อาการโรคไตในระยะแรกแทบไม่มีให้สังเกต เพราะโรคไตเรื้อรังคือภาวะที่ไตถูกทำลายต่อเนื่องนานเกิน 3 เดือน และกรมควบคุมโรคระบุไว้ในข่าวรณรงค์วันไตโลกเมื่อ 13 มีนาคม 2568 ว่าโรคนี้ “มักไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรกทำให้หลายคนไม่รู้ตัวจนกระทั่งเข้าสู่ภาวะไตวาย” อาการที่พอสังเกตได้ด้วยตัวเองคือปัสสาวะผิดปกติ มีฟองมาก สีเข้ม ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ซีด บวมตามเท้า ข้อเท้าหรือใบหน้า และความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ยาก ซึ่งทั้งหมดเป็นสัญญาณให้ไปตรวจ ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัย
ประเด็นสำคัญ
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยแบ่งโรคไตเรื้อรังตามค่าการกรองเป็น 6 ช่วง ตั้งแต่ระยะ 1 ที่ 90 ขึ้นไป ไปจนถึงระยะ 5 ที่ต่ำกว่า 15 มล./นาที/1.73 ตร.ม.
- เกณฑ์วินิจฉัยต้องผิดปกตินานเกิน 3 เดือน และอัลบูมินในปัสสาวะตั้งแต่ 30 มก./กรัมขึ้นไปถือว่าผิดปกติแม้ค่าการกรองยังดี
- กรมควบคุมโรคอ้างคลังข้อมูลสุขภาพกระทรวงสาธารณสุขปีงบประมาณ 2567 ว่าคนไทยป่วยโรคไตเรื้อรังราว 1.12 ล้านคน อยู่ระยะที่ 5 ราว 75,000 คน
- ประกาศ สปสช. พ.ศ. 2565 ให้กองทุนจ่ายค่าฟอกเลือดแบบเหมาจ่าย 1,500 บาทต่อครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และค่าล้างไตทางช่องท้อง 2,500 บาทต่อคนต่อเดือน ให้แก่หน่วยบริการ
- เพดานโซเดียมที่แนวทางไทยแนะนำคือน้อยกว่า 2,000 มก./วัน ซึ่งเท่ากับเกลือแกงเพียง 1 ช้อนชา
- ปัสสาวะไม่ออก หอบเหนื่อยจนนอนราบไม่ได้ ซึมสับสน หรือชัก เป็นภาวะฉุกเฉิน ให้โทร 1669 ทันที
อาการโรคไตระยะแรกเป็นอย่างไร และทำไมหลายคนไม่รู้ตัว?
คำตอบตรงไปตรงมาคือระยะแรกมักไม่มีอาการเลย ไตมีหน่วยกรองสำรองไว้มาก เมื่อบางส่วนเสียไป หน่วยที่เหลือจะทำงานหนักขึ้นชดเชย ค่าของเสียในเลือดจึงยังปกติทั้งที่เนื้อไตเสียหายแล้ว
กรมควบคุมโรคอธิบายในข่าวรณรงค์วันไตโลกวันที่ 13 มีนาคม 2568 ว่าโรคไตเรื้อรังคือสภาวะที่ไตถูกทำลายนานติดต่อกันเกิน 3 เดือน และมักไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรก ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคไตราว 850 ล้านคน ส่วนประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังราว 1.12 ล้านคนตามคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขในปีงบประมาณ 2567 โดยอยู่ในระยะที่ 3 ถึง 5 แสนคน ระยะที่ 4 กว่า 120,000 คน และระยะที่ 5 ราว 75,000 คน
ข่าววันไตโลกของกรมควบคุมโรคเมื่อ 14 มีนาคม 2567 ระบุตัวเลขปี 2566 ไว้ที่ 1,062,756 คน เพิ่มจากปี 2565 ถึง 85,064 คน สองชุดมาจากฐานข้อมูลเดียวกันแต่คนละปีงบประมาณ ใช้ดูแนวโน้มได้
อาการที่โผล่มาทีหลังคืออาการของของเสียคั่ง
เมื่อการกรองลดลงมากพอ ของเสีย น้ำ และเกลือแร่จะเริ่มคั่ง อาการที่ตามมาจึงเป็นอาการทั่วตัว ที่พบบ่อยคือเหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ คันตามตัว บวม และนอนราบไม่ได้เพราะมีน้ำในปอด ส่วนอาการซีดสัมพันธ์กับไตโดยตรง เพราะไตสร้างฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง แนวทาง พ.ศ. 2565 ใช้นิยามโลหิตจางว่าฮีโมโกลบินต่ำกว่า 13.0 กรัม/ดล. ในผู้ชาย และต่ำกว่า 12.0 กรัม/ดล. ในผู้หญิง
ความเห็นของเราคือ ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงอย่างเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง คำถามว่า “มีอาการหรือยัง” เป็นคำถามที่ผิดตั้งแต่ต้น คำถามที่ถูกคือ “ปีนี้ตรวจค่าไตแล้วหรือยัง” เพราะระยะที่รักษาแล้วได้ผลดีที่สุดคือระยะที่ยังไม่มีอาการ
สัญญาณเตือนโรคไตที่ต้องรีบไปตรวจมีอะไรบ้าง?
กรมควบคุมโรคระบุสัญญาณเตือนโรคไตเรื้อรังไว้ในข่าววันไตโลก 2568 ได้แก่ ปัสสาวะผิดปกติ มีฟองมาก สีเข้ม ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ซีด มีอาการบวมตามร่างกาย เช่น เท้า ข้อเท้า หรือใบหน้า และความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ยาก หากพบอาการเหล่านี้ให้รีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคไต สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ปัสสาวะเป็นฟองคือโรคไตไหม
ฟองในปัสสาวะเป็นสัญญาณที่ควรตรวจต่อ แต่ไม่ใช่คำวินิจฉัย ฟองจากโปรตีนรั่วจะละเอียดและค้างนานกว่าฟองจากแรงกระแทกของน้ำปัสสาวะธรรมดา ข้อแนะนำ พ.ศ. 2565 ให้ใช้แถบสีจุ่มหาอัลบูมิน ถ้าพบโปรตีนรั่วตั้งแต่ระดับ 1 บวกขึ้นไปโดยไม่มีสาเหตุที่ทำให้ผลบวกลวง ถือว่าผิดปกติ
สำหรับผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงที่แถบสีจุ่มไม่พบโปรตีน แนวทางให้ตรวจเพิ่มด้วยสัดส่วนอัลบูมินต่อครีแอตินีนจากปัสสาวะตอนเช้า ค่า 30 ถึง 300 มก./กรัม แปลว่ามีอัลบูมินรั่วระดับปานกลาง จุดที่คนมักข้ามคือต้องตรวจซ้ำใน 3 เดือน ถ้าผลยืนยันจึงวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง
ปวดหลังหรือปัสสาวะแสบขัดมักไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง
หลายคนเข้าใจว่าปวดบั้นเอวเท่ากับไตเสีย แต่โรคไตเรื้อรังส่วนใหญ่ไม่ปวด อาการปวดเอวร่วมกับไข้สูง หนาวสั่น และปัสสาวะแสบขัดมักชี้ไปทางการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบนมากกว่า รายละเอียดอ่านได้ที่ อาการกรวยไตอักเสบและวิธีดูแล ทั้งนี้กรมควบคุมโรคจัดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะและนิ่วในไตไว้ในปัจจัยเสี่ยงของโรคไตเรื้อรังด้วย ร่วมกับโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง และพันธุกรรม ส่วนพฤติกรรมที่เร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นคือการใช้ยาแก้ปวดเป็นประจำ การใช้สมุนไพรไม่ถูกวิธี และการสูบบุหรี่
โรคไตเรื้อรังมีกี่ระยะ และค่า eGFR อ่านอย่างไร?
มี 5 ระยะ โดยระยะที่ 3 แยกย่อยเป็น 3a และ 3b รวมเป็น 6 ช่วงตัวเลข ค่าที่ใช้แบ่งคืออัตราการกรองของไตโดยประมาณ หรือ eGFR หน่วยเป็น มล./นาที/1.73 ตร.ม. ค่านี้คำนวณจากครีแอตินีนในเลือดร่วมกับอายุและเพศ โดยข้อแนะนำ พ.ศ. 2565 ให้ใช้สมการ CKD-EPI เป็นหลัก
วิธีอ่านที่ง่ายที่สุดคือมองว่า eGFR คือเปอร์เซ็นต์การทำงานของไตโดยประมาณ ค่า 90 ขึ้นไปคือยังกรองได้เต็มที่ ค่า 60 คือเหลือราวหกสิบเปอร์เซ็นต์ และต่ำกว่า 15 คือเข้าระยะที่ต้องวางแผนบำบัดทดแทนไต ข้อควรระวังคือค่าเดียวโดด ๆ บอกอะไรไม่ได้ ต้องผิดปกตินานเกิน 3 เดือน และดูควบคู่กับอัลบูมินในปัสสาวะเสมอ
| ระยะ | eGFR (มล./นาที/1.73 ตร.ม.) | ความหมายโดยสรุป | ความถี่ติดตามอย่างน้อย | สิ่งที่แนวทางเน้นในระยะนี้ |
|---|---|---|---|---|
| ระยะที่ 1 | ตั้งแต่ 90 ขึ้นไป | การกรองปกติ แต่มีร่องรอยไตผิดปกติ | ทุก 12 เดือน | คุมเบาหวาน ความดัน ลดโปรตีนในปัสสาวะ |
| ระยะที่ 2 | 60 ถึง 89 | การกรองลดลงเล็กน้อยร่วมกับร่องรอยไตผิดปกติ | ทุก 12 เดือน หรือ 6 เดือนถ้า ACR เกิน 300 | เลี่ยงยาที่ทำร้ายไต คุมความดันต่ำกว่า 130/80 |
| ระยะที่ 3a | 45 ถึง 59 | การกรองลดลงปานกลาง เริ่มพบภาวะแทรกซ้อน | ทุก 6 เดือน | เริ่มจำกัดโปรตีนตามคำแนะนำนักกำหนดอาหาร |
| ระยะที่ 3b | 30 ถึง 44 | การกรองลดลงปานกลางถึงมาก | ทุก 6 เดือน หรือ 4 เดือนถ้า ACR เกิน 30 | ควรพบอายุรแพทย์ ติดตามโลหิตจาง |
| ระยะที่ 4 | 15 ถึง 29 | การกรองลดลงมาก | ทุก 4 เดือน หรือ 3 เดือนถ้า ACR เกิน 300 | เริ่มวางแผนบำบัดทดแทนไตล่วงหน้า |
| ระยะที่ 5 | ต่ำกว่า 15 | ไตวาย ต้องเลือกวิธีบำบัดทดแทนไต | ทุก 1 ถึง 3 เดือนตามอาการ | เตรียมเส้นเลือดหรือสายล้างช่องท้อง |
ตารางนี้เรียบเรียงจากตารางที่ 1 และข้อแนะนำเวชปฏิบัติข้อ 3 ของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ฉบับ พ.ศ. 2565 ความถี่ที่ระบุเป็นค่าอย่างน้อยสำหรับผู้ป่วยที่อาการคงที่

อัลบูมินในปัสสาวะคืออีกครึ่งหนึ่งของคำตอบ
แนวทางไทยแบ่งระดับอัลบูมินในปัสสาวะเป็นสามชั้นตามเกณฑ์ KDIGO พ.ศ. 2555 คือ A1 น้อยกว่า 30 มก./กรัม A2 ที่ 30 ถึง 300 มก./กรัม และ A3 มากกว่า 300 มก./กรัม คนสองคนที่มี eGFR เท่ากันแต่ A ต่างชั้นกันจะมีความเสี่ยงต่างกันชัดเจน ใบผลเลือดอย่างเดียวจึงไม่พอ
ใครควรตรวจคัดกรองโรคไต และตรวจอะไรบ้าง?
ข้อแนะนำ พ.ศ. 2565 ระบุกลุ่มเสี่ยงสูงไว้ 15 ข้อ สองข้อแรกที่มีน้ำหนักหลักฐานสูงสุดคือโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ที่เหลือได้แก่ โรคแพ้ภูมิตนเอง นิ่วในทางเดินปัสสาวะ อายุมากกว่า 60 ปี โรคหัวใจและหลอดเลือด มีไตข้างเดียว เคยมีไตวายเฉียบพลัน ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์เป็นประจำ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะส่วนบนซ้ำหลายครั้ง โรคเก๊าท์ มีประวัติโรคไตเรื้อรังในครอบครัว และใช้ยาสมุนไพรติดต่อกันนาน
รายการตรวจไม่ซับซ้อน แนวทางให้ประเมินอัตราการกรองของไตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งจากการตรวจครีแอตินีนในเลือด ร่วมกับตรวจอัลบูมินในปัสสาวะ กรมควบคุมโรคย้ำในข่าววันไตโลก 2568 ว่าผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงต้องตรวจคัดกรองโรคไตทุกปีที่สถานพยาบาลที่รักษาประจำอยู่ ถ้ากำลังวางแผนตรวจร่างกายประจำปี อ่านรายการที่ควรมีได้ที่ ตรวจสุขภาพประจำปีตรวจอะไรบ้าง
เมื่อผลผิดปกติ แนวทางกำหนดจุดส่งต่อไว้ชัด ควรส่งพบอายุรแพทย์เมื่อค่าการกรองอยู่ที่ 30 ถึง 59 และส่งพบอายุรแพทย์โรคไตเมื่อค่าการกรองต่ำกว่า 30 หรือค่าลดลงมากกว่าร้อยละ 25 จากค่าตั้งต้น หรือลดลงเกิน 5 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ต่อปี ข้อบ่งชี้ร่วมอื่นได้แก่ อัลบูมินต่อครีแอตินีนตั้งแต่ 300 มก./กรัมทั้งที่คุมความดันได้ตามเป้าแล้ว ความดันโลหิตสูงที่คุมไม่ได้แม้ใช้ยาตั้งแต่ 4 ชนิด และโพแทสเซียมในเลือดสูงเรื้อรัง
โรคไตระยะไหนต้องฟอกไต และสิทธิบัตรทองจ่ายให้แค่ไหน?
ไม่มีตัวเลข eGFR ตัวเดียวที่สั่งว่าวันนี้ต้องฟอก สิ่งที่แนวทางไทยกำหนดคือจังหวะของการเตรียมตัว ข้อแนะนำเวชปฏิบัติที่ 17 ของฉบับ พ.ศ. 2565 ระบุว่าผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำให้เตรียมตัวเพื่อบำบัดทดแทนไตเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 4 คือค่าการกรองต่ำกว่า 30 มล./นาที/1.73 ตร.ม. และควรได้รับข้อมูลทางเลือกทั้งการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การล้างไตทางช่องท้อง การปลูกถ่ายไต และการรักษาแบบประคับประคอง พร้อมค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์
หมายเหตุใต้ตารางที่ 1 ของแนวทางฉบับเดียวกันระบุว่าไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายหมายถึงระยะที่ 5 ที่มีอัตราการกรองต่ำกว่า 6 มล./นาที/1.73 ตร.ม. หรือจำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตวิธีใดวิธีหนึ่ง แนวทางยังระบุว่าผู้ที่เลือกฟอกเลือดควรเตรียมเส้นเลือดถาวรชนิด AVF หรือ AVG ให้พร้อมก่อนเริ่มฟอก ส่วนผู้ที่เลือกล้างไตทางช่องท้องควรใส่สายอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเริ่มล้าง
สิทธิบัตรทองจ่ายอย่างไร
ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรณีบริการผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง พ.ศ. 2565 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2565 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 19 พฤษภาคม 2565 และมีผลตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 กำหนดค่าฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแบบเหมาจ่าย 1,500 บาทต่อครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และลดเหลือ 1,300 บาทต่อครั้งเมื่อสำนักงานจัดหาตัวกรอง สายเลือด และเข็มให้ ฝั่งล้างไตทางช่องท้องกำหนดค่าบริการแบบเหมาจ่าย 2,500 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนค่าเตรียมเส้นเลือดจ่ายตามจริงไม่เกิน 8,000 บาทสำหรับ AVF และ AVG ตัวเลขเหล่านี้คืออัตราที่กองทุนจ่ายให้หน่วยบริการ ไม่ใช่ราคาที่ผู้ป่วยจ่ายเอง
นโยบายฝั่งการเลือกวิธีปรับในปี 2568 รายงานของ The Active สำนักข่าวไทยพีบีเอส เมื่อ 10 เมษายน 2568 อธิบายว่าตั้งแต่ 1 เมษายน 2568 สิทธิบัตรทองเดินนโยบาย PD First คือให้การล้างไตทางช่องท้องเป็นทางเลือกแรกสำหรับผู้ป่วยรายใหม่ ผู้ป่วยรายเก่ายังใช้วิธีเดิมต่อได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และการฟอกเลือดยังไม่เสียค่าใช้จ่ายเมื่อแพทย์เห็นว่าเหมาะสม รายงานชิ้นเดียวกันระบุผู้ป่วยที่รับการบำบัดทดแทนไตในระบบ 84,750 คน เป็นฟอกเลือด 64,515 คน และล้างไตทางช่องท้อง 20,235 คน
ตัวเลขนี้ต่างจากที่กรมควบคุมโรคอ้างในข่าววันไตโลก 2568 ซึ่งใช้ข้อมูลสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยปี 2565 ว่ามีผู้ล้างไตทางช่องท้อง 24,439 คนและฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม 86,325 คน ความต่างมาจากคนละปีและคนละฐาน ชุดหนึ่งนับเฉพาะระบบบัตรทอง อีกชุดเป็นทะเบียนทุกสิทธิ จึงไม่ควรเทียบกันตรง ๆ รายละเอียดสิทธิอ่านได้ที่ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคคุ้มครองอะไรบ้าง
โรคไตกินอะไรได้บ้าง และต้องคุมอะไรเป็นพิเศษ?
หัวใจของโภชนบำบัดโรคไตคือลดโซเดียมและควบคุมโปรตีนให้พอดี ไม่ใช่งดโปรตีนจนขาดสารอาหาร ข้อแนะนำ พ.ศ. 2565 กำหนดพลังงานราว 25 ถึง 35 กิโลแคลอรีต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โซเดียมน้อยกว่า 2,000 มก./วัน ซึ่งเท่ากับเกลือน้อยกว่า 5 กรัมต่อวัน แนะนำออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที และคุมดัชนีมวลกายไว้ที่ 18.5 ถึง 22.9 กก./ตร.ม.
เรื่องโปรตีน ผู้ป่วยระยะที่ 3a ถึง 5 ที่ไม่ได้เป็นเบาหวานแนะนำที่ 0.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ผู้ป่วยเบาหวานในระยะเดียวกันอยู่ที่ 0.6 ถึง 0.8 กรัม และผู้ที่เสี่ยงลุกลามเป็นไตวายระยะสุดท้ายไม่ควรได้รับเกิน 1.3 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ตัวเลขเหล่านี้ต้องคำนวณเป็นรายคนกับนักกำหนดอาหารหรือแพทย์ เพราะการกดโปรตีนต่ำเกินไปทำให้เกิดภาวะขาดโปรตีนและพลังงาน
ตารางด้านล่างคือปริมาณโซเดียมในเครื่องปรุงที่แนวทางฉบับ พ.ศ. 2565 ยกเป็นตัวอย่าง คอลัมน์สุดท้ายเราคำนวณเองจากเพดาน 2,000 มก./วัน และปัดเป็นจำนวนเต็ม
| เครื่องปรุง | ปริมาณ | โซเดียม (มก.) | คิดเป็นสัดส่วนของเพดาน 2,000 มก./วัน |
|---|---|---|---|
| เกลือ | 1 ช้อนชา | 2,000 | ร้อยละ 100 |
| ผงปรุงรส | 1 ช้อนชา | 950 | ร้อยละ 48 |
| ผงชูรส | 1 ช้อนชา | 600 | ร้อยละ 30 |
| น้ำปลาหรือซีอิ๊ว | 1 ช้อนชา | 400 | ร้อยละ 20 |
| กะปิ | 1 ช้อนชา | 240 | ร้อยละ 12 |
| น้ำจิ้มไก่หรือซอสพริก | 1 ช้อนชา | 75 | ร้อยละ 4 |
ฝั่งโพแทสเซียมไม่ได้ห้ามทุกคน แนวทางแนะนำอาหารโพแทสเซียมต่ำเฉพาะรายที่ระดับในเลือดสูง ผักที่จัดว่าโพแทสเซียมต่ำถึงปานกลางได้แก่ แตงกวา ฟักเขียว บวบ มะระ และกะหล่ำปลี ส่วนกลุ่มโพแทสเซียมสูงได้แก่ เห็ด บรอกโคลี แครอท ผักโขม และผักคะน้า
เรื่องสุดท้ายที่สำคัญไม่แพ้อาหารคือยา ข้อแนะนำเวชปฏิบัติที่ 14 ให้หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ และให้ใช้ยากลุ่ม aminoglycosides กับสมุนไพรด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น ส่วนวิตามินและแร่ธาตุ แนวทางให้เสริมเฉพาะรายที่มีหลักฐานว่าขาดจริง การเลือกยาและขนาดยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ใช่สิ่งที่ควรปรับเองจากบทความ
อาการไตแบบไหนที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที?
ให้แยกเป็นสองระดับ ระดับแรกคือควรนัดพบแพทย์เร็วที่สุดโดยไม่ต้องรอรอบตรวจประจำปี ได้แก่ ปัสสาวะเป็นฟองมากต่อเนื่องหลายวัน ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืนจนต้องลุกหลายรอบ บวมที่เท้าหรือใบหน้าโดยไม่มีสาเหตุ ซีดและเหนื่อยง่ายกว่าเดิมชัดเจน และความดันโลหิตที่คุมไม่ลงทั้งที่กินยาเดิมอยู่
ระดับที่สองคือภาวะฉุกเฉินที่ต้องไปห้องฉุกเฉินหรือโทร 1669 ทันที ได้แก่ ปัสสาวะออกน้อยมากหรือไม่ออกเลย หอบเหนื่อยจนนอนราบไม่ได้ซึ่งอาจเป็นภาวะน้ำท่วมปอด เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่นหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงมากซึ่งอาจสัมพันธ์กับโพแทสเซียมสูง ซึมลง สับสน หรือชัก อย่ารอดูอาการข้ามคืน
ผู้ที่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคไตเรื้อรังควรแจ้งแพทย์ก่อนตรวจที่ต้องใช้สารทึบรังสีหรือก่อนเตรียมลำไส้เพื่อส่องกล้อง แนวทาง พ.ศ. 2565 ไม่แนะนำยาเตรียมลำไส้ที่มีฟอสเฟตในผู้ที่มีค่าการกรองต่ำกว่า 60 และให้เลี่ยงสารทึบรังสีกลุ่ม gadolinium เมื่อค่าการกรองต่ำกว่า 15
ตัวเลข ค่าอ้างอิง และอัตราการจ่ายในบทความนี้มาจากแหล่งที่ระบุไว้ท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบข้อมูล 19 กันยายน 2569 เกณฑ์ทางคลินิกมาจากข้อแนะนำเวชปฏิบัติ พ.ศ. 2565 ของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย สถิติมาจากกรมควบคุมโรคปี 2567 และ 2568 และอัตราการจ่ายมาจากประกาศ สปสช. พ.ศ. 2565 แนวทางและสิทธิประโยชน์ปรับปรุงเป็นระยะ ก่อนตัดสินใจเรื่องการรักษา การใช้ยา หรือการใช้สิทธิ ควรยืนยันกับแพทย์ผู้ดูแล เภสัชกร หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย และไม่ใช้แทนการพบแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
อาการโรคไตระยะแรกมีอะไรบ้าง?
ระยะแรกมักไม่มีอาการ กรมควบคุมโรคระบุในข่าววันไตโลก 13 มีนาคม 2568 ว่าโรคนี้มักไม่มีอาการชัดเจนในระยะแรกจนหลายคนไม่รู้ตัว การตรวจเลือดร่วมกับตรวจปัสสาวะจึงเป็นวิธีเดียวที่บอกได้แน่
ปัสสาวะเป็นฟองแปลว่าเป็นโรคไตแน่นอนไหม?
ไม่แน่นอน ฟองเป็นสัญญาณให้ไปตรวจปัสสาวะ ถ้าแถบสีจุ่มพบโปรตีนตั้งแต่ 1 บวกขึ้นไปโดยไม่มีสาเหตุที่ทำให้ผลบวกลวง จึงถือว่าผิดปกติ และต้องตรวจซ้ำใน 3 เดือนเพื่อยืนยัน
ค่า eGFR เท่าไหร่ถือว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง?
ต่ำกว่า 60 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน เข้าเกณฑ์ได้แม้ไม่พบความผิดปกติอื่น ส่วนค่าที่สูงกว่านั้นจะเข้าเกณฑ์ก็ต่อเมื่อมีร่องรอยไตผิดปกติร่วมด้วย เช่น อัลบูมินรั่ว
โรคไตระยะไหนต้องเริ่มวางแผนฟอกไต?
ข้อแนะนำ พ.ศ. 2565 ให้เริ่มเตรียมตัวบำบัดทดแทนไตเมื่อเข้าระยะที่ 4 คือค่าการกรองต่ำกว่า 30 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ส่วนจะเริ่มฟอกจริงเมื่อไหร่เป็นการตัดสินใจของอายุรแพทย์โรคไตร่วมกับผู้ป่วย
ฟอกไตด้วยสิทธิบัตรทองต้องจ่ายเองไหม?
ประกาศ สปสช. พ.ศ. 2565 ให้กองทุนจ่ายค่าฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแบบเหมาจ่าย 1,500 บาทต่อครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ให้แก่หน่วยบริการ ส่วนเงื่อนไขรายบุคคลควรสอบถามหน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้โดยตรง
นโยบาย PD First คืออะไร?
รายงานของ The Active เมื่อ 10 เมษายน 2568 อธิบายว่าเป็นแนวทางที่ให้การล้างไตทางช่องท้องเป็นทางเลือกแรกสำหรับผู้ป่วยรายใหม่ตั้งแต่ 1 เมษายน 2568 ผู้ป่วยรายเดิมใช้วิธีเดิมต่อได้ และการฟอกเลือดยังไม่เสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีข้อบ่งชี้
คนเป็นโรคไตกินเค็มได้แค่ไหน?
ข้อแนะนำ พ.ศ. 2565 ให้จำกัดโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มก./วัน หรือเกลือโซเดียมคลอไรด์น้อยกว่า 5 กรัมต่อวัน เกลือเพียง 1 ช้อนชามีโซเดียมราว 2,000 มก. ซึ่งเต็มโควตาทั้งวันแล้ว
ต้องงดโปรตีนทั้งหมดหรือเปล่า?
ไม่ใช่ แนวทางแนะนำโปรตีน 0.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวันในผู้ป่วยระยะ 3a ถึง 5 ที่ไม่เป็นเบาหวาน และ 0.6 ถึง 0.8 กรัมในผู้ป่วยเบาหวาน การกดต่ำกว่านี้เองเสี่ยงต่อภาวะขาดโปรตีนและพลังงาน
โรคไตเรื้อรังรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้ไหม?
เนื้อไตที่เสียไปแล้วไม่กลับมา เป้าหมายคือชะลอการเสื่อมและลดภาวะแทรกซ้อน เช่น คุมความดันให้ต่ำกว่า 130/80 มม.ปรอท และลดโปรตีนในปัสสาวะ
ควรตรวจไตบ่อยแค่ไหนถ้าเป็นเบาหวานหรือความดัน?
อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งค่าการกรองของไตจากเลือดและอัลบูมินจากปัสสาวะ กรมควบคุมโรคย้ำในข่าววันไตโลก 2568 ว่าผู้ป่วยสองกลุ่มนี้ต้องตรวจคัดกรองโรคไตทุกปี
สรุปสิ่งที่ควรทำเพื่อชะลอไตเสื่อม
ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงตามรายการของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรืออายุเกิน 60 ปี ให้ถือว่าการตรวจค่าการกรองของไตและอัลบูมินในปัสสาวะปีละครั้งเป็นเรื่องที่ต้องทำ และเก็บผลเก่าไว้เทียบ เพราะสิ่งที่แพทย์ดูคือแนวโน้มของค่า ไม่ใช่ค่าครั้งเดียว
ถ้ามีอาการในชุดสัญญาณเตือน เช่น ปัสสาวะมีฟองมาก ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน บวม หรือซีดเหนื่อยง่าย ให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจ อย่าเพิ่งสรุปเอง และถ้ามีอาการปัสสาวะไม่ออก หอบเหนื่อยนอนราบไม่ได้ ซึมสับสนหรือชัก ให้โทร 1669 ทันที ส่วนข้อสงสัยเรื่องการคัดกรอง สอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ได้
แหล่งอ้างอิง
- สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย: ข้อแนะนำเวชปฏิบัติการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังก่อนการบำบัดทดแทนไต พ.ศ. 2565 (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม)
- กรมควบคุมโรค: รณรงค์วันไตโลก หมั่นดูแลไต ใส่ใจคัดกรอง ป้องกันโรคไต (13 มีนาคม 2568)
- กรมควบคุมโรค: รณรงค์วันไตโลก 2567 มุ่งเน้นการเข้าถึงการบริการที่เท่าเทียม (14 มีนาคม 2567)
- ราชกิจจานุเบกษา: ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข กรณีบริการผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง พ.ศ. 2565
- The Active ไทยพีบีเอส: ย้ำนโยบายล้างไต PD First ไม่บังคับ ฟอกเลือดยังฟรี (10 เมษายน 2568)


