บทความแนะนำทอนซิลอักเสบ อาการ สาเหตุ ต้องกินยาปฏิชีวนะไหม และเมื่อไหร่ควรผ่าตัด

ทอนซิลอักเสบ อาการ สาเหตุ ต้องกินยาปฏิชีวนะไหม และเมื่อไหร่ควรผ่าตัด

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: ทอนซิลอักเสบคือการอักเสบของต่อมทอนซิลสองข้างในลำคอ อาการหลักคือเจ็บคอ กลืนลำบาก มีไข้ และต่อมบวมแดง ส่วนใหญ่มาจากไวรัสและดีขึ้นเองในราว 1 สัปดาห์โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แพทย์ใช้เกณฑ์คะแนนอย่าง Centor ช่วยตัดสินก่อนสั่งยา และถ้ากลืนน้ำลายไม่ได้หรือหายใจลำบาก ให้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินและโทร 1669

ทอนซิลอักเสบมีอาการหลักคือเจ็บคอ กลืนลำบากและเจ็บมากเวลากลืน ร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ และตรวจพบต่อมทอนซิลบวมแดง ตามที่ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยแพร่เมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2567 ส่วนราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยระบุว่าในเด็กก่อนวัยเรียนมักเกิดจากไวรัส ส่วนเด็กโตและผู้ใหญ่มักเกิดจากแบคทีเรีย

ประเด็นสำคัญ

  • แนวทาง Antibiotic Smart Use รามาธิบดี มีนาคม 2558 ระบุว่าการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนราว 80 เปอร์เซ็นต์มาจากไวรัสหรือสาเหตุที่ไม่ต้องใช้ยาต้านจุลชีพ
  • บทความวิชาการ ม.อุบลราชธานี ปี 2559 แยกสาเหตุคออักเสบเฉียบพลันเป็น ไวรัส 50 เปอร์เซ็นต์ แบคทีเรียที่พบบ่อย 15 เปอร์เซ็นต์ และไม่ใช่การติดเชื้ออีก 30 เปอร์เซ็นต์
  • NICE NG84 ประกาศใช้ 26 มกราคม 2018 ระบุว่าเจ็บคอเฉียบพลันหายเองได้ และคนส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์
  • คะแนน Centor 0 ถึง 2 สัมพันธ์กับโอกาสเพาะเชื้อสเตรปโตคอคคัสได้เพียง 3 ถึง 17 เปอร์เซ็นต์ ส่วน 3 ถึง 4 คะแนนอยู่ที่ 32 ถึง 56 เปอร์เซ็นต์
  • เกณฑ์ Paradise ของ AAO-HNS คือ 7 ครั้งในปีที่ผ่านมา หรือ 5 ครั้งต่อปีติดกัน 2 ปี หรือ 3 ครั้งต่อปีติดกัน 3 ปี
  • อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันทีคือน้ำลายไหลยืด เสียงเหมือนอมของไว้ในปาก อ้าปากไม่ขึ้น หายใจมีเสียงดัง หรือกลืนน้ำลายตัวเองไม่ได้

ทอนซิลอักเสบคืออะไร และอาการเป็นอย่างไร?

ต่อมทอนซิลคือกลุ่มเนื้อเยื่อน้ำเหลืองสองข้างที่อยู่ด้านหลังลำคอ ทำหน้าที่ดักจับเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและคอ เมื่อเชื้อเข้ามามากกว่าที่ต่อมจะรับไหว ตัวต่อมจะอักเสบ บวม แดง และบางครั้งมีจุดหนองเกาะบนผิวต่อม

นิยาม: ทอนซิลอักเสบ (tonsillitis) คือการอักเสบของต่อมทอนซิลเพดานปาก มักเกิดพร้อมการอักเสบของผนังคอหอย ส่วนคออักเสบเฉียบพลัน (acute pharyngitis) กว้างกว่า หมายถึงการอักเสบของเยื่อบุในลำคอที่ทำให้เจ็บคอ ไม่ว่าจุดที่อักเสบจะอยู่ตรงไหน

