บทความแนะนำการบรรทุกสิ่งของบนรถ: ยื่นท้ายได้กี่เมตร ธงแดง ไฟแดง และเฉลยข้อสอบใบขับขี่

การบรรทุกสิ่งของบนรถ: ยื่นท้ายได้กี่เมตร ธงแดง ไฟแดง และเฉลยข้อสอบใบขับขี่

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: คำตอบข้อสอบใบขับขี่เรื่องการบรรทุกสิ่งของคือ บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังได้ไม่เกิน 2.50 เมตร ส่วนด้านหน้าต้องไม่ยื่นเกินหน้าหม้อหรือกันชน และด้านข้างต้องไม่เกินความกว้างของรถ ถ้าของยื่นเกินความยาวตัวรถ ต้องติดธงสีแดงในเวลากลางวันหรือจุดไฟสัญญาณแสงแดงในเวลาที่ต้องเปิดไฟ ให้มองเห็นได้ไม่น้อยกว่า 150 เมตร

การบรรทุกสิ่งของบนรถที่ถูกต้องตามข้อสอบใบขับขี่คือ บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังได้ไม่เกิน 2.50 เมตร ตัวเลขนี้มาจากกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2522) ซึ่งยังกำหนดว่าด้านหน้ายื่นได้ไม่เกินหน้าหม้อหรือกันชน ความกว้างไม่เกินส่วนกว้างของรถ และรถบรรทุกบรรทุกสูงได้ไม่เกิน 3.00 เมตรจากพื้นทาง ส่วนมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 บังคับให้ติดธงสีแดงหรือไฟสัญญาณแสงแดงไว้ที่ปลายสุดของของที่ยื่นเกินตัวรถ

ประเด็นสำคัญ

  • ข้อสอบใบขับขี่ถามว่าในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร คำตอบคือบรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังไม่เกิน 2.50 เมตร
  • กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2522) กำหนดว่าด้านหน้ายื่นไม่เกินหน้าหม้อหรือกันชน และด้านข้างไม่เกินส่วนกว้างของรถ
  • รถบรรทุกบรรทุกสูงได้ไม่เกิน 3.00 เมตรจากพื้นทาง ส่วนรถประเภทอื่นที่กฎข้อเดียวกันใช้บังคับ บรรทุกสูงได้ไม่เกิน 1.50 เมตร
  • ของยื่นเกินความยาวตัวรถ ต้องติดธงแดงกลางวัน ไฟแดงกลางคืน เห็นได้ 150 เมตร ตามมาตรา 15
  • มาตรา 20 บังคับให้ผู้ขับขี่จัดสิ่งป้องกันไม่ให้ของที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล หรือปลิวไปจากรถ
  • รถจักรยานยนต์บรรทุกของไม่เกิน 50 กิโลกรัม และให้นั่งซ้อนท้ายได้เพียงคนเดียว
  • ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติปี 2566 ให้รถกระบะบรรทุกคนท้ายกระบะได้ไม่เกิน 6 คน และใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไรตามข้อสอบใบขับขี่?

คำตอบที่ถูกคือ บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังไม่เกิน 2.50 เมตร ข้อนี้อยู่ในชุดข้อสอบหมวดกฎหมายจราจรที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ ThaiDriveExam เป็นข้อที่ 36 ตัวคำถามเขียนว่า “ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร” และมีตัวเลือก 4 ข้อ ดังนี้

  • บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังไม่เกิน 2.50 เมตร: ข้อนี้ถูก และตรงกับตัวเลขในกฎกระทรวง
  • บรรทุกสูงโดยวัดจากสิ่งของที่บรรทุกได้เกิน 5 เมตร: ผิด เพราะเพดานความสูงสูงสุดในกฎกระทรวงคือ 3.00 เมตรจากพื้นทางสำหรับรถบรรทุก
  • บรรทุกได้กว้างกว่าความกว้างของตัวรถข้างละ 1 เมตร: ผิด เพราะกฎกำหนดให้ความกว้างของของไม่เกินส่วนกว้างของรถ
  • บรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหน้าไม่เกิน 2.50 เมตร: ผิด เพราะด้านหน้ายื่นได้ไม่เกินหน้าหม้อหรือกันชนเท่านั้น ตัวเลือกนี้เป็นตัวหลอกที่สลับคำว่าหน้ากับหลัง

วิธีจำที่ง่ายที่สุดคือ “หน้าห้ามเกินกันชน หลังเกินได้ 2.50” เพราะคนขับมองเห็นด้านหน้าและต้องไม่ให้ของยื่นไปเสี่ยงชนคนหรือรถข้างหน้า ส่วนด้านหลังยอมให้ยื่นได้ช่วงหนึ่งเพื่อให้ขนของยาวอย่างท่อ ไม้ หรือเหล็กเส้นได้จริง แต่ต้องมีสัญญาณเตือนคันหลัง

ชุดข้อสอบเดียวกันยังมีข้อที่เกี่ยวข้องอีกข้อหนึ่ง คือข้อ 30 ที่ถามว่าผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟหน้าหรือไฟท้ายรถให้รถคันอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่าเท่าใด คำตอบคือ 150 เมตร ตัวเลข 150 เมตรนี้โผล่มาอีกครั้งในเรื่องธงแดงและไฟแดงของของที่ยื่นเกินตัวรถ ถ้าจำคู่กันไว้จะตอบข้อสอบได้ทั้งสองข้อ

กฎหมายข้อใดกำหนดเรื่องการบรรทุกสิ่งของบนรถ?

มีสองชั้นที่ต้องรู้ ชั้นแรกคือพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งให้ไว้เมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2522 ชั้นที่สองคือกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งเป็นที่อยู่ของตัวเลขเป็นเมตรและกิโลกรัมทั้งหมด

มาตราในพระราชบัญญัติจราจรทางบกที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 15: รถที่บรรทุกของยื่นเกินความยาวของตัวรถ ขณะอยู่ในทางเดินรถ ผู้ขับขี่ต้องจุดไฟสัญญาณแสงแดงในเวลาที่ต้องเปิดไฟ หรือติดธงสีแดงในเวลากลางวัน ไว้ที่ตอนปลายสุดของสิ่งที่บรรทุก ให้มองเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร
  • มาตรา 18: รถโรงเรียน รถบรรทุก หรือรถบรรทุกคนโดยสาร จะบรรทุกคน สัตว์ หรือสิ่งของในลักษณะใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
  • มาตรา 20: ผู้ขับขี่ที่ขับรถบรรทุกคน สัตว์ หรือสิ่งของ ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้สิ่งที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถ

กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2522)

กฎกระทรวงฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 และมาตรา 18 ลงนามโดยพลเอก เล็ก แนวมาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 96 ตอนที่ 95 ฉบับพิเศษ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2522 เนื้อหาแบ่งเป็น 3 ข้อ ข้อ 1 ว่าด้วยขนาดของของที่บรรทุก ข้อ 2 ว่าด้วยรถที่ประกอบตัวถังสำเร็จรูปจากต่างประเทศ และข้อ 3 ว่าด้วยน้ำหนักของหรือจำนวนคนสำหรับรถเล็กอย่างรถจักรยานยนต์ รถจักรยาน และเกวียน

นิยาม: รถบรรทุก ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 หมายถึงรถยนต์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้บรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ ส่วนรถบรรทุกคนโดยสารหมายถึงรถยนต์ที่สร้างขึ้นเพื่อบรรทุกคนโดยสารเกินเจ็ดคน สองนิยามนี้สำคัญเพราะข้อ 1 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 เขียนไว้สำหรับรถโรงเรียน รถบรรทุก และรถบรรทุกคนโดยสาร

ความเห็นของเราคือ คนส่วนใหญ่จำตัวเลข 2.50 เมตรได้ แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ในกฎกระทรวง ไม่ได้อยู่ในตัวพระราชบัญญัติ ความต่างนี้มีผลเวลาค้นข้อมูลเอง ถ้าเปิดตัวพระราชบัญญัติแล้วหาเลข 2.50 ไม่เจอ ไม่ได้แปลว่ากฎนี้ไม่มีอยู่จริง ให้ไปดูที่กฎกระทรวงแทน

บรรทุกของยื่นท้ายรถได้กี่เมตร และยื่นด้านหน้าได้แค่ไหน?

ถ้าเป็นรถยนต์ ด้านหลังยื่นพ้นตัวรถได้ไม่เกิน 2.50 เมตร และด้านหน้ายื่นได้ไม่เกินหน้าหม้อหรือกันชน ตามข้อ 1 (2) (ก) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 ส่วนความกว้าง ข้อ 1 (1) กำหนดให้ไม่เกินส่วนกว้างของรถ ซึ่งแปลว่าของห้ามยื่นออกด้านข้างเลย

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ดู Dept Q พากย์ ไทย หนังเต็มเรื่อง

ตารางด้านล่างสรุปขนาดความยาวตามข้อ 1 (2) ทุกกรณีที่กฎกระทรวงเขียนไว้ เราคัดถ้อยคำมาจากฉบับรวบรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยไม่ได้ปัดหรือแปลงหน่วย

ประเภทรถตามกฎกระทรวงด้านหน้ายื่นได้ด้านหลังยื่นพ้นตัวรถได้ข้อที่กำหนด
รถยนต์ไม่เกินหน้าหม้อหรือกันชนไม่เกิน 2.50 เมตรข้อ 1 (2) (ก)
รถพ่วงรถยนต์ไม่ได้ระบุในข้อนี้ไม่เกิน 2.50 เมตรข้อ 1 (2) (ข)
รถม้าสี่ล้อบรรทุกของไม่เกินหน้ารถไม่เกิน 2.50 เมตรข้อ 1 (2) (ค)
เกวียนไม่เกิน 1.00 เมตร วัดจากแอกไม่เกิน 2.50 เมตร พ้นตัวถังข้อ 1 (2) (ง)
รถกรณีอื่นนอกจากข้างต้นไม่เกินตัวถังไม่เกิน 0.50 เมตรข้อ 1 (2) (จ)

สังเกตว่าตัวเลข 2.50 เมตรใช้กับรถเกือบทุกประเภทในตาราง ยกเว้นกรณีอื่นที่ไม่เข้ากลุ่มใดเลย ซึ่งยื่นท้ายได้เพียง 0.50 เมตร นี่คือเหตุผลที่ข้อสอบใช้เลข 2.50 เป็นคำตอบหลัก

บรรทุกสูงได้กี่เมตร

ข้อ 1 (3) แบ่งความสูงออกเป็น 3 กรณี

  • รถบรรทุก รถม้าสี่ล้อบรรทุกของ หรือเกวียน: บรรทุกสูงไม่เกิน 3.00 เมตรจากพื้นทาง
  • รถอื่นนอกจากข้างต้นที่ข้อ 1 ใช้บังคับ: บรรทุกสูงไม่เกิน 1.50 เมตร
  • รถชนิดที่ผู้ขับขี่อยู่หลังตัวรถ: บรรทุกสูงได้ไม่เกินระดับที่ผู้ขับขี่ยังมองเห็นพื้นทางข้างหน้าได้ในระยะตั้งแต่ 3.00 เมตรจากรถหรือน้อยกว่า

บทความออนไลน์บางแห่ง เช่น roojai และ insurverse เขียนว่ารถที่กว้างเกิน 2.30 เมตรบรรทุกสูงได้ถึง 3.80 เมตร แต่ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 ฉบับรวบรวมที่เราเปิดอ่าน ซึ่งปรับปรุงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ไม่มีตัวเลข 3.80 เมตร เราจึงไม่ยืนยันตัวเลขนี้ในบทความ ถ้างานของคุณเกี่ยวกับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ควรสอบถามกรมการขนส่งทางบกหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโดยตรง

ส่วนข้อ 2 ของกฎกระทรวงเขียนไว้สำหรับรถที่ประกอบตัวถังสำเร็จรูปจากต่างประเทศและจดทะเบียนถูกต้องแล้ว ให้บรรทุกของไม่เกินส่วนกว้าง ส่วนยาว และส่วนสูงของตัวถังที่ใช้บรรทุก กล่าวง่าย ๆ คือรถกลุ่มนี้ต้องบรรทุกให้อยู่ในขอบกระบะหรือตัวถังของตัวเอง

อินโฟกราฟิกสรุป การบรรทุกสิ่งของบนรถ: ยื่นท้ายได้กี่เมตร ธงแดง ไฟแดง และเฉลยข้อสอบใบขับขี่
สรุปเป็นภาพ: การบรรทุกสิ่งของบนรถ: ยื่นท้ายได้กี่เมตร ธงแดง ไฟแดง และเฉลยข้อสอบใบขับขี่

ของยื่นเกินตัวรถต้องติดธงแดงและไฟแดงอย่างไร?

ต้องติดไว้ที่ตอนปลายสุดของสิ่งที่บรรทุก กลางวันใช้ธงสีแดง เวลาที่ต้องเปิดไฟใช้ไฟสัญญาณแสงแดง และต้องมองเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร นี่คือถ้อยคำในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก ส่วนชนิด ลักษณะ และจำนวนของธงหรือไฟ มาตราเดียวกันให้อธิบดีเป็นผู้กำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

คำว่า “เวลาที่ต้องเปิดไฟ” มาตรา 15 โยงไปที่มาตรา 11 และมาตรา 61 มาตรา 11 เขียนว่าในเวลาที่แสงสว่างไม่เพียงพอจะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้ชัดเจนภายในระยะไม่น้อยกว่า 150 เมตร ผู้ขับขี่ต้องเปิดไฟ ดังนั้นไม่ใช่แค่กลางคืน แต่ยังรวมถึงช่วงฝนตกหนักหรือหมอกลงจัดที่มองไม่เห็นไกลด้วย

ขนาดธงแดงที่ใช้กันทั่วไป

บทความของ roojai ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2560 และบทความของ insurverse ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ระบุตรงกันว่าธงควรเป็นผ้าสะท้อนแสงสีแดงขนาดกว้าง 30 เซนติเมตร ยาว 45 เซนติเมตร และไฟแดงต้องมองเห็นชัดในระยะ 150 เมตร เราหาประกาศอธิบดีฉบับที่กำหนดขนาดธงไม่พบ จึงขอให้ถือตัวเลข 30 x 45 เซนติเมตรเป็นแนวปฏิบัติที่อ้างกันแพร่หลาย ไม่ใช่ตัวบทที่เราตรวจเอง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ผูกผ้าสีอื่นแทนธงแดง: กฎหมายเขียนชัดว่าต้องเป็นธงสีแดง ผ้าขาวหรือถุงพลาสติกไม่ตรงตามมาตรา 15
  • ผูกธงไว้กลางกองของ: ธงต้องอยู่ที่ตอนปลายสุดของสิ่งที่บรรทุก ไม่ใช่ที่ท้ายกระบะ
  • ใช้ธงต่อจนมืด: พอถึงเวลาที่ต้องเปิดไฟ ต้องเปลี่ยนเป็นไฟสัญญาณแสงแดง เพราะธงที่ไม่มีแสงส่องมองไม่เห็นในความมืด
  • คิดว่าติดธงแล้วยื่นเท่าไหร่ก็ได้: ธงแดงเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติม ไม่ได้ขยายเพดาน 2.50 เมตร ของที่ยื่นท้ายเกินกว่านั้นยังผิดกฎกระทรวงอยู่ดี

รถเก๋งและรถจักรยานยนต์บรรทุกของได้เท่าไหร่?

สำหรับรถจักรยานยนต์ กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 ข้อ 3 (1) ให้บรรทุกของได้ไม่เกิน 50 กิโลกรัม หรือบรรทุกคนได้ไม่เกินจำนวนที่นั่ง แต่ให้นั่งซ้อนท้ายได้เพียงคนเดียว ตัวเลขนี้ไม่รวมผู้ขับขี่ ส่วนรถเก๋งไม่มีตัวเลขเฉพาะในกฎกระทรวงฉบับนี้ เพราะข้อ 1 เขียนไว้สำหรับรถโรงเรียน รถบรรทุก และรถบรรทุกคนโดยสารเท่านั้น

ตารางนี้คือเพดานน้ำหนักตามข้อ 3 สำหรับรถเล็กและรถที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ ตัวเลขทุกตัวเป็นอัตราไม่รวมผู้ขับขี่

ประเภทรถบรรทุกของได้ไม่เกินบรรทุกคนได้ไม่เกินข้อที่กำหนด
รถจักรยานยนต์50 กิโลกรัมจำนวนที่นั่ง ซ้อนท้ายได้คนเดียวข้อ 3 (1)
รถจักรยานยนต์ที่มีพ่วงข้าง150 กิโลกรัมจำนวนที่นั่งข้อ 3 (2)
รถจักรยานสองล้อ30 กิโลกรัม (ของอย่างเดียว)ไม่ได้ให้บรรทุกคนข้อ 3 (3)
รถจักรยานสามล้อขึ้นไปสำหรับบรรทุกของ150 กิโลกรัม (ของอย่างเดียว)ไม่ได้ให้บรรทุกคนข้อ 3 (4)
รถที่ใช้คนลากเข็นคนเดียว150 กิโลกรัม (ของอย่างเดียว)ไม่ได้ให้บรรทุกคนข้อ 3 (6)
รถที่ใช้คนลากเข็นเกินหนึ่งคน300 กิโลกรัม (ของอย่างเดียว)ไม่ได้ให้บรรทุกคนข้อ 3 (7)
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  เช็คประกาศผลสอบ A Level ออนไลน์ได้ที่นี่

บรรทุกของบนหลังคารถเก๋งหรือรถอเนกประสงค์

เราไม่พบตัวเลขความสูงหรือน้ำหนักสำหรับของบนหลังคารถเก๋งในกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 แต่ไม่ได้แปลว่าวางอะไรไว้บนหลังคาก็ได้ มาตรา 15 และมาตรา 20 ใช้กับผู้ขับขี่ทุกคน ถ้าของบนหลังคายื่นเกินความยาวของตัวรถ ต้องติดธงแดงหรือไฟแดงที่ปลายสุด และไม่ว่าจะยื่นหรือไม่ ต้องมีสิ่งป้องกันไม่ให้ของตกหล่นหรือปลิวไปจากรถ

ในทางปฏิบัติ ของบนหลังคาควรวางบนแร็กหรือคานหลังคาที่ยึดกับตัวรถแน่นหนา แล้วรัดด้วยสายรัดที่ดึงตึงได้ ไม่ใช่เชือกฟางผูกผ่านหน้าต่าง น้ำหนักที่วางสูงทำให้รถโคลงมากขึ้นตอนเข้าโค้งและตอนเจอลมด้านข้าง จึงควรขับช้ากว่าปกติและหยุดตรวจสายรัดหลังขับไปได้ระยะหนึ่ง เพราะของมักขยับจนสายหย่อนในช่วงแรกของการเดินทาง

ต้องยึดของอย่างไรไม่ให้ตกหล่น และโทษปรับเท่าไหร่?

มาตรา 20 กำหนดหน้าที่ไว้กว้าง ๆ ว่าผู้ขับขี่ต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้ของที่บรรทุกตกหล่น รั่วไหล ส่งกลิ่น ส่องแสงสะท้อน หรือปลิวไปจากรถ อันอาจก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ ทำให้ทางสกปรก เสื่อมเสียสุขภาพของประชาชน หรือเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน กฎหมายไม่ได้บอกว่าต้องใช้อุปกรณ์ชนิดใด แต่วัดจากผล ถ้าของตกหรือปลิวจากรถได้ ก็แปลว่าสิ่งป้องกันไม่พอ

วิธียึดของที่ใช้ได้จริง

  • คลุมผ้าใบทุกครั้งที่ขนของร่วน: ทราย ดิน ใบไม้ หรือเศษวัสดุ ปลิวง่ายเมื่อรถวิ่งเร็ว บทความของ insurverse แนะนำให้ใช้เชือกหรือผ้าใบคลุมเพื่อป้องกันไม่ให้ของตกหล่น
  • รัดเป็นกากบาทและรัดทั้งหน้าและหลัง: ของยาวที่รัดจุดเดียวจะหมุนหรือเลื่อนได้เวลาเบรก
  • วางของหนักไว้ต่ำและชิดหน้ากระบะ: ช่วยไม่ให้ของไถลมาทางท้ายตอนออกตัวหรือขึ้นเนิน
  • ปิดฝาท้ายกระบะให้สนิท: ถ้าของยาวจนปิดไม่ได้ ต้องยึดให้แน่นกว่าเดิมเพราะไม่มีฝาท้ายช่วยกั้น
  • ของเหลวต้องปิดฝาและตั้งให้มั่นคง: มาตรา 20 นับการรั่วไหลเป็นความผิดด้วย ไม่ใช่แค่ของตกหล่น

น้ำหนักบรรทุกยังส่งผลต่อการเบรกโดยตรง ข้อสอบใบขับขี่ข้อ 61 ถามว่าอะไรทำให้ต้องใช้ระยะทางมากขึ้นกว่าจะหยุดรถได้ คำตอบคือน้ำหนักบรรทุกเพิ่มมากขึ้น และข้อ 68 ก็ให้คำตอบว่าขับรถที่มีน้ำหนักบรรทุกมาก จะใช้ระยะในการเบรกยาวขึ้น ถ้าบรรทุกของเต็มกระบะ ให้เว้นระยะจากคันหน้ามากกว่าปกติ อ่านวิธีเว้นระยะและเบรกให้นุ่มนวลได้ที่ การใช้เบรกที่ถูกต้องและการเว้นระยะจากรถคันหน้า

ของที่วางสูงในกระบะหรือในห้องโดยสารอาจบังกระจกมองหลังจนมองไม่เห็นรถด้านหลัง ถ้าเป็นแบบนั้น ต้องพึ่งกระจกข้างทั้งสองด้านมากขึ้น ลองตั้งกระจกให้เห็นเลนข้าง ๆ ได้กว้างที่สุดตามวิธีใน การปรับกระจกข้างให้ลดจุดบอด

โทษปรับตามตัวบท

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับรวบรวมที่เราเปิดอ่าน การไม่ปฏิบัติตามมาตรา 20 มีโทษตามมาตรา 148 คือปรับไม่เกิน 500 บาท ส่วนการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง เรื่องธงแดงและไฟแดง มีโทษตามมาตรา 152 คือปรับไม่เกิน 1,000 บาท ถ้อยคำของมาตรา 152 ชุดนี้แก้ไขโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2535

ต่อมาพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2565 และมีผลบังคับใช้วันที่ 5 กันยายน 2565 กฎหมายฉบับนี้แก้ไขทั้งมาตรา 148 และมาตรา 152 Cofact สรุปว่าเพดานโทษใหม่ของมาตรา 148 อยู่ที่ไม่เกิน 2,000 บาท และมาตรา 152 อยู่ที่ไม่เกิน 4,000 บาท โดยยกตัวอย่างข้อหาอย่างไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัด ขับเร็ว และฝ่าไฟแดง แต่เราเปิดตัวบทฉบับแก้ไขเพื่อตรวจว่าข้อหาเรื่องการบรรทุกยังอยู่ในสองมาตรานี้หรือไม่ไม่ได้ จึงขอให้ถือว่าตัวเลข 500 บาทและ 1,000 บาทเป็นเพดานเดิมก่อนการแก้ไข และสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเมื่อต้องการอัตราที่ใช้อยู่จริง

นั่งท้ายกระบะได้กี่คน และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง?

ได้ไม่เกิน 6 คน ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่ง The Standard รายงานไว้ ประกาศนี้ออกคู่กับการยกเว้นให้คนโดยสารบางกรณีไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย และมีผลเมื่อพ้น 30 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เงื่อนไขหลักมีดังนี้

  • ท้ายกระบะ: รถกระบะและรถกึ่งกระบะบรรทุกคนโดยสารในตอนท้ายกระบะได้ไม่เกิน 6 คน
  • พื้นที่หลังคนขับของรถกึ่งกระบะ: บรรทุกคนได้ไม่เกิน 3 คน
  • ท่านั่ง: ห้ามนั่งริมขอบกระบะ ห้ามนั่งซ้อนผู้โดยสารอื่น และห้ามนั่งบนสิ่งของที่บรรทุก
  • ห้ามยืน: ห้ามยืนโดยสารไม่ว่าตอนใดของรถ
  • ฝาท้าย: ต้องปิดฝากระบะท้าย
  • ความเร็ว: ขณะมีคนนั่งท้ายกระบะ ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บทความของ ASN Broker ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 เพิ่มเติมว่าห้ามยื่นร่างกายออกนอกตัวรถ ห้ามขึ้นทางพิเศษ และระบุโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท เงื่อนไขเรื่องห้ามนั่งบนสิ่งของที่บรรทุกเป็นจุดที่บทความนี้อยากย้ำ เพราะคนมักขนของกับคนไปพร้อมกันในเทศกาล เมื่อกระบะเต็มไปด้วยของแล้วคนต้องนั่งบนกองของ นั่นคือการผิดเงื่อนไขทันที

มุมที่เรามองคือ กฎชุดนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อให้นั่งท้ายกระบะได้สะดวกขึ้นเท่านั้น แต่วางกรอบว่าถ้าจะนั่ง ต้องนั่งแบบไหน ตัวเลข 6 คนและ 60 กม./ชม. เป็นเพดาน ไม่ใช่เป้าหมาย ถ้าต้องวิ่งทางไกลหรือทางหลวงที่รถอื่นใช้ความเร็วสูง การให้คนโดยสารนั่งในห้องโดยสารที่มีเข็มขัดนิรภัยยังปลอดภัยกว่าเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ในการบรรทุกสิ่งของ ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติอย่างไร ตอบข้อไหน?

ตอบว่าบรรทุกยื่นพ้นตัวรถด้านหลังไม่เกิน 2.50 เมตร ตัวเลือกที่ให้ยื่นด้านหน้า 2.50 เมตร กว้างเกินตัวรถข้างละ 1 เมตร หรือสูงเกิน 5 เมตร เป็นคำตอบที่ผิด

บรรทุกของยื่นท้ายรถได้กี่เมตร?

รถยนต์ รถพ่วง รถม้าสี่ล้อ และเกวียน ยื่นท้ายได้ไม่เกิน 2.50 เมตร ส่วนรถกรณีอื่นที่ไม่เข้ากลุ่มเหล่านี้ยื่นท้ายได้ไม่เกิน 0.50 เมตร ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2522) ข้อ 1 (2)

บรรทุกของยื่นด้านหน้ารถได้ไหม?

สำหรับรถยนต์ ยื่นได้ไม่เกินหน้าหม้อหรือกันชน ซึ่งในทางปฏิบัติแปลว่าของต้องไม่ยื่นเลยกันชนหน้าออกไป

ของยื่นออกด้านข้างรถได้กี่เซนติเมตร?

ไม่ได้เลย กฎกระทรวงข้อ 1 (1) กำหนดให้ส่วนกว้างของของที่บรรทุกไม่เกินส่วนกว้างของรถ

รถกระบะบรรทุกของสูงได้กี่เมตร?

ถ้ารถเข้านิยามรถบรรทุก คือรถยนต์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้บรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ กฎกระทรวงให้บรรทุกสูงได้ไม่เกิน 3.00 เมตรจากพื้นทาง

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  การแข่งขันฟุตบอล โอซาซูนา พบ คิโรน่า ผลลัพธ์และบทวิเคราะห์

ของยื่นเกินตัวรถต้องติดอะไร?

กลางวันติดธงสีแดง เวลาที่ต้องเปิดไฟใช้ไฟสัญญาณแสงแดง ติดไว้ที่ตอนปลายสุดของสิ่งที่บรรทุก ให้มองเห็นได้ไม่น้อยกว่า 150 เมตร ตามมาตรา 15

ธงแดงต้องมีขนาดเท่าไหร่?

บทความของ roojai และ insurverse ระบุว่าใช้ผ้าสะท้อนแสงสีแดงขนาด 30 x 45 เซนติเมตร ตัวพระราชบัญญัติให้อธิบดีเป็นผู้กำหนดชนิดและลักษณะของธงโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ไม่ติดธงแดงโดนปรับเท่าไหร่?

ตัวบทฉบับรวบรวมก่อนการแก้ไขปี 2565 กำหนดโทษตามมาตรา 152 ไว้ไม่เกิน 1,000 บาท มาตรา 152 ถูกแก้ไขอีกครั้งโดยพระราชบัญญัติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2565 ควรตรวจอัตราปัจจุบันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร

ของตกหล่นจากรถผิดกฎหมายข้อไหน?

ผิดมาตรา 20 ซึ่งบังคับให้ผู้ขับขี่จัดสิ่งป้องกันไม่ให้ของตกหล่น รั่วไหล หรือปลิวไปจากรถ ตัวบทก่อนการแก้ไขปี 2565 กำหนดโทษตามมาตรา 148 ไว้ไม่เกิน 500 บาท

รถมอเตอร์ไซค์บรรทุกของได้กี่กิโลกรัม?

ไม่เกิน 50 กิโลกรัม หรือบรรทุกคนได้ไม่เกินจำนวนที่นั่งและซ้อนท้ายได้คนเดียว ถ้ามีพ่วงข้างบรรทุกของได้ไม่เกิน 150 กิโลกรัม

นั่งท้ายกระบะได้กี่คน?

ไม่เกิน 6 คน ห้ามยืน ห้ามนั่งริมขอบหรือบนสิ่งของ ต้องปิดฝาท้าย และใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติปี 2566

บรรทุกของหนักทำให้เบรกไกลขึ้นจริงไหม?

จริง ข้อสอบใบขับขี่ข้อ 61 และข้อ 68 ให้คำตอบตรงกันว่าน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องใช้ระยะเบรกยาวขึ้น จึงควรเว้นระยะจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ

ก่อนออกรถพร้อมของเต็มกระบะ ตรวจ 4 ข้อนี้

ก่อนออกรถ ให้เดินรอบรถหนึ่งรอบแล้วถามตัวเองสี่ข้อ ของยื่นเลยกันชนหน้าไหม ของยื่นท้ายเกิน 2.50 เมตรไหม มีอะไรโผล่เกินด้านข้างไหม และถ้ามีของยื่นท้าย ผูกธงแดงไว้ที่ปลายสุดแล้วหรือยัง ถ้าจะขับถึงค่ำ ให้เตรียมไฟแดงไว้ด้วย

จากนั้นดึงสายรัดทุกเส้นดูอีกครั้ง คลุมผ้าใบถ้าเป็นของที่ปลิวได้ และเผื่อระยะเบรกไว้มากกว่าปกติตลอดทาง ถ้ามีคนนั่งท้ายกระบะ ให้นับคนไม่เกิน 6 คน ปิดฝาท้าย และคุมความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม. ห้าหกนาทีที่ใช้ตรวจตรงนี้คุ้มกว่าการเสียค่าปรับหรือเห็นของหล่นกลางถนนต่อหน้ารถคันหลัง

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย อัตราโทษและหลักเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ กรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรถหรือของที่บรรทุกของคุณ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรหรือกรมการขนส่งทางบก

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด