อาการคนท้องแรกๆ ที่พบบ่อยที่สุดคือประจำเดือนขาด ตามมาด้วยเต้านมคัดตึงและเจ็บ อ่อนเพลียง่าย ปัสสาวะบ่อยขึ้น ท้องผูก ตกขาวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รู้สึกขมหรือมีรสแปลกในปาก อารมณ์แปรปรวน และเบื่ออาหารหรืออยากกินของแปลก ซึ่งเป็นรายการ 9 ข้อที่กรมอนามัยเผยแพร่ไว้เมื่อ 22 สิงหาคม 2562 โดย NHS ระบุว่าอาการเหล่านี้มักเริ่มเมื่ออายุครรภ์ราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ และบางคนไม่มีอาการเลยก็ได้
ประเด็นสำคัญ
- กรมอนามัยสรุปอาการคนท้องระยะแรกไว้ 9 ข้อ และระบุว่าสัญญาณเหล่านี้เกิดได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกไปจนถึงสัปดาห์ที่ 12 หรือบางคนอาจไม่มีอาการเลย
- NHS ระบุว่าอาการตั้งครรภ์มักเริ่มเมื่ออายุครรภ์ราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ ไม่ใช่ทันทีหลังปฏิสนธิ
- MedlinePlus ระบุว่าฮอร์โมน hCG ตรวจพบได้ในเลือดและปัสสาวะเร็วที่สุดราว 10 วันหลังการปฏิสนธิ ส่วน NHS ระบุว่าร่างกายเริ่มสร้าง hCG ราว 6 วันหลังการปฏิสนธิ
- NHS แนะนำให้ตรวจได้ตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนขาด หรืออย่างน้อย 21 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน และย้ำว่าผลบวกเกือบแน่นอนว่าถูก แต่ผลลบเชื่อถือได้น้อยกว่า
- การตั้งครรภ์นอกมดลูกพบราวร้อยละ 1 ถึง 2 ของการตั้งครรภ์ตามเอกสารของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ NHS ระบุว่าอาการมักแสดงระหว่างสัปดาห์ที่ 4 ถึง 12
- แนวทาง OB 66-029 ของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย อนุมัติต้นฉบับ 20 มกราคม 2566 แนะนำให้ฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 10 สัปดาห์ ส่วนกรมอนามัย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ฝากก่อน 12 สัปดาห์
อาการคนท้องแรกๆ มีอะไรบ้าง และเริ่มตอนไหน?
คำตอบตรงที่สุดคือ อาการคนท้องแรกๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาพร้อมกันและไม่ได้มาเร็วอย่างที่หลายคนเข้าใจ NHS ระบุว่าอาการและสัญญาณเริ่มต้นของการตั้งครรภ์มักเริ่มเมื่ออายุครรภ์ราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ประจำเดือนเพิ่งจะขาดพอดี ไม่ใช่ช่วงไม่กี่วันหลังมีเพศสัมพันธ์
ฝั่งไทย กรมอนามัยเผยแพร่ภาพความรู้ชื่อ 9 อาการท้องในระยะแรก เมื่อ 22 สิงหาคม 2562 โดยไล่เรียงไว้เก้าข้อ ได้แก่ ประจำเดือนไม่มา ปัสสาวะบ่อยขึ้นและสีเข้มขึ้น คัดเต้านมเจ็บและตึง ท้องผูก ตกขาวเล็กน้อย เหนื่อยง่ายและง่วงนอนตลอดเวลา รู้สึกขมหรือเฝื่อนมีรสชาติแปลกในปาก อารมณ์อ่อนไหวหรือแปรปรวนง่าย และกินอาหารไม่อร่อยหรืออยากกินของแปลก
อีกบทความของกรมอนามัยสรุปอาการที่พบบ่อยไว้ 5 ข้อ คือ ขาดประจำเดือน มีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ อ่อนเพลีย ไวต่อกลิ่นและความชอบในการกินเปลี่ยนไป และอาการแพ้ท้อง พร้อมระบุว่าสัญญาณเหล่านี้เกิดได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกไปจนถึงสัปดาห์ที่ 12 และบางคนอาจไม่มีอาการเลยก็ได้
อายุครรภ์นับอย่างไร
อายุครรภ์ตั้งต้นจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย ไม่ใช่วันที่ปฏิสนธิ แนวทางของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยจึงแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวด์ไตรมาสแรกเพื่อกำหนดอายุครรภ์ จำนวนทารก การเต้นของหัวใจ และตำแหน่งของการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะรายที่ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ ผลที่ตามมาคืออายุครรภ์ 4 สัปดาห์เท่ากับหลังปฏิสนธิราว 2 สัปดาห์เท่านั้น
จุดที่สองแหล่งตรงกันคือไม่มีชุดอาการมาตรฐานที่ทุกคนต้องเจอ การไม่มีอาการจึงไม่ได้แปลว่าไม่ได้ตั้งครรภ์ และการมีอาการครบทุกข้อก็ไม่ได้ยืนยันว่าตั้งครรภ์
อาการคนท้อง 1 สัปดาห์แรกเป็นยังไง และรู้สึกได้จริงไหม?
คำตอบที่ตรงกับหลักการนับอายุครรภ์คือ สัปดาห์แรกของอายุครรภ์ยังไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้นเลย เพราะเป็นสัปดาห์ที่ประจำเดือนกำลังมา สิ่งที่คนส่วนใหญ่หมายถึงเมื่อพูดว่าท้องหนึ่งสัปดาห์คือหนึ่งสัปดาห์หลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งตรงกับอายุครรภ์ราว 3 สัปดาห์
ในช่วงนั้นร่างกายเพิ่งเริ่มสร้างฮอร์โมน hCG โดย NHS ระบุว่าฮอร์โมนนี้เริ่มถูกสร้างราว 6 วันหลังการปฏิสนธิ ส่วน MedlinePlus ระบุว่า hCG ตรวจพบได้ในเลือดและปัสสาวะของหญิงตั้งครรภ์เร็วที่สุดราว 10 วันหลังการปฏิสนธิ ระดับที่ต่ำมากในช่วงนี้อธิบายว่าทำไมการตรวจเร็วเกินไปจึงได้ผลลบทั้งที่ตั้งครรภ์จริง
กรมอนามัยอธิบายกลไกไว้ตรงกันว่า หลังไข่ที่ผสมแล้วฝังตัวในมดลูก ร่างกายจะผลิต hCG ซึ่งทำให้รังไข่หยุดตกไข่ชั่วคราว ประจำเดือนจึงไม่มา และระยะนี้ตรวจได้ด้วยอุปกรณ์ตรวจระดับฮอร์โมน hCG
อ่อนเพลียและหน้ามืดในระยะแรกเกิดจากอะไร
กรมอนามัยอธิบายว่าความอ่อนเพลียและตะคริวเป็นผลจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นมาก หลอดเลือดหย่อนตัวทำให้ความดันโลหิตต่ำลงเป็นระยะ มดลูกต้องการเลือดมากขึ้น และระดับน้ำตาลในเลือดลดลง พร้อมเตือนว่าถ้ามีวิงเวียนศีรษะหรือหายใจไม่ทันร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจางที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์ได้
ไวต่อกลิ่นและรสชาติเปลี่ยน
อีกอาการที่เล่ากันบ่อยคือได้กลิ่นไวขึ้นจนทนกลิ่นอาหารที่เคยชอบไม่ได้ กรมอนามัยอธิบายว่าเมื่อตั้งครรภ์ ระบบการได้กลิ่นจะไวขึ้นและรับกลิ่นได้จากระยะไกลกว่าเดิม พร้อมทำให้ความอยากอาหารเปลี่ยนไป
ตรวจครรภ์เมื่อไหร่ถึงแม่น และอ่านผลอย่างไร?
NHS ให้เกณฑ์ที่จำง่ายสองข้อ คือตรวจได้ตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนขาด หรือตรวจอย่างน้อย 21 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันครั้งล่าสุด ข้อที่สองมีประโยชน์กับคนที่ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอจนไม่รู้ว่าควรจะมาวันไหน
เรื่องการอ่านผล NHS ระบุไว้ตรงไปตรงมาว่าผลบวกเกือบแน่นอนว่าถูกต้อง ส่วนผลลบเชื่อถือได้น้อยกว่า ถ้าผลลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา ให้รออีกไม่กี่วันแล้วตรวจซ้ำ และถ้าตรวจซ้ำแล้วยังลบทั้งที่ประจำเดือนยังไม่มา ควรไปพบแพทย์
MedlinePlus เสริมเรื่องเทคนิคว่า ระดับ hCG จะสูงกว่าเมื่อปัสสาวะเข้มข้นกว่า ช่วงเวลาที่เหมาะกับการตรวจจึงเป็นปัสสาวะครั้งแรกหลังตื่นนอน และแถบตรวจปัสสาวะส่วนใหญ่ใช้เวลาอ่านผล 1 ถึง 2 นาที ชุดตรวจที่ซื้อเองมักยังไม่ขึ้นผลบวกจนกว่าประจำเดือนจะเลยกำหนด
ส่วนตัวเลข hCG จากการเจาะเลือด MedlinePlus ให้ช่วงอ้างอิงว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์จะต่ำกว่า 5 mIU/mL อายุครรภ์ 3 สัปดาห์อยู่ที่ 5 ถึง 72 mIU/mL และอายุครรภ์ 5 สัปดาห์อยู่ที่ 217 ถึง 8,245 mIU/mL ช่วงที่กว้างขนาดนี้คือเหตุผลที่ค่าเดียวบอกอะไรไม่ได้ แพทย์จึงดูแนวโน้มของค่าและผลอัลตราซาวด์ประกอบกัน
ความเห็นของเราคือ คนที่ตรวจซ้ำทุกเช้ามักได้ความกังวลมากกว่าได้ข้อมูล การรอสองถึงสามวันแล้วตรวจใหม่ครั้งเดียวให้ข้อมูลชัดกว่าการตรวจติดกันห้าวัน
เลือดล้างหน้าเด็กกับประจำเดือนต่างกันยังไง?
กรมอนามัยอธิบายว่า เมื่อตัวอ่อนฝังตัว หลอดเลือดเล็ก ๆ ในโพรงมดลูกแตกออก ทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอดเป็นหยดปริมาณไม่มากในช่วงสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่ 4 สีจาง และไม่มีอาการปวดท้อง คนโบราณเรียกว่าเลือดล้างหน้าเด็ก มักมาในวันที่ใกล้เคียงกับประจำเดือนรอบถัดไป เกิดกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์บางคนเท่านั้น และไม่มีผลกระทบกับทารกในครรภ์
ความต่างที่ใช้แยกได้ในทางปฏิบัติมีสามอย่าง คือปริมาณที่น้อยกว่ามาก สีที่จางกว่าเลือดประจำเดือน และการไม่มีอาการปวดท้อง แต่นี่เป็นการสังเกตเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัย บทความของ Rama Channel คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เขียนไว้ตรงว่าเมื่อพบว่ามีเลือดออกทางช่องคลอดไม่ว่าอายุครรภ์จะเท่าไหร่ก็ตาม ควรไปพบแพทย์ นั่นเป็นเกณฑ์ที่ปลอดภัยกว่าการนั่งเทียบสีเลือดเอง
ตารางเทียบอาการคนท้องแรกๆ กับอาการก่อนมีประจำเดือน
ตารางนี้รวบรวมจากรายการอาการของกรมอนามัยและช่วงเวลาที่ NHS ระบุ คอลัมน์สุดท้ายเป็นจุดสังเกตในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เกณฑ์วินิจฉัย
| อาการ | ช่วงที่มักเริ่ม (อายุครรภ์) | ลักษณะที่มักพบในการตั้งครรภ์ | จุดที่ต่างจากอาการก่อนมีประจำเดือน |
|---|---|---|---|
| ประจำเดือนไม่มา | ราว 4 สัปดาห์ | ขาดไปทั้งรอบ เพราะ hCG ทำให้รังไข่หยุดตกไข่ชั่วคราว | อาการก่อนมีประจำเดือนจบลงด้วยการที่ประจำเดือนมาจริง |
| เลือดออกกะปริดกะปรอย | สัปดาห์ที่ 1 ถึง 4 | ปริมาณน้อย สีจาง ไม่มีอาการปวดท้อง | ประจำเดือนปริมาณมากกว่า สีแดงสดกว่า และมักปวดท้องร่วม |
| คัดเต้านม เจ็บและตึง | ราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ | ตึงต่อเนื่องและมักเป็นนานขึ้นเรื่อย ๆ | ก่อนมีประจำเดือนมักทุเลาลงเมื่อประจำเดือนมา |
| อ่อนเพลียและง่วงนอนตลอดเวลา | ตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ | เพลียมากผิดปกติ อาจมีหน้ามืดจากความดันที่ลดลงเป็นระยะ | อาการก่อนมีประจำเดือนมักไม่ถึงขั้นเพลียจนทำกิจวัตรไม่ไหว |
| ปัสสาวะบ่อยขึ้น | ราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ | บ่อยขึ้นโดยไม่มีอาการแสบขัด | ถ้าแสบขัดหรือปวดหลังร่วมด้วย ให้คิดถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะแทน |
| คลื่นไส้และไวต่อกลิ่น | ราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ขึ้นไป | ได้กลิ่นไวขึ้น เหม็นอาหารที่เคยชอบ อาจอาเจียนได้ทุกช่วงของวัน | ก่อนมีประจำเดือนมักเป็นความอยากอาหารเปลี่ยน ไม่ใช่การเหม็นกลิ่นชัดเจน |
| อารมณ์แปรปรวนและท้องผูก | ตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ ถึงสัปดาห์ที่ 12 | อ่อนไหวง่าย ร่วมกับท้องผูกและตกขาวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย | อาการก่อนมีประจำเดือนมักจบภายในไม่กี่วันหลังประจำเดือนมา |

ข้อควรระวังคือไม่มีแถวไหนใช้ยืนยันการตั้งครรภ์ได้ด้วยตัวเอง สิ่งที่ยืนยันได้จริงมีสองอย่างคือการตรวจระดับ hCG และการอัลตราซาวด์
แพ้ท้องเริ่มกี่สัปดาห์ และหนักแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ?
NHS ระบุว่าอาการคลื่นไส้อาเจียนในการตั้งครรภ์มักทุเลาลงเมื่อถึงสัปดาห์ที่ 16 ถึง 20 และย้ำว่าอาการนี้เกิดได้ทุกช่วงเวลาของวัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะตอนเช้าอย่างที่ชื่อภาษาอังกฤษชวนให้เข้าใจ กรมอนามัยระบุในทิศทางเดียวกันว่าอาการแพ้ท้องมักเกิดในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์
กรมอนามัยเตือนเรื่องการแพ้ท้องมากผิดปกติว่า ถ้าคลื่นไส้อาเจียนหนักจนกินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้ ร่างกายจะขาดน้ำและระดับเกลือแร่ในเลือดลดลง ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งแม่และทารก กลุ่มที่พบบ่อยคือตั้งครรภ์ครั้งแรก ตั้งครรภ์แฝด และแม่ที่มีน้ำหนักตัวมาก เมื่อมีอาการแบบนี้ควรไปพบแพทย์ทันที และไม่ควรซื้อยามากินเอง
NHS ให้รายการที่ละเอียดกว่าว่าเมื่อไหร่ควรติดต่อหน่วยบริการ ได้แก่ ปัสสาวะสีเข้มมากหรือไม่ได้ปัสสาวะเกิน 8 ชั่วโมง กินหรือดื่มอะไรไม่ได้เลยนาน 24 ชั่วโมง รู้สึกอ่อนแรงมาก เวียนศีรษะหรือจะเป็นลมเวลาลุกยืน ปวดท้อง มีไข้สูง อาเจียนเป็นเลือด และน้ำหนักลด
รามาธิบดีอธิบายในทิศทางเดียวกันว่าคลื่นไส้อาเจียนถือว่าค่อนข้างปกติถ้ายังกินได้พอ และมักดีขึ้นเองเมื่อระดับฮอร์โมนคงที่หลังอายุครรภ์ 14 สัปดาห์ แต่ถ้าอาเจียนหนักจนกินไม่ได้ น้ำหนักลด ใจสั่น หรือปัสสาวะน้อยลง จะเข้าเกณฑ์ที่ต้องให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาล รายละเอียดอยู่ในบทความ อาการแพ้ท้อง
อาการแบบไหนต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที?
ภาวะที่ต้องแยกให้ออกในระยะแรกมากที่สุดคือการตั้งครรภ์นอกมดลูก ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าภาวะนี้พบราวร้อยละ 1 ถึง 2 ของการตั้งครรภ์ มากกว่าร้อยละ 70 ฝังตัวที่ส่วน ampulla ของท่อนำไข่ อีกร้อยละ 12 ที่ isthmus และร้อยละ 11 ที่ fimbria โดยอาการคลาสสิกสามอย่างคือขาดระดู ปวดท้องน้อย และเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด พบครบทั้งสามอย่างเพียงราวร้อยละ 50 ของผู้ป่วย และเอกสารเดียวกันระบุว่ารายที่แตกแล้วมีอัตราตายได้สูงถึงร้อยละ 2.7
ฝั่ง NHS ระบุว่าพบราว 1 ใน 90 ของการตั้งครรภ์ หรือราว 11,000 การตั้งครรภ์ต่อปีในสหราชอาณาจักร และอาการมักแสดงระหว่างสัปดาห์ที่ 4 ถึง 12 ตัวเลขสองชุดนี้มาจากคนละประชากรและคนละวิธีเก็บ จึงควรอ่านเป็นลำดับขนาดเดียวกัน ไม่ใช่เอามาเถียงกันว่าอันไหนถูก
อาการที่ NHS ระบุว่าต้องไปห้องฉุกเฉินทันที คือปวดท้องเฉียบพลัน รุนแรงและแหลมคม ร่วมกับเวียนศีรษะ เป็นลม คลื่นไส้ หรือหน้าซีด เพราะอาจหมายถึงท่อนำไข่แตก ส่วนอาการที่ควรติดต่อแพทย์โดยไม่รอ ได้แก่ ปวดท้องน้อยข้างเดียว เลือดออกทางช่องคลอดหรือมีน้ำสีน้ำตาล ปวดร้าวที่ปลายไหล่ และรู้สึกไม่สบายตัวเวลาปัสสาวะหรือถ่ายอุจจาระ
ฝั่งไทย ผศ. พญ.อรวิน วัลลิภากร หน่วยเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุอาการไว้ว่าปวดท้องด้านใดด้านหนึ่ง เลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ เวียนศีรษะ หน้ามืด และเตือนว่าถ้าปวดท้องเฉียบพลันจนยืนไม่ไหวหรือเหงื่อออกมาก ให้ไปโรงพยาบาลทันที กลุ่มเสี่ยงคือเคยท้องนอกมดลูก เคยมีการอักเสบในอุ้งเชิงกราน เคยผ่าตัดท่อนำไข่ สูบบุหรี่ประจำ และอายุมากกว่า 35 ปี
เบอร์ที่ควรจำ
ถ้าปวดท้องรุนแรงเฉียบพลัน หน้ามืดจะเป็นลม หรือเลือดออกมากผิดปกติ ให้โทร 1669 ซึ่งเป็นสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉินของไทย และอย่าขับรถไปเอง ส่วนคำถามเรื่องสิทธิการรักษาสอบถามสายด่วน สปสช. 1330 ได้
ฝากครรภ์ครั้งแรกควรไปเมื่อไหร่ และต้องเจออะไรบ้าง?
แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่องการดูแลสตรีตั้งครรภ์ เอกสารหมายเลข OB 66-029 อนุมัติต้นฉบับเมื่อ 20 มกราคม 2566 ระบุว่าการฝากครรภ์ควรเริ่มในไตรมาสแรก โดยเฉพาะก่อนอายุครรภ์ 10 สัปดาห์ เพื่อยืนยันอายุครรภ์ ประเมินสตรีตั้งครรภ์ ตรวจทางห้องปฏิบัติการ และประเมินโรคประจำตัว
เอกสารฉบับเดียวกันอ้างคำแนะนำของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 ว่าให้หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์และต่อเนื่องตลอดการตั้งครรภ์ และอ้างองค์การอนามัยโลก ค.ศ. 2016 ที่แนะนำให้ฝากครรภ์รวม 8 ครั้ง แบ่งเป็น 1 ครั้งในไตรมาสแรก 2 ครั้งในไตรมาสที่ 2 และ 5 ครั้งในไตรมาสที่ 3
ตารางนัดของกรมอนามัยในเอกสารมาตรฐานการให้บริการฝากครรภ์คุณภาพ สำหรับครรภ์ความเสี่ยงต่ำ กำหนดไว้ 5 ครั้ง คือครั้งแรกก่อน 12 สัปดาห์ ครั้งที่ 2 ที่ 18 สัปดาห์ ครั้งที่ 3 ที่ 26 สัปดาห์ ครั้งที่ 4 ที่ 32 สัปดาห์ และครั้งที่ 5 ที่ 38 สัปดาห์ โดยมีมาตรฐานสัดส่วนผู้ให้บริการต่อผู้รับบริการไม่เกิน 1 ต่อ 20
ถัดจากนั้นแนวทาง OB 66-029 กำหนดการตรวจอัลตราซาวด์หาความผิดปกติทางโครงสร้างของทารกที่อายุครรภ์ 18 ถึง 22 สัปดาห์ และการคัดกรองเบาหวานที่ 24 ถึง 28 สัปดาห์
เรื่องวิตามิน แนวทางฉบับนี้แนะนำสตรีที่วางแผนตั้งครรภ์ให้ได้รับโฟลิก 0.4 มิลลิกรัมต่อวันจากอาหารและยา เพื่อลดการเกิดความผิดปกติของหลอดประสาทในทารก ตัวเลขนี้เป็นค่าในแนวทางวิชาชีพ ไม่ใช่คำสั่งใช้ยาสำหรับผู้อ่านรายใดรายหนึ่ง การเลือกชนิดและขนาดยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลเท่านั้น
ใช้สิทธิฝากครรภ์ฟรีได้แค่ไหน?
ด้านสิทธิ สปสช. ปรับสิทธิประโยชน์การฝากครรภ์ของกองทุนบัตรทอง จากเดิมเบิกจ่ายได้ 5 ครั้ง เป็นไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปีงบประมาณ 2565 ข้อมูลนี้เรายืนยันจากสองแหล่งที่รายงานคำชี้แจงของ สปสช. คือศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ของ MGR Online และเว็บไซต์ Happy Workplace ของ สสส. เนื่องจากเว็บไซต์ สปสช. เข้าไม่ได้จากเครือข่ายที่เราใช้ตรวจสอบในวันนี้
บริการที่รายงานว่าอยู่ในชุดสิทธินี้ ได้แก่ การตรวจซิฟิลิส เอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การคัดกรองธาลัสซีเมียด้วย MCV และ DCIP และการตรวจหมู่เลือด ABO และ Rh โดยเป็นสิทธิของหญิงตั้งครรภ์ทุกสิทธิการรักษา ไม่จำกัดเฉพาะผู้ถือบัตรทอง และมีการเพิ่มสิทธิตรวจคัดกรองซิฟิลิสและธาลัสซีเมียให้สามีด้วย
ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในสิทธิใด ตรวจสอบได้ก่อนไปฝากครรภ์ตามวิธีในบทความ เช็คสิทธิรักษาพยาบาล ส่วนผู้ประกันตนที่กำลังวางแผนเรื่องงาน ดูได้ที่ สิทธิลาคลอด
คำถามที่พบบ่อย
อาการคนท้องแรกๆ เริ่มตอนไหน?
NHS ระบุว่าอาการและสัญญาณของการตั้งครรภ์มักเริ่มเมื่ออายุครรภ์ราว 4 ถึง 6 สัปดาห์ ส่วนกรมอนามัยระบุว่าสัญญาณเกิดได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกไปจนถึงสัปดาห์ที่ 12 และบางคนอาจไม่มีอาการเลย
ท้อง 1 สัปดาห์มีอาการไหม?
ตามวิธีนับอายุครรภ์ สัปดาห์ที่ 1 คือสัปดาห์ที่ประจำเดือนกำลังมา จึงยังไม่มีการปฏิสนธิ ส่วนหนึ่งสัปดาห์หลังมีเพศสัมพันธ์ตรงกับอายุครรภ์ราว 3 สัปดาห์ ซึ่ง NHS ระบุว่า hCG เพิ่งเริ่มถูกสร้างราว 6 วันหลังการปฏิสนธิ อาการจึงมักยังไม่ชัด
ตรวจครรภ์เร็วที่สุดได้เมื่อไหร่?
NHS แนะนำให้ตรวจได้ตั้งแต่วันแรกที่ประจำเดือนขาด หรืออย่างน้อย 21 วันหลังมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน
ตรวจแล้วขึ้นขีดเดียวแต่ประจำเดือนยังไม่มา ทำยังไง?
NHS ระบุว่าผลลบเชื่อถือได้น้อยกว่าผลบวก ให้รออีกไม่กี่วันแล้วตรวจซ้ำ ถ้ายังลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา ให้ไปพบแพทย์
ตรวจตอนไหนของวันแม่นที่สุด?
MedlinePlus ระบุว่าระดับ hCG สูงกว่าเมื่อปัสสาวะเข้มข้นกว่า ช่วงที่เหมาะจึงเป็นปัสสาวะครั้งแรกหลังตื่นนอน
เลือดล้างหน้าเด็กต่างจากประจำเดือนยังไง?
กรมอนามัยอธิบายว่าเลือดจากการฝังตัวมีปริมาณน้อย สีจาง ไม่มีอาการปวดท้อง และเกิดกับบางคนเท่านั้น แต่เลือดออกทุกกรณีควรให้แพทย์ประเมิน
ประจำเดือนไม่มากับท้องต่างกันยังไง?
ประจำเดือนขาดเกิดได้จากหลายสาเหตุ สิ่งที่แยกได้จริงคือระดับ hCG และการอัลตราซาวด์ ไม่ใช่การเทียบอาการ
อาการแบบไหนต้องไปห้องฉุกเฉิน?
NHS ระบุว่าปวดท้องเฉียบพลันรุนแรงร่วมกับเวียนศีรษะ เป็นลม คลื่นไส้ หรือหน้าซีด ต้องไปห้องฉุกเฉินทันทีเพราะอาจเป็นท่อนำไข่แตก ในไทยให้โทร 1669
ท้องนอกมดลูกพบบ่อยแค่ไหน?
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าพบราวร้อยละ 1 ถึง 2 ของการตั้งครรภ์ ส่วน NHS ระบุว่าพบราว 1 ใน 90 ในสหราชอาณาจักร
แพ้ท้องหายเมื่อไหร่?
NHS ระบุว่ามักทุเลาลงเมื่อถึงสัปดาห์ที่ 16 ถึง 20 ส่วนรามาธิบดีระบุว่ามักดีขึ้นเมื่อฮอร์โมนคงที่หลังอายุครรภ์ 14 สัปดาห์
ควรฝากครรภ์ครั้งแรกเมื่อไหร่?
แนวทาง OB 66-029 แนะนำให้เริ่มก่อนอายุครรภ์ 10 สัปดาห์ ส่วนกรมอนามัย พ.ศ. 2565 แนะนำให้ฝากก่อน 12 สัปดาห์
ฝากครรภ์ฟรีได้กี่ครั้ง?
รายงานคำชี้แจงของ สปสช. ระบุว่าสิทธิฝากครรภ์ของกองทุนบัตรทองปรับจากเดิม 5 ครั้ง เป็นไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 และเป็นสิทธิของหญิงตั้งครรภ์ทุกสิทธิการรักษา
สรุปสิ่งที่ควรทำเมื่อสงสัยว่าตั้งครรภ์
ถ้าประจำเดือนขาดและมีอาการตามรายการข้างต้น ขั้นแรกคือตรวจด้วยชุดตรวจในปัสสาวะครั้งแรกหลังตื่นนอน ถ้าผลลบแต่ประจำเดือนยังไม่มา ให้รอสองถึงสามวันแล้วตรวจซ้ำอีกครั้งเดียว ถ้าผลบวก ให้ตั้งเป้าไปฝากครรภ์ให้ทันก่อนอายุครรภ์ 10 ถึง 12 สัปดาห์ตามแนวทางไทย เพื่อให้ได้อัลตราซาวด์ยืนยันอายุครรภ์และตำแหน่งการตั้งครรภ์
ระหว่างรอนัด สิ่งที่ต้องจำให้แม่นคือเส้นแบ่งของการไปโรงพยาบาล ปวดท้องน้อยข้างเดียวรุนแรง เลือดออกผิดปกติ ปวดร้าวปลายไหล่ หน้ามืดจะเป็นลม หรืออาเจียนจนกินดื่มไม่ได้เกิน 24 ชั่วโมง คืออาการที่ไม่ควรรอดูต่อที่บ้าน
ตัวเลข ช่วงเวลา และเงื่อนไขสิทธิทั้งหมดในบทความนี้อ้างอิงจากแหล่งที่ระบุไว้ ณ วันตรวจสอบ 19 กันยายน 2569 และมีการปรับปรุงได้ทุกปี โปรดยืนยันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือกับแพทย์ที่ดูแลก่อนตัดสินใจ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำวินิจฉัย ไม่ใช่คำสั่งใช้ยา และไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
แหล่งอ้างอิง
- ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย: การดูแลสตรีตั้งครรภ์ OB 66-029 (20 มกราคม 2566)
- กรมอนามัย ศูนย์อนามัยที่ 9: มาตรฐานการให้บริการฝากครรภ์คุณภาพ
- กรมอนามัย อนามัยมีเดีย: 9 อาการท้องในระยะแรก (22 สิงหาคม 2562)
- กรมอนามัย: 5 อาการที่พบบ่อยในคนท้อง
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: Ectopic Pregnancy การตั้งครรภ์นอกมดลูก
- Rama Channel รามาธิบดี: ท้องนอกมดลูกคืออะไร อาการและสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง
- Rama Channel: สัญญาณอันตรายที่แม่ตั้งครรภ์ต้องรีบไปพบแพทย์
- NHS: Signs and symptoms of pregnancy
- NHS: Doing a pregnancy test
- NHS: Ectopic pregnancy
- NHS: Vomiting and morning sickness in pregnancy
- MedlinePlus: HCG blood test qualitative and quantitative
- MedlinePlus: Pregnancy test
- MGR Online: ข่าวจริง สปสช. ขยายสิทธิฝากครรภ์กับกองทุนบัตรทองได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
- Happy Workplace สสส.: ปรับสิทธิบัตรทอง จากฝากครรภ์ฟรี 5 ครั้ง เป็นไม่จำกัดจำนวนครั้ง


