บทความแนะนำประวัติแบดมินตัน: จากเกมปูนาในอินเดียสู่โอลิมปิก และแนวข้อสอบพลศึกษา

ประวัติแบดมินตัน: จากเกมปูนาในอินเดียสู่โอลิมปิก และแนวข้อสอบพลศึกษา

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: แบดมินตันสมัยใหม่พัฒนามาจากเกม “ปูนา” ที่นายทหารอังกฤษเล่นในอินเดียช่วงทศวรรษ 1860 แล้วนำกลับไปเล่นที่คฤหาสน์แบดมินตันในอังกฤษ อังกฤษเป็นผู้วางกติกาและเผยแพร่จนกลายเป็นกีฬาสากล ส่วนประเทศไทยเริ่มเล่นราว พ.ศ. 2456 และตั้งสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2493

ประวัติแบดมินตันสมัยใหม่เริ่มจากเกม “ปูนา” (poona) ที่นายทหารอังกฤษซึ่งประจำการในอินเดียเล่นกันในทศวรรษ 1860 ตามที่สารานุกรม Britannica บันทึกไว้ ก่อนเกมนี้จะถูกนำไปเล่นที่คฤหาสน์แบดมินตันของดยุกแห่งโบฟอร์ต มณฑลกลอสเตอร์เชอร์ ประเทศอังกฤษ ราวปี ค.ศ. 1873 จนได้ชื่อตามสถานที่นั้น จากนั้นอังกฤษตั้งสมาคมแบดมินตันในปี 1893 ร่วมก่อตั้งสหพันธ์แบดมินตันระหว่างประเทศที่กรุงลอนดอนในปี 1934 และแบดมินตันได้เป็นกีฬาชิงเหรียญโอลิมปิกครั้งแรกที่บาร์เซโลนาในปี 1992

ประเด็นสำคัญ

  • ร่องรอยการเล่นลูกขนไก่มีมานานในหลายวัฒนธรรม Britannica ระบุว่าเกมตีลูกขนไก่แบบโบราณเล่นกันในกรีกโบราณ จีน และอินเดีย
  • แบดมินตันสมัยใหม่มาจากเกมปูนาในอินเดีย ตั้งชื่อตามเมือง Poona (ปัจจุบันคือปูเน) แล้วมาได้ชื่อใหม่จากคฤหาสน์แบดมินตันในอังกฤษ
  • ข้อสอบพลศึกษาที่ถามว่า “ประเทศใดที่นำเอากีฬาแบดมินตันไปเผยแพร่” คำตอบคือ อังกฤษ
  • สหพันธ์แบดมินตันระหว่างประเทศ (IBF) ก่อตั้งที่ลอนดอนเมื่อ 5 กรกฎาคม 1934 มีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 9 ชาติ เปลี่ยนชื่อเป็น BWF ในปี 2005 และปัจจุบันมีสมาชิก 203 ชาติ
  • ประเทศไทยเริ่มมีสนามแบดมินตันราว พ.ศ. 2456 ตั้งสมาคมในปี พ.ศ. 2493 และเข้าเป็นสมาชิก IBF ในปี พ.ศ. 2494
  • สนามคู่ยาว 13.40 เมตร กว้าง 6.10 เมตร ตาข่ายสูง 1.524 เมตรที่กึ่งกลาง ลูกขนไก่มีขนนก 16 ก้าน หนัก 4.74 ถึง 5.50 กรัม

ประวัติแบดมินตันเริ่มต้นที่ไหนและอย่างไร?

คำตอบสั้นที่สุดคือ แบดมินตันไม่ได้มีผู้คิดค้นคนเดียว แต่เป็นเกมตีลูกขนไก่ที่มีหลายรูปแบบในหลายประเทศ แล้วมาถูกจัดระเบียบเป็นกีฬาที่มีกติกาชัดเจนในอังกฤษช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 สารานุกรม Britannica ระบุว่ารากของกีฬานี้ย้อนไปถึงเกมโบราณชื่อ battledore and shuttlecock ซึ่งเล่นกันในกรีกโบราณ จีน และอินเดีย เป็นการใช้ไม้ตีลูกขนไก่โต้ไปมาให้ลอยอยู่นานที่สุดโดยยังไม่มีตาข่ายหรือการนับแต้มแบบแข่งขัน

แหล่งข้อมูลภาษาไทยหลายแห่ง เช่น วิกิพีเดียภาษาไทยและ Educatepark อ้างถึงภาพวาดเก่าในจีนช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ที่แสดงการเล่นลูกขนไก่ ข้อมูลนี้บอกได้ว่าคนเล่นของเล่นลักษณะนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่ใช่แบดมินตันในความหมายของกีฬาที่มีสนาม ตาข่าย และกติกาเหมือนที่เรารู้จักทุกวันนี้

เกมปูนาในอินเดียคือจุดเปลี่ยน

Britannica เขียนไว้ตรง ๆ ว่าแบดมินตันมาจากเกม “poona” ซึ่งนายทหารกองทัพอังกฤษที่ประจำการในอินเดียเล่นกันในทศวรรษ 1860 และในอินเดียเองก็เรียกกีฬานี้ว่า poona ตามชื่อเมือง Poona หรือปูเนในปัจจุบัน เอกสารประวัติกีฬาภาษาไทยที่ใช้ประกอบการเรียนพลศึกษาก็ให้ข้อมูลสอดคล้องกัน โดยระบุว่าการเล่นลูกขนไก่ที่บันทึกได้แน่นอนเกิดขึ้นที่เมืองปูนาในปี พ.ศ. 2413 หรือ ค.ศ. 1870

สิ่งที่ทำให้ปูนาต่างจากเกมตีลูกขนไก่แบบเดิม คือการเล่นข้ามตาข่ายและแบ่งฝ่ายแข่งกัน นี่คือโครงของกีฬาแบดมินตันที่ถูกนำกลับไปพัฒนาต่อที่อังกฤษ ความเห็นของเราคือ ถ้าจะตอบคำถามว่าแบดมินตัน “เกิด” ที่ไหน คำตอบที่แม่นที่สุดคือ เกมต้นแบบเล่นกันในอินเดีย แต่กีฬาที่มีชื่อ กติกา และองค์กรกำกับเกิดขึ้นในอังกฤษ

นิยาม: แบดมินตัน (Badminton) คือกีฬาที่ผู้เล่นฝ่ายละ 1 คน (ประเภทเดี่ยว) หรือ 2 คน (ประเภทคู่) ใช้ไม้แร็กเกตตีลูกขนไก่ข้ามตาข่ายไปมา โดยพยายามให้ลูกตกลงพื้นในแดนของฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายที่ได้ 21 แต้มก่อนชนะเกมนั้น และแข่งกันแบบชนะ 2 ใน 3 เกม ตามกติกาของสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF)

ชื่อแบดมินตันมาจากไหน และทำไมปีที่อ้างถึงจึงไม่ตรงกัน?

ชื่อแบดมินตันมาจากคฤหาสน์แบดมินตัน (Badminton House) ที่ดินของตระกูลดยุกแห่งโบฟอร์ต ในมณฑลกลอสเตอร์เชอร์ ประเทศอังกฤษ Britannica ระบุว่าเกมนี้ถูกนำจากอินเดียมาเล่นครั้งแรกในอังกฤษที่คฤหาสน์ของดยุกแห่งโบฟอร์ตคนที่ 9 คือ Henry Somerset ราวปี ค.ศ. 1873 และกีฬานี้ก็ได้ชื่อตามที่ดินแห่งนั้น ตำราไทยจำนวนมากใช้ปีเดียวกัน คือ พ.ศ. 2416

อย่างไรก็ตาม บทความวิกิพีเดียภาษาอังกฤษเรื่อง Badminton House เล่าอีกแบบหนึ่ง คือเป็นเรื่องเล่าว่าเกมนี้ถูกคิดขึ้นในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ช่วงฤดูหนาวที่หนาวจัดของปี 1863 โดยลูก ๆ ของดยุกคนที่ 8 และบทความเดียวกันก็ยอมรับว่ายังไม่แน่ชัดว่าเกมนี้ถูกคิดขึ้นใหม่ที่คฤหาสน์หรือถูกนำกลับมาจากอินเดีย สิ่งที่ทั้งสองแหล่งตรงกันคือ คฤหาสน์แห่งนี้ทำให้เกมเป็นที่นิยมจนชื่อสถานที่กลายเป็นชื่อกีฬา

สำหรับการสอบ ให้ใช้ปี ค.ศ. 1873 หรือ พ.ศ. 2416 ตามที่ตำราไทยและ Britannica ใช้ ส่วนปี 1863 เป็นเรื่องเล่าอีกกระแสหนึ่งที่ควรรู้ไว้ แต่ไม่ใช่คำตอบมาตรฐานของข้อสอบพลศึกษา

ประเทศใดที่นำเอากีฬาแบดมินตันไปเผยแพร่?

คำตอบคือ อังกฤษ ข้อสอบข้อนี้พบในแบบฝึกหัดพลศึกษาที่เผยแพร่ออนไลน์หลายชุด โดยมีตัวเลือก ก. จีน ข. อังกฤษ ค. เดนมาร์ก และ ง. อินโดนีเซีย คำตอบที่ถูกคือ ข. อังกฤษ เพราะอังกฤษเป็นประเทศที่ตั้งชื่อ วางกติกา จัดการแข่งขันระดับนานาชาติรายการแรก และเป็นผู้นำในการตั้งองค์กรกีฬาแบดมินตันระดับโลก

หลักฐานที่ใช้ตอบข้อนี้มีสี่ข้อ ข้อแรก Britannica ระบุว่าสโมสรแบดมินตันแห่งเมืองบาธ (Bath Badminton Club) ก่อตั้งในปี 1877 และได้วางกติกาใหม่ให้เกม ข้อสอง สมาคมแบดมินตันแห่งอังกฤษ (Badminton Association of England) ตั้งขึ้นในปี 1893 เพื่อทำให้กติกาเป็นมาตรฐานเดียวกัน ข้อสาม การแข่งขัน All England Open ครั้งแรกจัดในปี 1899 และถือเป็นรายการแข่งขันแบดมินตันรายการแรกของโลก ข้อสี่ BWF ระบุว่าสหพันธ์แบดมินตันระหว่างประเทศก่อตั้งที่กรุงลอนดอน

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  กลุ่ม ดาว ไถ อยู่ ใน กลุ่ม ดาวฤกษ์ กลุ่ม ใด

ตัวเลือกจีนเป็นตัวหลอกเพราะมีหลักฐานเรื่องการเล่นลูกขนไก่ในยุคโบราณ แต่จีนไม่ใช่ประเทศที่นำแบดมินตันแบบมีกติกาไปเผยแพร่ ส่วนคำถามอีกแบบที่มักสับสนกันคือ “การเล่นลูกขนไก่บันทึกไว้ครั้งแรกที่ประเทศใด” ข้อนี้ตำราไทยตอบว่าอินเดีย เพราะหมายถึงเกมปูนา ถ้าอ่านโจทย์ให้ดีว่าถามเรื่อง “กำเนิด” หรือ “เผยแพร่” ก็จะเลือกได้ถูก

แบดมินตันกลายเป็นกีฬาสากลได้อย่างไร?

แบดมินตันกลายเป็นกีฬาสากลผ่านสามขั้น คือ มีกติกาและสมาคมระดับชาติในอังกฤษ มีองค์กรระดับโลกในปี 1934 และได้บรรจุในโอลิมปิกในปี 1992 เอกสารประวัติกีฬาภาษาไทยเล่าว่าชาวยุโรปที่อพยพไปทวีปอเมริกาได้นำกีฬานี้ไปเผยแพร่ รวมถึงประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย ขณะที่เนเธอร์แลนด์และชาติยุโรปอื่นก็นำไปเล่นในประเทศของตนอย่างแพร่หลาย

จาก IBF ถึง BWF

หน้าข้อมูลองค์กรของ BWF ระบุว่าสหพันธ์แบดมินตันระหว่างประเทศ (International Badminton Federation หรือ IBF) ก่อตั้งที่กรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 1934 โดยมีสมาคมผู้ก่อตั้ง 9 ชาติ ปัจจุบันมีสมาชิก 203 ชาติ และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2005 หน้าประวัติโอลิมปิกของ BWF ระบุด้วยว่า IBF เปลี่ยนชื่อเป็น Badminton World Federation (BWF) ในปี 2005

การแข่งขันแบบทีมที่คนไทยคุ้นชื่อก็เกิดในยุคนี้ Britannica ระบุว่าถ้วยโธมัส (Thomas Cup) สำหรับทีมชายมอบให้ในปี 1939 และถ้วยอูเบอร์ (Uber Cup) สำหรับทีมหญิงมอบให้ในปี 1956 ส่วนการแข่งขันชิงแชมป์โลกของ IBF ครั้งแรกจัดในปี 1977

เส้นทางสู่โอลิมปิก

หน้าประวัติโอลิมปิกของ BWF เล่าว่าแบดมินตันเป็นกีฬาสาธิตในโอลิมปิกที่มิวนิกปี 1972 โดยแข่งเพียงวันเดียวคือวันที่ 4 กันยายน มีผู้ชมกว่า 3,000 คน จากนั้นในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 90 ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1985 ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้บรรจุแบดมินตันในโอลิมปิกปี 1992 ที่บาร์เซโลนา และให้แข่งเป็นกีฬาสาธิตที่โซลในปี 1988 ซึ่งมีนักกีฬา 30 คนจาก 8 ชาติเดินทางไปร่วม

โอลิมปิกบาร์เซโลนาปี 1992 แข่งกัน 4 ประเภท คือ ชายเดี่ยว หญิงเดี่ยว ชายคู่ และหญิงคู่ ยังไม่มีประเภทคู่ผสม ประเภทคู่ผสมเพิ่งเริ่มที่แอตแลนตาปี 1996 ทำให้แบดมินตันเป็นหนึ่งในไม่กี่กีฬาโอลิมปิกที่ชายและหญิงลงแข่งในทีมเดียวกัน

ปี ค.ศ.ปี พ.ศ.เหตุการณ์ที่มา
ทศวรรษ 1860ราว 2403 ถึง 2412นายทหารอังกฤษในอินเดียเล่นเกมปูนาBritannica
ราว 1873ราว 2416เกมถูกเล่นที่คฤหาสน์แบดมินตันของดยุกแห่งโบฟอร์ต จนได้ชื่อแบดมินตันBritannica
18772420ตั้ง Bath Badminton Club และวางกติกาใหม่Britannica
18932436ตั้งสมาคมแบดมินตันแห่งอังกฤษBritannica
18992442แข่ง All England Open ครั้งแรกBritannica
19342477ตั้ง IBF ที่ลอนดอน วันที่ 5 กรกฎาคม มีผู้ก่อตั้ง 9 ชาติBWF
19722515เป็นกีฬาสาธิตในโอลิมปิกมิวนิกBWF
19922535เป็นกีฬาชิงเหรียญโอลิมปิกครั้งแรกที่บาร์เซโลนา 4 ประเภทBWF
19962539เพิ่มประเภทคู่ผสมในโอลิมปิกแอตแลนตาBWF
20052548IBF เปลี่ยนชื่อเป็น BWF และย้ายสำนักงานใหญ่ไปกัวลาลัมเปอร์BWF

ปี พ.ศ. ในตารางคำนวณจากปี ค.ศ. บวก 543 เพื่อให้เทียบกับตำราไทยได้ง่าย แถวแรกเป็นช่วงทศวรรษ จึงแปลงเป็นช่วงปีโดยประมาณ

อินโฟกราฟิกสรุป ประวัติแบดมินตัน: จากเกมปูนาในอินเดียสู่โอลิมปิก และแนวข้อสอบพลศึกษา
สรุปเป็นภาพ: ประวัติแบดมินตัน: จากเกมปูนาในอินเดียสู่โอลิมปิก และแนวข้อสอบพลศึกษา

แบดมินตันเข้ามาในประเทศไทยเมื่อไหร่?

แบดมินตันเข้ามาในไทยราว พ.ศ. 2456 หรือ ค.ศ. 1913 แหล่งข้อมูลภาษาไทยที่เราเปิดอ่านตรงกันว่าในปีนั้น พระยานิพัตกุลพงษ์เป็นคนไทยรุ่นแรกที่สร้างสนามแบดมินตันให้ลูกหลานเล่นออกกำลังในยามว่าง ที่บ้านริมคลองสมเด็จเจ้าพระยา ต่อมาหลวงชลาไลยกลเห็นว่าเป็นกีฬาที่เล่นได้ทั้งชายหญิงและทุกวัย จึงสร้างสนามเพิ่มในย่านเดียวกัน

Siamsporttalk บันทึกว่าแบดมินตันเป็นที่นิยมเล่นกันประปรายในราชสำนักสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สนามยุคนั้นเป็นสนามกลางแจ้ง ลมแรงหรือฝนตกก็เล่นไม่ได้ เอกสารประวัติกีฬาอีกชุดระบุว่าราว พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมเป็นผู้จัดการแข่งขันแบดมินตันทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรก

แบดมินตันประเภทสามคนที่มีเฉพาะในไทย

รายละเอียดที่น่าสนใจคือ ไทยเคยนิยมแข่งแบดมินตันประเภทสาม คือฝ่ายละ 3 คน ทั้งชายสามและหญิงสาม Siamsporttalk ระบุว่าประเภทนี้ถือเป็นประเภทสำคัญที่สุดในยุคนั้น และไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่เล่นแบบนี้ ก่อนจะหันมาเล่นตามมาตรฐานสากลหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อไทยเชิญนักแบดมินตันระดับโลกจากสหพันธรัฐมลายู เช่น ว่องเปงสูน เข้ามาสาธิตการเล่นแบบสากล

สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2493 กลุ่มผู้รักกีฬาแบดมินตัน เช่น หลวงธรรมนูญวุฒิกร (นายประวัติ ปัตตพงศ์) นายยง อุทิศกุล และนายณัติ นิยมวานิช ร่วมกันก่อตั้งสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย และเชิญพระยาจินดารักษ์ (นายจำลอง สวัสดิชูโต) เป็นนายกสมาคมคนแรก ตามรายงานของผู้จัดการออนไลน์ ปีต่อมาคือ พ.ศ. 2494 สมาคมจดทะเบียนเป็นสมาชิก IBF โดยเป็นสมาชิกลำดับที่ 19 ของโลก

ปีที่สมาคมได้รับพระบรมราชูปถัมภ์มีตัวเลขไม่ตรงกันเล็กน้อย ผู้จัดการออนไลน์ Siamsporttalk และวิกิพีเดียภาษาอังกฤษระบุว่าเป็นปี พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นองค์อุปถัมภ์และทรงแบดมินตันด้วยพระองค์เอง ขณะที่ Educatepark ระบุปี พ.ศ. 2498 เราเลือกใช้ พ.ศ. 2497 ตามแหล่งที่ตรงกันมากกว่า นอกจากนี้บทความของ Kapook ระบุว่าก่อตั้งสมาคมในปี 2494 ซึ่งน่าจะสับสนกับปีที่เข้าเป็นสมาชิก IBF

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  สุขสันต์วันครอบครัว: ไอเดียเฉลิมฉลองครอบครัว

หลวงธรรมนูญวุฒิกรสร้างสนามแบดมินตันมาตรฐานสากลแห่งแรกที่บ้านซอยพร้อมมิตร และฝึกนักกีฬาจนทีมโธมัสคัพของไทยชนะเลิศระดับเอเชียในปี ค.ศ. 1957 และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ Inter Zone ของโลกเป็นครั้งแรกในปี 1958 ท่านจึงได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งวงการแบดมินตันไทย ในยุคหลัง รัชนก อินทนนท์ คว้าแชมป์โลกประเภทหญิงเดี่ยวที่เมืองกว่างโจวในปี 2013 ขณะอายุ 18 ปี เป็นคนไทยคนแรกที่ได้แชมป์โลก และเป็นแชมป์โลกประเภทเดี่ยวที่อายุน้อยที่สุด

การเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายในการเล่นแบดมินตันควรเริ่มจากส่วนใดก่อน?

ข้อสอบข้อนี้มีตัวเลือก ก. ข้อมือ ข. เท้า ค. ลำตัว และ ง. คอ ต้องบอกตรง ๆ ก่อนว่าหน้าเว็บที่เผยแพร่ข้อสอบข้อนี้ซึ่งเราเปิดดูทุกหน้าแสดงเพียงตัวเลือก ไม่มีเฉลยอย่างเป็นทางการ ถ้าพิจารณาจากลักษณะของกีฬา ตัวเลือกที่มีเหตุผลรองรับมากที่สุดคือ ก. ข้อมือ เพราะแบดมินตันใช้ข้อมือในแทบทุกลูก ตั้งแต่การตบ การตัด การดาด ไปจนถึงการหยอด ข้อมือที่แข็งแรงช่วยให้คุมทิศทางลูกได้ดีและลดโอกาสบาดเจ็บเมื่อต้องเล่นเป็นเวลานาน ถ้าครูผู้สอนใช้เฉลยต่างจากนี้ ให้ยึดตามเฉลยของรายวิชา

ทำไมไม่ตอบเท้าหรือลำตัว เหตุผลคือโจทย์ถาม “ความแข็งแรง” ที่ควรเริ่มก่อนสำหรับกีฬานี้โดยเฉพาะ และจุดที่ทำให้แบดมินตันต่างจากกีฬาวิ่งหรือกีฬาปะทะคือแรงตวัดไม้ที่มาจากข้อมือและแขนท่อนล่าง ส่วนคอเป็นตัวหลอกที่ไม่เกี่ยวกับการตีลูกโดยตรง แต่ในการฝึกจริง นักกีฬาต้องพัฒนาหลายส่วนไปพร้อมกัน ไม่ใช่ฝึกข้อมืออย่างเดียว

สมรรถภาพที่นักแบดมินตันต้องมี

เอกสารประกอบการเรียนเรื่องสมรรถภาพทางกายในการเล่นแบดมินตันแบ่งองค์ประกอบไว้ 7 ด้าน ได้แก่ การทรงตัว ความอ่อนตัว ความแข็งแรง ความทนทาน ความเร็ว ความว่องไว และกำลัง ทุกด้านมีบทบาทต่างกัน การทรงตัวช่วยให้ตีลูกได้มั่นคงแม้ต้องเอื้อมสุดตัว ความว่องไวใช้ตอนเปลี่ยนทิศวิ่งไปรับลูกมุมสนาม ความทนทานทำให้เล่นได้ครบ 3 เกมโดยไม่หมดแรงกลางทาง

เอกสารชุดเดียวกันย้ำว่านักแบดมินตันทุกคนต้องอบอุ่นร่างกายก่อนแข่งขันเสมอ เพื่อเตรียมกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และระบบไหลเวียนเลือด และลดโอกาสบาดเจ็บ ข้อนี้มักออกข้อสอบคู่กับเรื่องสมรรถภาพด้วย

ตัวอย่างการฝึกความแข็งแรงของข้อมือ

บทความฝึกข้อมือสำหรับนักแบดมินตันใน Bloggang แนะนำท่าฝึก 4 แบบ ดังนี้

  • ดัมเบลล์ขนาดเล็ก: ใช้น้ำหนัก 1 ถึง 2 กิโลกรัม งอข้อมือขึ้น ลง และด้านข้าง 2 ถึง 3 เซต เซตละ 10 ถึง 20 ครั้ง
  • ยางยืด: ใช้ยางยืดสร้างแรงต้านขณะขยับข้อมือ 2 ถึง 3 เซต เซตละ 10 ถึง 20 ครั้ง
  • หมุนข้อมือคว่ำหงาย: ฝึกการหมุนแขนท่อนล่างเข้าออก ซึ่งเป็นท่าที่ใช้จริงตอนตีลูกหน้ามือและหลังมือ 2 ถึง 3 เซต เซตละ 10 ถึง 20 ครั้ง
  • บีบแฮนด์กริป: ช่วยเพิ่มแรงบีบและความทนทานของมือและแขนท่อนล่าง

ความเห็นของเราคือ ผู้เริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหนักมาก น้ำหนักเบาแต่ทำสม่ำเสมอดีกว่าน้ำหนักหนักที่ทำให้ข้อมือเจ็บจนต้องหยุดฝึก

ข้อมูลการฝึกในส่วนนี้เป็นความรู้ทั่วไปจากแหล่งที่อ้างถึง ณ วันที่ตรวจสอบ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์หรือโปรแกรมฝึกเฉพาะบุคคล ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บที่ข้อมือหรือโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือผู้ฝึกสอนก่อนเริ่มฝึก

สนาม ลูกขนไก่ และไม้แบดมีขนาดมาตรฐานเท่าไหร่?

ตามกติกาแบดมินตันของ BWF (BWF Statutes, Section 4.1 Laws of Badminton) สนามประเภทคู่ยาว 13.40 เมตร กว้าง 6.10 เมตร ตาข่ายสูง 1.524 เมตรที่กึ่งกลางสนาม และ 1.55 เมตรที่เส้นข้างของประเภทคู่ ส่วนความกว้างสนามประเภทเดี่ยว Britannica ระบุว่าประมาณ 5.2 เมตร ตารางด้านล่างสรุปค่าที่ใช้บ่อยในข้อสอบ

รายการค่ามาตรฐานหมายเหตุที่มา
ความยาวสนาม13.40 เมตรเท่ากันทั้งประเภทเดี่ยวและคู่BWF Laws, Britannica
ความกว้างสนามคู่6.10 เมตรประเภทเดี่ยวกว้างราว 5.2 เมตรBWF Laws, Britannica
ความสูงตาข่าย1.524 เมตรวัดที่กึ่งกลางสนาม ที่เส้นข้างสูง 1.55 เมตรBWF Laws ข้อ 1
ขนาดตาข่ายลึก 760 มม.กว้างอย่างน้อย 6.1 เมตร ขอบบนมีแถบขาว 75 มม.BWF Laws ข้อ 1
จำนวนขนนก16 ก้านยาว 62 ถึง 70 มม. ปลายขนเรียงเป็นวงกลม 58 ถึง 68 มม.BWF Laws ข้อ 2.2
ฐานลูกขนไก่25 ถึง 28 มม.เส้นผ่านศูนย์กลาง ก้นฐานมนBWF Laws ข้อ 2.2.5
น้ำหนักลูกขนไก่4.74 ถึง 5.50 กรัมลูกแบบขนนกBWF Laws ข้อ 2.2.6
ขนาดไม้แบดยาวไม่เกิน 680 มม.กว้างไม่เกิน 230 มม.BWF Laws ข้อ 4
การนับแต้ม21 แต้มต่อเกมเสมอ 20 ต้องนำ 2 แต้ม เสมอ 29 ใครได้แต้มที่ 30 ชนะBWF Laws ข้อ 7
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  บริการ Pay At Post ให้ บริการ เกี่ยว กับ อะไร

ข้อควรระวังคือ ตำราหรือบทความเก่าบางแหล่งยังให้ขนาดสนามเป็นหน่วยฟุตที่คลาดเคลื่อนจากกติกาปัจจุบัน เช่น บทความของ Kapook ระบุว่าสนามกว้าง 22 ฟุต ยาว 45 ฟุต ขณะที่ Britannica ระบุความยาว 44 ฟุต (13.4 เมตร) และความกว้างประเภทคู่ 20 ฟุต (6.1 เมตร) ถ้าข้อสอบถามเป็นเมตร ให้ยึดตัวเลขตามกติกาของ BWF

เรื่องการนับแต้มก็เปลี่ยนมาแล้วเช่นกัน Britannica ระบุว่าก่อนปี 2006 มีเพียงฝ่ายเสิร์ฟที่ได้แต้ม จนกระทั่ง BWF เปลี่ยนมาใช้ระบบแรลลีพอยต์ ที่ฝ่ายใดชนะการตีโต้ก็ได้แต้มทันที ข้อสอบรุ่นเก่าที่พูดถึงเกม 15 แต้มจึงอาจไม่ตรงกับกติกาปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย

ประเทศใดที่นำเอากีฬาแบดมินตันไปเผยแพร่?

อังกฤษ เพราะเป็นประเทศที่ตั้งชื่อกีฬา วางกติกา ตั้งสมาคมแบดมินตันแห่งแรกในปี 1893 และร่วมก่อตั้งสหพันธ์แบดมินตันระหว่างประเทศที่ลอนดอนในปี 1934

การเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายในการเล่นแบดมินตันควรเริ่มจากส่วนใดก่อน?

ข้อที่มีเหตุผลรองรับมากที่สุดคือข้อมือ เพราะแบดมินตันใช้ข้อมือในแทบทุกลูก หน้าเว็บข้อสอบที่เราตรวจไม่ได้แสดงเฉลย จึงควรยืนยันกับเฉลยของครูผู้สอนอีกครั้ง

แบดมินตันมีต้นกำเนิดจากประเทศใด?

เกมต้นแบบคือเกมปูนาที่เล่นกันในอินเดียช่วงทศวรรษ 1860 ส่วนกีฬาแบดมินตันที่มีชื่อและกติกาเกิดขึ้นในอังกฤษ

ทำไมกีฬานี้จึงชื่อแบดมินตัน?

ตั้งตามคฤหาสน์แบดมินตันของดยุกแห่งโบฟอร์ตในมณฑลกลอสเตอร์เชอร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเกมนี้ถูกนำมาเล่นจนเป็นที่นิยมราวปี ค.ศ. 1873

แบดมินตันเข้ามาในประเทศไทยปีใด?

ราว พ.ศ. 2456 เมื่อพระยานิพัตกุลพงษ์สร้างสนามแบดมินตันให้ลูกหลานเล่นที่บ้านริมคลองสมเด็จเจ้าพระยา

สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยก่อตั้งเมื่อใด?

ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2493 มีพระยาจินดารักษ์เป็นนายกสมาคมคนแรก และเข้าเป็นสมาชิก IBF ในปี พ.ศ. 2494

สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ก่อตั้งเมื่อไหร่?

ก่อตั้งเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 1934 ที่กรุงลอนดอน ในชื่อ IBF มีผู้ก่อตั้ง 9 ชาติ และเปลี่ยนชื่อเป็น BWF ในปี 2005

แบดมินตันเข้าโอลิมปิกครั้งแรกปีใด?

เป็นกีฬาชิงเหรียญครั้งแรกที่บาร์เซโลนาปี 1992 แข่ง 4 ประเภท ก่อนหน้านั้นเป็นกีฬาสาธิตที่มิวนิกปี 1972 และโซลปี 1988

ประเภทคู่ผสมเริ่มแข่งในโอลิมปิกเมื่อไหร่?

เริ่มที่โอลิมปิกแอตแลนตาปี 1996 ส่วนที่บาร์เซโลนาปี 1992 ยังไม่มีประเภทนี้

ลูกขนไก่มาตรฐานมีขนกี่ก้านและหนักเท่าไหร่?

ลูกแบบขนนกมีขน 16 ก้าน และหนัก 4.74 ถึง 5.50 กรัม ตามกติกาของ BWF

ตาข่ายแบดมินตันสูงเท่าไหร่?

สูง 1.524 เมตรที่กึ่งกลางสนาม และ 1.55 เมตรที่เส้นข้างของประเภทคู่

ใครเป็นคนไทยคนแรกที่ได้แชมป์โลกแบดมินตัน?

รัชนก อินทนนท์ ได้แชมป์โลกหญิงเดี่ยวในปี 2013 ขณะอายุ 18 ปี และเป็นแชมป์โลกประเภทเดี่ยวที่อายุน้อยที่สุด

จำประวัติแบดมินตันให้ได้ด้วยสามคำ: อินเดีย อังกฤษ โลก

ถ้าต้องทวนก่อนสอบ ให้จำเป็นลำดับง่าย ๆ อินเดียคือที่มาของเกมปูนา อังกฤษคือที่ตั้งชื่อ วางกติกา และนำไปเผยแพร่ ส่วนโลกคือช่วงที่ IBF ตั้งขึ้นในปี 1934 และแบดมินตันเข้าโอลิมปิกในปี 1992 จากนั้นเติมตัวเลขฝั่งไทยสามตัว คือ พ.ศ. 2456 ที่เริ่มมีสนาม พ.ศ. 2493 ที่ตั้งสมาคม และ พ.ศ. 2494 ที่เข้าเป็นสมาชิก IBF

สำหรับข้อสอบเรื่องสมรรถภาพ ตัวเลือกที่มีเหตุผลรองรับมากที่สุดคือข้อมือ แม้เราจะยังไม่พบเฉลยอย่างเป็นทางการ และต้องเข้าใจด้วยว่านักกีฬาจริงฝึกทั้งความแข็งแรง ความว่องไว ความทนทาน และการทรงตัวไปพร้อมกัน และทุกครั้งก่อนลงสนามต้องอบอุ่นร่างกายก่อนเสมอ

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด