ยาสามัญประจำบ้านคือยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน ตามนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 รายการแผนปัจจุบันที่ใช้อยู่ ณ วันที่ตรวจสอบมาจากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2568 ซึ่งลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 มีทั้งหมด 58 รายการ เช่น ยาลดกรด ผงน้ำตาลเกลือแร่ พาราเซตามอล ยาแก้ไอ ยาใส่แผล และวิตามิน
ประเด็นสำคัญ
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2568 ลงนามวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 และลงราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนพิเศษ 273 ง วันที่ 14 สิงหาคม 2568
- ประกาศนี้มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศ จึงครบกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และยกเลิกประกาศยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันเดิม 9 ฉบับ ตั้งแต่ฉบับปี 2542 ถึงฉบับที่ 9 ปี 2563
- ภาคผนวก 1 แบ่งยาเป็น 16 กลุ่ม แต่กลุ่มที่ 13 ไม่มีรายการ จึงมียาจริง 15 กลุ่ม รวม 58 รายการ ตรงกับโมโนกราฟของ อย. ที่ปรับปรุงเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568
- ร้านค้าทั่วไปขายยาสามัญประจำบ้านได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตขายยา ตามมาตรา 13 (3) ส่วนยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษขายได้เฉพาะช่วงที่เภสัชกรอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 32
- ยาปฏิชีวนะไม่อยู่ใน 58 รายการ และบัญชียาอันตรายของ อย. ลำดับที่ 38 จัดยาจำพวกปฏิชีวนะเป็นยาอันตราย ยกเว้นบางชนิดที่ใช้เฉพาะที่
- ฉลากยาสามัญประจำบ้านต้องมีคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” และยาแผนปัจจุบันทุกชนิดต้องแสดงวันสิ้นอายุตามประกาศ พ.ศ. 2543
ยาสามัญประจำบ้านคืออะไร ตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510?
คำว่ายาสามัญประจำบ้านไม่ได้หมายถึงยาอะไรก็ได้ที่บ้านส่วนใหญ่มีติดตู้ แต่เป็นหมวดยาที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 4 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2522 ให้นิยามว่า ยาสามัญประจำบ้าน หมายความว่า ยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาสามัญประจำบ้าน
ทำไมร้านค้าทั่วไปจึงขายได้
โดยหลัก มาตรา 12 กำหนดว่าผู้จะผลิต ขาย หรือนำเข้ายาแผนปัจจุบันต้องได้รับใบอนุญาต แต่มาตรา 13 (3) ยกเว้นไว้สำหรับการขายยาสามัญประจำบ้าน ร้านขายของชำหรือร้านสะดวกซื้อจึงวางขายยากลุ่มนี้ได้โดยไม่ต้องมีเภสัชกรประจำ ส่วนยาแผนโบราณ มาตรา 47 (3) ยกเว้นการขายยาสามัญประจำบ้านไว้ในทำนองเดียวกัน
ยาสามัญประจำบ้านฉบับล่าสุดมีกี่รายการ และประกาศปี 2568 เปลี่ยนอะไร?
ฉบับล่าสุดของแผนปัจจุบันคือประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2568 ลงนามโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ออกตามคำแนะนำของคณะกรรมการยาในการประชุมครั้งที่ 419-3/2567 วันที่ 14 มิถุนายน 2567 และลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 14 สิงหาคม 2568
ภาคผนวก 1 ท้ายประกาศแบ่งยาเป็น 16 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 13 ยารักษาแผลติดเชื้อ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ระบุว่าไม่มีรายการ จึงเหลือกลุ่มที่มียาจริง 15 กลุ่ม รวม 58 รายการ ด้านกองยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยแพร่โมโนกราฟยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2568 ฉบับปรับปรุงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 โดยสรุปไว้ว่าประกอบด้วย 15 กลุ่ม 58 รายการ ตัวเลขสองแหล่งจึงตรงกัน ต่างกันแค่การนับกลุ่มที่ว่าง
สาระสำคัญของประกาศ พ.ศ. 2568
- วันมีผล: ข้อ 1 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อนับจากวันที่ 14 สิงหาคม 2568 จะครบกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ประกาศจึงมีผลแล้ว ณ วันที่ตรวจสอบ
- ยกเลิกของเดิม: ข้อ 2 ยกเลิกประกาศเดิม 9 ฉบับ ตั้งแต่ประกาศลงวันที่ 28 มีนาคม 2542 ฉบับที่ 2 ปี 2549 เรื่อยมาจนถึงฉบับที่ 9 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2563
- ฉลากอิเล็กทรอนิกส์: ข้อ 6 เปิดให้ใช้เอกสารกำกับยาแบบ e-labeling โดยฉลากต้องมีข้อความ ภาพ หรือเครื่องหมายดิจิทัลที่พาไปยังข้อมูลบนเว็บไซต์ อย.
- ยาที่ผลิตไว้ก่อน: ข้อ 8 ให้ยาที่ขึ้นทะเบียนเป็นยาสามัญประจำบ้านไว้ก่อนประกาศมีผล ยังเป็นยาสามัญประจำบ้านต่อไปจนกว่ายาจะสิ้นอายุ
ถ้าเจอข้อมูลเก่าที่อ้างจำนวนรายการไม่ตรงกับ 58 รายการ ให้ดูว่าอ้างประกาศฉบับไหน เพราะประกาศเดิมทั้ง 9 ฉบับถูกยกเลิกแล้ว
ยาสามัญประจำบ้านมีอะไรบ้าง แยกตามกลุ่มอาการ?
ตารางนี้สรุปจากภาคผนวก 1 ของประกาศ พ.ศ. 2568 และโมโนกราฟของ อย. เราใส่เฉพาะชื่อรายการและสรรพคุณตามประกาศ ไม่ใส่ขนาดยา เพราะขนาดและวิธีใช้ของแต่ละคนให้อ่านจากฉลากหรือถามเภสัชกร เลขกลุ่มในตารางใช้ตามราชกิจจานุเบกษา
| กลุ่มที่ | กลุ่มอาการตามประกาศ | จำนวนรายการ | ตัวอย่างรายการในกลุ่ม |
|---|---|---|---|
| 1 | ยาแก้ปวดท้อง ท้องอืด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ | 13 | ยาลดกรดอะลูมินาและแมกนีเซีย ยาเม็ดโซดามินท์ ยาขับลม ยาธาตุน้ำแดง ทิงเจอร์มหาหิงค์ ไซเมธิโคน ยาบรรเทาแสบร้อนกลางอกจากกรดไหลย้อน |
| 2 | ยาแก้ท้องเสีย | 2 | ผงน้ำตาลเกลือแร่ ยาผงถ่าน |
| 3 | ยาระบาย | 5 | กลีเซอรีนชนิดเหน็บทวารสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ยาระบายแมกนีเซีย มะขามแขก โซเดียมคลอไรด์ชนิดสวนทวาร |
| 4 | ยาถ่ายพยาธิลำไส้ | 1 | ยาถ่ายพยาธิตัวกลมมีเบนดาโซล |
| 5 | ยาบรรเทาปวด ลดไข้ | 4 | พาราเซตามอลชนิดเม็ด 2 ความแรง พาราเซตามอลชนิดน้ำ พลาสเตอร์บรรเทาปวด |
| 6 | ยาแก้แพ้ ลดน้ำมูก | 1 | ยาเม็ดคลอร์เฟนิรามีน |
| 7 | ยาแก้ไอ ขับเสมหะ | 2 | ยาน้ำแก้ไอขับเสมหะสำหรับเด็ก ยาแก้ไอน้ำดำ |
| 8 | ยาดมหรือทาแก้วิงเวียน หน้ามืด คัดจมูก | 3 | เหล้าแอมโมเนียหอม ยาดมแก้วิงเวียนและคัดจมูก ยาทาระเหยชนิดขี้ผึ้ง |
| 9 | ยาแก้เมารถ เมาเรือ | 1 | ยาเม็ดไดเมนไฮดริเนท |
| 10 | ยาสำหรับโรคตา | 1 | ยาล้างตา |
| 11 | ยาสำหรับโรคปากและลำคอ | 5 | ยากวาดคอ ยาเยนเชี่ยนไวโอเลต ยาแก้ปวดฟัน ยาอมบรรเทาระคายคอและเจ็บคอ |
| 12 | ยาใส่แผล ล้างแผล | 7 | ทิงเจอร์ไอโอดีน ทิงเจอร์ไทเมอรอซอล โพวิโดนไอโอดีน แอลกอฮอล์ 2 ชนิด น้ำเกลือล้างแผล คลอโรไซลีนอล |
| 13 | ยารักษาแผลติดเชื้อ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก | 0 | ประกาศระบุว่าไม่มีรายการ |
| 14 | ยาบรรเทาปวดกล้ามเนื้อ แมลงกัดต่อย | 1 | ยาหม่องชนิดขี้ผึ้ง |
| 15 | ยาสำหรับโรคผิวหนัง | 6 | เบนซิลเบนโซเอต ขี้ผึ้งกำมะถัน ยารักษากลากเกลื้อนและน้ำกัดเท้า คาลาไมน์ โซเดียมไทโอซัลเฟต |
| 16 | ยาบำรุงร่างกาย | 6 | วิตามินบีรวม วิตามินซี เฟอร์รัสซัลเฟต วิตามินรวม น้ำมันตับปลา 2 รูปแบบ |
เมื่อรวมคอลัมน์จำนวนรายการจะได้ 58 รายการพอดี กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือกลุ่มที่ 1 มี 13 รายการ
ผงน้ำตาลเกลือแร่ในกลุ่มที่ 2 มีสรรพคุณตามโมโนกราฟคือทดแทนการเสียน้ำจากท้องร่วงหรืออาเจียนมาก ฉลากเตือนว่าถ้าผู้ป่วยยังอาเจียนมาก เหงื่อออกมาก ตัวเย็น ความรู้สึกเปลี่ยนไป หรือหมดสติ ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน และสารละลายที่ผสมน้ำแล้วเกิน 24 ชั่วโมงไม่ควรใช้ อ่านอาการที่ต้องระวังเพิ่มเติมได้ที่ อาการอาหารเป็นพิษและสัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาล
กลุ่มยาแก้ไอและยาอมเจ็บคอเป็นอีกกลุ่มที่คนหยิบใช้บ่อย ฉลากยาแก้ไอน้ำดำตามโมโนกราฟห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี คนชรา และหญิงมีครรภ์ ถ้าอาการคันคอเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ภูมิแพ้หรือกรดไหลย้อน ยาแก้ไออาจไม่ใช่คำตอบ ดูแนวทางแยกสาเหตุได้ที่ คันคอ ไอ วิธีแก้ตามสาเหตุ ส่วนยารักษากลากเกลื้อนและน้ำกัดเท้าในกลุ่มโรคผิวหนังมีตัวยาสำคัญคือกรดเบนโซอิกและกรดซาลิไซลิก ฉลากให้หยุดใช้ถ้าผิวระคายเคือง อ่านเรื่องอาการและการดูแลเท้าได้ที่ น้ำกัดเท้า อาการและวิธีดูแล

ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณมีกี่กลุ่ม และต่างจากแผนปัจจุบันอย่างไร?
ยาแผนโบราณมีประกาศแยกออกไปอีกชุด หน้าประกาศกระทรวงของกองยา อย. แสดงสถานะบังคับใช้ไว้ 3 ฉบับ ได้แก่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ พ.ศ. 2556 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2557 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 ส่วนประกาศปี 2542 และปี 2537 ขึ้นสถานะยกเลิกแล้ว
ประกาศ พ.ศ. 2556 ลงราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนพิเศษ 21 ง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 วางโครงไว้สองส่วน ส่วนแรกคือข้อ 2 ที่กำหนด 22 กลุ่มอาการ พร้อมรายชื่อตัวยาตรงและตัวยาช่วยของแต่ละกลุ่ม เช่น ยาขับลม ยาแก้ท้องเสีย ยาแก้ไข้ ยาแก้ร้อนใน ยาแก้ไอขับเสมหะ ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อย และยาทาหรือดมบรรเทาอาการคัดจมูกเนื่องจากหวัด ส่วนที่สองคือข้อ 4 ที่ระบุตำรับยาเป็นชื่อ 24 ตำรับ เช่น ยาประสะกะเพรา ยาธาตุบรรจบ ยาเหลืองปิดสมุทร ยาเขียวหอม ยาหอมนวโกฐ ยาประสะมะแว้ง และยาประสะไพล
เงื่อนไขที่ต่างจากฝั่งแผนปัจจุบัน
- ตำรับต้องมีตัวยาตรงพอ: ข้อ 3.1 ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2557 กำหนดให้มีตัวยาตรงไม่น้อยกว่า 3 ชนิด ยกเว้นบางกลุ่ม เช่น ยาทาแก้ปวดเมื่อย ยาแก้กลากเกลื้อน และยาบรรเทาอาการเจ็บคอ ที่มีตัวยาตรงได้ไม่น้อยกว่า 1 ชนิด
- กรอบสีเขียวบนฉลาก: ข้อ 6.2 ให้แสดงคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” ในกรอบสีเขียว ด้วยตัวอักษรที่อ่านได้ชัดเจน
- อายุยาจำกัด: ข้อ 6.3 ให้แสดงคำว่า “ยาสิ้นอายุ” พร้อมวันเดือนปี และให้อายุการใช้นับจากวันผลิตไม่เกิน 2 ปีสำหรับยาน้ำ และไม่เกิน 3 ปีสำหรับรูปแบบอื่น
- ยาน้ำต้องไม่มีแอลกอฮอล์: ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2562 ซึ่งลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 27 มิถุนายน 2562 กำหนดให้ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณชนิดยาน้ำรับประทานต้องไม่มีแอลกอฮอล์ในยาสำเร็จรูป
ยาสามัญประจำบ้านต่างจากยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษอย่างไร?
ต่างกันที่ใครขายได้และใครต้องควบคุมการส่งมอบ ยาสามัญประจำบ้านขายได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตขายยา ส่วนยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษต้องขายในร้านที่ได้รับอนุญาต และมาตรา 32 ห้ามผู้รับอนุญาตขายยาสองกลุ่มนี้ในระหว่างที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ นิยามทั้งสามคำในมาตรา 4 ใช้โครงเดียวกัน คือเป็นยาที่รัฐมนตรีประกาศให้อยู่ในหมวดนั้น
| ประเด็น | ยาสามัญประจำบ้าน | ยาอันตราย | ยาควบคุมพิเศษ |
|---|---|---|---|
| นิยามในมาตรา 4 | ยาที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาสามัญประจำบ้าน | ยาที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาอันตราย | ยาที่รัฐมนตรีประกาศเป็นยาควบคุมพิเศษ |
| ใบอนุญาตขายยา | ไม่ต้องมี ตามมาตรา 13 (3) | ต้องขายในร้านที่ได้รับอนุญาต | ต้องขายในร้านที่ได้รับอนุญาต |
| ผู้ควบคุมการส่งมอบ | ผู้ซื้อเลือกใช้เองตามฉลาก | เภสัชกรควบคุมการส่งมอบ ตามมาตรา 39 (6) | เภสัชกรชั้นหนึ่ง มาตรา 40 ห้ามเภสัชกรชั้นสองขายหรือส่งมอบ |
| คำที่ต้องมีบนฉลาก | “ยาสามัญประจำบ้าน” ตามมาตรา 25 (3) (ฌ) | “ยาอันตราย” อักษรสีแดง ตามมาตรา 25 (3) (ซ) | “ยาควบคุมพิเศษ” อักษรสีแดง ตามมาตรา 25 (3) (ซ) |
| การแยกเก็บในร้านยา | อยู่ในกลุ่มยาอื่น ๆ | แยกเก็บเป็นส่วนสัด ตามมาตรา 26 (3) | แยกเก็บเป็นส่วนสัด ตามมาตรา 26 (3) |
| ตัวอย่าง | พาราเซตามอล ผงน้ำตาลเกลือแร่ ยาหม่อง | ยาจำพวกปฏิชีวนะ ลำดับที่ 38 ในบัญชีของ อย. | ยาปฏิชีวนะบางรายการที่ประกาศแยกไว้ |
ตัวยาเดียวกันอาจอยู่คนละหมวด
บัญชียาอันตรายที่กองยา อย. รวบรวมไว้แสดงให้เห็นว่าหมวดของยาขึ้นกับตำรับ รูปแบบ และความแรงด้วย ไม่ได้ขึ้นกับชื่อตัวยาอย่างเดียว เช่น ลำดับที่ 47 จัดยาถ่ายพยาธิเป็นยาอันตราย แต่ยกเว้นยาที่ผลิตเป็นยาบรรจุเสร็จตามประกาศยาสามัญประจำบ้าน และลำดับที่ 49 จัดยาแก้คลื่นไส้อาเจียนและยาแก้เมารถเป็นยาอันตราย ยกเว้นไดเมนไฮดริเนตชนิดเม็ดบรรจุเสร็จตามความแรงที่ประกาศกำหนด
ทำไมยาปฏิชีวนะไม่อยู่ในยาสามัญประจำบ้าน
เมื่อไล่ดูทั้ง 58 รายการ ไม่มียาปฏิชีวนะอยู่เลย ยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อในรายการเป็นยาใส่แผลและยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่ เช่น โพวิโดนไอโอดีน แอลกอฮอล์ และคลอโรไซลีนอล ซึ่งไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ บัญชียาอันตรายลำดับที่ 38 ระบุว่ายาจำพวกปฏิชีวนะ (Antibiotics) เป็นยาอันตราย ยกเว้นยาสำหรับใช้เฉพาะที่ซึ่งไม่รวมยาจำพวกเพนิซิลลิน และยกเว้นรายการที่ประกาศเป็นยาควบคุมพิเศษ ข้อนี้แก้ไขล่าสุดโดยประกาศฉบับที่ 29 ลงนามวันที่ 25 กันยายน 2560
ความหมายสำหรับคนทั่วไปคือ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาเก็บไว้ในตู้ยาสามัญประจำบ้าน และไม่ควรขอซื้อมากินเองเมื่อเป็นหวัด เจ็บคอ หรือท้องเสีย การใช้ยาปฏิชีวนะควรผ่านการประเมินของแพทย์หรือเภสัชกรตามหลักการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU) ส่วนการเลือกยา ขนาดยา และระยะเวลาใช้ เป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ใช่สิ่งที่ควรกำหนดเองจากประสบการณ์ครั้งก่อน
ฉลาก การเก็บ และวันหมดอายุของยาสามัญประจำบ้านต้องดูอย่างไร?
เริ่มจากฉลาก มาตรา 25 (3) กำหนดให้ผู้ผลิตยาแผนปัจจุบันจัดให้มีฉลากที่แสดงชื่อยา เลขทะเบียนตำรับยา ปริมาณที่บรรจุ ชื่อและปริมาณสารสำคัญ เลขครั้งที่ผลิต ชื่อผู้ผลิตและจังหวัดที่ตั้ง วันเดือนปีที่ผลิต และในกรณียาสามัญประจำบ้านต้องมีคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” ถ้ากล่องไหนไม่มีคำนี้ ให้ถือว่ายังไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านจนกว่าจะถามเภสัชกร
เรื่องวันหมดอายุ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาที่ต้องแจ้งกำหนดสิ้นอายุไว้ในฉลาก พ.ศ. 2543 ลงนามวันที่ 19 กันยายน 2543 กำหนดให้ยาแผนปัจจุบันทุกชนิดต้องแสดงวันเดือนปีที่ยาสิ้นอายุไว้ในฉลาก และลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 16 พฤศจิกายน 2543 ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันจึงต้องมีวันสิ้นอายุบนฉลาก
อ่านวันหมดอายุบนกล่องยา
โปสเตอร์หลักการจัดตู้ยาสามัญประจำบ้านของร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยกตัวอย่างไว้ว่า Exp. 15/07/18 หมายถึงหมดอายุวันที่ 15 กรกฎาคม 2561 ส่วน Exp. 04/19 ที่ระบุแค่เดือนกับปี หมายถึงหมดอายุวันสุดท้ายของเดือนนั้น คือ 30 เมษายน 2562 ยาที่เลยวันนี้ไปแล้วให้แยกออกจากตู้ทันที
จัดตู้ยาให้ปลอดภัย
- ตำแหน่งตู้: ให้อยู่ในที่แดดส่องไม่ถึงและไม่ร้อน และสูงพอให้เด็กหยิบไม่ถึง
- แบ่งชั้น: ชั้นบนเป็นยารับประทาน เช่น ยาน้ำ ยาเม็ด ยาผง ชั้นกลางเป็นยาใช้ภายนอก เช่น ยาทาและยาขี้ผึ้ง ชั้นล่างสุดเป็นเวชภัณฑ์อย่างสำลี ผ้าก๊อซ และพลาสเตอร์
- เรียงตามวันหมดอายุ: ยาชนิดเดียวกันให้กล่องที่หมดอายุก่อนอยู่ด้านนอกสุด เพื่อหยิบใช้ก่อน
- ยาที่ต้องแช่เย็น: เก็บที่ช่องตรงกลางของตู้เย็น ไม่เก็บที่ประตูตู้เย็นซึ่งอุณหภูมิไม่คงที่ และไม่เก็บในช่องแช่แข็ง
สังเกตยาเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุ
ยาอาจเสื่อมก่อนถึงวันที่พิมพ์ไว้ถ้าเก็บในที่ร้อนหรือชื้น โปสเตอร์ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สังเกตดังนี้ ยาเม็ดที่จับติดกัน เปลี่ยนสี หรือมีรอยด่างดำ ยาผงที่ชื้น เยิ้ม หรือจับเป็นก้อน ยาน้ำใสที่สี กลิ่น หรือรสเปลี่ยน แยกชั้น หรือตกตะกอน ยาน้ำแขวนตะกอนที่เขย่าแล้วไม่เข้ากัน และยาขี้ผึ้งหรือครีมที่เนื้อหยาบ แยกตัว หรือมีน้ำใสปน ถ้าเจอลักษณะเหล่านี้ไม่ควรใช้ต่อ แม้ยังไม่ถึงวันหมดอายุ
ใช้ยาสามัญประจำบ้านแล้วเมื่อไหร่ต้องหยุดและไปพบแพทย์?
ยาสามัญประจำบ้านมีไว้บรรเทาอาการเล็กน้อยในช่วงสั้น ๆ ไม่ได้มีไว้รักษาอาการที่ยืดเยื้อหรือรุนแรง คำเตือนบนฉลากตามโมโนกราฟของ อย. บอกจุดที่ควรหยุดไว้หลายข้อ เช่น
- พาราเซตามอล: ห้ามใช้เกินขนาดที่ฉลากแนะนำเพราะเป็นพิษต่อตับ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน 5 วัน หลีกเลี่ยงการใช้ร่วมกับยาอื่นที่มีพาราเซตามอล และถ้าบวมที่หน้า เปลือกตา ริมฝีปาก มีลมพิษ ผื่นแดง ตุ่มพอง หรือผิวหนังหลุดลอก ให้หยุดยาและพบแพทย์ทันที
- ยาลดกรดอะลูมินาและแมกนีเซีย: ห้ามใช้ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจหรือโรคไต และไม่ควรใช้นานกว่า 2 สัปดาห์ นอกจากแพทย์สั่ง
- ยาผงถ่าน: ถ้าท้องเสียยังไม่ดีขึ้นภายใน 2 ถึง 3 วัน ควรปรึกษาแพทย์ และอุจจาระจะมีสีค่อนข้างดำระหว่างใช้ยา
- ยาแก้ไอน้ำดำ: ห้ามใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี คนชรา และหญิงมีครรภ์ และห้ามใช้ติดต่อกันนานเกิน 3 วัน
ควรพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้นตามที่ฉลากระบุหรือกลับมาซ้ำบ่อย ส่วนเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำ ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
กรณีต่อไปนี้ไม่ควรรอดูอาการเอง ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที ได้แก่ หมดสติหรือซึมลงผิดปกติ หายใจลำบาก หน้าหรือปากบวมหลังกินยา ท้องเสียหรืออาเจียนมากจนตัวเย็นหรือไม่มีปัสสาวะ และกรณีเด็กหรือผู้ใหญ่กินยาเกินขนาดโดยไม่ตั้งใจ ให้นำกล่องยาหรือฉลากไปด้วยเพื่อให้แพทย์รู้ว่ากินยาอะไรไป
รายการยา จำนวนรายการ วันที่ และเลขมาตราในบทความนี้มาจากราชกิจจานุเบกษา พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ฉบับรวมแก้ไขที่เผยแพร่โดยกองยา และหน้าเว็บของ อย. ตามที่ระบุในแหล่งอ้างอิง ณ วันตรวจสอบ 30 กันยายน 2569 โดยระบุปีของประกาศแต่ละฉบับไว้แล้ว ประกาศยาสามัญประจำบ้านแก้ไขได้เป็นระยะ ก่อนนำไปใช้ควรยืนยันกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แพทย์ หรือเภสัชกร บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการสั่งใช้ยา
คำถามที่พบบ่อย
ยาสามัญประจำบ้านคืออะไร?
คือยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้เป็นยาสามัญประจำบ้าน ตามนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ประชาชนซื้อมาใช้บรรเทาอาการเล็กน้อยได้เองโดยอ่านฉลาก
ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบันมีกี่รายการ?
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2568 มี 58 รายการ ภาคผนวกแบ่งเป็น 16 กลุ่ม แต่กลุ่มที่ 13 ไม่มีรายการ โมโนกราฟของ อย. จึงสรุปว่า 15 กลุ่ม 58 รายการ
ประกาศยาสามัญประจำบ้านฉบับใหม่มีผลเมื่อไหร่?
ประกาศ พ.ศ. 2568 ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 14 สิงหาคม 2568 และมีผลเมื่อพ้น 180 วัน ซึ่งครบกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยาที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนยังเป็นยาสามัญประจำบ้านได้จนกว่ายาจะสิ้นอายุ
ร้านขายของชำขายยาสามัญประจำบ้านได้ไหม?
ได้ มาตรา 13 (3) แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ยกเว้นการขายยาสามัญประจำบ้านจากข้อกำหนดเรื่องใบอนุญาตขายยา แต่ยาอันตรายขายได้เฉพาะร้านยาที่ได้รับอนุญาตในช่วงที่เภสัชกรอยู่
ยาสามัญประจำบ้านต่างจากยาอันตรายอย่างไร?
ยาสามัญประจำบ้านขายได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตและฉลากมีคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” ส่วนยาอันตรายต้องขายในร้านยาที่ได้รับอนุญาต เภสัชกรต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ และฉลากต้องมีคำว่า “ยาอันตราย” เป็นอักษรสีแดง
ยาปฏิชีวนะเป็นยาสามัญประจำบ้านหรือไม่?
ไม่ใช่ ไม่มียาปฏิชีวนะใน 58 รายการ และบัญชียาอันตรายของ อย. ลำดับที่ 38 จัดยาจำพวกปฏิชีวนะเป็นยาอันตราย ยกเว้นบางชนิดที่ใช้เฉพาะที่ จึงไม่ควรซื้อมากินเอง
ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณมีอะไรบ้าง?
ประกาศ พ.ศ. 2556 กำหนด 22 กลุ่มอาการ และระบุตำรับเป็นชื่อ 24 ตำรับ เช่น ยาประสะกะเพรา ยาเขียวหอม ยาหอมนวโกฐ ยาธาตุบรรจบ และยาประสะไพล
ฉลากยาสามัญประจำบ้านต้องมีคำว่าอะไร?
ต้องมีคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” ตามมาตรา 25 (3) สำหรับยาแผนปัจจุบัน ส่วนยาแผนโบราณ ประกาศ พ.ศ. 2556 กำหนดให้แสดงคำนี้ในกรอบสีเขียว และต้องแสดงวันสิ้นอายุด้วย
ดูวันหมดอายุยาที่เขียนแค่เดือนและปีอย่างไร?
ถ้าระบุแค่เดือนกับปี ให้ถือว่าหมดอายุวันสุดท้ายของเดือนนั้น เช่น Exp. 04/19 คือหมดอายุ 30 เมษายน 2562 ตามตัวอย่างของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ผงน้ำตาลเกลือแร่ที่ผสมแล้วเก็บได้นานแค่ไหน?
โมโนกราฟของ อย. ระบุว่ายาที่ละลายน้ำแล้วเกิน 24 ชั่วโมงไม่ควรใช้ ถ้ายังอาเจียนมาก ตัวเย็น หรือหมดสติ ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
ใช้รายการยาสามัญประจำบ้านปี 2568 ทบทวนตู้ยาที่บ้าน
วันนี้ลองเปิดตู้ยาที่บ้านแล้วไล่ดูทีละกล่อง กล่องไหนไม่มีคำว่า “ยาสามัญประจำบ้าน” หรือไม่รู้ว่าเป็นยาอะไร ให้แยกไว้ถามเภสัชกร กล่องไหนเลยวันสิ้นอายุหรือมีลักษณะเสื่อม ให้นำออกจากตู้ และถ้ามียาปฏิชีวนะที่เหลือจากการรักษาครั้งก่อน อย่าเก็บไว้กินเองรอบหน้า
จากนั้นเทียบกับตาราง แล้วเติมเฉพาะยาที่บ้านใช้จริง เช่น ยาลดไข้ ผงน้ำตาลเกลือแร่ และยาใส่แผล ไม่จำเป็นต้องมีครบทั้ง 58 รายการ
แหล่งอ้างอิง
- ราชกิจจานุเบกษา (สำเนาจากกองยา อย.): ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2568 เล่ม 142 ตอนพิเศษ 273 ง (14 สิงหาคม 2568)
- กองยา อย.: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน (สถานะประกาศแต่ละฉบับ)
- กองยา อย.: โมโนกราฟยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2568 (ปรับปรุง 25 พฤศจิกายน 2568)
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (เผยแพร่โดยกองยา อย.): พระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 ฉบับปรับปรุง
- กองยา อย.: บัญชีรายการยาอันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
- กองยา อย.: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาที่ต้องแจ้งกำหนดสิ้นอายุไว้ในฉลาก พ.ศ. 2543
- กองยา อย.: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ
- ราชกิจจานุเบกษา (สำเนาจากกองยา อย.): ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ พ.ศ. 2556
- ราชกิจจานุเบกษา (สำเนาจากกองยา อย.): ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557
- ราชกิจจานุเบกษา (สำเนาจากกองยา อย.): ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562
- ร้านยาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล: หลักการจัดตู้ยาสามัญประจำบ้าน
- ฐานเศรษฐกิจ: สธ.ประกาศ “ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน” ฉบับใหม่ มีผลอีก 180 วัน (15 สิงหาคม 2568)


