การคำนวณยอด กยศ หักเงินเดือน เป็นหน้าที่ของกองทุนไม่ใช่ของนายจ้าง โดยกองทุนจะนำยอดหนี้ที่ต้องชำระในงวดปีนั้นมาหารด้วย 12 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของปีปัจจุบันไปจนถึงเดือนมิถุนายนของปีถัดไป แล้วแจ้งจำนวนเงินรายเดือนให้นายจ้างหักตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ส่วนผู้ที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความหรือสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ กองทุนจะแจ้งหักตามจำนวนรายเดือนที่ตกลงกันไว้ในสัญญา
ประเด็นสำคัญ
- สูตรของกองทุนคือยอดหนี้ที่ครบกำหนดชำระในงวดปี หารด้วย 12 เดือน รอบการหักคือกรกฎาคมถึงมิถุนายนของปีถัดไป ตามคำถามที่พบบ่อยข้อ 24 ของ กยศ.
- นายจ้างเริ่มหักได้ต่อเมื่อได้รับหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการจากกองทุนแล้ว และไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกจ้างซ้ำอีก
- ลำดับการหักตามมาตรา 51 วรรคสอง คือภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากนั้นกลุ่มกองทุนตามกฎหมายอื่นรวมถึงประกันสังคม แล้วจึงเป็นเงินกู้ยืม กยศ.
- นายจ้างรายใหม่กว่า 5,600 แห่งที่กองทุนแจ้งในปี 2569 เริ่มหักเดือนกรกฎาคม 2569 นำส่งครั้งแรกภายในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และครั้งถัดไปภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน
- ถ้านายจ้างไม่หัก ไม่นำส่ง นำส่งไม่ครบ หรือนำส่งเกินกำหนด ต้องชดใช้เงินก้อนนั้นและจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน ตามมาตรา 51 วรรคสี่
- ผิดนัดชำระหนี้เสียเบี้ยปรับร้อยละ 0.5 ต่อปีของเงินต้นงวดที่ค้าง และเงินที่ชำระจะถูกตัดเป็นเงินต้นก่อน ตามด้วยดอกเบี้ย แล้วจึงเป็นเบี้ยปรับ
- การหักเพิ่มเดือนละ 3,000 บาทสำหรับผู้ค้างชำระถูกชะลอไว้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 แต่ยอดค้างอาจถูกนำมารวมในการแจ้งหักในภายหลัง
กยศ หักเงินเดือน คืออะไร และกฎหมายให้อำนาจไว้ในมาตราใด?
การหักเงินเดือนคืนกองทุนเขียนไว้ในมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนที่ 20 ก วันที่ 19 มีนาคม 2566 และมีผลใช้บังคับวันที่ 20 มีนาคม 2566 ใจความของวรรคหนึ่งคือให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ว่าภาครัฐหรือเอกชน มีหน้าที่หักเงินได้ของลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมตามจำนวนที่กองทุนแจ้ง แล้วนำส่งกรมสรรพากรภายในกำหนดเวลาเดียวกับการนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
นายจ้างเริ่มหักได้เมื่อไร
เอกสารของกองทุนระบุชัดว่านายจ้างจะดำเนินการหักเงินเดือนได้ต่อเมื่อกองทุนแจ้งอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น โดยกองทุนส่งหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงาน จากนั้นนายจ้างจึงสมัครใช้ระบบ e-PaySLF ที่ epayslf.studentloan.or.th แล้วหักตามรายชื่อและจำนวนเงินที่ปรากฏในระบบ ปัจจุบันหนังสือแจ้งหักเงินเดือนส่งถึงผู้กู้ยืม 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ชำระหนี้ตามปกติ กลุ่มที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความก่อนฟ้องคดี และกลุ่มที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล
ลูกจ้างต้องแจ้งนายจ้างเองภายใน 30 วัน
มาตรา 42 (2) กำหนดให้ผู้กู้ยืมแจ้งสถานะการเป็นผู้กู้ยืมต่อหัวหน้าหน่วยงานที่ตนทำงานด้วยภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มปฏิบัติงาน และยินยอมให้หักเงินได้ตามมาตรา 51 ส่วนความยินยอมอีกชั้นหนึ่งให้ไว้ตั้งแต่วันทำสัญญากู้ยืมแล้วตามมาตรา 42 (1)
กองทุนคำนวณยอดหักเงินเดือนแต่ละเดือนอย่างไร?
คำถามที่พบบ่อยเรื่องการหักเงินเดือนฉบับปี 2569 ของกองทุน ข้อ 24 ตอบเรื่องนี้ไว้ตรงที่สุด คือแยกผู้กู้ยืมเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่มีงวดการชำระเป็นรายปี กองทุนจะนำยอดหนี้ที่ต้องชำระในงวดปีนั้นมาหารด้วย 12 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของปีปัจจุบันจนถึงเดือนมิถุนายนของปีถัดไป และทำต่อเนื่องจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น กลุ่มที่สองคือผู้ที่มีงวดการชำระเป็นรายเดือนตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ กองทุนจะแจ้งหักตามจำนวนที่ตกลงไว้ทุกเดือน
สิ่งที่มักทำให้ผู้กู้ยืมงงคือปีแรก ข่าวกองทุนวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 อธิบายว่าผู้ที่เข้าสู่ระบบหักเงินเดือนครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2569 บางส่วนครบกำหนดชำระงวดแรกวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 คนกลุ่มนี้ต้องชำระงวดแรกด้วยตนเองก่อน เพราะการหักผ่านนายจ้างจะเริ่มจากงวดปีที่ 2 ซึ่งครบกำหนดวันที่ 5 กรกฎาคม 2570 แล้วนำยอดนั้นมาหารเฉลี่ย 12 เดือน
ยอดค้างเก่าถูกคิดรวมหรือไม่
ที่ผ่านมาระบบหักเงินเดือนหักเฉพาะยอดหนี้ของปีปัจจุบัน ไม่รวมยอดค้างของปีก่อนหน้า ต่อมาในเดือนเมษายน 2568 กองทุนเริ่มแจ้งหักเพิ่มอีกเดือนละ 3,000 บาทต่อบัญชีสำหรับผู้ที่มียอดค้าง แล้วประกาศเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ว่าจะชะลอการหักเพิ่มส่วนนี้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ชำระยอดค้างด้วยตนเองหรือทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ แต่ข่าววันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ยังย้ำว่าถ้าไม่เร่งเคลียร์ยอดค้าง กองทุนอาจนำยอดค้างมาคำนวณรวมในการแจ้งให้นายจ้างหักเงินเดือน
เงินกู้ 100,000 บาท ผ่อน 15 ปี ถูกหักเดือนละเท่าไหร่?
กองทุนเผยแพร่ตารางคำนวณยอดหนี้ด้วยตัวเองไว้ในหน้าการวางแผนผ่อนชำระหนี้ เป็นไฟล์ที่มีทั้งแผน 15 ปี แผน 10 ปี และแผน 5 ปี ตัวอย่างด้านล่างคือแผน 15 ปีของเงินกู้ 100,000 บาท เงินต้นถูกแบ่งชำระเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ร้อยละ 1.5 ในปีแรกถึงร้อยละ 13 ในปีที่ 15 ดอกเบี้ยคิดร้อยละ 1 ต่อปีจากหนี้ตามสัญญาคงเหลือ โดยปีแรกไม่มีดอกเบี้ย คอลัมน์สุดท้ายคือยอดรายปีหารด้วย 12 ซึ่งตรงกับวิธีที่กองทุนใช้แจ้งหักเงินเดือน
| งวดปีที่ | หนี้ตามสัญญาคงเหลือ (บาท) | เงินต้นที่ต้องชำระ (ร้อยละ) | เงินต้น (บาท) | ดอกเบี้ยร้อยละ 1 (บาท) | รวมต่อปี (บาท) | เฉลี่ยต่อเดือน (บาท) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 100,000 | 1.5 | 1,500 | 0 | 1,500 | 125.00 |
| 2 | 98,500 | 2.5 | 2,500 | 985 | 3,485 | 290.42 |
| 3 | 96,000 | 3 | 3,000 | 960 | 3,960 | 330.00 |
| 4 | 93,000 | 3.5 | 3,500 | 930 | 4,430 | 369.17 |
| 5 | 89,500 | 4 | 4,000 | 895 | 4,895 | 407.92 |
| 6 | 85,500 | 4.5 | 4,500 | 855 | 5,355 | 446.25 |
| 7 | 81,000 | 5 | 5,000 | 810 | 5,810 | 484.17 |
| 8 | 76,000 | 6 | 6,000 | 760 | 6,760 | 563.33 |
| 9 | 70,000 | 7 | 7,000 | 700 | 7,700 | 641.67 |
| 10 | 63,000 | 8 | 8,000 | 630 | 8,630 | 719.17 |
| 11 | 55,000 | 9 | 9,000 | 550 | 9,550 | 795.83 |
| 12 | 46,000 | 10 | 10,000 | 460 | 10,460 | 871.67 |
| 13 | 36,000 | 11 | 11,000 | 360 | 11,360 | 946.67 |
| 14 | 25,000 | 12 | 12,000 | 250 | 12,250 | 1,020.83 |
| 15 | 13,000 | 13 | 13,000 | 130 | 13,130 | 1,094.17 |
รวมทั้งแผน 15 ปี ผู้กู้ยืมรายนี้ชำระเงินต้น 100,000 บาท บวกดอกเบี้ย 9,275 บาท เป็นเงิน 109,275 บาท ถ้าตัวเลขในสลิปเงินเดือนต่างจากตารางนี้มาก มักมาจากสามสาเหตุ คือยอดเงินกู้จริงไม่ใช่ 100,000 บาท มียอดค้างของปีก่อนถูกนำมารวม หรือเป็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ซึ่งผ่อนรายเดือนด้วยวิธีคิดคนละแบบ

นายจ้างต้องหักเป็นลำดับใด นำส่งเมื่อไหร่ และถ้าไม่นำส่งมีโทษอย่างไร?
มาตรา 51 วรรคสองวางลำดับไว้ว่า ต้องหักให้กองทุนเป็นลำดับแรกถัดจากการหักภาษี ณ ที่จ่าย และการหักเงินเข้ากองทุนตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การคุ้มครองแรงงาน และการประกันสังคม พูดง่าย ๆ คือเงินกู้ยืมกองทุนอยู่ในอันดับสาม ใครอยากเห็นภาพว่ารายการหักต่าง ๆ กระทบเงินสุทธิอย่างไร อ่านประกอบได้ที่ วิธีคำนวณเงินเดือนและรายการหัก
เอกสารสรุปของกองทุนตอบคำถามที่ฝ่ายบุคคลถามบ่อยที่สุดไว้ด้วยว่า นายจ้างหักเงินเดือนได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากพนักงาน เพราะถือเป็นการหักเพื่อชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ตามมาตรา 76 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของข้อห้ามหักค่าจ้าง
ปฏิทินการทำงานในระบบ e-PaySLF
- ตั้งแต่วันที่ 5 ของทุกเดือน: ตรวจสอบรายชื่อผู้กู้ยืมและจำนวนเงินที่ต้องหักในระบบ e-PaySLF
- ภายในรอบเดือนนั้น: ระบุวันที่หักเงินเดือนของแต่ละราย หรือเลือกไม่หักนำส่งพร้อมสาเหตุ เช่น รหัส 01 กรณีผู้กู้ยืมพ้นสภาพ แล้วยืนยันรายการ
- เมื่อถึงวันที่ระบุไว้: พิมพ์ชุดชำระเงินหรือ Pay-in Slip ใบล่าสุดไปชำระตามช่องทางธนาคารที่กองทุนกำหนด
- ประมาณ 10 วันทำการหลังชำระ: พิมพ์ใบรับเงินซึ่งเป็นหลักฐานการชำระเงินจากระบบได้
กำหนดเวลานำส่งนั้นกฎหมายผูกไว้กับกำหนดนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ส่วนในทางปฏิบัติ ข่าววันที่ 3 กรกฎาคม 2569 แจ้งนายจ้างรายใหม่กว่า 5,600 แห่งให้เริ่มหักตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 นำส่งครั้งแรกภายในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และครั้งถัดไปภายในวันที่ 15 ของทุกเดือน ทั้งนี้คำถามที่พบบ่อยข้อ 17 ยืนยันว่าไม่ต้องชำระพร้อมการนำส่งภาษีของหน่วยงาน ขอเพียงไม่เกินวันครบกำหนดบนชุดชำระเงิน
บทลงโทษอยู่ในมาตรา 51 วรรคสี่ ถ้านายจ้างไม่ได้หักเงินได้พึงประเมิน หักแล้วไม่นำส่ง นำส่งไม่ครบ หรือนำส่งเกินกำหนดเวลา นายจ้างต้องรับผิดชดใช้เงินในส่วนของผู้กู้ยืมตามจำนวนที่กองทุนแจ้ง และต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกร้อยละ 2 ต่อเดือนของจำนวนที่ยังไม่ได้นำส่งหรือที่ยังขาดไป นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนด อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 เพิ่มวรรคหกเปิดช่องให้กองทุนยกเว้นหรือลดหย่อนเงินเพิ่มส่วนนี้ให้นายจ้างได้เมื่อมีเหตุอันสมควร
ผู้กู้ยืมตรวจสอบยอดหนี้และเงินที่ถูกหักได้ที่ไหน?
ช่องทางหลักคือแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ซึ่งใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android โดยผู้กู้ยืมต้องลงทะเบียนด้วยตนเอง อีกช่องทางคือเว็บไซต์ wsa.dsl.studentloan.or.th ที่แก้ไขชื่อ นามสกุล อีเมล และที่อยู่ได้ด้วย ยกเว้นการเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ ซึ่งต้องทำหนังสือแจ้งกองทุนพร้อมสำเนาบัตรประชาชน
สำหรับคนที่ถูกหักเงินเดือนแล้วเปิดแอปดูแล้วยอดยังไม่ลด กองทุนชี้แจงเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ว่าเงินไม่ได้สูญหายและผู้กู้ยืมไม่เสียสิทธิตามกฎหมาย เพราะระบบจะบันทึกวันที่ชำระหนี้ย้อนหลังให้เป็นวันที่ถูกหักจริง ระหว่างรอให้ตรวจการนำส่งของนายจ้างที่เมนูบริการแล้วเลือกรายการชำระเงินย้อนหลัง ซึ่งข้อมูลแสดงภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่นายจ้างนำส่ง ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2569 กองทุนอธิบายเพิ่มว่าการปรับยอดหนี้ให้เป็นปัจจุบันใช้เวลาไม่เกิน 2 วันนับจากวันที่ได้รับข้อมูลการชำระเงิน
การคำนวณยอดหนี้ใหม่ตามกฎหมายฉบับแก้ไข
กฎหมายฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ทำให้ต้องคำนวณยอดหนี้เดิมใหม่ทั้งระบบ ข่าววันที่ 21 พฤษภาคม 2568 ระบุว่ารอบนั้นคำนวณให้บัญชีที่อยู่ระหว่างชำระเงินคืน 3,835,213 บัญชี ผลคือยอดหนี้ลดลง 3,548,016 บัญชี เท่าเดิม 755 บัญชี และไม่มีหนี้คงเหลือจนปิดบัญชีได้ 80 บัญชี อีกทั้งมีผู้มีสิทธิขอคืนเงินที่ชำระเกิน 286,362 บัญชี ซึ่งกองทุนคืนผ่านพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน โดยคืนส่วนแรกร้อยละ 70 ของยอดที่คำนวณได้ ต่อมาข่าววันที่ 8 กรกฎาคม 2569 รายงานว่าการคำนวณยอดหนี้ใหม่เสร็จแล้ว 4,157,175 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 99.56 จากทั้งหมด 4,175,475 บัญชี เหลือกลุ่มข้อมูลซับซ้อนอีกราว 18,300 บัญชี
ผิดนัดชำระหนี้แล้วเสียเบี้ยปรับเท่าไหร่ และเงินที่จ่ายตัดอะไรก่อน?
หน้ากรณีผิดนัดชำระหนี้ของกองทุนระบุว่าเบี้ยปรับหรือค่าธรรมเนียมจัดการคิดร้อยละ 0.5 ต่อปีของเงินต้นงวดที่ค้างชำระ สูตรคือนำเงินต้นงวดที่ค้างคูณร้อยละ 0.5 แล้วคูณจำนวนวันที่ค้างชำระ หารด้วย 365 วัน ตัวอย่างของกองทุนคือเงินต้นค้าง 10,000 บาท เบี้ยปรับทั้งปี 50 บาท หรือราววันละ 0.13 บาท นับถัดจากวันที่ผิดนัด
อัตรานี้เป็นผลจากมาตรา 44 วรรคแปดของกฎหมายฉบับแก้ไข ซึ่งกำหนดเพดานเงินเพิ่มไว้ไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2566 ส่วนอัตราเดิมนั้นเอกสารสองชิ้นของกองทุนระบุไม่ตรงกัน หน้ากรณีผิดนัดชำระหนี้เขียนว่าเดิมร้อยละ 7.5 ต่อปี ขณะที่ข่าววันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เขียนว่าเดิมสูงสุดร้อยละ 18 ต่อปี ใครต้องใช้ตัวเลขอัตราเดิมจึงควรสอบถามกองทุนโดยตรงประกอบสัญญาของตนเอง
ลำดับการตัดชำระที่เปลี่ยนไป
มาตรา 44/1 (3) กำหนดว่าถ้าผู้กู้ยืมมีหนี้ค้างทั้งต้นเงิน ดอกเบี้ย และเงินเพิ่ม เงินที่ชำระเข้ามาให้หักต้นเงินเฉพาะส่วนที่ครบกำหนดก่อน ตามด้วยดอกเบี้ย แล้วจึงเป็นเงินเพิ่ม ลำดับใหม่นี้เป็นสาระสำคัญของกฎหมายปี 2566 เพราะของเดิมเงินที่จ่ายจะถูกตัดเบี้ยปรับก่อน ทำให้เงินต้นลดช้า นอกจากนี้มาตรา 44/1 (1) กำหนดกรอบผ่อนชำระไม่เกิน 15 ปี และมาตรา 44 วรรคสามให้สิทธิปลอดหนี้ 2 ปีนับแต่วันสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษา
หักบัญชีอัตโนมัติเมื่อพ้นวันครบกำหนด
วันครบกำหนดชำระหนี้ประจำปีคือวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปี กองทุนชี้แจงเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ว่าถ้าไม่ชำระหรือชำระไม่ครบ กองทุนจะหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีออมทรัพย์ที่ใช้รับโอนเงินค่าครองชีพตามเงื่อนไขในสัญญากู้ยืม โดยปีนี้ดำเนินการวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 จำนวน 74,337 บัญชี ผู้ที่ออกจากงานระหว่างปีแล้วกังวลเรื่องรายได้ อ่านสิทธิที่เกี่ยวข้องประกอบได้ที่ เงินว่างงานประกันสังคมและการรายงานตัว
ถ้ายอดหักสูงเกินไป ขอปรับลดหรือปรับโครงสร้างหนี้ได้อย่างไร?
กรณีอยากปรับเพิ่มหรือลดจำนวนเงินที่ถูกหักแต่ละเดือน คำถามที่พบบ่อยข้อ 25 ให้ติดต่อกองทุนโดยตรงที่ 02-080-5099 ไลน์บัญชีทางการ กยศ. หักเงินเดือน หรืออีเมล slf-debt@studentloan.or.th ไม่ใช่ไปเจรจากับฝ่ายบุคคล เพราะนายจ้างหักตามจำนวนที่กองทุนแจ้งเท่านั้น ส่วนกรณีถูกหักเกิน ขอรับเงินคืนได้โดยผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนตามแบบที่กองทุนกำหนด
ทางเลือกที่ช่วยลดภาระรายเดือนได้มากกว่าคือสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เงื่อนไขตามข่าวกองทุนคือผ่อนเป็นรายเดือนในจำนวนเท่ากันภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน ขยายเวลาได้ถึง 15 ปี โดยงวดสุดท้ายผู้กู้ยืมต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ ปลดภาระผู้ค้ำประกันทันทีหลังทำสัญญา และเมื่อชำระงวดสุดท้ายเสร็จสิ้นจะได้ส่วนลดเบี้ยปรับเดิมที่ตั้งพักไว้ทั้งหมดร้อยละ 100 ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 กองทุนเปิดให้ทำสัญญาออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ กยศ. และยืนยันตัวตนด้วยแอปพลิเคชัน ThaiD โดยผู้ที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ ผู้ที่ถูกฟ้องคดีแล้ว และผู้ที่อยู่ระหว่างการบังคับคดี มีสิทธิทุกราย
ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 มีผู้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 662,710 บัญชี แบ่งเป็นแบบออนไลน์ 401,248 บัญชีและแบบกระดาษ 261,462 บัญชี ข้อควรระวังคือวินัยหลังทำสัญญา ข่าววันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เตือนว่าถ้าผิดนัดชำระสะสมถึง 6 งวด ไม่ว่าจะติดต่อกันหรือไม่ หรือเหลืองวดผ่อนน้อยกว่า 6 งวดแล้วผิดนัดเพียงงวดเดียว จะถือว่าผิดนัดทั้งหมด สัญญาสิ้นสุดทันที กองทุนจะนำเบี้ยปรับที่ตั้งพักไว้กลับมาเป็นทุนทรัพย์ และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ตัวเลข อัตรา และกำหนดเวลาทั้งหมดอ้างอิงจากเอกสารและข่าวของหน่วยงานตามแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบข้อมูล 11 กันยายน 2569 หลักเกณฑ์การหักเงินเดือนและกำหนดวันนำส่งอาจเปลี่ยนตามประกาศของคณะกรรมการกองทุน ก่อนดำเนินการจริงโปรดยืนยันกับ กยศ. Call Center 0 2016 4888 วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 08.30 ถึง 20.00 น. อีกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือการเงินเฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อย
กยศ หักเงินเดือน คำนวณยอดรายเดือนอย่างไร?
กองทุนนำยอดหนี้ที่ต้องชำระในงวดปีนั้นหารด้วย 12 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมของปีปัจจุบันถึงเดือนมิถุนายนของปีถัดไป ส่วนผู้มีสัญญาประนีประนอมยอมความหรือสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ จะถูกแจ้งหักตามจำนวนรายเดือนในสัญญา
นายจ้างหักเงินเดือนได้เลยหรือต้องรอหนังสือจากกองทุน?
ต้องรอ เอกสารของกองทุนระบุว่านายจ้างหักเงินเดือนได้ต่อเมื่อกองทุนแจ้งอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น โดยส่งหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานก่อน แล้วรายชื่อกับจำนวนเงินจึงปรากฏในระบบ e-PaySLF
ลูกจ้างต้องเซ็นยินยอมให้หักเงินเดือนอีกครั้งไหม?
ไม่ต้อง เพราะเป็นการหักเพื่อชำระเงินอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ตามมาตรา 76 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และผู้กู้ยืมให้ความยินยอมไว้แล้วตั้งแต่วันทำสัญญากู้ยืม
เงินเดือนถูกหักหลายรายการ กยศ. อยู่ลำดับที่เท่าไหร่?
ลำดับที่สาม ตามมาตรา 51 วรรคสอง เรียงจากภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากนั้นกลุ่มกองทุนตามกฎหมายอื่นรวมถึงประกันสังคม แล้วจึงเป็นเงินกู้ยืมกองทุน
นายจ้างหักแล้วแต่ไม่นำส่ง ลูกจ้างเสียสิทธิไหม?
ไม่เสีย มาตรา 51 วรรคห้าระบุว่าเมื่อนายจ้างหักเงินได้ไว้แล้ว ให้ถือว่าผู้กู้ยืมชำระตามจำนวนที่ถูกหักแล้ว ส่วนนายจ้างต้องชดใช้เงินและจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน
เพิ่งเริ่มงานใหม่ ต้องแจ้งนายจ้างภายในกี่วัน?
ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มปฏิบัติงาน ตามมาตรา 42 (2) โดยแจ้งสถานะการเป็นผู้กู้ยืมต่อหัวหน้าหน่วยงานที่ตนทำงานด้วย
ถูกหักเงินเดือนแล้วทำไมยอดหนี้ในแอปยังไม่ลด?
กองทุนชี้แจงเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ว่าอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบรับชำระหนี้ จึงแสดงผลช้ากว่าปกติ แต่ระบบบันทึกวันที่ชำระย้อนหลังตามวันที่ถูกหักจริง และดูรายการชำระเงินย้อนหลังได้ภายใน 3 วันทำการ
การหักเพิ่มเดือนละ 3,000 บาทยังมีอยู่ไหม?
กองทุนชะลอการหักเพิ่ม 3,000 บาทต่อเดือนสำหรับผู้ค้างชำระตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 แต่ข่าววันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เตือนว่าถ้าไม่เร่งชำระยอดค้างเอง ยอดค้างอาจถูกนำมารวมในการแจ้งหัก
ผิดนัดชำระหนี้เสียเบี้ยปรับเท่าไหร่?
ร้อยละ 0.5 ต่อปีของเงินต้นงวดที่ค้างชำระ คิดเป็นรายวันโดยหารด้วย 365 วัน ตัวอย่างของกองทุนคือเงินต้นค้าง 10,000 บาท เบี้ยปรับทั้งปี 50 บาท หรือราววันละ 0.13 บาท
เงินที่ชำระเข้าไปถูกตัดเป็นอะไรก่อน?
ตัดต้นเงินเฉพาะส่วนที่ครบกำหนดก่อน ตามด้วยดอกเบี้ย แล้วจึงเป็นเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับ ตามมาตรา 44/1 (3) ซึ่งเพิ่มโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566
ถูกหักเงินเกินยอดหนี้ ขอคืนได้ไหม?
ได้ โดยยื่นแบบขอรับเงินคืนในส่วนที่หน่วยงานต้นสังกัดหักเกิน และต้องผูกพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนของตนเอง เพราะกองทุนคืนเงินผ่านพร้อมเพย์เท่านั้น
อยากลดยอดหักรายเดือนต้องคุยกับใคร?
ติดต่อกองทุนโดยตรงที่ 02-080-5099 ไลน์บัญชีทางการ กยศ. หักเงินเดือน หรืออีเมล slf-debt@studentloan.or.th ไม่ใช่ขอให้ฝ่ายบุคคลลดให้ เพราะนายจ้างต้องหักตามจำนวนที่กองทุนแจ้ง
ตรวจยอดหนี้ของตัวเองก่อนรอบหักเดือนหน้า
สิ่งที่ทำได้ทันทีมีสามอย่าง เปิดแอป กยศ. Connect ดูยอดหนี้ที่ผ่านการคำนวณใหม่และตารางงวดชำระของตนเอง เทียบตัวเลขในสลิปเงินเดือนกับยอดรายปีหารด้วย 12 ว่าตรงกันหรือไม่ และถ้ามียอดค้างของปีก่อนให้รีบชำระเองหรือดูเงื่อนไขสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนฝ่ายบุคคลควรทำเครื่องหมายวันที่ 5 ซึ่งรายชื่อขึ้นในระบบ e-PaySLF และวันที่ 15 ซึ่งเป็นกำหนดนำส่งเงินไว้ในปฏิทินงานทุกเดือน
แหล่งอ้างอิง
- กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา: การหักเงินเดือนตาม พ.ร.บ. กยศ. พ.ศ. 2560
- ราชกิจจานุเบกษา: พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 เล่ม 140 ตอนที่ 20 ก
- กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา: พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566 ฉบับจัดพิมพ์
- กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา: สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับการหักเงินเดือนผ่านองค์กรนายจ้าง
- กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา: คำถามที่พบบ่อย การหักเงินเดือนผ่านระบบ e-PaySLF ฉบับปี 2569
- กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา: กรณีผิดนัดชำระหนี้และวิธีคิดเบี้ยปรับ
- กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา: การวางแผนผ่อนชำระหนี้ และตารางคำนวณยอดหนี้ด้วยตัวเอง
- กยศ.: องค์กรนายจ้างรายใหม่กว่า 5,600 แห่ง เริ่มหักเงินเดือนกรกฎาคม 2569
- กยศ.: ความคืบหน้าการคำนวณยอดหนี้ใหม่กว่า 4.1 ล้านบัญชี
- กยศ.: ชี้แจงกรณีหักบัญชีอัตโนมัติเฉพาะผู้ค้างชำระหนี้
- กยศ.: ย้ำให้ชำระหนี้ตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ทุกเดือน
- กยศ.: ความคืบหน้าตาม พ.ร.บ. ใหม่ และประเด็นการหักเงินเดือนเพิ่ม
- กยศ.: ชะลอการหักเงินเดือนเพิ่ม 3,000 บาท ตั้งแต่ มิ.ย. 2568
- กยศ.: ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์ ตั้งแต่ 28 ก.พ. 68
- กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา: ตรวจสอบยอดหนี้ผ่านแอป กยศ. Connect


