บทความแนะนำน้ำหนักเหล็กเส้นกลม RB6 ถึง RB25 ตาราง กก./ม. สูตรคำนวณ และ มอก. 20

น้ำหนักเหล็กเส้นกลม RB6 ถึง RB25 ตาราง กก./ม. สูตรคำนวณ และ มอก. 20

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: น้ำหนักเหล็กเส้นกลมตามมาตรฐาน มอก. 20 คือ RB6 หนัก 0.222 กก./ม. RB9 หนัก 0.499 กก./ม. และ RB12 หนัก 0.888 กก./ม. เส้นยาว 10 เมตรจึงหนัก 2.22, 4.99 และ 8.88 กิโลกรัมตามลำดับ คำนวณเองได้จากสูตรประมาณ d²/162 กิโลกรัมต่อเมตร เมื่อ d คือเส้นผ่านศูนย์กลางเป็นมิลลิเมตร

น้ำหนักเหล็กเส้นกลมขึ้นกับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ตามตารางมวลระบุใน มอก. 20 เหล็ก RB6 หนัก 0.222 กิโลกรัมต่อเมตร RB9 หนัก 0.499 RB12 หนัก 0.888 RB15 หนัก 1.387 RB19 หนัก 2.226 และ RB25 หนัก 3.853 กิโลกรัมต่อเมตร คูณด้วยความยาว 10 เมตรก็ได้น้ำหนักต่อเส้นทันที ส่วนเส้นจริงที่ขายหน้าร้านจะคลาดเคลื่อนจากค่านี้ได้ไม่เกินเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด

ประเด็นสำคัญ

  • RB6 ยาว 10 ม. หนัก 2.22 กก./เส้น (0.222 กก./ม.) และ RB9 ยาว 10 ม. หนัก 4.99 กก./เส้น (0.499 กก./ม.)
  • RB12 ยาว 10 ม. หนัก 8.88 กก./เส้น (0.888 กก./ม.) เป็นขนาดที่ใช้บ่อยในงานบ้าน
  • สูตรในมาตรฐานคือ มวลระบุ = 0.00785 × พื้นที่หน้าตัด (ตร.มม.) ได้หน่วยกิโลกรัมต่อเมตร ย่อเป็นสูตรลัดได้ราว d²/162
  • เหล็กเส้นกลมมีชั้นคุณภาพเดียวคือ SR24 ความต้านแรงดึงที่จุดครากไม่น้อยกว่า 235 เมกะพาสคัล
  • RB6 ถึง RB12 แต่ละเส้นเบากว่าค่าระบุได้ไม่เกิน 10% และค่าเฉลี่ยไม่เกิน 5% ส่วน RB15 ขึ้นไปได้ไม่เกิน 6% และ 3.5%
  • ความยาวที่ร้านวัสดุขายเป็นมาตรฐานคือ 10 เมตร และมาตรฐานยอมให้ยาวเกินได้ไม่เกิน 55 มิลลิเมตร แต่ห้ามสั้นกว่าที่ระบุ
  • เหล็กข้ออ้อยใช้ มอก. 24 มีสามชั้นคุณภาพ SD30, SD40 และ SD50 ขนาดเท่ากันจะมีมวลระบุต่อเมตรเท่ากับเหล็กเส้นกลม

เหล็กเส้นกลมแต่ละขนาดหนักกี่กิโลกรัม?

เหล็กเส้นกลมหนักตามขนาดที่ระบุบนชื่อ ตัวเลขหลัง RB คือเส้นผ่านศูนย์กลางเป็นมิลลิเมตร และ มอก. 20 กำหนดมวลต่อเมตรของแต่ละขนาดไว้ในตารางที่ 1 ของมาตรฐาน ตารางด้านล่างนำค่านั้นมาคูณความยาว 10 เมตร และคำนวณจำนวนเส้นต่อน้ำหนัก 1 ตันให้ด้วย

ค่าที่ใช้ในตารางคือ “มวลระบุ” ซึ่งมาตรฐานนิยามว่าเป็นมวลต่อความยาว 1 เมตรของเหล็กที่มีขนาดตรงตามขนาดระบุพอดี เราตรวจเทียบกับตารางที่โรงงานและร้านจำหน่ายเหล็กในไทยเผยแพร่แล้ว ตัวเลขทั้ง 6 ขนาดหลักตรงกันทุกตำแหน่งทศนิยม

ชื่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง (มม.)พื้นที่หน้าตัด (ตร.มม.)น้ำหนักต่อเมตร (กก./ม.)น้ำหนักต่อเส้น 10 ม. (กก.)จำนวนเส้นต่อ 1 ตัน
RB6628.30.2222.22ราว 450
RB8850.30.3953.95ราว 253
RB9963.60.4994.99ราว 200
RB101078.50.6166.16ราว 162
RB1212113.10.8888.88ราว 113
RB1515176.71.38713.87ราว 72
RB1919283.52.22622.26ราว 45
RB2222380.12.98429.84ราว 34
RB2525490.93.85338.53ราว 26
RB2828615.84.83448.34ราว 21
RB3434907.97.12771.27ราว 14

สองคอลัมน์สุดท้ายเราคำนวณเอง น้ำหนักต่อเส้นคือมวลระบุคูณ 10 ส่วนจำนวนเส้นต่อตันคือ 1,000 หารด้วยน้ำหนักต่อเส้น แล้วปัดเป็นจำนวนเต็ม เช่น RB9 ได้ 1,000 ÷ 4.99 ≈ 200.4 เส้น จึงเขียนว่าราว 200 เส้น ตัวเลขนี้เป็นค่าตามทฤษฎี เหล็กที่ส่งจริงหนึ่งตันอาจได้จำนวนเส้นมากหรือน้อยกว่านี้เล็กน้อยตามน้ำหนักจริงของล็อตนั้น

สำหรับคนที่ค้นหาเฉพาะขนาดยอดนิยม สรุปเป็นรายการสั้นได้ดังนี้

  • RB6 ยาว 10 ม. หนัก 2.22 กก./เส้น (0.222 กก./ม.)
  • RB9 ยาว 10 ม. หนัก 4.99 กก./เส้น (0.499 กก./ม.)
  • RB12 ยาว 10 ม. หนัก 8.88 กก./เส้น (0.888 กก./ม.)
  • RB15 ยาว 10 ม. หนัก 13.87 กก./เส้น (1.387 กก./ม.)
  • RB19 ยาว 10 ม. หนัก 22.26 กก./เส้น (2.226 กก./ม.)
  • RB25 ยาว 10 ม. หนัก 38.53 กก./เส้น (3.853 กก./ม.)

ข้อสังเกตที่ช่วยจำคือ น้ำหนักไม่ได้เพิ่มตามเส้นผ่านศูนย์กลางแบบเส้นตรง แต่เพิ่มตามกำลังสองของมัน RB12 ใหญ่กว่า RB6 สองเท่า แต่หนักกว่าสี่เท่า คือ 0.888 เทียบกับ 0.222 กิโลกรัมต่อเมตร คนที่ประเมินน้ำหนักด้วยสายตาจึงมักประเมินเหล็กเส้นใหญ่ต่ำกว่าความจริง

อินโฟกราฟิกสรุป น้ำหนักเหล็กเส้นกลม RB6 ถึง RB25 ตาราง กก./ม. สูตรคำนวณ และ มอก. 20
สรุปเป็นภาพ: น้ำหนักเหล็กเส้นกลม RB6 ถึง RB25 ตาราง กก./ม. สูตรคำนวณ และ มอก. 20

เหล็กเส้นกลม SR24 คืออะไร?

SR24 คือสัญลักษณ์ชั้นคุณภาพของเหล็กเส้นกลมเสริมคอนกรีตตาม มอก. 20 ซึ่งมาตรฐานเขียนไว้ชัดว่ามีชั้นคุณภาพเดียว เหล็กเส้นกลมที่ได้มาตรฐานในไทยทุกขนาดจึงเป็น SR24 เหมือนกันหมด ต่างกันแค่ขนาด

นิยาม: เหล็กเส้นกลม (round bar) ตาม มอก. 20 คือเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่มีภาคตัดขวางเป็นรูปกลม ผิวเรียบเกลี้ยง ทำด้วยกรรมวิธีรีดร้อน และมีความยาวตั้งแต่ 3.40 เมตรขึ้นไป ใช้ชื่อขนาดขึ้นต้นด้วย RB ตามด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางระบุเป็นมิลลิเมตร และมีชั้นคุณภาพเดียวคือ SR 24

สมบัติทางกลที่ มอก. 20 กำหนดให้ SR24 ต้องผ่านมีสามข้อ ความต้านแรงดึงต้องไม่น้อยกว่า 385 เมกะพาสคัล ความต้านแรงดึงที่จุดครากต้องไม่น้อยกว่า 235 เมกะพาสคัล และความยืดต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 21 นอกจากนั้นยังต้องผ่านการทดสอบดัดโคง 180 องศารอบหัวกดขนาด 3 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลาง โดยผิวด้านนอกต้องไม่แตกหรือปริ

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  หลัง สงครามโลก ครั้ง ที่ 2 จบ ลง ประเทศ ใด ก้าว ขึ้น มา เป็น มหาอำนาจ

ตัวเลข 24 ในชื่อชั้นคุณภาพสอดคล้องกับค่าจุดครากในหน่วยเก่า ถ้าแปลง 235 เมกะพาสคัลเป็นกิโลกรัมแรงต่อตารางเซนติเมตร โดยใช้ความเร่งโน้มถ่วงมาตรฐาน 9.80665 เมตรต่อวินาทียกกำลังสองตามที่ NIST ระบุ จะได้ 235 × 10⁶ ÷ (9.80665 × 10⁴) ≈ 2,396 กก./ตร.ซม. หรือราว 2,400 นี่คือเหตุผลที่ช่างรุ่นเก่าพูดถึง SR24 ว่าเป็นเหล็ก “สองพันสี่ร้อย”

มอก. 20-2559 เปลี่ยนอะไรจากฉบับก่อน

มาตรฐานที่ใช้อยู่มีเลข มอก. 20-2559 ซึ่งเกิดจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4802 (พ.ศ. 2559) ลงวันที่ 14 มีนาคม 2559 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 119 ง วันที่ 24 พฤษภาคม 2559 ประกาศนี้เป็นการแก้ไขครั้งที่ 1 ของ มอก. 20-2543 ไม่ได้เขียนมาตรฐานใหม่ทั้งฉบับ ตารางขนาด มวล และเกณฑ์คลาดเคลื่อนจึงยังเป็นชุดเดิมของฉบับ 2543

สิ่งที่แก้หลัก ๆ อยู่ที่วัตถุดิบและการทำเครื่องหมาย เหล็กเส้นกลมต้องทำจากเหล็กแท่งเล็ก (billet) หรือเหล็กแท่งใหญ่ (bloom) เท่านั้น ด้วยการหล่อแบบต่อเนื่องที่มีอัตราการหล่ออย่างน้อย 10,000 กิโลกรัมต่อชั่วโมง และเตาหลอมต้องมีขนาดไม่ต่ำกว่า 5,000 กิโลกรัมต่อเตา ส่วนตัวนูนบนเนื้อเหล็กต้องเพิ่มชั้นคุณภาพและสัญลักษณ์กรรมวิธีทำเหล็กแท่ง เช่น EF สำหรับเตาอาร์กไฟฟ้า หรือ IF สำหรับเตาอินดักชัน ข้อนี้มีประโยชน์ตอนตรวจของ ซึ่งจะเล่าในหัวข้อถัดไป

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเส้นทำอย่างไร?

ให้หาพื้นที่หน้าตัดของเหล็กก่อน แล้วคูณด้วย 0.00785 จะได้มวลเป็นกิโลกรัมต่อเมตร นี่คือสูตรที่เขียนไว้ในหมายเหตุใต้ตารางที่ 1 ของ มอก. 20 เอง ถ้าต้องการคิดเร็ว ๆ ในหัว ใช้สูตรลัด d²/162 ได้ผลแทบเท่ากัน

ขั้นแรก พื้นที่หน้าตัดของวงกลมคือ π × d² ÷ 4 มาตรฐานใช้ π = 3.1416 เช่น RB12 ได้ 3.1416 × 144 ÷ 4 ≈ 113.1 ตารางมิลลิเมตร ขั้นที่สอง นำพื้นที่คูณ 0.00785 ได้ 113.1 × 0.00785 ≈ 0.888 กิโลกรัมต่อเมตร ตรงกับค่าในตาราง

เลข 0.00785 มาจากความหนาแน่นของเหล็กกล้า 7,850 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อแปลงหน่วยให้พื้นที่เป็นตารางมิลลิเมตรและความยาวเป็นเมตร พื้นที่ 1 ตารางมิลลิเมตรยาว 1 เมตรคิดเป็นปริมาตร 0.000001 ลูกบาศก์เมตร คูณ 7,850 ได้ 0.00785 กิโลกรัมพอดี

สูตรลัด d²/162 มาจากไหน

ถ้ารวบสองขั้นเข้าด้วยกัน มวลต่อเมตรจะเท่ากับ 7,850 × π × d² ÷ 4 ÷ 1,000,000 เมื่อ d เป็นมิลลิเมตร ตัวคงที่ทั้งหมดรวมกันได้ราว 1 ÷ 162.2 จึงเขียนย่อได้ว่า มวลต่อเมตร ≈ d² ÷ 162 เราลองคำนวณเทียบทั้ง 11 ขนาดในตาราง พบว่าสูตรลัดให้ค่าสูงกว่าตัวเลขมาตรฐานไม่เกินราว 0.2% ทุกขนาด ใช้ประมาณราคาหรือน้ำหนักขนส่งได้สบาย แต่เวลาตรวจรับตามมาตรฐานควรอ้างตัวเลขในตาราง

  • RB6: 6 × 6 ÷ 162 = 36 ÷ 162 ≈ 0.222 กก./ม.
  • RB9: 9 × 9 ÷ 162 = 81 ÷ 162 = 0.500 กก./ม. (ค่ามาตรฐาน 0.499)
  • RB12: 12 × 12 ÷ 162 = 144 ÷ 162 ≈ 0.889 กก./ม. (ค่ามาตรฐาน 0.888)
  • RB25: 25 × 25 ÷ 162 = 625 ÷ 162 ≈ 3.858 กก./ม. (ค่ามาตรฐาน 3.853)

สูตรเดียวกันนี้ใช้นอกประเทศไทยด้วย ตารางเหล็กเสริมตามมาตรฐานยุโรป EN 10080 ใน Wikipedia ระบุว่าเหล็กขนาด 6 มิลลิเมตรหนัก 0.222 กิโลกรัมต่อเมตร และขนาด 12 มิลลิเมตรหนัก 0.888 กิโลกรัมต่อเมตร ตรงกับของไทย เพราะทุกระบบคิดจากความหนาแน่นของเหล็กค่าเดียวกัน

กิโลกรัมในตารางเป็นมวล ไม่ใช่แรง

ในภาษาพูดเราเรียกตัวเลขนี้ว่าน้ำหนัก แต่ในทางวิทยาศาสตร์ ค่าที่เป็นกิโลกรัมคือมวล มาตรฐานเองก็ใช้คำว่า “มวลระบุ” ถ้าอยากรู้แรงที่เหล็ก RB12 หนึ่งเส้นกดลงบนบ่า ต้องคูณด้วย g ได้ 8.88 × 9.8 ≈ 87 นิวตัน ใครที่สงสัยว่าทำไมมวลกับน้ำหนักถึงแยกกัน อ่านต่อได้ในบทความ เพราะเหตุใดวัตถุบนโลกจึงมีน้ำหนักแตกต่างกัน สำหรับงานซื้อขายเหล็ก ใช้กิโลกรัมตามตารางได้ตามปกติ

เหล็ก 1 เส้นยาวกี่เมตร และยาวคลาดเคลื่อนได้เท่าไหร่?

เหล็กเส้นกลมที่ขายทั่วไปยาวเส้นละ 10 เมตร ผู้ผลิตเหล็กเส้นกลม SR24 อย่าง The Steel ระบุความยาวมาตรฐานของสินค้าไว้ที่ 10 เมตร และร้านจำหน่ายบางแห่งมีความยาว 12 เมตรให้เลือกด้วย ตัว มอก. 20 ไม่ได้บังคับว่าต้องยาวกี่เมตร แต่กำหนดว่าความยาวต้องไม่ต่ำกว่า 3.40 เมตร และทุกเส้นในมัดเดียวกันต้องยาวเท่ากัน

สิ่งที่มาตรฐานควบคุมคือความคลาดเคลื่อนจากความยาวที่ผู้ผลิตระบุบนป้ายมัด เหล็กที่ยาวไม่เกิน 10 เมตร ยาวเกินได้ไม่เกิน 55 มิลลิเมตร และห้ามสั้นกว่าค่าที่ระบุเลย ส่วนเหล็กที่ยาวเกิน 10 เมตร ยาวเกินได้ 55 มิลลิเมตร บวกอีก 5 มิลลิเมตรทุก ๆ 1 เมตรของส่วนที่ยาวเกิน 10 เมตร แต่รวมกันต้องไม่เกิน 120 มิลลิเมตร

ตัวอย่างเช่น เส้นยาวระบุ 12 เมตร จะยาวเกินได้ 55 + (2 × 5) = 65 มิลลิเมตร เหตุผลที่ยอมให้ยาวเกินแต่ไม่ยอมให้สั้น ก็เพราะผู้ซื้อจ่ายเงินตามความยาวหรือน้ำหนักที่ระบุ ถ้าเหล็กสั้นลง ผู้ซื้อเสียเปรียบทันที ขณะที่เหล็กยาวเกินเล็กน้อยตัดทิ้งได้ที่หน้างาน

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ2568: คุณสมบัติและวิธีการสมัคร

ประเด็นนี้เกี่ยวกับน้ำหนักโดยตรง เพราะเวลาชั่งเหล็กทั้งเส้นเพื่อตรวจว่าเบาหรือไม่ เราต้องหารด้วยความยาวจริงที่วัดได้ ไม่ใช่ความยาวบนป้าย ถ้าเหล็กยาวเกินมา 50 มิลลิเมตร น้ำหนักทั้งเส้นก็จะเพิ่มตามราว 0.5% ของความยาว ซึ่งอาจบังความเบาที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเหล็กได้เล็กน้อย

มอก. 20-2559 ยอมให้เหล็กเส้นกลมเบากว่าค่าระบุได้กี่เปอร์เซ็นต์?

มาตรฐานแบ่งเกณฑ์เป็นสองกลุ่มขนาด RB6 ถึง RB12 แต่ละเส้นคลาดเคลื่อนได้ ±10.0% และค่าเฉลี่ยของตัวอย่างคลาดเคลื่อนได้ ±5.0% ส่วน RB15 ถึง RB34 แต่ละเส้นคลาดเคลื่อนได้ ±6.0% และค่าเฉลี่ยคลาดเคลื่อนได้ ±3.5% ตามตารางที่ 2 ของ มอก. 20

ตารางด้านล่างแปลงเปอร์เซ็นต์เป็นน้ำหนักต่อเส้น 10 เมตร เพื่อให้ใช้เทียบกับตาชั่งได้ทันที เราคิดจากมวลระบุคูณ 10 แล้วลดตามเกณฑ์ ตัวเลขนี้เป็นขอบล่างสุดที่ยังผ่านเกณฑ์ ถ้าชั่งแล้วต่ำกว่านี้ถือว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

ชื่อขนาดเกณฑ์ต่อเส้น / เฉลี่ยน้ำหนักระบุ 10 ม. (กก.)ต่ำสุดต่อเส้น (กก.)ต่ำสุดของค่าเฉลี่ย (กก.)
RB6±10.0% / ±5.0%2.222.002.11
RB9±10.0% / ±5.0%4.994.494.74
RB12±10.0% / ±5.0%8.887.998.44
RB15±6.0% / ±3.5%13.8713.0413.38
RB19±6.0% / ±3.5%22.2620.9221.48
RB25±6.0% / ±3.5%38.5336.2237.18

คำว่า “เฉลี่ย” ในมาตรฐานหมายถึงค่าเฉลี่ยของชุดตัวอย่างที่ชักจากล็อตเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงเส้นเดียว วิธีทดสอบคือตัดท่อนตัวอย่างยาว 1.50 เมตรจากปลายเส้น แล้ววัดความยาวด้วยเครื่องมือที่ละเอียดถึง 1 มิลลิเมตร ชั่งด้วยเครื่องชั่งที่ละเอียดถึง 1 กรัม และรายงานมวลต่อเมตรเป็นทศนิยม 4 ตำแหน่ง

จำนวนตัวอย่างขึ้นกับขนาดล็อต ล็อตไม่เกิน 150 ตันสุ่ม 5 มัด และต้องไม่มีตัวอย่างไม่ผ่านเลย ล็อตมากกว่า 150 ถึง 500 ตันสุ่ม 20 มัด ยอมให้ไม่ผ่านได้ 1 ตัวอย่าง ล็อตมากกว่า 500 ตันสุ่ม 32 มัด ยอมได้ 2 ตัวอย่าง ทั้งนี้ค่าเฉลี่ยยังต้องผ่านเกณฑ์ด้วย

ความเห็นของเราคือ ช่องว่าง 10% ของเหล็กเส้นเล็กเป็นช่องที่กว้างพอสมควร เหล็ก RB12 ที่เบากว่าค่าระบุ 9% ยังผ่านเกณฑ์รายเส้นได้ แต่ถ้าทั้งล็อตเบาเท่านี้ ค่าเฉลี่ยจะหลุดเกณฑ์ 5% ทันที การชั่งหลายเส้นแล้วหาค่าเฉลี่ยจึงบอกอะไรได้มากกว่าการชั่งเส้นเดียว

เหล็กเส้นกลมกับเหล็กข้ออ้อยต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่ผิว มาตรฐาน และกำลัง เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ ใช้ มอก. 20 และมีชั้นคุณภาพเดียวคือ SR24 ส่วนเหล็กข้ออ้อยมีบั้งนูนบนผิวเพื่อยึดเกาะคอนกรีตได้ดีขึ้น ใช้ มอก. 24 และมีสามชั้นคุณภาพที่รับแรงได้สูงกว่า

มาตรฐานเหล็กข้ออ้อยฉบับที่ใช้คือ มอก. 24-2559 มาจากประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4803 (พ.ศ. 2559) ลงวันที่ 14 มีนาคม 2559 ซึ่งแก้ไข มอก. 24-2548 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่มและตอนเดียวกับ มอก. 20-2559 มาตรฐานนี้นิยามเหล็กข้ออ้อยว่าเป็นเหล็กเส้นกลมที่มีบั้ง และอาจมีครีบหรือช่องว่างที่ผิว เพื่อเสริมกำลังยึดระหว่างเหล็กกับเนื้อคอนกรีต ชื่อขนาดขึ้นต้นด้วย DB ตั้งแต่ DB6 ถึง DB40

ชั้นคุณภาพมาตรฐานความต้านแรงดึง (MPa)จุดคราก (MPa)ความยืด (%)
SR24 (เหล็กเส้นกลม)มอก. 2038523521
SD30 (เหล็กข้ออ้อย)มอก. 2448029517
SD40 (เหล็กข้ออ้อย)มอก. 2456039015
SD50 (เหล็กข้ออ้อย)มอก. 2462049013

ทุกค่าในตารางเป็นค่าต่ำสุดที่ต้องผ่าน ถ้าลองแปลงจุดครากเป็นหน่วยเก่าแบบเดียวกับ SR24 จะได้ SD30 ราว 3,008 กก./ตร.ซม. SD40 ราว 3,977 และ SD50 ราว 4,997 ตัวเลข 30, 40 และ 50 ในชื่อจึงบอกระดับกำลังคร่าว ๆ ได้ในลักษณะเดียวกัน

เรื่องน้ำหนัก เหล็กทั้งสองชนิดใช้สูตรมวลระบุเดียวกันคือ 0.00785 × พื้นที่หน้าตัด ขนาดที่ตรงกันจึงมีมวลระบุเท่ากัน เช่น DB12 กับ RB12 หนัก 0.888 กก./ม. เท่ากัน และ DB25 กับ RB25 หนัก 3.853 กก./ม. เท่ากัน สำหรับเหล็กข้ออ้อย เส้นผ่านศูนย์กลางระบุหมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของวงกลมที่มีพื้นที่เท่ากับพื้นที่หน้าตัดระบุ ไม่ใช่ระยะจากยอดบั้งถึงยอดบั้ง

เกณฑ์คลาดเคลื่อนของเหล็กข้ออ้อยแคบกว่า DB6 ถึง DB10 ได้ ±8% ต่อเส้นและ ±7% เฉลี่ย DB12 ถึง DB20 ได้ ±6% และ ±5% DB22 ถึง DB32 ได้ ±5% และ ±4% ส่วน DB36 และ DB40 ได้ ±4% และ ±3.5% ในทางใช้งาน เหล็กเส้นกลมขนาดเล็กอย่าง RB6 และ RB9 มักใช้ทำเหล็กปลอกและงานเสริมเบา ส่วนเหล็กรับแรงหลักในคานและเสาเป็นหน้าที่ของเหล็กข้ออ้อย การเลือกชนิดและขนาดต้องเป็นไปตามแบบที่วิศวกรกำหนด

ตรวจเหล็กเบาก่อนรับของทำอย่างไร?

ให้ชั่งเหล็กหลายเส้น วัดความยาวจริง แล้วหารออกมาเป็นกิโลกรัมต่อเมตร นำไปเทียบกับตารางมวลระบุและเกณฑ์คลาดเคลื่อนข้างบน พร้อมตรวจตัวนูนบนเนื้อเหล็กและป้ายที่มัด สามอย่างนี้ทำได้ที่หน้างานโดยไม่ต้องส่งแล็บ

ขั้นที่ 1 อ่านตัวนูนและป้ายมัด

หลังการแก้ไขปี 2559 เหล็กเส้นกลมทุกเส้นต้องมีตัวนูนถาวรเรียงตามลำดับ ได้แก่ ชื่อผู้ทำหรือเครื่องหมายการค้าและชื่อผู้ได้รับอนุญาต ชื่อขนาด ชั้นคุณภาพ และสัญลักษณ์กรรมวิธีทำเหล็กแท่ง ระยะห่างระหว่างแต่ละรายการต้องไม่น้อยกว่า 50 มิลลิเมตร ส่วนป้ายที่ผูกกับมัดต้องมีคำว่า “เหล็กเส้นกลม” ชั้นคุณภาพ ชื่อขนาด ความยาวเป็นเมตร หมายเลขการหลอม ชื่อผู้ทำ และประเทศที่ทำ ถ้าเหล็กไม่มีตัวนูนหรืออ่านไม่ออกเลย เป็นสัญญาณแรกว่าควรถามที่มาให้ชัด

ขั้นที่ 2 ชั่งและวัดความยาวจริง

สุ่มเหล็กจากมัดอย่างน้อย 5 เส้น ชั่งทีละเส้นด้วยตาชั่งที่อ่านค่าได้ละเอียดพอ วัดความยาวแต่ละเส้นด้วยตลับเมตร แล้วคำนวณ มวลต่อเมตร = น้ำหนักที่ชั่งได้ ÷ ความยาวจริง จากนั้นคิดเปอร์เซ็นต์ต่างจากค่าระบุด้วยสูตร (มวลต่อเมตรจริง ÷ มวลระบุ − 1) × 100

ตัวอย่าง เหล็ก RB12 เส้นหนึ่งวัดได้ยาว 10.00 เมตร ชั่งได้ 8.10 กิโลกรัม มวลต่อเมตรจริงคือ 0.810 กก./ม. เทียบกับ 0.888 จะเบากว่าค่าระบุราว 8.8% เส้นนี้ยังอยู่ในเกณฑ์รายเส้น 10% แต่ถ้าอีกสี่เส้นเบาใกล้เคียงกัน ค่าเฉลี่ยจะต่ำกว่าขอบล่าง 8.44 กิโลกรัมต่อเส้นอย่างชัดเจน ล็อตนี้จึงไม่ผ่านเกณฑ์ค่าเฉลี่ย 5%

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  32 นิ้ว เท่ากับ กี่ เซนติเมตร ? วิธีแปลงหน่วย

ขั้นที่ 3 วัดเส้นผ่านศูนย์กลาง

ถ้าไม่มีตาชั่ง ใช้เวอร์เนียร์วัดเส้นผ่านศูนย์กลางแล้วแทนในสูตร d²/162 ก็ประเมินได้ เช่น เหล็กที่ขายเป็น RB12 แต่วัดได้ 11.5 มิลลิเมตร จะหนักราว 11.5² ÷ 162 ≈ 0.816 กก./ม. หรือเบากว่าค่าระบุราว 8.1% ส่วนเหล็กที่ขายเป็น RB9 แต่วัดได้ 8.5 มิลลิเมตร จะหนักราว 0.446 กก./ม. เบากว่าค่าระบุราว 10.6% ซึ่งเกินเกณฑ์รายเส้นแล้ว วิธีนี้เป็นการคัดกรองเบื้องต้น เพราะเหล็กจริงอาจไม่กลมสมบูรณ์ ควรวัดหลายจุดรอบเส้นแล้วใช้ค่าเฉลี่ย ผลที่ใช้ยืนยันจริงคือการชั่งน้ำหนัก

ตัวอย่างคำนวณน้ำหนักเหล็กที่ต้องสั่ง

สมมติงานต่อเติมหลังหนึ่งต้องใช้ RB12 จำนวน 40 เส้น และ RB6 จำนวน 60 เส้น น้ำหนักตามมวลระบุคือ 40 × 8.88 = 355.2 กิโลกรัม บวก 60 × 2.22 = 133.2 กิโลกรัม รวม 488.4 กิโลกรัม ถ้าร้านขายเป็นกิโลกรัม ตัวเลขนี้ใช้ตรวจใบส่งของได้ทันที ถ้าใบส่งของระบุน้ำหนักต่ำกว่านี้มากแต่คิดราคาต่อเส้น ให้สงสัยว่าเหล็กเบากว่ามาตรฐาน กลับกัน ถ้าร้านคิดราคาต่อกิโลกรัมแต่ส่งเหล็กเบา เราจะได้เนื้อเหล็กน้อยลงในราคาต่อกิโลกรัมเท่าเดิม

อีกกรณีที่เจอบ่อยคือสั่งเป็นตัน เช่น สั่ง RB9 หนึ่งตัน ตามทฤษฎีควรได้ราว 200 เส้น ถ้านับได้มากกว่านี้อย่างเห็นได้ชัด แปลว่าเหล็กแต่ละเส้นเบากว่าค่าระบุ ถ้าได้น้อยกว่า อาจเป็นเหล็กยาวเกินหรือหนักกว่าระบุ ข้อนี้ช่วยให้ตรวจล็อตใหญ่ได้เร็วโดยไม่ต้องชั่งทุกเส้น

คำถามที่พบบ่อย

เหล็กเส้นกลม RB6 หนักกี่กิโลกรัม?

RB6 หนัก 0.222 กิโลกรัมต่อเมตร เส้นยาว 10 เมตรจึงหนัก 2.22 กิโลกรัม เหล็กหนึ่งตันได้ราว 450 เส้น

เหล็กเส้นกลม RB9 หนักกี่กิโล?

RB9 หนัก 0.499 กิโลกรัมต่อเมตร เส้นยาว 10 เมตรหนัก 4.99 กิโลกรัม หนึ่งตันได้ราว 200 เส้น

เหล็ก RB12 หนึ่งเส้นหนักเท่าไหร่?

RB12 หนัก 0.888 กิโลกรัมต่อเมตร เส้นยาว 10 เมตรหนัก 8.88 กิโลกรัม และมาตรฐานยอมให้แต่ละเส้นเบาลงได้ไม่เกิน 10% หรือไม่ต่ำกว่า 7.99 กิโลกรัม

เหล็กเส้น 1 เส้นยาวกี่เมตร?

ความยาวมาตรฐานที่ขายทั่วไปคือ 10 เมตร บางร้านมี 12 เมตร มาตรฐานยอมให้ยาวเกินค่าที่ระบุได้เล็กน้อยแต่ห้ามสั้นกว่า

สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กเส้นที่ง่ายที่สุดคืออะไร?

ใช้ d²/162 เมื่อ d เป็นมิลลิเมตร จะได้กิโลกรัมต่อเมตร แล้วคูณความยาวเป็นเมตร เช่น RB12 ได้ 144 ÷ 162 ≈ 0.889 กก./ม.

SR24 คืออะไร?

SR24 คือชั้นคุณภาพเดียวของเหล็กเส้นกลมตาม มอก. 20 จุดครากต้องไม่น้อยกว่า 235 เมกะพาสคัล ความต้านแรงดึงไม่น้อยกว่า 385 เมกะพาสคัล และความยืดไม่น้อยกว่าร้อยละ 21

มาตรฐานเหล็กเส้นกลมคือ มอก. อะไร?

คือ มอก. 20-2559 เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต: เหล็กเส้นกลม ซึ่งแก้ไขจาก มอก. 20-2543 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4802 (พ.ศ. 2559)

เหล็กข้ออ้อยใช้มาตรฐานอะไร และมีชั้นคุณภาพไหนบ้าง?

ใช้ มอก. 24-2559 มีสามชั้นคุณภาพ คือ SD30, SD40 และ SD50 จุดครากขั้นต่ำ 295, 390 และ 490 เมกะพาสคัลตามลำดับ

RB12 กับ DB12 หนักเท่ากันไหม?

มวลระบุเท่ากันที่ 0.888 กิโลกรัมต่อเมตร เพราะทั้งสองมาตรฐานคิดจากพื้นที่หน้าตัดระบุและความหนาแน่นของเหล็กค่าเดียวกัน

เหล็กเบาคืออะไร และตรวจอย่างไร?

เหล็กเบาคือเหล็กที่มวลต่อเมตรต่ำกว่าค่าระบุเกินเกณฑ์ ตรวจได้โดยชั่งหลายเส้น หารด้วยความยาวจริง แล้วเทียบกับตาราง มอก. 20

เหล็กเส้นกลมหนึ่งตันมีกี่เส้น?

คิดจาก 1,000 หารด้วยน้ำหนักต่อเส้น RB6 ราว 450 เส้น RB9 ราว 200 เส้น RB12 ราว 113 เส้น RB25 ราว 26 เส้น ตัวเลขจริงขึ้นกับน้ำหนักของล็อตนั้น

ทำไมเหล็กใหญ่ขึ้นสองเท่าถึงหนักขึ้นสี่เท่า?

เพราะน้ำหนักขึ้นกับพื้นที่หน้าตัด ซึ่งแปรตามกำลังสองของเส้นผ่านศูนย์กลาง RB12 จึงหนัก 0.888 กก./ม. หรือสี่เท่าของ RB6 ที่ 0.222 กก./ม.

สรุป: จำตัวเลขไม่กี่ตัวก็ตรวจเหล็กได้เอง

น้ำหนักเหล็กเส้นกลมไม่ใช่เรื่องต้องเดา มาตรฐาน มอก. 20 กำหนดมวลต่อเมตรของทุกขนาดไว้แล้ว RB6 0.222, RB9 0.499, RB12 0.888 และ RB25 3.853 กิโลกรัมต่อเมตร คูณ 10 ก็ได้น้ำหนักต่อเส้น ส่วนขนาดที่จำไม่ได้ ใช้สูตร d²/162 คิดได้ในไม่กี่วินาที

ครั้งหน้าที่รับเหล็กเข้าหน้างาน ลองทำสามอย่าง อ่านตัวนูนบนเนื้อเหล็กให้เห็นชื่อขนาดและ SR24 สุ่มชั่งอย่างน้อย 5 เส้นแล้วหาค่าเฉลี่ยต่อเมตร และเทียบกับขอบล่างในตารางเกณฑ์คลาดเคลื่อน ถ้าค่าเฉลี่ยต่ำกว่าขอบล่าง มีหลักฐานเป็นตัวเลขไปคุยกับผู้ขายได้ทันที

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด