ่งถึงสองวันเพื่อช่วยครอบครัวซื้อของในวันจ่ายและจัดหฺมฺรับ ส่วนใครอยากดูขบวนแห่หฺมฺรับหรือประกวดหฺมฺรับของจังหวัด วันที่ต้องไปคือ 10 ตุลาคม 2569
ก่อนออกเดินทาง ถามผู้ใหญ่ในบ้านว่าจะไปวัดใดและจัดขนมชุดไหน แล้วตรวจกำหนดการล่าสุดของจังหวัดอีกครั้ง
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช: เตรียมพร้อมจัดงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบและงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2569 (2 กรกฎาคม 2569)
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช: ประชุมเตรียมความพร้อมจัดงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ประจำปี 2568 (23 มิถุนายน 2568)
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช: เตรียมจัดงานประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ประจำปี 2567 (9 กรกฎาคม 2567)
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช: ประเพณีสารทเดือนสิบ (13 พฤศจิกายน 2563)
- กรมประชาสัมพันธ์: ประเพณีสารทเดือนสิบ สายใยความกตัญญู และวันนัดพบแห่งมิติจิตวิญญาณชาวใต้ (20 มิถุนายน 2569)
- วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม: ประวัติ ตำนาน และพัฒนาการของประเพณีสารทเดือนสิบในจังหวัดนครศรีธรรมราช (ปีที่ 12 ฉบับที่ 1, 2568)
- ศูนย์สารนิเทศอีสานสิรินธร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม: ฮีตเดือนสิบ บุญข้าวสาก
- สำนักงานประชาสัมพันธ์ที่ 2 อุบลราชธานี: รู้จัก บุญข้าวสาก ประเพณีสำคัญของชาวไทยภาคอีสาน (19 กันยายน 2564)
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภา: พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ออนไลน์ คำว่า สารท และ เปรต


