โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโร (Enterovirus) หลายสายพันธุ์ เช่น Coxsackievirus A6, A16 และ Enterovirus 71 (EV71) ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก น้ำในตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ป่วย เอกสารของกรมควบคุมโรคระบุว่าหลังรับเชื้อ 3 ถึง 6 วันจะเริ่มมีไข้ ตามด้วยแผลในปากและตุ่มที่ฝ่ามือฝ่าเท้า และส่วนใหญ่หายเองภายใน 7 ถึง 10 วัน ปี 2569 ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 1 กันยายน มีผู้ป่วยสะสม 53,362 ราย
ประเด็นสำคัญ
- ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายเองภายใน 7 ถึง 10 วัน โรคนี้ไม่มียารักษาเฉพาะ แพทย์รักษาตามอาการ
- แพร่เชื้อมากที่สุดในสัปดาห์แรกของการป่วย แต่เชื้ออยู่ในอุจจาระได้นานหลายสัปดาห์
- กรมควบคุมโรค (4 กันยายน 2569) แนะนำให้เด็กป่วยหยุดเรียน 5 วันทำการหรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ และถ้ามีเด็กป่วย 2 รายขึ้นไปในห้องเดียวกันภายใน 1 สัปดาห์ ให้ปิดห้องเรียนอย่างน้อย 1 วัน
- ไข้สูง กินหรือดื่มได้น้อยมาก ซึมลง ชักเกร็ง อาเจียนมาก หรือหายใจหอบเหนื่อย คือสัญญาณให้ไปพบแพทย์ทันที ถ้าอาการหนักโทร 1669
- วัคซีนที่มีในไทยป้องกันได้เฉพาะเชื้อ EV71 ใช้ในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี ฉีด 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน และไม่ป้องกันสายพันธุ์อื่น
โรคมือเท้าปากเกิดจากเชื้ออะไร และติดต่อกันทางไหน?
รายงานสถานการณ์ของกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ข้อมูล ณ 29 มิถุนายน 2567 อธิบายว่าโรคมือเท้าปากเกิดจากไวรัสกลุ่มเอนเทอโรหลายสายพันธุ์ ได้แก่ Coxsackievirus กลุ่ม A ซึ่งชนิดที่ 6 และ 16 พบได้บ่อย Coxsackievirus กลุ่ม B และ Enterovirus 71 หรือ EV71 เอกสารเดียวกันระบุด้วยว่าแม้เคยป่วยแล้วก็เป็นซ้ำได้อีก เพราะภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อครั้งก่อนป้องกันเฉพาะไวรัสตัวที่เคยติด
สายพันธุ์ที่ระบาดเปลี่ยนไปทุกปี ข่าวของกรมควบคุมโรควันที่ 29 มิถุนายน 2569 ระบุว่าผลตรวจทางห้องปฏิบัติการปี 2569 พบ Coxsackievirus A16 เป็นสายพันธุ์หลัก ร้อยละ 36.36 ส่วน EV71 พบในสัดส่วนน้อย ข่าววันที่ 1 ตุลาคม 2568 ระบุว่าตัวที่น่ากังวลคือ EV71 เพราะอาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบหรือก้านสมองอักเสบ
เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้กี่ทาง
แผ่นพับของกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แบ่งการติดต่อเป็น 3 ทางหลัก ทางแรกคือเชื้อเข้าปากโดยตรงจากมือที่ปนเปื้อน เช่น หยิบอาหารเข้าปากหรือเอามือเข้าปาก ทางที่สองคือสัมผัสของเล่น ของใช้ หรือพื้นผิวที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพอง แผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย ทางที่สามคือละอองจากการไอหรือจามรดกัน
จุดที่ผู้ปกครองมักมองข้ามคือคนที่ไม่มีอาการก็แพร่เชื้อได้ รายงานของกองระบาดวิทยาปี 2567 ระบุว่าบางรายไม่แสดงอาการแต่สามารถแพร่เชื้อได้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) เขียนตรงกัน และระบุว่าใครก็ป่วยได้ แม้จะพบบ่อยที่สุดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
อาการมือเท้าปากในเด็กเริ่มอย่างไร และเป็นกี่วันหาย?
อาการมักเริ่มจากไข้ก่อน แล้วตามด้วยแผลในปากและตุ่มตามมือเท้า เอกสารของกองโรคติดต่อทั่วไประบุว่าหลังได้รับเชื้อ 3 ถึง 6 วันจะเริ่มมีไข้ต่ำ ๆ และอ่อนเพลีย หลังจากนั้น 1 ถึง 2 วันจะเจ็บปาก กลืนน้ำลายไม่ได้ ไม่อยากกินอาหาร เพราะมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ต่อมาจะมีตุ่มแดงที่ไม่คันขึ้นที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และก้น แล้วกลายเป็นตุ่มพองใสที่แตกเป็นแผลตื้น ๆ อาการจะทุเลาและหายภายใน 7 ถึง 10 วัน
ไข้ไม่จำเป็นต้องต่ำเสมอ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีระบุในเอกสารของกรมการแพทย์ปี 2568 ว่าไข้อาจต่ำหรือสูงก็ได้ และตุ่มอาจขึ้นที่ข้อศอกด้วย ส่วนเอกสารของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปี 2562 ระบุว่าไข้ช่วงแรกมักอยู่ที่ 38 ถึง 39 องศาเซลเซียส
ในเด็กเล็ก กรมควบคุมโรคระบุว่าอาจเห็นแค่งอแง ไม่ยอมกินอาหารหรือดื่มนม มีน้ำลายไหล หรือบ่นเจ็บปาก ถ้าลูกมีไข้แล้วร้องทุกครั้งที่ดูดนม ให้ส่องดูในปากก่อน
เด็กที่ไข้ขึ้นพร้อมเจ็บคอแต่ไม่มีตุ่มที่มือเท้า อาจเป็นโรคอื่นในลำคอได้ อ่านวิธีแยกอาการเพิ่มเติมได้ที่ ทอนซิลอักเสบอาการเป็นอย่างไร
| ช่วงเวลา | สิ่งที่เกิดขึ้น | สิ่งที่ผู้ปกครองควรสังเกต | ที่มา |
|---|---|---|---|
| หลังรับเชื้อ 3 ถึง 6 วัน | เริ่มมีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย (ระยะฟักตัว) | ไข้ในเด็กที่มีเพื่อนร่วมห้องป่วยอยู่ | กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค |
| 1 ถึง 2 วันหลังมีไข้ | เจ็บปาก ตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก กระพุ้งแก้ม | ไม่ยอมกินหรือดื่มนม น้ำลายไหล | กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค |
| ช่วงเดียวกันหรือตามมา | ตุ่มแดงไม่คันที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก้น กลายเป็นตุ่มพองใส | จำนวนน้ำที่ดื่มได้และปัสสาวะ | กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค |
| 2 ถึง 3 วันหลังตุ่มขึ้น | ตุ่มที่ผิวหนังเริ่มตกสะเก็ด | ไข้ควรลดลง ไม่ใช่สูงขึ้น | คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (2562) |
| ภายใน 7 ถึง 10 วัน | อาการทุเลาและหายเองในผู้ป่วยส่วนใหญ่ | ซึม ชักเกร็ง อาเจียนมาก หายใจหอบ ต้องไปโรงพยาบาลทันที | กรมควบคุมโรค (29 มิถุนายน 2569) |
| หลายสัปดาห์หลังเริ่มป่วย | ยังพบเชื้อในลำคอได้ถึง 4 สัปดาห์ ในอุจจาระ 6 สัปดาห์ถึงหลายเดือน | ล้างมือทุกครั้งหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม | กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค (2567) |
ตารางนี้เป็นลำดับของผู้ป่วยทั่วไป ไม่ใช่ทุกคนต้องเป็นตามนี้ ถ้าไม่แน่ใจให้แพทย์ตรวจ เพราะการวินิจฉัยส่วนใหญ่ใช้อาการและตำแหน่งของผื่นเป็นหลัก

โรคมือเท้าปากติดต่อได้กี่วัน ต้องหยุดเรียนกี่วัน และเมื่อไรต้องปิดห้องเรียน?
ช่วงที่แพร่เชื้อมากที่สุดคือสัปดาห์แรกที่เริ่มป่วย รายงานสถานการณ์ประจำเดือนมีนาคม 2568 ของกองโรคติดต่อทั่วไป เขียนว่าระยะแพร่เชื้อคือตั้งแต่เริ่มมีอาการใน 7 วันแรก CDC ก็ระบุว่าผู้ป่วยมักติดต่อได้มากที่สุดในสัปดาห์แรก แต่ยังแพร่เชื้อต่อได้อีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์หลังอาการหายไป
เหตุผลคือเชื้ออยู่ในร่างกายนานกว่าอาการ รายงานของกองระบาดวิทยา ณ 29 มิถุนายน 2567 ระบุว่าเชื้ออยู่ในลำคอได้นานถึง 4 สัปดาห์ และอยู่ในอุจจาระได้นาน 6 สัปดาห์ถึงหลายเดือน เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรระบุว่าเชื้อมีชีวิตอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 2 ถึง 3 วัน การล้างมือหลังเข้าห้องน้ำและหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมจึงต้องทำต่อไปแม้เด็กกลับไปเรียนแล้ว
ต้องหยุดเรียนกี่วัน
คำแนะนำล่าสุดที่เราเปิดได้คือข่าวประชาสัมพันธ์ของกรมควบคุมโรควันที่ 4 กันยายน 2569 ซึ่งระบุว่าเด็กที่มีอาการป่วยควรหยุดเรียน 5 วันทำการ หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ และไม่ควรพาไปโรงเรียนหรือสถานที่ที่มีเด็กรวมกัน รายงานเดือนมีนาคม 2568 ที่เก่ากว่าใช้คำว่า 1 สัปดาห์หรือจนกว่าจะพ้นระยะแพร่เชื้อ หลักเดียวกันคือ ถ้ายังไม่หายให้อยู่บ้านต่อ ไม่ใช่นับวันครบแล้วส่งไปเรียนทั้งที่ยังมีไข้
เกณฑ์ปิดห้องเรียนของกรมควบคุมโรค
กรมควบคุมโรคให้แนวทางกับสถานศึกษาและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กไว้ชัดเจนในข่าววันที่ 29 มิถุนายน และ 4 กันยายน 2569 ว่า หากพบเด็กป่วยเป็นโรคมือเท้าปากตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปภายในห้องเรียนเดียวกันใน 1 สัปดาห์ ต้องปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วยอย่างน้อย 1 วัน เพื่อทำความสะอาด และเฝ้าระวังคัดกรองเด็กป่วยให้เข้มข้นต่ออีก 1 สัปดาห์ รายงานเดือนมีนาคม 2568 เพิ่มรายละเอียดว่าการปิดห้องเรียนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษาด้วย
นอกจากนี้ โรงเรียนต้องคัดกรองเด็กก่อนเข้าเรียนทุกวัน แจ้งผู้ปกครองมารับเด็กป่วยพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ และไม่ให้เด็กใช้แก้วน้ำหรือช้อนร่วมกัน
สัญญาณอันตรายของโรคมือเท้าปากที่ต้องพาเด็กไปโรงพยาบาลทันทีมีอะไรบ้าง?
กรมควบคุมโรคระบุในข่าววันที่ 4 กันยายน 2569 ว่า ถ้าเด็กมีไข้สูง กินอาหารและน้ำได้น้อยมาก ซึมลง ชักเกร็ง อาเจียนมาก หรือหายใจหอบเหนื่อย ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะสมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เอกสารของกรมการแพทย์ปี 2568 เพิ่มอาการแขนขาอ่อนแรงและภาวะน้ำท่วมปอด ส่วนเอกสารของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรเพิ่มอาการเกร็งกระตุก
- ซึมลงหรือปลุกไม่ค่อยตื่น: เด็กที่นิ่งผิดปกติไม่ควรรอดูอาการ
- ชักเกร็งหรือเกร็งกระตุก: ต้องได้รับการประเมินในโรงพยาบาล
- อาเจียนบ่อยหรืออาเจียนมาก: ทำให้ขาดน้ำเร็ว
- หายใจหอบเหนื่อย: อาจเกี่ยวกับหัวใจหรือปอด แม้ตุ่มจะดูไม่มาก
- แขนขาอ่อนแรง: อยู่ในรายการของกรมการแพทย์และกรมควบคุมโรค
- กินหรือดื่มได้น้อยมาก: ภาวะขาดน้ำเป็นหนึ่งในอาการรุนแรง
ถ้าเด็กชัก หมดสติ หรือหายใจลำบาก ให้โทรสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ส่วนข้อสงสัยเรื่องโรคและการป้องกันโทรถามกรมควบคุมโรคได้ที่สายด่วน 1422 เหตุที่ต้องเร่งคือรายงานของกองระบาดวิทยาปี 2567 ระบุว่าภาวะแทรกซ้อนอาจทำให้ระบบหายใจหรือระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลวและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
ความเสี่ยงสูงสุดอยู่ในเด็กเล็ก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนไว้เมื่อสิงหาคม 2565 ว่าภาวะสมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจาก EV71 เกิดในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และราวร้อยละ 60 ของกลุ่มนี้อยู่ในช่วงอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี
ดูแลลูกที่เป็นโรคมือเท้าปากที่บ้านอย่างไร?
โรคนี้ไม่มียารักษาเฉพาะ แผ่นพับของกองโรคติดต่อทั่วไประบุว่าแพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ การดูแลที่บ้านจึงมีเป้าหมายเดียวคือให้เด็กได้น้ำพอและสบายตัวพอที่จะผ่าน 7 ถึง 10 วันนี้ไปได้ ขณะเดียวกันก็เฝ้าดูสัญญาณอันตรายในหัวข้อก่อนหน้าทุกวัน
น้ำสำคัญกว่าข้าว
กรมการแพทย์แนะนำเมื่อ 11 กันยายน 2568 ให้เด็กจิบน้ำบ่อย ๆ อย่าให้ขาดน้ำ ถ้าเจ็บปากมากจนกินไม่ได้ ให้กินอาหารเย็น เช่น ไอศกรีม หรือโยเกิร์ต แล้วดื่มน้ำตาม และระบุว่าส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นใน 3 วัน แผ่นพับของกรมควบคุมโรคแนะนำอาหารอ่อน รสไม่จัด และเช็ดตัวลดไข้เป็นระยะ
ยาลดไข้และยาชาในปาก
ยาลดไข้และขนาดยาควรให้แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดตามน้ำหนักและอายุของเด็ก ยาชาป้ายแผลในปากที่เอกสารของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรกล่าวถึงก็เป็นการตัดสินใจของแพทย์ โรคนี้เกิดจากไวรัส จึงไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมาให้เด็กเอง
กันไม่ให้คนในบ้านติดต่อ
กรมควบคุมโรคแนะนำให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กอื่นในบ้าน ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน และใช้ช้อนกลาง ข่าววันที่ 1 ตุลาคม 2568 เน้นให้ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ และระบุว่าเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อนี้ไม่ได้ ขณะที่แผ่นพับฉบับก่อนหน้ายังเขียนว่าใช้เจลแอลกอฮอล์ได้ เราถือตามข้อความที่ใหม่กว่า ของเล่นและพื้นผิวให้ทำความสะอาดด้วยผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน หรือน้ำยาฟอกขาวที่เจือจางตามฉลาก
ช่วงหน้าฝน กรมควบคุมโรคเตือนไข้หวัดใหญ่คู่กับโรคมือเท้าปาก อ่านต่อได้ที่ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ อาการและการดูแล
วัคซีนมือเท้าปากมีไหม ฉีดกี่เข็ม และป้องกันได้แค่ไหน?
มี แต่ป้องกันได้เฉพาะเชื้อ EV71 เท่านั้น บทความในวารสารเภสัชกรรมไทย ปีที่ 16 ฉบับที่ 4 เผยแพร่เดือนกันยายน 2567 โดยเภสัชกรฝ่ายเภสัชกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่ามีวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากที่ได้รับอนุญาตให้จัดจำหน่ายในประเทศไทย เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายที่ผลิตโดยเพาะเลี้ยงใน human diploid cell แนะนำให้ใช้ในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 2 เข็ม เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน นิตยสาร @Rama ฉบับที่ 47 เดือนมกราคม 2566 ระบุชื่อวัคซีนว่า EntroVac และให้ช่วงอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี 11 เดือน
ตัวเลขประสิทธิภาพมาจากการศึกษาทางคลินิกระยะที่ 3 และ 4 ในต่างประเทศ ไม่ใช่ในเด็กไทย วารสารเภสัชกรรมไทยสรุปว่าวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากจาก EV71 ได้ร้อยละ 97.4 ป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากเชื้อนี้ได้ร้อยละ 88 และป้องกันโรครุนแรงและการเสียชีวิตจาก EV71 ได้ร้อยละ 100 นิตยสาร @Rama ระบุว่าเด็กยังมีภูมิมากกว่าร้อยละ 95.1 เมื่อผ่านไป 2 ปี จึงยังไม่มีคำแนะนำให้ฉีดเข็มกระตุ้น
ทำไมฉีดแล้วยังเป็นมือเท้าปากได้
เพราะโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่ในไทยไม่ได้เกิดจาก EV71 ปี 2569 สายพันธุ์หลักที่กรมควบคุมโรคพบคือ Coxsackievirus A16 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ อธิบายเมื่อสิงหาคม 2565 ว่าวัคซีนนี้ควรเรียกให้ถูกว่าวัคซีนป้องกัน EV71 เพราะไม่ป้องกันข้ามไปยังสายพันธุ์ Coxsackie A หรือ B และในปีนั้นการระบาดส่วนใหญ่เกิดจาก CA6 เป้าหมายของวัคซีนจึงอยู่ที่การลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจาก EV71 ไม่ใช่ทำให้เด็กไม่เป็นโรคมือเท้าปากเลย
ราคาวัคซีน EV71 จากใบราคาของมหาวิทยาลัย
ใบราคาวัคซีนของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ฉบับเดือนตุลาคม 2566 ระบุ EntroVac ไว้ในช่องอายุ 6 เดือน พร้อมหมายเหตุให้ฉีด 2 เข็มห่างกัน 1 เดือนในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี 11 เดือน ราคาโดยประมาณ 2,697 บาท และระบุว่าราคาอาจเปลี่ยนตามราคาตลาด ตัวเลขนี้เป็นราคาปี 2566 ก่อนตัดสินใจควรถามหน่วยบริการที่จะไปรับวัคซีนถึงราคาปัจจุบันและยี่ห้อที่มี ส่วนการตัดสินใจว่าควรฉีดหรือไม่ให้ปรึกษากุมารแพทย์ ตารางวัคซีนตามวัยดูเพิ่มได้ที่ วัคซีนเด็ก 4 ขวบ คำแนะนำและตารางนัด
ปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคมือเท้าปากกี่ราย?
ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 1 กันยายน 2569 ระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ของกองระบาดวิทยาพบผู้ป่วยสะสม 53,362 ราย เสียชีวิต 1 ราย อัตราตาย 0.002 ต่อประชากรแสนคน และต้องนอนโรงพยาบาล 5,408 ราย ตามข่าวของกรมควบคุมโรควันที่ 4 กันยายน 2569 ซึ่งระบุว่าภาพรวมปีนี้ยังต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ตัวเลขเต็มปี 2569 ยังไม่มีเพราะปียังไม่จบ
| ช่วงข้อมูล | พื้นที่ | ผู้ป่วยสะสม | ผู้เสียชีวิต | ที่มา |
|---|---|---|---|---|
| พ.ศ. 2557 ถึง 2566 (10 ปี) | ทั้งประเทศ | 19,260 ถึง 100,483 รายต่อปี เฉลี่ย 61,100 ราย | ไม่ระบุในช่วงนี้ | กองระบาดวิทยา ข้อมูล ณ 29 มิ.ย. 2567 |
| 1 ม.ค. ถึง 29 มิ.ย. 2567 | ทั้งประเทศ | 23,143 ราย | 1 ราย | กองระบาดวิทยา ข้อมูล ณ 29 มิ.ย. 2567 |
| 1 ม.ค. ถึง 29 มี.ค. 2568 | ทั้งประเทศ | 10,836 ราย | 0 | กองโรคติดต่อทั่วไป รายงานเดือนมีนาคม 2568 |
| 1 ม.ค. ถึง 30 ก.ย. 2568 | กรุงเทพมหานคร | 10,344 ราย | 0 | กรมควบคุมโรค ข่าว 1 ต.ค. 2568 |
| 1 ม.ค. ถึง 25 มิ.ย. 2569 | ทั้งประเทศ | 16,332 ราย | 0 | กรมควบคุมโรค ข่าว 29 มิ.ย. 2569 |
| 1 ม.ค. ถึง 1 ก.ย. 2569 | ทั้งประเทศ | 53,362 ราย (นอนโรงพยาบาล 5,408 ราย) | 1 ราย | กรมควบคุมโรค ข่าว 4 ก.ย. 2569 |
สังเกตว่าช่วงปลายมิถุนายนถึงต้นกันยายน 2569 ยอดผู้ป่วยเพิ่มจาก 16,332 เป็น 53,362 ราย หรือกว่า 3 เท่าในเวลาราว 10 สัปดาห์ ตรงกับที่กรมควบคุมโรคสรุปจากสถิติย้อนหลัง 10 ปี (พ.ศ. 2558 ถึง 2568) ว่าผู้ป่วยมักเพิ่มสูงในฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการเปิดภาคเรียน ข้อมูลเดือนมิถุนายน 2569 ยังระบุว่าภาคเหนือมีอัตราป่วยสูงที่สุด
ความเห็นของเราคือ ตัวเลขที่ควรจำคือผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล 5,408 จาก 53,362 ราย หรือราวร้อยละ 10 ในปี 2569 เด็กส่วนใหญ่หายได้ที่บ้าน แต่ต้องเฝ้าดูทุกวัน
ตัวเลขและคำแนะนำในบทความนี้มาจากแหล่งที่ระบุไว้ท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบ 30 กันยายน 2569 ยอดผู้ป่วยปี 2569 เป็นข้อมูลระหว่างปี และราคาวัคซีนเป็นราคาโดยประมาณปี 2566 โปรดยืนยันกับแพทย์ เภสัชกร หรือกรมควบคุมโรค (สายด่วน 1422) ก่อนนำไปใช้ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย
คำถามที่พบบ่อย
โรคมือเท้าปากเกิดจากอะไร?
เกิดจากไวรัสกลุ่มเอนเทอโรหลายสายพันธุ์ เช่น Coxsackievirus A6, A16 และ Enterovirus 71 ซึ่ง EV71 เป็นสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรงมากที่สุด
โรคมือเท้าปากกี่วันหาย?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายเองภายใน 7 ถึง 10 วันตามข้อมูลของกรมควบคุมโรค
โรคมือเท้าปากติดต่อได้กี่วัน?
แพร่เชื้อมากที่สุดใน 7 วันแรกหลังเริ่มป่วย แต่เชื้ออยู่ในอุจจาระได้ 6 สัปดาห์ถึงหลายเดือน จึงต้องล้างมือต่อเนื่องแม้หายแล้ว
เป็นโรคมือเท้าปากต้องหยุดเรียนกี่วัน?
กรมควบคุมโรคแนะนำเมื่อ 4 กันยายน 2569 ให้หยุดเรียน 5 วันทำการ หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ ถ้าครบ 5 วันแล้วยังมีไข้หรือแผลในปาก ให้พักต่อ
มีเด็กป่วยกี่คนโรงเรียนต้องปิดห้องเรียน?
ถ้ามีเด็กป่วย 2 รายขึ้นไปในห้องเรียนเดียวกันภายใน 1 สัปดาห์ ให้ปิดห้องนั้นอย่างน้อย 1 วันเพื่อทำความสะอาด และคัดกรองเข้มข้นต่ออีก 1 สัปดาห์
เคยเป็นแล้วเป็นซ้ำได้ไหม?
ได้ กองระบาดวิทยาระบุว่าแม้เคยป่วยแล้วก็เป็นซ้ำได้ เพราะภูมิคุ้มกันป้องกันเฉพาะไวรัสตัวที่เคยติดเท่านั้น
วัคซีนมือเท้าปากมีไหม?
มีวัคซีนเชื้อตายป้องกันเชื้อ EV71 ที่ได้รับอนุญาตจำหน่ายในไทย ใช้ในเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี ฉีด 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน แต่ไม่ป้องกันสายพันธุ์อื่น เช่น CA16 หรือ CA6
วัคซีนมือเท้าปากราคาเท่าไหร่?
ใบราคาของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล ฉบับตุลาคม 2566 ระบุราคาโดยประมาณ 2,697 บาท ราคาปัจจุบันควรสอบถามหน่วยบริการโดยตรง
ใช้เจลแอลกอฮอล์แทนการล้างมือได้ไหม?
กรมควบคุมโรคระบุในข่าววันที่ 1 ตุลาคม 2568 ว่าเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อนี้ไม่ได้ จึงควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่เป็นหลัก
อาการแบบไหนของโรคมือเท้าปากที่ต้องโทร 1669?
เด็กชัก หมดสติ ซึมมาก หรือหายใจหอบลำบาก ให้โทร 1669 ส่วนไข้สูง อาเจียนมาก หรือดื่มน้ำได้น้อยมาก ต้องไปพบแพทย์ทันที
ป้องกันโรคมือเท้าปากในบ้านและห้องเรียนเริ่มจากน้ำและสบู่
ช่วงนี้ยังอยู่ในฤดูฝนที่โรคมือเท้าปากพุ่งสูงทุกปี ถ้าลูกมีไข้หรือไม่ยอมกินนม ให้ส่องดูในปากและฝ่ามือฝ่าเท้า ถ้าเป็นจริง ให้อยู่บ้าน 5 วันทำการหรือจนหาย แจ้งครูหรือศูนย์เด็กเล็ก และจดวันที่ไข้เริ่มไว้บอกแพทย์
ระหว่างนั้นให้ความสำคัญกับน้ำที่เด็กดื่มได้มากกว่าจำนวนตุ่ม และจำสัญญาณอันตรายไว้ คือ ซึมลง ชักเกร็ง อาเจียนมาก และหายใจหอบ
แหล่งอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค: เตือน “โรคมือ เท้า ปาก” ในเด็กเล็ก แนะสถานศึกษาคัดกรองเข้ม (4 กันยายน 2569)
- กรมควบคุมโรค: เตือน “โรคมือเท้าปาก” เริ่มระบาดช่วงเปิดเทอมรับหน้าฝน (29 มิถุนายน 2569)
- กรมควบคุมโรค: พบแนวโน้มของโรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก และโรคไข้หวัดใหญ่ เพิ่มสูงขึ้นในช่วงหน้าฝน (1 ตุลาคม 2568)
- กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค: รายงานสถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ประจำเดือนมีนาคม 2568
- กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค: สถานการณ์โรคมือ เท้า ปาก ประเทศไทย ข้อมูล ณ วันที่ 29 มิถุนายน 2567
- กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค: แผ่นพับโรคมือ เท้า ปาก และคำแนะนำสำหรับสถานศึกษา
- กรมการแพทย์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี: โรคมือ เท้า ปาก ในเด็กเล็กรู้เท่าทันป้องกันได้ (11 กันยายน 2568)
- วารสารเภสัชกรรมไทย: โรคมือ เท้า ปากและวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 (ปีที่ 16 ฉบับที่ 4, 2567)
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี: นิตยสาร @Rama ฉบับที่ 47 รู้จักวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก (มกราคม 2566)
- ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยมหิดล: รายชื่อวัคซีนและราคาโดยประมาณ (ตุลาคม 2566)
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร: โรคมือ เท้า ปาก (เอกสารความรู้ พ.ศ. 2562)
- กรุงเทพธุรกิจ: “วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก” กลุ่มไหนควรได้รับ อ้างอิงโพสต์ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ (23 สิงหาคม 2565)
- CDC: How Hand, Foot, and Mouth Disease Spreads (ปรับปรุง 7 พฤษภาคม 2567)
- CDC: About Hand, Foot, and Mouth Disease (ปรับปรุง 7 พฤษภาคม 2567)


