มะเร็งตับคือมะเร็งที่เกิดในตับ ซึ่งในคนไทยพบบ่อย 2 ชนิด คือมะเร็งเซลล์ตับ (hepatocellular carcinoma หรือ HCC) และมะเร็งท่อน้ำดีในตับ (cholangiocarcinoma) รายงาน Cancer in Thailand Vol. XI ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งใช้ข้อมูลปี 2562 ถึง 2564 และตีพิมพ์ปี 2568 ยังจัดมะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในเพศชาย ด้วยอัตราอุบัติการณ์ปรับอายุ 27.2 ต่อประชากร 100,000 คน
ประเด็นสำคัญ
- อัตราในผู้ชายลดจาก 33.2 (ข้อมูลปี 2559 ถึง 2561) เหลือ 27.2 ต่อแสนประชากร (ข้อมูลปี 2562 ถึง 2564)
- กรมควบคุมโรคคาดว่าคนไทยราวร้อยละ 10 หรือ 6 ล้านคนตรวจพบพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งท่อน้ำดี (ข่าววันที่ 19 เมษายน 2567)
- แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติฉบับเมษายน 2569 แนะนำให้กลุ่มเสี่ยงสูงตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนร่วมกับ AFP ทุก 6 ถึง 12 เดือน โดยทุก 6 เดือนให้ผลดีกว่า
- คนไทยที่เกิดก่อนปี 2535 มีสิทธิตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซีฟรี 1 ครั้งตลอดชีวิต
- ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลันร่วมกับอาการช็อกในผู้ที่มีโรคตับอยู่เดิม อาจเป็นก้อนมะเร็งตับแตกและมีเลือดออกในช่องท้อง ต้องโทร 1669 ทันที
มะเร็งตับคืออะไร และมะเร็งเซลล์ตับกับมะเร็งท่อน้ำดีต่างกันอย่างไร?
คำว่ามะเร็งตับที่คนไทยพูดกันมักรวมโรคสองแบบไว้ด้วยกัน อธิบดีกรมการแพทย์อธิบายไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2563 ว่ามะเร็งตับที่พบมากในไทยมี 2 ชนิด คือมะเร็งของเซลล์ตับ และมะเร็งท่อน้ำดีตับ รวมกันราว 20,000 รายใหม่ต่อปีในเวลานั้น สถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติก็รายงานสองโรคนี้รวมกันในหมวด Liver and bile duct
แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2554 ระบุว่ามะเร็งท่อน้ำดีชนิดที่ขั้วตับพบราวร้อยละ 60 ชนิดในตับราวร้อยละ 20 และชนิดที่ขั้วตับมักทำให้ท่อน้ำดีอุดตันจนตาเหลืองตัวเหลืองเป็นอาการนำ สรุปสั้น ๆ คือสองโรคนี้ต้นกำเนิด สาเหตุ และพื้นที่ที่พบมากต่างกัน
| ประเด็น | มะเร็งเซลล์ตับ (HCC) | มะเร็งท่อน้ำดี (cholangiocarcinoma) | ที่มา |
|---|---|---|---|
| เซลล์ต้นกำเนิด | เซลล์เนื้อตับ | เซลล์บุผนังท่อน้ำดี ทั้งในตับและนอกตับ | แนวทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ 2554 และ 2569 |
| ปัจจัยเสี่ยงหลักในไทย | ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ไวรัสตับอักเสบซี สุรา ตับแข็ง ไขมันพอกตับ | พยาธิใบไม้ตับจากปลาน้ำจืดดิบ อาหารที่มีดินประสิวหรือไนไตรท์ ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง | กรมการแพทย์ (2563) และกรมควบคุมโรค (2567) |
| พื้นที่ที่พบมาก | สัดส่วนสูงในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก เช่น กรุงเทพฯ ร้อยละ 63 ของผู้ป่วยชาย | ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ เช่น อุบลราชธานี ร้อยละ 37 ของผู้ป่วยชาย | Cancer in Thailand Vol. XI (2562 ถึง 2564) |
| อาการที่มักพาไปพบแพทย์ | แน่นท้อง น้ำหนักลด คลำได้ก้อน ท้องโต | ตาเหลืองตัวเหลือง ปวดชายโครงขวา อาการคล้ายโรคกระเพาะ | กรมการแพทย์ (2563) และแนวทาง 2554 |
| การตรวจหาในกลุ่มเสี่ยง | อัลตราซาวนด์ร่วมกับ AFP ทุก 6 ถึง 12 เดือน | ยังไม่มีวิธีคัดกรองที่มีหลักฐานชัด แนะนำให้ตรวจหาระยะแรกในกลุ่มเสี่ยง | แนวทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติ 2569 และ 2554 |
ร้อยละในแถวพื้นที่มาจากกราฟชนิดเนื้อเยื่อในรายงาน Vol. XI ซึ่งมีกลุ่มไม่ระบุชนิดอยู่มาก เช่น ผู้ป่วยชายในขอนแก่นไม่ระบุชนิดถึงร้อยละ 49 จึงใช้ดูแนวโน้มได้เท่านั้น
มะเร็งตับพบบ่อยแค่ไหนในคนไทย และภาคไหนมีอัตราสูงที่สุด?
มะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นมะเร็งอันดับ 1 ของผู้ชายไทยทั้งในรายงาน Vol. X (ข้อมูลปี 2559 ถึง 2561 ตีพิมพ์ปี 2564) และ Vol. XI (ข้อมูลปี 2562 ถึง 2564 ตีพิมพ์ปี 2568) ในเล่มล่าสุด อัตราในผู้ชายอยู่ที่ 27.2 ต่อแสนประชากร รองลงมาคือมะเร็งปอด 21.5 และมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก 20.2 ส่วนผู้หญิง มะเร็งตับและท่อน้ำดีอยู่อันดับ 5 ด้วยอัตรา 9.4 ต่อแสนประชากร
เมื่อแปลงเป็นจำนวนคน ตาราง Thailand ในรายงาน Vol. XI ประมาณการผู้ป่วยรายใหม่ของปี 2563 ไว้ที่ 13,561 คนในเพศชาย และ 5,930 คนในเพศหญิง เทียบกับเล่มก่อนหน้าที่ประมาณการปี 2560 ไว้ 15,358 คนและ 6,855 คนตามลำดับ
| ภูมิภาค | ชาย ปี 2559 ถึง 2561 | ชาย ปี 2562 ถึง 2564 | หญิง ปี 2559 ถึง 2561 | หญิง ปี 2562 ถึง 2564 |
|---|---|---|---|---|
| ทั้งประเทศ | 33.2 | 27.2 | 12.2 | 9.4 |
| ภาคเหนือ | 35.4 | 32.2 | 14.4 | 12.5 |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | 46.2 | 36.4 | 17.5 | 12.2 |
| ภาคกลาง | 33.9 | 22.8 | 11.1 | 7.5 |
| ภาคตะวันออก | 21.6 | 26.6 | 7.9 | 9.4 |
| ภาคใต้ | 16.3 | 14.4 | 5.4 | 4.3 |
ตัวเลขในตารางคืออัตราอุบัติการณ์ปรับอายุตามประชากรโลก (ASR) ต่อประชากร 100,000 คน จากกราฟ Figure 2.8.1 ของทั้งสองเล่ม ข้อควรระวังคือเล่ม X ใช้ 14 ทะเบียนมะเร็ง ส่วนเล่ม XI ใช้ 16 ทะเบียนโดยเพิ่มน่าน ปทุมธานี และจันทบุรี การเทียบรายภาคจึงบอกทิศทางได้ แต่ไม่ใช่การเทียบคนกลุ่มเดียวกันทุกประการ
ภาพที่ชัดเจนคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังสูงที่สุดในผู้ชาย และในเล่มล่าสุด ขอนแก่นมีอัตราในผู้ชายสูงที่สุดในบรรดาทะเบียนทั้งหมดที่ 42.9 ต่อแสนประชากร ขณะที่ภาคใต้ต่ำที่สุด

มะเร็งตับเกิดจากอะไร และปัจจัยเสี่ยงใดสำคัญที่สุดในไทย?
สำหรับมะเร็งเซลล์ตับ แนวทางการตรวจคัดกรอง วินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งตับของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พิมพ์ครั้งที่ 1 เดือนเมษายน 2569 ซึ่งจัดทำร่วมกับภาคีรวมถึงสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอุบัติการณ์มะเร็งตับสูง และปัจจัยเสี่ยงหลักคือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง ต่างจากประเทศตะวันตกที่มักเกิดจากไวรัสตับอักเสบซีหรือภาวะไขมันพอกตับ
- ไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง: เอกสารของกองโรคป้องกันด้วยวัคซีน กรมควบคุมโรค ปีงบประมาณ 2564 ระบุว่าผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังมีโอกาสเป็นตับแข็งและมะเร็งตับถึงร้อยละ 20 ถึง 30 และอ้างการศึกษาปี 2558 ที่พบการติดเชื้อในคนอายุ 50 ปีขึ้นไปร้อยละ 5.99
- ไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง: ทำให้เซลล์ตับถูกทำลายต่อเนื่องจนเกิดพังผืด อธิบดีกรมการแพทย์ระบุว่าหลายคนรู้แค่ว่ามะเร็งตับเกิดจากการดื่มเหล้า แต่ไวรัสตับอักเสบเรื้อรังชนิดบีและซีก็เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในบ้านเรา
- การดื่มแอลกอฮอล์และตับแข็งจากทุกสาเหตุ: แนวทางปี 2569 จัดผู้ป่วยตับแข็งจากทุกสาเหตุ ไม่ว่าจากไวรัส แอลกอฮอล์ ไขมันพอกตับ หรือโรคภูมิต้านทานต่อตับตนเอง ไว้ในกลุ่มเสี่ยงสูง
- สารอะฟลาทอกซิน: กรมการแพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจปนเปื้อนสารนี้ ซึ่งเป็นสารจากเชื้อราที่อาจพบในอาหารแห้งที่เก็บไม่ดี
- พยาธิใบไม้ตับและอาหารหมักบางชนิด: เป็นปัจจัยหลักของมะเร็งท่อน้ำดี กรมการแพทย์ยังระบุอาหารที่มีดินประสิวและไนไตรท์ เช่น ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนม ไส้กรอก ที่กินเป็นประจำ และภาวะท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
ทำไมอัตราล่าสุดจึงลดลง สถาบันมะเร็งแห่งชาติเขียนไว้ใน Vol. XI ว่าลดลงมากกว่าที่แนวโน้มเดิมคาด และอาจเป็นผลจากนโยบายวัคซีนไวรัสตับอักเสบที่ทำมายาวนาน การคัดกรองผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง และการป้องกันพยาธิใบไม้ตับ กระทรวงสาธารณสุขให้วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีแก่เด็กแรกเกิดทุกคนตั้งแต่ปี 2535 ตามเอกสารของกรมควบคุมโรค ผู้ใหญ่อ่านเรื่องวัคซีนต่อได้ที่ วัคซีนผู้ใหญ่ที่ควรรู้
พยาธิใบไม้ตับเกี่ยวกับมะเร็งท่อน้ำดีอย่างไร และเมนูปลาแบบไหนเสี่ยง?
เกี่ยวโดยตรง กรมควบคุมโรคเรียกพยาธิใบไม้ตับว่าสาเหตุหลักของโรคมะเร็งท่อน้ำดี ในข่าววันที่ 19 เมษายน 2567 โฆษกกรมควบคุมโรคอธิบายว่า เมื่อพยาธิสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน ท่อน้ำดีจะอักเสบ ผนังท่อน้ำดีหนาขึ้น แล้วพัฒนาเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในเวลาต่อมา โรคนี้พบสูงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ข่าวเดียวกันอ้างสถิติของกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ว่าคนไทยเสียชีวิตจากมะเร็งตับและท่อน้ำดี 24.7 ต่อแสนประชากร ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานอายุ 40 ถึง 60 ปีที่เป็นหัวหน้าครอบครัว และค่าใช้จ่ายในการรักษาประมาณ 1,960 ล้านบาทต่อปี ข่าวไม่ได้ระบุปีของสถิตินี้
ปลาชนิดไหนและเมนูไหนที่กรมควบคุมโรคเตือน
ต้นเหตุคือปลาน้ำจืดเกล็ดขาว เช่น ปลาตะเพียนทุกชนิด ปลาขาวนา ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อย ปลาซิว และปลากระสูบ เมื่อนำมาปรุงแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นก้อยปลา ปลาส้ม ลาบปลาดิบ พล่าปลาดิบ ปลาร้าดิบ หรือส้มตำปลาร้าดิบ ตัวอ่อนระยะติดต่อของพยาธิที่อยู่ในเนื้อปลาก็เข้าสู่ร่างกาย
ประเด็นที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือ การบีบมะนาว ใส่มะขาม น้ำปลา เกลือ หรือน้ำปลาร้า ไม่ได้ทำให้ปลาสุกและไม่ได้ฆ่าพยาธิ กรมควบคุมโรคย้ำว่าอาหารต้องสุกด้วยความร้อนเท่านั้น
สี่ข้อป้องกันที่กรมควบคุมโรคแนะนำ
- ไม่กินปลาน้ำจืดเกล็ดขาวดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ปรุงให้ผ่านความร้อนจนสุกก่อน
- ถ่ายอุจจาระลงส้วม ไม่ถ่ายลงแหล่งน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง เพื่อตัดวงจรพยาธิ
- ถ้าเคยกินปลาดิบ ให้ไปตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิที่สถานบริการสาธารณสุข ถ้าพบพยาธิ แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาการรักษาด้วยยา
- ไม่ชวนเด็กหรือคนอื่นให้กินอาหารแบบนี้
ข่าวเดียวกันแนะนำให้ตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิปีละ 1 ครั้ง และถ้ามีข้อสงสัยให้โทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ความเห็นของเราคือ คนที่กินปลาดิบมานานหลายปีควรแจ้งประวัตินี้กับแพทย์ทุกครั้งที่ตรวจสุขภาพ
อาการมะเร็งตับระยะเริ่มแรกเป็นอย่างไร และเมื่อไหร่ต้องรีบพบแพทย์?
ระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการ ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติในปี 2563 ระบุว่าผู้ป่วยแต่ละรายมีอาการต่างกันและมักไม่มีอาการในระยะแรก นี่คือเหตุผลที่กลุ่มเสี่ยงควรเข้ารับการตรวจเฝ้าระวัง แทนการรอให้มีอาการก่อน
เมื่อโรคดำเนินไป อาการที่พบบ่อยตามที่กรมการแพทย์รวบรวมไว้ ได้แก่
- แน่นท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อเป็นประจำ
- อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
- ปวดหรือเสียดบริเวณชายโครงขวา
- คลำพบก้อนในช่องท้อง หรือท้องโตขึ้น
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
- ขาบวมทั้ง 2 ข้าง
กรมควบคุมโรคเพิ่มอาการที่ควรระวังในคนที่เคยกินปลาดิบ คือ เบื่ออาหาร ตับโต อาหารไม่ย่อย และจุกแน่นใต้ชายโครงขวา อาการเหล่านี้คล้ายโรคอื่น เช่น นิ่วในถุงน้ำดี จึงควรไปตรวจถ้ามีอาการต่อเนื่องหรือน้ำหนักลด
อาการฉุกเฉินที่ต้องโทร 1669
แนวทางปี 2569 ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่าในประเทศไทยมีรายงานก้อนมะเร็งตับแตกร้อยละ 10.4 ถึง 12.4 และอัตราเสียชีวิตในระยะแรกสูงถึงร้อยละ 25 ถึง 75 หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาการที่พบบ่อยคือปวดท้องเฉียบพลันร่วมกับภาวะช็อกจากการเสียเลือด และอาจท้องอืดขึ้นจากเลือดออกในช่องท้อง ถ้าคนที่มีตับแข็ง ไวรัสตับอักเสบ หรือเคยเป็นมะเร็งตับมีอาการเช่นนี้ ให้โทรสายด่วน 1669 ทันที ไม่ควรขับรถไปเองหรือรอดูอาการ
ใครควรตรวจคัดกรองมะเร็งตับ และต้องตรวจบ่อยแค่ไหน?
แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติฉบับเมษายน 2569 ให้กลุ่มเสี่ยงสูงต่อมะเร็งเซลล์ตับได้รับการตรวจเฝ้าระวัง และระบุว่าการตรวจเฝ้าระวังช่วยให้พบโรคในระยะที่ยังรักษาเพื่อหวังผลหายขาดได้ และลดอัตราการเสียชีวิตได้มากถึงร้อยละ 37 กลุ่มที่แนวทางนี้กำหนดมี 4 กลุ่ม
- ผู้ป่วยตับแข็งจากทุกสาเหตุ ที่การทำงานของตับอยู่ในเกณฑ์ Child-Pugh A และ B ส่วน Child-Pugh C ให้ตรวจเฉพาะรายที่รอปลูกถ่ายตับ
- ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังเพศชายอายุมากกว่า 40 ปี และเพศหญิงอายุมากกว่า 50 ปี
- ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งตับ
- ผู้ป่วยโรคตับอักเสบเรื้อรังจากสาเหตุใดก็ตามที่มีพังผืดในตับมาก (F3 fibrosis)
วิธีหลักคือการตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนร่วมกับตรวจเลือดหาระดับ AFP (อัลฟาฟีโตโปรตีน) ทุก 6 ถึง 12 เดือน โดยการตรวจทุก 6 เดือนช่วยค้นพบมะเร็งระยะเริ่มต้นได้ดีกว่าทุก 12 เดือน อัลตราซาวนด์มีความไวร้อยละ 60 ถึง 70 และความจำเพาะมากกว่าร้อยละ 90 ในการพบก้อนขนาดเล็ก การตรวจ AFP ร่วมด้วยเพิ่มความไวได้อีกร้อยละ 18 และการศึกษาในไทยพบว่าเพิ่มได้ร้อยละ 15 ค่า AFP ที่ใช้เป็นจุดตัดคือสูงกว่า 20 นาโนกรัมต่อมิลลิลิตร
พบก้อนไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอ แนวทางเดียวกันระบุว่าในผู้ป่วยตับแข็ง ก้อนที่เล็กกว่า 1 ซม. มีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยกว่าร้อยละ 20 ส่วนก้อนที่ใหญ่กว่า 1 ซม. มีโอกาสราวร้อยละ 80 และต้องตรวจ CT หรือ MRI ต่อ
มะเร็งท่อน้ำดีตรวจคัดกรองได้ไหม
แนวทางปี 2554 ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติเขียนไว้ตรง ๆ ว่ายังไม่มีวิธีใดที่มีหลักฐานชัดว่าคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีได้ แต่แนะนำให้ตรวจหาโรคระยะแรกในกลุ่มเสี่ยง เช่น คนอายุ 40 ปีขึ้นไปที่เป็นชาวอีสานโดยกำเนิดและมีอาการอืดแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ที่รักษาแบบโรคกระเพาะ 1 เดือนแล้วไม่ดีขึ้น ควรตรวจอัลตราซาวนด์ตับและทางเดินน้ำดีอย่างน้อย 1 ครั้ง และคนอายุ 40 ปีในภาคอีสานที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งตับ ควรตรวจอัลตราซาวนด์ปีละ 2 ครั้ง แนวทางนี้มีอายุกว่า 15 ปี ขณะที่ฉบับปี 2569 เน้นมะเร็งเซลล์ตับ จึงควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายคน
สิทธิตรวจไวรัสตับอักเสบฟรี
ก้าวแรกที่ทำได้ง่ายที่สุดคือรู้ว่าตัวเองมีไวรัสตับอักเสบหรือไม่ กรมควบคุมโรคประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2567 ว่าคนไทยที่เกิดก่อนปี 2535 มีสิทธิตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบีและซีฟรี 1 ครั้งตลอดชีวิต ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน เช่น รพ.สต. และโรงพยาบาลรัฐ ปีเกิดนี้ตรงกับปีที่วัคซีนเริ่มให้เด็กแรกเกิดทุกคน ถ้าวางแผนตรวจร่างกายอยู่แล้ว ดูรายการได้ใน ตรวจสุขภาพประจำปีควรตรวจอะไรบ้าง
มะเร็งตับรักษาด้วยวิธีใดได้บ้าง และโอกาสหายขึ้นกับอะไร?
การรักษาขึ้นกับขนาดและจำนวนก้อน การลุกลามเข้าหลอดเลือดหรืออวัยวะอื่น สมรรถภาพการทำงานของตับ และสภาพร่างกายโดยรวม แนวทางปี 2569 ระบุว่าการรักษาควรพิจารณาร่วมกันโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ และยึดหลักรักษาเพื่อหวังผลหายขาดเมื่อสภาพผู้ป่วยและตับเอื้ออำนวย วิธีที่แนวทางกล่าวถึงมีดังนี้
- การผ่าตัดตับ: แนวทางเรียกว่าเป็นการรักษาหวังผลหายขาดลำดับแรก เหมาะกับผู้ที่ร่างกายแข็งแรงพอและตับทำงานดี
- การปลูกถ่ายตับ: เป็นวิธีเดียวที่รักษาทั้งมะเร็งและตับแข็งไปพร้อมกัน ในผู้ป่วยที่อยู่ในเกณฑ์ Milan คือก้อนเดียวไม่เกิน 5 ซม. หรือไม่เกิน 3 ก้อนที่แต่ละก้อนไม่เกิน 3 ซม. แนวทางอ้างอัตรารอดชีวิต 5 ปีมากกว่าร้อยละ 70 จากงานวิจัยที่ใช้กำหนดเกณฑ์นี้
- การจี้ทำลายก้อนและการรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือด: เช่น คลื่นวิทยุความถี่สูง ไมโครเวฟ และ TACE
- รังสีรักษาและยารักษาทั้งระบบ: ใช้ในระยะที่ผ่าตัดไม่ได้หรือโรคลุกลาม การเลือกกลุ่มยาและขนาดยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์ผู้รักษาเท่านั้น
เราไม่ได้ใส่อัตรารอดชีวิตภาพรวมของผู้ป่วยไทย เพราะแหล่งทางการที่เราเปิดตรวจไม่ได้รายงานตัวเลขนี้ระดับประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
มะเร็งตับอาการเริ่มแรกเป็นอย่างไร?
ระยะแรกส่วนใหญ่ไม่มีอาการ เมื่อเริ่มมีอาการมักเป็นแน่นท้อง ท้องอืด อ่อนเพลีย น้ำหนักลด หรือเสียดชายโครงขวา
มะเร็งตับเกิดจากอะไร?
มะเร็งเซลล์ตับในไทยเกิดจากไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังเป็นหลัก รวมถึงไวรัสตับอักเสบซี สุรา และตับแข็ง ส่วนมะเร็งท่อน้ำดีสัมพันธ์กับพยาธิใบไม้ตับจากปลาน้ำจืดดิบ
บีบมะนาวใส่ก้อยปลาช่วยฆ่าพยาธิได้ไหม?
ไม่ได้ กรมควบคุมโรคระบุว่ามะนาว มะขาม น้ำปลา เกลือ หรือน้ำปลาร้าไม่ทำให้อาหารสุก ต้องใช้ความร้อนเท่านั้น
ใครควรตรวจคัดกรองมะเร็งตับ?
ตามแนวทางปี 2569 ได้แก่ ผู้ป่วยตับแข็ง ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังชายอายุเกิน 40 ปีและหญิงอายุเกิน 50 ปี ผู้ติดเชื้อที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งตับ และผู้ที่มีพังผืดในตับมาก
ตรวจคัดกรองมะเร็งตับต้องตรวจอะไรและบ่อยแค่ไหน?
อัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบนร่วมกับตรวจเลือด AFP ทุก 6 ถึง 12 เดือน โดยทุก 6 เดือนให้ผลดีกว่า
ตรวจ AFP อย่างเดียวพอไหม?
แนวทางใช้อัลตราซาวนด์ร่วมกับ AFP เป็นวิธีหลัก การตรวจเลือดอย่างเดียวใช้ในพื้นที่ที่เข้าถึงรังสีแพทย์ได้ยาก และ AFP สูงได้จากภาวะอื่น เช่น ตับอักเสบกำเริบ
ใครตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซีได้ฟรี?
คนไทยที่เกิดก่อนปี 2535 ตรวจได้ฟรี 1 ครั้งตลอดชีวิตที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน ตามข้อมูลกรมควบคุมโรควันที่ 5 มกราคม 2567
วัคซีนตับอักเสบบีสำหรับทารกแรกเกิดเริ่มในไทยเมื่อไหร่?
ตั้งแต่ปี 2535 ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข ตามเอกสารของกรมควบคุมโรค
มะเร็งตับพบมากที่สุดในภาคไหน?
ข้อมูลปี 2562 ถึง 2564 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราในผู้ชายสูงที่สุดที่ 36.4 ต่อแสนประชากร ส่วนภาคใต้ต่ำที่สุดที่ 14.4
ปวดท้องแบบไหนต้องโทร 1669?
ปวดท้องรุนแรงเฉียบพลันร่วมกับอาการช็อกในคนที่มีโรคตับ อาจเป็นก้อนมะเร็งแตกและเลือดออกในช่องท้อง ต้องโทร 1669 ทันที
ลดความเสี่ยงมะเร็งตับได้จากสามเรื่องใกล้ตัว
เรื่องแรก ถ้าเกิดก่อนปี 2535 ให้ใช้สิทธิตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซีฟรีหนึ่งครั้ง ถ้าพบเชื้อ ให้แพทย์ประเมินเรื่องการรักษาและการตรวจเฝ้าระวัง เรื่องที่สอง เลิกเมนูปลาน้ำจืดดิบและงดสุรา เรื่องที่สาม ถ้าเคยกินปลาดิบมานาน อย่ามองอาการแน่นท้องเรื้อรังว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ มะเร็งอีกชนิดที่วัยเดียวกันควรรู้คือ อาการมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ควรรู้
ตัวเลขและคำแนะนำในบทความนี้มาจากแหล่งอ้างอิงที่ระบุ ณ วันที่ตรวจสอบ 30 กันยายน 2569 บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การตรวจ การวินิจฉัย การเลือกยา และขนาดยา ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และควรยืนยันสิทธิการตรวจกับสถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ
แหล่งอ้างอิง
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ: Cancer in Thailand Vol. XI, 2019-2021 (ตีพิมพ์ปี 2025)
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ: Cancer in Thailand Vol. X, 2016-2018 (ตีพิมพ์ปี 2021)
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ: แนวทางการตรวจคัดกรอง วินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งตับ พิมพ์ครั้งที่ 1 (เมษายน 2569)
- สถาบันมะเร็งแห่งชาติ: แนวทางการตรวจคัดกรองวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี พิมพ์ครั้งที่ 2 (2554)
- กรมควบคุมโรค: เตือนกินปลาน้ำจืดเกล็ดขาวสุก ๆ ดิบ ๆ เสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับ สาเหตุหลักโรคมะเร็งท่อน้ำดี (19 เมษายน 2567)
- กรมควบคุมโรค กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์: แกะกล่องสิทธิประโยชน์ด้าน HIV STIs HBV และ HCV (5 มกราคม 2567)
- กรมควบคุมโรค กองโรคป้องกันด้วยวัคซีน: แนวทางการดำเนินงานให้วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2564
- Thai PBS: หมอเตือนตาเหลือง ตัวเหลือง สัญญาณเสี่ยงมะเร็งตับ ข้อมูลจากกรมการแพทย์และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (14 ตุลาคม 2563)
- กรมควบคุมโรค สคร. 9 นครราชสีมา: ข่าวที่ระบุให้โทรสายด่วน 1669 เมื่อต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน


