ไซนัสอักเสบคือการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกและไซนัส (โพรงอากาศข้างจมูก) ที่ทำให้มีอาการตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไป ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกหรือเสมหะไหลลงคอ ปวดแน่นใบหน้า และได้กลิ่นลดลง โดยต้องมีคัดจมูกหรือน้ำมูกอย่างน้อย 1 อาการ ตามแนวทางการตรวจรักษาโรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันที่ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยร่วมจัดทำ และเผยแพร่ในวารสารหู คอ จมูก และใบหน้า ปีที่ 21 ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2563 แนวทางนี้ใช้ 12 สัปดาห์เป็นเส้นแบ่งชนิดเฉียบพลันกับเรื้อรัง และระบุว่ามีผู้เป็นหวัดจากไวรัสเพียงราวร้อยละ 0.5 ถึง 2 ที่ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ
ประเด็นสำคัญ
- เป็นไม่ถึง 12 สัปดาห์และหายสนิทคือเฉียบพลัน ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไปคือเรื้อรัง ตามแนวทางไทย พ.ศ. 2563 และ EPOS 2020 แต่แนวทางสหรัฐฯ บางฉบับใช้ 4 สัปดาห์
- อินโฟกราฟิกของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สิงหาคม 2568) ระบุว่าผู้ป่วยร้อยละ 90 ถึง 98 เป็นจากไวรัสและหายเองภายใน 10 วัน
- ชวนสงสัยแบคทีเรียเมื่อเป็นเกิน 10 วันไม่ดีขึ้น ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียสร่วมกับน้ำมูกเป็นหนองหรือปวดหน้าติดกัน 3 ถึง 4 วัน หรือดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง
- EPOS 2020 ไม่แนะนำยาปฏิชีวนะในไซนัสอักเสบหลังติดไวรัสของผู้ใหญ่ การใช้ยาและขนาดยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์
- ไม่มีแนวทางใดกำหนดอาหารต้องห้าม สิ่งที่แนะนำตรงกันคืองดบุหรี่และเลี่ยงสิ่งที่ตัวเองแพ้
- ตาบวมแดง ลูกตาถูกดันออก ภาพซ้อน ตามัวลง ปวดศีรษะรุนแรง หน้าผากบวม หรือคอแข็ง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ไซนัสอักเสบคืออะไร และอาการเป็นอย่างไร?
แนวทางของไทยอธิบายว่าไซนัสเป็นโพรงอากาศ 4 คู่ในกะโหลกศีรษะ ได้แก่ frontal, maxillary, ethmoid และ sphenoid ส่วน NHS อธิบายแบบง่ายว่าเป็นช่องว่างเล็ก ๆ หลังโหนกแก้มและหน้าผากที่เชื่อมกับภายในจมูก ภายในบุด้วยเยื่อที่มีขนกวัดพัดมูกออกสู่โพรงจมูกผ่านรูเปิด ไซนัสจะปกติได้เมื่อรูเปิดไม่อุดตัน ขนกวัดทำงานได้ และสารคัดหลั่งพอดี ถ้าข้อใดเสีย มูกจะค้างและอักเสบได้ง่าย
แพทย์วินิจฉัยชนิดเฉียบพลันจากอาการเป็นหลัก คือมีอย่างน้อย 2 ใน 4 อาการ ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกหรือเสมหะลงคอ ปวดแน่นแถวโหนกแก้ม รอบตา หรือหน้าผาก และได้กลิ่นลดลง (ในเด็กใช้อาการไอแทน) โดยต้องมีคัดจมูกหรือน้ำมูกร่วมด้วยเสมอ ถ้ามีแค่ปวดหน้าโดยไม่มีอาการทางจมูก จะยังไม่เข้าเกณฑ์ แผนภาพการดูแลของ EPOS 2020 ยกตัวอย่างการวินิจฉัยอื่นที่ไม่ใช่ไซนัส เช่น ไมเกรน (อ่านเทียบได้ที่ ไมเกรน อาการ)
NHS (ทบทวนล่าสุด 31 มกราคม 2567) เพิ่มอาการที่พบได้ เช่น น้ำมูกสีเขียวหรือเหลือง มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดฟัน กลิ่นปาก ไอ และรู้สึกมีแรงดันในหู ถ้าอาการทางหูเด่นกว่า ลองเทียบกับ น้ำในหูไม่เท่ากัน อาการเป็นอย่างไร ส่วน CDC จัดเสมหะไหลลงคอ เจ็บคอ และไอไว้ในอาการของไซนัสอักเสบด้วย ใครที่ไอหรือคันคอตอนกลางคืนอ่านต่อได้ที่ คันคอ ไอ วิธีแก้ และถ้าอาการเด่นอยู่ที่เจ็บคอมากกว่าจมูก อ่านเทียบกับ ทอนซิลอักเสบ อาการ
ไซนัสอักเสบเกิดจากอะไร และต่างจากภูมิแพ้จมูกอย่างไร?
ต้นเหตุหลักคือหวัดจากไวรัส CDC (ปรับปรุงหน้าเว็บ 17 เมษายน 2567) ระบุว่าไวรัสเป็นสาเหตุของไซนัสอักเสบส่วนใหญ่ มีเพียงบางส่วนที่เกิดจากแบคทีเรีย แนวทางไทย พ.ศ. 2563 ให้ตัวเลขว่าเด็กเป็นหวัดราว 7 ถึง 10 ครั้งต่อปี ผู้ใหญ่ราว 2 ถึง 5 ครั้งต่อปี และความชุกของไซนัสอักเสบเฉียบพลันมีรายงานตั้งแต่ร้อยละ 6 ถึง 15 ของประชากร ปัจจัยเสริมตามแนวทางไทยมีดังนี้
- เยื่อบุจมูกบวม: จากหวัด โรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ และจมูกอักเสบเรื้อรังชนิดอื่น ซึ่งแนวทางระบุว่าเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
- สิ่งอุดกั้นทางระบาย: เช่น ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นจมูกคด เนื้องอก หรือสิ่งแปลกปลอม
- การติดเชื้อจากอวัยวะข้างเคียงและภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เช่น รากฟันอักเสบ
- บุหรี่: แนวทางไทยระบุว่าเพิ่มเชื้อก่อโรคในคอหอย และ EPOS 2020 ระบุว่าทั้งการสูบเองและควันบุหรี่มือสองเพิ่มโอกาสเป็นไซนัสอักเสบเฉียบพลัน
แยกไซนัสอักเสบกับภูมิแพ้จมูกอย่างไร
อาการภูมิแพ้ที่ EPOS 2020 ให้แพทย์ถามเสมอคือ จาม น้ำมูกใส คันจมูก และคันตาน้ำตาไหล ส่วนไซนัสอักเสบเด่นที่คัดจมูก น้ำมูกข้นหรือไหลลงคอ ปวดแน่นใบหน้า และได้กลิ่นลดลง สองโรคนี้เกี่ยวกันตรงที่ภูมิแพ้ทำให้เยื่อบุบวม รูเปิดไซนัสจึงตันง่ายขึ้น การรักษาก็ต่างกัน แนวทางไทยแนะนำยาต้านฮิสทามีนรุ่นใหม่เฉพาะผู้ที่เป็นไซนัสอักเสบเฉียบพลันร่วมกับภูมิแพ้จมูก ขณะที่ NICE สหราชอาณาจักร (NG79 พ.ศ. 2560) ไม่พบหลักฐานว่ายาต้านฮิสทามีนช่วยไซนัสอักเสบเฉียบพลันทั่วไป สองข้อนี้พูดถึงผู้ป่วยคนละกลุ่มจึงไม่ขัดกัน อ่านเรื่องภูมิแพ้เพิ่มเติมได้ที่ อาการภูมิแพ้
ไซนัสอักเสบหายเองได้ไหม และแบ่งเฉียบพลันกับเรื้อรังที่กี่สัปดาห์?
ส่วนใหญ่หายเองได้ แต่แต่ละแหล่งใช้กรอบเวลาต่างกัน อินโฟกราฟิกของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สิงหาคม 2568) ซึ่งอ้างคู่มือการใช้ยาปฏิชีวนะของกรมการแพทย์ พ.ศ. 2564 ระบุว่าชนิดจากไวรัสอาการมากขึ้นเร็วใน 3 วันแรก แล้วค่อย ๆ ดีขึ้นจนหายใน 7 ถึง 10 วัน NICE (พ.ศ. 2560) ระบุว่าไซนัสอักเสบเฉียบพลันมักใช้เวลาราว 2 ถึง 3 สัปดาห์ และ NHS ระบุว่าโดยมากหายเองภายใน 4 สัปดาห์ ตัวเลขต่างกันเพราะแหล่งแรกพูดถึงชนิดไวรัสโดยตรง ส่วนสองแหล่งหลังพูดถึงภาพรวม
เส้นแบ่งเฉียบพลันกับเรื้อรังก็ไม่ตรงกันทั่วโลก แนวทางไทยเล่าว่า IDSA (พ.ศ. 2555) และ AAO-HNS (พ.ศ. 2558) ของสหรัฐฯ ใช้ 4 สัปดาห์ อินโฟกราฟิกของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขก็ใช้ไม่เกิน 4 สัปดาห์ ส่วน EPOS ใช้ 12 สัปดาห์ และแนวทางไทยเลือก 12 สัปดาห์ตาม EPOS เพราะใช้แพร่หลายกว่า ตารางนี้สรุปการแบ่งประเภทที่แนวทางไทยและ EPOS 2020 ใช้
| ประเภท | ระยะเวลาและลักษณะ | สัญญาณที่ใช้แยก | แนวทางดูแลหลัก | ที่มา |
|---|---|---|---|---|
| หวัดหรือจมูกอักเสบจากไวรัส | อาการไม่ถึง 10 วัน | ไข้ถ้ามีมักลงใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง อาการมากสุดช่วง 3 ถึง 6 วันแรก | รักษาตามอาการ ไม่ใช้ยาฆ่าเชื้อ | แนวทางไทย 2563, EPOS 2020 |
| ไซนัสอักเสบหลังติดไวรัส | อาการมากขึ้นหลังวันที่ 5 หรือยังอยู่หลังวันที่ 10 แต่ไม่ถึง 12 สัปดาห์ | ไม่มีลักษณะชวนสงสัยแบคทีเรีย | แนวทางไทยให้ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ EPOS 2020 ไม่แนะนำยาปฏิชีวนะ | แนวทางไทย 2563, EPOS 2020 |
| ไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย | ภายใน 12 สัปดาห์ พบราวร้อยละ 0.5 ถึง 2 ของหวัด | ไทย: ข้อใดข้อหนึ่ง เช่น ไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส น้ำมูกเป็นหนอง ปวดโหนกแก้มหรือฟันบน EPOS: อย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ | แพทย์พิจารณายาปฏิชีวนะ ร่วมกับยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ | แนวทางไทย 2563, EPOS 2020 |
| เฉียบพลันที่กลับเป็นซ้ำ | อย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี หายสนิทระหว่างครั้ง | แต่ละครั้งต้องเข้าเกณฑ์หลังติดไวรัสหรือแบคทีเรีย | ควรยืนยันด้วยการส่องกล้องหรือ CT อย่างน้อย 1 ครั้ง | EPOS 2020 |
| ไซนัสอักเสบเรื้อรัง | ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ไม่หายสนิท | มีหรือไม่มีริดสีดวงจมูก ยืนยันด้วยการส่องกล้องหรือ CT | ล้างจมูก ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ เลี่ยงยาปฏิชีวนะ พิจารณาผ่าตัดเมื่อยาไม่พอ | EPOS 2020 |
อย่าตีความว่าไซนัสขุ่นในภาพเอกซเรย์แปลว่าต้องเป็นแบคทีเรีย แนวทางไทยอ้างการศึกษาของ Gwaltney และคณะในผู้ป่วยหวัด 31 คนที่ป่วยมาไม่เกิน 48 ถึง 96 ชั่วโมง พบความผิดปกติใน CT ของไซนัส maxillary ร้อยละ 87 และ ethmoid ร้อยละ 65 แนวทางจึงไม่แนะนำเอกซเรย์ธรรมดาเพื่อแยกแบคทีเรียกับไวรัส และไม่แนะนำ CT ในรายที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน

ไซนัสอักเสบต้องกินยาฆ่าเชื้อไหม?
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ประเทศไทยมีนโยบายการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (RDU) และอินโฟกราฟิกที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขทำเพื่อส่งเสริม RDU สำหรับเภสัชกรร้านยาระบุว่าชนิดจากไวรัสรักษาด้วยยาบรรเทาอาการ ยาปฏิชีวนะใช้กับชนิดแบคทีเรียเท่านั้น EPOS 2020 สรุปว่าผู้ป่วยไซนัสอักเสบเฉียบพลันเกือบทั้งหมดควรได้รับการรักษาตามอาการ และยาปฏิชีวนะควรใช้เฉพาะเมื่อมีสัญญาณของโรครุนแรง เช่น ไข้สูง ดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง ปวดมาก และค่าการอักเสบในเลือดสูง
อาการแบบไหนที่แพทย์จะสงสัยแบคทีเรีย
แนวทางไทยอ้างการศึกษาที่พบว่าผู้ป่วยหวัดส่วนใหญ่มีอาการราว 5 ถึง 10 วันแล้วดีขึ้น ถ้าการดำเนินโรคผิดไปจากนี้จึงชวนสงสัยแบคทีเรีย เกณฑ์ของ IDSA (พ.ศ. 2555) ที่แนวทางไทยยกมามี 3 แบบ
- เป็นนาน: อาการนานเกิน 10 วันโดยไม่ดีขึ้น
- รุนแรง: ไข้สูงเกิน 39 องศาเซลเซียส ร่วมกับน้ำมูกเป็นหนองหรือปวดหน้า ติดต่อกันอย่างน้อย 3 ถึง 4 วัน
- ดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง (double sickening): เป็นหวัดมา 5 ถึง 6 วัน เริ่มดีขึ้น แล้วกลับมีไข้ ปวดศีรษะ หรือน้ำมูกมากขึ้น
แนวทางไทยเองใช้เกณฑ์ต่างออกไป คือเมื่ออาการเข้าข่ายไซนัสอักเสบแล้ว ต้องมีข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่ ไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส น้ำมูกเป็นหนอง ปวดโหนกแก้มหรือฟันบน หรือแพทย์ตรวจพบหนองในโพรงจมูกหรือไหลลงคอ ส่วน EPOS 2020 ใช้อย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อ คือ น้ำมูกเปลี่ยนสี ปวดเฉพาะที่รุนแรง ไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส ค่า ESR หรือ CRP สูง และอาการดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง สำหรับคนทั่วไป CDC สรุปว่าควรพบแพทย์เมื่ออาการรุนแรง แย่ลงหลังดีขึ้น เป็นเกิน 10 วันไม่ดีขึ้น ไข้นานกว่า 3 ถึง 4 วัน หรือเป็นไซนัสอักเสบหลายครั้งในปีที่ผ่านมา
ทำไมไม่ควรซื้อยาฆ่าเชื้อกินเอง
ข้อแรก ประโยชน์น้อยกว่าที่คิด หลักฐานที่ NICE รวบรวมในปี 2560 พบว่าต้องรักษาราว 7 ถึง 21 คนจึงจะมี 1 คนหายหรือดีขึ้นเพิ่มจากยา และแทบไม่ทำให้ป่วยสั้นลง ขณะที่ทุก 8 ถึง 11 คนที่ได้ยาจะมี 1 คนเกิดผลข้างเคียงเพิ่มขึ้น ข้อสอง แม้เป็นแบคทีเรียก็หายเองได้บ่อย แนวทางไทยระบุว่าเชื้อ H. influenzae หายเองได้ราวร้อยละ 60 S. pneumoniae ราวร้อยละ 30 และ M. catarrhalis ราวร้อยละ 80 ข้อสาม เชื้อดื้อยา แนวทางไทยระบุว่าไทยพบเชื้อ S. pneumoniae ดื้อยาในผู้ป่วยกลุ่มนี้เกินร้อยละ 10 EPOS 2020 ยังชี้ว่าหลายการศึกษาพบว่าการจ่ายยาปฏิชีวนะแบบเหมารวมไม่ได้ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
ถ้าแพทย์สั่งยา ชนิด ขนาด และระยะเวลาเป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกร แนวทางไทยระบุว่าผู้ที่ตอบสนองต่อยามักดีขึ้นภายใน 3 วัน ถ้าไม่ดีขึ้นใน 3 ถึง 7 วัน หรือแย่ลงหลังกินยา 48 ถึง 72 ชั่วโมง ต้องกลับไปให้แพทย์ประเมินใหม่ CDC ระบุว่าบางครั้งแพทย์อาจเลือกเฝ้าดูอาการ 2 ถึง 3 วันก่อนตัดสินใจให้ยา
ล้างจมูก ยาพ่นจมูก และยาอื่นช่วยไซนัสอักเสบได้แค่ไหน?
ช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง แต่หลักฐานแรงไม่เท่ากัน ส่วนนี้สรุปเฉพาะประเภทการรักษาและน้ำหนักหลักฐานตามแนวทางไทย พ.ศ. 2563 ไม่ใช่วิธีใช้หรือขนาดยา ซึ่งควรให้แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำโดยตรง
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ: ใช้ร่วมได้เพื่อลดอาการและทำให้จมูกโล่ง คำแนะนำระดับ “อ่อน” หลักฐานคุณภาพ “ต่ำ” EPOS 2020 เห็นว่าหลักฐานยังอ่อนแต่น่าจะมีประโยชน์มากกว่าโทษ
- ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์: ใช้ลดอาการในรายที่ไม่รุนแรง คำแนะนำ “อ่อน” แต่หลักฐานคุณภาพ “สูง” EPOS 2020 ระบุว่าช่วยได้จริงแต่ผลไม่มาก
- ยาสเตียรอยด์ชนิดกินอย่างเดียว: ไม่แนะนำ เพราะลดอาการได้ไม่ต่างจากยาหลอก
- ยาละลายเสมหะ: ไม่แนะนำ เพราะการศึกษาพบว่าได้ผลไม่ต่างจากยาหลอก
- ยาลดอาการคัดจมูก: ใช้บรรเทาได้แต่ไม่พบหลักฐานคุณภาพดีว่าช่วยรักษา แนวทางเตือนว่าชนิดพ่นหรือหยอดจมูกไม่ควรใช้ต่อเนื่องเกิน 5 วัน เพราะหยุดแล้วอาจคัดจมูกหนักกว่าเดิม ชนิดกินควรเลี่ยงในผู้มีความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ต้อหิน ต่อมลูกหมากโต ไทรอยด์เป็นพิษ และหญิงตั้งครรภ์ และไม่แนะนำยาทั้งสองชนิดในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี
การสูดไอน้ำยังไม่มีหลักฐานรองรับ แนวทางไทยระบุว่ายังไม่พบการศึกษาเรื่องนี้ และ NICE ระบุว่าไม่พบหลักฐานของการสูดไอน้ำหรือการประคบหน้าอุ่น ส่วนยาแก้ปวดลดไข้ NICE และ NHS ให้ใช้บรรเทาอาการได้ โดย NHS เตือนว่าห้ามให้แอสไพรินกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี
ไซนัสอักเสบห้ามกินอะไร?
คำตอบตรง ๆ คือ ไม่มีแนวทางฉบับใดที่เราเปิดอ่านกำหนดอาหารต้องห้ามสำหรับไซนัสอักเสบ ทั้งแนวทางไทย พ.ศ. 2563 EPOS 2020 NICE NG79 และ NHS ความเชื่อเรื่องงดน้ำเย็นหรือนมจึงไม่มีหลักฐานรองรับในเอกสารเหล่านี้ แนวทางไทยยังระบุว่ายังไม่พบการศึกษาที่แสดงว่าวิตามินซีหรือโพรไบโอติกช่วยป้องกันหรือรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลัน สิ่งที่มีคำแนะนำรองรับมีดังนี้
- งดบุหรี่และเลี่ยงควันบุหรี่มือสอง: แนวทางไทย EPOS 2020 CDC และ NHS ระบุตรงกัน
- เลี่ยงสิ่งที่ตัวเองแพ้: NHS แนะนำให้เลี่ยงสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้ ถ้าแพ้อาหารใดจริงก็งดอาหารนั้น แต่เป็นเรื่องเฉพาะคน
- ดื่มน้ำให้พอและพักผ่อน: เป็นคำแนะนำดูแลตัวเองของ NHS สำหรับรายที่ไม่รุนแรง
- ระวังแอลกอฮอล์ถ้าเป็นเรื้อรัง: EPOS 2020 ระบุว่าผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจส่วนบนเรื้อรังจำนวนไม่น้อยรายงานว่าอาการแย่ลงหลังดื่ม พบมากที่สุดในโรคที่กำเริบจากยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (N-ERD) รองลงมาคือไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีริดสีดวงจมูก
ความเห็นของเราคือ สิ่งที่เปลี่ยนผลได้มากกว่าจานอาหาร คือไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเกินจำเป็น เลิกบุหรี่ และรู้ว่าเมื่อไหร่ต้องไปหาหมอ ถ้ากำลังกินยาที่แพทย์สั่ง ให้ถามเภสัชกรว่ายานั้นมีข้อห้ามเรื่องอาหารหรือเครื่องดื่มหรือไม่
อาการไซนัสอักเสบแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที และเรื้อรังต้องผ่าตัดไหม?
ภาวะแทรกซ้อนพบน้อยแต่อันตราย เพราะไซนัสอยู่ติดเบ้าตาและฐานสมอง NICE (NG79) ให้ส่งตัวไปโรงพยาบาล และ EPOS 2020 จัดเป็นอาการเตือนที่ต้องส่งต่อทันที เมื่อมีอาการเหล่านี้
- ทางตา: รอบตาบวมแดง ลูกตาถูกดันออก มองเห็นภาพซ้อน กลอกตาได้ไม่เต็มที่ หรือตามัวลงใหม่
- ทางสมอง: ปวดศีรษะรุนแรงโดยเฉพาะหน้าผาก หน้าผากบวม คอแข็งหรืออาการอื่นของเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และอาการผิดปกติทางระบบประสาท
- ติดเชื้อรุนแรงทั้งร่างกาย: NICE เรียกว่า severe systemic infection และ EPOS 2020 ระบุสัญญาณของภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
ถ้ามีอาการกลุ่มนี้อย่ารอดูที่บ้านหรือซื้อยากินเอง ให้ไปโรงพยาบาลทันที หรือโทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ส่วนกรณีที่ควรนัดพบแพทย์ตาม NHS ได้แก่ ดูแลตัวเอง 3 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น รักษามา 7 วันแล้วไม่ดีขึ้น เป็นซ้ำบ่อย เด็กอายุ 11 ปีหรือน้อยกว่า และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น กำลังรับเคมีบำบัด
ไซนัสอักเสบเรื้อรังต้องผ่าตัดทุกคนหรือไม่
ไม่ EPOS 2020 ระบุว่าไซนัสอักเสบเรื้อรังพบราวร้อยละ 5 ถึง 12 ของประชากร และผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นโรคหืดราวร้อยละ 25 เทียบกับร้อยละ 5 ในประชากรทั่วไป แผนการดูแลเริ่มจากล้างจมูก ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ เลี่ยงยาปฏิชีวนะและปัจจัยกระตุ้น ถ้าดูแลเอง 6 ถึง 12 สัปดาห์ไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์ และถ้ารักษาอีก 6 ถึง 12 สัปดาห์ยังไม่ดีขึ้นจึงส่งแพทย์เฉพาะทางเพื่อส่องกล้องและพิจารณา CT การผ่าตัดไซนัสผ่านกล้องจะพิจารณาเมื่อยาที่เหมาะสมคุมอาการไม่ได้และผลตรวจยืนยันโรค EPOS 2020 เน้นว่าการผ่าตัดเป็นเพียงขั้นหนึ่งของการรักษา เพื่อให้ยาเฉพาะที่เข้าถึงไซนัสได้ดีขึ้น หลังผ่าตัดยังต้องใช้ยาต่อเนื่อง
NHS ระบุว่าแพทย์จะส่งพบแพทย์หู คอ จมูก เมื่อรักษา 3 เดือนแล้วไม่หาย เป็นซ้ำบ่อย หรือมีอาการด้านเดียวของใบหน้า EPOS 2020 จัดอาการข้างเดียว เลือดออก สะเก็ดในจมูก และได้กลิ่นเหม็น ไว้ในกลุ่มที่ต้องส่งต่อทันทีด้วย ส่วนชนิดเฉียบพลันจากแบคทีเรียที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน แนวทางไทยระบุว่ายังไม่มีข้อบ่งชี้ผ่าตัดเพราะรักษาด้วยยาได้ผลดีมาก การผ่าตัดสงวนไว้สำหรับภาวะแทรกซ้อนทางตา เช่น ฝีในเบ้าตา ในกลุ่มที่มีข้อบ่งชี้ รายงานกลุ่มผู้ป่วยที่แนวทางอ้างพบผลหายหรือดีขึ้นร้อยละ 85 ถึง 100 แต่ไม่ใช่การศึกษาแบบสุ่ม จึงไม่ใช่ตัวเลขรับประกันผล
คำถามที่พบบ่อย
ไซนัสอักเสบอาการเป็นยังไง?
มีอาการทางจมูกตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไป คือ คัดจมูก น้ำมูกหรือเสมหะลงคอ ปวดแน่นใบหน้า และได้กลิ่นลดลง โดยต้องมีคัดจมูกหรือน้ำมูกอย่างน้อย 1 อาการ
ไซนัสอักเสบเกิดจากอะไร?
ส่วนใหญ่ตามหลังหวัดจากไวรัส บางส่วนเกิดจากแบคทีเรีย ปัจจัยเสริมคือภูมิแพ้จมูก ริดสีดวงจมูก ผนังกั้นจมูกคด รากฟันอักเสบ ภูมิคุ้มกันต่ำ และบุหรี่
ไซนัสอักเสบหายเองได้ไหม?
ส่วนใหญ่หายเองได้ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (2568) ระบุว่าชนิดจากไวรัสซึ่งเป็นร้อยละ 90 ถึง 98 ของผู้ป่วยหายภายใน 10 วัน ส่วน NHS ระบุว่าโดยมากหายภายใน 4 สัปดาห์
ไซนัสอักเสบต้องกินยาฆ่าเชื้อไหม?
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ยาปฏิชีวนะใช้เฉพาะรายที่แพทย์ประเมินว่าน่าจะเป็นแบคทีเรีย เช่น เป็นเกิน 10 วันไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง ไม่ควรซื้อกินเอง
ไซนัสอักเสบเฉียบพลันกับเรื้อรังต่างกันอย่างไร?
แนวทางไทย พ.ศ. 2563 และ EPOS 2020 ใช้ 12 สัปดาห์เป็นเส้นแบ่ง ไม่ถึง 12 สัปดาห์และหายสนิทคือเฉียบพลัน ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไปคือเรื้อรัง
ไซนัสอักเสบห้ามกินอะไร?
ไม่มีแนวทางที่เราตรวจสอบกำหนดอาหารต้องห้าม ที่แนะนำตรงกันคืองดบุหรี่และเลี่ยงสิ่งที่ตัวเองแพ้ ผู้ที่เป็นเรื้อรังบางคนอาการแย่ลงหลังดื่มแอลกอฮอล์
ล้างจมูกช่วยไซนัสอักเสบไหม?
ช่วยบรรเทาอาการและทำให้จมูกโล่งได้ในบางคน แนวทางไทยให้ใช้ร่วมรักษาได้แต่หลักฐานยังมีคุณภาพต่ำ ควรให้เภสัชกรหรือพยาบาลสอนวิธีล้าง
ไซนัสอักเสบต่างจากภูมิแพ้จมูกอย่างไร?
ภูมิแพ้จมูกเด่นที่จาม น้ำมูกใส คันจมูกและคันตา ไซนัสอักเสบเด่นที่คัดจมูก น้ำมูกข้น ปวดแน่นใบหน้า และได้กลิ่นลดลง ภูมิแพ้ที่ทำให้เยื่อบุบวมเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ไซนัสอักเสบได้
เอกซเรย์ไซนัสจำเป็นไหม?
ในรายเฉียบพลันที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนไม่จำเป็น แนวทางไทยไม่แนะนำเอกซเรย์ธรรมดาหรือ CT เพราะผู้ป่วยหวัดธรรมดาก็พบไซนัสผิดปกติใน CT ได้บ่อย
อาการไหนของไซนัสอักเสบที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที?
รอบตาบวมแดง ลูกตาถูกดันออก ภาพซ้อน ตามัวลง ปวดศีรษะรุนแรง หน้าผากบวม คอแข็ง หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ไซนัสอักเสบเรื้อรังต้องผ่าตัดทุกคนไหม?
ไม่ต้อง การผ่าตัดผ่านกล้องพิจารณาเมื่อยาที่เหมาะสมคุมอาการไม่ได้และผลตรวจยืนยันโรค และหลังผ่าตัดยังต้องใช้ยาต่อเนื่องตาม EPOS 2020
ดูแลไซนัสอักเสบให้ถูกทาง เริ่มจากนับวันและสังเกตอาการ
จดวันแรกที่เริ่มป่วยไว้ แล้วดูแลตามอาการ พักผ่อน ดื่มน้ำให้พอ งดบุหรี่ และปรึกษาเภสัชกรเรื่องยาบรรเทาอาการหรือการล้างจมูก ถ้าผ่านไป 10 วันยังไม่ดีขึ้น ดีขึ้นแล้วกลับแย่ลง หรือไข้นานกว่า 3 ถึง 4 วัน ให้พบแพทย์เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่ ถ้าอาการลากถึง 12 สัปดาห์ควรพบแพทย์หู คอ จมูก และถ้ามีอาการทางตาหรือทางสมอง ให้ไปโรงพยาบาลทันทีหรือโทร 1669
ตัวเลขและเกณฑ์ในบทความนี้มาจากแหล่งที่อ้างอิงท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบ 30 กันยายน 2569 และระบุปีของข้อมูลไว้ในเนื้อหาแล้ว แนวทางเวชปฏิบัติมีการปรับปรุงเป็นระยะ ก่อนตัดสินใจเรื่องการรักษาหรือการใช้ยา โปรดปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่ใช่คำสั่งใช้ยา และไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย
แหล่งอ้างอิง
- วารสารหู คอ จมูก และใบหน้า ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย: การตรวจรักษาโรคไซนัสอักเสบเฉียบพลันโดยอิงหลักฐานเชิงประจักษ์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 1 (2563)
- วารสารหู คอ จมูก และใบหน้า: ฉบับเต็ม ปีที่ 21 ฉบับที่ 1 มกราคม ถึง มิถุนายน 2563 (แนวทางฉบับเต็มและแผนภูมิที่ 2)
- สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข: แนวทางการรักษาไซนัสอักเสบเฉียบพลัน การอักเสบของจมูกและโพรงอากาศข้างจมูก (อินโฟกราฟิกส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผล สิงหาคม 2568)
- Rhinology: European Position Paper on Rhinosinusitis and Nasal Polyps 2020 (EPOS2020)
- NICE: Sinusitis (acute): antimicrobial prescribing, NG79 Recommendations (27 ตุลาคม 2560)
- NICE: Sinusitis (acute): antimicrobial prescribing, NG79 Summary of the evidence
- NHS: Sinusitis (sinus infection) (ทบทวนล่าสุด 31 มกราคม 2567)
- CDC: Sinus Infection Basics (ปรับปรุง 17 เมษายน 2567)
- รามา แชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี: ข้อควรรู้ก่อนโทรเรียก 1669 เมื่อเจ็บป่วยฉุกเฉิน


