ประกันสังคมมาตรา 39 คือสถานะผู้ประกันตนโดยสมัครใจสำหรับคนที่ออกจากงานประจำแล้วแต่ยังอยากรักษาสิทธิประกันสังคมไว้ โดยจ่ายเงินสมทบเองเดือนละ 432 บาท ตามที่สำนักงานประกันสังคมระบุในหน้าผู้ประกันตนโดยสมัครใจ ปรับปรุงข้อมูล 29 เมษายน 2568 ซึ่งมาจากการนำเงินที่ใช้เป็นฐานคำนวณเดือนละ 4,800 บาทคูณอัตราเงินสมทบ 9% และได้รับความคุ้มครอง 6 กรณีคือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร และชราภาพ
ประเด็นสำคัญ
- คุณสมบัติต้องครบ 3 ข้อพร้อมกัน คือ เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน และไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ
- เงินสมทบ 432 บาทต่อเดือนไม่ผูกกับรายได้จริง เคยเงินเดือน 15,000 บาทหรือ 80,000 บาท ฐานคำนวณก็เท่ากันที่ 4,800 บาท
- มาตรา 39 ไม่มีสิทธิกรณีว่างงาน ต่างจากมาตรา 33 ที่คุ้มครอง 7 กรณี
- ต้องนำส่งเงินภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน เกินกำหนดเสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน
- ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายใน 12 เดือนส่งไม่ครบ 9 เดือน ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดทันที
- ฐาน 4,800 บาทเป็นดาบสองคม เพราะบำนาญชราภาพถูกคำนวณจากฐานนี้ จนเกิดคดีถึงศาลฎีกาหมายเลข 3307/2567
ประกันสังคมมาตรา 39 คืออะไร และใครมีสิทธิสมัครบ้าง?
ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 คือผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แล้วออกจากงาน แต่สมัครใจส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมด้วยตนเองต่อไป เพื่อให้ความคุ้มครอง 6 กรณีเดินต่อเนื่องจากตอนเป็นลูกจ้าง โดยสำนักงานประกันสังคมกำหนดให้ใช้เงินเดือนละ 4,800 บาทเป็นฐานคำนวณเท่ากันทุกคน ไม่ว่าค่าจ้างเดิมจะสูงหรือต่ำ
หลายคนเข้าใจว่ามาตรา 39 เป็นประกันสังคมที่ใครก็สมัครได้ ความจริงไม่ใช่ หน้าเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมระบุชัดว่าผู้สมัครต้องเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน กับต้องออกจากงานมาไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันที่ลาออก อีกข้อที่มักถูกมองข้ามคือผู้สมัครต้องไม่เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพจากกองทุนอยู่ก่อนแล้ว
เงื่อนไข 12 เดือนไม่ได้บังคับว่าต้องเป็น 12 เดือนติดกันกับนายจ้างรายเดียว แต่นับจากยอดสะสมการนำส่งเงินสมทบในฐานะลูกจ้าง ส่วนกรอบ 6 เดือนคือเส้นตายที่เข้มงวดที่สุดของเรื่องนี้ เมื่อพ้นไปแล้วสิทธิสมัครหายไปเลย ไม่มีช่องทางผ่อนผัน ทางที่เหลือคือรอกลับเข้าทำงานเป็นลูกจ้างเพื่อกลับสู่มาตรา 33 หรือไปสมัครมาตรา 40 ซึ่งเป็นคนละระบบ ถ้าไม่แน่ใจว่าตอนนี้ถือสิทธิอะไรอยู่ ควรเช็คสิทธิรักษาพยาบาลของตัวเองก่อนตัดสินใจ
สมัครมาตรา 39 ต้องยื่นที่ไหน ใช้เอกสารอะไร และมีเวลากี่เดือน?
สำนักงานประกันสังคมกำหนดให้ยื่นแบบคำขอเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 หรือแบบ สปส. 1-20 ด้วยตนเอง ภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ลาออกจากงาน เอกสารมีเพียงสองอย่าง คือแบบ สปส. 1-20 และบัตรประชาชนหรือบัตรอื่นที่มีรูปถ่ายซึ่งทางราชการออกให้ พร้อมสำเนา คนในกรุงเทพมหานครยื่นที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ ต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา ข้อยกเว้นที่คนเดินทางผิดที่บ่อยคือสำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุขไม่รับยื่นเรื่องนี้
กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข่าวว่าสำนักงานประกันสังคมพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้สมัครและขึ้นทะเบียนมาตรา 39 เองได้ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th โดยเลือกหัวข้อสมัครมาตรา 39 แล้วตรวจสอบสถานะได้ที่หัวข้อสถานะผู้ประกันตนภายหลังยื่นคำขอ 2 ถึง 4 วันทำการ เงื่อนไขคุณสมบัติในระบบออนไลน์เหมือนกับการยื่นหน้าเคาน์เตอร์ทุกประการ
ช่องทางชำระเงินสมทบหลังสมัครแล้ว
หน้าที่ถัดไปคือนำส่งเงินเอง สำนักงานประกันสังคมเปิดไว้สี่กลุ่ม คือชำระที่สำนักงานพร้อมแบบ สปส. 1-11 หักจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ซึ่งปัจจุบันมี 7 ธนาคาร ชำระเงินสดโดยแจ้งเลขบัตรประชาชนที่หน่วยบริการอย่างเคาน์เตอร์เซอร์วิสใน 7-ELEVEN หรือเคาน์เตอร์ไปรษณีย์ และชำระผ่านโมบายแอปพลิเคชันของธนาคารบางแห่ง โดยหน้าเว็บไซต์ระบุว่าทุกช่องทางไม่มีค่าธรรมเนียม
การหักผ่านบัญชีอัตโนมัติปลอดภัยที่สุดสำหรับคนที่เคยลืมจ่าย แต่ต้องเหลือเงินในบัญชีทุกเดือน เพราะถ้าธนาคารหักไม่สำเร็จก็ถือว่าไม่ได้นำส่งเงินสมทบ
มาตรา 39 จ่ายเดือนละเท่าไหร่ และ 432 บาทคิดมาจากอะไร?
ตัวเลข 432 บาทไม่ได้ตั้งขึ้นลอย ๆ สำนักงานประกันสังคมอธิบายที่มาไว้ว่า เงินที่ใช้เป็นฐานคำนวณคือเดือนละ 4,800 บาทเท่ากันทุกคน คูณอัตราเงินสมทบ 9% จึงได้ 432 บาทต่อเดือน อัตรา 9% สูงกว่าอัตราร้อยละ 5 ที่ลูกจ้างมาตรา 33 ถูกหักจากเงินเดือน เหตุผลคือมาตรา 39 ไม่มีนายจ้างช่วยออกอีกฝั่ง ผู้ประกันตนจึงรับภาระเพิ่ม โดยรัฐบาลออกเงินสมทบเข้ากองทุนด้วยอีกส่วนหนึ่ง
กำหนดนำส่งคือภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน เกินกำหนดต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้างชำระ คิดเป็นเงินราว 8.64 บาทต่อเดือนที่ค้าง ซึ่งน้อยจนหลายคนไม่รู้สึก ปัญหาจริงจึงไม่ใช่ค่าปรับ แต่คือการนับเดือนที่ขาดส่ง ซึ่งเป็นตัวตัดสินว่าจะยังอยู่ในระบบหรือหลุด
ปี 2569 มีการเปลี่ยนแปลงที่คนมาตรา 39 ควรรู้ไว้แม้ไม่กระทบตัวเองโดยตรง ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568 เมื่อ 13 ธันวาคม 2568 ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรีนุช เทียนทอง เมื่อ 11 ธันวาคม 2568 กำหนดให้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571 ใช้ฐานไม่ต่ำกว่า 1,650 บาทและไม่เกิน 17,500 บาท จากนั้นไม่เกิน 20,000 บาทในช่วงปี 2572 ถึง 2574 และไม่เกิน 23,000 บาทตั้งแต่ปี 2575
ผลคือเพดานเงินสมทบของลูกจ้างมาตรา 33 ขยับจาก 750 บาทเป็น 875 บาทต่อเดือน ส่วนมาตรา 39 ยังจ่าย 432 บาทเท่าเดิม เพราะกฎกระทรวงฉบับนี้แก้เฉพาะฐานค่าจ้างของมาตรา 33 ข้อควรระวังคือหน้าเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคมบางหน้ายังไม่อัปเดต เช่น หน้าเงินสมทบและการชำระเงินกับหน้ากรณีว่างงานยังเขียนว่าเพดาน 15,000 บาท ขณะที่หน้ากรณีเจ็บป่วยซึ่งปรับปรุง 20 สิงหาคม 2569 ระบุชัดว่าฐานค่าจ้างคือ 1,650 ถึง 17,500 บาทตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เมื่อเจอตัวเลขขัดกัน ให้ยึดฉบับที่ปรับปรุงล่าสุดและตัวบทกฎกระทรวง
มาตรา 39 ได้สิทธิอะไรบ้าง และแต่ละกรณีได้เงินเท่าไหร่?
ความคุ้มครองมี 6 กรณี ต่อเนื่องจากการเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้แก่ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร และชราภาพ ที่หายไปเมื่อเทียบกับมาตรา 33 คือกรณีว่างงาน ด้วยเหตุผลตรงไปตรงมาว่าผู้ประกันตนมาตรา 39 ไม่มีนายจ้างให้เลิกจ้างตั้งแต่ต้น
สิ่งที่คนมาตรา 39 มักตกใจคือจำนวนเงินที่ได้รับ เพราะเงินทดแทนแทบทุกกรณีคำนวณจากคำว่าค่าจ้าง ซึ่งสำหรับมาตรา 39 หมายถึงฐาน 4,800 บาท ไม่ใช่เงินเดือนเดิม ตัวเลขในคอลัมน์สุดท้ายของตารางเป็นผลการคำนวณจากอัตราที่ประกาศไว้ ไม่ใช่จำนวนที่เว็บไซต์พิมพ์ไว้ตรง ๆ
| กรณี | เงื่อนไขการส่งเงินสมทบ | อัตราตามหลักเกณฑ์ | คิดเป็นเงินเมื่อใช้ฐาน 4,800 บาท |
|---|---|---|---|
| เจ็บป่วยและต้องหยุดงาน | ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ใน 15 เดือนก่อนรับบริการ | ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง และ 180 วันต่อปี โรคเรื้อรังไม่เกิน 365 วันต่อปี | ราว 2,400 บาทต่อเดือน หรือราว 80 บาทต่อวัน |
| คลอดบุตร | ไม่น้อยกว่า 5 เดือน ใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอด | เหมาจ่าย 15,000 บาทต่อครั้ง บวกเงินสงเคราะห์การหยุดงานร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน | 15,000 บาท บวกอีกราว 7,200 บาท |
| ทุพพลภาพรุนแรง | ครบ 3 เดือน ใน 15 เดือนก่อนทุพพลภาพ | ร้อยละ 50 ของค่าจ้างเป็นรายเดือน ตลอดชีวิต | ราว 2,400 บาทต่อเดือน |
| ตาย | ส่งมาแล้ว 1 เดือน ใน 6 เดือนก่อนเดือนที่ตาย | ค่าทำศพ 50,000 บาท บวกเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือนเมื่อส่งครบ 36 เดือน หรือ 6 เดือนเมื่อส่งครบ 120 เดือน | 50,000 บาท บวก 9,600 บาท หรือบวก 28,800 บาท |
| สงเคราะห์บุตร | ไม่น้อยกว่า 12 เดือน ใน 36 เดือนก่อนมีสิทธิ | เหมาจ่ายเดือนละ 1,000 บาทต่อบุตรหนึ่งคน คราวละไม่เกิน 3 คน มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 | 1,000 ถึง 3,000 บาทต่อเดือน ไม่ผูกกับฐานค่าจ้าง |
| ชราภาพแบบบำนาญ | ไม่น้อยกว่า 180 เดือน อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน | ร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย บวกร้อยละ 1.5 ต่อทุก 12 เดือนที่ส่งเกิน 180 เดือน | ราว 960 บาทต่อเดือน หาก 60 เดือนสุดท้ายอยู่ในมาตรา 39 ทั้งหมด |
กรณีคลอดบุตรยังมีค่าตรวจและรับฝากครรภ์อีกไม่เกิน 1,500 บาท จ่ายตามจริงรวม 5 ครั้ง ส่วนบุตรคนที่ 3 จะไม่ได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงาน 90 วัน รายละเอียดเทียบกับสิทธิของลูกจ้างประจำอยู่ในบทความเรื่องสิทธิลาคลอด ส่วนกรณีทุพพลภาพ ถ้าเข้ารักษาที่สถานพยาบาลเอกชน ผู้ป่วยนอกจ่ายตามจริงไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท ผู้ป่วยในไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท
มาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 ต่างกันอย่างไร?
คำตอบขึ้นกับว่ามีนายจ้างหรือไม่เป็นหลัก เพราะมาตรา 33 ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภาคบังคับสำหรับลูกจ้างในสถานประกอบการ ส่วนมาตรา 39 กับมาตรา 40 เป็นภาคสมัครใจที่ออกแบบมาคนละแบบและสมัครซ้อนกันไม่ได้
| หัวข้อ | มาตรา 33 | มาตรา 39 | มาตรา 40 |
|---|---|---|---|
| ใครเป็นได้ | ลูกจ้างที่มีนายจ้าง เป็นภาคบังคับ | เคยเป็นมาตรา 33 ส่งครบ 12 เดือน และออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน | คนสัญชาติไทยอายุ 15 ถึง 65 ปีบริบูรณ์ ที่ไม่ได้อยู่มาตรา 33 หรือ 39 |
| ฐานคำนวณ | ค่าจ้างจริง 1,650 ถึง 17,500 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 | 4,800 บาทเท่ากันทุกคน | ไม่ใช้ฐานค่าจ้าง จ่ายจำนวนคงที่ตามทางเลือก |
| เงินสมทบต่อเดือน | ร้อยละ 5 ของค่าจ้าง สูงสุด 875 บาท | 432 บาท | 70 บาท 100 บาท หรือ 300 บาท |
| จำนวนกรณีที่คุ้มครอง | 7 กรณี | 6 กรณี | 3 กรณี 4 กรณี หรือ 5 กรณี ตามทางเลือก |
| ค่ารักษาพยาบาล | มี | มี ต่อเนื่องจากมาตรา 33 | ไม่มี ต้องใช้สิทธิบัตรทองหรือสิทธิเดิม |
| กรณีว่างงาน | มี เลิกจ้างร้อยละ 50 ไม่เกิน 180 วันต่อปี ลาออกร้อยละ 30 ไม่เกิน 90 วันต่อปี | ไม่มี | ไม่มี |
| กรณีคลอดบุตร | มี เหมาจ่าย 15,000 บาท | มี เหมาจ่าย 15,000 บาท | ไม่มีทุกทางเลือก |
| สงเคราะห์บุตร | เดือนละ 1,000 บาทต่อคน ไม่เกิน 3 คน | เดือนละ 1,000 บาทต่อคน ไม่เกิน 3 คน | เฉพาะทางเลือกที่ 3 เดือนละ 200 บาท ไม่เกิน 2 คน |
| สิทธิชราภาพ | บำเหน็จหรือบำนาญ | บำเหน็จหรือบำนาญ | บำเหน็จอย่างเดียว สะสมเดือนละ 50 บาทหรือ 150 บาท |
| ค่าทำศพ | 50,000 บาท | 50,000 บาท | 25,000 บาทในทางเลือกที่ 1 และ 2 หรือ 50,000 บาทในทางเลือกที่ 3 |

ความต่างที่หนักที่สุดอยู่ที่บรรทัดชราภาพ มาตรา 40 ไม่มีบำนาญรายเดือนแม้แต่ทางเลือกที่แพงที่สุด มีแต่บำเหน็จก้อนเดียวตอนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ บวกเงินออมเพิ่มที่ใส่เองได้ไม่เกินเดือนละ 1,000 บาท และมีเงินเพิ่มจากบำเหน็จอีก 10,000 บาทสำหรับทางเลือกที่ 3 ที่ส่งตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป
อีกความต่างที่กระทบชีวิตประจำวันคือค่ารักษาพยาบาล หน้าสิทธิประโยชน์มาตรา 40 ของสำนักงานประกันสังคมเขียนหมายเหตุไว้ตรง ๆ ว่าสิทธิการรักษาให้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพหรือบัตรทอง หรือสิทธิเดิมที่มีอยู่ สิ่งที่มาตรา 40 จ่ายคือเงินทดแทนการขาดรายได้ เช่น นอนโรงพยาบาลตั้งแต่ 1 วันขึ้นไปได้วันละ 300 บาท ไม่ใช่ค่ารักษา อ่านต่อได้ในบทความประกันสังคมมาตรา 40 กับเรื่องรักษาพยาบาล
ขาดส่งเงินสมทบกี่เดือน ถึงหลุดจากมาตรา 39?
สำนักงานประกันสังคมระบุเหตุสิ้นสภาพไว้ 5 ข้อ คือ ตาย กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ลาออก ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน และภายใน 12 เดือนส่งเงินสมทบไม่ครบ 9 เดือน
สองข้อหลังคือกับดักที่ทำให้คนหลุดมากที่สุด และรายละเอียดในวงเล็บสำคัญกว่าที่คิด กรณีไม่ส่ง 3 เดือนติดต่อกัน เว็บไซต์ระบุว่าสิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่งเงินสมทบ ไม่ใช่เดือนที่สาม แปลว่าถ้าขาดส่งเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม สถานะจะถูกตัดย้อนไปถึงมกราคม ส่วนกรณีภายใน 12 เดือนส่งไม่ครบ 9 เดือน จะสิ้นสภาพในเดือนที่ส่งไม่ครบ 9 เดือน ผลของการตัดย้อนหลังคือเรื่องใหญ่ เพราะถ้ามีการเข้ารักษาพยาบาลในช่วงเดือนที่ถูกตัดย้อน ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นอาจกลายเป็นภาระของผู้ประกันตนเอง
หลุดแล้วสมัครใหม่ได้ไหม
เมื่อสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 คุณสมบัติในการสมัครใหม่จะกลับไปที่เงื่อนไขเดิม คือต้องเคยเป็นมาตรา 33 และออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน คนที่ออกจากงานมานานหลายปีแล้วหลุดจึงไม่เข้าเงื่อนไขอีก ทางที่เหลือคือกลับไปเป็นลูกจ้างเพื่อเข้ามาตรา 33 ใหม่ หรือสมัครมาตรา 40
ข่าวดีคือเงินสมทบส่วนชราภาพที่เคยส่งไว้ไม่ได้หายไป ยังอยู่ในบัญชีรายบุคคลและขอรับได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ผู้ที่ส่งไม่ครบ 180 เดือนได้เป็นบำเหน็จก้อนเดียว ผู้ที่ส่งครบได้เป็นบำนาญรายเดือน อ่านวิธีคำนวณโดยละเอียดที่บทความเงินชราภาพประกันสังคม
กลับไปทำงานประจำต้องแจ้งลาออกเองไหม
ไม่ต้องในกรณีปกติ เพราะนายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เข้าทำงาน แต่มีข้อยกเว้นสำคัญ คือถ้ามีเงินสมทบค้างชำระ ต้องไปยื่นแจ้งการลาออกด้วยแบบ สปส. 1-21 ด้วยตนเองที่สำนักงานที่สมัครไว้ อีกเรื่องที่ถูกมองข้ามคือต้องแจ้งเปลี่ยนสถานที่ติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันตามแบบ สปส. 1-34
ทำไมบำนาญชราภาพของคนที่ย้ายมามาตรา 39 จึงลดลง?
นี่คือจุดที่คำตอบสั้น ๆ ว่ามาตรา 39 คุ้มเพราะจ่ายแค่ 432 บาทนั้นผิด สูตรบำนาญชราภาพคิดจากร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง บวกอีกร้อยละ 1.5 ต่อทุก 12 เดือนสำหรับส่วนที่เกิน 180 เดือน
ปัญหาคือค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานของมาตรา 39 คือ 4,800 บาท คนที่เคยเป็นลูกจ้างเงินเดือนเกินเพดานมาสามสิบปี แล้วมาอยู่มาตรา 39 ต่ออีก 5 ปีเต็มก่อนอายุ 55 ปี ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายจะกลายเป็น 4,800 บาท ทำให้บำนาญฐานตกมาอยู่ราว 960 บาทต่อเดือน ทั้งที่ถ้าหยุดส่งตั้งแต่ตอนออกจากงาน ฐานเดิมจะสูงกว่านั้นหลายเท่า การส่งเงินต่อจึงกลายเป็นการลดสิทธิแทนที่จะเพิ่ม
เรื่องนี้ไปถึงศาลจริง Policy Watch ของไทยพีบีเอสรายงานคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลข 3307/2567 ซึ่งผู้ประกันตนรายหนึ่งถูกคำนวณบำนาญเหลือเดือนละ 1,320 บาท เพราะถูกเปลี่ยนไปใช้ฐานค่าจ้างของมาตรา 39 มาคำนวณทั้งหมด ศาลวินิจฉัยว่าการส่งเงินสมทบต่อพึงเป็นการเพิ่มสิทธิ ไม่ใช่ลดทอนสิทธิเดิมที่สะสมมา และให้ใช้วิธีคำนวณแบบแบ่งช่วง ผลคือบำนาญขยับเป็น 2,644 บาทต่อเดือนตั้งแต่มกราคม 2557 และปรับเพิ่มเป็น 3,636.05 บาทหลังส่งเงินสมทบเพิ่มครบกำหนด รายงานเดียวกันระบุว่าสำนักงานประกันสังคมอนุมัติจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนรายนี้รวม 304,707.56 บาทในเดือนธันวาคม 2567
ทางแก้เชิงระบบคือสูตร CARE ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์รายงานว่าคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักการร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 สาระสำคัญคือเปลี่ยนฐานคำนวณจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย มาเป็นค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการส่งเงินสมทบโดยปรับมูลค่าในอดีตให้เป็นปัจจุบัน และเปลี่ยนการคิดเพิ่มจากร้อยละ 1.5 ต่อทุก 12 เดือน เป็นร้อยละ 0.125 ต่อเดือนตามจำนวนเดือนที่ส่งจริง พร้อมมาตรการเยียวยาช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีสำหรับผู้ที่ได้บำนาญตามสูตรใหม่ต่ำกว่าสูตรเดิม
ข้อสำคัญคือร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ วันตรวจสอบข้อมูลบทความนี้จึงยังไม่มีผลบังคับ การตัดสินใจในวันนี้ยังต้องอยู่บนสูตรเดิม ใครที่ใกล้อายุ 55 ปีและเคยมีฐานค่าจ้างสูง ควรขอให้เจ้าหน้าที่คำนวณให้ดูทั้งสองทางก่อนสมัครมาตรา 39
ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงจากหน้าเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม กฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษา และรายงานข่าวตามที่ระบุในแหล่งอ้างอิง ณ วันตรวจสอบข้อมูล 14 กันยายน 2569 อัตราเงินสมทบและสิทธิประโยชน์แก้ไขได้ทุกปี ก่อนตัดสินใจสมัคร ลาออก หรือยื่นขอรับประโยชน์ทดแทน ควรยืนยันตัวเลขล่าสุดกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ สาขา หรือสายด่วน 1506 อีกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการวางแผนการเงินรายบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
ประกันสังคมมาตรา 39 จ่ายเดือนละเท่าไหร่?
เดือนละ 432 บาท ตามที่สำนักงานประกันสังคมระบุ คำนวณจากเงินที่ใช้เป็นฐาน 4,800 บาทคูณอัตราเงินสมทบ 9% เท่ากันทุกคน ไม่ขึ้นกับเงินเดือนเดิม
สมัครมาตรา 39 ต้องสมัครภายในกี่เดือนหลังลาออก?
ภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ลาออกจากงาน โดยยื่นแบบ สปส. 1-20 หากพ้นกำหนดนี้จะสมัครมาตรา 39 ไม่ได้อีก
เคยส่งประกันสังคมแค่ 8 เดือนแล้วลาออก สมัครมาตรา 39 ได้ไหม?
ไม่ได้ เพราะคุณสมบัติกำหนดว่าต้องเคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และนำส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน
ขาดส่งเงินสมทบมาตรา 39 กี่เดือนถึงหลุด?
ไม่ส่ง 3 เดือนติดต่อกันจะสิ้นสภาพตั้งแต่เดือนแรกที่ไม่ส่ง หรือถ้าภายใน 12 เดือนส่งไม่ครบ 9 เดือน จะสิ้นสภาพในเดือนที่ส่งไม่ครบ 9 เดือน
จ่ายเงินสมทบมาตรา 39 ย้อนหลังได้ไหม?
กรณีส่งช้ากว่าวันที่ 15 ของเดือน ยังนำส่งพร้อมเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนได้ แต่เมื่อเข้าเงื่อนไขสิ้นสภาพแล้ว การจ่ายย้อนหลังไม่ทำให้สถานะกลับคืน ควรติดต่อสำนักงานที่สมัครไว้ทันทีที่รู้ตัว
มาตรา 39 มีสิทธิว่างงานไหม?
ไม่มี ความคุ้มครองมี 6 กรณีคือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร และชราภาพ ส่วนกรณีว่างงานมีเฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 33
อยู่มาตรา 39 ยังใช้โรงพยาบาลตามสิทธิเดิมได้ไหม?
ได้ เพราะสิทธิรักษาพยาบาลต่อเนื่องจากมาตรา 33 โดยต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนเดือนที่รับบริการ
มาตรา 39 กับมาตรา 40 สมัครพร้อมกันได้ไหม?
ไม่ได้ คุณสมบัติของผู้สมัครมาตรา 40 กำหนดไว้ชัดว่าต้องไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39
เงินสมทบมาตรา 39 ที่เคยส่งไว้ ถ้าหลุดแล้วได้คืนไหม?
ส่วนที่เป็นเงินสมทบกรณีชราภาพยังอยู่ในบัญชีรายบุคคล และขอรับได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
ต้องส่งเงินสมทบกี่เดือนถึงจะได้บำนาญรายเดือน?
ต้องส่งไม่น้อยกว่า 180 เดือน ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม พร้อมกับมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
ปี 2569 เงินสมทบมาตรา 39 ขึ้นตามมาตรา 33 ไหม?
ไม่ กฎกระทรวงที่ประกาศเมื่อ 13 ธันวาคม 2568 ปรับเฉพาะค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงของผู้ประกันตนมาตรา 33 เป็น 1,650 ถึง 17,500 บาท ส่วนฐาน 4,800 บาทของมาตรา 39 ยังคงเดิม
กลับเข้าทำงานประจำแล้วต้องแจ้งลาออกจากมาตรา 39 เองไหม?
โดยปกติไม่ต้อง เพราะนายจ้างแจ้งขึ้นทะเบียนได้ภายใน 30 วันนับแต่วันเข้าทำงาน ยกเว้นกรณีมีเงินสมทบค้างชำระ ต้องไปยื่นแบบ สปส. 1-21 ด้วยตนเอง
สิ่งที่ควรทำต่อภายในสัปดาห์นี้
ถ้าเพิ่งออกจากงาน ให้ทำเครื่องหมายวันที่ครบ 6 เดือนไว้ในปฏิทิน นั่นคือเส้นตายของสิทธิสมัครมาตรา 39 และเป็นวันที่จะไม่มีใครโทรมาเตือน ถ้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 อยู่แล้ว ให้ตั้งการหักบัญชีอัตโนมัติก่อนวันที่ 15 ของทุกเดือน และถ้าอายุใกล้ 55 ปีและเคยมีเงินเดือนสูงกว่าเพดานเดิม ให้ขอให้เจ้าหน้าที่คำนวณบำนาญเทียบให้ดูก่อนปล่อยให้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายกลายเป็น 4,800 บาทโดยไม่ได้ตั้งใจ
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานประกันสังคม: ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ ม.39 (ปรับปรุง 29 เมษายน 2568)
- สำนักงานประกันสังคม: เงินสมทบและการชำระเงิน
- สำนักงานประกันสังคม: สิทธิประโยชน์กรณีเจ็บป่วย และฐานค่าจ้าง 1,650 ถึง 17,500 บาท (ปรับปรุง 20 สิงหาคม 2569)
- สำนักงานประกันสังคม: หลักเกณฑ์กรณีคลอดบุตร
- สำนักงานประกันสังคม: หลักเกณฑ์กรณีทุพพลภาพ
- สำนักงานประกันสังคม: หลักเกณฑ์กรณีเสียชีวิต ค่าทำศพ 50,000 บาท
- สำนักงานประกันสังคม: สิทธิกรณีสงเคราะห์บุตร เดือนละ 1,000 บาท
- สำนักงานประกันสังคม: หลักเกณฑ์กรณีชราภาพ บำเหน็จและบำนาญ
- สำนักงานประกันสังคม: หลักเกณฑ์กรณีว่างงาน
- สำนักงานประกันสังคม: การสมัครและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 และ 3 ทางเลือก
- สำนักงานประกันสังคม: สิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการเกิดสิทธิมาตรา 40
- ไทยโพสต์: ราชกิจจาฯ ประกาศปรับฐานค่าจ้างคำนวณเงินสมทบประกันสังคม ม.33 เริ่ม 1 ม.ค. 2569
- Policy Watch ไทยพีบีเอส: คำพิพากษาศาลฎีกา 3307/2567 กับบำนาญชราภาพผู้ประกันตน ม.39
- กรมประชาสัมพันธ์: ครม. เห็นชอบสูตรบำนาญใหม่ CARE (14 กรกฎาคม 2569)
- กรมประชาสัมพันธ์: ประกันสังคมเพิ่มช่องทางรับสมัครผู้ประกันตนมาตรา 39 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์


