บทความแนะนำหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการที่คอกับเอว หายเองได้ไหม ต้องผ่าตัดเมื่อไร

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการที่คอกับเอว หายเองได้ไหม ต้องผ่าตัดเมื่อไร

ต้องอ่าน

สรุปสั้น ๆ: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคือภาวะที่เนื้อในของหมอนรองกระดูกสันหลังปลิ้นหรือเคลื่อนออกมากดรากประสาท พบมากที่คอและเอว ที่คอทำให้ปวดร้าวลงแขนถึงนิ้ว ที่เอวทำให้ปวดร้าวลงขา คนส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ผ่าตัด แต่ถ้าชารอบก้น ปัสสาวะไม่ออก หรือขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง ต้องไปโรงพยาบาลทันที

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือภาวะที่เปลือกนอกของหมอนรองกระดูกสันหลังฉีกขาด ทำให้เนื้อในที่มีลักษณะคล้ายวุ้นเคลื่อนออกมากดเบียดรากประสาทหรือไขสันหลัง กรมการแพทย์โดยสถาบันประสาทวิทยาระบุเมื่อ 17 ธันวาคม 2563 ว่าเกิดได้ทั้งที่คอและเอว เพราะเป็นส่วนที่เคลื่อนไหวมากที่สุด ส่วนคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีระบุว่าผู้ป่วยประมาณ 90% ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

ประเด็นสำคัญ

  • ที่เอว รามาธิบดีระบุว่า 90% ของผู้ป่วยหมอนรองกระดูกเคลื่อนอยู่ที่ระดับ L4 ถึง L5 และ L5 ถึง S1 ส่วนที่คอ การศึกษาในเมืองโรเชสเตอร์ สหรัฐอเมริกา พบรากประสาท C7 ถูกกดบ่อยที่สุด รองลงมาคือ C6
  • การทบทวนวรรณกรรมปี ค.ศ. 2015 พบว่าหมอนรองกระดูกที่หลุดแยกชิ้นยุบลงเอง 96% ชนิด extrusion 70% ชนิด protrusion 41% และชนิดโป่ง 13%
  • ภาพ MRI ของคนที่ไม่มีอาการปวดหลังเลยก็พบหมอนรองกระดูกโป่งได้ 30% ในวัย 20 ปี และ 84% ในวัย 80 ปี ผล MRI จึงต้องอ่านคู่กับอาการเสมอ
  • แนวทาง NG59 ของ NICE ปรับปรุง 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 ให้พิจารณาผ่าตัดเมื่อรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้นและภาพรังสีตรงกับอาการ
  • ชารอบก้นหรืออวัยวะเพศ ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ เป็นภาวะฉุกเฉิน รามาธิบดีระบุว่าควรผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมง ให้โทร 1669

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทคืออะไร และหมอนรองกระดูกมีโครงสร้างอย่างไร?

บทความของอนุสาขาโรคทางกระดูกสันหลัง ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย เผยแพร่เมื่อ 23 เมษายน 2568 อธิบายว่ากระดูกสันหลังแต่ละข้อยึดต่อกันด้วยหมอนรองกระดูก 1 อัน และข้อต่อเล็ก ๆ อีก 1 คู่ ตั้งแต่คอจนถึงก้นกบ ภายในมีโพรงคล้ายท่อร้อยสายไฟที่บรรจุไขสันหลังและรากประสาท หมอนรองกระดูกเป็นแผ่นตันกลมรี หนาประมาณ 1 เซนติเมตร เปลือกนอกเป็นพังผืดคอลลาเจนอัดเป็นชั้นคล้ายหัวหอม เนื้อในนิ่มคล้ายเจลลี่ ทำหน้าที่รับแรงกระแทกและให้ตัวเวลาก้ม เงย และบิดตัว

นิยาม: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (Herniated nucleus pulposus หรือ HNP) คือภาวะที่วงแหวนพังผืดรอบนอกของหมอนรองกระดูก (annulus fibrosus) ฉีกขาด ทำให้เนื้อเจลตรงกลาง (nucleus pulposus) เคลื่อนออกมากดเบียดรากประสาท ตามคำอธิบายในเอกสาร Back pain ของหน่วยประสาทศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในรายที่เป็นมาก สิ่งที่ถูกกดอาจเป็นไขสันหลังหรือมัดรากประสาทส่วนปลายแทนรากประสาทเส้นเดียว

รามาธิบดีอธิบายต่อว่าตำแหน่งที่หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาบ่อยที่สุดคือด้านข้างค่อนไปทางหลัง เพราะเอ็นแนวหลังของกระดูกสันหลังหนาที่สุดตรงกลางและบางลงที่ด้านข้าง ผู้ป่วยจึงมักมาด้วยอาการปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง

หมอนรองกระดูกเสื่อม กับหมอนรองกระดูกทับเส้น ไม่ใช่โรคเดียวกัน

บทความของราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ฯ ระบุว่าหมอนรองกระดูกเสื่อมทำให้ปวดบั้นเอวแบบเป็น ๆ หาย ๆ แต่ถ้ายังไม่เสื่อมจนไปกดทับเส้นประสาท ผู้ป่วยจะไม่ปวดร้าวลงปลายขา ไม่ชาขา และไม่มีปัญหาการควบคุมปัสสาวะอุจจาระ อาการสามกลุ่มนี้จึงเป็นเส้นแบ่งว่าปัญหาไปถึงเส้นประสาทแล้ว ถ้าอาการของคุณยังเป็นแค่ปวดบั้นเอวโดยไม่ร้าวลงขา อ่านวิธีแยกสาเหตุได้ที่ ปวดเอวด้านหลังเกิดจากอะไร

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดจากอะไร และใครเสี่ยง?

สาเหตุหลักคือความเสื่อม ข่าวเผยแพร่ของกรมการแพทย์ปี 2563 ระบุว่าความเสื่อมของกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกพบในผู้สูงอายุเป็นหลัก แต่ผู้ที่อายุน้อยก็เป็นได้ถ้าใช้งานกระดูกสันหลังส่วนคอและเอวมากเกินไปหรือผิดท่า ตัวอย่างที่ยกไว้คือการก้มยกของหนัก การออกกำลังกายแบบหักโหม การสั่นหรือโยกศีรษะมากเกินไป และความผิดปกติของหมอนรองกระดูกหรือกระดูกสันหลังแต่กำเนิด

ช่วงอายุและปัจจัยเสี่ยงที่แหล่งข้อมูลไทยระบุ

รามาธิบดีระบุว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนมักพบในช่วงอายุ 21 ถึง 50 ปี ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่แหล่งข้อมูลไทยกล่าวถึงมีดังนี้

  • ยกของหนักผิดท่า และนั่งหรือยืนทำงานไม่ถูกท่า: ข้อมูลของกรมการแพทย์ปี 2561 ระบุว่าทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้นจนคนวัยหนุ่มสาวก็เป็นได้
  • อุบัติเหตุหรือแรงกระแทกรุนแรงที่กระดูกสันหลัง: อยู่ในรายการของกรมการแพทย์ปี 2561
  • น้ำหนักตัวมากเกินไปและกล้ามเนื้อหลังกับหน้าท้องอ่อนแรง: ราชวิทยาลัยฯ จัดทั้งสองข้อไว้ในปัจจัยเสี่ยงของหมอนรองกระดูกเสื่อม
  • สูบบุหรี่: ข้อมูลของกรมการแพทย์ระบุว่าบุหรี่ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกลดลงและเสื่อมเร็วขึ้น

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทที่คอกับที่เอว อาการต่างกันอย่างไร?

จุดต่างสำคัญคือเส้นประสาทที่ถูกกดไปเลี้ยงอวัยวะคนละส่วน ข้อมูลของกรมการแพทย์ปี 2561 ระบุว่าถ้ากดทับที่คอ จะปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดร้าวลงแขนข้างใดข้างหนึ่ง และชาแขน แต่ถ้ากดทับที่เอว จะปวดบริเวณเอว ร้าวลงสะโพกและขา กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง จนกระดกข้อเท้าหรือนิ้วโป้งเท้าไม่ขึ้น

ข่าวเผยแพร่ปี 2563 เพิ่มรายละเอียดของฝั่งคอว่า อาการปวดอาจร้าวไปที่ปลายนิ้วข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง และถ้ากดเบียดมากขึ้นจนถึงไขสันหลัง ผู้ป่วยจะปวด ชา หรืออ่อนแรงทั้งแขนและขา ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นอัมพาต

ประเด็นหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาทหมอนรองกระดูกเอวทับเส้นประสาทที่มา
ระดับที่พบบ่อยรากประสาทคอที่ถูกกด (ทุกสาเหตุ) พบ C7 บ่อยที่สุด รองลงมาคือ C690% อยู่ที่ L4 ถึง L5 และ L5 ถึง S1Radhakrishnan และคณะ 1994, รามาธิบดี
แนวอาการปวดปวดคอ บ่า ไหล่ ร้าวลงแขนถึงปลายนิ้วปวดเอว ร้าวลงสะโพกและขากรมการแพทย์ 2561 และ 2563
อาการทางเส้นประสาทชาแขน อ่อนแรงแขนขาอ่อนแรง กระดกข้อเท้าหรือนิ้วโป้งเท้าไม่ขึ้นกรมการแพทย์ 2561
เมื่อกดรุนแรงกดไขสันหลัง ปวดชาหรืออ่อนแรงทั้งแขนและขา อาจถึงอัมพาตชารอบก้น ขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะลำบากกรมการแพทย์ 2561 และ 2563
ภาวะฉุกเฉินที่ต้องรู้จักแขนขาอ่อนแรงจากไขสันหลังถูกกดกลุ่มอาการ Cauda equina ควรผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมงกรมการแพทย์ 2563, รามาธิบดี
การดำเนินโรคที่มีข้อมูลรากประสาทคอถูกกด (ทุกสาเหตุ) 90% ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยเมื่อติดตามระยะมัธยฐาน 4.9 ปีผู้ป่วยประมาณ 90% ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดRadhakrishnan และคณะ 1994, รามาธิบดี
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  สิ่ง มี ชีวิต ประเภท ใด ที่ เป็น Decomposer

ตัวเลขฝั่งคอมาจากการศึกษาระดับประชากรในเมืองโรเชสเตอร์ สหรัฐอเมริกา ช่วงปี ค.ศ. 1976 ถึง 1990 ตีพิมพ์ในวารสาร Brain ปี ค.ศ. 1994 ในผู้ป่วย 561 ราย หมอนรองกระดูกปลิ้นที่ยืนยันแล้วเป็นสาเหตุเพียง 21.9% ส่วน 68.4% สัมพันธ์กับกระดูกคอเสื่อม หมอนรองกระดูก หรือทั้งสองอย่าง

อินโฟกราฟิกสรุป หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการที่คอกับเอว หายเองได้ไหม ต้องผ่าตัดเมื่อไร
สรุปเป็นภาพ: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการที่คอกับเอว หายเองได้ไหม ต้องผ่าตัดเมื่อไร

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหายเองได้ไหม?

ในคนจำนวนมาก คำตอบคือได้ หน้า Sciatica ของ NHS ทบทวนล่าสุด 3 ธันวาคม ค.ศ. 2024 ระบุว่าอาการปวดร้าวลงขามักดีขึ้นในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน แต่อาจนานกว่านั้นและกลับมาเป็นซ้ำได้ ข้อมูลของกรมการแพทย์ปี 2561 ให้ระยะพักฟื้นหลังรักษาแบบไม่ผ่าตัดไว้ประมาณ 1 ถึง 3 เดือน

เนื้อหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมายุบเองได้ในอัตราเท่าไหร่

การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของ Chiu และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Rehabilitation ปี ค.ศ. 2015 รวบรวมงานวิจัยในผู้ป่วยหมอนรองกระดูกเอวปลิ้นที่รักษาแบบไม่ผ่าตัดและตรวจภาพอย่างน้อย 2 ครั้ง ได้ 31 เรื่อง ใช้คำนวณได้ 9 เรื่อง ผลที่ได้คือยิ่งเนื้อหมอนรองกระดูกหลุดออกมามาก ยิ่งมีโอกาสยุบลงเองสูง

ลักษณะที่รายงานในผลตรวจภาพอัตราที่ยุบลงเองอัตราที่ยุบหายหมด
หลุดแยกเป็นชิ้น (sequestration)96%43%
ปลิ้นยื่นออกมามาก (extrusion)70%15%
ปลิ้น (protrusion)41%ไม่ได้รายงานในบทคัดย่อ
โป่ง (bulging)13%ไม่ได้รายงานในบทคัดย่อ

ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยจากหลายงานวิจัย ไม่ใช่คำรับประกันรายบุคคล แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมแพทย์มักเริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อน แม้ผล MRI จะดูน่ากลัว

ผ่าเร็วกับรอก่อน ผลต่างกันแค่ไหน

งานวิจัยแบบสุ่มของ Peul และคณะ ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine ปี ค.ศ. 2007 ศึกษาผู้ป่วยปวดร้าวลงขารุนแรงมาแล้ว 6 ถึง 12 สัปดาห์ จำนวน 283 ราย ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ กลุ่มผ่าตัดเร็วได้ผ่าตัดจริง 125 จาก 141 ราย (89%) หลังสุ่มเฉลี่ย 2.2 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มที่รักษาแบบไม่ผ่าตัดไปก่อน สุดท้ายต้องผ่าตัด 55 จาก 142 ราย (39%) หลังเฉลี่ย 18.7 สัปดาห์ กลุ่มผ่าตัดเร็วหายปวดขาเร็วกว่า แต่เมื่อครบ 1 ปี ความน่าจะเป็นที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าหายดีอยู่ที่ 95% เท่ากันทั้งสองกลุ่ม

ฝั่งคอก็มีภาพคล้ายกัน การศึกษาที่โรเชสเตอร์พบว่าระหว่างติดตามระยะมัธยฐาน 4.9 ปี ผู้ป่วยกลับเป็นซ้ำ 31.7% และผ่าตัด 26% แต่ท้ายที่สุด 90% ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย คำถามที่ควรถามแพทย์จึงไม่ใช่แค่ว่าจะหายไหม แต่คืออาการของเรารอได้อย่างปลอดภัยหรือไม่

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทต้องทำ MRI เมื่อไหร่?

ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องทำตั้งแต่วันแรก หน้า Slipped disc ของ NHS ทบทวนล่าสุด 24 เมษายน ค.ศ. 2024 ระบุว่าแพทย์มักวินิจฉัยได้จากอาการและการตรวจร่างกาย และส่งตรวจ MRI เมื่ออาการไม่ดีขึ้น ส่วนแนวทาง NG59 ของ NICE ข้อ 1.1.4 ถึง 1.1.6 ระบุว่าไม่ควรส่งตรวจภาพเป็นกิจวัตรในสถานพยาบาลทั่วไป และให้พิจารณาตรวจภาพในหน่วยเฉพาะทางเฉพาะเมื่อผลน่าจะเปลี่ยนแผนการรักษา

เมื่อต้องตรวจจริง รามาธิบดีระบุว่า MRI เป็นมาตรฐาน เพราะเห็นหมอนรองกระดูกซึ่งเป็นเนื้อเยื่ออ่อนได้โดยตรง ขณะที่ CT scan ไม่เห็นหมอนรองกระดูก ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ฯ แนะนำให้พบแพทย์เมื่อปวดหลังนานกว่า 2 สัปดาห์ กินยาแก้ปวดทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้น หรือปวดร้าวลงขาและมีอาการชาร่วมด้วย

ทำไมผล MRI ต้องอ่านคู่กับอาการเสมอ

NHS ระบุว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นไม่ได้ทำให้เกิดอาการทุกครั้ง และหลายคนไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีภาวะนี้ การทบทวนวรรณกรรมของ Brinjikji และคณะ ตีพิมพ์ในวารสาร AJNR ปี ค.ศ. 2015 รวม 33 งานวิจัยที่ศึกษาภาพ MRI หรือ CT ของกระดูกสันหลังส่วนใหญ่เป็นส่วนเอวในคนที่ไม่มีอาการปวดหลัง 3,110 คน ได้ตัวเลขตามอายุดังนี้

อายุ (ปี)หมอนรองกระดูกเสื่อมหมอนรองกระดูกโป่ง (bulge)หมอนรองกระดูกปลิ้น (protrusion)รอยปริของวงแหวนรอบนอก
2037%30%29%19%
3052%40%31%20%
4068%50%33%22%
5080%60%36%23%
6088%69%38%25%
7093%77%40%27%
8096%84%43%29%
บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  น้ำในหูไม่เท่ากัน อาการเป็นอย่างไร และต่างจากหินปูนในหูหลุดตรงไหน

ผู้วิจัยสรุปว่าลักษณะเหล่านี้หลายอย่างน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของความชราตามปกติ และต้องแปลผลคู่กับอาการของผู้ป่วยเสมอ

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทรักษาอย่างไร และต้องผ่าตัดไหม?

การรักษาไล่เป็นขั้นตามความรุนแรง ข่าวเผยแพร่ของกรมการแพทย์ปี 2563 ระบุว่า ถ้าอาการไม่มากหรือไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาบรรเทาอาการ ให้พักผ่อน ลดการเคลื่อนไหว และทำกายภาพบำบัด แต่ถ้ามีอาการรุนแรงและตรวจพบการกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง จะพิจารณาผ่าตัด ซึ่งสถาบันประสาทวิทยามีทั้งการผ่าตัดแบบส่องกล้องและแบบเปิดแผลขนาดเล็ก

ขั้นที่ 1 ปรับกิจกรรมและขยับตัวให้เร็ว

รามาธิบดีให้นอนพักเฉพาะช่วงปวดรุนแรง ซึ่งมักเป็น 2 ถึง 5 วันแรก จากนั้นให้เริ่มออกแรงบ้างเพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังฝ่อ แต่ยังไม่ยกของหนัก โดยเฉพาะท่าก้ม NHS ก็ระบุว่าจะหายเร็วขึ้นถ้าค่อย ๆ กลับมาออกกำลังกายเบา ๆ อย่างเดิน ว่ายน้ำ หรือโยคะเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ส่วน NG59 ให้ส่งเสริมการกลับไปทำงานและทำกิจวัตรตามปกติ รายละเอียดท่าบริหารสำหรับอาการร้าวลงขา อ่านต่อได้ที่ ปวดหลังร้าวลงขาเกิดจากอะไร

ขั้นที่ 2 ยาและกายภาพบำบัดภายใต้การดูแลของแพทย์

ยาที่ใช้บรรเทาปวดมีหลายกลุ่ม การเลือกยาและขนาดยาเป็นการตัดสินใจของแพทย์หรือเภสัชกรตามโรคประจำตัวและความเสี่ยงของแต่ละคน NG59 ข้อ 1.2.16 ระบุว่าไม่ควรให้ยากลุ่มกาบาเพนตินอยด์ ยากันชักอื่น สเตียรอยด์ชนิดกิน และเบนโซไดอะซีปีน เพื่อรักษาอาการปวดร้าวลงขา เพราะโดยรวมไม่มีหลักฐานว่าได้ประโยชน์แต่มีหลักฐานว่าเกิดโทษ ส่วนอุปกรณ์รัดเอว ราชวิทยาลัยฯ ให้ใช้ช่วงสั้น ๆ ตอนปวดเท่านั้น และ NG59 ระบุว่าไม่ควรใช้เข็มขัดพยุงหลังในการรักษา

ขั้นที่ 3 ฉีดยาเข้าช่องเหนือเยื่อดูรา

NG59 ข้อ 1.3.5 ให้พิจารณาฉีดยาชาร่วมกับสเตียรอยด์เข้าช่องเหนือเยื่อดูรา (epidural) ในผู้ที่ปวดร้าวลงขาแบบเฉียบพลันและรุนแรง รามาธิบดีก็จัดการฉีดสเตียรอยด์เข้าโพรงกระดูกสันหลังไว้ในวิธีรักษาแบบไม่ผ่าตัด การฉีดเป็นหัตถการที่แพทย์เฉพาะทางประเมินเป็นราย ๆ ไป

ขั้นที่ 4 ผ่าตัด เมื่อมีข้อบ่งชี้

รามาธิบดีให้ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดหมอนรองกระดูกเคลื่อนไว้ 4 ข้อ คือ ปวดรุนแรงมากและรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง มีกลุ่มอาการ Cauda equina และรักษาแบบไม่ผ่าตัดมาแล้วอย่างน้อย 4 สัปดาห์แต่ยังปวดจนรบกวนชีวิตประจำวันมาก NG59 ข้อ 1.3.8 ให้พิจารณาผ่าตัดคลายการกดทับเมื่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ทำให้อาการปวดหรือการใช้งานดีขึ้น และภาพรังสีสอดคล้องกับอาการ ส่วน NHS ระบุให้ส่งต่อศัลยแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษาอื่น หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงและชามากขึ้นเรื่อย ๆ

ด้านเทคนิค รามาธิบดีระบุว่ามีตั้งแต่ผ่าตัดด้วยกล้องจุลทรรศน์ไปจนถึงสอดกล้องซึ่งแผลเล็กเพียง 8 มิลลิเมตร ส่วนการผ่าตัดเชื่อมกระดูกที่ราชวิทยาลัยฯ กล่าวถึง ใช้กับหมอนรองกระดูกเสื่อมที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอย่างน้อย 6 เดือนถึง 2 ปี ไม่ใช่มาตรฐานของหมอนรองกระดูกทับเส้นทุกราย ถ้าแพทย์บอกว่าอาการขาชาของคุณมาจากโพรงกระดูกสันหลังแคบมากกว่าหมอนรองกระดูก อ่านเพิ่มได้ที่ โพรงกระดูกสันหลังตีบ

อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทแบบไหนเป็นภาวะฉุกเฉิน?

ฝั่งเอว ภาวะที่รอไม่ได้คือกลุ่มอาการ Cauda equina รามาธิบดีอธิบายว่าเกิดเมื่อหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนมีขนาดใหญ่จนกดเบียดมัดรากประสาทส่วนปลาย ผู้ป่วยจะปวดร้าวลงขาทั้งสองข้าง ขาชาและอ่อนแรงทั้งสองข้าง ปัสสาวะไม่ออก และท้องผูก ต้องผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันความพิการถาวร ข้อมูลของกรมการแพทย์ปี 2561 ใช้คำที่คนทั่วไปสังเกตได้ คือชาไปรอบ ๆ ก้น และขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะลำบาก

ฝั่งคอ สัญญาณที่ต้องรีบไปพบแพทย์คืออาการที่บอกว่าไขสันหลังถูกกด ข่าวเผยแพร่ของกรมการแพทย์ปี 2563 ระบุว่าจะมีอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงทั้งแขนและขา และอาจรุนแรงถึงขั้นอัมพาต ถ้าอาการชาหรืออ่อนแรงลามจากแขนข้างเดียวไปถึงขาด้วย ไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน

รายการด้านล่างเรียบเรียงจากหน้า Slipped disc ของ NHS ซึ่งให้ไปห้องฉุกเฉินหรือเรียกรถพยาบาลทันทีเมื่อปวดหลังร่วมกับอาการต่อไปนี้ สำหรับประเทศไทย สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ให้โทรสายด่วน 1669 เมื่อมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินนอกสถานพยาบาล ตามข่าวที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่วันที่ 26 ธันวาคม 2566

  • ชารอบก้นหรืออวัยวะเพศ
  • ปัสสาวะไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่ได้
  • ขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างไม่มีความรู้สึก
  • ปวดหลังหลังอุบัติเหตุรุนแรง เช่น รถชน โดย NHS ระบุว่าไม่ควรขับรถไปเอง

NHS ยังแนะนำให้พบแพทย์เมื่อปวดหลังร่วมกับไข้สูง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปวดมากขึ้นตอนกลางคืน เพราะอาจไม่ได้มาจากหมอนรองกระดูก

คำถามที่พบบ่อย

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักคือความเสื่อมของหมอนรองกระดูกตามอายุ กรมการแพทย์ระบุว่าคนอายุน้อยก็เป็นได้ถ้าก้มยกของหนักผิดท่า ออกกำลังกายหักโหม หรือนั่งและยืนทำงานผิดท่าเป็นเวลานาน

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหายเองได้ไหม?

หลายคนดีขึ้นได้เอง รามาธิบดีระบุว่าผู้ป่วยประมาณ 90% ดีขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด และการทบทวนวรรณกรรมปี ค.ศ. 2015 พบว่าหมอนรองกระดูกที่หลุดแยกชิ้นยุบลงเองได้ถึง 96%

หมอนรองกระดูกทับเส้นที่คอกับที่เอวต่างกันอย่างไร?

ที่คอทำให้ปวดคอ บ่า ไหล่ ร้าวลงแขนถึงปลายนิ้ว ส่วนที่เอวทำให้ปวดร้าวลงสะโพกและขา ที่คอต้องระวังเป็นพิเศษเพราะถ้ากดถึงไขสันหลังอาจอ่อนแรงทั้งแขนและขา

หมอนรองกระดูกโป่งกับหมอนรองกระดูกปลิ้นต่างกันไหม?

ต่างกันที่ระดับการยื่นออกมาในผลตรวจภาพ การทบทวนปี ค.ศ. 2015 พบว่าชนิดโป่งยุบลงเองเพียง 13% ขณะที่ชนิดที่ยื่นออกมามาก (extrusion) ยุบลงเอง 70%

ต้องทำ MRI ทุกคนไหม?

ไม่ แนวทาง NG59 ของ NICE ระบุว่าไม่ควรส่งตรวจภาพเป็นกิจวัตรในสถานพยาบาลทั่วไป และให้ตรวจเมื่อผลน่าจะเปลี่ยนแผนการรักษา เช่น เมื่อกำลังพิจารณาผ่าตัด

ผล MRI เจอหมอนรองกระดูกโป่ง แปลว่าต้องรักษาไหม?

ไม่เสมอไป การทบทวนของ Brinjikji และคณะพบหมอนรองกระดูกโป่งในคนไม่มีอาการ 30% ของวัย 20 ปี และ 84% ของวัย 80 ปี แพทย์จึงดูว่าภาพตรงกับอาการหรือไม่

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทต้องผ่าตัดเมื่อไหร่?

รามาธิบดีให้ข้อบ่งชี้ไว้ 4 ข้อ คือ ปวดรุนแรงและรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ดีขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีกลุ่มอาการ Cauda equina และรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างน้อย 4 สัปดาห์แล้วยังปวดจนรบกวนชีวิตมาก

ผ่าตัดเร็วดีกว่ารอไหม?

งานวิจัยปี ค.ศ. 2007 ในผู้ป่วย 283 รายพบว่าการผ่าตัดเร็วทำให้หายปวดขาเร็วกว่า แต่เมื่อครบ 1 ปี ความน่าจะเป็นที่รู้สึกว่าหายดีอยู่ที่ 95% เท่ากันทั้งสองกลุ่ม

บทความที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น  ความดันสูงเท่าไหร่ถึงเป็นโรค สาเหตุ อาการ และวิธีลด ตามแนวทางไทย 2567

อาการแบบไหนต้องโทร 1669?

ชารอบก้นหรืออวัยวะเพศ ปัสสาวะไม่ออก กลั้นอุจจาระปัสสาวะไม่ได้ หรือขาอ่อนแรงและชาทั้งสองข้าง รามาธิบดีระบุว่ากลุ่มอาการ Cauda equina ควรผ่าตัดภายใน 24 ชั่วโมง

ป้องกันหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทได้อย่างไร?

ข้อมูลของกรมการแพทย์แนะนำให้เลี่ยงการยกของหนัก เปลี่ยนอิริยาบถทุก 2 ถึง 3 ชั่วโมง บริหารกล้ามเนื้อคอ หลัง และหน้าท้อง คุมน้ำหนัก และงดสูบบุหรี่

ตัวเลขและคำแนะนำในบทความนี้มาจากแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ ณ วันที่ตรวจสอบ 30 กันยายน 2569 เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล การเลือกยาและขนาดยาต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรพิจารณา โปรดยืนยันกับแพทย์ผู้ดูแลก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทควรจดไว้ก่อนพบแพทย์

ก่อนไปพบแพทย์ ให้จดสามเรื่อง คืออาการร้าวไปสุดที่ตรงไหน เช่น นิ้วมือนิ้วไหนหรือส่วนไหนของขา มีอ่อนแรงหรือไม่ เช่น กระดกข้อเท้าหรือนิ้วโป้งเท้าไม่ขึ้น หรือแขนและมืออ่อนแรง และปวดมานานกี่สัปดาห์แล้ว ข้อมูลสามบรรทัดนี้ช่วยให้แพทย์ตัดสินได้เร็วขึ้นว่าควรรักษาต่อแบบไม่ผ่าตัด ส่งตรวจ MRI หรือส่งต่อศัลยแพทย์ ระหว่างรอ ให้ขยับตัวเท่าที่ทำได้และเลี่ยงท่าก้มยกของ และถ้าเมื่อไหร่มีอาการชารอบก้นหรือปัสสาวะผิดปกติ ให้ถือเป็นเหตุฉุกเฉินทันที

แหล่งอ้างอิง

สารบัญ [hide]

บทความล่าสุด