อาการที่พบบ่อยตามข้อมูลของราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย และภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี มีดังนี้

  • เจ็บคอและกลืนลำบาก: เป็นอาการนำ และเจ็บมากขึ้นชัดเจนตอนกลืนอาหารหรือกลืนน้ำลาย
  • ไข้และหนาวสั่น: ทอนซิลอักเสบเฉียบพลันมักมาพร้อมไข้ บางรายปวดศีรษะร่วมด้วย
  • ต่อมทอนซิลบวมแดง: เห็นได้เมื่อส่องไฟดูในลำคอ บางครั้งมีจุดหนองหรือคราบขาว
  • กดเจ็บบริเวณลำคอ: ต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรด้านหน้าโตและกดแล้วเจ็บ

เจ็บคอไม่ได้แปลว่าเป็นทอนซิลอักเสบเสมอไป บทความการศึกษาต่อเนื่องเรื่องการจัดการกับโรคคออักเสบเฉียบพลัน โดยอาจารย์นิติ วรรณทอง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี รับรองเมื่อ 29 ธันวาคม 2559 ระบุว่าอาการเจ็บคอถึง 30 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้มาจากการติดเชื้อ แต่มาจากการสูบบุหรี่ ควันบุหรี่มือสอง โรคกรดไหลย้อน สารก่อภูมิแพ้ และอากาศเย็นชื้น ใครที่เจ็บคอเรื้อรังโดยไม่มีไข้และไม่ดีขึ้นด้วยยาปฏิชีวนะ ควรให้แพทย์ทบทวนว่ากำลังรักษาถูกโรคหรือไม่

ทอนซิลอักเสบเกิดจากอะไร และไวรัสกับแบคทีเรียต่างกันอย่างไร?

ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส แนวทาง Antibiotic Smart Use ของโรงพยาบาลรามาธิบดี ฉบับมีนาคม 2558 เปิดหน้าแรกด้วยข้อความว่าโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบนราว 80 เปอร์เซ็นต์เกิดจากไวรัสหรือสาเหตุอื่นที่ไม่ต้องใช้ยาต้านจุลชีพ และการให้ยาโดยไม่จำเป็นจะเพิ่มปัญหาเชื้อดื้อยา

บทความของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปี 2559 แยกละเอียดขึ้น โดยดัดแปลงจากงานของ Alcaide และ Bisno ปี 2007 ว่า ไวรัส 50 เปอร์เซ็นต์ แบคทีเรียที่พบบ่อยซึ่งนำโดยสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอ 15 เปอร์เซ็นต์ แบคทีเรียที่พบน้อยกว่านั้นไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ และสาเหตุที่ไม่ใช่การติดเชื้ออีก 30 เปอร์เซ็นต์ บทความเดียวกันระบุว่าสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอพบได้ 5 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ในผู้ใหญ่ และ 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ในเด็ก

ข้อมูลที่เก็บจริงในไทยไปทางเดียวกัน งานวิจัยในพุทธชินราชเวชสาร ปีที่ 37 ฉบับที่ 2 เผยแพร่ 13 ตุลาคม 2563 เก็บข้อมูลเด็กอายุ 1 ถึง 15 ปี ที่มาด้วยไข้และเจ็บคอที่แผนกผู้ป่วยนอกกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ระหว่างพฤษภาคม 2559 ถึงเมษายน 2560 จำนวน 134 ราย พบเชื้อสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอเพียง 10 ราย คิดเป็น 7.5 เปอร์เซ็นต์

สิ่งที่สังเกตเข้าได้กับไวรัสเข้าได้กับสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอแหล่งที่ระบุ
น้ำมูก ไอ จาม เสียงแหบเด่นชัดมักไม่มีหรือไม่เด่นASU รามาธิบดี 2558
ไข้ไข้ต่ำ หรือไข้สูงพร้อมตาแดงน้ำตาไหลไข้สูง เช่น 39 องศาเซลเซียส ร่วมกับเจ็บคอมากASU รามาธิบดี 2558
จุดหนองบนต่อมทอนซิลพบได้แต่ไม่เด่นพบบ่อย บางรายลิ้นไก่บวมแดงASU รามาธิบดี 2558
ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตได้หลายตำแหน่งโตและกดเจ็บตำแหน่งเดียวด้านหน้าคอASU รามาธิบดี 2558
ผื่นตามตัวบางไวรัสมีแผลในปากผื่นแบบไข้อีดำอีแดงพุทธชินราชเวชสาร 2563
จุดเลือดออกที่เพดานอ่อนไม่ใช่ลักษณะทั่วไปพบร่วมกับทอนซิลอักเสบมีหนองพุทธชินราชเวชสาร 2563
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ตั้งชื่อลูกสาวให้สวยและมีความหมาย

สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เผยแพร่บทความเรื่องไข้อีดำอีแดง ปรับปรุง 7 มีนาคม 2562 ระบุว่าโรคนี้พบบ่อยในช่วงอายุ 5 ถึง 15 ปี มาด้วยไข้สูงฉับพลัน หนาวสั่น เจ็บคอ ต่อมทอนซิลบวมและอาจมีหนอง แล้วตามด้วยผื่นลักษณะเฉพาะ เด็กที่เจ็บคอแล้วขึ้นผื่นแบบนี้ควรได้รับการตรวจ

แพทย์ใช้คะแนนอะไรตัดสินว่าเจ็บคอนี้มาจากแบคทีเรีย?

เครื่องมือที่ใช้กันแพร่หลายคือ Centor criteria และ McIsaac criteria บทความของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปี 2559 อธิบายว่า Centor ใช้เฉพาะในผู้ใหญ่ ส่วน McIsaac ใช้ได้ทั้งในเด็กอายุมากกว่า 3 ปีและผู้ใหญ่ เพราะเพิ่มคะแนนตามอายุเข้าไปอีกหนึ่งข้อ

เกณฑ์ที่ตรวจพบคะแนน Centorคะแนน McIsaacสิ่งที่แพทย์ตรวจ
ต่อมทอนซิลบวม หรือมีจุดหนอง11ส่องไฟดูในลำคอ
ต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรด้านหน้าบวมโต11คลำคอสองข้าง
มีไข้11วัดอุณหภูมิหรือซักประวัติ
ไม่มีอาการไอ11ซักประวัติ
อายุ 3 ถึง 14 ปีไม่คิดคะแนนบวก 1ซักประวัติ
อายุ 15 ถึง 44 ปีไม่คิดคะแนน0ซักประวัติ
อายุ 45 ปีขึ้นไปไม่คิดคะแนนลบ 1ซักประวัติ

วิธีอ่านคะแนนตามบทความชุดเดียวกันคือ McIsaac 0 ถึง 1 คะแนน โอกาสติดเชื้อสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเออยู่ที่ราว 3 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาต้านจุลชีพ ได้ 2 ถึง 3 คะแนนยังระบุไม่ได้ ควรตรวจด้วยชุดตรวจแอนติเจนอย่างเร็ว และตั้งแต่ 4 คะแนนขึ้นไปจึงควรเริ่มยา ส่วน Centor นั้น 0 ถึง 1 คะแนนไม่จำเป็นต้องใช้ยา 3 ถึง 4 คะแนนควรเริ่มยา และกรณีได้ 2 คะแนนให้ดูอายุประกอบ

สิ่งที่แพทย์ไทยดูควบคู่กับคะแนน

แนวทาง Antibiotic Smart Use รามาธิบดี 2558 ไม่ได้เรียกชื่อว่า Centor แต่ตั้งเงื่อนไขไว้ใกล้เคียงกัน คือพิจารณาให้ยาต้านจุลชีพเมื่อมีไข้สูงเช่น 39 องศาเซลเซียสร่วมกับเจ็บคอมาก มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิลหรือลิ้นไก่บวมแดง ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตและกดเจ็บเพียงตำแหน่งเดียว และไม่มีอาการหวัดที่เด่นชัด

ชุดตรวจแอนติเจนอย่างเร็วยังไม่ได้มีทุกที่ในไทย สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าการเพาะเชื้อจากคอใช้เวลา 3 ถึง 4 วัน ส่วนชุดตรวจอย่างเร็วรู้ผลในไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่มีเฉพาะบางโรงพยาบาล การตัดสินใจหน้างานในไทยจึงยังพึ่งการตรวจร่างกายและคะแนนทางคลินิกเป็นหลัก

ทอนซิลอักเสบต้องกินยาปฏิชีวนะไหม?

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง แนวทาง NICE NG84 เรื่องการสั่งยาต้านจุลชีพในผู้ที่เจ็บคอเฉียบพลัน ประกาศใช้ 26 มกราคม 2018 เขียนไว้ชัดว่าเจ็บคอเฉียบพลันรวมถึงคอหอยอักเสบและทอนซิลอักเสบเป็นภาวะที่หายเองได้ อาการอยู่ราว 1 สัปดาห์ และคนส่วนใหญ่ดีขึ้นในเวลานี้โดยไม่ต้องใช้ยา ไม่ว่าต้นเหตุจะเป็นแบคทีเรียหรือไวรัส

เครื่องมือคะแนนโอกาสเพาะเชื้อสเตรปโตคอคคัสได้สิ่งที่ NICE NG84 แนะนำ
FeverPAIN0 ถึง 113 ถึง 18 เปอร์เซ็นต์ไม่ให้ยาปฏิชีวนะ
FeverPAIN2 ถึง 334 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ไม่ให้ยา หรือให้ใบสั่งยาสำรองไว้
FeverPAIN4 ถึง 562 ถึง 65 เปอร์เซ็นต์ให้ยาทันที หรือให้ใบสั่งยาสำรอง
Centor0 ถึง 23 ถึง 17 เปอร์เซ็นต์ไม่ให้ยาปฏิชีวนะ
Centor3 ถึง 432 ถึง 56 เปอร์เซ็นต์ให้ยาทันที หรือให้ใบสั่งยาสำรอง

เกณฑ์ FeverPAIN มีห้าข้อ คือ มีไข้ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีหนองที่ต่อมทอนซิล มาพบแพทย์ภายใน 3 วันหลังเริ่มมีอาการ ต่อมทอนซิลอักเสบรุนแรง และไม่มีอาการไอหรือน้ำมูก

เหตุผลที่ NICE ไม่ให้ยากับคนคะแนนต่ำมาจากตัวเลขประโยชน์ที่ได้จริง NICE อ้างงานทบทวนวรรณกรรมของ Spinks และคณะ ปี 2013 ว่าในวันที่ 3 ผู้ที่ได้ยาปฏิชีวนะหายจากอาการ 51 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 34 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มยาหลอก แต่พอถึงวันที่ 7 ทั้งสองกลุ่มแทบไม่ต่างกันที่ 87 และ 82 เปอร์เซ็นต์ โดยรวมยาย่นระยะเวลาอาการลงเฉลี่ยราว 16 ชั่วโมงในช่วง 7 วัน

ฝั่งไทยมีตัวชี้วัดกำกับโดยตรง ตัวชี้วัดโรงพยาบาลที่ใช้ยาอย่างสมเหตุผลของกระทรวงสาธารณสุข ขั้นที่ 2 ปีงบประมาณ 2564 กำหนดเพดานอัตราการใช้ยาปฏิชีวนะในกลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนไว้ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์สำหรับโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป และไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์สำหรับโรงพยาบาลชุมชน

ถ้าจำเป็นต้องใช้ยาจริง ต้องกินให้ครบ

เมื่อแพทย์ตัดสินว่าเป็นการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอจริง ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยระบุว่ายาในกลุ่มเพนิซิลลินยังใช้ได้ผลดี และให้นาน 7 ถึง 10 วัน การเลือกตัวยาและขนาดยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกรเสมอ บทความนี้จึงไม่ระบุขนาดยา

ที่ต้องกินให้ครบแม้อาการหายแล้ว เพราะบทความของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปี 2559 ยกข้อมูลว่าผู้ที่หยุดเพนิซิลลินหลังรักษาไป 3 วัน กลับเป็นซ้ำถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 34 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มที่ใช้ครบ 7 วัน อีกข้อคือในเอเชียอัตราการดื้อยากลุ่มแมคโครไลด์ในการติดเชื้อทางเดินหายใจสูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และงานวิจัยที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวรพบว่าเชื้อที่แยกได้ไวต่อเพนิซิลลินทุกสายพันธุ์ แต่ดื้อยากลุ่มแมคโครไลด์ 10 เปอร์เซ็นต์

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด: เฉลยข้อสอบใบขับขี่และสถิติจริง
อินโฟกราฟิกสรุป ทอนซิลอักเสบ อาการ สาเหตุ ต้องกินยาปฏิชีวนะไหม และเมื่อไหร่ควรผ่าตัด
สรุปเป็นภาพ: ทอนซิลอักเสบ อาการ สาเหตุ ต้องกินยาปฏิชีวนะไหม และเมื่อไหร่ควรผ่าตัด

ทอนซิลอักเสบกี่วันหาย และดูแลตัวเองอย่างไร?

NICE NG84 ให้กรอบเวลาไว้ที่ราว 1 สัปดาห์สำหรับเจ็บคอเฉียบพลันโดยรวม ส่วนบทความของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปี 2559 ระบุเฉพาะการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอว่าโดยทั่วไปหายเองใน 2 ถึง 5 วัน และถ้าได้ยาต้านจุลชีพ อาการมักหายภายใน 48 ชั่วโมง แต่ถ้ามีภาวะแทรกซ้อนอย่างเนื้อเยื่ออักเสบรอบต่อมทอนซิลและคอหอย ระยะเวลาจะยืดเป็นสัปดาห์

ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา รามาธิบดี แนะนำให้พักผ่อนและดื่มน้ำมาก ๆ ในรายที่อาการไม่รุนแรง ส่วน NICE แนะนำให้จัดการอาการปวด ไข้ และภาวะขาดน้ำด้วยการดูแลตัวเอง และให้กลับไปพบแพทย์ถ้าอาการไม่เริ่มดีขึ้นหลัง 1 สัปดาห์ หรือแย่ลงเร็วและชัดเจน

  • ดื่มน้ำให้พอ: ไข้และการกลืนเจ็บทำให้ดื่มน้ำน้อยลงจนขาดน้ำได้ง่าย โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
  • กินอาหารอ่อนและไม่ร้อนจัด: ช่วยให้กลืนได้จริงในช่วงที่เจ็บคอมาก
  • เลี่ยงควันบุหรี่: ทั้งสูบเองและควันมือสอง เพราะเป็นสาเหตุของอาการเจ็บคอในกลุ่มที่ไม่ได้ติดเชื้อ
  • ล้างมือและไม่ใช้ของร่วมกัน: รามาธิบดีระบุไว้เป็นคำแนะนำป้องกัน เพราะเชื้อแพร่ทางละอองฝอยและการสัมผัส

ถ้าอาการหลักคือคันคอและไอแห้งมากกว่าเจ็บคอรุนแรงและมีไข้ ทอนซิลอักเสบอาจไม่ใช่คำตอบ อ่านการแยกสาเหตุได้ที่ คันคอไอเกิดจากอะไรและแก้อย่างไร และถ้าอาการมาเป็นฤดูกาลพร้อมคัดจมูกและจาม ให้พิจารณา อาการภูมิแพ้ ประกอบ

อาการแบบไหนที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที?

บทความของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปี 2559 ระบุกลุ่มภาวะอันตรายที่ผู้มีอาการเจ็บคอต้องถูกส่งต่อโรงพยาบาลทันที ดังนี้

  • ฝาปิดกล่องเสียงอักเสบ: เจ็บคอ กลืนเจ็บ มีไข้ เสียงพูดคล้ายอมของไว้ในปาก น้ำลายไหลยืด หายใจมีเสียงดัง และเสียงแหบ ทางเดินหายใจอาจอุดกั้นกะทันหัน
  • ฝีรอบต่อมทอนซิล: เจ็บคอ มีไข้ เสียงเปลี่ยน และปวดร้าวไปที่หู มักเจ็บข้างเดียวมากกว่าอีกข้าง
  • การติดเชื้อในช่องใต้คาง: ไข้สูง หนาวสั่น ใต้คางอักเสบทั้งสองข้าง ลำคอด้านหน้าบวมแดงกดเจ็บ รายที่เป็นมากลิ้นจะถูกดันขึ้นจนปิดกั้นทางเดินหายใจ
  • การติดเชื้อในช่องหลังคอหอย: เจ็บคอ กลืนน้ำลายไม่ได้ เสียงเปลี่ยน มีไข้ และอาจคอแข็งหรืออ้าปากลำบาก

สัญญาณที่จำง่ายคือ กลืนน้ำลายตัวเองไม่ได้ น้ำลายไหลยืด อ้าปากได้ไม่สุด หายใจมีเสียงดังหรือหายใจลำบาก คอบวมจนรูปหน้าเปลี่ยน หรือเจ็บข้างเดียวจนเสียงเปลี่ยน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ทอนซิลอักเสบธรรมดาแล้ว ถ้าหายใจลำบากหรือซึมลง ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 แทนการขับรถไปเอง

อีกเหตุผลที่ไม่ควรปล่อยทอนซิลอักเสบจากแบคทีเรียไว้คือภาวะแทรกซ้อนตามหลัง ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา รามาธิบดี ระบุถึงโรคไตอักเสบเฉียบพลัน ข้ออักเสบหลังติดเชื้อ และไข้รูมาติก ส่วนสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยระบุว่าไข้รูมาติกและหน่วยไตอักเสบเฉียบพลันมักเกิดในช่วง 1 ถึง 4 สัปดาห์หลังการติดเชื้อ อาการที่คอหายแล้วจึงไม่ได้แปลว่าพ้นความเสี่ยงทันที

เมื่อไหร่ควรผ่าตัดต่อมทอนซิล และใช้เกณฑ์อะไร?

ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยระบุข้อบ่งชี้ไว้สามข้อ คือ ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรังที่รักษาด้วยยาไม่ได้ผล ต่อมโตมากจนเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และกรณีที่สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งของต่อมทอนซิล สอดคล้องกับภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ระบุว่าพิจารณาผ่าตัดเมื่ออักเสบเรื้อรัง หรือขนาดโตจนทางเดินหายใจอุดกั้นหรือมีภาวะนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ และหลังผ่าตัดต้องพักในโรงพยาบาลราว 1 ถึง 2 วัน

จุดที่แนวทางไทยกับสากลต่างกันคือความละเอียดของการนับจำนวนครั้ง แนวทางไทยเขียนไว้กว้างว่าอักเสบเรื้อรังและรักษาด้วยยาไม่ได้ผล ขณะที่แนวทางของ American Academy of Otolaryngology Head and Neck Surgery ฉบับแรกปี 2011 และฉบับปรับปรุงปี 2019 ใช้เกณฑ์ Paradise ซึ่งนับเป็นตัวเลขชัดเจน

  • ความถี่ที่เข้าเกณฑ์: ติดเชื้อในคอ 7 ครั้งในปีที่ผ่านมา หรืออย่างน้อย 5 ครั้งต่อปีติดกัน 2 ปี หรืออย่างน้อย 3 ครั้งต่อปีติดกัน 3 ปี
  • แต่ละครั้งต้องมีหลักฐาน: ต้องมีบันทึกในเวชระเบียน และมีอย่างน้อยหนึ่งข้อจากสี่ข้อ คือ อุณหภูมิเกิน 38.3 องศาเซลเซียส ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตหรือกดเจ็บ มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิล หรือผลตรวจสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอเป็นบวก
  • ยังไม่ถึงเกณฑ์ให้เฝ้าติดตาม: ฉบับปี 2019 แนะนำอย่างหนักแน่นให้เฝ้าติดตามแทนการผ่าตัด และฉบับปี 2011 แนะนำให้สังเกตอาการอย่างน้อย 12 เดือน
  • ปัจจัยที่ทำให้พิจารณาผ่าตัดเร็วขึ้น: แพ้หรือทนยาปฏิชีวนะหลายชนิดไม่ได้ เป็นกลุ่มอาการ PFAPA หรือเคยมีฝีรอบต่อมทอนซิลมากกว่า 1 ครั้ง
  • การนอนหลับที่ผิดปกติ: ฉบับปี 2019 ให้ซักถามโรคร่วมที่อาจดีขึ้นหลังผ่าตัด เช่น การเจริญเติบโตช้า ปัสสาวะรดที่นอน โรคหืด และผลการเรียนที่แย่ลง แล้วจึงพิจารณาผ่าตัดเมื่อมีหลักฐานว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น

แนวทางปี 2019 ย้ำว่าแม้เด็กเข้าเกณฑ์ Paradise แล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกราย คณะทำงานสรุปว่าประโยชน์ยังไม่ได้ชนะความเสี่ยงอย่างชัดเจน การผ่าตัดและการเฝ้าติดตามจึงเป็นทางเลือกที่ยอมรับได้ทั้งคู่ ส่วนการคุมปวดหลังผ่าตัด แนะนำให้ใช้ไอบูโพรเฟน พาราเซตามอล หรือทั้งสองอย่าง และให้เลี่ยงยาที่มีโคดีอีน

ตัวเลขและเกณฑ์ทั้งหมดในหน้านี้อ้างอิงจากแหล่งที่ระบุท้ายบทความ ตามสถานะข้อมูล ณ วันที่ตรวจสอบ 19 กันยายน 2569 แนวทางเวชปฏิบัติและตัวชี้วัดมีการปรับปรุงเป็นระยะ กรุณายืนยันกับแพทย์ เภสัชกร หรือหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนตัดสินใจ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย และไม่ได้ระบุขนาดยาโดยเจตนา

คำถามที่พบบ่อย

ทอนซิลอักเสบมีอาการอะไรบ้าง?

เจ็บคอ กลืนลำบากและเจ็บมากเวลากลืน มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ต่อมทอนซิลบวมแดงและอาจมีจุดหนอง ร่วมกับกดเจ็บที่ลำคอตำแหน่งต่อมน้ำเหลือง ตามข้อมูลของราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย

ทอนซิลอักเสบจากไวรัสกับแบคทีเรียต่างกันอย่างไร?

กลุ่มไวรัสมักมาพร้อมน้ำมูก ไอ จาม และไข้ไม่สูงมาก ส่วนกลุ่มสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอมักไข้สูงเช่น 39 องศาเซลเซียส เจ็บคอมาก มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองคอโตกดเจ็บตำแหน่งเดียว และไม่มีอาการหวัดเด่นชัด ตามแนวทาง Antibiotic Smart Use รามาธิบดี 2558

ทอนซิลอักเสบต้องกินยาปฏิชีวนะทุกครั้งไหม?

ไม่ต้อง แนวทาง Antibiotic Smart Use รามาธิบดี 2558 ระบุว่าโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนราว 80 เปอร์เซ็นต์เกิดจากไวรัสหรือสาเหตุอื่นที่ไม่ต้องใช้ยาต้านจุลชีพ

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  อาหารประเภทใดช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท คำตอบคือวิตามินบีรวม

Centor score ดูจากอะไรบ้าง?

นับสี่ข้อ ข้อละ 1 คะแนน ได้แก่ มีหนองที่ต่อมทอนซิล ต่อมน้ำเหลืองคอด้านหน้าโตและกดเจ็บ มีประวัติไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส และไม่มีอาการไอ ตามนิยามใน NICE NG84 ปี 2018

Centor ได้กี่คะแนนถึงควรได้ยาปฏิชีวนะ?

NICE NG84 ระบุว่าคะแนน 0 ถึง 2 ไม่ควรให้ยา ส่วน 3 ถึง 4 ให้พิจารณาให้ยาทันทีหรือให้ใบสั่งยาสำรองไว้ใช้เมื่ออาการไม่ดีขึ้นใน 3 ถึง 5 วัน การตัดสินใจสุดท้ายเป็นของแพทย์ที่ตรวจ

ทอนซิลอักเสบกี่วันหาย?

NICE NG84 ระบุว่าเจ็บคอเฉียบพลันมีอาการราว 1 สัปดาห์และคนส่วนใหญ่ดีขึ้นเอง ส่วนบทความของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปี 2559 ระบุว่าการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอหายเองใน 2 ถึง 5 วัน และหายเร็วขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงเมื่อได้ยาต้านจุลชีพ

หายแล้วหยุดยาเองได้ไหม?

ไม่ควร บทความของมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีปี 2559 ระบุว่าผู้ที่หยุดเพนิซิลลินหลังรักษาไป 3 วันกลับเป็นซ้ำ 50 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 34 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มที่ใช้ครบ 7 วัน

อาการแบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที?

กลืนน้ำลายตัวเองไม่ได้ น้ำลายไหลยืด อ้าปากได้ไม่สุด เสียงเปลี่ยนเหมือนอมของไว้ในปาก หายใจมีเสียงดังหรือหายใจลำบาก และคอบวมจนรูปหน้าเปลี่ยน ถ้าหายใจลำบากหรือซึมลง ให้โทร 1669

เมื่อไหร่ถึงควรผ่าตัดต่อมทอนซิล?

ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยระบุสามข้อบ่งชี้ คือ อักเสบเรื้อรังที่รักษาด้วยยาไม่ได้ผล ต่อมโตจนอุดกั้นทางเดินหายใจ และสงสัยมะเร็งของต่อมทอนซิล ส่วนเกณฑ์ Paradise ของ AAO-HNS นับไว้ที่ 7 ครั้งในหนึ่งปี หรือ 5 ครั้งต่อปีสองปีติด หรือ 3 ครั้งต่อปีสามปีติด

ผ่าตัดทอนซิลแล้วต้องนอนโรงพยาบาลกี่วัน?

ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่าพักในโรงพยาบาลราว 1 ถึง 2 วัน โดยผ่าตัดผ่านทางช่องปากภายใต้การดมยาสลบ

สิ่งที่ควรทำเมื่อเจ็บคอรอบหน้า

รอบหน้าที่เจ็บคอ ลองไล่สี่ข้อของ Centor ด้วยตัวเองก่อน คือมีไข้ไหม มีจุดหนองที่ต่อมทอนซิลไหม ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตและกดเจ็บไหม และมีอาการไอหรือไม่ ถ้ามีไอและน้ำมูกชัดเจน โอกาสเป็นแบคทีเรียต่ำมาก การพักผ่อน ดื่มน้ำ และรอดูอาการราว 1 สัปดาห์มักเพียงพอ

แต่ถ้าไข้สูง เจ็บคอจนกลืนไม่ไหว ไม่มีอาการหวัดเลย และเห็นจุดหนองชัด ให้ไปพบแพทย์ อย่าซื้อยาปฏิชีวนะกินเองและอย่าหยุดยากลางคัน และถ้ากลืนน้ำลายไม่ได้หรือหายใจลำบาก ให้โทร 1669 ทันที

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด