สังคมไทยค่าแรงขั้นต่ำล่าสุด 337 ถึง 400 บาท ตารางทุกจังหวัด และโทษเมื่อจ่ายต่ำกว่า

ค่าแรงขั้นต่ำล่าสุด 337 ถึง 400 บาท ตารางทุกจังหวัด และโทษเมื่อจ่ายต่ำกว่า

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: ค่าแรงขั้นต่ำที่ใช้อยู่ตอนนี้คือวันละ 337 ถึง 400 บาท แบ่งเป็น 17 อัตรา ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 และยังไม่มีฉบับใหม่มาแทน อัตรา 400 บาทไม่ได้ใช้ทั้งประเทศ แต่ใช้กับกรุงเทพมหานคร อีก 4 จังหวัด 1 อำเภอ และกับโรงแรมประเภท 2 ถึง 4 กับสถานบริการในทุกจังหวัด

ค่าแรงขั้นต่ำล่าสุดของไทยอยู่ที่วันละ 337 ถึง 400 บาท ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ที่ลงนามโดยนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการค่าจ้าง ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป โดยอัตราสูงสุด 400 บาทใช้กับกรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนอัตราต่ำสุด 337 บาทใช้กับนราธิวาส ปัตตานี และยะลา

ประเด็นสำคัญ

  • ประกาศที่ใช้อยู่คือ ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568 มีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 แบ่งอัตราออกเป็น 17 ระดับ ตั้งแต่ข้อ 2 ถึงข้อ 18
  • ประกาศฉบับนี้ยกเลิกประกาศ ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 และยกเลิกประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประเภทกิจการโรงแรม ลงวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567
  • เทียบข้อความสองฉบับแล้ว อัตราของ 76 จังหวัดไม่ได้ขยับเลย สิ่งที่เปลี่ยนคือกรุงเทพมหานครขึ้นจาก 372 เป็น 400 บาท และเพิ่มกลุ่มโรงแรมประเภท 2 ถึง 4 กับสถานบริการทุกจังหวัดเข้ามาที่ 400 บาท
  • คำว่า “วัน” ในประกาศหมายถึงเวลาทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมง หรือไม่เกิน 7 ชั่วโมงสำหรับงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แม้นายจ้างจะให้ทำงานน้อยกว่านั้นก็ตาม
  • ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือเป็นคนละระบบ ปัจจุบันกำหนดไว้รวม 141 สาขา อัตราของ 13 สาขาล่าสุดอยู่ระหว่าง 485 ถึง 800 บาทต่อวัน
  • นายจ้างที่จ่ายต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำมีโทษตามมาตรา 144 คือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ถึงวันที่ 14 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศฉบับใหม่ อัตราของปี 2569 จึงเป็นอัตราเดียวกับที่เริ่มใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม 2568

ค่าแรงขั้นต่ำล่าสุดตอนนี้เท่าไหร่ และใช้ประกาศฉบับไหน?

อัตราที่บังคับใช้อยู่มาจากประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ประกาศ ณ วันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ตามข้อ 21 ของประกาศ ส่วนที่ประชาชนมักเข้าใจผิดคือคิดว่าค่าแรง 400 บาทใช้ทั้งประเทศแล้ว ความจริงคือ 400 บาทผูกกับพื้นที่และประเภทกิจการที่ระบุไว้ในข้อ 2 เท่านั้น

อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ คืออะไร

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 นิยามไว้ในมาตรา 5 ว่า “อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ” หมายความว่าอัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ กระบวนการกำหนดอยู่ในมาตรา 87 ซึ่งให้คณะกรรมการค่าจ้างพิจารณาดัชนีค่าครองชีพ อัตราเงินเฟ้อ มาตรฐานการครองชีพ ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้าและบริการ ความสามารถของธุรกิจ ผลิตภาพแรงงาน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม จากนั้นมาตรา 88 ให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 2 ของประกาศฉบับที่ 14 กำหนดอัตรา 400 บาทไว้สามกลุ่ม กลุ่มแรกคือกิจการโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม เฉพาะโรงแรมประเภท 2 ประเภท 3 และประเภท 4 ในท้องที่ทุกจังหวัด กลุ่มที่สองคือกิจการสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการในท้องที่ทุกจังหวัด และกลุ่มที่สามคือท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง และสุราษฎร์ธานีเฉพาะอำเภอเกาะสมุย

จุดที่ต้องอ่านให้ละเอียดคือคำว่าเฉพาะโรงแรมประเภท 2 ถึง 4 เพราะโรงแรมประเภท 1 ไม่อยู่ในข่ายนี้ สมาคมสถาปนิกสยามอธิบายว่าโรงแรมประเภท 1 คือโรงแรมที่ให้บริการเฉพาะห้องพัก ส่วนประเภท 2 คือโรงแรมที่ให้บริการทั้งห้องพักและห้องอาหาร ที่พักเล็ก ๆ ที่มีแต่ห้องนอนจึงยังใช้อัตราตามจังหวัดของตัวเอง

ค่าแรงขั้นต่ำแต่ละจังหวัดได้วันละกี่บาท?

ประกาศฉบับที่ 14 ไล่อัตราไว้ตั้งแต่ข้อ 2 ถึงข้อ 18 รวม 17 อัตรา ตารางด้านล่างเรียงตามลำดับข้อในประกาศ พร้อมคอลัมน์เทียบกับประกาศฉบับที่ 13 ที่ใช้อยู่ก่อนหน้า เพื่อให้เห็นว่าจังหวัดใดขยับจริงและจังหวัดใดอยู่ที่เดิม

อัตรา (บาท/วัน)พื้นที่หรือประเภทกิจการจำนวนพื้นที่เทียบกับฉบับที่ 13
400โรงแรมประเภท 2, 3, 4 และสถานบริการ ทุกจังหวัดทั่วประเทศเพิ่มเข้ามาใหม่
400กรุงเทพมหานคร1 พื้นที่ขึ้นจาก 372 บาท
400ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง และสุราษฎร์ธานีเฉพาะอำเภอเกาะสมุย4 จังหวัด 1 อำเภอเท่าเดิม
380เชียงใหม่เฉพาะอำเภอเมืองเชียงใหม่ และสงขลาเฉพาะอำเภอหาดใหญ่2 อำเภอเท่าเดิม
372นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร5 จังหวัดเท่าเดิม แต่ไม่มีกรุงเทพมหานครแล้ว
359นครราชสีมา1 จังหวัดเท่าเดิม
358สมุทรสงคราม1 จังหวัดเท่าเดิม
357ขอนแก่น เชียงใหม่ยกเว้นอำเภอเมืองเชียงใหม่ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี5 พื้นที่เท่าเดิม
356ลพบุรี1 จังหวัดเท่าเดิม
355นครนายก สุพรรณบุรี หนองคาย3 จังหวัดเท่าเดิม
354กระบี่ ตราด2 จังหวัดเท่าเดิม
352กาญจนบุรี จันทบุรี เชียงราย ตาก นครพนม บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พังงา พิษณุโลก มุกดาหาร สกลนคร สงขลายกเว้นอำเภอหาดใหญ่ สระแก้ว สุราษฎร์ธานียกเว้นอำเภอเกาะสมุย อุบลราชธานี15 พื้นที่เท่าเดิม
351ชุมพร เพชรบุรี สุรินทร์3 จังหวัดเท่าเดิม
350นครสวรรค์ ยโสธร ลำพูน3 จังหวัดเท่าเดิม
349กาฬสินธุ์ นครศรีธรรมราช บึงกาฬ เพชรบูรณ์ ร้อยเอ็ด5 จังหวัดเท่าเดิม
348ชัยนาท ชัยภูมิ พัทลุง สิงห์บุรี อ่างทอง5 จังหวัดเท่าเดิม
347กำแพงเพชร พิจิตร มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ระนอง ราชบุรี ลำปาง เลย ศรีสะเกษ สตูล สุโขทัย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ อุทัยธานี16 จังหวัดเท่าเดิม
345ตรัง น่าน พะเยา แพร่4 จังหวัดเท่าเดิม
337นราธิวาส ปัตตานี ยะลา3 จังหวัดเท่าเดิม
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  แฟน เก่า โบว์ เมล ดา: ข้อมูลและเรื่องราว

วิธีอ่านตารางคือดูสองชั้น ชั้นแรกคือประเภทกิจการ ถ้าทำงานในโรงแรมประเภท 2 ถึง 4 หรือสถานบริการ อัตราคือ 400 บาททันทีไม่ว่าอยู่จังหวัดไหน ชั้นที่สองคือพื้นที่ ให้ไล่หาจังหวัดหรืออำเภอของสถานที่ทำงาน ไม่ใช่จังหวัดตามทะเบียนบ้าน

อินโฟกราฟิกสรุป ค่าแรงขั้นต่ำล่าสุด 337 ถึง 400 บาท ตารางทุกจังหวัด และโทษเมื่อจ่ายต่ำกว่า
สรุปเป็นภาพ: ค่าแรงขั้นต่ำล่าสุด 337 ถึง 400 บาท ตารางทุกจังหวัด และโทษเมื่อจ่ายต่ำกว่า

ค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเมื่อไหร่ และรอบล่าสุดเปลี่ยนอะไรไปบ้าง?

รอบล่าสุดที่มีการเปลี่ยนแปลงคือวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ก่อนหน้านั้นคือวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นวันที่ประกาศฉบับที่ 13 ลงวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2567 เริ่มมีผล ทั้งสองฉบับใช้เวลาห่างกันเพียงหกเดือน แต่ขนาดของการเปลี่ยนแปลงต่างกันมาก

เมื่อนำข้อความของสองฉบับมาวางเทียบกันทีละข้อ จะเห็นว่าตัวเลขของกลุ่ม 380, 372, 359, 358, 357, 356, 355, 354, 352, 351, 350, 349, 348, 347, 345 และ 337 บาท มีรายชื่อจังหวัดเหมือนเดิมทุกข้อ สิ่งที่ประกาศฉบับที่ 14 ทำมีสามอย่าง คือย้ายกรุงเทพมหานครออกจากกลุ่ม 372 บาทไปอยู่กลุ่ม 400 บาท เพิ่มกิจการโรงแรมประเภท 2 ถึง 4 และสถานบริการทุกจังหวัดเข้ามาที่ 400 บาท และยกเลิกประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำประเภทกิจการโรงแรม ลงวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2567 ที่เคยแยกออกไปต่างหาก

แปลว่าลูกจ้างในอีก 76 จังหวัดที่ไม่ได้ทำงานในโรงแรมประเภท 2 ถึง 4 หรือสถานบริการ ได้รับอัตราเท่ากับตอนต้นปี 2568 ไม่ขยับ ข่าวพาดหัวว่า “ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ” ในเดือนกรกฎาคม 2568 จึงเป็นการขึ้นแบบเจาะจงพื้นที่และเจาะจงประเภทกิจการ ไม่ใช่การขึ้นทั้งประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ระบุตรงกันว่ากรุงเทพมหานครขยับจาก 372 เป็น 400 บาท คือเพิ่มขึ้น 28 บาทต่อวัน

ย้อนกลับไปสิบปีขยับเท่าไหร่

Policy Watch ของไทยพีบีเอสรวบรวมไว้ว่าปี 2558 ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท และปี 2568 ขึ้นถึง 400 บาทเฉพาะบางพื้นที่ คือเพิ่มขึ้น 100 บาทในรอบสิบปี หรือราว 33 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างทางเคยคงอัตรา 300 บาทไว้ช่วงปี 2557 ถึง 2559 แล้วปรับเป็น 308 ถึง 330 บาทในปี 2560 เป็น 313 ถึง 336 บาทในปี 2563 และเป็น 328 ถึง 354 บาทในปี 2565

ทำไมปี 2569 ยังไม่มีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ?

คำตอบสั้นคือยังไม่มีประกาศฉบับใหม่ออกมา จึงต้องใช้อัตราของฉบับที่ 14 ต่อไป ในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าถ้ามีการขอเพิ่มค่าแรง ทุกอย่างต้องมีเหตุผล ซึ่งเป็นท่าทีที่ยังไม่ผูกมัดว่าจะมีการพิจารณาปรับขึ้นหรือไม่

ในวันเดียวกัน เครือข่ายสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทยและสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ยื่นข้อเรียกร้อง 9 ข้อที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หนึ่งในนั้นคือขอให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 712 บาท ตัวเลขนี้เป็นข้อเรียกร้องของฝ่ายลูกจ้าง ไม่ใช่อัตราที่ประกาศใช้ จึงไม่ควรนำไปอ้างเป็นค่าแรงที่มีผลทางกฎหมาย

โครงสร้างการตัดสินใจก็มีส่วน เพราะอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเดินผ่านระบบไตรภาคี คือภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ในคณะกรรมการค่าจ้าง แล้วต้องเสนอคณะรัฐมนตรีก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 88 อัตราใหม่จึงเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีมติของคณะกรรมการค่าจ้างก่อน

ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้มาจากประกาศและแหล่งข้อมูลที่อ้างอิงไว้ท้ายบทความ ณ วันที่ตรวจสอบคือ 14 กันยายน 2569 อัตราค่าจ้างเปลี่ยนได้ทุกครั้งที่คณะกรรมการค่าจ้างออกประกาศใหม่ ก่อนใช้ตัดสินใจเรื่องเงินเดือนหรือทำสัญญาจ้าง ควรตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดอีกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายเฉพาะราย

ค่าแรงขั้นต่ำกับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองอย่างออกโดยคณะกรรมการค่าจ้างชุดเดียวกัน แต่ตอบคนละคำถาม ค่าแรงขั้นต่ำตอบว่าลูกจ้างทุกคนในพื้นที่นั้นต้องได้อย่างน้อยเท่าไหร่ ส่วนค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือตอบว่าคนที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาอาชีพหนึ่ง ควรได้อย่างน้อยเท่าไหร่ มาตรา 5 นิยามไว้ว่าเป็นอัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดขึ้นในแต่ละสาขาอาชีพตามมาตรฐานฝีมือ และมาตรา 87 วรรคท้ายกำหนดว่าอัตรานี้ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ

ล่าสุดคณะรัฐมนตรีรับทราบประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ (ฉบับที่ 14) ลงวันที่ 9 เมษายน 2568 ซึ่งกำหนดอัตราของ 13 สาขา โดยให้มีผลใช้บังคับ 90 วันหลังจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อรวมกับ 129 สาขาเดิมตามประกาศฉบับที่ 13 ลงวันที่ 29 กันยายน 2566 และนับสาขาที่กำหนดใหม่จริง 12 สาขา จะรวมเป็น 141 สาขา

หัวข้อค่าแรงขั้นต่ำค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือฐานกฎหมาย
ใช้กับใครลูกจ้างทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือในสาขานั้นมาตรา 89
แบ่งตามอะไรพื้นที่และประเภทกิจการบางกลุ่มสาขาอาชีพและระดับฝีมือมาตรา 87
จำนวนอัตรา17 อัตรา ตั้งแต่ 337 ถึง 400 บาทรวม 141 สาขาประกาศฉบับที่ 14 ทั้งสองระบบ
ตัวอย่างอัตรากรุงเทพมหานคร 400 บาท ยะลา 337 บาทพนักงานขับรถบรรทุก 485 บาทประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง
อัตราสูงสุดที่เพิ่งกำหนด400 บาทต่อวันช่างเทคนิคเครื่องปรับอากาศสำหรับห้องสะอาด ระดับ 2 ที่ 800 บาทประกาศอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ฉบับที่ 14
ความสัมพันธ์กันเป็นพื้นขั้นต่ำสุดต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมาตรา 87 วรรคท้าย
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  เลข เด็ด จาก ฝัน ว่า ตัว เอง ตาย ความหมาย และ ทำนาย

ในทางปฏิบัติ ถ้ามีใบรับรองผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาที่ประกาศอัตราไว้แล้ว นายจ้างจะจ่ายเท่าค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดไม่ได้ ตัวอย่างคือผู้บังคับรถปั้นจั่นตีนตะขาบและผู้บังคับรถปั้นจั่นล้อยาง ที่กำหนดไว้ 620 บาทต่อวัน สูงกว่าอัตราขั้นต่ำสูงสุด 400 บาท

ลูกจ้างรายวันกับรายเดือนคิดค่าแรงขั้นต่ำอย่างไร?

สำหรับลูกจ้างรายวัน การเทียบง่ายที่สุด เพราะประกาศเขียนเป็นอัตราต่อวันอยู่แล้ว ประเด็นอยู่ที่นิยามคำว่า “วัน” ในข้อ 19 ซึ่งหมายถึงเวลาทำงานปกติที่ไม่เกิน 8 ชั่วโมงสำหรับงานทั่วไป และไม่เกิน 7 ชั่วโมงสำหรับงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2541) ข้อความสำคัญคือประโยคต่อท้ายที่ว่า แม้นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานน้อยกว่าเวลาทำงานปกติเพียงใดก็ตาม นั่นคือถ้าเรียกมาทำครึ่งวันในวันทำงานปกติ ก็ยังต้องได้ค่าจ้างเต็มอัตราของวันนั้น

สำหรับลูกจ้างรายเดือน กฎหมายไม่ได้เขียนตัวเลขเงินเดือนขั้นต่ำไว้ตรง ๆ แต่มาตรา 68 วางตัวหารไว้ให้แล้วสำหรับการคำนวณค่าล่วงเวลา โดยระบุว่าอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานของลูกจ้างรายเดือน หมายถึงค่าจ้างรายเดือนหารด้วยผลคูณของสามสิบกับจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวันโดยเฉลี่ย ตัวหาร 30 จึงเป็นฐานที่ใช้เทียบกันในทางปฏิบัติ ระหว่างเงินเดือนกับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน

อีกจุดที่ทำให้ตัวเลขสองแบบไม่เท่ากันคือมาตรา 56 ซึ่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเท่ากับวันทำงานสำหรับวันหยุดประจำสัปดาห์ ยกเว้นลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างรายวัน รายชั่วโมง หรือตามผลงาน เงินเดือนของลูกจ้างรายเดือนจึงรวมวันหยุดประจำสัปดาห์ไว้แล้ว ส่วนลูกจ้างรายวันได้เฉพาะวันที่มาทำงาน

อัตราขั้นต่ำตัวอย่างพื้นที่เทียบด้วยตัวหาร 30รายวันทำงาน 26 วัน
400 บาทกรุงเทพมหานคร12,000 บาท10,400 บาท
380 บาทอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา11,400 บาท9,880 บาท
372 บาทนนทบุรี11,160 บาท9,672 บาท
357 บาทขอนแก่น10,710 บาท9,282 บาท
347 บาทอุดรธานี10,410 บาท9,022 บาท
337 บาทยะลา10,110 บาท8,762 บาท

ตัวเลขในสองคอลัมน์ขวาเป็นการคำนวณเพื่อเทียบให้เห็นภาพ ไม่ใช่ตัวเลขที่เขียนอยู่ในประกาศ ถ้าเดือนไหนมีวันทำงานมากหรือน้อยกว่า 26 วัน ยอดของลูกจ้างรายวันก็เปลี่ยนตาม ส่วนการคิดชั่วโมงล่วงเวลาต่อจากฐานนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ วิธีคิดค่าล่วงเวลาตามกฎหมายแรงงาน และถ้าอยากดูโครงสร้างเงินเดือนโดยรวม อ่านต่อได้ที่ วิธีคำนวณเงินเดือนและรายการหักต่าง ๆ

นายจ้างจ่ายต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำได้ไหม และร้องเรียนที่ไหน?

จ่ายไม่ได้ ข้อ 20 ของประกาศเขียนชัดว่าห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างเป็นเงินแก่ลูกจ้างน้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งตรงกับมาตรา 90 วรรคหนึ่งของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และมาตรา 89 ยังระบุว่าประกาศนี้ให้ใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ การที่ลูกจ้างเซ็นยินยอมรับค่าจ้างต่ำกว่าอัตราจึงไม่ทำให้การจ่ายนั้นถูกต้องขึ้น

บทลงโทษอยู่ในมาตรา 144 ซึ่งกำหนดว่านายจ้างที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 90 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้มาตรา 90 วรรคสองยังกำหนดหน้าที่เพิ่มอีกข้อ คือให้นายจ้างปิดประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ประกาศมีผลใช้บังคับ

ค้างจ่ายแล้วมีดอกเบี้ยไหม

มี มาตรา 9 กำหนดว่าถ้านายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 70 ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ถึงกำหนดจ่าย ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างจ่ายทุกระยะเวลาเจ็ดวัน ส่วนกำหนดจ่ายตามมาตรา 70 คือค่าจ้างรายเดือน รายวัน รายชั่วโมง ต้องจ่ายเดือนหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้ง

ขั้นตอนร้องเรียน

  • ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน: มาตรา 123 ให้ลูกจ้างยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ ตามแบบที่อธิบดีกำหนด
  • รอผลภายใน 60 วัน: มาตรา 124 ให้พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งภายในหกสิบวันนับแต่วันรับคำร้อง หากจำเป็นขอขยายต่ออธิบดีได้อีกไม่เกินสามสิบวัน
  • นายจ้างต้องจ่ายใน 30 วัน: เมื่อมีคำสั่งให้จ่าย นายจ้างต้องจ่ายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่ง และถ้าปฏิบัติตามคำสั่งครบ การดำเนินคดีอาญาต่อนายจ้างเป็นอันระงับไปตามมาตรา 124/1
  • ไม่พอใจคำสั่งให้ไปศาล: มาตรา 125 ให้ฝ่ายที่ไม่พอใจนำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง ถ้านายจ้างเป็นฝ่ายฟ้อง ต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายก่อน
  • ช่องทางโทรศัพท์: เว็บไซต์กระทรวงแรงงานระบุช่องทางแจ้งเรื่องร้องทุกข์หรือร้องเรียนด้านแรงงานไว้ที่หมายเลข 0 2232 1462 ถึง 63 หรือสายด่วน 1506 กด 5

คำถามที่พบบ่อย

ค่าแรงขั้นต่ำล่าสุดวันละเท่าไหร่?

อยู่ที่วันละ 337 ถึง 400 บาท แบ่งเป็น 17 อัตรา ตามประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ (ฉบับที่ 14) ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

จังหวัดไหนได้ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท?

กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ภูเก็ต ระยอง และอำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้กิจการโรงแรมประเภท 2 ถึง 4 และสถานบริการได้ 400 บาทในทุกจังหวัด

จังหวัดไหนได้ค่าแรงขั้นต่ำน้อยที่สุด?

นราธิวาส ปัตตานี และยะลา อยู่ที่วันละ 337 บาท ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดตามข้อ 18 ของประกาศฉบับที่ 14

ปี 2569 ค่าแรงขั้นต่ำขึ้นหรือยัง?

ถึงวันที่ตรวจสอบคือ 14 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศฉบับใหม่ออกมา อัตราที่ใช้อยู่จึงยังเป็นอัตราตามประกาศฉบับที่ 14 ที่เริ่มใช้เมื่อ 1 กรกฎาคม 2568

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  วิเคราะห์ อัลอาเบส vs เรอัลมาดริด: ผลบอลและสถิติล่าสุด

ค่าแรง 400 บาทใช้ทั้งประเทศแล้วหรือยัง?

ยัง อัตรา 400 บาทผูกกับพื้นที่ที่ระบุไว้และกับกิจการโรงแรมประเภท 2 ถึง 4 กับสถานบริการเท่านั้น จังหวัดอื่นยังใช้อัตราของตัวเองตามข้อ 3 ถึงข้อ 18

เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ?

กฎหมายไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลขเงินเดือน แต่มาตรา 68 ใช้ตัวหาร 30 ในการแปลงเงินเดือนเป็นอัตราต่อชั่วโมง เมื่อใช้ฐานเดียวกันเทียบ อัตรา 400 บาทต่อวันจะเท่ากับ 12,000 บาทต่อเดือน และ 337 บาทต่อวันจะเท่ากับ 10,110 บาทต่อเดือน

ทำงานวันละ 4 ชั่วโมงต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำเต็มวันไหม?

ข้อ 19 ของประกาศระบุว่าคำว่าวันหมายถึงเวลาทำงานปกติที่ไม่เกิน 8 ชั่วโมง แม้นายจ้างจะให้ทำงานน้อยกว่าเวลาทำงานปกติเพียงใดก็ตาม กรณีนี้จึงยังต้องได้อัตราเต็มของวันนั้น

ลูกจ้างยินยอมรับค่าจ้างต่ำกว่าขั้นต่ำได้ไหม?

ไม่ได้ ข้อ 20 ของประกาศและมาตรา 90 วรรคหนึ่งห้ามนายจ้างจ่ายต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ และมาตรา 89 ระบุว่าให้ใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติ

นายจ้างจ่ายต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำมีโทษอะไร?

มาตรา 144 กำหนดโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากค้างจ่าย ยังมีดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปีตามมาตรา 9

ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสมอไหม?

ใช่ มาตรา 87 วรรคท้ายกำหนดว่าอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนด

ร้องเรียนเรื่องค่าจ้างได้ที่ไหน?

ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานในท้องที่ที่ทำงานหรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาตามมาตรา 123 หรือแจ้งทางโทรศัพท์ที่ 0 2232 1462 ถึง 63 หรือสายด่วน 1506 กด 5 ตามที่เว็บไซต์กระทรวงแรงงานระบุไว้

เช็กอัตราของจังหวัดตัวเองก่อนเซ็นสัญญารอบหน้า

สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเปิดสลิปเงินเดือนล่าสุด หาอัตราต่อวันของจังหวัดหรืออำเภอที่สถานที่ทำงานตั้งอยู่จากตารางด้านบน แล้วเทียบกับยอดที่ได้รับจริง ลูกจ้างรายวันเทียบตรง ๆ ลูกจ้างรายเดือนใช้ตัวหาร 30 ตามมาตรา 68 เป็นเกณฑ์เบื้องต้น

อีกอย่างที่ลืมกันบ่อยคือมาตรา 90 วรรคสอง ซึ่งให้นายจ้างปิดประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้ในที่เปิดเผยตลอดเวลาที่ประกาศมีผล ถ้าที่ทำงานไม่มีประกาศนี้ติดอยู่เลย นั่นคือสัญญาณแรกที่ควรสอบถามฝ่ายบุคคล

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด