สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดตามข้อสอบใบขับขี่คือ “ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ซึ่งชนะตัวเลือกอย่างขับจี้ท้าย แซงในที่ห้ามแซง และตัดหน้ากระชั้นชิด ส่วนเมื่อแยกเป็นปัจจัยคน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม ข้อสอบเฉลยว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากผู้ขับขี่ ตัวเลขจริงก็ไปทางเดียวกัน ช่วงสงกรานต์ 2568 ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) รายงานว่าขับรถเร็วเกินกำหนดเป็นสาเหตุร้อยละ 41.68 ของอุบัติเหตุทั้งหมด
ประเด็นสำคัญ
- ข้อสอบใบขับขี่มีสองคำถามที่คล้ายกัน ถามสาเหตุ ตอบ “ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ถามปัจจัย ตอบ “ผู้ขับขี่”
- สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในข้อสอบแบ่งเป็น 4 ปัจจัย คือ คน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม
- สงกรานต์ 2568 สาเหตุสามอันดับแรกคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 41.68 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 23.86 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 19.38
- WHO ประมาณว่าไทยมีผู้เสียชีวิตบนถนน 18,218 คนในปี 2564 หรือเฉลี่ยวันละ 50 คน อัตรา 25.4 ต่อประชากรแสนคน
- ผู้ใช้รถจักรยานยนต์คิดเป็นร้อยละ 83.8 ของผู้เสียชีวิตตามข้อมูลของ WHO ประเทศไทย
- WHO ระบุว่าความเร็วเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นทุกร้อยละ 1 ทำให้ความเสี่ยงชนแบบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4
สาเหตุใดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดในข้อสอบใบขับขี่?
คำตอบคือ “ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ในชุดข้อสอบใบขับขี่ที่เผยแพร่ออนไลน์ คำถามนี้มาพร้อมตัวเลือก 4 ข้อ ได้แก่ ขับรถจี้ท้ายรถคันหน้า ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แซงในที่ห้ามแซง และขับรถตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด เราตรวจสองแหล่งแล้ว คือชุดข้อสอบเรื่องกฎหมายจราจรของ ThaiDriveExam (ข้อ 15) กับชุดข้อสอบของ ช.ที.เอ็ม ลิสซิ่ง ที่เผยแพร่เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2568 ทั้งสองเฉลยตรงกัน
จุดที่ทำให้คนสอบพลาดคือ ข้อสอบมีอีกคำถามหนึ่งที่หน้าตาคล้ายกันแต่ถามคนละเรื่อง ชุดข้อสอบเรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัยของ ThaiDriveExam มีข้อ 16 ว่า “อุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่เกิดจากอะไร” ตัวเลือกคือ สิ่งแวดล้อม ถนน ผู้ขับขี่ และรถ คำตอบคือผู้ขับขี่ ส่วนข้อ 58 ถามว่า “ข้อใดเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนมากที่สุด” คำตอบคือผู้ขับขี่รถ
วิธีจำง่าย ๆ คือดูว่าตัวเลือกเป็นอะไร ถ้าตัวเลือกเป็นพฤติกรรมการขับ ให้เลือกขับเร็วเกินกฎหมาย ถ้าตัวเลือกเป็นกลุ่มปัจจัยอย่างคน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม ให้เลือกคนหรือผู้ขับขี่ สองคำตอบนี้ไม่ได้ขัดกัน เพราะการขับเร็วก็คือการตัดสินใจของคนนั่นเอง
- ข้อ 15 (ชุดกฎหมายจราจร) สาเหตุใดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด: ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
- ข้อ 16 (ชุดขับขี่ปลอดภัย) อุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่เกิดจากอะไร: ผู้ขับขี่
- ข้อ 58 ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด: ผู้ขับขี่รถ
- ข้อ 100 สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ: คน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม
- ข้อ 203 ปัจจัยใดมีผลต่อการเกิดสถานการณ์อุบัติเหตุมากที่สุด: ความไม่พร้อมของผู้ขับขี่
เลขข้อข้างต้นเป็นเลขตามชุดข้อสอบออนไลน์ ข้อสอบจริงอาจเรียงต่างออกไป ให้จำเนื้อหาแทนเลขข้อ
ปัจจัยคน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม คืออะไร?
คือกรอบคิดที่แยกต้นเหตุของอุบัติเหตุทางถนนออกเป็น 4 ส่วน ข้อสอบใบขับขี่ข้อ 100 ถามว่าสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุคืออะไร ตัวเลือกที่ถูกคือ “คน รถ ถนน สิ่งแวดล้อม” ไม่ใช่แค่คน หรือคนกับรถ หรือคน รถ ถนน ความหมายคืออุบัติเหตุหนึ่งครั้งมักมีหลายปัจจัยซ้อนกัน แต่ปัจจัยที่พบบ่อยที่สุดคือคน
ปัจจัยด้านคน
บทความเรื่องปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุ ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่นเผยแพร่เมื่อ 14 มีนาคม 2566 แยกสาเหตุจากผู้ขับรถไว้ 5 ด้าน ได้แก่ ความบกพร่องทางร่างกาย เช่น อ่อนเพลียหรือง่วงนอน ความบกพร่องทางจิตใจและอารมณ์ การขาดความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการใช้ถนน การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการไม่รู้จักป้องกันตนเอง พฤติกรรมอย่างขับเร็ว ดื่มแล้วขับ ตัดหน้า และหลับใน ล้วนอยู่ในกลุ่มนี้
ปัจจัยด้านรถ
หมายถึงสภาพของยานพาหนะ เช่น เบรก ยาง ไฟส่องสว่าง และกระจกมองข้าง รวมถึงอุปกรณ์ป้องกันอย่างหมวกนิรภัยและเข็มขัดนิรภัย กรมการขนส่งทางบกย้ำในประกาศเมื่อ 26 มกราคม 2567 ให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หมั่นตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
ปัจจัยด้านถนน
ได้แก่ลักษณะเส้นทาง ผิวถนน ทางแยก ทางโค้ง และป้ายสัญญาณ ข้อมูลช่วงเทศกาลให้ภาพที่น่าสนใจ วันสุดท้ายของสงกรานต์ 2569 อุบัติเหตุร้อยละ 87.80 เกิดบนเส้นทางตรง ไม่ใช่ทางโค้ง แปลว่าถนนที่ดูปลอดภัยกลับชวนให้ผู้ขับเร่งความเร็ว ปัจจัยถนนกับปัจจัยคนจึงมักทำงานร่วมกัน
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม
ได้แก่แสงสว่าง ฝน หมอก และทัศนวิสัย ข้อสอบใบขับขี่ข้อ 71 ถามว่าสาเหตุสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำให้การขับรถกลางคืนเสี่ยงคืออะไร คำตอบคือแสงสว่างไม่เพียงพอต่อการมองเห็น ส่วนคนขับหลับในหรือขับขณะมึนเมาเป็นตัวเลือกหลอก เพราะสองข้อนั้นเป็นปัจจัยด้านคน ไม่ใช่สิ่งแวดล้อม
ทำไมคนหรือผู้ขับขี่จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด?
เพราะสาเหตุที่ ศปถ. บันทึกไว้ในแต่ละเทศกาลแทบทั้งหมดเป็นการตัดสินใจของคน ขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ และตัดหน้ากระชั้นชิด ไม่มีข้อใดเป็นความผิดของถนนหรือสภาพอากาศ ข้อมูลวันสุดท้ายของสงกรานต์ 2569 ที่ไทยรัฐรายงานใช้คำว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นพฤติกรรมการขับขี่
ข้อสอบข้อ 203 อธิบายเรื่องนี้ได้ดี ตัวเลือกคือ การเคลื่อนที่ของรถหรือคนเดินเท้า ความไม่พร้อมของผู้ขับขี่ สภาพผิวจราจร และลักษณะทางภูมิประเทศ คำตอบคือความไม่พร้อมของผู้ขับขี่ เพราะผิวถนนลื่นหรือทางคดเคี้ยวเป็นสิ่งที่ผู้ขับปรับตัวได้ด้วยการลดความเร็ว แต่ถ้าผู้ขับง่วง เมา หรือใจร้อน ต่อให้ถนนดีแค่ไหนก็เกิดเหตุได้
WHO มองเรื่องนี้อีกมุมหนึ่ง เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องการบาดเจ็บจากการจราจรทางถนน ฉบับ 20 กรกฎาคม 2569 อธิบายแนวทาง safe system ว่าระบบขนส่งควรออกแบบให้ “ให้อภัยความผิดพลาดของมนุษย์” ความหมายคือคนจะพลาดเสมอ งานของรัฐคือทำให้การพลาดนั้นไม่ถึงตาย ส่วนงานของผู้ขับคือไม่เพิ่มโอกาสพลาดด้วยความเร็วหรือแอลกอฮอล์ ความเห็นของเราคือ การรู้ว่าคนเป็นปัจจัยหลักไม่ได้แปลว่าต้องโทษใครคนเดียว แต่แปลว่าสิ่งที่เราควบคุมได้เองมีผลมากที่สุด
สถิติจริงบอกว่าสาเหตุอุบัติเหตุทางถนนอันดับต้น ๆ คืออะไร?
ขับรถเร็วเกินกำหนดเป็นอันดับ 1 ในทุกเทศกาลที่เราตรวจ ตามด้วยตัดหน้ากระชั้นชิดและดื่มแล้วขับซึ่งสลับอันดับกันแล้วแต่เทศกาล ตัวเลขด้านล่างมาจากการแถลงของ ศปถ. ที่สื่อหลักรายงานไว้ ช่วงปีใหม่และสงกรานต์เป็นช่วงที่รัฐเก็บสถิติละเอียดที่สุด จึงเป็นหน้าต่างที่ดีในการดูสาเหตุ แม้จะไม่ใช่ภาพของทั้งปี
| เทศกาล (ช่วงรณรงค์ 7 วัน) | อุบัติเหตุ (ครั้ง) | ผู้เสียชีวิต (ราย) | ผู้บาดเจ็บ (คน) | สาเหตุที่ ศปถ. รายงาน | สัดส่วนรถจักรยานยนต์ |
|---|---|---|---|---|---|
| ปีใหม่ 2567 (29 ธ.ค. 2566 ถึง 4 ม.ค. 2567) | 2,288 | 284 | 2,307 | ขับรถเร็ว ร้อยละ 40.6 ตัดหน้ากระชั้นชิด 23.31 ดื่มแล้วขับ 14.29 | ร้อยละ 87.01 ของยานพาหนะที่เกิดเหตุ |
| สงกรานต์ 2568 (11 ถึง 17 เม.ย. 2568) | 1,538 | 253 | 1,495 | ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 41.68 ดื่มแล้วขับ 23.86 ตัดหน้ากระชั้นชิด 19.38 | ร้อยละ 83.34 ของยานพาหนะที่เกิดเหตุ |
| ปีใหม่ 2569 (30 ธ.ค. 2568 ถึง 5 ม.ค. 2569) | 1,511 | 272 | 1,464 | ขับรถเร็วเกินกำหนดเป็นอันดับ 1 (เฉพาะวันที่ 7 ร้อยละ 39.44) | เฉพาะวันที่ 7 ร้อยละ 68.53 |
| สงกรานต์ 2569 (10 ถึง 16 เม.ย. 2569) | 1,242 | 242 | 1,200 | ขับรถเร็วเกินกำหนดเป็นอันดับ 1 (เฉพาะวันสุดท้าย ร้อยละ 40.65 ตัดหน้า 25.20) | เฉพาะวันสุดท้าย ร้อยละ 64.55 |
อ่านตารางนี้ให้ถูกต้องมีสองเรื่อง เรื่องแรก ข่าวสรุปของปีใหม่ 2569 และสงกรานต์ 2569 ที่เราเปิดอ่านให้ร้อยละของสาเหตุเฉพาะวันสุดท้ายของการรณรงค์ ไม่ใช่ตัวเลขสะสม 7 วัน เราจึงวงเล็บไว้ และไม่นำไปเทียบตรง ๆ กับสองแถวแรก เรื่องที่สอง ผู้บาดเจ็บของปีใหม่ 2567 มีจำนวนมากกว่าปีหลัง ๆ อย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขนี้เป็นไปตามที่ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) อ้างจาก ศปถ. ในข่าวมติชน
สงกรานต์ 2568 บอกอะไรเพิ่ม
ข่าวไทยรัฐวันที่ 18 เมษายน 2568 ให้รายละเอียดที่มีประโยชน์กว่าตัวเลขรวม พฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดคือไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 63.33 ตามด้วยขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 19.34 และดื่มแล้วขับ ร้อยละ 18.88 ถนนที่เกิดเหตุมากที่สุดคือถนนใน อบต. หรือหมู่บ้าน ร้อยละ 30.17 ช่วงเวลาเสี่ยงคือ 15.00 ถึง 18.00 น. ร้อยละ 20.68 กลุ่มอายุ 20 ถึง 29 ปี บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ร้อยละ 19.16 และตลอด 7 วันมีคดีขับรถขณะเมาสุรา 6,100 คดี
ข้อสังเกตของเราคือ ตัวเลขชุดนี้แยก “สาเหตุที่ทำให้ชน” ออกจาก “สิ่งที่ทำให้ชนแล้วตายหรือเจ็บหนัก” ขับเร็วคือสิ่งที่ทำให้ชน ส่วนการไม่สวมหมวกคือสิ่งที่ทำให้การชนครั้งเดียวกันรุนแรงขึ้น การป้องกันจึงต้องทำทั้งสองชั้น
ตัวเลขเทศกาลลดลงหรือเพิ่มขึ้น
สงกรานต์ 2568 อุบัติเหตุลดลง 506 ครั้งหรือร้อยละ 24.76 และผู้เสียชีวิตลดลง 34 รายหรือร้อยละ 11.85 เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่วนสงกรานต์ 2569 ศปถ. เทียบกับค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง พบว่าอุบัติเหตุลดลงร้อยละ 35.59 ผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 37.53 แต่ผู้เสียชีวิตลดลงเพียงร้อยละ 9.70 จำนวนครั้งที่ลดลงเร็วกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตมาก แปลว่าอุบัติเหตุที่ยังเกิดขึ้นมักรุนแรง ซึ่งสอดคล้องกับการที่ความเร็วยังเป็นสาเหตุอันดับ 1
คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนปีละกี่คน?
ประมาณ 17,000 ถึง 18,000 คนต่อปี ขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูลและปีที่ใช้ รายงานสถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนระดับโลกของ WHO ปี 2566 (Global status report on road safety 2023) ประมาณว่าไทยมีผู้เสียชีวิต 18,218 คนในปี 2564 ขณะที่ตัวเลขที่ทางการไทยรายงานต่อ WHO สำหรับปีเดียวกันคือ 16,957 คน ส่วนข้อมูลบูรณาการ 3 ฐานที่ TDRI นำเสนอระบุว่าปี 2566 มีผู้เสียชีวิต 17,498 คน เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 13,821 คนอยู่ 3,677 คน
ทำไมตัวเลขไม่ตรงกัน เหตุผลคือแต่ละแหล่งนับต่างกัน ตัวเลขที่ประเทศรายงานมาจากระบบข้อมูลของประเทศ ส่วน WHO ใช้แบบจำลองทางสถิติประมาณค่า และให้ช่วงความเชื่อมั่นไว้ที่ 16,787 ถึง 19,649 คน เวลาอ้างตัวเลข ควรบอกเสมอว่ามาจากแหล่งใดและเป็นปีใด
| ตัวชี้วัด | ตัวเลข | ปีข้อมูล | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|
| ผู้เสียชีวิตโดยประมาณของ WHO | 18,218 คน (เฉลี่ยวันละ 50 คน) | 2564 (ค.ศ. 2021) | WHO รายงานระดับโลกปี 2566 |
| ผู้เสียชีวิตที่ประเทศรายงาน | 16,957 คน | 2564 (ค.ศ. 2021) | WHO รายงานระดับโลกปี 2566 |
| อัตราผู้เสียชีวิต | 25.4 ต่อประชากรแสนคน | 2564 (ค.ศ. 2021) | WHO รายงานระดับโลกปี 2566 |
| สัดส่วนผู้เสียชีวิตที่ใช้รถจักรยานยนต์ | ร้อยละ 83.8 | ตามข้อมูลรายงานปี 2566 | WHO ประเทศไทย |
| ผู้เสียชีวิตข้อมูล 3 ฐาน | 17,498 คน (เป้าหมาย 13,821 คน) | 2566 | TDRI อ้างข้อมูลบูรณาการ 3 ฐาน |
| สัดส่วนผู้เสียชีวิตที่ขี่รถจักรยานยนต์ในทศวรรษที่ผ่านมา | ร้อยละ 74.5 | เฉลี่ย 10 ปี | TDRI |
| ผู้ขี่รถจักรยานยนต์ที่เสียชีวิตโดยไม่สวมหมวกนิรภัย | กว่าร้อยละ 86.82 | 2565 | TDRI อ้างระบบเฝ้าระวังการบาดเจ็บ (IS) |
| ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ | 531,058 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.06 ของ GDP | 2565 (ค.ศ. 2022) | WHO ประเทศไทย อ้าง TDRI |

ไทยอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับโลก
หน้าเว็บงานความปลอดภัยทางถนนของ WHO ประเทศไทยระบุว่า อัตรา 25.4 ต่อประชากรแสนคนยังเป็นหนึ่งในอัตราสูงที่สุดของเอเชียและของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับบน และไทยอยู่อันดับที่ 9 จาก 175 ประเทศสมาชิก WHO ในระดับโลก WHO ประมาณว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนราว 1.16 ล้านคนต่อปี และบาดเจ็บอีก 20 ถึง 50 ล้านคน โดยร้อยละ 92 ของผู้เสียชีวิตอยู่ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง ทั้งที่ประเทศกลุ่มนี้มียานพาหนะราวร้อยละ 60 ของโลก
ทำไมรถจักรยานยนต์จึงเสี่ยงที่สุด
ข้อแรกคือจำนวน รายงานของ WHO ระบุว่าปี 2564 ไทยมีรถจดทะเบียน 42,313,968 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถสองล้อและสามล้อที่มีเครื่องยนต์ 21,864,326 คัน หรือราวครึ่งหนึ่งของรถทั้งประเทศ ข้อที่สองคือร่างกายของผู้ขี่ไม่มีโครงรถป้องกัน WHO บันทึกอัตราการสวมหมวกนิรภัยของไทยไว้ที่ร้อยละ 52 สำหรับผู้ขับขี่ และร้อยละ 21 สำหรับผู้ซ้อนท้าย ขณะที่เอกสารข้อเท็จจริงของ WHO ระบุว่าการสวมหมวกนิรภัยอย่างถูกต้องลดความเสี่ยงเสียชีวิตได้มากกว่า 6 เท่า และลดความเสี่ยงบาดเจ็บทางสมองได้ถึงร้อยละ 74
ตัวเลขร้อยละของรถจักรยานยนต์ในแต่ละแหล่งไม่เท่ากัน เพราะวัดคนละอย่าง ร้อยละ 83.8 ของ WHO คือสัดส่วนของผู้เสียชีวิต ร้อยละ 74.5 ของ TDRI คือค่าเฉลี่ยผู้เสียชีวิตตลอดทศวรรษ ส่วนร้อยละ 83.34 ของสงกรานต์ 2568 คือสัดส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุ ทุกตัวเลขชี้ไปทางเดียวกันว่ารถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด
ขับเร็ว ดื่มแล้วขับ หลับใน และใช้โทรศัพท์ อันตรายแค่ไหน?
ทั้งสี่พฤติกรรมเพิ่มโอกาสชนและเพิ่มความรุนแรงเมื่อชน โดยความเร็วมีผลชัดที่สุดทั้งในสถิติไทยและในข้อมูลของ WHO
ขับรถเร็วเกินกำหนด
WHO ระบุว่าความเร็วเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นทุกร้อยละ 1 ทำให้ความเสี่ยงชนแบบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 และความเสี่ยงชนแบบบาดเจ็บสาหัสเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 คนเดินเท้าที่ถูกด้านหน้ารถชนมีความเสี่ยงเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 4.5 เท่า เมื่อความเร็วเพิ่มจาก 50 เป็น 65 กม./ชม. รายงานประเทศของ WHO บันทึกความเร็วสูงสุดตามกฎหมายของไทยไว้ที่ 80 กม./ชม. ในเขตเมือง 90 กม./ชม. นอกเมือง และ 120 กม./ชม. บนทางหลวงพิเศษ ข้อสอบใบขับขี่ข้อ 208 ก็ถามว่าข้อใดไม่ใช่ผลของการขับเร็ว คำตอบคือ “สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที” เพราะความเร็วทำให้ระยะหยุดรถยาวขึ้น อ่านวิธีเว้นระยะและเบรกให้ทันได้ที่ การใช้เบรกที่ถูกต้อง
ดื่มแล้วขับ
รายงานของ WHO ระบุว่าไทยกำหนดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดไว้ไม่เกิน 0.05 กรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้ขับทั่วไป และไม่เกิน 0.02 กรัมต่อเดซิลิตรสำหรับผู้ขับอายุน้อยหรือผู้ขับมือใหม่ ข้อสอบใบขับขี่ข้อ 87 เฉลยว่าแอลกอฮอล์ทำให้ปฏิกิริยาการตอบสนองต่อเหตุการณ์ช้าลง ส่วนผู้อำนวยการ สคอ. อธิบายในข่าวมติชนว่าแอลกอฮอล์ทำให้มองไม่เห็นคนข้ามถนน สมองสั่งเบรกไม่ทัน ตัดสินใจผิดพลาด และง่วงซึมจนหลับใน
หลับในและความเหนื่อยล้า
ร่างกายอ่อนเพลียและง่วงนอนเป็นความบกพร่องทางร่างกายข้อแรกที่บทความของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่นยกไว้ในสาเหตุจากผู้ขับรถ ข้อสอบใบขับขี่ข้อ 239 ถามว่าเมื่อต้องขับทางไกลแล้วรู้สึกง่วงควรทำอย่างไร คำตอบคือหยุดพักนอนหรือยืดเส้นยืดสายตามจุดพัก ตัวเลือกอย่างขับหวาดเสียวให้ตื่นตัว เร่งเครื่องให้ถึงเร็ว หรือเบรกบ่อย ๆ ให้หายง่วง ล้วนผิด ในข่าวสรุปเทศกาลที่เราเปิดอ่าน ไม่มีตัวเลขร้อยละของหลับในแยกออกมา เราจึงไม่ใส่ตัวเลขในส่วนนี้
ใช้โทรศัพท์ขณะขับ
WHO ระบุว่าผู้ขับที่ใช้โทรศัพท์มือถือมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากกว่าผู้ที่ไม่ใช้ประมาณ 4 เท่า เพราะโทรศัพท์ทำให้ตอบสนองช้าลง ทั้งการเบรกและการตอบสนองต่อสัญญาณไฟ รายงานประเทศของ WHO ระบุว่าไทยมีกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์แบบถือด้วยมือขณะขับ
ป้องกันอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างไร?
เริ่มจากสิ่งที่อยู่ในมือผู้ขับเอง เพราะสาเหตุอันดับต้นทุกเทศกาลเป็นพฤติกรรมของคน รายการด้านล่างเรียงตามสาเหตุที่พบบ่อยในสถิติของ ศปถ. และคำแนะนำของกรมการขนส่งทางบกกับ WHO
- ขับไม่เกินความเร็วที่กฎหมายกำหนด: กรมการขนส่งทางบกกำชับให้ไม่ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และบนทางตรงที่ดูโล่งให้ระวังเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่อุบัติเหตุช่วงเทศกาลเกิดบ่อย
- ดื่มไม่ขับ: ถ้าดื่มแล้ว ให้คนที่ไม่ดื่มขับแทน หรือใช้รถสาธารณะ ช่วงสงกรานต์ 2568 มีคดีเมาแล้วขับ 6,100 คดีใน 7 วัน
- ไม่ตัดหน้ากระชั้นชิด: ให้สัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้า มองกระจกและหันมองจุดบอดก่อนเปลี่ยนช่องทางทุกครั้ง ตั้งกระจกให้เห็นรถด้านข้างได้ตามวิธีใน การปรับกระจกข้าง
- ง่วงแล้วต้องหยุด: พักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทาง ข้อสอบใบขับขี่ข้อ 57 เฉลยว่าผู้ขับที่ดีควรเตรียมตัวด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ และถ้าง่วงระหว่างทางให้แวะจุดพัก
- สวมหมวกนิรภัยทั้งคนขี่และคนซ้อน: กฎหมายไทยใช้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตามรายงานของ WHO และการไม่สวมหมวกคือพฤติกรรมเสี่ยงอันดับ 1 ที่ทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตช่วงสงกรานต์ 2568
- คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง: WHO ระบุว่าเข็มขัดนิรภัยลดความเสี่ยงเสียชีวิตของผู้โดยสารในรถได้ถึงร้อยละ 50 แต่รายงานประเทศบันทึกอัตราการคาดเข็มขัดของไทยไว้เพียงร้อยละ 36
- ตรวจสภาพรถสม่ำเสมอ: เบรก ยาง ไฟส่องสว่าง และไฟเลี้ยว ตามคำแนะนำของกรมการขนส่งทางบกให้รถอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
ถ้าให้เลือกเพียงข้อเดียว เราเลือกเรื่องความเร็ว เหตุผลคือความเร็วเป็นสาเหตุอันดับ 1 ในข้อสอบ เป็นอันดับ 1 ในสถิติทุกเทศกาลที่เราตรวจ และตาม WHO มันยังทำให้ทุกความผิดพลาดอื่นรุนแรงขึ้นด้วย ขับช้าลงเล็กน้อยทำให้มีเวลาเหลือพอสำหรับวันที่มีคนอื่นทำพลาด
ตัวเลขในบทความนี้มาจากแหล่งอ้างอิงด้านล่าง ณ วันที่ตรวจสอบ 11 กันยายน 2569 สถิติเทศกาลอาจมีการปรับปรุงภายหลัง ข้อสอบจริงอาจเรียงคำถามและตัวเลือกต่างจากชุดข้อสอบออนไลน์ โปรดยืนยันกับกรมการขนส่งทางบกหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนนำไปใช้อ้างอิง บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือทางการแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
สาเหตุใดที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ตอบข้อไหนในข้อสอบใบขับขี่?
ตอบ “ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด” ตัวเลือกอื่นในข้อนี้คือ ขับจี้ท้ายรถคันหน้า แซงในที่ห้ามแซง และขับรถตัดหน้าอย่างกระชั้นชิด
อุบัติเหตุบนท้องถนนส่วนใหญ่เกิดจากอะไร?
เกิดจากผู้ขับขี่ ข้อสอบใบขับขี่ใช้ตัวเลือก สิ่งแวดล้อม ถนน ผู้ขับขี่ และรถ โดยเฉลยว่าผู้ขับขี่เป็นคำตอบที่ถูก
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมีกี่ปัจจัย?
มี 4 ปัจจัย คือ คน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม ข้อสอบใบขับขี่เฉลยว่าคำตอบที่ครบคือทั้งสี่ปัจจัย ไม่ใช่แค่คน หรือคนกับรถ
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ขับรถกลางคืนเสี่ยงคืออะไร?
คือแสงสว่างไม่เพียงพอต่อการมองเห็น ส่วนการหลับในหรือการขับขณะมึนเมาเป็นปัจจัยด้านคน ไม่ใช่สิ่งแวดล้อม
สงกรานต์ 2568 สาเหตุอุบัติเหตุอันดับ 1 คืออะไร?
ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 41.68 ตามด้วยดื่มแล้วขับ ร้อยละ 23.86 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 19.38 ตามการแถลงของ ศปถ.
สงกรานต์ 2569 มีผู้เสียชีวิตกี่ราย?
242 ราย จากอุบัติเหตุ 1,242 ครั้ง และผู้บาดเจ็บ 1,200 คน ในช่วงรณรงค์ 10 ถึง 16 เมษายน 2569
ปีใหม่ 2569 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุกี่คน?
272 คน จากอุบัติเหตุ 1,511 ครั้ง และผู้บาดเจ็บ 1,464 คน ในช่วง 30 ธันวาคม 2568 ถึง 5 มกราคม 2569
คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนวันละกี่คน?
WHO ประมาณว่าปี 2564 ไทยมีผู้เสียชีวิต 18,218 คน หรือเฉลี่ยวันละ 50 คน คิดเป็นอัตรา 25.4 ต่อประชากรแสนคน
ผู้เสียชีวิตบนถนนไทยใช้รถจักรยานยนต์กี่เปอร์เซ็นต์?
WHO ประเทศไทยระบุว่าผู้ใช้รถจักรยานยนต์คิดเป็นร้อยละ 83.8 ของผู้เสียชีวิต ส่วน TDRI รายงานค่าเฉลี่ยตลอดทศวรรษที่ร้อยละ 74.5
ขับเร็วขึ้นเพียงเล็กน้อยอันตรายขึ้นเท่าไหร่?
WHO ระบุว่าความเร็วเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นทุกร้อยละ 1 ทำให้ความเสี่ยงชนแบบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4
จำคำตอบให้ถูก แล้วเริ่มจากความเร็วของตัวเอง
ถ้ากำลังเตรียมสอบ ให้จำคู่กันไว้ ถามสาเหตุ ตอบขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ถามปัจจัย ตอบผู้ขับขี่
ถ้าคุณขับรถอยู่แล้ว ลองดูเข็มไมล์บนทางตรงครั้งหน้าว่าเกินป้ายจำกัดความเร็วหรือไม่ แล้วเช็กหมวกนิรภัยของทุกคนในบ้านที่ขี่รถจักรยานยนต์ สองเรื่องนี้ตรงกับสาเหตุอันดับ 1 ของการชน และพฤติกรรมเสี่ยงอันดับ 1 ของการเสียชีวิตในสถิติสงกรานต์ 2568
แหล่งอ้างอิง
- ThaiDriveExam: ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย เรื่อง กฎหมายจราจร (ข้อ 15)
- ThaiDriveExam: ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย เรื่อง การขับขี่อย่างปลอดภัย (ข้อ 16, 57, 58, 71, 87, 100, 203, 208, 239)
- ช.ที.เอ็ม ลิสซิ่ง: ข้อสอบใบขับขี่ พร้อมเฉลย (21 กุมภาพันธ์ 2568)
- WHO: Global status report on road safety 2023, Thailand country profile
- WHO Thailand: Road safety
- WHO: Road traffic injuries fact sheet (20 กรกฎาคม 2569)
- TDRI: Road Safety สถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน
- ไทยรัฐ: สรุป 7 วันอันตรายสงกรานต์ 2568 เสียชีวิต 253 ราย (18 เมษายน 2568)
- ไทยรัฐ: ปิดฉาก 7 วันอันตรายสงกรานต์ 2569 ดับสะสม 242 ศพ (17 เมษายน 2569)
- Thai PBS: สรุป 7 วันอันตรายปีใหม่ ตาย 272 คน เจ็บ 1,464 คน (6 มกราคม 2569)
- มติชน: สคอ.เผยสถิติปีใหม่ 2567 อุบัติเหตุ 2,288 ครั้ง ตาย 284 ราย (23 ธันวาคม 2567)
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น: ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุ (14 มีนาคม 2566)
- กรมประชาสัมพันธ์: กรมการขนส่งทางบกกำชับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ (26 มกราคม 2567)


