วัคซีนผู้ใหญ่ที่คำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2569 ระบุไว้ตามช่วงอายุ ได้แก่ วัคซีนบาดทะยัก คอตีบ และไอกรน กระตุ้น 1 เข็มทุก 10 ปี วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 เข็ม วัคซีนนิวโมค็อกคัสและวัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์เมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป วัคซีนอาร์เอสวีเมื่ออายุ 75 ปีขึ้นไป และวัคซีนเอชพีวีสำหรับคนอายุ 9 ถึง 26 ปี ส่วนวัคซีนหัด อีสุกอีใส ตับอักเสบเอและบี จะให้เฉพาะคนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
ประเด็นสำคัญ
- คำแนะนำฉบับล่าสุดคือ คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี พ.ศ. 2569 ของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยร่วมกับอีก 7 สมาคมวิชาชีพและ 1 ราชวิทยาลัย ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยปรับคำแนะนำของวัคซีน 7 ชนิด
- บาดทะยักและคอตีบ (Td) กระตุ้น 1 เข็มทุก 10 ปี และควรใช้ชนิดที่มีไอกรน (Tdap หรือ TdaP) แทนอย่างน้อย 1 ครั้ง
- วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ (RZV) ฉีด 2 เข็มห่างกัน 2 ถึง 6 เดือน สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ป้องกันงูสวัดได้ร้อยละ 96 ถึง 97 ในช่วงอายุ 50 ถึง 69 ปี
- วัคซีนอาร์เอสวีแนะนำให้ทุกคนที่อายุ 75 ปีขึ้นไป ส่วนอายุ 50 ถึง 74 ปีให้เฉพาะผู้มีความเสี่ยง และยังไม่มีคำแนะนำเข็มกระตุ้น
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดฟรีได้ตามการรณรงค์ของ สปสช. สำหรับ 7 กลุ่มเสี่ยง ส่วนวัคซีนงูสวัด ปอดอักเสบ อาร์เอสวี และไข้เลือดออก ผู้ใหญ่ทั่วไปยังต้องจ่ายเอง
- ราคาที่โรงพยาบาลประกาศต่างกันมาก ตั้งแต่วัคซีนปอดอักเสบ 23 สายพันธุ์ 2,550 บาท ถึงวัคซีนอาร์เอสวี 11,450 บาทต่อเข็ม
วัคซีนผู้ใหญ่คืออะไร และทำไมโตแล้วยังต้องฉีดเพิ่ม
เอกสารอ้างอิงหลักของเรื่องนี้ในไทยคือ คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี พ.ศ. 2569 ซึ่งสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยจัดทำร่วมกับอีก 7 สมาคมวิชาชีพและ 1 ราชวิทยาลัย ในเล่มลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสมาคมเมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 เป็นการปรับปรุงต่อจากฉบับปี 2566 และ 2568
เหตุผลที่ผู้ใหญ่ยังต้องฉีดวัคซีนมี 3 ข้อ คือภูมิคุ้มกันจากวัยเด็กลดลงตามเวลา จึงต้องกระตุ้นบาดทะยักและคอตีบทุก 10 ปี บางคนไม่เคยได้วัคซีนบางตัวมาก่อน ตารางของสมาคมโรคติดเชื้อฯ จึงระบุกลุ่มที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 ไว้ในช่องวัคซีนหัด คางทูม และหัดเยอรมัน และความเสี่ยงของบางโรคเพิ่มตามอายุ เช่น งูสวัด ปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมค็อกคัส และการติดเชื้ออาร์เอสวี
ตัวเลขของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนยังสูงอยู่ กรมประชาสัมพันธ์รายงานข้อมูลจากกรมควบคุมโรคเมื่อ 12 มีนาคม 2569 ว่าตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 9 มีนาคม 2569 มีผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 137,276 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 211.48 ต่อประชากรแสนคน และเสียชีวิต 8 ราย ขณะที่ทั้งปี 2568 มีผู้ป่วย 1,194,342 ราย เสียชีวิต 129 ราย รายละเอียดของโรคนี้อ่านเพิ่มได้ที่บทความ วัคซีนไข้หวัดใหญ่
ผู้ใหญ่ควรฉีดวัคซีนอะไรบ้างในแต่ละช่วงอายุ
ตารางที่ 1 ของคำแนะนำฉบับ 2569 แบ่งช่วงอายุเป็น 18 ถึง 26 ปี, 27 ถึง 49 ปี, 50 ถึง 64 ปี และ 65 ปีขึ้นไป แล้วระบุว่าวัคซีนแต่ละตัวอยู่ในระดับแนะนำ ระดับทางเลือก หรือระดับที่ต้องตัดสินใจร่วมกับแพทย์ ตารางด้านล่างสรุปเฉพาะวัคซีนที่ผู้ใหญ่ทั่วไปเจอบ่อย พร้อมจำนวนเข็มและระยะห่างที่เนื้อหาในเล่มกำหนดไว้
| วัคซีน | อายุ 18 ถึง 26 ปี | อายุ 27 ถึง 49 ปี | อายุ 50 ถึง 64 ปี | อายุ 65 ปีขึ้นไป | จำนวนเข็มและระยะห่าง |
|---|---|---|---|---|---|
| บาดทะยัก คอตีบ ไอกรน (Td, Tdap) | แนะนำ | แนะนำ | แนะนำ | แนะนำ | Td 1 เข็มทุก 10 ปี และใช้ Tdap หรือ TdaP แทน 1 ครั้ง |
| ไข้หวัดใหญ่ | ตามความเสี่ยง | ตามความเสี่ยง | ตามความเสี่ยง | แนะนำ (ตั้งแต่อายุ 60 ปี) | 1 เข็ม 0.5 มล. ปีละครั้ง |
| นิวโมค็อกคัส (PCV, PPSV23) | เฉพาะผู้มีโรคประจำตัว | เฉพาะผู้มีโรคประจำตัว | แนะนำ | แนะนำ | PCV20 1 เข็ม หรือ PCV13/PCV15 ตามด้วย PPSV23 ห่างเกิน 1 ปี |
| งูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ (RZV) | เฉพาะผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง | เฉพาะผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง | แนะนำ | แนะนำ | 2 เข็ม ห่างกัน 2 ถึง 6 เดือน |
| อาร์เอสวี (RSV) | พิจารณาเป็นราย ๆ | พิจารณาเป็นราย ๆ | เฉพาะผู้มีความเสี่ยง | แนะนำทุกคนเมื่ออายุ 75 ปีขึ้นไป | 1 เข็ม 0.5 มล. ยังไม่มีคำแนะนำเข็มกระตุ้น |
| เอชพีวี (HPV) | แนะนำ | ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ | ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ | ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ | ผู้ใหญ่ 3 เข็ม ที่ 0, 1 ถึง 2 และ 6 เดือน |
| ไข้เลือดออก (TAK-003) | พิจารณาให้ได้ | พิจารณาให้ได้ | พิจารณาให้ได้ | พิจารณาให้ได้ | 2 เข็ม ที่ 0 และ 3 เดือน ฉีดใต้ผิวหนัง |
| ตับอักเสบบี | ผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน | ผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน | ผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน | ผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน | 3 เข็ม ที่ 0, 1 และ 6 เดือน |
| หัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR) | ผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน | เน้นผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 | เน้นผู้ที่เกิดก่อน พ.ศ. 2535 | ตามประวัติและผลตรวจภูมิคุ้มกัน | 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ |
| อีสุกอีใส | ผู้ที่ไม่เคยเป็นและไม่มีภูมิคุ้มกัน | ผู้ที่ไม่เคยเป็นและไม่มีภูมิคุ้มกัน | แนะนำเฉพาะอายุน้อยกว่า 50 ปี | ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลัก | 2 เข็ม ห่างกัน 4 ถึง 8 สัปดาห์ |
ตารางที่ 2 ของเล่มเดียวกันแยกคำแนะนำสำหรับผู้มีภาวะร่วม เช่น หญิงตั้งครรภ์ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอด โรคไตและโรคตับเรื้อรัง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ กลุ่มนี้มักได้วัคซีนเร็วกว่าและมากกว่าคนวัยเดียวกัน

บาดทะยัก คอตีบ ไอกรน และไข้หวัดใหญ่ ต้องฉีดกี่ปีครั้ง
วัคซีนบาดทะยักและคอตีบ (Td) ขนาด 0.5 มล. ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ กระตุ้น 1 เข็มทุก 10 ปี และคำแนะนำระบุให้แทนด้วยชนิดที่มีไอกรน คือ Tdap หรือ TdaP อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต หากหา Td ไม่ได้ ก็ใช้ Tdap หรือ TdaP แทนได้ทุกกรณี
เมื่อมีบาดแผล เกณฑ์จะต่างออกไป คนที่ไม่เคยฉีดหรือฉีดไม่ครบและมีแผลสะอาด ให้ Td หรือ TT 2 โดสห่างกันอย่างน้อย 4 ถึง 8 สัปดาห์ แล้วอีก 1 โดสที่ 6 ถึง 12 เดือน ถ้าแผลสกปรกให้เพิ่มเซรุ่มป้องกันบาดทะยักในวันแรกด้วย ส่วนคนที่เคยฉีดครบ 3 โดสแล้ว แผลสะอาดกระตุ้น 1 เข็มเมื่อโดสสุดท้ายผ่านมาเกิน 10 ปี และแผลสกปรกกระตุ้นเมื่อเกิน 5 ปี หญิงตั้งครรภ์ให้ Tdap, TdaP หรือ aP แทน Td 1 โดส ที่อายุครรภ์ 20 ถึง 32 สัปดาห์
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดปีละ 1 ครั้ง ขนาด 0.5 มล. เข้ากล้ามเนื้อ ส่วนชนิดพ่นจมูกใช้ 0.2 มล. สำหรับคนอายุ 2 ถึง 49 ปีที่ไม่ตั้งครรภ์และไม่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจากสายพันธุ์ B (Yamagata) แทบไม่พบตามธรรมชาติแล้ว องค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้ใช้ชนิด 3 สายพันธุ์เป็นหลัก ขนาดมาตรฐานคือ 15 ไมโครกรัมต่อสายพันธุ์สำหรับคนอายุ 6 เดือนขึ้นไป ส่วนขนาดสูง 60 ไมโครกรัมต่อสายพันธุ์ใช้กับคนอายุ 60 ปีขึ้นไป
ช่วงเวลาที่แนะนำคือเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ก่อนการระบาดในฤดูฝน และให้ใช้วัคซีนสายพันธุ์ซีกโลกใต้ เพราะเชื้อที่ระบาดในไทยใกล้เคียงกับซีกโลกใต้มากกว่าซีกโลกเหนือ ถ้าพลาดช่วงนั้นก็ฉีดได้ตลอดทั้งปี
วัคซีนงูสวัดกับวัคซีนปอดอักเสบ เลือกอย่างไรและฉีดกี่เข็ม
วัคซีนงูสวัดที่แนะนำคือชนิดรีคอมบิแนนท์ (RZV) ขนาด 0.5 มล. 2 เข็มเข้ากล้ามเนื้อ ห่างกัน 2 ถึง 6 เดือน สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนคนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องและเสี่ยงต่องูสวัด ให้ 2 เข็มห่างกัน 1 ถึง 2 เดือน
ตัวเลขประสิทธิภาพที่เล่มนี้ยกมาคือ RZV ป้องกันงูสวัดได้ร้อยละ 96, 97 และ 91 ในกลุ่มอายุ 50 ถึง 59 ปี, 60 ถึง 69 ปี และ 70 ปีขึ้นไป ตามลำดับ ป้องกันอาการปวดเส้นประสาทหลังงูสวัดได้ร้อยละ 91 ในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป และร้อยละ 88 ในคนอายุ 70 ปีขึ้นไป เมื่อติดตามไปประมาณ 11 ปียังป้องกันงูสวัดได้ร้อยละ 88 ขณะที่วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ (ZVL) สายพันธุ์ OKA/Merck มีประสิทธิภาพร้อยละ 70, 64 และ 38 ตามช่วงอายุเดียวกัน และเลิกผลิตแล้ว ดูลักษณะผื่นได้ที่ โรคงูสวัด
วัคซีนนิวโมค็อกคัสสำหรับผู้ใหญ่มี 2 กลุ่มคือชนิดคอนจูเกต (PCV13, PCV15, PCV20) และชนิดพอลิแซ็กคาไรด์ (PPSV23) ตารางที่ 3 ของคำแนะนำให้ 2 ทางเลือกสำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ไม่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และคนอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีโรคหัวใจเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรัง โรคตับเรื้อรัง เบาหวาน สูบบุหรี่ หรือติดสุราเรื้อรัง ทางเลือกแรกคือ PCV20 เข็มเดียวจบ ทางเลือกที่สองคือ PCV13 หรือ PCV15 แล้วพิจารณาให้ PPSV23 ห่างออกไปมากกว่า 1 ปี ส่วนผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ระยะห่างระหว่างวัคซีนคอนจูเกตกับ PPSV23 จะสั้นลงเหลือมากกว่า 8 สัปดาห์
อาร์เอสวี ไข้เลือดออก และเอชพีวี เหมาะกับคนอายุเท่าไหร่
วัคซีนอาร์เอสวีที่ขึ้นทะเบียนในไทยเป็นวัคซีนชนิดโปรตีน 2 ตัว คือ adjuvanted RSVPreF3 และ bivalent RSVpreF ฉีด 1 เข็มขนาด 0.5 มล. คำแนะนำคือให้ชนิดใดก็ได้กับคนอายุ 75 ปีขึ้นไป และให้คนอายุ 50 ถึง 74 ปีที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง เช่น โรคปอดเรื้อรัง โรคหัวใจเรื้อรัง เบาหวานที่มีการทำลายของอวัยวะอื่น โรคอ้วนที่ดัชนีมวลกายตั้งแต่ 40 กก./ตร.ม. โรคตับ และโรคไตเรื้อรังระยะ 4 ถึง 5 ส่วนคนอายุ 18 ถึง 49 ปีให้พิจารณาเป็นราย ๆ
ผลการศึกษาระยะที่ 3 ในคนอายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่า adjuvanted RSVPreF3 ป้องกันโรคทางเดินหายใจส่วนล่างจากอาร์เอสวีได้ร้อยละ 82.6 ในฤดูกาลแรก และร้อยละ 69.1 เมื่อรวม 3 ฤดูกาล ส่วน bivalent RSVpreF ได้ร้อยละ 88.9 ในฤดูกาลแรกและร้อยละ 81.5 เมื่อรวม 2 ฤดูกาล ข้อมูลการใช้จริงพบว่า 1 โดสลดการนอนโรงพยาบาลจากอาร์เอสวีได้ร้อยละ 58 ตลอด 2 ฤดูกาล ไทยมักระบาดช่วงกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน จึงควรฉีดก่อนเข้าช่วงนั้น รายละเอียดอ่านต่อที่ วัคซีน RSV
วัคซีนไข้เลือดออกที่ใช้อยู่คือ TAK-003 ชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ 4 สายพันธุ์ ให้ได้ตั้งแต่อายุ 4 ปีขึ้นไป ทั้งคนที่เคยและไม่เคยติดเชื้อ 2 โดสเข้าชั้นใต้ผิวหนังที่ 0 และ 3 เดือน ข้อมูลติดตาม 4.5 ปีพบประสิทธิภาพป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการร้อยละ 61.2 และป้องกันการนอนโรงพยาบาลร้อยละ 84.1 ห้ามให้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง
วัคซีนเอชพีวีแนะนำสำหรับหญิงและชายอายุ 9 ถึง 26 ปี ในผู้ใหญ่ให้ 3 เข็มที่ 0, 1 ถึง 2 และ 6 เดือน ส่วนอายุ 9 ถึง 14 ปีให้ 2 เข็มห่างกัน 6 ถึง 12 เดือน คนอายุ 27 ปีขึ้นไปให้พิจารณาเป็นราย ๆ ร่วมกับแพทย์ ข้อมูลของไทยระบุว่าสายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกร้อยละ 68 และสายพันธุ์ 31, 33, 45, 52, 58 อีกร้อยละ 26 ส่วนมะเร็งช่องปากและลำคอที่อาจมีสาเหตุจากเอชพีวีเพิ่มจากร้อยละ 13 ในปี 2551 เป็นร้อยละ 42 ในปี 2563 และพบในชายมากกว่าหญิง 5 เท่า วัคซีนนี้ไม่ใช้แทนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อ่านต่อได้ที่ วัคซีน HPV
อีกสองตัวที่มักถูกลืมคือตับอักเสบบีและตับอักเสบเอ วัคซีนตับอักเสบบีแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ทุกคนที่ไม่เคยติดเชื้อและไม่เคยได้วัคซีน ขนาด 20 ไมโครกรัม 3 โดสที่ 0, 1 และ 6 เดือน ระดับที่ถือว่าป้องกันโรคได้คือ anti-HBs ตั้งแต่ 10 มิลลิหน่วยสากลต่อมิลลิลิตรขึ้นไป ส่วนวัคซีนตับอักเสบเอชนิดเชื้อตายให้ 2 โดสห่างกันอย่างน้อย 6 เดือน
วัคซีนไหนฉีดฟรีได้ และราคาที่โรงพยาบาลประกาศเท่าไหร่
วัคซีนผู้ใหญ่ที่รัฐจัดให้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายชัดเจนที่สุดคือวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขประกาศเมื่อ 1 พฤษภาคม 2567 ว่าจัดวัคซีน 4.51 ล้านโดสให้คนไทย 7 กลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิ ตั้งแต่ 1 พฤษภาคมถึง 31 สิงหาคม 2567 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด รับบริการได้ที่หน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
7 กลุ่มเสี่ยงตามประกาศฉบับนั้น ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย มะเร็งที่ได้เคมีบำบัด และเบาหวาน ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยธาลัสซีเมียและผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัมหรือดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กก./ตร.ม. และผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ช่วงรณรงค์ของแต่ละปีไม่เท่ากัน จึงควรถามหน่วยบริการใกล้บ้านหรือสายด่วน สปสช. 1330 ก่อนเดินทาง
อีกโครงการที่เกี่ยวข้องคือวัคซีนเอชพีวีชนิด 9 สายพันธุ์สำหรับเด็กหญิงชั้น ป.5 กระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2567 ว่าจะทยอยส่งมอบให้ครบ 773,500 โดสภายในปีนั้น และเริ่มฉีดเดือนธันวาคม 2567 ที่จังหวัดปทุมธานีเป็นที่แรก ส่วนวัคซีนงูสวัด นิวโมค็อกคัส อาร์เอสวี และไข้เลือดออก ผู้ใหญ่ทั่วไปยังต้องจ่ายเอง
| วัคซีน | จำนวนเข็ม | ราคา (บาท) | สถานพยาบาลที่ประกาศราคา | ช่วงเวลาที่ราคามีผล |
|---|---|---|---|---|
| ปอดอักเสบ 13 สายพันธุ์ | 1 | 3,700 | โรงพยาบาลเมดพาร์ค | ใช้ได้ถึง 12 ธ.ค. 2569 |
| ปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ | 1 | 4,900 | โรงพยาบาลเมดพาร์ค | ใช้ได้ถึง 12 ธ.ค. 2569 |
| ปอดอักเสบ 20 สายพันธุ์ (ราคาโปรโมชัน) | 1 | 3,990 จากปกติ 4,500 | โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี | 1 มี.ค. ถึง 31 ธ.ค. 2569 |
| ปอดอักเสบ 23 สายพันธุ์ | 1 | 2,550 | โรงพยาบาลเมดพาร์ค | ใช้ได้ถึง 12 ธ.ค. 2569 |
| งูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ (Shingrix) | 2 | 12,300 หรือ 6,300 ต่อเข็ม | โรงพยาบาลราชพฤกษ์ | ราคานี้ถึง 31 ธ.ค. 2569 |
| อาร์เอสวี | 1 | 11,450 | โรงพยาบาลเมดพาร์ค | ใช้ได้ถึง 12 ธ.ค. 2569 |
| ไข้เลือดออก 4 สายพันธุ์ | 2 | 5,500 | โรงพยาบาลเมดพาร์ค | ใช้ได้ถึง 12 ธ.ค. 2569 |
| ตับอักเสบบี | 3 | 4,280 | โรงพยาบาลเมดพาร์ค | ใช้ได้ถึง 12 ธ.ค. 2569 |
| ตับอักเสบเอ | 2 | 5,860 | โรงพยาบาลเมดพาร์ค | ใช้ได้ถึง 12 ธ.ค. 2569 |
ราคา วันที่ และเงื่อนไขข้างต้นมาจากหน้าเว็บไซต์ของโรงพยาบาลและประกาศของหน่วยงานรัฐที่อ้างอิงท้ายบทความ ณ วันตรวจสอบ 11 กันยายน 2569 ราคาปรับได้ตลอดและบางแห่งไม่รวมค่าตรวจอื่น ควรสอบถามสถานพยาบาลและสิทธิของตนเองกับ สปสช. สายด่วน 1330 ก่อนตัดสินใจ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือการรักษา การเลือกวัคซีนควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ฉีดวัคซีนผู้ใหญ่อย่างไรให้ปลอดภัย และมีข้อห้ามอะไรบ้าง
ตำแหน่งที่แนะนำคือต้นแขน ถ้าฉีดต้นแขนไม่ได้จึงฉีดที่ต้นขา และไม่แนะนำให้ฉีดที่สะโพก วัคซีนหลายชนิดฉีดวันเดียวกันได้โดยแยกตำแหน่ง ถ้าจำเป็นต้องฉีดแขนเดียวกันให้ห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้ว และห้ามผสมวัคซีนต่างชนิดในกระบอกฉีดยาเดียวกัน วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ถ้าไม่ให้วันเดียวกันควรเว้นอย่างน้อย 4 สัปดาห์
หลังฉีดควรนั่งพักดูอาการอย่างน้อย 15 ถึง 30 นาที อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยมี 2 แบบ คือ อาการเฉพาะที่ เช่น ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด และอาการตามระบบ เช่น ไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ส่วนใหญ่หายเองภายใน 2 ถึง 3 วัน ถ้าเกินกว่านั้นให้ปรึกษาแพทย์
ข้อห้ามที่ชัดเจนคือประวัติแพ้รุนแรงต่อวัคซีนหรือส่วนประกอบของวัคซีนนั้น และห้ามให้วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ในผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรงและในหญิงตั้งครรภ์ หญิงวัยเจริญพันธุ์ควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 1 เดือนหลังได้วัคซีนชนิดนี้ ถ้ามีไข้สูงหรือเจ็บป่วยหนักให้เลื่อนออกไปก่อน แต่อาการเล็กน้อยอย่างเป็นหวัด ไอ มีน้ำมูก ยังฉีดได้
สำหรับคนที่ตารางวัคซีนหลุด ถ้าเลยกำหนดนัดให้ฉีดโดสถัดไปแล้วนับต่อได้เลย ไม่ต้องเริ่มใหม่ ส่วนการฉีดก่อนนัด วัคซีนชนิดเชื้อตายทำได้ไม่เกิน 4 วัน ขณะที่ชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ไม่แนะนำ
เริ่มจากสามอย่างที่ตรวจสอบได้ในสัปดาห์นี้
อย่างแรก ลองนึกว่าฉีดบาดทะยักครั้งสุดท้ายเมื่อไร ถ้าเกิน 10 ปีหรือจำไม่ได้ ให้ถือว่าถึงรอบกระตุ้นแล้ว อย่างที่สอง ถ้าอยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยง ให้โทรถามหน่วยบริการใกล้บ้านว่าปีนี้ยังเปิดฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรีอยู่หรือไม่ อย่างที่สาม ถ้าอายุใกล้ 50 ปี ให้ถามแพทย์เรื่องวัคซีนงูสวัดและนิวโมค็อกคัสไว้ล่วงหน้า เพราะทั้งคู่ต้องวางแผนระยะห่างระหว่างเข็ม
เมื่อไปพบแพทย์ ให้พกประวัติวัคซีนและผลตรวจภูมิคุ้มกันเท่าที่มี เพราะหลายเข็มในตารางนี้ให้เฉพาะคนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน เอกสารติดมือช่วยให้ไม่ต้องฉีดซ้ำโดยไม่จำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ใหญ่ต้องฉีดวัคซีนบาดทะยักทุกกี่ปี
คำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย ปี 2569 ระบุให้กระตุ้นวัคซีนบาดทะยักและคอตีบ (Td) 1 เข็มทุก 10 ปี และควรใช้ชนิดที่มีไอกรน (Tdap หรือ TdaP) แทนอย่างน้อย 1 ครั้ง
วัคซีนงูสวัดฉีดกี่เข็มและห่างกันเท่าไร
วัคซีนงูสวัดชนิดรีคอมบิแนนท์ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2 ถึง 6 เดือน สำหรับคนอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องให้ห่างกัน 1 ถึง 2 เดือน
อายุเท่าไรจึงควรฉีดวัคซีนปอดอักเสบ
แนะนำเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป และแนะนำตั้งแต่อายุ 18 ปีในผู้ที่มีโรคหัวใจเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรัง โรคตับเรื้อรัง เบาหวาน สูบบุหรี่ หรือติดสุราเรื้อรัง
ฉีด PCV20 แล้วยังต้องฉีด PPSV23 อีกไหม
ทางเลือกที่ใช้ PCV20 เป็นการฉีดเข็มเดียวจบสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยได้วัคซีนนิวโมค็อกคัสมาก่อน ส่วนทางเลือกที่เริ่มด้วย PCV13 หรือ PCV15 จึงตามด้วย PPSV23 ห่างออกไปมากกว่า 1 ปี
วัคซีนอาร์เอสวีต้องฉีดซ้ำทุกปีหรือไม่
ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำให้ฉีดเข็มกระตุ้น วัคซีนอาร์เอสวีให้ 1 เข็ม และควรฉีดก่อนช่วงระบาดของไทยซึ่งมักอยู่ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน
คนอายุเกิน 26 ปีฉีดวัคซีนเอชพีวีได้ไหม
ได้ แต่คำแนะนำให้พิจารณาเป็นราย ๆ โดยตัดสินใจร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้รับวัคซีน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอชพีวี ในผู้ใหญ่ใช้สูตร 3 เข็มที่ 0, 1 ถึง 2 และ 6 เดือน
ฉีดวัคซีนหลายเข็มในวันเดียวกันได้ไหม
ได้ โดยฉีดคนละตำแหน่ง เช่น คนละแขน ถ้าจำเป็นต้องฉีดแขนเดียวกันให้ห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้ว และห้ามผสมวัคซีนต่างชนิดในกระบอกฉีดยาเดียวกัน
ถ้าฉีดไม่ครบคอร์สและเลยนัดมานาน ต้องเริ่มนับใหม่หรือไม่
ไม่ต้องเริ่มใหม่ คำแนะนำระบุว่าหากเลยกำหนดนัด ให้ฉีดโดสถัดไปแล้วนับต่อได้เลย ส่วนการฉีดก่อนนัดในวัคซีนชนิดเชื้อตายทำได้ไม่เกิน 4 วัน
หญิงตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนอะไรได้บ้าง
ห้ามฉีดวัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ทุกชนิด ส่วนวัคซีนที่มีคำแนะนำเฉพาะคือ Tdap, TdaP หรือ aP 1 โดสที่อายุครรภ์ 20 ถึง 32 สัปดาห์ และวัคซีนอาร์เอสวีชนิด bivalent RSVpreF ที่อายุครรภ์ 24 ถึง 36 สัปดาห์
วัคซีนผู้ใหญ่ตัวไหนที่รัฐจัดให้ฟรี
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลเป็นตัวหลัก โดยการรณรงค์ปี 2567 จัดไว้ 4.51 ล้านโดสให้ 7 กลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิ ระหว่าง 1 พฤษภาคมถึง 31 สิงหาคม 2567 ส่วนวัคซีนเอชพีวีของรัฐเน้นกลุ่มเด็กหญิงชั้น ป.5
แหล่งอ้างอิง
- สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย: คำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ปี พ.ศ. 2569 (ไฟล์ PDF)
- สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย: ตารางคำแนะนำการให้วัคซีนป้องกันโรคสำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ พ.ศ. 2569
- กรมประชาสัมพันธ์: สธ. เตือนไข้หวัดใหญ่ ปี 2569 แนวโน้มผู้ป่วยสูงกว่าปีก่อน (12 มีนาคม 2569)
- กรมประชาสัมพันธ์: 7 กลุ่มเสี่ยง ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี 1 พ.ค. ถึง 31 ส.ค. 67 (1 พฤษภาคม 2567)
- กรมประชาสัมพันธ์: สธ. พร้อมเริ่มฉีดวัคซีนเอชพีวี 9 สายพันธุ์ให้เด็กหญิง ป.5 (28 พฤศจิกายน 2567)
- โรงพยาบาลเมดพาร์ค: แพ็กเกจวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ พร้อมราคาแต่ละรายการ
- โรงพยาบาลราชพฤกษ์: แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด (Shingrix) สำหรับผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป
- โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี: วัคซีนป้องกันปอดอักเสบชนิด 20 สายพันธุ์ (PCV20) สำหรับผู้ใหญ่


