สังคมไทยการย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน ขั้นตอน เอกสาร และค่าปรับ

การย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน ขั้นตอน เอกสาร และค่าปรับ

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: ย้ายรถไปไว้ต่างท้องที่ต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันย้าย ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 งานนี้มี 2 ขั้น คือแจ้งย้ายออกที่ขนส่งเดิม แล้วไปแจ้งย้ายเข้าที่ขนส่งปลายทางภายใน 15 วันนับแต่วันแจ้งย้ายออก ถ้าปล่อยเลยกำหนด กฎหมายให้ปรับได้ไม่เกิน 2,000 บาท

คำถามว่าการย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน มีคำตอบตรงอยู่ในมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 คือเจ้าของรถต้องแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันย้าย และผู้ที่ไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทตามมาตรา 60 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน

ประเด็นสำคัญ

  • กำหนดแจ้งย้ายรถคือ 15 วันนับแต่วันย้าย ตามมาตรา 16 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522
  • การย้ายรถแบ่งเป็น 2 ขั้น คือแจ้งย้ายออกที่สำนักงานขนส่งเดิม และแจ้งย้ายเข้าที่สำนักงานขนส่งปลายทาง
  • ข้อมูลกรมการขนส่งทางบกระบุว่าต้องไปแจ้งย้ายเข้าภายใน 15 วันนับแต่วันแจ้งย้ายออก และส่วนใหญ่ต้องนำรถไปตรวจสภาพ
  • มาตรา 60 กำหนดโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท สำหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 16 วรรคหนึ่งและมาตรา 17 วรรคหนึ่ง
  • ย้ายรถคือเปลี่ยนสำนักงานทะเบียน เจ้าของคนเดิม ส่วนโอนรถคือเปลี่ยนเจ้าของ ต้องแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันโอนตามมาตรา 17
  • ซื้อรถมือสองข้ามจังหวัด มักต้องทำทั้งโอนและย้ายในคราวเดียว
  • เอกสารหลักคือเล่มทะเบียน บัตรประชาชนเจ้าของรถ หลักฐานที่อยู่ใหม่ และหนังสือมอบอำนาจถ้าให้คนอื่นไปแทน

การย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน และเริ่มนับวันไหน?

ต้องแจ้งภายใน 15 วัน โดยนับจากวันที่ย้ายรถไปอยู่ที่ใหม่ ไม่ได้นับจากวันที่เราสะดวกไปขนส่ง ตัวบทมาตรา 16 เขียนไว้สั้น ๆ ว่า ในการย้ายรถไปไว้ต่างท้องที่ ให้เจ้าของรถแจ้งต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันย้าย ส่วนรายละเอียดวิธีแจ้งให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกรมการขนส่งทางบกกำหนด

คำว่า ต่างท้องที่ ในทางปฏิบัติคือการย้ายไปอยู่ในเขตที่สำนักงานขนส่งอีกแห่งดูแล เคสที่เจอบ่อยที่สุดคือย้ายบ้านข้ามจังหวัด เช่น ทำงานที่กรุงเทพฯ แล้วกลับไปอยู่เชียงใหม่ หรือได้รถมือสองที่จดทะเบียนไว้อีกจังหวัด ถ้ารถยังจอดอยู่ในเขตเดิมและแค่เปลี่ยนบ้านเลขที่ใกล้ ๆ กัน ควรโทรถามสำนักงานขนส่งก่อนว่าต้องทำเรื่องย้ายหรือไม่ เพราะแต่ละพื้นที่แบ่งเขตรับผิดชอบไม่เหมือนกัน

ความเห็นตรง ๆ ของเราคือ อย่ามองว่า 15 วันเป็นเวลาที่ยาว ช่วงย้ายบ้านคนส่วนใหญ่วุ่นกับขนของ ย้ายทะเบียนบ้าน เปลี่ยนที่อยู่ธนาคาร กว่าจะนึกถึงรถก็เลยกำหนดไปแล้ว วิธีที่ได้ผลคือจดวันย้ายไว้ในปฏิทินแล้วนับย้อนกลับ ให้วันไปขนส่งอยู่ในสัปดาห์แรกหลังย้าย

แจ้งย้ายรถมีขั้นตอนอย่างไร?

ขั้นตอนมี 2 ช่วง คือแจ้งย้ายออกที่สำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนอยู่เดิม แล้วไปแจ้งย้ายเข้าที่สำนักงานขนส่งปลายทาง แต่ละช่วงมีกำหนด 15 วันของตัวเอง ถ้าเข้าใจลำดับนี้ตั้งแต่ต้น จะไม่ต้องขับไปกลับหลายรอบ

ขั้นที่ 1 แจ้งย้ายออกที่ขนส่งเดิม

ติดต่อสำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียนอยู่ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ย้ายรถ ยื่นเล่มทะเบียนตัวจริงพร้อมเอกสารของเจ้าของรถ เจ้าหน้าที่จะบันทึกการย้ายออกไว้ในทะเบียน ขั้นนี้คือจุดที่หลายคนพลาด เพราะคิดว่าไปจังหวัดใหม่ที่เดียวแล้วจบ

ขั้นที่ 2 แจ้งย้ายเข้าที่ขนส่งปลายทาง

ตามข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ต้องนำรถไปแจ้งย้ายเข้าที่สำนักงานขนส่งปลายทางภายใน 15 วันนับแต่วันแจ้งย้ายออก และในหลายกรณีต้องนำรถเข้าตรวจสภาพด้วย จึงควรขับรถคันนั้นไปเอง ไม่ใช่ถือแค่เอกสารไป เมื่อผ่านขั้นตอนแล้ว รถจะอยู่ในความดูแลของสำนักงานขนส่งแห่งใหม่

ลำดับแบบย่อสำหรับจดใส่มือถือ

  1. จดวันที่ย้ายรถไปอยู่ที่ใหม่ นี่คือวันเริ่มนับ 15 วันแรก
  2. โทรถามสำนักงานขนส่งเดิมและปลายทางเรื่องเอกสาร การตรวจสภาพ และค่าธรรมเนียม
  3. ถ้ารถยังผ่อนกับไฟแนนซ์ ขอหนังสือยินยอมจากสถาบันการเงินและนัดยืมเล่มทะเบียน
  4. ไปแจ้งย้ายออกที่ขนส่งเดิม แล้วจดวันแจ้งย้ายออกไว้ เพราะเป็นวันเริ่มนับ 15 วันรอบที่สอง
  5. ขับรถไปขนส่งปลายทาง ยื่นเรื่องแจ้งย้ายเข้า และตรวจสภาพตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง
อินโฟกราฟิกสรุป การย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน ขั้นตอน เอกสาร และค่าปรับ
สรุปเป็นภาพ: การย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน ขั้นตอน เอกสาร และค่าปรับ

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างก่อนไปขนส่ง?

เอกสารหลักมี 4 อย่าง คือเล่มทะเบียน บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ หลักฐานที่อยู่ใหม่ และหนังสือมอบอำนาจถ้าให้คนอื่นไปแทน รายการจริงอาจต่างกันตามประเภทรถและสำนักงาน ฉะนั้นโทรถามก่อนออกจากบ้านคุ้มกว่าเสียเวลาไปครึ่งวันแล้วถูกเรียกให้กลับมาใหม่

นิยาม: เล่มทะเบียน คือชื่อเรียกทั่วไปของคู่มือจดทะเบียนรถ เป็นเอกสารที่บันทึกข้อมูลรถและผู้มีชื่อในทะเบียน ส่วนนายทะเบียน คือเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจรับแจ้งและจดทะเบียนรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ ซึ่งเราไปพบได้ที่สำนักงานขนส่ง
เอกสารใช้ในขั้นตอนใครต้องเตรียมข้อควรรู้
เล่มทะเบียน (คู่มือจดทะเบียนรถ)ย้ายออกและย้ายเข้าเจ้าของรถต้องเป็นตัวจริง ถ้ารถติดไฟแนนซ์ เล่มมักอยู่กับสถาบันการเงิน
บัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถย้ายออกและย้ายเข้าเจ้าของรถถ้าใช้สำเนา ควรเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
หลักฐานที่อยู่ใหม่ เช่น ทะเบียนบ้านย้ายเข้าเจ้าของรถใช้ยืนยันว่าเจ้าของรถอยู่ในเขตของสำนักงานขนส่งปลายทาง
หนังสือมอบอำนาจทุกขั้นที่ไม่ได้ไปเองเจ้าของรถและผู้รับมอบแนบบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่ายตามที่สำนักงานกำหนด
หนังสือยินยอมจากสถาบันการเงินย้ายออกและย้ายเข้าเจ้าของรถที่ยังผ่อนอยู่ติดต่อไฟแนนซ์ล่วงหน้า เพราะใช้เวลาเตรียมเอกสาร

เรื่องค่าธรรมเนียมและค่าตรวจสภาพ เราเลือกไม่ใส่ตัวเลขในบทความนี้ เพราะยังไม่พบอัตราสำหรับรถส่วนบุคคลบนหน้าทางการที่ตรวจสอบได้ ทางที่ปลอดภัยคือถามยอดจากสำนักงานขนส่งตอนโทรเช็กเอกสาร แล้วเตรียมเงินสดเผื่อไว้เล็กน้อย

ย้ายรถกับโอนรถต่างกันอย่างไร?

ย้ายรถคือเปลี่ยนสำนักงานที่ดูแลทะเบียน แต่เจ้าของยังเป็นคนเดิม ส่วนโอนรถคือเปลี่ยนเจ้าของ สองเรื่องนี้อยู่คนละมาตรา แต่บังเอิญมีกำหนดแจ้งเท่ากัน คือ 15 วัน ทำให้คนสับสนกันบ่อย

สำหรับการโอน มาตรา 17 วรรคหนึ่งเขียนว่า ในการโอนรถที่จดทะเบียนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันโอน สังเกตว่ากฎหมายผูกทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่แค่คนซื้อ วรรคสองยังบอกด้วยว่า ถ้าผู้รับโอนจะนำรถออกนอกราชอาณาจักรภายใน 15 วันนับแต่วันโอน ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนก่อน

เคสที่ต้องทำทั้งสองอย่างคือซื้อรถมือสองจากคนต่างจังหวัด ตัวอย่างเช่นคนอยู่ขอนแก่นซื้อรถที่จดทะเบียนในชลบุรี นอกจากโอนชื่อเจ้าของแล้ว ยังต้องย้ายทะเบียนมาที่ขนส่งใกล้บ้านด้วย ถ้าวางแผนดี ๆ โทรถามขนส่งทั้งสองแห่งก่อน จะรู้ว่าควรทำเรื่องไหนก่อนและต้องพาผู้ขายไปด้วยหรือไม่

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  เหตุการณ์ ที่ ชู ช ก มา ขอ ๒ กุมาร จาก พระ เวสสันดร ตรง กับ สำนวน สุภาษิต ใด
เรื่องที่ต้องแจ้งฐานกฎหมายกำหนดเวลาผู้มีหน้าที่แจ้งโทษถ้าไม่ทำ
ย้ายรถไปไว้ต่างท้องที่มาตรา 16 วรรคหนึ่ง15 วันนับแต่วันย้ายเจ้าของรถปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 60)
แจ้งย้ายเข้าที่ขนส่งปลายทางระเบียบและข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก15 วันนับแต่วันแจ้งย้ายออกเจ้าของรถหรือผู้รับมอบอำนาจควรสอบถามสำนักงานขนส่งปลายทาง
โอนรถที่จดทะเบียนแล้วมาตรา 17 วรรคหนึ่ง15 วันนับแต่วันโอนผู้โอนและผู้รับโอนปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 60)
ผู้รับโอนจะนำรถออกนอกประเทศภายใน 15 วันหลังโอนมาตรา 17 วรรคสองต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือก่อนนำออกผู้รับโอนปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 60)
เปลี่ยนสีรถให้ต่างจากที่จดทะเบียนมาตรา 13 วรรคหนึ่ง7 วันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงเจ้าของรถปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 60)

แถวสุดท้ายใส่ไว้เพื่อเทียบให้เห็นภาพ เพราะหลายคนคิดว่าทุกเรื่องทางทะเบียนมีเวลา 15 วันเหมือนกันหมด ความจริงการเปลี่ยนสีรถมีเวลาแค่ 7 วัน อ่านตัวบทของเรื่องที่ตัวเองทำทุกครั้งจะปลอดภัยกว่าจำเป็นตัวเลขเดียว

ถ้าแจ้งย้ายรถช้าเกิน 15 วัน จะโดนปรับเท่าไหร่?

มาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กำหนดว่า ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท คำสำคัญคือ ไม่เกิน แปลว่า 2,000 บาทเป็นเพดาน ยอดที่ถูกเรียกเก็บจริงขึ้นกับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ในแต่ละกรณี

ถ้ารู้ตัวว่าเลยกำหนดแล้ว อย่าปล่อยให้นานขึ้นอีก ให้รีบไปแจ้งตามปกติและถามเจ้าหน้าที่ตรง ๆ ว่าต้องชำระค่าปรับเท่าไร เราไม่แนะนำให้หาทางเลี่ยงหรือใช้ที่อยู่เดิมไปเรื่อย ๆ เพราะปัญหาที่ตามมาจะแพงกว่าค่าปรับหลายเท่า

ทำไมไม่ควรปล่อยทะเบียนรถค้างไว้ที่จังหวัดเดิม?

เหตุผลที่ใหญ่กว่าค่าปรับคือเอกสารราชการจะส่งไปผิดที่ เมื่อที่อยู่ในทะเบียนไม่ตรงกับที่อยู่จริง หนังสือเรื่องภาษีรถ ใบแจ้งค่าปรับจราจร และหนังสือราชการอื่น ๆ จะไปกองอยู่ที่บ้านเก่า กว่าจะรู้ตัวอาจเลยกำหนดชำระไปแล้ว

ลองนึกภาพว่าได้ใบสั่งจากกล้องจับความเร็วระหว่างขับกลับบ้านช่วงปีใหม่ ใบสั่งถูกส่งไปที่อยู่เดิมซึ่งตอนนี้มีคนอื่นเช่าอยู่ เจ้าของรถไม่เคยเห็นใบนั้นเลย จนมีปัญหาตอนต่อภาษีหรือถูกเรียกตรวจ เรื่องแบบนี้ป้องกันได้ด้วยการใช้เวลาครึ่งวันไปแจ้งย้ายให้จบตั้งแต่แรก

อีกข้อที่คนมองข้ามคือความสะดวกระยะยาว เมื่อทะเบียนอยู่ที่ขนส่งใกล้บ้าน งานทะเบียนอื่น ๆ ในอนาคต เช่น เปลี่ยนแปลงรายการ หรือขายรถต่อ จะติดต่อได้ง่ายกว่าการต้องย้อนไปจังหวัดเดิม

คำถามที่พบบ่อย

การย้ายรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในกี่วัน?

ภายใน 15 วันนับแต่วันย้าย ตามมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522

แจ้งย้ายออกแล้ว ต้องแจ้งย้ายเข้าภายในกี่วัน?

ตามข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ต้องแจ้งย้ายเข้าที่สำนักงานขนส่งปลายทางภายใน 15 วันนับแต่วันแจ้งย้ายออก

ไม่แจ้งย้ายรถมีโทษปรับเท่าไหร่?

มาตรา 60 กำหนดโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ยอดจริงขึ้นกับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่

ต้องนำรถไปตรวจสภาพไหม?

ส่วนใหญ่ต้องนำรถเข้าตรวจสภาพตอนแจ้งย้ายเข้า จึงควรขับรถคันนั้นไปที่สำนักงานขนส่งปลายทางด้วย

ให้คนอื่นไปแจ้งย้ายรถแทนได้ไหม?

ได้ โดยทำหนังสือมอบอำนาจและเตรียมเอกสารของทั้งเจ้าของรถและผู้รับมอบตามที่สำนักงานขนส่งกำหนด

รถยังผ่อนไฟแนนซ์อยู่ ย้ายทะเบียนได้หรือไม่?

ทำได้ แต่มักต้องมีหนังสือยินยอมจากสถาบันการเงินและต้องยืมเล่มทะเบียนตัวจริงมาใช้ ควรติดต่อไฟแนนซ์ล่วงหน้าหลายวัน

ย้ายรถกับโอนรถต่างกันตรงไหน?

ย้ายรถคือเปลี่ยนสำนักงานทะเบียนโดยเจ้าของคนเดิม โอนรถคือเปลี่ยนเจ้าของ ซึ่งผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันโอนตามมาตรา 17

ซื้อรถมือสองต่างจังหวัด ต้องทำเรื่องอะไรบ้าง?

มักต้องทำทั้งการโอนชื่อเจ้าของและการย้ายทะเบียนมาสำนักงานขนส่งใกล้บ้าน ควรโทรถามทั้งสองสำนักงานว่าควรทำเรื่องใดก่อน

ย้ายบ้านแต่อยู่จังหวัดเดิม ต้องแจ้งย้ายรถไหม?

กฎหมายใช้คำว่าย้ายรถไปไว้ต่างท้องที่ ถ้าไม่แน่ใจว่าที่อยู่ใหม่อยู่ในเขตสำนักงานขนส่งเดิมหรือไม่ ให้โทรถามสำนักงานขนส่งก่อน

ถ้าไม่แจ้งย้าย จะมีผลอะไรนอกจากค่าปรับ?

หนังสือเรื่องภาษีรถ ใบแจ้งค่าปรับจราจร และเอกสารราชการอื่นอาจถูกส่งไปที่อยู่เดิม ทำให้พลาดกำหนดชำระโดยไม่รู้ตัว

ค่าธรรมเนียมแจ้งย้ายรถเท่าไหร่?

อัตราขึ้นกับประเภทรถและรายการที่ต้องทำ เช่น การตรวจสภาพ ควรสอบถามยอดจากสำนักงานขนส่งปลายทางก่อนเดินทาง

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ควรตรวจสอบกับสำนักงานขนส่งก่อนดำเนินการ เพราะเอกสาร ขั้นตอนการตรวจสภาพ และค่าธรรมเนียมอาจต่างกันตามประเภทรถและสำนักงาน

ย้ายบ้านเสร็จแล้ว ควรทำอะไรต่อทันที

ถ้าคุณเพิ่งย้ายหรือกำลังจะย้าย ให้เริ่มจากสามอย่างวันนี้ ข้อแรก จดวันย้ายรถลงปฏิทินและตั้งเตือนล่วงหน้า 5 วันก่อนครบ 15 วัน ข้อสอง โทรหาสำนักงานขนส่งเดิมและปลายทางเพื่อยืนยันรายการเอกสาร การตรวจสภาพ และยอดค่าธรรมเนียม ข้อสาม ถ้ารถยังผ่อนอยู่ ติดต่อไฟแนนซ์ขอหนังสือยินยอมและนัดยืมเล่มทะเบียนทันที เพราะมักเป็นขั้นที่ช้าที่สุด

หลังแจ้งย้ายออกแล้ว วางแผนวันขับรถไปขนส่งปลายทางให้อยู่ในรอบ 15 วันถัดไป ถ้าต้องขับทางไกลข้ามจังหวัด เช็กยาง ไฟ และน้ำมันเบรกให้พร้อม และทบทวนหลักการใช้เบรกที่ถูกต้องก่อนออกเดินทาง เพราะรถต้องผ่านการตรวจสภาพที่ปลายทางอยู่แล้ว การดูแลรถให้พร้อมจึงช่วยทั้งเรื่องความปลอดภัยและลดโอกาสต้องกลับไปแก้แล้วมาใหม่

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด