บทความแนะนำหล่อฮังก๊วย คืออะไร หวานกว่าน้ำตาลกี่เท่า คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

หล่อฮังก๊วย คืออะไร หวานกว่าน้ำตาลกี่เท่า คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: หล่อฮังก๊วยคือผลของไม้เถาวงศ์แตงจากจีนตอนใต้ ความหวานมาจากสารกลุ่มโมโกรไซด์ ไม่ใช่น้ำตาล สารสกัดจึงหวานกว่าน้ำตาลทราย 100 ถึง 250 เท่าตามข้อมูลของ US FDA คนเป็นเบาหวานใช้แทนน้ำตาลได้แต่ต้องดูส่วนผสมบนฉลาก และยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่หนักแน่นว่าช่วยรักษาไอหรือเจ็บคอ

หล่อฮังก๊วยคือผลของพืช Siraitia grosvenorii ในวงศ์แตง (Cucurbitaceae) ซึ่ง US FDA ระบุว่าเป็นพืชพื้นเมืองของจีนตอนใต้ ความหวานมาจากสารกลุ่มโมโกรไซด์ (mogrosides) และสารสกัดจากผลหวานกว่าน้ำตาลทราย 100 ถึง 250 เท่าขึ้นกับปริมาณโมโกรไซด์ ในไทย ผลหล่อฮังก๊วยอยู่ในบัญชีพืชสำหรับชาจากพืชตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 426) พ.ศ. 2564 และในระดับสากล JECFA เพิ่งกำหนดค่าความปลอดภัยแบบชั่วคราวให้สารสกัดชนิดนี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2569

ประเด็นสำคัญ

  • US FDA ระบุว่าสารสกัดหล่อฮังก๊วยหวานกว่าน้ำตาล 100 ถึง 250 เท่า (หน้าเว็บปรับปรุง 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025)
  • US FDA ตอบว่าไม่มีข้อสงสัยต่อคำแจ้ง GRAS เรื่องหล่อฮังก๊วย 7 รายการ ระหว่าง ค.ศ. 2010 ถึง 2018
  • อย. จัดหล่อฮังก๊วยไว้ในบัญชีพืชสำหรับชาจากพืช ลำดับที่ 126 และบัญชีส่วนประกอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลำดับที่ 189 (พ.ศ. 2565)
  • JECFA ครั้งที่ 102 (มิถุนายน 2569) กำหนด ADI ชั่วคราว 0 ถึง 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน คิดเป็นโมโกรไซด์ 5
  • น้ำตาลหล่อฮังก๊วยมักผสมอิริทริทอล ซึ่ง EFSA ปี ค.ศ. 2023 ระบุว่ากินมากทำให้ท้องเสียได้
  • หายใจลำบาก กลืนไม่ได้ หรือน้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ลง ให้โทร 1669

หล่อฮังก๊วยคืออะไร และปลูกกันที่ไหน?

หล่อฮังก๊วยเป็นผลของไม้เถาอายุหลายปีในวงศ์แตง ให้ผลกลมสีเขียว ชื่อวิทยาศาสตร์ตามความเห็นของ EFSA ปี ค.ศ. 2019 คือ Siraitia grosvenorii (Swingle) C. Jeffrey ex A. M. Lu & Zhi Y. Zhang ชื่อพ้องในเอกสารเก่าคือ Momordica grosvenorii Swingle ชื่อสามัญภาษาอังกฤษคือ Luo Han Guo หรือ monk fruit

บทความทบทวนใน Frontiers in Pharmacology ฉบับ 4 เมษายน ค.ศ. 2024 ระบุว่าหล่อฮังก๊วยปลูกเป็นการค้าเฉพาะในจีน ในบางพื้นที่ของมณฑลกวางสี กวางตุ้ง หูหนาน และเจียงซี โดยกวางสีมีพื้นที่ปลูกราวร้อยละ 80 และกระทรวงสาธารณสุขของจีนจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ใช้ได้ทั้งเป็นอาหารและยาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1987

นิยาม: โมโกรไซด์ (mogrosides) คือสารกลุ่มไกลโคไซด์ของไตรเทอร์พีนชนิดคิวเคอร์บิเทนในผลหล่อฮังก๊วย เป็นที่มาหลักของรสหวาน ตัวที่มีมากที่สุดในสารสกัดคือโมโกรไซด์ 5 (mogroside V) สารกลุ่มนี้ไม่ใช่น้ำตาล และ US FDA อธิบายว่าสารให้ความหวานประเภทนี้ให้พลังงานน้อยหรือไม่ให้เลย

EFSA ระบุว่าผลสดมีโมโกรไซด์ราวร้อยละ 0.55 ถึง 0.65 ผลแห้งราวร้อยละ 2.5 โดยโมโกรไซด์ 5 คิดเป็นร้อยละ 1.5 ถึง 2 ของผลแห้ง ข้อควรแยกคือ “หล่อฮังก๊วย” ในชีวิตประจำวันหมายถึงของอย่างน้อย 3 แบบ ได้แก่ ผลแห้งสำหรับต้ม น้ำหล่อฮังก๊วยพร้อมดื่ม และผงหรือเกล็ด “น้ำตาลหล่อฮังก๊วย” ส่วนประกอบของทั้งสามแบบต่างกัน คำตอบเรื่องเบาหวานหรือแคลอรีจึงขึ้นกับว่าพูดถึงแบบไหน

น้ำตาลหล่อฮังก๊วยหวานกว่าน้ำตาลกี่เท่า?

100 ถึง 250 เท่า US FDA เขียนไว้ว่าสารสกัดจากผล Siraitia grosvenorii Swingle (SGFE) หวานกว่าน้ำตาล 100 ถึง 250 เท่า ขึ้นกับปริมาณโมโกรไซด์ ส่วนเอกสาร EFSA ปี ค.ศ. 2019 ระบุว่าโมโกรไซด์ 5 หวานราว 250 เท่าของน้ำตาลซูโครส

ตัวเลขเป็นช่วงเพราะสารสกัดแต่ละเกรดเข้มข้นไม่เท่ากัน ข้อมูลที่ยื่นต่อ EFSA มีสารสกัดที่มีโมโกรไซด์ 5 ร้อยละ 25 ถึง 55 หนังสือตอบของ US FDA ต่อคำแจ้ง GRN 784 (20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018) อ้างถึงสารสกัดใน GRN 556 ตั้งแต่ร้อยละ 12.5 ถึงราวร้อยละ 90 ส่วนน้ำผลไม้เข้มข้นใน GRN 784 มีโมโกรไซด์ 5 เพียงราวร้อยละ 0.6 ถึง 3.9 สารสกัดที่หวานหลายร้อยเท่าใช้ในปริมาณน้อยมาก ผลิตภัณฑ์ที่ตักใช้แทนน้ำตาลทีละช้อนจึงมักมีส่วนผสมอื่นอยู่ด้วย

ตารางด้านล่างมาจากหน้า Aspartame and Other Sweeteners in Food ของ US FDA ฉบับปรับปรุง 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2025

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 เงินเข้าวันไหน ได้เดือนละเท่าไหร่
สารให้ความหวานที่มาหวานกว่าน้ำตาลทราย (เท่า)สถานะในสหรัฐอเมริกาตาม US FDA
สารสกัดหล่อฮังก๊วย (SGFE)ผลหล่อฮังก๊วย100 ถึง 250ไม่มีข้อสงสัยต่อข้อสรุป GRAS ของผู้ยื่น
สตีวิออลไกลโคไซด์ (หญ้าหวาน)ใบหญ้าหวาน หรือการหมัก200 ถึง 400GRAS เฉพาะแบบบริสุทธิ์อย่างน้อยร้อยละ 95
แอสปาร์แตมสังเคราะห์ประมาณ 200วัตถุเจือปนอาหาร ใช้ทั่วไปตั้งแต่ปี 1996
อะซีซัลเฟมโพแทสเซียมสังเคราะห์ประมาณ 200อนุมัติบางหมวดปี 1988 ใช้ทั่วไปปี 2003
แซ็กคารินสังเคราะห์200 ถึง 700กำกับเป็นวัตถุเจือปนอาหารตั้งแต่ปี 1977
ซูคราโลสสังเคราะห์ประมาณ 600อนุมัติ 15 หมวดปี 1998 ใช้ทั่วไปปี 1999
นีโอแตมสังเคราะห์7,000 ถึง 13,000อนุมัติใช้ทั่วไปปี 2002
แอดแวนแตมสังเคราะห์ประมาณ 20,000อนุมัติใช้ทั่วไปปี 2014

หล่อฮังก๊วยจึงหวานน้อยที่สุดในกลุ่มนี้ ใกล้เคียงแอสปาร์แตมและหญ้าหวานช่วงล่าง คำว่า “มาจากผลไม้” ไม่ได้บอกเรื่องความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ สิ่งที่บอกได้คือผลการประเมินของหน่วยงานกำกับดูแลในหัวข้อถัดไป

หล่อฮังก๊วยได้รับอนุญาตอย่างไรในไทยและต่างประเทศ?

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 426) พ.ศ. 2564 เรื่อง ชาจากพืช ลงวันที่ 29 มีนาคม 2564 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 13 พฤษภาคม 2564 มีบัญชีพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับชาจากพืช หล่อฮังก๊วยอยู่ลำดับที่ 126 ใช้ส่วนผล ไม่มีคำเตือนกำกับ รายการนี้ยังอยู่ในฉบับรวมที่ อย. เผยแพร่หลังประกาศ (ฉบับที่ 471) พ.ศ. 2569 ซึ่งเพิ่มพืชใหม่ต่อท้ายตั้งแต่ลำดับที่ 202

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คำแนะนำการใช้ส่วนประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลงวันที่ 26 มกราคม 2565 จัดหล่อฮังก๊วยไว้ลำดับที่ 189 ใช้ส่วนผล แบบบดผงหรือสกัดด้วยน้ำ เงื่อนไขคือผงบดไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน ถ้าเป็นสารสกัดให้คำนวณกลับเป็นผงบด ตัวเลขนี้เป็นเงื่อนไขสำหรับผู้ขออนุญาตผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่ขนาดรักษาโรค ณ วันที่ตรวจสอบ เราไม่พบเอกสาร อย. ที่กำหนดสารสกัดโมโกรไซด์เป็นรายการเฉพาะในฐานะวัตถุให้ความหวาน จึงควรดูเลขสารบบอาหารและส่วนประกอบบนฉลาก และสอบถามกองอาหาร อย. เมื่อต้องการยืนยันสถานะผลิตภัณฑ์ใด

ในสหรัฐอเมริกา บริษัทสรุปเองว่าการใช้ของตนปลอดภัยโดยทั่วไป (GRAS) แล้วแจ้งให้ FDA พิจารณา คำแจ้งรายการแรกคือ GRN 301 ยื่นเมื่อ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 เพื่อใช้เป็นสารให้ความหวานและสารเสริมรส FDA ปิดการพิจารณาในปี ค.ศ. 2010 ด้วยคำตอบว่าไม่มีข้อสงสัย หนังสือตอบ GRN 784 เขียนชัดว่าคำตอบแบบนี้ไม่ใช่การยืนยันสถานะ GRAS ตาม 21 CFR 170.35

หน่วยงานเอกสารและปีข้อสรุปความหมายต่อผู้บริโภค
อย. (ไทย)ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 426) พ.ศ. 2564ผลหล่อฮังก๊วยอยู่ในบัญชีชาจากพืช ลำดับที่ 126ผลแห้งใช้ทำชาจากพืชที่ขออนุญาตได้
อย. (ไทย)คำแนะนำส่วนประกอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 26 มกราคม 2565ลำดับที่ 189 ผงบดไม่เกิน 2 กรัมต่อวันเป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ภายใต้เงื่อนไข
US FDAคำแจ้ง GRAS 8 รายการ ค.ศ. 2010 ถึง 2018ไม่มีข้อสงสัย 7 รายการ หยุดพิจารณาตามคำขอ 1 รายการ (GRN 629 ยื่นใหม่เป็น GRN 706)ใช้เป็นสารให้ความหวานในอาหารและแบบตั้งโต๊ะในสหรัฐฯ ได้
EFSA (สหภาพยุโรป)ความเห็นทางวิทยาศาสตร์ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019ข้อมูลพิษวิทยาไม่พอจะสรุปความปลอดภัยในฐานะวัตถุเจือปนอาหารยังไม่มีข้อสรุปเชิงบวกในเอกสารนี้
JECFA (FAO/WHO)ประชุมครั้งที่ 102 วันที่ 9 ถึง 18 มิถุนายน 2569ADI ชั่วคราว 0 ถึง 10 มก./กก./วัน คิดเป็นโมโกรไซด์ 5มีค่าอ้างอิงแล้ว แต่รอข้อมูลเพิ่มถึงสิ้นปี ค.ศ. 2029
อินโฟกราฟิกสรุป หล่อฮังก๊วย คืออะไร หวานกว่าน้ำตาลกี่เท่า คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม
สรุปเป็นภาพ: หล่อฮังก๊วย คืออะไร หวานกว่าน้ำตาลกี่เท่า คนเป็นเบาหวานกินได้ไหม

JECFA ปี 2569 ตั้งค่า ADI ของหล่อฮังก๊วยไว้เท่าไหร่ และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

JECFA ประชุมครั้งที่ 102 ที่เมืองหนานจิง ระหว่าง 9 ถึง 18 มิถุนายน 2569 และออกสรุปผลเมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 กำหนดค่าปริมาณที่รับได้ต่อวัน (ADI) แบบชั่วคราวของสารสกัดหล่อฮังก๊วยไว้ที่ 0 ถึง 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน คิดเป็นโมโกรไซด์ 5 ค่านี้มาจากปริมาณที่ไม่พบผลเสีย 2,144 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวันในการศึกษาในหนู 52 สัปดาห์ หารด้วยตัวประกอบความไม่แน่นอน 200 เท่า และเป็นค่าชั่วคราวเพราะยังต้องการการศึกษาความเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์ในรุ่นลูกภายในสิ้นปี ค.ศ. 2029

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  Dicloxacillin 500 Mg รักษา อะไร - ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย

JECFA ประเมินการได้รับกรณีสูงสุดแบบอนุรักษนิยมในเด็กไว้ที่ 38 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน สูงกว่า ADI ชั่วคราวราว 4 เท่า และสรุปว่าอาจเป็นข้อกังวลภายใต้การใช้และปริมาณสูงสุดที่มีผู้เสนอ ตัวเลขนี้คำนวณจากหมวดอาหารและระดับสูงสุดที่เสนอเข้ามาในมาตรฐานสากล ไม่ใช่การวัดว่าเด็กไทยกินจริงเท่าไร ความหมายคือระดับการใช้ที่เสนอต้องปรับลดก่อน ไม่ได้แปลว่าการดื่มน้ำหล่อฮังก๊วยเป็นครั้งคราวอันตราย

ส่วน EFSA ปี ค.ศ. 2019 ยังไม่ให้ข้อสรุป แม้ผลทดสอบการกลายพันธุ์และการทำลายโครโมโซมของสารสกัดที่มีโมโกรไซด์ 5 ร้อยละ 25 และ 55 ให้ผลลบ เพราะมีผลต่ออัณฑะในการศึกษาในหนู 90 วันที่ใช้สารสกัดร้อยละ 52 ซึ่งตัดทิ้งไม่ได้ และยังขาดข้อมูลระยะยาว

  • การแพ้: EFSA ระบุว่าตัดความเป็นไปได้ในการก่อภูมิแพ้ไม่ได้ เพราะสารสกัดที่ยื่นมีโปรตีนได้ถึงร้อยละ 36 ถ้ามีผื่น ปากบวม หรือหายใจลำบากหลังกิน ให้หยุดและพบแพทย์
  • ข้อมูลในคน: การศึกษาที่มีเป็นการให้ครั้งเดียวในอาสาสมัครจำนวนน้อย ไม่พบผลเสียต่อน้ำตาลในเลือดหรือเอนไซม์ตับ แต่ EFSA ระบุว่าสั้นและเล็กเกินจะสรุปความปลอดภัยระยะยาว
  • หญิงตั้งครรภ์และเด็กเล็ก: เราไม่พบแนวทางของหน่วยงานไทยสำหรับกลุ่มนี้ และ JECFA ยังรอข้อมูลด้านการสืบพันธุ์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้เป็นประจำ

น้ำตาลหล่อฮังก๊วยในท้องตลาดมีอะไรผสมอยู่บ้าง?

บทความทบทวนปี ค.ศ. 2024 ระบุว่าโมโกรไซด์ในตลาดส่วนใหญ่มีความบริสุทธิ์ราวร้อยละ 25 ถึง 50 ซึ่งมาพร้อมรสที่ไม่พึงประสงค์ ผู้ผลิตจึงมักผสมกับสารให้ความหวานตัวอื่น เช่น อิริทริทอล (erythritol) เพื่อกลบรส เวลาซื้อจึงควรดูว่ามีสารสกัดหล่อฮังก๊วยอย่างเดียว หรือมีสารตัวอื่นผสมด้วย

อิริทริทอลเป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์ EFSA ประเมินใหม่เมื่อธันวาคม ค.ศ. 2023 ว่าไม่มีข้อกังวลเรื่องความเป็นพิษต่อสารพันธุกรรม แต่ทำให้ท้องเสียได้ จึงตั้ง ADI ไว้ที่ 0.5 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน ถ้าใช้น้ำตาลหล่อฮังก๊วยที่ผสมอิริทริทอลปริมาณมากแล้วท้องเสีย ส่วนผสมตัวนี้คือสิ่งแรกที่ควรสงสัย

อีกกรณีคือน้ำหล่อฮังก๊วยเข้มข้น หนังสือตอบ GRN 784 ระบุว่ามีน้ำและส่วนประกอบอื่นของผล เช่น คาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร และโปรตีน ส่วนเครื่องดื่มพร้อมดื่มอาจเติมน้ำตาลเพิ่ม ฉลากโภชนาการจึงเป็นตัวตัดสิน ให้ดูช่องน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตทุกครั้ง ถ้าใช้ใส่กาแฟร่วมกับครีมเทียม ก็ต้องนับส่วนของครีมเทียมด้วย อ่านเพิ่มได้ที่ ครีมเทียมทำจากอะไร

คนเป็นเบาหวานกินหล่อฮังก๊วยได้ไหม?

ใช้แทนน้ำตาลได้ แต่ไม่ใช่ยารักษาเบาหวาน US FDA อธิบายว่าสารให้ความหวานโดยทั่วไปไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น EFSA สรุปการศึกษาในอาสาสมัครสุขภาพดี 10 คน อายุ 19 ถึง 25 ปี ที่ดื่มสารสกัดหล่อฮังก๊วยหลังงดอาหาร พบว่าไม่มีผลต่อน้ำตาลในเลือด ขณะที่น้ำตาลซูโครสทำให้ระดับน้ำตาลเพิ่มราวร้อยละ 70 ใน 15 นาทีแรก

ข้อจำกัดคือเป็นการให้ครั้งเดียวในคนสุขภาพดีจำนวนน้อย ไม่ได้ทำในผู้ป่วยเบาหวาน และใช้กับสารสกัด ไม่ใช่เครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลหรือขนมที่ยังใช้แป้งเป็นหลัก บทความทบทวนปี ค.ศ. 2024 ยังระบุว่าผลลดน้ำตาลในเลือดที่มีรายงาน ส่วนใหญ่มาจากการทดลองในสัตว์และเซลล์

องค์การอนามัยโลกออกแนวทางเมื่อ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 2023 แนะนำไม่ให้ใช้สารให้ความหวานที่ไม่ใช่น้ำตาล (NSS) เพื่อควบคุมน้ำหนักหรือลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อ คำแนะนำนี้รวมถึงสารจากธรรมชาติ ใช้กับทุกคนยกเว้นผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว ไม่รวมน้ำตาลแอลกอฮอล์อย่างอิริทริทอล และเป็นคำแนะนำแบบมีเงื่อนไข สำหรับผู้เป็นเบาหวาน การเปลี่ยนน้ำตาลในเครื่องดื่มเป็นหล่อฮังก๊วยช่วยลดน้ำตาลที่เติมได้ แต่ระดับน้ำตาลในเลือดยังขึ้นกับอาหารอื่นในมื้อและการรักษาที่ได้รับ อย่าลดหรือหยุดยาเอง และแจ้งแพทย์หรือนักกำหนดอาหารถ้าจะใช้เป็นประจำ

หล่อฮังก๊วยแก้ไอ เจ็บคอได้จริงไหม และเมื่อไหร่ต้องพบแพทย์?

การใช้แก้ไอและเจ็บคอมาจากตำรับแพทย์แผนจีน บทความทบทวนในวารสาร Molecules ปี ค.ศ. 2022 ระบุว่าคนจีนใช้ผลหล่อฮังก๊วยเป็นสารให้ความหวานและยาแผนโบราณสำหรับอาการคัดแน่นในปอด เจ็บคอ และท้องผูกมาหลายร้อยปี ตำรายาจีนจัดว่ามีรสหวาน ฤทธิ์ค่อนข้างเย็น ใช้ชุ่มปอด บรรเทาเจ็บคอ และช่วยระบาย

หลักฐานสมัยใหม่ยังไม่ตามทัน บทความทบทวนใน Frontiers in Pharmacology ปี ค.ศ. 2024 เขียนตรง ๆ ว่าหลักฐานจากการทดลองทางคลินิกยังมีจำกัด ผลที่ดูดีส่วนใหญ่มาจากสัตว์ทดลองและเซลล์ และต้องมีการศึกษาทางคลินิกมากพอเพื่อยืนยัน น้ำหล่อฮังก๊วยอุ่นไม่เติมน้ำตาลจึงเป็นเครื่องดื่มอุ่นที่ช่วยให้คอชุ่มได้ แต่ไม่ควรถือว่าเป็นยา หน้า Cough ของ NHS (ทบทวน 8 ธันวาคม ค.ศ. 2023) ก็ระบุว่าหลักฐานที่ว่าเครื่องดื่มมะนาวน้ำผึ้งอุ่นและยาสมุนไพรช่วยบรรเทาไอยังมีจำกัด วิธีดูแลอาการระคายคอดูได้ที่ คันคอ ไอ วิธีแก้ และถ้าเจ็บคอมากร่วมกับไข้ ดูที่ ทอนซิลอักเสบอาการเป็นอย่างไร

  • ไอนานเกิน 3 สัปดาห์: NHS ให้พบแพทย์ โดยเฉพาะถ้าน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เป็นเบาหวาน
  • เจ็บคอไม่ดีขึ้นหลัง 1 สัปดาห์ หรือเป็นบ่อย: หน้า Sore throat ของ NHS (ทบทวน 8 เมษายน ค.ศ. 2024) ให้พบแพทย์
  • พบแพทย์โดยเร็ว: ไอรุนแรงหรือแย่ลงเร็ว เจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด ไข้สูง หรือมีสัญญาณขาดน้ำ
  • ฉุกเฉิน โทร 1669: หายใจลำบาก กลืนไม่ได้ น้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ลง หรือมีเสียงหวีดแหลมขณะหายใจเข้า

ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง ประเทศไทยมีนโยบายการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU) การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกรหลังประเมินอาการ

ตัวเลข สถานะทางกฎหมาย และผลการประเมินในบทความนี้มาจากแหล่งท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบ 30 กันยายน 2569 พร้อมระบุปีของข้อมูลไว้ในเนื้อหา ค่า ADI ของ JECFA ยังเป็นค่าชั่วคราว ผู้ป่วยเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ใช้ยาประจำควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และยืนยันสถานะผลิตภัณฑ์กับ อย. บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  อาการมะเร็งลำไส้ระยะเริ่มแรก แยกจากริดสีดวง และสิทธิตรวจฟรี 50 ถึง 70 ปี

คำถามที่พบบ่อย

หล่อฮังก๊วยคืออะไร?

ผลของพืช Siraitia grosvenorii ในวงศ์แตงจากจีนตอนใต้ ความหวานมาจากสารกลุ่มโมโกรไซด์ ไม่ใช่น้ำตาล

น้ำตาลหล่อฮังก๊วยหวานกว่าน้ำตาลทรายกี่เท่า?

US FDA ระบุว่าสารสกัดหวานกว่า 100 ถึง 250 เท่าขึ้นกับปริมาณโมโกรไซด์ ส่วนโมโกรไซด์ 5 หวานราว 250 เท่าตาม EFSA

น้ำตาลหล่อฮังก๊วยมีแคลอรีไหม?

สารสกัดให้พลังงานน้อยหรือไม่ให้เลย แต่ผลิตภัณฑ์จริงมักผสมสารอื่น และน้ำเข้มข้นมีคาร์โบไฮเดรต จึงต้องดูฉลากโภชนาการ

คนเป็นเบาหวานกินหล่อฮังก๊วยได้ไหม?

ใช้แทนน้ำตาลได้ แต่ไม่ใช่ยารักษาเบาหวาน ห้ามลดหรือหยุดยาเอง และต้องนับคาร์โบไฮเดรตจากอาหารอื่นด้วย

หล่อฮังก๊วยช่วยแก้ไอเจ็บคอจริงไหม?

เป็นการใช้ตามแพทย์แผนจีน หลักฐานทางคลินิกในคนยังจำกัดตามบทความทบทวนปี 2024 ดื่มเป็นเครื่องดื่มอุ่นได้ แต่ไม่ใช้แทนการรักษา

หล่อฮังก๊วยมีผลข้างเคียงไหม?

การศึกษาในคนแบบให้ครั้งเดียวไม่พบผลเสีย แต่ EFSA ระบุว่ายังตัดความเสี่ยงการแพ้ไม่ได้ ส่วนอาการท้องเสียมักมาจากอิริทริทอลที่ผสมอยู่

อย. อนุญาตให้ใช้หล่อฮังก๊วยไหม?

ผลหล่อฮังก๊วยอยู่ในบัญชีชาจากพืช ลำดับที่ 126 ตามประกาศฉบับที่ 426 พ.ศ. 2564 และในบัญชีส่วนประกอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลำดับที่ 189 ปี 2565

ค่า ADI ของสารสกัดหล่อฮังก๊วยคือเท่าไหร่?

JECFA ครั้งที่ 102 เมื่อมิถุนายน 2569 กำหนด ADI ชั่วคราว 0 ถึง 10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน คิดเป็นโมโกรไซด์ 5

ทำไมยุโรปยังไม่ให้ข้อสรุปเรื่องสารสกัดหล่อฮังก๊วย?

EFSA ปี 2019 เห็นว่าข้อมูลพิษวิทยาไม่พอ เพราะผลต่ออัณฑะในการศึกษาในหนู 90 วันยังตัดทิ้งไม่ได้ และขาดข้อมูลระยะยาว

ดื่มน้ำหล่อฮังก๊วยแล้วยังเจ็บคอ อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาล?

หายใจลำบาก กลืนไม่ได้ น้ำลายไหลเพราะกลืนไม่ลง หรือมีเสียงหวีดขณะหายใจ ให้โทร 1669 ส่วนไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หรือไข้สูง ควรพบแพทย์โดยเร็ว

ใช้หล่อฮังก๊วยให้ตรงกับหลักฐานที่มีอยู่ตอนนี้

ถ้าต้องการลดน้ำตาลที่เติมในเครื่องดื่ม หล่อฮังก๊วยเป็นตัวเลือกที่ US FDA ไม่มีข้อสงสัย และ อย. ให้ใช้ผลทำชาจากพืชได้ ให้พลิกดูฉลากว่ามีอิริทริทอลหรือสารอื่นผสม และดูช่องคาร์โบไฮเดรตก่อนซื้อ ถ้าใช้แล้วท้องเสีย ให้ลดปริมาณหรือเปลี่ยนสูตร

ถ้าต้องการรักษาไอ เจ็บคอ หรือคุมเบาหวาน ข้อมูล ณ ปี 2569 ยังไม่รองรับให้ใช้หล่อฮังก๊วยแทนการรักษา และค่า ADI ของ JECFA ยังรอข้อมูลถึงปี ค.ศ. 2029 ติดตามการปรับปรุงจาก JECFA และ อย. และพบแพทย์เมื่ออาการเข้าเกณฑ์ข้างต้น

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด