บทความแนะนำปวดหลังร้าวลงขาเกิดจากอะไร แยกสาเหตุ สัญญาณอันตราย และต้องผ่าตัดไหม

ปวดหลังร้าวลงขาเกิดจากอะไร แยกสาเหตุ สัญญาณอันตราย และต้องผ่าตัดไหม

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: ปวดหลังที่ร้าวลงขาตามแนวเส้นประสาทไซแอติกเรียกว่าไซอาติกา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าราว 85% เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท เอกสารคำสอนออร์โธปิดิกส์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าราว 90% ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่มีชุดอาการหนึ่งที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที คือชารอบก้น กลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ และขาอ่อนแรงสองข้าง

ปวดหลังร้าวลงขาเกิดจากการที่รากประสาทบริเวณเอวหรือเส้นประสาทไซแอติกถูกกดทับ ถูกเบียด หรือเกิดการอักเสบ โดยบทความเรื่องปวดสะโพกร้าวลงขาของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าสาเหตุส่วนใหญ่ราว 85% คือหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อนไปทับเส้นประสาท ส่วนเอกสารเรื่อง Back pain ของหน่วยประสาทศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า 90% ของหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนอยู่ที่ระดับ L4 ถึง L5 และ L5 ถึง S1

ประเด็นสำคัญ

  • ราว 85% ของอาการปวดสะโพกร้าวลงขามาจากหมอนรองกระดูกเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท ตามคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  • รามาธิบดีระบุว่า 90% ของหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนอยู่ที่ระดับ L4 ถึง L5 และ L5 ถึง S1 และมักพบในช่วงอายุ 21 ถึง 50 ปี
  • ชารอบทวารหนัก กลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้ และขาอ่อนแรงสองข้าง คือกลุ่มอาการ Cauda equina ที่ต้องผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมง
  • แนวทาง NG59 ของ NICE ฉบับปรับปรุงวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ระบุว่าไม่ควรส่งตรวจภาพรังสีเป็นกิจวัตรในสถานพยาบาลทั่วไป
  • NG59 ระบุว่าไม่ควรให้กาบาเพนตินอยด์ ยากันชักอื่น สเตียรอยด์ชนิดกิน และเบนโซไดอะซีปีน เพื่อรักษาอาการปวดร้าวลงขา
  • การรักษาแบบไม่ผ่าตัดทำให้ 25% หายจากโรคและ 36% ดีขึ้นชัดเจน รวมแล้วอย่างน้อย 60% ไม่ต้องผ่าตัด

ปวดหลังร้าวลงขาคืออะไร และเกิดจากอะไรได้บ้าง?

อาการปวดที่เริ่มจากหลังส่วนล่างซีกใดซีกหนึ่ง แล้วไล่ลงมาที่สะโพก ก้น ต้นขาด้านหลัง น่อง และอาจร้าวถึงนิ้วหัวแม่เท้า คือรูปแบบที่เรียกว่าไซอาติกา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าบางรายชาหรือเสียวซ่าที่เท้าร่วมด้วย กลุ่มที่พบบ่อยคือคนที่นั่งทำงานนาน ยกของหนักเป็นประจำ เคลื่อนไหวลำตัวผิดท่า มีภาวะอ้วน หรือสตรีตั้งครรภ์

นิยาม: ไซอาติกา (Sciatica) คืออาการปวดร้าวลงขาตามแนวของเส้นประสาทไซแอติก ซึ่งเกิดเมื่อมีพยาธิสภาพไปกด เบียด อักเสบ หรือทำให้เส้นประสาทเส้นนี้ตึงรั้ง ตามเอกสารคำสอนกระบวนวิชาออร์โธปิดิกส์ พ.วป.607 ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รากประสาทที่เกี่ยวข้องมากที่สุดคือ L4, L5 และ S1

เส้นประสาทไซแอติกเป็นเส้นประสาทที่ยาวที่สุดในร่างกาย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่ากว้างราวหนึ่งนิ้วชี้ เกิดจากการรวมตัวของเส้นประสาทไขสันหลังระดับเอวที่ 4 ถึง 5 และระดับกระเบนเหน็บที่ 1 ถึง 3 รวม 5 เส้น แล้วทอดผ่านสะโพกและต้นขาด้านหลังไปสิ้นสุดที่ข้อพับเข่า ก่อนแตกแขนงลงไปยังขาและเท้า เส้นทางนี้อธิบายว่าทำไมปัญหาที่หลังจึงแสดงอาการที่ปลายเท้าได้

รามาธิบดีอธิบายกลไกของกลุ่มใหญ่ที่สุดว่า หมอนรองกระดูกเคลื่อนเกิดจากการฉีกขาดของวงแหวนรอบนอก ทำให้เนื้อเจลตรงกลางเคลื่อนออกมากดเบียดรากประสาท ตำแหน่งที่ฉีกขาดบ่อยที่สุดคือด้านข้างค่อนไปทางหลัง ผู้ป่วยจึงมาด้วยอาการปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งเป็นอาการนำ

ช่วงอายุก็มีคำอธิบาย รามาธิบดีระบุว่ามักพบระหว่างอายุ 21 ถึง 50 ปี เพราะคนอายุน้อยกว่า 20 ปียังมีวงแหวนรอบนอกที่แข็งแรงพอจะกันไม่ให้เนื้อเจลเคลื่อนออกมา ส่วนคนอายุเกิน 50 ปี เนื้อเจลมีน้ำน้อยลงจึงกดเส้นประสาทได้น้อยลง เอกสารของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ช่วงที่แคบกว่าคือ 30 ถึง 50 ปี พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และระบุว่าการสูบบุหรี่เป็นประจำเพิ่มความเสี่ยง

สาเหตุที่ไม่ได้มาจากหมอนรองกระดูก

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุสาเหตุอื่นว่าอาจมาจากกระดูกงอกหรือโพรงกระดูกแคบลง ภาวะกระดูกสันหลังส่วนเอวเคลื่อน หรือถุงน้ำที่กระดูกสันหลัง และเน้นอีกกลุ่มที่วินิจฉัยพลาดบ่อย คือกล้ามเนื้อพิริฟอร์มิสที่บาดเจ็บจนบวมและหดเกร็งแล้วไปหนีบเส้นประสาท อาการกลุ่มนี้คือปวดเรื้อรังที่ก้นและสะโพก ปวดขณะเดินขึ้นบันได ปวดหลังตื่นนอน และปวดเมื่อนั่งนาน ปัจจัยกระตุ้นคือการนั่งนาน การใส่ของไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหลัง และการใช้กล้ามเนื้อมัดนี้มากเกินไปในนักวิ่ง

อีกกลุ่มที่ต้องแยกคือโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบตามวัย อ่านเฉพาะโรคได้ที่ โพรงกระดูกสันหลังตีบคืออะไร ส่วนอาการปวดเอวที่ยังไม่ร้าวลงขา แยกสาเหตุได้ที่ ปวดเอวด้านหลังเกิดจากอะไร

ปวดร้าวลงขาข้างเดียว กับปวดตอนเดินแล้วต้องหยุดพัก ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองแบบเป็นอาการที่ขาเหมือนกัน แต่รามาธิบดีชี้ว่ามาจากตำแหน่งที่ตีบคนละจุดในโพรงกระดูกสันหลัง ถ้าส่วนด้านข้างของโพรงซึ่งเป็นที่อยู่ของรากประสาทตีบแคบ จะเกิดอาการปวดร้าวลงขาตามแนวเส้นประสาท แต่ถ้าส่วนกลางของโพรงซึ่งเป็นที่อยู่ของถุงหุ้มไขสันหลังตีบแคบ จะเกิดอาการที่เรียกว่า neurogenic claudication แทน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อธิบายกลไกไว้ว่าแรงดันในโพรงประสาทที่สูงผิดปกติทำให้เลือดดำและน้ำไขสันหลังไหลเวียนผิดปกติ จนรากประสาทอักเสบ ผู้ป่วยจึงปวดหนักขาเวลาเดินหรือยืนนาน ต้องนั่งก้มตัวไปข้างหน้าจึงเดินต่อได้ เพราะการก้มทำให้โพรงกระดูกสันหลังกว้างขึ้น อาการนี้มักเกิดเมื่อโพรงส่วนกลางตีบอย่างน้อย 2 ระดับ หรือตีบ 1 ระดับร่วมกับโพรงด้านข้างตีบอีก 1 ระดับ

อาการเดินแล้วปวดขายังมีคู่แข่งอีกโรคคือขาขาดเลือดจากหลอดเลือดแดงตีบ ตารางเปรียบเทียบของรามาธิบดีให้จุดแยกว่ากลุ่มที่มาจากเส้นประสาทเดินได้ระยะทางไม่คงที่และค่อย ๆ ดีขึ้นหลังนั่งพัก ส่วนกลุ่มหลอดเลือดเดินได้ระยะทางค่อนข้างคงที่ หายทันทีเมื่อหยุดพักโดยไม่ต้องนั่ง และมักคลำชีพจรปลายเท้าไม่ได้

ระดับที่ถูกกดบอกได้จากจุดที่ชา

เอกสารของทั้งสองสถาบันใช้หลักเดียวกัน คือแนวผิวหนังที่รับความรู้สึกและกล้ามเนื้อที่รากประสาทแต่ละเส้นไปเลี้ยง

รากประสาทตำแหน่งที่ชาหรือปวดร้าวกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงรีเฟล็กซ์ที่ผิดปกติ
L3เข่าด้านในต้นขาด้านหน้า งอสะโพกไม่ระบุ
L4ด้านข้างข้อเข่า หน้าแข้งและตาตุ่มด้านในกระดกข้อเท้าขึ้นรีเฟล็กซ์เข่าลดลง
L5ด้านข้างน่อง หลังเท้า ง่ามนิ้วเท้าที่หนึ่งกระดกนิ้วหัวแม่เท้าขึ้นมักไม่พบความผิดปกติ
S1ด้านหลังน่อง ตาตุ่มด้านนอก ฝ่าเท้าเขย่งปลายเท้ารีเฟล็กซ์ข้อเท้าลดลง
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  คำคม ของหวาน: คำพูดเพราะๆ เกี่ยวกับขนมหวาน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าระดับ L4 ถึง L5 พบบ่อยที่สุดและทำให้เกิดอาการของรากประสาท L5 ส่วน L5 ถึง S1 พบเป็นอันดับสองและกระทบรากประสาท S1 ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงชาที่หลังเท้าหรือฝ่าเท้า ไม่ใช่ที่หน้าขา

อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที?

มีชุดอาการหนึ่งที่ไม่ควรรอดูที่บ้านแม้แต่คืนเดียว รามาธิบดีเรียกว่ากลุ่มอาการ Cauda equina ซึ่งเกิดเมื่อหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนมีขนาดใหญ่จนกดเบียดมัดรากประสาทส่วนปลาย อาการคือปวดร้าวลงขาทั้งสองข้าง ขาชาและอ่อนแรงสองข้าง ปัสสาวะไม่ออก และท้องผูก เอกสารระบุว่าต้องผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันความพิการถาวร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพิ่มจุดที่สังเกตเองได้ คือชารอบทวารหนักและอวัยวะเพศ และกล้ามเนื้อหูรูดอ่อนแรง

นอกจากกลุ่มฉุกเฉินข้างต้น ยังมีสัญญาณอีกชุดที่บอกว่าอาการปวดหลังอาจไม่ได้มาจากหมอนรองกระดูกหรือกล้ามเนื้อ รามาธิบดีเรียกกลุ่มนี้ว่า Red flags

  • ปวดหลังตอนกลางคืน: ทำให้นึกถึงเนื้องอกของกระดูกสันหลัง หรือมะเร็งที่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง
  • มีประวัติเป็นมะเร็งมาก่อน: มะเร็งที่กระจายมามักลงที่ส่วนที่เรียกว่า pedicle ก่อน
  • มีไข้ มีการติดเชื้อ หรือเคยใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น: ทำให้นึกถึงการติดเชื้อของกระดูกสันหลัง หรือฝีในโพรงกระดูกสันหลัง
  • เคยได้รับอุบัติเหตุรุนแรง: ทำให้นึกถึงกระดูกสันหลังหักหรือเคลื่อน และถ้ามีกระดูกพรุนอยู่แล้ว อุบัติเหตุเบา ๆ ก็ทำให้กระดูกยุบตัวได้
  • มีไข้ น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน: ทำให้นึกถึงมะเร็งไขกระดูกชนิด Multiple myeloma
  • ปวดหลังในเด็ก: พบได้น้อยมาก จึงต้องนึกถึงเนื้องอกหรือภาวะดึงรั้งไขสันหลัง

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพิ่มอีกข้อ คือผู้ที่รักษาด้วยการพัก กินยาและทำกายภาพบำบัดเกิน 6 สัปดาห์ถึง 3 เดือนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อทบทวนการวินิจฉัย

แยกสาเหตุปวดหลังร้าวลงขาแต่ละแบบได้จากอะไรบ้าง?

ตารางด้านล่างเรียบเรียงจากเอกสารของรามาธิบดี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ใช้ตั้งคำถามกับตัวเองก่อนไปพบแพทย์ ไม่ใช่ใช้แทนการวินิจฉัย เพราะหลายภาวะเกิดร่วมกันในคนเดียวได้

สาเหตุอาการที่เด่นสิ่งที่ทำให้แย่ลงสิ่งที่ทำให้ดีขึ้นกลุ่มเสี่ยงที่มา
หมอนรองกระดูกเอวเคลื่อนปวดร้าวลงขาข้างเดียว ไอหรือจามแล้วปวดมากขึ้นยืน เดิน นั่งนาน ก้มยกของพักช่วงปวดรุนแรงแล้วค่อยขยับอายุ 21 ถึง 50 ปี ชายมากกว่าหญิงรามาธิบดี, ม.เชียงใหม่
โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบปวดหนักน่องเมื่อเดินนาน ระยะทางไม่คงที่ยืนนาน เดินนาน แอ่นตัวไปหลังนั่งพักและก้มตัวไปข้างหน้าผู้สูงอายุ ข้อต่อกระดูกสันหลังเสื่อมม.เชียงใหม่
กล้ามเนื้อพิริฟอร์มิสหนีบเส้นประสาทปวดเรื้อรังที่ก้น ปวดเวลาขึ้นบันไดนั่งนาน ใส่ของในกระเป๋ากางเกงหลังยืดกล้ามเนื้อก้นและต้นขาหลังคนนั่งทำงานนาน นักวิ่งม.มหิดล
ข้อต่อกระดูกสันหลังเอวเคลื่อนปวดหลังร่วมกับปวดร้าวลงขายืนนาน เปลี่ยนจากนั่งเป็นยืนพักและลดกิจกรรมที่กระตุ้นความเสื่อมตามวัยม.เชียงใหม่
กลุ่มอาการ Cauda equinaปวดลงขาสองข้าง ชารอบทวารหนัก ปัสสาวะไม่ออกเป็นภาวะฉุกเฉินต้องผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมงหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนมีขนาดใหญ่รามาธิบดี
ขาขาดเลือดจากหลอดเลือดแดงตีบปวดน่องเวลาเดิน ระยะทางค่อนข้างคงที่การใช้กล้ามเนื้อขาหยุดพักเฉย ๆ อาการมักหายทันทีคลำชีพจรปลายเท้าไม่ได้ ปลายเท้าเย็นรามาธิบดี
อินโฟกราฟิกสรุป ปวดหลังร้าวลงขาเกิดจากอะไร แยกสาเหตุ สัญญาณอันตราย และต้องผ่าตัดไหม
สรุปเป็นภาพ: ปวดหลังร้าวลงขาเกิดจากอะไร แยกสาเหตุ สัญญาณอันตราย และต้องผ่าตัดไหม

ต้องเอกซเรย์หรือทำ MRI ทุกคนไหม?

คำตอบตามแนวทางสากลคือไม่ แนวทาง NG59 เรื่อง Low back pain and sciatica in over 16s ของ NICE ประเทศอังกฤษ เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 และปรับปรุงล่าสุดวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ระบุว่าไม่ควรส่งตรวจภาพรังสีเป็นกิจวัตรในสถานพยาบาลที่ไม่ใช่หน่วยเฉพาะทาง และให้ส่งตรวจในหน่วยเฉพาะทางเฉพาะเมื่อผลน่าจะเปลี่ยนแผนการรักษา

เหตุผลทางคลินิกตรงกับเอกสารไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าการวินิจฉัยอาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกายเป็นหลัก และเอกซเรย์ธรรมดาในผู้ป่วยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักปกติ เมื่อจำเป็นต้องดูจริง รามาธิบดีระบุว่า MRI เป็นมาตรฐานในการวินิจฉัย เพราะเห็นหมอนรองกระดูกซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อนได้โดยตรง ส่วน CT scan เห็นกระดูกแต่ไม่เห็นหมอนรองกระดูก

การตรวจที่ทำได้ตั้งแต่ในห้องตรวจคือการยกขาตรง รามาธิบดีอธิบายว่าผู้ตรวจยกขาผู้ป่วยขึ้นโดยเหยียดเข่าไว้ตลอด คนปกติยกได้ถึง 90 องศาโดยไม่ปวดแปลบร้าวลงขา ถ้ามีการกดเบียดรากประสาทจะปวดแปลบร้าวลงขา และต้องบันทึกว่าให้ผลบวกที่กี่องศา

ดูแลตัวเองและบริหารอย่างไรจึงจะได้ผลจริง?

สิ่งแรกที่ต้องแก้คือความเชื่อว่าปวดหลังแล้วต้องนอนนิ่ง รามาธิบดีให้นอนพักเฉพาะช่วงที่ปวดรุนแรงซึ่งมักเป็นช่วง 2 ถึง 5 วันแรก เมื่อดีขึ้นควรเริ่มออกแรงบ้างเพื่อป้องกันการฝ่อของกล้ามเนื้อที่พยุงกระดูกสันหลัง แต่ยังไม่ให้ยกของหนัก โดยเฉพาะท่าก้มซึ่งทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนมากขึ้น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ช่วงพักสั้นกว่าคือ 1 ถึง 3 วัน ส่วน NG59 ให้ส่งเสริมการกลับไปทำงานและทำกิจวัตรตามปกติ และพิจารณาโปรแกรมออกกำลังกายแบบกลุ่ม

ท่าบริหารที่โรงพยาบาลรัฐใช้สอนผู้ป่วย

เอกสารเรื่องอาการปวดหลังส่วนล่างและท่าบริหารของหน่วยตรวจและติดตามผลการรักษาออร์โธปิดิคส์ โรงพยาบาลศิริราช ตรวจสอบเนื้อหาครั้งล่าสุดปี พ.ศ. 2565 ให้เป้าหมายไว้สามข้อ คือให้กล้ามเนื้อคลายตัวและแข็งแรง ลดอาการปวดและความตึง และทำให้กระดูกกับข้อเสื่อมช้าลง

  • ท่ายืดกล้ามเนื้อสะโพก: นอนหงาย กอดเข่าข้างหนึ่งเข้าหาอก อีกข้างเหยียดไว้ ค้างนับ 1 ถึง 10 สลับสองข้าง ทำ 10 ครั้ง วันละ 3 ถึง 4 รอบ
  • ท่าเกร็งหน้าท้อง: นอนหงายตั้งเข่า วางเท้าราบ แขม่วหน้าท้องกดหลังให้แนบพื้น ค้างนับ 1 ถึง 5 ทำ 10 ครั้งต่อรอบ วันละ 3 ถึง 4 รอบ
  • ท่าสะพานโค้ง: นอนหงายชันเข่าสองข้าง ยกก้นให้ลอยพ้นพื้น เกร็งค้างนับ 1 ถึง 10 ทำซ้ำ 10 ครั้งต่อรอบ วันละ 3 ถึง 4 รอบ
  • หลักป้องกันประจำวัน: เลี่ยงการยกของหนัก ไม่อยู่ในท่าเดิมนาน ควรเปลี่ยนท่าทุก 30 นาที ควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายสม่ำเสมอแม้ยังไม่มีอาการปวดหลัง
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  คู่มือครบถ้วนเกี่ยวกับวัคซีนพิษสุนัขบ้าในไทย

ถ้าทำแล้วปวดร้าวลงขาชัดขึ้นหรือชามากขึ้น ให้หยุดและปรึกษาแพทย์ เพราะชุดท่านี้ออกแบบสำหรับอาการปวดหลังทั่วไป ไม่ได้แยกตามระดับที่รากประสาทถูกกด

สิ่งที่แนวทางบอกว่าไม่ควรใช้

ส่วนนี้มักสวนความคาดหวังของผู้ป่วยมากที่สุด NG59 ระบุชัดว่าไม่ควรใช้การดึงหลัง การฝังเข็ม อัลตราซาวด์ การกระตุ้นไฟฟ้าผ่านผิวหนัง กระแสอินเทอร์เฟอเรนเชียล เข็มขัดหรือชุดรัดพยุงหลัง แผ่นรองในรองเท้า และรองเท้าพื้นโค้ง ส่วนการรักษาด้วยมือ เช่น การดัด การขยับข้อต่อ หรือการนวด ให้ทำได้เฉพาะเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของชุดการรักษาที่มีการออกกำลังกายร่วมด้วย

องค์การอนามัยโลกออกแนวทางดูแลอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังชนิดปฐมภูมิฉบับแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ค.ศ. 2023 ซึ่งระบุ 14 วิธีที่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นกิจวัตร เพราะประเมินแล้วโทษที่อาจเกิดมีน้ำหนักมากกว่าประโยชน์ ตัวอย่างที่ยกมาคือเข็มขัดและอุปกรณ์พยุงหลังส่วนเอว การดึงหลัง และยาโอปิออยด์ซึ่งสัมพันธ์กับการใช้เกินขนาดและการติดยา

ยาที่ใช้ได้และยาที่แนวทางบอกว่าไม่ควรให้

สำหรับอาการปวดร้าวลงขาโดยเฉพาะ NG59 ระบุตั้งแต่ฉบับปรับปรุงปี ค.ศ. 2020 ว่าไม่ควรให้ยากลุ่มกาบาเพนตินอยด์ ยากันชักชนิดอื่น สเตียรอยด์ชนิดรับประทาน และเบนโซไดอะซีปีน เพราะโดยรวมไม่มีหลักฐานว่าได้ประโยชน์แต่มีหลักฐานว่าเกิดโทษ และไม่ควรให้โอปิออยด์สำหรับอาการปวดร้าวลงขาเรื้อรัง ส่วนยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ให้ใช้ขนาดต่ำสุดที่ได้ผลในระยะสั้นที่สุด โดยพิจารณาพิษต่อทางเดินอาหาร ตับ หัวใจและไต รวมถึงอายุของผู้ป่วย

ปวดหลังร้าวลงขาต้องผ่าตัดไหม และผ่าเมื่อไหร่?

ตัวเลขจากทั้งสองสถาบันตรงกันว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด รามาธิบดีระบุว่าผู้ป่วยหมอนรองกระดูกเคลื่อนประมาณ 90% ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ตัวเลขเดียวกันและเสริมว่า ในกลุ่มที่ไม่ผ่าตัด 25% หายจากโรค และ 36% ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมแล้วอย่างน้อย 60% ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

เรื่องจังหวะเวลา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าช่วงเวลาที่ควรใช้ตัดสินใจคือประมาณ 3 เดือน ยกเว้นกลุ่มอาการ Cauda equina ที่รอไม่ได้ ส่วนรามาธิบดีให้ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดไว้สี่ข้อ คือปวดรุนแรงมากและรักษาโดยไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น มีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ มีกลุ่มอาการ Cauda equina ซึ่งต้องผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมง และรักษาโดยไม่ผ่าตัดมาแล้วอย่างน้อย 4 สัปดาห์แต่ยังปวดจนรบกวนชีวิตประจำวันมาก

NG59 ให้พิจารณาการผ่าตัดคลายการกดทับเมื่อการรักษาโดยไม่ผ่าตัดไม่ทำให้อาการปวดหรือการใช้งานดีขึ้น และผลตรวจภาพสอดคล้องกับอาการ แนวทางยังกำหนดว่าไม่ควรให้ค่าดัชนีมวลกาย การสูบบุหรี่ หรือความทุกข์ทางจิตใจ มีอิทธิพลต่อการส่งต่อเพื่อรับความเห็นจากศัลยแพทย์ ส่วนการฉีดยาชาร่วมกับสเตียรอยด์เข้าช่องเหนือเยื่อดูรา ให้พิจารณาในผู้ที่ปวดร้าวลงขาแบบเฉียบพลันและรุนแรง แต่ไม่ให้ใช้กับอาการ neurogenic claudication ในผู้ที่มีโพรงกระดูกสันหลังส่วนกลางตีบ

ด้านเทคนิค รามาธิบดีระบุว่าปัจจุบันมีตั้งแต่การผ่าตัดโดยใช้กล้องจุลทรรศน์ ไปจนถึงการสอดกล้องเข้าไปที่ตำแหน่งที่หมอนรองกระดูกเคลื่อน ซึ่งแผลเล็กเพียง 8 มิลลิเมตร ส่วนผลระยะยาวที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สรุปไว้คือ กลุ่มที่ผ่าตัดดีขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่ผ่าตัดอย่างมีนัยสำคัญในปีแรก แตกต่างอย่างไม่มีนัยสำคัญที่ปีที่ 4 และไม่แตกต่างกันหลังจาก 4 ปีขึ้นไป นั่นแปลว่าการผ่าตัดซื้อความเร็วในการหายปวด ไม่ได้ซื้อผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาวเสมอไป

คำถามที่พบบ่อย

ปวดหลังร้าวลงขาเกิดจากอะไรมากที่สุด?

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าราว 85% เกิดจากหมอนรองกระดูกเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท ที่เหลือมาจากกระดูกงอก โพรงกระดูกแคบลง กระดูกสันหลังเคลื่อน ถุงน้ำ หรือกล้ามเนื้อพิริฟอร์มิสที่อักเสบ

ปวดหลังร้าวลงขาข้างเดียวผิดปกติไหม?

เป็นรูปแบบปกติของหมอนรองกระดูกเคลื่อน เพราะหมอนรองกระดูกมักปลิ้นออกด้านข้างแล้วกดรากประสาทฝั่งนั้นข้างเดียว สิ่งที่ต้องระวังกว่าคือปวดลงขาสองข้างพร้อมชาและอ่อนแรงสองข้าง

อาการแบบไหนต้องไปห้องฉุกเฉินทันที?

ชารอบทวารหนักหรืออวัยวะเพศ กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ และขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง รามาธิบดีระบุว่ากลุ่มอาการนี้ต้องผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันความพิการถาวร

ปวดร้าวลงขากับปวดขาเวลาเดินต่างกันอย่างไร?

ปวดร้าวลงขาตามแนวเส้นประสาทเกิดจากโพรงด้านข้างตีบแคบ ส่วนปวดหนักขาเวลาเดินจนต้องนั่งก้มตัวจึงเดินต่อได้ เกิดจากโพรงส่วนกลางตีบ แยกกันได้จากท่าที่ทำให้อาการดีขึ้น

ต้องทำ MRI ทุกคนไหม?

ไม่ NG59 ของ NICE ระบุว่าไม่ควรส่งตรวจภาพรังสีเป็นกิจวัตรในสถานพยาบาลทั่วไป และให้ตรวจเฉพาะเมื่อผลน่าจะเปลี่ยนแผนการรักษา

นอนพักนาน ๆ ช่วยให้หายเร็วขึ้นไหม?

ไม่ รามาธิบดีให้นอนพักเฉพาะช่วงปวดรุนแรงซึ่งมักเป็น 2 ถึง 5 วันแรก แล้วให้เริ่มออกแรงบ้างเพื่อป้องกันกล้ามเนื้อฝ่อ ส่วน NG59 ให้ส่งเสริมการกลับไปทำงาน

ใส่เข็มขัดพยุงหลังตลอดวันดีไหม?

ไม่ควร NG59 ระบุว่าไม่ควรใช้เข็มขัดหรือชุดรัดพยุงหลัง ส่วนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าถ้าจะใช้ ควรใช้ราว 1 ถึง 2 สัปดาห์ในช่วงปวดเฉียบพลันเท่านั้น

การดึงหลังหรือฝังเข็มช่วยได้ไหม?

NG59 ระบุว่าไม่ควรใช้การดึงหลังและการฝังเข็มกับอาการปวดหลังส่วนล่างไม่ว่าจะร้าวลงขาหรือไม่ องค์การอนามัยโลกก็จัดการดึงหลังไว้ในกลุ่มที่ไม่แนะนำ

กินยาแก้ปวดตัวไหนได้บ้าง?

ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้เลือกให้ NG59 ระบุว่าไม่ควรให้กาบาเพนตินอยด์ ยากันชักอื่น สเตียรอยด์ชนิดกิน และเบนโซไดอะซีปีน ส่วนยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ให้ใช้ขนาดต่ำสุดในระยะสั้นที่สุด

ปวดมาสองเดือนแล้ว ต้องผ่าตัดไหม?

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่าช่วงเวลาที่ควรใช้ตัดสินใจคือประมาณ 3 เดือน ยกเว้นกลุ่มอาการ Cauda equina ส่วนรามาธิบดีให้ข้อบ่งชี้เมื่อกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือรักษาแบบไม่ผ่าตัดมาแล้วอย่างน้อย 4 สัปดาห์แต่ยังปวดจนรบกวนชีวิตมาก

ตัวเลขและคำแนะนำทั้งหมดมาจากเอกสารที่อ้างอิงไว้ท้ายบทความ ตามที่ตรวจสอบเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 แนวทางและตัวเลขผลลัพธ์มีการปรับปรุงเป็นระยะ ผู้อ่านควรยืนยันกับแพทย์ผู้ดูแลก่อนตัดสินใจ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

สรุปอาการปวดร้าวลงขาที่รอได้และที่รอไม่ได้

ถ้าอาการเพิ่งเริ่มและยังไม่มีสัญญาณอันตราย ให้จดสองอย่างไว้ก่อนไปพบแพทย์ คืออาการร้าวไปสุดที่ตรงไหนของขา และท่าไหนที่ทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลง สองบรรทัดนี้ช่วยให้แพทย์แยกได้เร็วขึ้นว่าเป็นรากประสาทถูกกด โพรงกระดูกสันหลังตีบ หรือกล้ามเนื้อ ระหว่างรอนัดให้เคลื่อนไหวเท่าที่ทำได้ เลี่ยงท่าก้มยกของ และเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30 นาที

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด