ครีมเทียมทำมาจากกลูโคสไซรัป น้ำมันหรือไขมันพืช เช่น น้ำมันเมล็ดในปาล์ม และโปรตีนจากนมที่เรียกว่าโซเดียมเคซิเนต ผสมอิมัลซิไฟเออร์ สารทำให้คงตัว และสารป้องกันการจับเป็นก้อน ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 208) พ.ศ. 2543 นิยามครีมเทียมว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มิได้ทำจากนมและมีไขมันอื่นนอกจากมันเนยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ และกำหนดให้ครีมเทียมชนิดผงมีไขมันทั้งหมดไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของน้ำหนัก
ประเด็นสำคัญ
- ฉลากคอฟฟี่เมทสูตร Gold ที่ขายในไทยระบุกลูโคสไซรัป 64.0% น้ำมันเมล็ดในปาล์ม 30.5% และโซเดียมเคซิเนต 2.1%
- “ไม่ได้ทำจากนม” ไม่ได้แปลว่าไม่มีส่วนผสมจากนม หลายสูตรใส่เคซีนหรือโซเดียมเคซิเนต คนแพ้นมวัวต้องอ่านฉลาก
- ต่อ 100 กรัม ครีมเทียมผงในฐานข้อมูล USDA มีไขมัน 32.9 กรัม แต่แคลเซียมเพียง 2 มิลลิกรัม ขณะที่นมผงเต็มมันเนยมี 912 มิลลิกรัม
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันนี้ มีผลตั้งแต่ 9 มกราคม 2562
- อย. อ้าง FAO ว่าไขมันทรานส์ไม่ควรเกินราว 2 กรัมต่อวัน และไขมันอิ่มตัวไม่ควรเกินราว 20 กรัมต่อวัน
ครีมเทียมคืออะไร และกฎหมายไทยนิยามไว้อย่างไร?
ครีมเทียมคือผลิตภัณฑ์ที่ใช้แทนนมหรือครีมในกาแฟ ชา และเครื่องดื่มอื่น โดยใช้ไขมันพืชแทนมันเนย ในทางกฎหมายอยู่ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 208) พ.ศ. 2543 เรื่อง ครีม ซึ่งแบ่งครีมเป็น 3 กลุ่ม คือ ครีมแท้ ครีมผสม และครีมเทียม และให้ครีมทั้งหมดเป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ประกาศนี้ลงนามวันที่ 19 กันยายน 2543 และลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 24 มกราคม 2544
นิยามครีมเทียมมีได้ 2 แบบ แบบแรกคือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ทำจากนมและมีไขมันอื่นเป็นส่วนสำคัญ แบบที่สองคือครีมที่มีมันเนยน้อยกว่าร้อยละ 30 ของไขมันทั้งหมด แปลว่าสินค้าที่มีไขมันนมอยู่บ้างก็ยังเป็นครีมเทียมได้ ถ้าสัดส่วนไขมันนมไม่ถึงเกณฑ์
ครีมเทียมมีกี่แบบ
บทความของกรมวิทยาศาสตร์บริการแบ่งครีมเทียมเป็น 3 ประเภท คือ ชนิดเหลว ชนิดเหลวแช่แข็ง และชนิดผง ชนิดผงนิยมที่สุดเพราะใช้สะดวกและเก็บที่อุณหภูมิห้องได้ ประกาศฉบับที่ 208 กำหนดให้ครีมเทียมที่ทำให้แห้งต้องเป็นผงไม่เกาะเป็นก้อน มีไขมันทั้งหมดไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ความชื้นไม่เกินร้อยละ 5 และตรวจพบแบคทีเรียได้ไม่เกิน 100,000 ในอาหาร 1 กรัม ส่วนชนิดเหลวแบบธรรมดาต้องมีไขมันไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 ของน้ำหนัก
ครีมเทียมทำมาจากอะไร?
ส่วนผสมหลักมี 3 อย่าง คือ กลูโคสไซรัป ไขมันพืช และโปรตีนนมจำนวนเล็กน้อย ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยาสรุปวัตถุดิบหลักว่าคือกลูโคสไซรัป ไขมัน และอิมัลซิไฟเออร์ ส่วนบทความในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 163 เดือนพฤศจิกายน 2535 ระบุโซเดียมเคซิเนต โมโนและไดกลีเซอไรด์ และสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อนเพิ่มเติม
เราเปิดดูฉลากครีมเทียมที่ขายในไทย 3 รายการที่ผู้ใช้ Open Food Facts ถอดข้อความจากบรรจุภัณฑ์ไว้ ตัวเลขในวงเล็บคือสัดส่วนตามที่ฉลากระบุ
- คอฟฟี่เมท สูตร Gold 400 กรัม: กลูโคสไซรัป (64.0%) น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (30.5%) โซเดียมเคซิเนต (2.1%) เจือสีธรรมชาติ แต่งกลิ่นสังเคราะห์
- ครีมเทียมตราเขาช้อง ซอง 3 กรัม: กลูโคสไซรัป (58%) ไขมันจากพืช (35%) เคซีน (2%) อิมัลซิไฟเออร์ INS 471 และ INS 472e สารป้องกันการจับเป็นก้อน INS 551 สารทำให้คงตัว INS 340(ii) และ INS 451(i)
- เนสท์เล่ คอฟฟีเมต ซอยย์: กลูโคสไซรัป (60.8%) น้ำมันถั่วเหลือง (25.5%) ไขมันพืช (8.5%) แต่งกลิ่นเลียนธรรมชาติ และโซเดียมเคซิเนต
ทั้ง 3 ฉลากมีโครงสร้างเดียวกัน คือน้ำตาลเกินครึ่ง ไขมันพืชราวหนึ่งในสาม และโปรตีนนมไม่เกิน 2% แม้แต่สูตรถั่วเหลืองก็ยังมีโซเดียมเคซิเนต
น้ำตาลและไขมันคือเนื้อหลักของผง
กลูโคสไซรัปถูกเรียงเป็นอันดับแรกในทั้ง 3 ฉลาก ข้อมูลโภชนาการของคอฟฟี่เมทสูตร Gold ใน Open Food Facts แสดงน้ำตาล 50 กรัมต่อ 100 กรัม ครึ่งหนึ่งของผงในช้อนจึงเป็นน้ำตาล ส่วนไขมัน สำนักโภชนาการ กรมอนามัย ระบุในบทความตรวจสอบข่าววันที่ 14 มีนาคม 2566 ว่าครีมเทียมมีองค์ประกอบหลักเป็นไขมันปาล์มและมีกรดไขมันอิ่มตัวสูง
บทความของกรมวิทยาศาสตร์บริการปี 2556 อธิบายว่าการเติมไฮโดรเจนทำให้น้ำมันมีจุดหลอมเหลวสูงและคงตัวจนขึ้นรูปเป็นผงได้ นี่คือที่มาของความกังวลเรื่องไขมันทรานส์ในครีมเทียมก่อนไทยออกประกาศห้าม ส่วนโซเดียมเคซิเนตแม้มีราว 2% แต่ช่วยเรื่องการละลาย และวัตถุเจือปนที่ระบุด้วยรหัส INS แบ่งเป็นอิมัลซิไฟเออร์ สารทำให้คงตัว และสารป้องกันการจับเป็นก้อน ซึ่งประกาศฉบับที่ 208 ข้อ 11 ให้ใช้ตามประกาศว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหาร
ทำไมครีมเทียมที่ไม่ได้ทำจากนมยังมีโปรตีนนม?
เพราะ “ไม่ได้ทำจากนม” หมายถึงไขมันหลักไม่ได้มาจากนม ไม่ได้แปลว่าไม่มีส่วนผสมจากนมเลย Wikipedia ภาษาอังกฤษอธิบายว่าโซเดียมเคซิเนตเป็นอนุพันธ์ของเคซีนซึ่งเป็นโปรตีนนม ไม่มีแลคโตส จึงใช้ในสูตร non-dairy ได้ และช่วยให้ละลายดีในเครื่องดื่มร้อน
สหรัฐอเมริกาเขียนเรื่องนี้ไว้ในระเบียบ 21 CFR 101.4(d) ว่าเมื่ออาหารที่ฉลากเรียกว่า “nondairy” มีเคซิเนต ต้องวงเล็บบอกแหล่งที่มา และยกตัวอย่างครีมเทียมที่มีโซเดียมเคซิเนตว่าต้องเขียน “a milk derivative” หรืออนุพันธ์จากนมต่อท้าย
ในไทยให้ดูรายการส่วนประกอบและข้อความสารก่อภูมิแพ้ ฉลากครีมเทียมตราเขาช้องใน Open Food Facts ถูกบันทึกสารก่อภูมิแพ้ว่าเป็นนม ความเห็นของเราคือ คนแพ้โปรตีนนมวัวควรถือว่าเคซีนและโซเดียมเคซิเนตเป็นส่วนผสมจากนมทุกกรณี ไม่ใช้คำว่าครีมเทียมบนหน้าซองเป็นเกณฑ์
ครีมเทียมกับนมสด นมข้นจืด และนมผงต่างกันอย่างไร?
ต่างกันที่วัตถุดิบตั้งต้น นมสด นมข้นจืด และนมผงทำจากน้ำนมโคดิบตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 350) พ.ศ. 2556 เรื่อง นมโค ส่วนครีมเทียมทำจากน้ำตาลกับไขมันพืช ครีมเทียมจึงให้พลังงานและไขมันใกล้นมผง แต่แทบไม่มีโปรตีนและแคลเซียม
ตารางใช้ค่าต่อ 100 กรัมจากชุดข้อมูล SR Legacy ของ USDA FoodData Central (FDC ID 171263, 167688, 170876, 172194 และ 171265) เป็นค่าเฉลี่ยของอาหารแต่ละประเภทในสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่ยี่ห้อที่ขายในไทย
| สารอาหาร (ต่อ 100 กรัม) | ครีมเทียมผง | ครีมเทียมผงชนิดไลต์ | นมผงเต็มมันเนย | นมข้นจืด | นมสดเต็มมันเนย |
|---|---|---|---|---|---|
| พลังงาน (กิโลแคลอรี) | 529 | 431 | 496 | 134 | 61 |
| ไขมันทั้งหมด (กรัม) | 32.9 | 15.7 | 26.7 | 7.56 | 3.25 |
| ไขมันอิ่มตัว (กรัม) | 19.1 | 3.8 | 16.7 | 4.59 | 1.86 |
| คาร์โบไฮเดรต (กรัม) | 59.3 | 73.4 | 38.4 | 10.0 | 4.8 |
| โปรตีน (กรัม) | 2.48 | 1.9 | 26.3 | 6.81 | 3.15 |
| แคลเซียม (มิลลิกรัม) | 2 | 1 | 912 | 261 | 113 |
| โซเดียม (มิลลิกรัม) | 124 | 229 | 371 | 106 | 43 |
| โคเลสเตอรอล (มิลลิกรัม) | 0 | 0 | 97 | 29 | 10 |
ครีมเทียมผงควรเทียบกับนมผง เพราะเป็นผงเหมือนกัน ส่วนนมข้นจืดและนมสดมีน้ำมาก ตัวเลขต่อ 100 กรัมจึงต่ำกว่าโดยธรรมชาติ เมื่อเทียบผงกับผง ครีมเทียมมีไขมันมากกว่าเล็กน้อย แต่โปรตีนน้อยกว่าราว 10 เท่า และแคลเซียม 2 มิลลิกรัม เทียบกับ 912 มิลลิกรัม
ไขมันอิ่มตัวอาจค้านความเชื่อทั่วไป ในครีมเทียมผงคิดเป็นราว 58% ของไขมันทั้งหมด ส่วนในนมผงเต็มมันเนยราว 63% ข้อได้เปรียบของนมจริงจึงอยู่ที่โปรตีนและแคลเซียม ส่วนครีมเทียมไม่มีโคเลสเตอรอล สูตรไลต์ก็ไม่ได้เบาทุกด้าน ไขมันลดเหลือ 15.7 กรัม แต่คาร์โบไฮเดรตขึ้นเป็น 73.4 กรัม และโซเดียม 229 มิลลิกรัม สูงกว่าสูตรปกติที่ 124 มิลลิกรัม
มาตรฐานตามกฎหมายไทยของแต่ละผลิตภัณฑ์
| ผลิตภัณฑ์ | ทำจากอะไรตามนิยาม | เกณฑ์สำคัญ | ประกาศ |
|---|---|---|---|
| ครีมเทียมชนิดผง | ไม่ได้ทำจากนม ใช้ไขมันอื่นเป็นหลัก | ไขมันไม่น้อยกว่า 30% ความชื้นไม่เกิน 5% | ฉบับที่ 208 |
| น้ำนมโคสด | น้ำนมโคดิบผ่านพาสเจอร์ไรส์ไม่เกิน 80 องศาเซลเซียส | มันเนยไม่น้อยกว่า 3.2% | ฉบับที่ 350 |
| นมผงชนิดเต็มมันเนย | น้ำนมโคดิบที่ระเหยน้ำออกจนเป็นผง | มันเนยไม่น้อยกว่า 26% | ฉบับที่ 350 |
| นมข้นไม่หวานเต็มมันเนย (นมข้นจืด) | น้ำนมโคดิบที่ระเหยน้ำบางส่วนออก | เนื้อนมไม่น้อยกว่า 25% มันเนยไม่น้อยกว่า 7.5% | ฉบับที่ 350 |
| นมข้นหวานเต็มมันเนย | นมข้นที่อาจเติมน้ำตาล | เนื้อนมไม่น้อยกว่า 28% มันเนยไม่น้อยกว่า 8% | ฉบับที่ 350 |
| นมข้นแปลงไขมันไม่หวานเต็มไขมัน | นมข้นที่ใช้ไขมันอื่นแทนมันเนย | เนื้อนมไม่รวมไขมันไม่น้อยกว่า 17.5% ไขมันไม่น้อยกว่า 6% | ฉบับที่ 350 |

นมข้นจืดกับนมข้นแปลงไขมันต่างกันตรงไหน
ประกาศฉบับที่ 350 นิยามนมแปลงไขมันว่าเป็นนมที่ใช้ไขมันอื่นบางส่วนหรือทั้งหมดแทนมันเนย ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ยังมีเนื้อนมตามเกณฑ์ แต่ไขมันอาจมาจากพืช จึงอยู่ตรงกลางระหว่างนมข้นจืดกับครีมเทียม ก่อนซื้อให้ดูชื่ออาหารบนฉลาก นมข้นไม่หวานคือนมล้วน นมข้นแปลงไขมันคือมีไขมันอื่นผสม และครีมเทียมคือไม่ได้ใช้นมเป็นฐาน
กฎหมายไทยจัดการไขมันทรานส์ในครีมเทียมอย่างไร?
ไทยห้ามที่ต้นทาง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 ข้อ 1 ให้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partially Hydrogenated Oils) และอาหารที่มีน้ำมันนี้เป็นส่วนประกอบ เป็นอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย ประกาศลงนามวันที่ 13 มิถุนายน 2561 ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 เล่ม 135 ตอนพิเศษ 166 ง และใช้บังคับเมื่อพ้น 180 วัน เอกสารถามตอบของ อย. ระบุวันมีผลว่า 9 มกราคม 2562
เอกสารเดียวกันระบุว่าไม่มีข้อยกเว้นสำหรับการผลิตเพื่อส่งออก และผู้ฝ่าฝืนมีโทษตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 คือจำคุก 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับ 5,000 ถึง 20,000 บาท
ก่อนมีประกาศ ครีมเทียมเคยเป็นแหล่งไขมันทรานส์หรือไม่
แหล่งข้อมูลไทยก่อนปี 2562 ระบุตรงกัน บทความของกรมวิทยาศาสตร์บริการปี 2556 เขียนว่าครีมเทียมนิยมใช้น้ำมันพืชที่ผ่านไฮโดรจิเนชันบางส่วน และจัดไว้ในกลุ่มที่พบกรดไขมันทรานส์มากร่วมกับมาร์การีนและเนยขาว คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในบทความวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ก็ยกครีมเทียมเป็นตัวอย่างเช่นกัน กรมวิทยาศาสตร์บริการยังเคยพัฒนาสูตรครีมเทียมผงที่มีกรดไขมันทรานส์ต่ำกว่าสินค้าทางการค้าประมาณ 40 เท่า หรือต่ำกว่า 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค
หลังประกาศมีผล ยังพบไขมันทรานส์ได้ไหม
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยาอธิบายเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2562 ว่าผู้ผลิตหลายรายหันไปใช้น้ำมันที่เติมไฮโดรเจนแบบสมบูรณ์หรือกระบวนการอื่น ประกาศเลขที่ 388 ไม่ได้ห้ามน้ำมันแบบสมบูรณ์ เพราะ อย. ระบุว่าไม่ทำให้เกิดไขมันทรานส์ คำว่า fully hydrogenated บนฉลากจึงไม่ใช่สัญญาณว่าผิดกฎหมาย
ประกาศไม่ได้ห้ามการตรวจพบไขมันทรานส์ อย. อธิบายว่าพบได้เล็กน้อยตามธรรมชาติในนม เนย ชีส และในน้ำมันพืชที่ผ่านความร้อนสูงระหว่างทำให้บริสุทธิ์ ส่วนตัวเลขไขมันทรานส์ 5.54 กรัมต่อ 100 กรัมของครีมเทียมผงในฐานข้อมูล USDA ไม่ได้ระบุยี่ห้อหรือปีที่ผลิต จึงไม่ควรใช้แทนฉลากสินค้าไทยที่ขายหลัง 9 มกราคม 2562
ครีมเทียมอันตรายไหม และควรใช้วันละเท่าไหร่?
ครีมเทียมที่ผ่านการอนุญาตไม่ใช่อาหารมีพิษ แต่ให้พลังงานจากน้ำตาลและไขมันอิ่มตัว โดยแทบไม่มีโปรตีนและแคลเซียม สำนักโภชนาการ กรมอนามัย เตือนว่าถ้ากินมากเกินไปจะทำให้มีไขมันในเลือดสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ปัญหาจึงอยู่ที่ปริมาณและความถี่
เอกสารของ อย. ระบุว่าไขมันทรานส์ทำให้โคเลสเตอรอลรวม แอลดีแอล และไตรกลีเซอไรด์เพิ่มขึ้น และทำให้เอชดีแอลลดลง บทความของกรมวิทยาศาสตร์บริการยกงานวิจัยในวารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์ปี 2549 ว่าการได้รับกรดไขมันทรานส์ตั้งแต่ร้อยละ 2 ของพลังงานสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เพดานที่ อย. อ้างจาก FAO คือไขมันทรานส์ไม่เกิน 1% ของพลังงานต่อวัน หรือราว 2 กรัม และไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10% หรือราว 20 กรัมต่อวัน
ลองคำนวณจากฉลากจริง
ข้อมูลของคอฟฟี่เมทสูตร Gold ใน Open Food Facts ระบุหนึ่งหน่วยบริโภค 6 กรัม ให้พลังงาน 32.7 กิโลแคลอรี ไขมัน 2.09 กรัม ไขมันอิ่มตัว 1.05 กรัม และน้ำตาล 3 กรัม ถ้าดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว แก้วละหนึ่งหน่วยบริโภค จะได้ไขมันอิ่มตัวราว 3.15 กรัม หรือราว 16% ของเพดาน 20 กรัม และน้ำตาล 9 กรัม ยังไม่นับน้ำตาลที่เติมแยก ครีมเทียมหนึ่งช้อนจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ด้วยตัวเอง แต่คนที่ตักเกิน ดื่มหลายแก้ว และกินเครื่องดื่มสำเร็จรูปที่มีครีมเทียมเป็นส่วนผสม จะสะสมเร็วกว่าที่คิด
ใครควรระวัง และใช้ให้พอดีอย่างไร
- คนที่มีไขมันในเลือดสูงหรือความดันโลหิตสูง: บทความหมอชาวบ้านปี 2535 เตือนให้อ่านฉลาก เพราะไขมันอิ่มตัวและโซเดียมจากโซเดียมเคซิเนต
- คนที่แพ้โปรตีนนมวัว: ดูว่ามีเคซีนหรือโซเดียมเคซิเนตในส่วนประกอบหรือไม่
- คนที่คุมน้ำตาลหรือน้ำหนัก: ตักตามหน่วยบริโภคบนฉลาก และดูบรรทัดน้ำตาลเสมอ
- คนที่อยากได้แคลเซียมจากเครื่องดื่ม: ใช้นมสด นมข้นจืด หรือนมผงแทน โดยรู้ว่านมผงก็มีไขมันอิ่มตัวสูง
ตัวเลข วันที่ และบทกฎหมายในบทความนี้มาจากแหล่งที่อ้างอิง ณ วันที่ตรวจสอบ 11 กันยายน 2569 ค่าโภชนาการของแต่ละยี่ห้อต่างกันและเปลี่ยนตามสูตร โปรดยืนยันกับฉลากสินค้าจริงและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือโภชนาการเฉพาะบุคคล ผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
คำถามที่พบบ่อย
ครีมเทียมทำมาจากอะไร?
ส่วนใหญ่ทำจากกลูโคสไซรัป ไขมันพืช และโซเดียมเคซิเนตจากนมราว 2% ผสมอิมัลซิไฟเออร์ สารทำให้คงตัว และสารป้องกันการจับเป็นก้อน
ครีมเทียมอันตรายไหม?
ไม่ใช่อาหารมีพิษ แต่มีไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลสูง และแทบไม่มีโปรตีนกับแคลเซียม ถ้ากินมากและบ่อยจะเพิ่มความเสี่ยงไขมันในเลือดสูง
ครีมเทียมในไทยยังมีไขมันทรานส์หรือไม่?
ตั้งแต่ 9 มกราคม 2562 ครีมเทียมในไทยต้องไม่มีน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนบางส่วน แต่อาจตรวจพบไขมันทรานส์เล็กน้อยจากแหล่งอื่น ให้ดูค่าบนฉลากโภชนาการ
ครีมเทียมกับนมข้นจืดต่างกันอย่างไร?
นมข้นจืดทำจากน้ำนมโคดิบที่ระเหยน้ำออก และต้องมีเนื้อนมไม่น้อยกว่า 25% ส่วนครีมเทียมใช้ไขมันพืชเป็นหลัก จึงมีโปรตีนและแคลเซียมน้อยกว่ามาก
ครีมเทียมกับนมผงต่างกันอย่างไร?
ต่อ 100 กรัม ครีมเทียมผงมีไขมัน 32.9 กรัม ใกล้นมผงที่ 26.7 กรัม แต่มีโปรตีน 2.48 กรัม เทียบกับ 26.3 กรัม ตามข้อมูล USDA
ทำไมครีมเทียม non-dairy ยังมีโปรตีนนม?
เพราะใช้โซเดียมเคซิเนตซึ่งเป็นอนุพันธ์ของโปรตีนนมเพื่อช่วยการละลาย สหรัฐฯ จึงบังคับให้วงเล็บบอกว่าเป็นอนุพันธ์จากนม
คนแพ้นมวัวใช้ครีมเทียมได้ไหม?
ไม่ควรถือว่าปลอดภัยเพราะชื่อครีมเทียม ถ้ามีเคซีนหรือโซเดียมเคซิเนตแปลว่ามีส่วนผสมจากนม ควรอ่านฉลากและปรึกษาแพทย์หากแพ้รุนแรง
ครีมเทียม 1 ช้อนมีกี่แคลอรี?
ขึ้นกับยี่ห้อ ตัวอย่างฉลากคอฟฟี่เมทสูตร Gold ระบุหนึ่งหน่วยบริโภค 6 กรัม ให้พลังงาน 32.7 กิโลแคลอรี
ครีมเทียมสูตรไลต์ดีกว่าไหม?
ไขมันต่ำกว่า แต่ข้อมูล USDA แสดงคาร์โบไฮเดรต 73.4 กรัม และโซเดียม 229 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม สูงกว่าสูตรปกติ
ไทยห้ามน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนบางส่วนตั้งแต่เมื่อไหร่?
ประกาศเลขที่ 388 พ.ศ. 2561 ลงราชกิจจานุเบกษาวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 และมีผลตั้งแต่ 9 มกราคม 2562
ฝ่าฝืนประกาศนี้มีโทษอย่างไร?
อย. ระบุโทษตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 คือจำคุก 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับ 5,000 ถึง 20,000 บาท
สรุป: ครีมเทียมใช้ได้ แต่ไม่ใช่นม
ครีมเทียมคือน้ำตาลกับไขมันพืชที่ทำให้กาแฟขาวและมัน ไขมันทรานส์จากน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนบางส่วนถูกตัดที่ต้นทางตั้งแต่ปี 2562 สิ่งที่เหลือคือไขมันอิ่มตัว น้ำตาล และการแทบไม่มีโปรตีนกับแคลเซียม ครั้งหน้าให้พลิกดูว่าหนึ่งหน่วยบริโภคกี่กรัม แล้วตักตามนั้น ถ้าอยากได้คุณค่าของนมจริง ให้เลือกนมสด นมข้นจืด หรือนมผง
แหล่งอ้างอิง
- กองอาหาร อย.: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561
- กองอาหาร อย.: ประเด็นถาม-ตอบ ประกาศเลขที่ 388 (PDF)
- กองอาหาร อย.: ขอบเขตของประกาศและการบังคับใช้ (ไขมันทรานส์)
- กองอาหาร อย.: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 208) พ.ศ. 2543 เรื่อง ครีม
- กองอาหาร อย.: ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 350) พ.ศ. 2556 เรื่อง นมโค (PDF)
- USDA FoodData Central: SR Legacy FDC ID 171263, 167688, 170876, 172194, 171265
- Cornell LII: 21 CFR 101.4 Food; designation of ingredients
- กรมวิทยาศาสตร์บริการ: ความเสี่ยงของสุขภาพต่อการบริโภคกรดไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์ครีมเทียม (PDF)
- ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยุธยา: ครีมเทียมเป็นแหล่งของไขมันทรานส์จริงหรือ?
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล: ไขมันทรานส์
- สำนักโภชนาการ กรมอนามัย: อาหารเทียม!! โคตรอันตราย
- มูลนิธิหมอชาวบ้าน: ครีมเทียม
- Wikipedia: Non-dairy creamer
- Open Food Facts: Coffeemate Creamer Gold 400 g
- Open Food Facts: ครีมเทียมตราเขาช้อง
- Open Food Facts: เนสท์เล่ คอฟฟีเมต ซอยย์


