อาการภูมิแพ้คือกลุ่มอาการที่เกิดเมื่อร่างกายสร้างแอนติบอดีชนิด IgE ต่อสารก่อภูมิแพ้แล้วหลั่งฮิสทามีนออกมา บทความของราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยที่เผยแพร่เมื่อ 19 ตุลาคม 2559 ระบุว่าในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ 217 รายของโรงพยาบาลศิริราช อาการที่พบมากที่สุดคือคัดจมูกร้อยละ 77.3 น้ำมูกไหลร้อยละ 63.2 จามร้อยละ 56.2 และคันจมูกร้อยละ 54.7
ประเด็นสำคัญ
- อาการหลักคือคันจมูก จามติด ๆ กัน น้ำมูกใส คัดจมูก และคันที่ตา คอ หู หรือเพดานปาก
- ประวัติที่ช่วยแยกจากหวัดคือเป็นนานเกิน 1 เดือน เป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น และดีขึ้นหลังได้ยาแก้แพ้
- งานวิจัยในเด็ก 315 คนที่เชียงใหม่ ระหว่าง พ.ศ. 2558 ถึง 2561 พบผลบวกต่อไรฝุ่นร้อยละ 77.8 และซากแมลงสาบร้อยละ 62.6
- แพทยสภาระบุว่า PM2.5 จากภายนอกทะลุเข้ามาในอาคารได้ถึงร้อยละ 75 และแผ่นกรอง HEPA กรองฝุ่นเล็กกว่า 0.3 ไมครอนได้ถึงร้อยละ 99.97
- การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง และถ้าได้ผลดีอาจต้องฉีดต่ออีก 3 ถึง 5 ปี
- ถ้ามีลมพิษหรือผื่นแดงทั่วตัวพร้อมหายใจลำบากหรือเป็นลม ให้สงสัยภาวะแพ้รุนแรงและโทร 1669 ทันที
อาการภูมิแพ้มีอะไรบ้าง และแสดงออกที่อวัยวะใดได้บ้าง?
อาการภูมิแพ้ไม่ได้อยู่ที่จมูกอย่างเดียว ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยอธิบายว่า เมื่อสารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะสร้าง IgE ซึ่งไปเกาะบนมาสต์เซลล์ พอสารก่อภูมิแพ้มาจับกับ IgE อีกครั้ง เซลล์จะปล่อยฮิสทามีนออกมา ฮิสทามีนตัวเดียวกันนี้ไปกระตุ้นอวัยวะคนละที่ ที่จมูกทำให้คัน จาม น้ำมูกไหล และคัดแน่นจมูก ที่ผิวหนังทำให้มีผื่น คัน และลมพิษ ที่ตาทำให้คันตา แสบตา น้ำตาไหล และตาแดง ที่ปอดและหลอดลมทำให้หลอดลมหดเกร็ง หอบ ไอ และมีเสมหะ คนคนเดียวจึงมีอาการหลายระบบพร้อมกันได้
อาการที่คนไม่ค่อยคิดว่าเป็นภูมิแพ้
เอกสารฉบับเดียวกันระบุอาการที่ไม่ใช่แบบฉบับไว้หลายข้อ ได้แก่ หอบเหนื่อยง่าย ปวดศีรษะเรื้อรัง ไอเรื้อรัง กระแอมไอบ่อย มีกลิ่นปากแรง เจ็บคอเรื้อรัง เพลียง่ายในเวลากลางวัน และผิวหนังรอบดวงตาอักเสบจากการขยี้ตาบ่อยจนเห็นเป็นรอยคล้ำ ถ้าอาการเด่นคือไอและระคายคอมากกว่าน้ำมูก บทความ คันคอไอและวิธีแก้ ช่วยแยกสาเหตุอื่นของอาการไอเรื้อรังได้
อาการแสดงในเด็กที่เป็นมานาน
เด็กที่เริ่มเป็นตั้งแต่อายุน้อยและเป็นอยู่นานต้องหายใจทางปากตลอดเวลา ผลที่ตามมาคือใบหน้าส่วนล่างยาวกว่าปกติ เพดานปากแคบและโค้งสูง และอาจสบฟันผิดปกติ
ภูมิแพ้อากาศกับไข้หวัดธรรมดาต่างกันอย่างไร?
ต่างกันสามเรื่องหลัก คือไข้ ความคัน และระยะเวลา ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ ระบุประวัติที่ช่วยวินิจฉัยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ว่า ผู้ป่วยมีอาการจาม คันจมูก น้ำมูกไหลออกทางจมูกหรือไหลลงคอ คัดจมูก และคันเพดานปากหรือคอ นานมากกว่า 1 เดือนขึ้นไป อาการเป็น ๆ หาย ๆ ตามว่ามีเหตุมากระตุ้นหรือไม่ และดีขึ้นหลังได้รับยาแก้แพ้
ฝั่งไข้หวัดธรรมดา สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยอธิบายว่าเกิดจากไวรัสหลายสายพันธุ์ หลังรับเชื้อประมาณ 1 ถึง 3 วันจึงเริ่มมีอาการ ที่พบบ่อยคือไข้ตัวร้อนเป็นพัก ๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คัดจมูก น้ำมูกใส และเจ็บคอเล็กน้อย ผู้ใหญ่อาจไม่มีไข้เลย ส่วนเด็กมักไข้สูงเฉียบพลัน ถ้ามีอาการเกิน 4 วันแล้วน้ำมูกหรือเสมหะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวข้น ให้สงสัยเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน กรณีเจ็บคอเด่นจนกลืนลำบาก ดูใน อาการทอนซิลอักเสบ ส่วนไข้สูงเฉียบพลันพร้อมปวดเมื่อยทั้งตัว ให้นึกถึง ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ซึ่งสมาคมเดียวกันระบุว่ารุนแรงและป่วยนานกว่า
| ประเด็นที่ใช้แยก | โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ | ไข้หวัดธรรมดา | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|
| ไข้ | ไม่ใช่อาการของโรค | ไข้เป็นพัก ๆ เด็กมักไข้สูงเฉียบพลัน | ทั้งสองแหล่ง |
| อาการคัน | คันจมูก ตา คอ หรือเพดานปาก เป็นอาการเด่น | คอแห้งหรือเจ็บคอเล็กน้อย ไม่เน้นอาการคัน | ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ |
| ระยะเวลา | ประวัติที่ใช้วินิจฉัยคือนานเกิน 1 เดือน | เริ่มมีอาการ 1 ถึง 3 วันหลังรับเชื้อ เกิน 4 วันให้สงสัยแบคทีเรียแทรกซ้อน | ทั้งสองแหล่ง |
| รูปแบบการเป็น | เป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น | เป็นครั้งเดียวแล้วมีภูมิต้านทานต่อไวรัสชนิดนั้น | ทั้งสองแหล่ง |
| ยาแก้แพ้ | อาการดีขึ้นหลังได้รับยาแก้แพ้ | ดูแลด้วยการพักผ่อนและรักษาตามอาการ | ทั้งสองแหล่ง |
| ประวัติครอบครัว | มักมีคนในครอบครัวเป็นโรคกลุ่มอะโทปี | ไม่เกี่ยวกับพันธุกรรม ขึ้นกับการสัมผัสเชื้อ | ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ |
เรื่องพันธุกรรม ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ ระบุว่าถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกมีโอกาสเป็นราวร้อยละ 25 ถ้าเป็นทั้งคู่จะเพิ่มเป็นราวร้อยละ 50 และถ้าทั้งคู่เป็นชนิดเดียวกันจะสูงถึงราวร้อยละ 75 แม้พ่อแม่ไม่มีอาการเลย ลูกก็ยังมีโอกาสเป็นร้อยละ 13
อาการภูมิแพ้ผิวหนังเป็นแบบไหน และโตขึ้นแล้วหายไหม?
แนวทางการดูแลรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ซึ่งเป็นความเห็นร่วมกันของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันฯ และชมรมแพทย์ผิวหนังเด็กฯ โดยปรับปรุงจากฉบับแรกเมื่อ พ.ศ. 2554 นิยามโรคนี้ว่าเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบบ่อยในวัยเด็ก คันมาก ผิวแห้ง และกำเริบเป็นระยะ
ความชุกในไทยจากแนวทางฉบับนี้อ้างการสำรวจ ISAAC Phase III พบในเด็กอายุ 6 ถึง 7 ปีในกรุงเทพมหานครร้อยละ 16.7 และเด็กอายุ 13 ถึง 14 ปีร้อยละ 9.6
เรื่องโอกาสหาย แนวทางฉบับนี้ระบุว่าร้อยละ 50 ของผู้ป่วยเริ่มมีอาการในขวบปีแรก และร้อยละ 85 เริ่มภายใน 5 ขวบปีแรก ร้อยละ 17 มีผื่นกำเริบเป็นช่วง ๆ จนถึงอายุ 7 ปี อีกร้อยละ 20 ยังเรื้อรังต่อถึงวัยผู้ใหญ่ และมีเพียงร้อยละ 16.8 ที่เริ่มมีผื่นในวัยผู้ใหญ่ การศึกษาของศิริวรรณ วนานุกูลและคณะที่แนวทางนี้อ้างถึงพบว่า อายุมัธยฐานเมื่อหายจากโรคในเด็กที่มีอาการน้อย ปานกลาง และรุนแรง เท่ากับ 3.4 ปี 3.5 ปี และ 7 ปีตามลำดับ โดยราวสองในสามของผู้ที่หายจะหายภายในอายุ 5 ปี
โรคนี้ไม่ได้มาเดี่ยว แนวทางฉบับเดียวกันระบุว่าผู้ป่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ของทางเดินหายใจร้อยละ 30 ถึง 80 และร้อยละ 15 ถึง 30 มีโรคหืดร่วมด้วย
คนไทยแพ้อะไรมากที่สุด และ PM2.5 ทำให้อาการภูมิแพ้แย่ลงจริงหรือไม่?
งานวิจัยในเชียงใหม่เวชสาร พ.ศ. 2564 ปีที่ 60 ฉบับที่ 4 โดยขวัญหทัย ไวทยวงศ์สกุล และมงคล เหล่าอารยะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เก็บข้อมูลผู้ป่วยเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปีที่คลินิกโรคภูมิแพ้ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ระหว่าง 1 มกราคม 2558 ถึง 31 ธันวาคม 2561 รวม 315 คน อายุเฉลี่ย 9.18 ปี พบผู้ให้ผลบวกต่อสารก่อภูมิแพ้อย่างน้อยหนึ่งชนิดร้อยละ 82.9 และผลบวกต่อซากแมลงสาบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเทียบกับช่วง พ.ศ. 2550 ถึง 2555
| สารก่อภูมิแพ้ | ผลบวกจากการสะกิดผิวหนัง | แหล่งที่มักพบในบ้าน | สิ่งที่ลดการสัมผัสได้ |
|---|---|---|---|
| ไรฝุ่น | ร้อยละ 77.8 | ฟูก หมอน ผ้าห่ม พรม ตุ๊กตาผ้า | ซักเครื่องนอน เลี่ยงของที่เก็บกักฝุ่น |
| ซากแมลงสาบ | ร้อยละ 62.6 | ครัว ท่อน้ำ ช่องว่างหลังตู้ | กำจัดแมลงสาบและแหล่งอาหาร |
| ละอองเกสรพืช | ร้อยละ 29.3 | หญ้า วัชพืช ดอกไม้รอบบ้าน | ปิดหน้าต่างช่วงละอองเกสรมาก |
| รังแคสัตว์เลี้ยงทั้งหมด | ร้อยละ 26.8 | ที่นอนสัตว์ โซฟา เสื้อผ้า | ไม่ให้สัตว์เข้าห้องนอนถ้าผลตรวจบวก |
| แมว | ร้อยละ 20 | ขนและรังแคในบ้าน | เช็ดพื้นผิวที่สัตว์ใช้ |
| สุนัข | ร้อยละ 11.8 | ขนและรังแคในบ้าน | เช็ดพื้นผิวที่สัตว์ใช้ |
ตัวเลขชุดนี้มาจากเด็กที่มาพบแพทย์ในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ใช่ประชากรไทยทั้งประเทศ จึงใช้เป็นภาพคร่าวของสิ่งที่ควรสงสัยก่อน ไม่ใช่คำตอบแทนการตรวจของแต่ละคน

มลพิษในอากาศและในบ้าน
ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ อธิบายว่ามลพิษในอากาศกระตุ้นเยื่อบุจมูกโดยตรงจนอักเสบและบวม ซึ่งอาจไปอุดรูเปิดของไซนัสจนเกิดไซนัสอักเสบ ข้อที่หลายคนมองข้ามคือเอกสารนี้ระบุว่ามลภาวะภายในบ้านมีมากกว่าภายนอกถึง 2 ถึง 5 เท่า การปิดหน้าต่างอย่างเดียวจึงไม่พอถ้าในบ้านยังมีแหล่งฝุ่นของตัวเอง
บทความหมอชวนรู้ของแพทยสภา โดยนายแพทย์จิรวัฒน์ เชี่ยวเฉลิมศรี ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุว่าความชุกของโรคหืดในไทยระหว่าง พ.ศ. 2555 ถึง 2562 เพิ่มจากร้อยละ 3.32 หรือ 2,191,200 ราย เป็นร้อยละ 3.59 หรือ 2,369,400 ราย และหญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในมลพิษ PM2.5 มากกว่าเกณฑ์ มีโอกาสคลอดบุตรที่เป็นโรคหืดสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 เอกสารเดียวกันให้ตัวเลขสำหรับวางแผนในบ้านสามตัว คือ PM2.5 จากนอกอาคารทะลุเข้ามาในอาคารได้ถึงร้อยละ 75 หน้ากากที่แนะนำคือชนิดที่กรองฝุ่นเล็กกว่า 0.3 ไมครอนได้ เช่น N95 ที่ได้มาตรฐาน และแผ่นกรอง HEPA กรองฝุ่นเล็กกว่า 0.3 ไมครอนได้ถึงร้อยละ 99.97 พร้อมย้ำว่าไม่แนะนำเครื่องฟอกอากาศชนิดที่ให้กำเนิดก๊าซโอโซน
ฝั่งราชการ แนวทางการป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนของกรมอนามัย ระบุกลุ่มเสี่ยงตรงกัน คือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างหอบหืด ภูมิแพ้ และโรคหัวใจ และกำหนดเกณฑ์ห้องปลอดฝุ่นว่าภายในห้องต้องมี PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ตรวจภูมิแพ้ทำอย่างไร สะกิดผิวหนังกับเจาะเลือดต่างกันตรงไหน?
หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่าการทดสอบวิธีสะกิดใช้สารสกัดสารก่อภูมิแพ้อัตราส่วน 1 ต่อ 10 หรือ 1 ต่อ 20 หยดบนผิวหนังท้องแขนหรือหลังส่วนบน และต้องมีตัวเปรียบเทียบสองตัว คือ positive control ที่ใช้ histamine hydrochloride 10 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และ negative control ที่ใช้น้ำเกลือ
การอ่านผลใช้เวลา 15 ถึง 20 นาที ตัดสินว่าแพ้ได้สองแบบ คือตุ่มนูนมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับหรือมากกว่า positive control หรือมากกว่า 3 มิลลิเมตร ในทางปฏิบัติจะทำวิธีสะกิดก่อน ถ้าได้ผลลบจึงยืนยันด้วยวิธีฉีดเข้าในผิวหนัง
| วิธีตรวจ | ทำอย่างไร | รู้ผลเมื่อไหร่ | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|---|
| สะกิดผิวหนัง | หยดสารสกัดแล้วสะกิดที่ท้องแขนหรือหลังส่วนบน | 15 ถึง 20 นาที | ผลบวกคือตุ่มนูนเกิน 3 มิลลิเมตร |
| ฉีดเข้าในผิวหนัง | ฉีดสารสกัดเจือจาง 0.02 ถึง 0.05 มิลลิลิตร ทำมุม 45 องศา | อ่านผลรอบเดียวกัน | ใช้ยืนยันเมื่อวิธีสะกิดให้ผลลบ ใช้กับการแพ้อาหารหรือยางไม่ได้ |
| เจาะเลือดหา specific IgE | วัดแอนติบอดีที่จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ในเลือด | รอผลจากห้องปฏิบัติการ | แนวทางไทยเตือนว่าผลบวกต่ออาหารอาจเป็นผลบวกลวง |
| ขูดเยื่อบุจมูก | หาเซลล์เบโซฟิลหรือมาสต์เซลล์ | ส่งห้องปฏิบัติการ | เป็นการตรวจเสริม ไม่บอกว่าแพ้สารชนิดใด |
| ส่องกล้องในโพรงจมูก | ส่องดูโครงสร้างและเยื่อบุในโพรงจมูก | เห็นผลทันที | ใช้ดูผนังกั้นช่องจมูกคดและริดสีดวงจมูก |
| เอกซเรย์ไซนัส | เอกซเรย์ธรรมดาหรือคอมพิวเตอร์ | ตามคิวแผนกรังสี | ใช้เมื่อสงสัยภาวะแทรกซ้อน ไม่ใช่การหาสารก่อภูมิแพ้ |
ข้อควรระวังที่แหล่งเดียวกันย้ำคือ การทดสอบผิวหนังเองก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ จึงควรทำภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดที่คุมอาการไม่ได้และผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรงไม่ควรทำ นอกจากนั้นยาบางกลุ่ม เช่น beta 2 agonist หรือ ACEI อาจรบกวนผลจนคลาดเคลื่อน ผู้ป่วยจึงควรแจ้งยาที่ใช้อยู่ทั้งหมดให้แพทย์ทราบ
สำหรับผู้ป่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง แนวทางไทยระบุว่าจะพิจารณาส่งทดสอบทางภูมิแพ้เมื่อคะแนน SCORAD มากกว่า 50 ขึ้นไป หรืออาการไม่รุนแรงแต่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาตามอาการ และเตือนว่าการแนะนำให้งดอาหารต้องยืนยันด้วยอาการทางคลินิกก่อน เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจมีผลบวกลวงจากการตรวจ specific IgE ต่ออาหาร
อาการภูมิแพ้รักษาหายไหม และภูมิคุ้มกันบำบัดใช้เวลากี่ปี?
คำตอบจากเอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยรองศาสตราจารย์นายแพทย์ปารยะ อาศนะเสน คือโรคนี้ไม่หายขาด ผู้ป่วยจะเป็น ๆ หาย ๆ ตามว่ามีสิ่งกระตุ้นหรือไม่ แต่เอกสารเดียวกันระบุว่ารักษาให้อาการดีขึ้นได้ ใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป โดยไม่ได้ขึ้นกับยาเพียงอย่างเดียว
หลักการรักษามีสี่ขั้น ขั้นแรกคือการหลีกเลี่ยงหรือกำจัดสิ่งที่แพ้ ซึ่งระบุว่าเป็นการรักษาที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างที่ให้ไว้ได้แก่ เลี่ยงฟูก หมอน และพรมแบบที่เก็บกักฝุ่น เลี่ยงตุ๊กตาแบบมีขน กำจัดแมลงสาบ ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนเป็นประจำ และทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศเพื่อลดเชื้อรา
ขั้นที่สองคือการใช้ยาบรรเทาอาการ กลุ่มยาที่ระบุไว้ได้แก่ ยาต้านฮิสทามีน ยาหดหลอดเลือด ยาสเตียรอยด์ทั้งชนิดกินและชนิดพ่นจมูก ยาต้านโคลิเนอร์จิก และยาต้านลิวโคไตรอีน แนวทางการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทยแนะนำยาต้านฮิสทามีนรุ่นที่ 2 และให้เลือกยาสเตียรอยด์พ่นจมูกเป็นอันดับแรกในผู้ป่วยชนิดคงที่ที่อาการปานกลางถึงรุนแรงหรือคัดจมูกมาก ขนาดยาและการเลือกตัวยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกร บทความนี้จึงไม่ระบุขนาดหรือความถี่ใด ๆ
ขั้นที่สามคือการฉีดวัคซีนภูมิแพ้ หลักการคือฉีดสารก่อภูมิแพ้ที่คิดว่าเป็นสาเหตุเข้าไปทีละน้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มจำนวน ใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการมาก คุมอาการด้วยยาไม่ได้ หรือทนผลข้างเคียงของยาไม่ได้ เอกสารระบุว่าใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง และถ้าได้ผลดีอาจต้องฉีดต่ออีก 3 ถึง 5 ปี ส่วนขั้นที่สี่คือการผ่าตัด ใช้ในผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น หรือมีโรคร่วมอย่างผนังกั้นช่องจมูกคดหรือริดสีดวงจมูก
ในฝั่งผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง แนวทางไทยระบุว่าการรักษาด้วย allergen specific immunotherapy อาจมีประโยชน์ในผู้ที่แพ้ไรฝุ่นชัดเจน และให้ส่งต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังไม่แนะนำการใช้วิตามินและอาหารเสริม เช่น วิตามินอี วิตามินดี สังกะสี และน้ำมันปลา เพราะยังไม่มีข้อมูลชัดเจนถึงประโยชน์
อาการภูมิแพ้แบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล?
เส้นแบ่งสำคัญที่สุดคือภาวะแพ้รุนแรงหรือ anaphylaxis แนวทางเวชปฏิบัติภาวะ anaphylaxis พ.ศ. 2560 ของคณะทำงานเพื่อการรักษาและป้องกันการแพ้ชนิดรุนแรงแห่งประเทศไทย ให้เกณฑ์วินิจฉัยไว้ 3 ข้อ โดยเข้าเกณฑ์เพียง 1 ใน 3 ข้อก็ถือว่าเข้าข่าย
ข้อแรกคือมีอาการเฉียบพลันภายในเป็นนาทีหรือไม่กี่ชั่วโมงที่ผิวหนังหรือเยื่อบุ เช่น ลมพิษ ผื่นแดง คัน หรือบวมที่ปาก ลิ้น และเพดานอ่อน ร่วมกับอาการทางเดินหายใจอย่างน้อยหนึ่งอย่าง เช่น เสียงแหบ หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี้ด หรือร่วมกับความดันโลหิตลดลง เป็นลม หรืออุจจาระปัสสาวะราด ข้อที่สองคือมีอาการเฉียบพลันตั้งแต่ 2 ระบบขึ้นไปหลังสัมผัสสิ่งที่น่าจะเป็นสารก่อภูมิแพ้ โดยนับอาการทางเดินอาหารเข้าไปด้วย ข้อที่สามคือความดันโลหิตลดลงเฉียบพลันหลังสัมผัสสารที่ผู้ป่วยทราบว่าแพ้มาก่อน โดยในผู้ใหญ่ใช้เกณฑ์ความดัน systolic น้อยกว่า 90 มิลลิเมตรปรอท หรือลดลงมากกว่าร้อยละ 30
ถ้าสงสัยภาวะนี้ ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 หรือพาไปห้องฉุกเฉินทันที ยาหลักตามแนวทางฉบับนี้คือ epinephrine ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งขนาดยาและการให้ซ้ำเป็นเรื่องของทีมแพทย์ แนวทางยังให้สังเกตอาการต่ออย่างน้อย 4 ถึง 8 ชั่วโมงหลังอาการดีขึ้น และให้รับไว้รักษาในโรงพยาบาลเมื่อได้รับ epinephrine มากกว่าหนึ่งครั้ง ความดันตก ออกซิเจนต่ำ หรือมีโรคร่วมอย่างหืด
นอกเหนือจากภาวะฉุกเฉิน ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ ระบุภาวะแทรกซ้อนของโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ที่ไม่ได้รักษาอย่างถูกต้องไว้ ได้แก่ ไซนัสอักเสบ ไอเรื้อรัง ริดสีดวงจมูก หูชั้นกลางอักเสบ จมูกไม่ได้กลิ่น นอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เอกสารของศิริราชยังเตือนภาวะเยื่อบุจมูกอักเสบจากการใช้ยาหดหลอดเลือดเฉพาะที่นานเกินไป ยาพ่นที่ใช้แล้วโล่งทันทีจึงไม่ควรใช้ต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาใคร
ตัวเลขและเกณฑ์ทั้งหมดในหน้านี้คัดมาจากเอกสารในแหล่งอ้างอิง ตามที่ปรากฏ ณ วันตรวจสอบข้อมูล 19 กันยายน 2569 และผูกกับปีของการศึกษานั้น ไม่ใช่ค่าปัจจุบันของทั้งประเทศ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล การวินิจฉัย การเลือกยา และขนาดยา ต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรพิจารณาจากอาการจริง
คำถามที่พบบ่อย
อาการภูมิแพ้ที่พบบ่อยที่สุดคืออะไร?
จากสถิติผู้ป่วย 217 รายที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ อ้างถึง อาการคัดจมูกพบมากที่สุดร้อยละ 77.3 รองลงมาคือน้ำมูกไหลร้อยละ 63.2 จามร้อยละ 56.2 และคันจมูกร้อยละ 54.7
ภูมิแพ้กับหวัดแยกกันยังไงเบื้องต้น?
ดูที่ไข้ ความคัน และระยะเวลา ภูมิแพ้เด่นที่อาการคันจมูก คันตา เป็นนานเกิน 1 เดือน และดีขึ้นหลังได้ยาแก้แพ้ ส่วนไข้หวัดมีไข้เป็นพัก ๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว และปวดศีรษะร่วมด้วย
น้ำมูกสีเหลืองหรือเขียวแปลว่าเป็นภูมิแพ้ไหม?
ไม่ใช่ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กฯ ระบุว่าถ้ามีอาการเกิน 4 วันแล้วน้ำมูกหรือเสมหะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียวข้น ให้สงสัยเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ซึ่งควรไปพบแพทย์
คนไทยแพ้อะไรมากที่สุด?
ในเด็ก 315 คนที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ระหว่าง พ.ศ. 2558 ถึง 2561 ไรฝุ่นให้ผลบวกมากที่สุดร้อยละ 77.8 ตามด้วยซากแมลงสาบร้อยละ 62.6 ตัวเลขนี้ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยทั้งประเทศ
ตรวจภูมิแพ้กี่นาทีถึงรู้ผล?
การทดสอบวิธีสะกิดผิวหนังอ่านผลใน 15 ถึง 20 นาที ตามข้อมูลของหน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ส่วนการเจาะเลือดหา specific IgE ต้องรอผลห้องปฏิบัติการ
ใครไม่ควรทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง?
หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าผู้ที่เป็นโรคหอบหืดที่ควบคุมอาการไม่ได้ และผู้ที่มีประวัติการแพ้รุนแรง ไม่ควรทำการทดสอบนี้ และควรทำภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญเสมอ
ภูมิแพ้รักษาหายขาดไหม?
เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลระบุว่าโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ไม่หายขาด ผู้ป่วยจะเป็น ๆ หาย ๆ ตามสิ่งกระตุ้น แต่รักษาให้อาการดีขึ้นได้ โดยการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้สำคัญที่สุด
ฉีดวัคซีนภูมิแพ้ต้องฉีดนานแค่ไหน?
เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลระบุว่าใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง และถ้าได้ผลดีอาจต้องฉีดต่ออีก 3 ถึง 5 ปี ใช้กับผู้ป่วยที่คุมอาการด้วยยาไม่ได้
เด็กที่เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง โตแล้วหายไหม?
การศึกษาที่แนวทางไทยอ้างถึงพบว่าอายุมัธยฐานเมื่อหายจากโรคในเด็กที่อาการน้อย ปานกลาง และรุนแรง เท่ากับ 3.4 ปี 3.5 ปี และ 7 ปีตามลำดับ
อาการแบบไหนต้องโทร 1669 ทันที?
เมื่อมีลมพิษหรือผื่นแดงขึ้นเฉียบพลัน ร่วมกับหายใจลำบาก เสียงแหบ ปากหรือลิ้นบวม เป็นลม หรือความดันตก นั่นเข้าเกณฑ์ภาวะแพ้รุนแรงตามแนวทางไทย พ.ศ. 2560 และต้องได้รับการรักษาฉุกเฉินทันที
สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้
จดบันทึกว่าอาการเกิดตอนไหนและหลังทำอะไร เพราะประวัติที่ชัดคือสิ่งที่แพทย์ใช้วินิจฉัยเป็นอันดับแรก จากนั้นจัดการห้องนอนก่อนห้องอื่น เพราะไรฝุ่นให้ผลบวกสูงสุดในงานวิจัยที่ยกมา และถ้าอาการเป็นนานเกิน 1 เดือนหรือรบกวนการนอน ให้ไปพบแพทย์แทนที่จะซื้อยาพ่นแก้คัดจมูกใช้เองยาว ๆ
แหล่งอ้างอิง
- ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ: แนวทางการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในปัจจุบัน (19 ตุลาคม 2559)
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล: แนวทางการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ โดย รศ. นพ. ปารยะ อาศนะเสน
- เชียงใหม่เวชสาร 2564;60(4):475-86: ผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังโดยวิธีสะกิดในเด็กที่เชียงใหม่
- แพทยสภา หมอชวนรู้: โรคภูมิแพ้กับมลพิษ PM2.5 โดย นพ. จิรวัฒน์ เชี่ยวเฉลิมศรี
- สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันฯ: แนวทางเวชปฏิบัติภาวะ anaphylaxis พ.ศ. 2560 ฉบับย่อ
- สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยและคณะ: แนวทางการดูแลรักษาโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
- หน่วยคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล: การทำ skin test ทำอย่างไร
- สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กฯ: โรคที่มากับฤดูหนาว ตอนที่ 1 ไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
- กรมอนามัย: แนวทางการป้องกันและดูแลสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน


